รีวิวเครื่องเสียง Dynaudio รุ่น Confidence 20 ลำโพงสองทางวางขาตั้งจากประเทศเดนมาร์ก

ผมยังจำประสบการณ์ที่น่าประทับใจของผมที่เกิดขึ้นกับลำโพง Dynaudio รุ่น Confidence C4 เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วได้อย่างแม่นยำ มันเกิดขึ้นในงานเครื่องเสียงที่มิวนิค ประเทศเยอรมนี ซึ่งตอนนั้น Confidence C4 เพิ่งจะเปิดตัวออกสู่ตลาดได้ไม่นาน ตอนแรกผมยอมรับว่าไม่ได้จดชื่อของ Confidence C4 เอาไว้ในลิสต์ของลำโพงที่ ต้องไปฟังให้ได้ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมมักจะทำเสมอเมื่อเดินทางไปดูงานโชว์เครื่องเสียงที่เมืองนอก จริงๆ แล้วผมตั้งใจที่จะเข้าไปดูสายสัญญาณ Cystal Cable มากกว่า แต่เมื่อเดินผ่านประตูห้องเข้าไป ผมก็ถูกสะกดด้วยเสียงเพลงคลาสสิกที่ให้สนามเสียงที่โอ่อ่าอลังการมาก ในขณะที่ตัวลำโพงมีลักษณะผอมสูง และถูกเซ็ตอัพไว้ห่างจากกันมาก คะเนด้วยสายตาน่าจะเกินสองเมตรเป็นอย่างต่ำ แต่มันก็ยังสามารถสาดเสียงเครื่องดนตรีนับร้อยชิ้นให้กระจายออกไปในอากาศอย่างเป็นระเบียบ ควบคุมตำแหน่งเสียงได้อย่างตรึงแน่น เกิดเป็นสนามเสียงที่มีทั้งกว้าง, ลึก และสูง สรุปแล้ว วันนั้นผมใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นมากเป็นพิเศษ.!

Confidence 20
เทพตัวน้อย
!

ขณะนั่งมองลำโพงคู่นี้ ผมยอมรับว่าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าผมจะได้มีโอกาสฟังลำโพง Dynaudio ซีรี่ย์ Confidence ในบ้านผมเองแบบนี้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่รุ่นท็อปสุดก็ตามที แต่ยังไงแล้วมันก็คือ Confidenceที่ผมเคยหลงรักอยู่ดี

ในจำนวนทั้งหมด 5 ซีรี่ย์ที่มีอยู่ในขณะนี้ “Confidenceเป็นซีรี่ย์สูงสุดของ Dynaudio และในจำนวนรุ่นทั้งหมด 4 รุ่นที่มีอยู่ในซีรี่ย์นี้ Confidence 20 เป็นรุ่นเล็กสุด มันถูกกำหนดมาให้เป็นลำโพงสองทางวางบนขาตั้ง โดยมีขาตั้งที่จงใจออกแบบมาสำหรับ Confidence 20 มาให้ใช้ด้วยกัน ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูคล้ายลำโพงสองทางขนาดกลางทั่วไป มันได้แอบซ่อนเทคนิคในการออกแบบหลายๆ อย่างอยู่ในนั้น

A : ทวีตเตอร์ Esotar 3

ยอมรับว่าผมก็เคยรู้สึกสงสัยเหมือนกันว่าทำไม Dynaudio จึงใช้ทวีตเตอร์แบบซอฟท์โดมอย่างเดียว ทำไมพวกเขาไม่ปรับเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ทำทวีตเตอร์เป็นอย่างอื่นบ้าง.? ในขณะที่มีหลายแบรนด์ในตลาดหันไปใช้วัสดุประเภทอื่นๆ กันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโลหะ, เซรามิก ไปจนถึงเพชรก็ยังมี หรือจะเกี่ยวกับเรื่องของต้นทุุนการผลิต.? แต่พอได้นั่งฟังวิดีโอเรื่อง “The principle behind a dynaudio tweeterผมก็ถึงบางอ้อ..

ทวีตเตอร์ Esotar 3 ขนาด 28 .. ที่ใช้ในรุ่น Confidence 20 นี้ถูกพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพขึ้นมาจากรุ่น Esotar 2 ที่ใช้อยู่ในซีรี่ย์ Confidence เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ พื้นฐานหลักของทวีตเตอร์ตัวนี้ก็ยังคงเป็น softdome ที่ใช้ผ้าไหมเคลือบสารเป็นไดอะแฟรมเหมือนเดิม จุดเด่นของ Esotar 3 เวอร์ชั่นล่าสุดที่ได้รับการอัพเกรดมีอยู่ 2 จุดสำคัญ

จุดแรกคือ เพิ่มช่องอากาศ (chamber) ด้านหลังของโดมทวีตเตอร์ให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมีผลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแด้มปิ้ง ส่งผลให้สามารถควบคุมเรโซแนนซ์ได้ดีขึ้น เมื่อผนวกกับแม่เหล็กนีโอไดเมี่ยมที่ใช้ควบคุมการขยับตัวของตัวโดม (ไดอะแฟรม) ซึ่งมีพลังสูง และน้ำหนักที่เบาของซอฟท์โดม ปัจจัยทั้งหมดนี้ ช่วยกันทำให้ทวีตเตอร์ Esotar 3 ตัวนี้สามารถตอบสนองอัตราสวิงของไดนามิกได้กว้างขึ้น คือสามารถขยับตัวเพื่อสร้างความถี่เสียงแหลมที่มีเกนต่ำๆ อย่างพวกฮาร์มอนิกของปลายเสียง หรือแอมเบี้ยนต์ออกมาได้ และในเวลาเดียวกัน มันก็ยังคงรับมือกับสัญญาณเสียงแหลมที่มีเกนสูงๆ อย่างเช่นอิมแพ็คของเสียงฟาดฉาบได้อย่างมั่นคง

เมื่อการเพิ่มพื้นที่อากาศด้านหลังโดมให้มากขึ้น บวกกับการใช้แม่เหล็กที่มีพลังสูง ทำให้สามารถเร่งเอ๊าต์พุตจากโดมทวีตเตอร์ออกมาได้มากขึ้น เปิดได้ดังขึ้น รองรับไดนามิกทรานเชี้ยนต์ที่รุนแรงได้มากขึ้น นั่นทำให้วิศวกรของ Dynaudio ต้องเผชิญกับอีกปัญหา คืออาจจะทำให้โดมทวีตเตอร์เกิดอาการ breakup ขึ้นมาได้เมื่อถูกขับด้วยความดังสูงๆ หรือตอนเผชิญกับสัญญาณทรานเชี้ยนต์แรงๆ ซึ่งนักออกแบบบางคนอาจจะใช้วิธีเพิ่มการเคลือบบนผิวโดมให้หนาขึ้นเพื่อให้มีความแกร่งมากขึ้น แต่วิธีนั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุดเพราะมันจะนำไปสู่ปัญหาเรื่องน้ำหนักของตัวโดมที่มากขึ้น ทำให้มีความหนืดสูงขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการตอบสนองความถี่สูงที่เป็นสัญญาณระดับ Low Level แย่ลง

วิศวกรของ Dynaudio คิดค้นเทคนิควิธีที่สามารถแก้ปัญหาการ breakup ของโดมทวีตเตอร์ขณะเปิดดังๆ ลงได้อย่างเด็ดขาดโดยไม่ส่งผลต่อน้ำหนักของโดมซะด้วย นั่นคือคิดค้นอุปกรณ์ขึ้นมาชนิดหนึ่ง เรียกชื่อว่า “Hexisมีลักษณะเป็นตะแกรงพลาสติกที่มีรูพรุน ตีโค้งไปตามรูปทรงความโค้งของตัวโดมทวีตเตอร์ นำไปเสริมไว้ด้านใน รองอยู่ด้านล่างของโดมทวีตเตอร์ ไม่แตะกัน ซึ่งตะแกรง Hexis ที่ว่านี้จะช่วยในการถ่ายเทมวลอากาศด้านหลังของโดมขณะที่โดมขยับถอยหลัง ไม่ให้มวลอากาศด้านหลังโดมมีลักษณะ ต้านการเคลื่อนที่ของโดมโดยตรง เรียกว่าเป็นการจัดระเบียบการ flow ของมวลอากาศด้านหลังของโดมทวีตเตอร์ให้เกิดแรงต้านต่อโดมให้น้อยที่สุดนั่นเอง.. เป็นไอเดียที่สุดเจ๋งจริงๆ !!

B : มิดเร้นจ์วูฟเฟอร์ NeoTec MSP

ผมสังเกตว่า แนวโน้มของผู้ผลิตลำโพงระดับไฮเอ็นด์ที่ให้คุณภาพโดดเด่นในปัจจุบันแทบทุกแบรนด์จะมีโนฮาวในการออกแบบและผลิตไดเวอร์เป็นของตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Wilson Audio, Audiovector, Focal รวมถึง Dynaudio ด้วย

ไดเวอร์มิดวูฟเฟอร์ขนาด 18 .. (ประมาณ 7.2 นิ้ว) ที่ใช้ใน Confidence 20 คู่นี้ก็เป็นไดเวอร์ที่วิศวกรของไดนาวฯ พัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดในหลายๆ จุด อย่างเช่น แม่เหล็กนีโอไดเมี่ยมที่ใช้ในรุ่นนี้ก็ได้รับการปรับปรุงพลังให้สูงขึ้น สามารถควบคุมการผลักดันไดอะแฟรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้สามารถรองรับไดนามิกเร้นจ์ของสัญญาณได้กว้างขึ้น

โครงสร้างของไดเวอร์มิดวูฟเฟอร์ที่ใช้ในรุ่น Confidence 20

ไดอะแฟรมของไดเวอร์มิดวูฟเฟอร์ตัวนี้ทำมาจากวัสดุผสม MSP (Magnesium Silicate Polymer) ซึ่งเป็นวัสดุดั้งเดิมที่ไดนาวฯ ใช้ในการผลิตไดเวอร์มาตั้งแต่ปี 1977 ส่วนที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาใหม่ล่าสุดคือส่วนของ voice-coil ซึ่งพันขึ้นมาด้วยเส้นโลหะอะลูมิเนียมบน grass-fibre ที่มีความแกร่งสูง ทว่าน้ำหนักเบา ในขณะเดียวกัน ตัวโครงสร้างก็ได้ถูกออกแบบให้มีลักษณะที่เปิดโล่ง ช่วยในการถ่ายเทมวลอากาศ (airflow) ได้ดีขึ้น ช่วยลดแรงต้านในเชิงแมคคานิซึ่มลงไปได้ส่วนหนึ่ง

C : แผงหน้า Compex baffle

ถ้าสังเกตลำโพงในซีรี่ย์ Confidence ของ Dynaudio จะเห็นว่า พวกเขาออกแบบแผงหน้าของตัวลำโพงที่ใช้เป็นฐานในการยึดตัวไดเวอร์ให้แยกส่วนต่างหากออกมาจากตัวตู้ ไม่ได้ใช้วิธีเจาะรูลงไปบนผนังตู้ด้านหน้าแล้วขันยึดไดเวอร์ลงไปตรงๆ

ซึ่งใน Confidence ซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดก็ยังคงยึดแนวทางการออกแบบเดิม คือยังคงมีแผงรองรับไดเวอร์ที่แยกส่วนออกมาจากตัวตู้เช่นเดิม ทว่า ในเวอร์ชั่นนี้ได้รับการพัฒนาปรับปรุงใหม่ เริ่มด้วยใช้วัสดุผสมที่คำนึงถึง น้ำหนักที่เบา, มี ความแกร่งสูง และที่สำคัญ มีคุณสมบัติในการ ดูดซับพลังงานที่เกิดจากการสั่นสะเทือนได้ดี (well-damped) ลองใช้นิ้วเคาะลงไปบนตัวแผงนี้จะรู้สึกได้ว่ามันไร้ซึ่งเสียงก้องกังวาน เก็บเสียงได้สนิทจริงๆ!

จริงๆ แล้ว ที่มาของแผงหน้าแบบนี้ไม่ได้มาโดยไม่มีความหมาย หรือแค่เพื่อลดเรโซแนนซ์เท่านั้นนะ แต่จุดประสงค์ที่วิศวกรของไดนาวฯ ออกแบบแผงหน้าตัวนี้ขึ้นมาเพื่อให้มันเป็นส่วนประกอบหนึ่งของเทคโนโลยีที่พวกเขาตั้งชื่อเรียกว่า “Dynaudio Directivity Controlย่อสั้นๆ ว่า DDC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยในการปรับมุมกระจายเสียงจากไดเวอร์ให้พ้นจากการสะท้อน (reflections) บนแผงหน้าตู้ออกไป ทำให้ได้มิติเสียงในแนวดิ่ง (vertical audio image) ที่คมชัดมากขึ้น นั่นคือเหตุผลที่ตัวแผงหน้าที่ว่านี้มีการปาดมุมบนล่างออก

แผงหน้าหรือ front baffle ที่ใช้ในลำโพง Confidence เวอร์ชั่นก่อนๆ จะทำมาจากไม้ MDF ในขณะที่เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเปลี่ยนมาใช้วัสดุผสม (composite material) แทน เนื่องจากว่า MDF ยากต่อการปาดมุมให้ได้องศาที่แม่นยำมากๆ ในขณะที่วัสดุผสมทำได้ง่ายกว่าในการกำหนดองศาในการปาด อีกทั้งวัสดุผสมยังมีประโยชน์อีกอย่าง นั่นคือสามารถออกแบบส่วนผสมให้ได้ผลลัพธ์ทางด้านอะคูสติกที่ต้องการได้อีกด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จะคงอยู่ตลอด ไม่เหมือนเนื้อไม้ MDF ที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ตามสภาพอากาศและอายุใช้งาน

E : ขาตั้งโลหะ

ถ้านับกันจริงๆ แล้ว มีลำโพงสองทางขนาดใกล้เคียงกันนี้อยู่ไม่เยอะรุ่นในโลกนี้ที่แถมขาตั้งมาให้ด้วย แต่ในจำนวนที่น้อยนิิดนั้น มีไม่มากเลยที่จะให้ขาตั้งที่ออกแบบมาเพื่อลำโพงคู่นั้นจริงๆ!

ขาตั้งที่ให้มาพร้อมตัวลำโพง Confidence 20 ทำมาจากโลหะ ลักษณะเป็นท่อโลหะทรงกลมรี มีเจาะรูสำหรับร้อยสายลำโพงจากแผ่นฐานด้านล่างทะลุขึ้นมาโผล่ออกบริเวณกลางๆ ของขาตั้ง ส่วนบนของขาตั้งทำเป็นแพลตที่มีขนาดเล็กกว่าส่วนฐานของตัวลำโพง มีจุดขันน็อต 3 จุด (D) เพื่อยึดส่วนฐานของตัวลำโพงให้ตรึงแน่นเข้ากับตัวขาตั้ง ซึ่งพื้นที่ตรงกลางของแผ่นแพลตบนนี้ถูกทำให้มีลักษณะเป็นแผ่นโค้งมน รับกับรูท่อระบายอากาศที่เจาะอยู่ใต้ฐานของตัวลำโพง (down-firing port) เพื่อยิงมวลอากาศลงด้านล่าง

ส่วนของฐานล่าง (G) ของขาตั้งเป็นแผ่นแพลตโลหะที่แยกส่วนออกมาอีกชิ้น ลักษณะเป็นแผ่นโลหะแบนๆ หนาประมาณ 1 .. ตัดเว้าขึ้นมาเป็นเหมือนปลาดาวที่มีแฉกสี่แฉก แผ่นแพลตที่ว่านี้จะยึดติดเข้ากับท่อโลหะด้วยน็อตสี่ตัว ที่ส่วนปลายของแต่ละแฉกทั้ง 4 แฉกมีระบบกลไก (F) ที่ใช้ปรับตั้งระดับสูงต่ำติดตั้งไว้

ระบบกลไกที่ใช้ในการปรับระดับสูงต่ำในแต่ละแฉกของแผ่นแพลตล่างของขาตั้งออกแบบได้เจ๋งมาก แต่ละจุดใน 4 จุดของขาตั้งแต่ละข้างประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญ 3 ชิ้น คือ ตัวขันปรับระดับซึ่งทำจากโลหะเป็นแป้นกลมๆ ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่ออยู่กับแกนเกลียวยาวๆ วิธีปรับระดับก็แค่หมุนแผ่นแป้นของตัวปรับระดับให้ทะลุลงไปด้านล่างของแผ่นแพลตผ่านรูเกลียวบนแผ่นแพลต แล้วสวม ตัวรองพื้นเข้าไปที่ส่วนฐานของแท่งเกลียว ซึ่งมีให้เลือก 2 แบบ คือเดือยแหลม สำหรับใช้บนพื้นที่มีความนุ่มอย่างเช่นพื้นที่ปูพรม กับแผ่นแป้นโลหะทรงกลมสำหรับใช้บนพื้นที่มีความแข็ง

ทางผู้ผลิตบรรจุอุปกรณ์เสริมเหล่านี้มาในกล่องกระดาษที่แยกต่างหากออกมา ซึ่งในนั้นยังมี ตัวล็อคเกลียวพร้อมทั้งที่ปรับระดับน้ำ, ประแจหกเหลี่ยม และถุงมือ มาให้ด้วย

แม็ทชิ่งและเซ็ตอัพ

ตัวตู้ของ Confidence 20 ทำงานในระบบ bass reflex ปล่อยมวลอากาศจากในตู้ถ่ายออกทางท่อระบายเบสที่ยิงลงด้านล่าง ทำให้ความถี่ตอบสนองสามารถขยายแผ่ออกไปได้กว้างมาก เริ่มตั้งแต่ 42Hz ขึ้นไปจนถึง 22kHz ความไวของระบบอยู่ที่ 87dB/w/m ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าปานกลางลงมานิดหน่อย ในขณะที่ความต้านทานเฉลี่ยอยู่ที่ 6 โอห์ม และลงต่ำสุดที่ 5 โอห์ม เมื่อวัดที่ความถี่ 155Hz แสดงว่า ความต้านทาน (อิมพีแดนซ์) ของลำโพงคู่นี้ค่อนข้างนิ่งมาก ไม่ค่อยสวิง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ดี ไม่ทำตัวเป็นปัญหาให้กับแอมป์

ที่ผมชอบอีกอย่างหนึ่งคือลำโพงคู่นี้ให้ขั้วต่อสายลำโพงมาเป็นแบบ single wire ไม่เปลืองสายลำโพง สามารถลงทุนกับสายลำโพงดีๆ ได้ง่ายขึ้น และตัวขั้วต่อก็ใช้ของดีซะด้วย เป็นของ WBT รุ่น NextGen ติดตั้งอยู่ที่ส่วนฐานของตัวตู้ ขั้วต่อของลำโพงจับยึดขั้วต่อของสายลำโพงไว้ได้แน่นหนามั่นคงมาก แม้ว่าจะใช้สายลำโพงที่มีน้ำหนักเยอะก็ไม่หลุดง่ายๆ โดยเฉพาะขั้วต่อ banana ซึ่งผมชอบใช้ก็เสียบได้แน่นหนาดีมาก

ในการทดสอบลำโพงคู่นี้ ผมใช้ชุดปรีแอมป์+เพาเวอร์แอมป์ของ Cambridge Audio รุ่น EDGE NQ + EDGE W เป็นฐานกำลัง โดยอาศัยแหล่งต้นทางสัญญาณ 3 ชุดสลับกัน ชุดแรก จากคอมพิวเตอร์ MacBook Pro + โปรแกรมเล่นไฟล์เพลง roon แล้วปล่อยสัญญาณดิจิตัล (PCM/DSD) เข้าทางช่องอินพุต USB ของ EDGE NQ ชุดที่สอง ได้จากการเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คด้วยแอพฯ mconnect บน MyTek รุ่น Brooklyn Bridge แล้วส่งสัญญาณอะนาลอกไปที่อินพุต Analog A1 ของ EDGE W ส่วนชุดที่สาม – เป็นสัญญาณต้นทางที่ได้จากการเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์ค โดยใช้ตัว Network Bridge ของ dCS คู่กับ external DAC ของ Accuphase รุ่น DC-37 แล้วต่อสัญญาณอะนาลอกจาก DC-37 ไปเข้าที่ EDGE NQ ทางช่องอินพุต Analog A1

เสียงของ Confidence 20

ผมรู้สึกตื่นเต้นมากในการทดสอบเสียงของลำโพง Confidence 20 คู่นี้ คือโดยปกติแล้ว ในการทดสอบหาลักษณะเสียงและประเมินคุณภาพเสียงของลำโพงทั่วๆ ไป ผมจะนั่งทดลองเปิดเพลงฟังไปเรื่อยๆ แล้วคอยจับประเด็นของเสียงที่เป็นบุคลิกเฉพาะของลำโพงคู่นั้นๆ ออกมา ซึ่งบางคู่นั้นอาจจะใช้เวลานานหลายวันถึงจะจับแนวของมันออกมาได้หลังจากลองฟังเพลงแนวต่างๆ ผ่านไปหลายสิบเพลง

แต่คราวนี้ต่างออกไปจากทุกที เพราะครั้งนี้ผมมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพิสูจน์หาจากลำโพงคู่นี้ เรื่องมันเริ่มจากเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ว่า เหตุผลที่ผู้ผลิตลำโพงอย่าง Dynaudio ยังคงพัฒนาทวีตเตอร์แบบซอฟท์โดมมาจนถึงปัจจุบันก็เพราะว่าซอฟท์โดมไม่มีเรโซแนนซ์ที่ความถี่สูงแบบโดมโลหะ และเหตุผลที่พวกเขาพยายามพัฒนาความสามารถของทวีตเตอร์ให้ทำงานในย่านความถี่ที่ต่ำลงไปกว่าทวีตเตอร์ยุคก่อนๆ ก็เพื่อให้ทวีตเตอร์ลงมารองรับความถี่ต่อจากมิดเร้นจ์ได้มากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้เสียงแหลมที่มีมวลอิ่มเข้มมากขึ้น และเพื่อให้ได้โทนเสียงที่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันระหว่างย่านมิดเร้นจ์ตอนปลายที่เชื่อมต่ออยู่กับความถี่ในย่านแหลมตอนต้น ซึ่งลำโพงที่ใช้ไดเวอร์แค่สองตัวในการสร้างความถี่ตลอดทั้งย่านเสียงอย่าง Confidence 20 คู่นี้ ประเด็นหลังนี้จะยิ่งมีความสำคัญมาก

วงจรครอสโอเว่อร์ เน็ทเวิร์คในตัว Confidence 20 ถูกกำหนดจุดตัดไว้ที่ความถี่ 2325 เฮิร์ต ซึ่งเมื่อนำไปทาบลงบน spectrum หรือความถี่ของโน๊ตดนตรีที่เกิดจากเครื่องดนตรีต่างๆ จะพบว่า ที่ระดับความถี่ 2325Hz นั้นจะอยู่ในช่วงปลายๆ ของย่านเสียง mid-range และเมื่อลากเส้นขึ้นไปด้านบน (ดูภาพกราฟด้านบน) พบว่า จุดตัดของวงจรเน็ทเวิร์คลำโพงคู่นี้ไปตัดแบ่งตรงกับช่วงปลายๆ ของเสียงไวโอลินกับฟรุ๊ท ซึ่งเป็นความถี่ fundamental (หัวโน๊ต) และยังไปตัดแบ่งตรงกับเสียง attack หรือเสียงสัมผัสแรกของฉาบ, สแนร์, ทอม และกระเดื่องของกลองด้วย แต่เนื่องจากผลที่เกิดกับเสียงกลองข้างต้นนี้มันตรวจจับยากด้วยการฟังด้วยหูจากเพลงทั่วๆ ไป เพราะสัญญาณทรานชี้ยนต์มันเร็วและมีเวลาคงอยู่สั้นมาก หูจับไม่ค่อยทัน ผมจึงเลือกเพลงที่มีเสียงไวโอลินกับเพลงที่มีเสียงฟรุ๊ทเด่นๆ มา 4-5 อัลบั้มแล้วลองฟังตรงจุดนี้

อัลบั้ม : Violin Showpieces (WAV 16/44.1)
ศิลปิน
: Erick Friedman

อัลบั้ม : What about this, Mr. Paganini? (DSD64)
ศิลปิน
: Saschko Gawriloffviolin

สองอัลบั้มนี้เป็นเพลงที่ผมคุ้นเคย เป็นเพลงคลาสสิกทั้งคู่ แต่ต่างแนวทางกัน ชุดบนนั้นเป็นไวโอลินที่เล่นประชันกับวงออเคสตร้า ซึ่งเสียงไวโอลินที่บันทึกมาจะฟังไกลตัวมากกว่าเสียงไวโอลินในอัลบั้มชุด “What about this, Mr. paganini?ชุดล่าง ซึ่งเป็นเพลงบรรเลงเดี่ยว โชว์เสียงไวโอลิน ซึ่งในอัลบั้มชุดล่างจะใกล้ตัวมากกว่า ได้ยินรายละเอียดของเสียงไวโอลินมากกว่า ชัดเจนกว่า

ประสาทสัมผัสของมนุษย์เป็นของขวัญจากพระเจ้า เมื่อใดก็ตามที่คุณกำหนดให้ประสาทหูของคุณโฟกัสเสียงที่ฟังอย่างตั้งใจ (critical listening) เชื่อมั้ยว่า ประสาทหูของคุณจะสามารถตรวจจับรายละเอียดของเสียงได้อย่างชัดเจน แม้จะเป็นรายละเอียดในระดับที่ยิบย่อยและเกิดขึ้นท่ามกลางสรรพเสียงอื่นๆ ก็สามารถรับรู้ได้ เมื่อผมตั้งใจฟังเสียงไวโอลินจากสองอัลบั้มข้างบนนี้อย่างละเอียด ผมพบว่า ลำโพงคู่นี้ทำให้เสียงไวโอลินของสองอัลบั้มนี้มีลักษณะที่ต่างไปจากที่ผมคุ้นเคย ในเบื้องต้นนั้นผมรู้สึกว่าเสียงไวโอลินมันออกมานุ่มหูมากกว่าที่เคยฟังผ่านลำโพง Totem Acoustics รุ่น The One (ราคาคู่ละหนึ่งแสนสองหมื่น) ที่ผมใช้อยู่ประจำ เมื่อตั้งใจฟังอัลบั้มแรกเทียบกันชัดๆ ผมพบว่า เสียงไวโอลินที่ได้ยินผ่าน The One มีลักษณะที่พุ่งดันออกมาจากกลุ่มของเสียงดนตรีอื่นๆ นิดนึง ในขณะที่ฟังผ่าน Confidence 20 เสียงไวโอลินจะเข้าไปคลุกคลีอยู่ในบรรยากาศเดียวกับเสียงเครื่องดนตรีอื่นในวงออเคสตร้า

ตอนแรกที่ฟังเผินๆ จะรู้สึกว่า The One ให้เสียงไวโอลินออกมาชัดกว่า แต่เมื่อตั้งใจฟังเทียบกัน ในแง่ความชัดเจนไม่ถือว่าต่างกัน แม้ว่า Confidence 20 จะจัดตำแหน่งของเสียงไวโอลินลงไปอยู่ลึกเข้าไปด้านหลังของระนาบลำโพงมากกว่า แต่เนื่องจาก Confidence 20 ให้ความใสกระจ่างของพื้นแบ็คกราวนด์ของสนามเสียงที่ดี ทำให้ตัวเสียงไวโอลินมีความโดดเด่น ชัดเจน แม้จะอยู่ลึกลงไปก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้ยิน คือช่วงที่เป็นเสียงโน๊ตสูงๆ ของไวโอลินที่ได้ยินจาก The One จะมีลักษณะสว่างโพลนออกมา ในขณะที่ Confidence 20 ไม่มีอาการนั้น และ Confidence 20 แสดงลักษณะการทอดปลายเสียงของไวโอลินที่มีความพลิ้ว ผ่อนปรน น่าฟังมากกว่า

จริงๆ แล้ว ผมไม่ได้คาดหวังมาตั้งแต่แรกแล้วว่า Tho One จะให้เสียงดีเท่ากับ Confidence 20 แต่เนื่องจากผมคุ้นเคยกับ The One มากเพราะใช้มันมานานหลายปีจึงง่ายต่อการนำมาเทียบกับเสียงของ Confidence 20 ซึ่งมีราคาแพงกว่าเกือบสี่เท่า

ตอนฟัง Confidence 20 กับอัลบั้มชุด What about this, Mr. Paganini? นั้นผมรู้สึกได้เลยว่า Confidence 20 ถ่ายทอด อารมณ์ของคนสีไวโอลินในอัลบั้มนี้ ซึ่งก็คือ Saschko Gawriloff ออกมาด้วย ผมสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเขาที่สะท้อนออกมาจากลักษณะการสี ช่วงที่เขาขยี้คันชัก ซอยถี่ๆ ทำให้ผมรู้สึกตื่นตัวไปตามแรงกระตุ้นเร้านั้นอย่างไม่รู้ตัว และตอนที่เขาค่อยๆ ลากคันชักให้แผ่วลงอย่างช้าๆ ซึ่งลำโพง Dynaudio คู่นี้สามารถสร้างจินตนาการให้เกิดมโนภาพ เห็นถึงท่วงท่าการสีของศิลปินขึ้นมาลางๆ ในสมอง

จากความตั้งใจฟังเสียงไวโอลินจากสองอัลบั้มนี้ ทำให้ผมพบว่า Confidence 20 ตอบสนองกับไดนามิก คอนทราสน์ได้ยอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าจากดังแล้วผ่อนลงมาเบา และจากเบาค่อยๆ ขยับปรับไปหาดัง ผมรู้สึกได้ถึงระดับการไต่ความดังที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ความชัดเจนของการรับรู้ที่มีต่อเสียงไวโอลินในอัลบั้มชุด What about this, Mr. Paganini? นี้ มันสร้างความรู้สึกของการมีตัวตนของเสียงไวโอลินขึ้นมาในระดับที่ สมจริงมาก! เมื่อผมนั่งหลับตาฟัง จะได้ความรู้สึกเหมือน Saschko เข้ามายืนสีให้ฟังในห้อง ทุกโน๊ตที่เขาสีออกมามันสถิตย์อยู่ที่เดียวกันตลอด ไม่มีอาการวูบวาบเมื่อมีการปรับเปลี่ยนไปมาระหว่างโน๊ตสูงกับโน๊ตต่ำ แสดงว่าการตอบสนองเฟสสัญญาณของตัวทวีตเตอร์กับมิดวูฟเฟอร์มัน in-phase กันตลอด ใกล้เคียงกับการฟังลำโพงที่ใช้ไดเวอร์ตัวเดียว ซึ่งผมปรับระดับนั่งฟังให้ความสูงของหูของผมอยู่เหนือไดเวอร์มิดวูฟเฟอร์ขึ้นมานิดนึง ตรงกับแนวรอยต่อระหว่างมิดวูฟเฟอร์กับทวีตเตอร์พอดีๆ ซึ่งเป็นจุดที่ได้เสียงกลางสูงต่อเชื่อมกับแหลมตอนล่างที่กลมกลืนมากที่สุด

อัลบั้ม : Works for Oboe & Flute (DSD64)
ศิลปิน
: Heinz Holligeroboe & Aurele Nicoletflute, Frankfurt Radio Symphony Orchestra, Ellahu Inbalconductor

ผมจงใจเลือกอัลบั้มนี้ขึ้นมาฟังเพราะอยากรู้ว่า จุดตัดที่ความถี่ 2325Hz จะส่งผลกับเสียงฟรุ๊ทแบบไหน.? ผมจะฟังออกรึป่าว.? ซึ่งผมก็ยอมรับว่าฟังยากถึงความต่างเมื่อเทียบกับฟังผ่าน The One ของผม สิ่งที่พอได้ยินว่าต่างกันก็คือเนื้อเสียงฟรุ๊ทจาก Confidence 20 มีความนวลมากกว่า คือมันลอยและมีรัศมีที่เปล่งปลั่งกว่า โอเว่อร์โทนของเสียงฟรุ๊ทที่ได้ยินจาก Confidence 20 มีความมลังเมลืองมากกว่า หางเสียงแผ่ทอดปลายและหายไปในอากาศหมือนหมอกที่สลายไปกับแสงแดดยามเช้า เหลือทิ้งเป็นความรู้สึกอบอุ่นบางๆ เอาไว้

ให้ตายเถอะ.. ผมนั่งเขียนสดๆ ขณะกำลังฟัง หลงจากเขียนไปตามความรู้สึกที่ได้ยินเสียงแล้ว กลับมาอ่านทวนอีกครั้งก็รู้สึกเขินอยู่เหมือนกัน แต่ผมเชื่อว่า คนที่ชอบฟังเพลงเหมือนกัน เมื่อมาได้ยินเสียงแบบที่ผมกำลังฟังอยู่นี้ ก็คงจะเกิดอารมณ์ความรู้สึกไม่ต่างกันนัก เสียงเพลงที่คุ้นหูเมื่อฟังผ่านลำโพงที่ดีมากๆ มันจะทำให้เกิดความรู้สึกแปลกใหม่ บางจังหวะของเพลงที่ฟังมันแทรกเข้าไปกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างมากกว่าเดิม กับเพลงเดียวกัน ที่เคยฟังผ่านลำโพงคู่อื่นที่มีราคาต่ำกว่านี้ ผมยอมรับว่า มันไม่เคยทำให้รู้สึกแบบนี้ กับเพลงนี้มาก่อน เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าเพลงคลาสสิกมันมีมนต์ขลัง มันมีทั้งความอ่อนโยนและทรงพลังอยู่ในที บางจังหวะลีลามันก็โน้มน้าวจิตใจให้ผ่อนตาม ในฉับพลันนั้น มันก็กลับเกี้ยวกราดสาดโถมด้วยพลังอำนาจให้เราต้องนั่งนิ่งฟังอย่างยอมจำนน

สมแล้วกับคำกล่าวที่ว่า ดนตรีคลาสสิกต้องการซิสเต็มที่ดีมากจึงจะสามารถแสดงประสิทธิภาพของเพลงแนวนี้ออกมาให้สัมผัสได้อย่างเต็มที่ ซึ่งประสบการณ์บอกผมว่า ลำโพงมีส่วนอย่างมากกับการถ่ายทอดความพิเศษของดนตรีคลาสสิกให้ออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่ง Confidence 20 คู่นี้ทำหน้าที่นั้นได้อย่างน่าชื่นชมอย่างยิ่ง มันยืนสงบนิ่งในขณะที่ดนตรีกำลังวาดลวดลายสุดกำลัง

อัลบั้ม : Bamboo (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : John Neptune & The Arakawa Band

อัลบั้ม : Asian Roots (DSD64)
ศิลปิน : TakeDake with Neptune

หลังจากฟังเพลงคลาสสิกมาหลายอัลบั้ม (เยอะกว่าทุกครั้งที่ทดสอบ) ผมก็สลับไปฟังแนวอื่นๆ บ้าง มาถึงอัลบั้มชุด “Bambooแล้วสะดุดหูกับอะไรบางอย่างที่ลำโพงคู่นี้ให้ออกมา จากนั้นเลยเลือกอีกอัลบั้มที่มีเสียงขลุ่ยชากูฮาชิเหมือนกัน นั่นคือชุด “Asian Rootsออกมาฟัง ก็ได้ยินอะไรแบบเดียวกัน สิ่งที่ว่านั้นคือลักษณะของเสียงขลุ่ยชากูฮาชิที่ แยกตัวออกไปจากเสียงดนตรีอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ซึ่งอาการนี้ผมก็เคยรู้สึกเลาๆ ตอนฟังกับลำโพงอื่นๆ แต่คราวนี้ผมรู้สึกได้ชัดมากว่า เสียงขลุ่ยที่จอห์น เนปจูนเป่ามันมีบุคลิกและโทนเสียงที่แสดงความเป็น อโลหะออกมาได้ชัดเจนมาก เนื้อเสียงมันออกมานุ่ลนวล เบาบาง ไม่ได้หนานุ่ม แต่พลิ้วและลอยมาก เมื่อเทียบกับเสียงเปียโน กลอง เบส และเครื่องเป่าอื่นๆ ในที่เล่นแบ็คอัพอยู่ในเพลงเดียวกันจะให้ความรู้สึกที่ชัดเจนถึงลักษณะแปลกแยกที่ว่า ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติอันใด แต่คิดว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเสียงขลุ่ยประเภทนี้ ซึ่งฟังๆ ไปจะทำให้รู้สึกว่ากำลังฟังเพลงตะวันตกผสมตะวันออก

อัลบั้ม : Best of Bee Gees (WAV 16/44.1)
ศิลปิน
: Bee Gees

อัลบั้ม : The Turn of the Friendly Card (WAV 16/44.1)
ศิลปิน
: The Alarn Parsons Project

อัลบั้ม : ตลับทองจากกุ้ง (WAV 16/44.1)
ศิลปิน
: กุ้ง ตวงสิทธิ์ เรียมจินดา

หลังจบจากฟังเอาเรื่อง ก็เป็นช่วงเวลาของการฟังเอาตามใจ ซึ่งจากการทดลองฟังอัลบั้มเพลงที่หลากหลายโดยเฉพาะเพลงที่ไม่ได้เน้นคุณภาพการบันทึกสุดติ่งทั้งหลาย ผมพบว่า ลำโพง Dynaudio คู่นี้ฟังเพลงอะไรก็ไพเราะเสนาะหูไปหมด จากบางอัลบั้มที่เคยรู้สึกว่ามีอาการเสียงบางและติดเฟี้ยวฟ้าวอย่างงานอัลบั้มชุด “Best of Bee Geesที่ผมริปมาจากแผ่นซีดีธรรมดาๆ เมื่อเลือกมาฟังผ่านลำโพงคู่นี้ ผมก็นั่งฟังไปจนจบอัลบั้มได้อย่างเพลิดเพลิน แต่ละเพลงที่พุ่งผ่าน Confidence 20 ออกมา มันเป็นเสียงเพลงที่มีความไพเราะน่าฟังมากกว่าที่เคยฟัง อาการขาดๆ เกินๆ ที่เคยได้ยินแทบจะไม่มีเหลือหรอ แม้ว่าเสียงทั้งหมดจะไม่ได้หนาอิ่มขึ้นมามากนัก แต่ผมกลับไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีกับเพลงเหล่านั้น คงเป็นเพราะไพเราะของจังหวะทำนองและ อารมณ์ของเพลงที่ลำโพงคู่นี้ถ่ายทอดออกมานั่นเอง ทำให้ผมหลงเพลินไปกับลีลาของเพลงโดยไม่สนใจกับข้อตำหนิทางเสียงแม้แต่น้อย

เพลงไทยเก่าๆ อย่างอัลบั้มชุด ตลับทองจากกุ้ง ตวงสิทธิ์ เรียมจินดา” ที่ผมเก็บไว้ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ พอริปออกมาเป็นไฟล์ WAV แล้วเอามาฟังผ่านลำโพงคู่นี้ เสียงเพลงที่ผมเคยชื่นชอบตั้งแต่สมัยวัยรุ่นก็หวนกลับมาให้สัมผัสอีกครั้ง และเมื่อกลับมาฟังตอนนี้ กับซิสเต็มนี้ ผมถึงได้รู้ว่า อัลบั้มนี้บันทึกเสียงออกมาดีมาก คุณทนงศักดิ์ อาภรณ์ศิริ ทำการเรียบเรียงดนตรีเอาไว้ได้สวยงาม มีการจัดสัดส่วนไว้ได้อย่างมีระเบียบ ลงตัวและสมดุล รายละเอียดตั้งแต่ทุ้มขึ้นไปถึงแหลมกระจ่างชัดเจน น้ำหนักเสียงอาจจะยังไม่แน่นหนาเท่ากับอัลบั้มเพลงที่ทำโดยสังกัดไฮเอ็นด์ทั้งหลาย แต่ถ้าพิจารณาที่ความไพเราะของเพลงต้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ส่วนหนึ่งคงต้องยกเครดิตให้กับลำโพง Dynaudio คู่นี้ที่สามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้อย่างนุ่มนวลน่าฟัง ไร้ซึ่งอาการจัดจ้านระคายหูโดยสิ้นเชิง

สรุป

ลำโพง Dynaudio คู่นี้ให้เสียงที่มีคุณภาพขึ้นไปอีกระดับ ซึ่งไม่ใช่คุณภาพในส่วนที่โจ่งแจ้ง คนที่ไม่ได้ทดลองฟังลำโพงหลายๆ ระดับราคามาบ่อยๆ อาจจะต้องใช้เวลาในการรับรู้ข้อดีของลำโพคู่นี้มากหน่อย แต่ถ้าได้มีโอกาสทดลองฟังสักระยะเวลาหนึ่ง แล้วสลับไปฟังลำโพงอื่นๆ ที่มีราคาต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกัน จะรับรู้ได้ถึงความแตกต่างได้อย่างแน่นอน

Confidence 20 ให้เสียงที่ หลุดตู้ออกไปตลอดทั้งย่านเสียง ไม่ว่าจะเล่นเพลงที่มีเสียงทุ้มหนักๆ หรือเสียงกลางเข้มๆ จะไม่มีความรู้สึกถึงอาการ compress ของเสียงเกิดขึ้นเลย การเลือกให้ท่อระบายอากาศยิงลงพื้นทำให้การทอดตัวของเสียงทั้งหมดมีการทิ้งระยะที่สวยงาม ไม่ตัดห้วน ส่งผลให้ได้บุคลิกของเสียงที่ผ่อนปรน เปิดโล่ง และคลี่คลาย

จากการทดลองฟังเพลงที่มีเสียงแหลมเด่นๆ หลายๆ เพลง ผมพบว่า การใช้ทวีตเตอร์ซอฟท์โดมของลำโพงคู่นี้ไม่ได้ทำให้เปิดความรู้สึกว่าแหลมไม่พอ ปริมาณของความถี่ที่ลำโพงคู่นี้ถ่ายทอดออกมานับว่าอยู่ในระดับสมดุลที่ดีแล้ว ทุ้มกลางแหลม ไม่ได้มีส่วนใดเกินเลยไป ปริมาณที่แตกต่างกันจะเป็นไปตามบุคลิกของแนวเพลงที่ฟัง โดยลักษณะของเสียงแหลมที่มีบุคลิกทอดปลายให้ค่อยๆ กลืนหายไปมีผลทำให้ได้เสียงแหลมที่ฟังสบายหูมากขึ้น ช่วยทำให้ฟังเพลงทั่วไปได้อารมณ์ดนตรีมากขึ้น คนที่ชอบเสียงแหลมที่สด สะบัดปลายและแตกตัวในอากาศอาจจะรู้สึกไม่ถึงอารมณ์นัก แต่สิ่งที่คุณจะได้ทดแทนกลับมาก็คือเสียงกลางที่เข้มข้น มีรายละเอียดที่ลุ่มลึก และโฟกัสที่แม่นยำคมชัด คอนทราสน์ไดนามิกดีเยี่ยม

Confidence 20 เป็นลำโพงสองทางวางหิ้งระดับไฮเอ็นด์อีกตัวหนึ่งที่เหมาะกับคนที่มีความเป็น music lover อยู่ในตัว ไม่ว่าคุณจะฟังเพลงแนวไหน ชาติภาษาไหน ยุคไหน ลำโพงคู่นี้ก็สามารถขุดคุ้ยเอา ความเป็นดนตรีออกมาจากเพลงเหล่านั้นได้ทั้งหมด เป็นลำโพงที่ยิ่งฟังยิ่งรัก ไม่ยัดเยียด แต่ค่อยๆ ปรนเปรอ.. /

*****************************
ราคาตั้ง : 495,000 บาท / คู่
*****************************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท บลูด็อกออดิโอ จำกัด
โทร. 02-321-0385

ออนไลน์ :
website: www.dynaudio.com
facebook: bulldogaudiothailand

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า