รีวิว > beyerdynamic > รุ่น AVENTHO Wireless > ออนเอียร์ ไวร์เลส/บลูทูธ เฮดโฟน

มีคนไม่น้อยที่ไม่ชอบหูฟังแบบ In-ear คือ จะรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัวกับการที่มีอะไรแยงเข้าไปในรูหู ดังนั้น เมื่อต้องการซื้อหูฟังสำหรับใช้งานพกพาออกไปนอกบ้าน คนกลุ่มนี้ก็จะเหลือตัวเลือกอยู่แค่ 2 ตัวเลือก นั่นคือ หูฟังแบบ On-ear หรือแบบแปะหู กับหูฟังแบบฟูลไซร้ (Full-size) ขนาดใหญ่แบบครอบหู ซึ่งน้อยคนที่จะเลือกหอบหิ้วหูฟังแบบครอบหูฟูลไซร้ออกไปใช้นอกบ้าน นั่นจึงทำให้หูฟังแบบ On-ear กลายเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นขึ้นมาทันที และนี่คือเหตุผลที่ทำให้หูฟังแบบ On-ear ยังคงถูกผลิตออกมาขายอย่างต่อเนื่อง

คุณสมบัติที่ต้องกา.?

ถ้าจะเลือกซื้อหูฟัง On-ear แบบพกพามาใช้สักตัว คุณคิดว่า คุณสมบัติอะไรบ้างที่ผู้ซื้อต้องการจากหูฟัง On-ear ? 1น้ำหนักเบา, 2รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย, 3มีระบบ noise-cancelling, 4มีระบบสั่งงานแบบสัมผัส, 5แบตเตอรี่อึด, 6พับได้, 7ดีไซน์สวย และ 8เสียงดี

ผมเชื่อว่า ถ้าไม่มีเงื่อนไขกำกับ คนส่วนใหญ่จะเลือก ทุกข้อซึ่งถ้ามีหูฟังที่ตอบโจทย์ข้างต้นได้ครบทุกข้อจริงๆ คุณอาจจะต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อมันมาครอบครอง.!

Beyerdynamic
AVENTHO wireless
ทำได้มากกว่าครึ่ง
ในความต้องการนั้น

ถ้าไม่รู้ชื่อยี่ห้อมาก่อน ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของหูฟังออนเอียร์ตัวนี้แล้ว ให้เดา ผมเชื่อเลยว่า ชื่อแบรนด์ beyerdynamic ไม่น่าจะติดอยู่ใน 3 ชื่อลำดับต้นๆ ที่คุณจะนึกถึงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนที่รู้จักและเคยสัมผัสหูฟังของ beyerdynamic มาก่อนหน้านี้ จะเห็นได้ชัดว่า พวกเขาออกแบบรุ่นนี้ได้ ฉีกไปจากดีไซน์เดิมๆ ของแบรนด์ไปไกลมาก

AVENTHO wireless เป็นหูฟังออนเอียร์ขนาดกลางๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของ earpad อยู่ที่ 2.5 นิ้ว ทางผู้ออกแบบตั้งใจทำออกมาเป็นหูฟังไร้สายตามชื่อ ตัวบอดี้จึงมีความหนาถึง 1 นิ้ว เท่ากันทั้งสองข้าง ซึ่งในนั้นนอกจากจะมีไดเวอร์แล้ว ยังเป็นที่สำหรับบรรจุวงจรอิเล็กทรอนิคอื่นๆ ด้วย อาทิ แอมปลิฟาย, แบตเตอรี่, วงจรการทำงานของ Bluetooth และวงจร dsp ที่ใช้ควบคุมการสั่งงาน

หูฟังข้างขวา (R) เป็นข้างที่รวมทุกสิ่งอย่างไว้ที่นี่ เป็นที่บรรจุแบตเตอรี่ (A) โดยมีขั้วต่อ USB-C เป็นทางโหลดไฟเข้าแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-A > USB-C ที่แถมมาให้ในกล่อง, เป็นที่บรรจุฟังท์ชั่นที่ใช้ในการเชื่อมต่อ Bluetooth ที่ประกอบด้วยปุ่มกด (B) และไฟแอลอีดี (C) ดวงเล็กๆ คอยแจ้งสถานะการเชื่อมต่อ นอกจากนั้นก็ยังเป็นที่ติดตั้งช่องอินพุตสำหรับรองรับสัญญาณเสียงอะนาลอก (D) ที่เชื่อมต่อเข้ามาทางสายสัญญาณด้วย

บางตำแหน่งทำหน้าที่ได้มากกว่าหนึ่งอย่าง อาทิ ปุ่มกดที่ตำแหน่ง (B) ในภาพข้างบนยังทำหน้าที่เป็นปุ่มเปิด/ปิดการทำงานของวงจรอิเล็กทรอนิคด้วย เมื่อกดค้างไว้ 2 วินาที จนมีไฟแดงกระพริบขึ้นมาเป็นการเปิดใช้งาน และถ้ากดค้างนาน 6 วินาทีจะมีไฟแดงกระพริบแล้วดับ เป็นการปิดการใช้งาน ซึ่งหลังจากใช้งานแล้ว ควรจะกดสวิทช์สั่งปิดการทำงานของวงจรอิเล็กทรอนิคเสมอ เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ และไม่ทำให้ตัวหูฟังเกิดความร้อนสะสมด้วย เป็นการยืดอายุใช้งานไปในตัว

และบนพื้นที่ด้านหลังบอดี้ของหูฟังข้างขวายังได้ติดตั้งเซ็นเซอร์ (touch pad) ที่ทำหน้าที่เป็นตัวรับคำสั่งที่สามารถควบคุมการเล่นไฟล์เพลง และควบคุมการปรับระดับความดังของเสียงผ่านทางระบบสัมผัสด้วยการปัดปลายนิ้ว (gesture control) ขึ้น/ลงซ้าย/ขวา และดับเบิ้ลคลิ๊กปลายนิ้วเพื่อสั่ง pause และเริ่มเล่นเพลง, เพิ่ม/ลดความดังของเสียง, เลือกฟังแทรคที่ผ่านมา/ข้ามไปแทรคข้างหน้า, เลื่อนไปข้างหน้า/ถอยหลังเร็วๆ และถ้ากดที่ตรงกลางของ touch pad ค้่างไว้ 2 วินาที ตัวหูฟังจะติดต่อกับ Siri (iOS) หรือ google assistant (andriod) ให้เองอัตโนมัติ

ฟังท์ชั่น gesture control เท่ห์ๆ แบบนี้จะใช้ได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องเล่นไฟล์เพลง (DAP/DMP) หรือสมาร์ทโฟนทาง Bluetooth เท่านั้น และอุปกรณ์ที่ใช้งาน Bluetooth ร่วมกับหูฟังตัวนี้ก็ต้องรองรับบลูทูธโปรไฟล์ A2DP, HFP, HSP และ AVRCP ด้วย

ที่หูข้างซ้าย (L) จะมีแค่ไมโครโฟนที่ฝังไว้สำหรับใช้ในการคุยโทรศัพท์กับสายที่รับเข้ามาเท่านั้น ไม่มีฟังท์ชั่นอะไรมากไปกว่านั้น

ตัวไดเวอร์ที่ใช้ใน AVENTHO wireless เป็นแบบไดนามิกไดเวอร์ ใน spec sheet ไม่ได้แจ้งขนาดไดเวอร์ไว้ แต่คะเนจากขนาดของบอดี้ไม่น่าเกิน 30 มิลลิเมตร วอยซ์คอยถูกขับด้วยพลัง Tesla Technology ทำงานในบอดี้แบบตู้ปิด ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 10Hz ขึ้นไปจนถึง 40,000Hz เป็นระดับแบนด์วิธที่กว้างพอสำหรับรองรับมาตรฐาน Hi Res ได้อย่างสบายๆ นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทีมออกแบบหูฟังตัวนี้จัดภาค decoder ของ Bluetooth มาให้แบบไม่ยั้ง นั่นคืออัดด้วยชิปบลูทูธของ Qualcomm ที่รองรับไปถึงระดับ aptX HD (24/48) ซึ่งต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่ส่งออกสัญญาณเสียงทาง Bluetooth ได้ถึงระดับ aptX HD (น่าเสียดายที่ iOS ยังไม่รองรับ aptX HD) นอกจากนั้น ยังรองรับดีโค๊ดเดอร์ AAC จากอุปกรณ์ iOS และดีโค๊ดเดอร์ SBC มาตรฐานสากลของบลูทูธเองด้วย

ตัว earpad ทำด้วยหนังที่มีความนุ่มมาก สามารถแกะเปลี่ยนได้เมื่อใช้ไปนานๆ แล้วมันเกิดการยุบตัว ไม่แนบกับหู รวมถึงตัว head-band ที่คาดศีรษะซึ่งตัวโครงเป็นแผ่นโลหะโค้งก็หุ้มด้วยหนังแบบเดียวกัน ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลขณะสวม ไม่เจ็บศีรษะ

กลไกส่วนแขนที่ใช้ยึดบอดี้ของตัวหูฟังเข้ากับเฮดแบนด์ทำด้วยโลหะที่ดูแข็งแรง และมีความคลาสสิกอยู่ในตัว แผ่นโลหะที่ใช้ยืดหดให้เข้ากับขนาดศีรษะของคนสวมมีร่องที่เจาะไว้ให้ใช้เป็น indicator ด้วย ต้องขอชมในแง่ที่เลือกวัสดุมาใช้ในแต่ละจุดทำให้ดีไซน์โดยรวมออกมาดูเท่ห์มาก รวมถึงโทนสีของโลหะที่ผสมกับหนังสีน้ำตาลโดยมีบางส่วนของบอดี้ที่เป็นสีดำคอยแทรกปน ทำให้เกิดฮาร์มอนี่ของสีที่มีบรรยากาศวินเทจย้อนยุคนิดๆ นับเป็นเฟอร์นิเจอร์ชั้นดีที่คุณสามารถพกติดตัวไปไหนๆ ได้ จากรูปทรงและสีสัน ผมว่าหูฟังตัวนี้มันออกแนว unisex คือหญิงสวมก็ดูได้ชายสวมก็ดูดี ส่วนเรื่องวัยนั้น บางคนอาจจะมองว่าเหมาะกับเด็กวัยรุ่น แต่ผมว่าไม่น่าจะเกี่ยงนะครับ.. มันอยู่ที่ใจมากกว่า 555

แม้แต่กล่องบรรจุภัณฑ์ยังได้รับการออกแบบให้ดูสดใสมากขึ้น ภายในกล่องนอกจากจะมีอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นอย่างเช่นสายชาร์จ USB-A > USB-C กับสายสัญญาณที่ติดขั้วต่อ mini 3.5mm > mini 3.5mm อย่างละหนึ่งเส้นแล้ว ผู้ผลิตเขายังได้แถมถุงผ้าสีเทามาให้ด้วยหนึ่งใบ ไว้ใส่ตัวหูฟังสำหรับพกพาไปนอกสถานที่ เพื่อป้องกันขีดข่วน

แบตเตอรี่ในตัว AVENTO wireless ให้มาใหญ่สะใจ เมื่อชาร์จไฟเต็มจะใช้ฟังเพลงได้นานกว่า 30 ชั่วโมง เมื่อแบตฯ หมด ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงในการชาร์จจนเต็มอีกครั้ง ซึ่งถือว่าเร็วมากแล้วสำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้มากกว่า 30 ชั่วโมงแบบนี้ สายชาร์จที่ให้มาเป็นสาย USB-A > USB-C

ในคู่มือมีแนะนำลักษณะการปรับระดับบอดี้ของตัวหูฟังเอาไว้ด้วย ว่าควรจะปรับตั้งให้อยู่ระดับไหนบนหูของเราจึงจะได้เสียงที่ดีที่สุด แนะนำให้ทำตามภาพด้านบนนี้ เพราะผมลองมาแล้ว มันเห็นผลกับคุณภาพเสียงที่ได้ เพียงแต่ว่า ฟังนานๆ ต้องพักแล้วถอดออกบ้าง เพราะแม้ว่าตัวบอดี้จะไม่ถึงกับหนักมาก แต่เพราะเป็นแบบ On-ear แปะอยู่บนใบหูโดยตรง ใส่นานๆ จึงมีอาการล้าใบหูได้เหมือนกัน

ลองใช้งานด้วย
Bluetooth

ระยะหวังผลของการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ระหว่างตัวหูฟัง AVENTHO wireless กับตัวเพลเยอร์ซึ่งเป็นตัวส่งสัญญาณครอบคลุมออกไปได้ไกล 10 เมตรโดยรอบตัวส่งสัญญาณ หลังจากผมทดลองขนเอา DAP ที่ผมมีอยู่ในขณะนี้จำนวน 3 ตัวคือ Sony : ZX100 กับรุ่น ZX300, Astell&Kern : AK Jr. มาลองจับคู่ pair กับหูฟังตัวนี้แล้ว ปรากฏว่ามันก็เชื่อมต่อกับเครื่องเล่นไฟล์เพลงเหล่านั้นได้ทุกตัวโดยไม่มีปัญหาใดเลย การเชื่อมต่อก็เป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็วและมีความเสถียร

Astell&Kern รุ่น AK Jr. เป็น DAP ตัวเล็กที่สุดที่ผมมีอยู่ตอนนี้ มันเชื่อมต่อกับ AVENTHO wireless ด้วยดีโค๊ดเดอร์ aptX ผมลองเล่นไฟล์ 16/44.1 ที่ริปมาจากแผ่นซีดี เสียงออกมาดีพอสมควร กำลังขับในตัว AK Jr. มากพอขับดันหูฟังตัวนี้ออกมาได้เต็มที่ ไม่ปรากฏอาการว่าขับไม่ออกเลยแต่ก็ต้องเร่งวอลลุ่มขึ้นไปเยอะพอสมควรเหมือนกัน

ตัว Sony : ZX100 ตัวนี้ผมใช้งานมานานมากแล้ว แต่ก็ยังคงใช้งานได้ดีอยู่ สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth กับ AVENTHO wireless ได้อย่างสบาย เชื่อมต่อง่ายและมีความเสถียร หลังจากหูฟังกับ ZX100 เชื่อมต่อกันเแล้ว ตัว ZX100 เลือกดีโค๊ดเดอร์ aptX มาใช้กับหูฟังตัวนี้ ให้เสียงที่ดีน่าพอใจ สามารถสั่งงานด้วยระบบ gesture control ได้รื่นไหลดี

ตัว ZX300 ของ Sony ตัวนี้เป็นรุ่นสูงกว่า ZX100 ขึ้นมาอีกขั้น หลังเชื่อมต่อกับ AVENTHO wireless แล้ว มันเลือกดีโค๊ดเดอร์ aptX HD ขึ้นมาใช้กับ AVENTHO wireless เพราะบลูทูธของตัว ZX300 รองรับดีโค๊ดเดอร์ aptX HD อยู่แล้ว เสียงที่ได้ออกมาก็ขยับคุณภาพขึ้นไปอีกขั้นเมื่อเล่นไฟล์ DSD64 และไฟล์ไฮเรซฯ PCM 24/96 บน ZX300 เสียงโดยรวมมีคุณสมบัติออกไปทาง Hi Res ที่รับรู้ได้ถึงความแตกต่างไปจาก aptX ธรรมดาอย่างชัดเจน ยิ่งเทียบกับ SBC ยิ่งเห็นความต่างกันมาก สังเกตได้จากเนื้อเสียงที่ aptX HD ให้ออกมาเต็มและอิ่มเอิบมาก เกรนหยาบน้อยมาก คอนทราสน์ไดนามิกมีความต่อเนื่องราบรื่น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเสียงมีความเด่นชัดมากขึ้น แยกแยะได้ดีขึ้น รูปวงมีขอบเขตชัดเจน แผ่ขยายออกไปได้เต็มที่มากกว่า เสียงแน่นและมีพลัง น้ำหนักเสียงก็มากขึ้นด้วย

ตอนท้ายๆ ของการทดลองฟังเสียง ผมมีโอกาสได้ลองจับคู่บลูทูธระหว่าง AVENTHO wireless กับเครื่องเล่นไฟล์เพลงตัวใหม่สุดของ Sony ด้วยนั่นคือรุ่น DMP-Z1 ทีแรกเมื่อพิจารณาจากราคาของตัวหูฟังกับเพลเยอร์แล้ว มันดูเหมือนการชกข้ามรุ่น หรือจะพูดว่า ขี่ช้างจับตั๊กกะแตนรึเปล่า.? แต่พอได้ลองแล้ว เสียงที่ออกมามันดีมาก.. แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งของเสียงที่ได้ออกมาเป็นเพราะสมรรถนะทางด้านกำลังขับของ DMP-Z1 กับการเชื่อมต่อกับ AVENTHO wireless ด้วยดีโค๊ดเดอร์ aptX HD ซึ่งทำให้ภาคดีโค๊ดเดอร์ในตัว AVENTHO wireless ทำงานที่ระดับคุณภาพสูงสุดในโหมด aptX HD เมื่อผมเล่นไฟล์ DSD64 บน DMP-Z1 ซึ่งได้เสียงออกมาดีมากๆ ในทุกจุด ถึงแม้ว่ามรรคผลส่วนใหญ่ที่ได้ออกมาต้องยกเครดิตให้กับ DMP-Z1 แต่ก็ต้องยอมรับว่า พื้นฐานของ AVENTHO wireless ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน เพราะถ้าปลายทางไม่ดีจริง จากประสบการณ์ที่ผมเคยเจอมา ต่อให้ต้นทางส่งสัญญาณขั้นเทพมาให้ ผลลัพธ์สุดท้ายก็อาจจะออกมาเน่าได้เหมือนกัน

จริงๆ แล้ว AVENTHO wireless มี NFC ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออยู่ด้วย แต่ผมชอบที่จะเชื่อมต่อด้วยวิธีดั้งเดิมมากกว่า และหูฟังตัวนี้ยังรองรับการทำงานร่วมกับแอพที่ชื่อว่า MIY ซึ่งจะช่วยปรับตั้งเสียงของ AVENTHO wireless ให้เหมาะสมกับความสามารถในการได้ยินของประสาทหูของแต่ละคนได้ และยังช่วยควบคุมความดังของเสียงไม่ให้ดังมากจนทำร้ายความสามารถในการได้ยินของผู้ใช้ด้วย

ผมไม่ได้ใช้แอพ MIY เพราะชอบให้เสียงของหูฟังมันออกมาเต็มที่มากกว่าที่จะไปปรับเปลี่ยนบุคลิกของมัน ซึ่งการใช้งานโดยไม่ยุ่งกับแอพ MIY ผมก็ไม่พบปัญหาใดๆ ตลอดการใช้งาน

สรุป

ทีมวิศวกรของ beyerdynamic ตั้งใจพัฒนา AVENTHO wireless ขึ้นมาเพื่อให้มันเป็นหูฟังไร้สายที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด ซึ่งจากที่ผมทดลองใช้งานมานานเดือนเศษ ผมก็พบว่า มันเป็นหูฟังไร้สายที่ดีมากตัวหนึ่งเท่าที่เคยสัมผัมมาในกลุ่มของหูฟัง On-ear ทั้งในแง่ของการเชื่อมต่อ Bluetooth ที่มีความเสถียรสูง รวมถึงคุณสมบัติเด่นมากของมัน นั่นคือ คุณภาพเสียงที่ปรับจูนมาได้ดีมาก ดีที่สุดในจำนวนหูฟังไร้สายแบบ On-ear ทั้งหมดที่ผมเคยฟังมา

ผมประทับใจเสียงของหูฟังตัวนี้มาก มันให้คุณภาพเสียงที่ดีน่าพอใจแม้ตอนใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน iPhone 7 ที่ผมใช้อยู่ และเมื่อเชื่อมต่อกับ DMP (Digital Music Player) รุ่นใหญ่ๆ อย่าง ZX300 ของ Sony มันก็ให้เสียงที่มีคุณภาพก้าวขยับสูงขึ้นไปถึงระดับ Hi Res ได้อย่างน่าประทับใจ และเมื่อได้จับคู่กับเครื่องเล่นไฟล์เพลงขั้นเทพที่มีสมรรถนะสูงขึ้นไปอีกระดับอย่าง DMP-Z1 รุ่นใหม่ล่าสุดของ Sony เจ้าหูฟังไร้สายของ beyerdynamic ตัวนี้ก็ขยับขั้นขึ้นไปได้อย่างที่น่าทึ่ง ให้เสียงออกมาเกินระดับราคาของมันไปไกลทีเดียว

หลังจากทดลองใช้งานมานาน ผมพบว่าหูฟัง AVENTHO wireless ตัวนี้มีคุณสมบัติที่น่าประทับใจมาก คือมันรับใช้คุณให้ได้ความพึงพอใจในแทบจะทุกรูปแบบ ทุกสถานะการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบลำลอง เช่นเอามาใช้ฟังคลิปจาก YouTube ที่สตรีมมาจากสมาร์ทโฟน หรือแม้แต่จะเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ก็สามารถใช้ได้อย่างรื่นไหลไม่มีปัญหาใดๆ กรณีที่ใช้ฟังเพลงแบบเน้นคุณภาพ มันก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยกับลักษณะเสียงที่มีโทนัลบาลานซ์ที่ดี ไม่ขาดทุ้ม เนื้อเสียงไม่แห้ง มวลไม่บางเหมือนหูฟังบลูทูธส่วนใหญ่ที่ผมเคยเจอมา

ผมยอมรับว่าแฮ้ปปี้มากตลอดเวลาเดือนเศษ กับประสบการณ์ในการทดลองใช้งานหูฟังตัวนี้.! /

****************************
ราคา : 17,990 บาท / ตัว
****************************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย :
บริษัท แบรนด์ ไอเดนติตี้ แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด
โทร. 084-680-0941,
089-767-2224

****************************
ดูข้อมูลเพิ่มเติม/สั่งซื้อได้ที่ | Link

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า