สรุปผลิตภัณฑ์ออกใหม่ 10 ชิ้นที่น่าสนใจจากงาน IFA 2019

ก่อนที่จะทำความรู้จักกับสุดยอดสินค้าใหม่จากงาน IFA มาทำความรู้จักงาน IFA กันสักนิด IFA หรือชื่อเต็มว่า Internationale Funkausstellung Berlin (International radio exhibition Berlin หรือ Berlin Radio Show‘) ซึ่งแน่นอนจัดขึ้น ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นหนึ่งในงานนิทรรศการทางด้านอุตสาหกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 1924 (..2467) โดยในช่วงแรก (1924 – 1939) การจัดงานไม่ได้จัดกันเป็นประจำทุกปี จนในปี 1950 การจัดงานจึงถูกกำหนดให้จัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน ของทุกปี โดยในปีนี้งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 11 กันยายน ที่ผ่านมา

รูปแบบการจัดงาน IFA ไม่ได้เป็นงานโชว์สินค้าใหม่เท่านั้น ยังเปิดโอกาสให้ผู้แสดงสินค้านำเสนอผลิตภัณฑ์และการพัฒนาล่าสุด ทั้งในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ภายในบ้าน มาเปิดตัวสู่สาธารณชน ที่ผ่านมามีการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นครั้งแรกของโลกภายในงานนี้มาแล้วมากมาย

กลับมาที่ไฮไลท์เด่นของงานในปีนี้ เป็นที่น่าแปลกใจที่ในปีนี้สินค้าในกลุ่มทีวีไม่ได้เป็นดาวเด่น เช่นเดียวกับงาน CES เหมือนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สินค้าเด่นภายในงานกลับเป็นกลุ่มเครื่องเสียงทั้งจาก Sonos, Sony, Sennheiser, Audio Technica และ Dali แยกออกเป็นสินค้าในกลุ่ม ลำโพงไร้สาย, หูฟัง และสินค้าไฮไฟ ต่างมาร่วมเปิดตัวในครั้งนี้ แม้จะมีการเปิดตัว OLED ทีวีขนาดยักษ์รุ่นเรือธงจากทาง Philips ถึง 2 รุ่น แต่ก็ยังอุตส่าห์ชูจุดเด่นทางด้านเสียงซะอีก

และต่อไปนี้คือ สรุป 10 สินค้าเด่นรุ่นใหม่จากงาน IFA2019

Sonos : Move (ลำโพงพกพา)

Sonos กำลังจะเปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รายการภายในเดือนนี้ โดยมีลำโพงแบบพกพา Move เป็นดาวเด่นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ถือเป็นลำโพงแบบพกพาตัวแรกของ Sonos ที่ออกแบบมาให้พกพาไปใช้งานภายนอกบ้านได้สมบูรณ์แบบ ตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่ภายในตัว, สามารถเชื่อมต่อบลูทูธได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับเป็นเพื่อนคู่ตัวพกไปพักผ่อนนอกสถานที่

นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายของทาง Sonos เชื่อมต่อใช้งานภายในบ้านแบบมัลติรูมโดยผ่าน Wi-Fi พร้อมมิวสิคเซอร์วิส และการควบคุมด้วยเสียงทั้งจาก Google Assistant และ Amazon Alexa ส่วนขนาดตัวเครื่องของ Sonos : Move มีขนาดที่ใหญ่กว่า Sonos : One อยู่มาก เนื่องจากบรรจุแบตเตอรี่ไว้ภายใน ราคาก็สูงกว่าด้วย จำหน่ายอยู่ที่ราคา 399 ปอนด์

Dali : iO-6 (หูฟังไร้สาย)

Dali ปล่อยหูฟังออกมาให้ได้เห็นกันเป็นครั้งแรกถึง 2 รุ่น จากรุ่น iO-4 (299 ปอนด์) และ iO-6 (399 ปอนด์) สำหรับหูฟังทั้ง 2 รุ่นเป็นแบบไร้สาย มาพร้อมบลูทูธ aptX HD, ไดรเวอร์หูฟังแบบพิเศษขนาด 50 มม., ใช้สาย USB-C ในการชาร์จ โดยทั้ง 2 รุ่นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

จุดเด่นที่ชัดเจนของหูฟังอยู่ที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 60 ชั่วโมง แต่จะลดลงไปครึ่งหนึ่งเมื่อเปิดใช้งานเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนจากภายนอก จะว่าไปแล้วหากมองหูฟังรุ่นเรือธงอย่าง iO-6s ในตลาดกลุ่มเดียวกันมีคู่แข่งทั้งจาก Sony, Bose, B&W และ Sennheiser ให้ได้พิสูจน์คุณภาพกันอยู่ไม่น้อย

Sony : NW-A100TPS (Walkman)

ของใหม่? แต่ทำไมดูเหมือนเมื่อ 40 ปีก่อน!นั่นแหล่ะคือจุดขาย! Sony เปิดตัว Walkman หน้าตาย้อนยุคเพื่อเป็นการฉลองการออกผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Walkman มาครบ 40 ปี ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์หน้าตาเคสใส่เครื่องให้เหมือนเครื่องเล่นเทปแบบพกพา Walkman รุ่น TPS-L2 แบบดั้งเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิม คือ ไม่สามามารถเล่นเทปได้

อันที่จริงแล้วเมื่อเปิดฝาเคสด้านหน้าของ NW-A100TPS (ชื่อจำยาก) ก็จะพบกับเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลที่ชวนให้นึกถึงเครื่องเล่นรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ NW-A100TPS เครื่องเล่นรุ่นพิเศษตัวนี้ทำงานบนระบบปฏิบัติการณ์ Android หน่วยความจำ 16GB หน้าจอขนาด 3.6 นิ้ว แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 26 ชั่วโมง จะวางจำหน่ายในเดือนธันวาคมด้วยราคา 400 ปอนด์

กิมมิคสุดคูลจาก Sony ในครั้งนี้แม้ว่าจะดูดึงดูดผู้ที่ชอบหน้าตาคลาสสิก แต่หากมองถึงความสามารถและประสิทธิภาพมีรุ่นอื่นที่น่าสนใจมากกว่า อย่างเครื่องเล่นสตรีมมิ่ง Walkman รุ่น NW-ZX507 ราคา 750 ปอนด์ ได้มาเปิดตัวในงานนี้ด้วย

Sony : SA-Z1 (ชุดลำโพงตั้งโต๊ะ)

IFA จะไม่ใช่ IFA อีกต่อไปหากไม่มีการเปิดตัวสินค้าจากทาง Sony สินค้าที่น่าจับตามองในครั้งนี้มีทั้งเครื่องเล่นเพลง Walkman โทรศัพท์รวมไปถึงกล้อง แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ Sony รุ่น SA-Z1

SA-Z1 เป็นชุดลำโพงตั้งโต๊ะที่กำลังจะถูกปล่อยออกสู่ตลาดในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2020 ด้วยราคา 6500 ปอนด์ ลำโพง SA-Z1 ทำงานด้วยเทคโนโลยี near-field มีหน้าที่สร้างเวทีเสียงให้ยิ่งใหญ่และล้อมรอบจุดนั่งฟังแม้ในพื้นที่แคบๆ ซึ่งมีเสียงรบกวน

ไดรเวอร์ถูกจัดวางในรูปแบบโคแอกเซียล เพื่อควบคุมจัดการให้คลื่นเสียงทุกย่านความถี่ถูกผลักดันออกมาจากไดรเวอร์ด้วยเวลาเดียวกัน การควบคุมดังกล่าวใช้อัลกอริทึมเฉพาะของทาง Sony ทำงานบนโปรเซสเซอร์แบบ FPGA ร่วมกันทำงานผสานเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างยอดเยี่ยม ภาคขยายเสียงใช้วงจรแบบ DA Hybrid เช่นเดียวกับที่มีใช้หูฟัง Signature Series จาก Sony รุ่น A-ZH1ES ตัววงจรภาคขยายเสียงถูกออกแบบการทำงานมุ่งเน้นความสามารถเรื่องการลดความผิดเพี้ยนของสัญญาณ ทำงานผสานไปกับภาคขยายกำลังที่ใช้อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ อย่าง GaN (Gallium Nitride) ในการทำงาน

Philips : OLED+984 4K TV

ด้วยทีวีหลากหลายแบรนด์ที่ได้มาเปิดตัวสินค้าใหม่ในงาน IFA ปีนี้ แต่มีเพียง Philips ที่สามารถขโมยซีนไปได้ด้วย OLED ทีวีรุ่นเรือธง ถึง 2 รุ่นใหม่

ทีวีทั้ง 2 รุ่นใช้เทคโนโลยีทางด้านภาพที่เหมือนกันอย่าง Ambilight และโปรเซสเซอร์ทางด้านภาพ Gen P5 ส่วนระบบเสียงใช้ของ Bowers & Wilkins ซึ่งมีข้อแตกต่าง โดยรุ่น +934 ระบบเสียงเป็นแบบ Atmos ติดตั้งลำโพงยิ่งสะท้อนเพดานมาให้ ส่วนรุ่น +984 ติดตั้งระบบลำโพงสำหรับร้องเพลงและเต้นรำมาให้เลือกซื้อกันตามความชื่นชอบ

ด้วยความสามารถที่ติดมาให้ดูจะได้รับความสนใจจากผู้ใช้งาน แต่ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 2,200 ปอนด์ แม้คุณภาพเสียงจะอยู่ในระดับออดิโอไฟล์ก็ไม่อาจเพิ่มยอดขายได้ดีนัก อาจจะต้องพึ่งผลจากการทดสอบเอามาเครื่องช่วยตัดสินใจ

Sennheiser : Momentum (หูฟังไร้สาย)

นี่ถือเป็นครั้งที่ 3 สำหรับการเปิดตัวหูฟังระบบตัดเสียงรบกวนจาก Sennheiser ซึ่งต้องยอมรับว่าได้มีการพัฒนาความสามารถจนสามารถลงศึกแข่งขันในตลาดได้อย่างทัดเทียม ด้วยรางวัลจาก What Hi-Fi? UK เป็นเครื่องเบิกทาง

ระบบกำจัดเสียงรบกวนแบบพิเศษสามารถเพิ่มคุณภาพเสียง Sennheiser ได้อย่างยอดเยี่ยมหูฟังไร้สายรุ่น Momentum (349 ปอนด์ / 399.95 เหรียญยูเอส) เกิดจากความพยายามในการพัฒนาของทีมวิศวกรจาก Sennheiser มาเป็นอย่างดี สามารถตัดเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติเสียงกระหึ่มลงลึกมาพร้อมความสามารถอันชาญฉลาด

Audio Technica : AT-LP5x (เครื่องเล่นแผ่นเสียง)

AT-LP5x เครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบ direct-drive ที่มาพร้อมกับช่องเชื่อมต่อ USB สืบทอดความสำเร็จมาจากรุ่น AT-LP5 ที่ได้รับรางวัลจาก What Hi-Fi? UK เมื่อปี 2016 ในครั้งนี้ AT-LP5x ถูกออกแบบผสมผสานระหว่างความบันเทิง ประสิทธิภาพในการใช้งาน และความสะดวกสบายในการเล่น – เชื่อแน่ว่าเมื่อสินค้ามาถึงคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ผู้ใช้งานจะได้สัมผัสถึงความลงตัวระหว่างการพัฒนาความสามารถของตัวสินค้าไปพร้อมกับความสวยงามจากรุ่นก่อนหน้า ซึ่งมั่นใจได้ว่าสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นนั้นมีชื่อเสียงทางด้านการพัฒนาต่อยอดอยู่แล้ว สำหรับ AT-LP5x ได้ถูกปรับเปลี่ยนในส่วนของภาคจ่ายพลังงานแบบใหม่ พร้อมความสามารถในการรองรับการเล่นที่สปีด 78 รอบต่อนาที รวมไปถึงเปลี่ยนหัวเข็มจากรุ่น AT95E มาใช้ AT-VM95E แทน

Samsung : QE55Q950R (ทีวี8K)

ปีก่อนมีข่าวออกมาว่าทาง Samsung จะเปิดตัวทีวี 8K QLED จอยักษ์ แต่จนถึงขณะนี้ซึ่งอยู่ในช่วงปลายปี 2019 แบรนด์เกาหลีเจ้าดังกลับปล่อย 8K QLED รุ่นเล็กลงสู่ตลาดแทน แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีรุ่นจอใหญ่ ระดับ 65 นิ้ว, 75 นิ้ว และ 82 นิ้วให้เลือกซื้อ ส่วนข่าวที่ว่าทีวีขนาด 55 นิ้ว จะเป็นรุ่นเล็กสุดดูคงจะจริง

ทีวีรุ่นเล็กสุดที่จำหน่ายมีราคาเพียง 2,999 ปอนด์ ถือเป็นราคาที่ไม่แพงสำหรับสินค้าในตระกูล Q950R (ตระกูล Q900R ในสหรัฐอเมริกา) ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีปรับขนาดของภาพด้วย AI พร้อมหน่วยประมวลผล 8K Quantum เช่นเดียวกับที่มีใช้ในสินค้ารุ่นอื่นๆ พร้อมรองรับ HDR10 และ HDR10 +

Braun Audio : LE (ลำโพง)

ตามที่มีข่าวออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม ถึงแบรนด์ Braun Audio กำลังจะนำลำโพง LE อันโด่งดังกลับมาจำหน่ายอีกครั้งหลังจากหายไปกว่า 28 ปี รายละเอียดทั้งหมดที่กล่าวมาถูกนำมาเปิดเผยภายในงาน IFA ครั้งนี้ด้วย

ลำโพงที่นำกลับมาทำตลาดใหม่มีทั้งหมด 3 รุ่น LE01 ราคา 1,099 ปอนด์ / 1,199 เหรียญ, รุ่น LE02 ราคา 749 ปอนด์ / 799 เหรียญ และ รุ่น LE03 ราคา 349 ปอนด์ / 379 เหรียญ โดยสินค้าทั้ง 3 รุ่นจะวางจำหน่ายในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ลำโพงทั้ง 3 รุ่นถูกออกแบบการทำงานด้วยเทคนิคอันยอดเยี่ยมทั้งการประมวลผลการทำงานด้วย DSP (Digital Signal Processing), การทำงานในแบบ Balanced Mode Radiators (BMRs) และการออกแบบวูฟเฟอร์อลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาทำงานร่วมกับ bass radiators แบบปรับแต่งเองได้ โดยลำโพงสามารถจัดวางใช้งานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน อีกทั้งสามารถทำงานเป็นลำโพงแบบไร้สายได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมคุณสมบัติเด่นๆ ทั้งทางด้านการใช้งานแบบ Multi-room, รองรับไฟล์ Hi-res, Chromecast, Apple Airplay 2, ควบคุมสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant และสามารถเชื่อมต่อบลูทูธได้

Anker : Nebula Soundbar – Fire TV Edition

ถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดจากผู้ค้าปลีกรายยักษ์ อเมซอน ด้วย Fire TV Cube รุ่นที่ 2, Fire TV Edition รุ่นใหม่ (รองรับการใช้งานกับ OLED) และ soundbar ที่รองรับ Fire TV Edition

Amazon ได้ร่วมมือกับคู่ค้าอย่าง Anker วางจำหน่าย Nebula Soundbar – Fire TV Edition ด้วยราคา 180 ปอนด์ / 230 เหรียญสหรัฐ โดยจะเริ่มจัดส่งสินค้าในเดือนหน้า Soundbar รุ่นดังกล่าวอยู่ในกลุ่มระดับราคาไม่แพง รองรับการส่งผ่านสัญญาณได้ทั้ง 4K HDR และ Dolby Vision โดดเด่นด้วยความสามารถในการใช้งานทางด้านอินเทอร์เฟซแบบสมาร์ททีวีในแบบฉบับของตัวเอง อีกทั้งยังรองรับ Alexa ใช้ควบคุมแอพและเปิด/ปิดระบบ ด้วยเสียงผ่านทางรีโมท รวมไปถึงสามารถใช้งานแบบ multi-room ผ่านแอพ Alexa บนมือถือ /

**********************
* บทความต้นฉบับ
http://bit.ly/2oFhaJm

mm

About ธวัชชัย อุไรรัตน์

อ้วน - คลุกคลีอยู่ในวงการสื่อเครื่องเสียง, โฮมเธียเตอร์ และเทคโนโลยีออดิโอ+วิช่วลมานานหลายปี แม้ว่าในปัจจุบันจะไมไ่ด้ทำงานสื่อแล้ว แต่โดยส่วนตัวก็ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของวงการอยู่ตลอดเพราะมีใจรักและชอบเป็นส่วนตัว

View all posts by ธวัชชัย อุไรรัตน์