roon อัพเดตเฟิร์มแวร์ roon remote เป็นเวอร์ชั่น 1.4 แล้ว

จริงๆ แล้ว roon ไม่ได้เป็นแค่แอพฯ เล่นไฟล์เพลง แต่เป็น music server system ที่ประกอบด้วยซอฟท์แวร์หลายตัวทำหน้าที่หลายอย่างร่วมกันเพื่อทำให้การเล่นไฟล์เพลงผ่านระบบเน็ทเวิร์คมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งทางด้าน function และ sound quality

roon เป็นซอฟท์แวร์ที่พัฒนาโดย Roon Labs ออกมาครั้งแรกตอนต้นปี 2015 และพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ณ จุดเริ่มต้น roon ทำหน้าที่เป็น music playback ที่ใช้เล่นไฟล์เพลงบนคอมพิวเตอร์ Mac และ Windows หลังจากนั้น ทาง Roon Labs ได้ปล่อยตัว remote app ที่ชื่อว่า roon remote ตามออกมาเมื่อเดือนกันยายน 2015 ปีเดียวกัน มีผลให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการเล่นไฟล์เพลงบนสมาร์ทโฟนและแท๊ปเล็ตได้ เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วงแรก Roon Remote มีแค่เวอร์ชั่น iOS ออกมาก่อน แต่หลังจากนั้นไม่นาน เวอร์ชั่น Android จึงถูกปล่อยตามออกมา

ในช่วงแรก Roon Remote v 1.0 เป็นได้แค่รีโมตไร้สายตามชื่อของมัน ทำหน้าที่ควบคุมการเล่นไฟล์เพลง ต่อมาจึงค่อยเพิ่มความสามารถในการจัดการกับไลบรารี่และเลือก output ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านการอัพเดตเฟิร์มแวร์ที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงเดือนธันวาคม ปี 2017 ทาง Roon Labs ก็ได้ประกาศปล่อยเฟิร์มแวร์อัพเดตเวอร์ชั่น 1.4 ออกมา ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง roon core (Server) เวอร์ชั่น v 1.4 สามารถส่งสัญญาณเสียงไปที่ roon endpoint (DAC) ที่อัพเกรดเป็นเฟิร์มแวร์ v 1.4 ผ่านการเชื่อมต่อด้วยระบบไร้สาย Wi-Fi ได้

ส่วนเฟิร์มแวร์ v 1.4 ที่ใช้กับ Roon Remote บน iOS เพิ่งจะถูกปล่อยออกมาล่าสุดวันที่ 23 มกราคม 2018 นี้เอง โดยมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปหลายรายการ ทางด้านฟังท์ชั่นใช้งานมีปรับปรุง 5 รายการคือ Radio ปรับเป็นเวอร์ชั่น 2.0, ดีไซน์ Queue ใหม่, ปรับปรุงและดีไซน์การเลือกโซนใหม่รวมถึงการปรับวอลลุ่มภายในโซนด้วย, ปรับปรุงการตั้งระดับ safety วอลลุ่ม, ปรับปรุง Volume Confort Limits แต่ที่ว้าวที่สุดสำหรับการอัพเดตเฟิร์มแวร์ตัว Roon Remote เป็น v 1.4 ในครั้งนี้ก็คือการเพิ่มเติมความสามารถในการเพลย์แบ็คบนอุปกรณ์ iOS นั่นเอง

รายละเอียดที่ปรากฏบน iOS

ทดลองฟังท์ชั่น playback จากตัว app บน iOS เริ่มด้วยเปิดโปรแกรม roon บนคอมพิวเตอร์ Mac Mini ของผม

เปิดแอพฯ บน iPhone 7 จะเห็นว่าแอพบน iPhone 7 มองเห็นไลบรารี่เดียวกันกับบนแมคมินิแล้ว..

สังเกตที่มุมล่างสุดขวามือบนแอพ มันระบุ endpoint หรือปลายทางที่เป็นเอ๊าต์พุตของตัวโปรแกรมไว้ที่ EXPERT Pro 220 ซึ่งผมเชื่อมต่ออยู่ในระบบขณะนั้น

ถ้าต้องการเปลี่ยนปลายทาง ให้มาดังที่ iPhone 7 ตัวนี้ ให้เริ่มด้วยการจิ้มกดไปที่รูปลำโพงตรงมุมขวามือล่างนั่นแหละ ถือเป็นการเปิดฟังท์ชั่น Zone ขึ้นมาเพื่อปรับเปลี่ยนเอ๊าต์พุตของโปรแกรมไปออกตรงโซนที่ต้องการ หลังจิ้มกดลงไปแล้ว จะพบว่ามีแถบสองแถบเกิดขึ้นด้านบน โดยมีแถบสีฟ้าๆ ชื่อว่า Switch Zone โผล่ขึ้นมาด้วย ขั้นตอนต่อไป ให้จิ้มกดที่แถบ Switch Zone

จะปรากฏโซนขึ้นมาให้เลือก ซึ่งในขณะนั้น ผมเชื่อมต่ออินติเกรตแอมป์ Devialet EXPERT Pro 220 อยู่ในระบบ แต่เราต้องการให้เสียงเพลงมาดังที่ iPhone 7 ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มกดไปที่ iPhone (ในภาพคือ iPhone ของ Thanee)

เป็นรูปแบบของแอพ เมื่อคุณจิ้มกดเพื่อเลือกฟังเสียงที่โซนไหน โซนที่แอคทีฟจะมีแถบสีฟ้า ..

เมื่อกลับมาที่หน้า Library จะเห็นว่า เอ๊าต์พุตของโปรแกรมที่มุมด้านขวาล่างสุด ได้เปลี่ยนเป็น “iPhone ของ Thanee” เรียบร้อยแล้ว

กดจิ้มเลือกอัลบั้มที่ต้องการฟัง ..

เมื่อทุกอย่างพร้อม กดจิ้มที่ play now เพลงที่คุณต้องการฟังก็จะมาดังบนสมาร์ทโฟนของคุณทันที .. ถ้าเสียบหูฟังไว้ที่สมาร์ทโฟน เสียงเพลงก็จะไปออกที่หูฟัง (สังเกตที่มุมล่างสุดทางขวา เอ๊าต์พุตของโปรแกรมยังคงอยู่ที่ “iPhone ของ Thanee”)

นี่คือหน้าจอตอนเพลย์แบ็คของแอพฯ roon remote ซึ่งมีรายละเอียดขึ้นมาแสดงเหมืนอกับตอนที่ควบคุมผ่านหน้าโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ทุกประการ ต่างกันที่การจัดหน้าเท่านั้น


หมายความว่า ต่อจากนี้ไป ตัวแอพ Roon Remote ที่เคยใช้ได้แค่ควบคุมสั่งงานการเล่นไฟล์เพลงบนคอมพิวเตอร์จะกลายเป็น app player ที่สามารถดึงไฟล์เพลงจาก roon server เข้ามาเล่นบนตัวอุปกรณ์ iOS ได้ด้วย! /

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า