วิธีติดตั้งและปรับตั้งเพื่อใช้งานฟังท์ชั่น 360 Reality Audio กับหูฟังรุ่น WF-1000XM3 ของ Sony

วงการเพลงติดแหง็กอยู่กับฟอร์แม็ต Stereo 2 Ch มานานหลายสิบปี แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมา จะได้มีความพยายามที่จะนำเอาระบบเสียง multichannel Audio เข้ามาทดแทนการฟังเพลงด้วยระบบสเตริโอถึง 2 ครั้ง 2 ครา นั่นคือระบบเสียง Quadraphonic 4 Ch กับระบบเสียง Multichannel Audio 5.1 Ch ที่นำเสนอโดยฟอร์แม็ต SACD และ DVD-Audio แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ฟังทั้งสองครั้ง

“360 Reality Audio” คืออะไร.?

360 Reality Audio เป็นระบบเสียงฟอร์แม็ตใหม่ที่ Sony นำเสนอออกมาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในงาน CES 2019 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งทาง Sony ให้จำกัดความหมายของฟอร์แม็ตใหม่ที่ว่านี้ว่าเป็นระบบเสียงที่มีคุณสมบัติ “Immersive Soundหรือเสียงที่ครอบคลุมและห้อมล้อมตัวผู้ฟัง ซึ่งจะให้ประสบการณ์แบบเดียวกับสิ่งที่ระบบเสียง Dolby Atmos สร้างขึ้นในซิสเต็มโฮมเธียเตอร์นั่นเอง สิ่งที่ต่างกันระหว่าง “Dolby Atmosกับ “360 Reality Audioก็มีเพียงแค่ว่า Sony เน้นพัฒนา 360 Reality Audio เพื่อการฟังเพลงเท่านั้น

ฟอร์แม็ต 360 Reality Audioใช้ระบบเสียง MPEG-H 3D Audio ซึ่งสามารถรองรับจำนวนแชนเนลได้มากถึง 64 แชนเนล เป็นเครื่องมือในการเข้ารหัสโดยอาศัยพื้นฐาน Object Based Spatial Audio และปล่อยฟรีให้เป็น open-source เปิดให้ใครก็เข้าร่วมพัฒนาได้ โซนี่ตั้งใจพัฒนาฟอร์แม็ตนี้ขึ้นมาโดยยึดเอา Music Streaming เป็นฐานกลาง ซึ่งสตรีมมิ่งเซอร์วิสที่เข้าร่วม (รองรับฟอร์แม็ต 360 Reality Audio) ตอนนี้ก็มี TIDAL, Deezer และ nugs.net โดยมี Amazon Music HD จ่อคิวอยู่อีกเจ้า ส่วนผู้สนับสนุนทางด้านคอนเท็นต์นอกจากค่ายเพลง Sony Music แล้ว ทางโซนี่ยังได้ชักชวนให้ค่ายเพลงใหญ่ๆ อย่าง Universal กับ Warner Bros. เข้ามาร่วมผลิตเพลงที่ใช้ฟอร์แม็ต 360 Reality Audio นี้ด้วย

“360 Reality Audio” ทำงานอย่างไร.?

ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของฟอร์แม็ต 360 Reality Audio ที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของ Sony เองยังมีความสับสนอยู่พอสมควร คืออ่านแล้วทำให้เข้าใจว่า แค่ดาวน์โหลดแอพฯ ของค่าย Deezer, nugs.net หรือ TIDAL มาติดตั้งลงบนสมาร์ทโฟน จากนั้นก็สมัครใช้บริการ music streaming ระดับ premium ของค่ายที่คุณติดตั้งแอพฯ แค่นั้นก็สามารถรับฟังเสียงของฟอร์แม็ต 360 Reality Audio ได้แล้วโดย ใช้หูฟังอะไรก็ได้

แต่เมื่อผมทดลองเซ็ตอัพเพื่อทดลองเล่นและลองฟังฟอร์แม็ตนี้ ผมพบว่ามันมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่าที่เข้าใจพอสมควร แต่ผลลัพธ์ของเสียงที่ได้นั้นบอกเลยว่า…. อะเมธซิ่งมาก.!!!

ขั้นตอนการปรับตั้ง

ดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม

อย่างที่ Sony ได้ให้ข่าวไว้ตอนเปิดตัวในงาน CES 2019 ว่ายินดีให้แบรนด์อื่นๆ สามารถใช้งานเทคโนโลยีนี้ได้ แต่ต้องเป็นการใช้งานผ่านทางไร้สายเท่านั้น แสดงว่าหูฟังที่จะใช้กับฟอร์แม็ต 360 Reality Audio ได้ ต้องเป็นหูฟังแบบไร้สาย ซึ่งใช้ได้ทั้งที่เป็นหูฟังแบบ Wireless Headphone และแบบ True Wireless Headphone

สำหรับแบรนด์โซนี่เอง ได้เอาเทคโนโลยี 360 Reality Audio ไปผนึกไว้กับแอพลิเคชั่น “Headphone Connectซึ่งเป็นแอพลิเคชั่นที่โซนี่ออกแบบไว้เชื่อมต่อกับหูฟังไร้สายของแบรนด์ Sony โดยเฉพาะ

ดังนั้น ก่อนเริ่มต้นใช้งานเทคโนโลยีนี้ คุณต้องไปดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นตัวนี้มาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนของคุณก่อน ซึ่งแอพฯ ตัวนี้รองรับทั้ง iOS และ Android

สำหรับคนที่มีแอพฯ Headphone Connect อยู่แล้ว (เพราะว่าใช้หูฟังไร้สายของ Sony อยู่แล้ว) คุณต้องทำการอัพเดตแอพฯ Headphone Connect ให้เป็นเวอร์ชั่น 6.1.0 ซะก่อน เพื่อให้รองรับฟังท์ชั่น 360 Reality Audio

หากคุณใช้อุปกรณ์ iOS ที่เฟิร์มแวร์อยู่ที่ 13.1 ตอนเชื่อมต่อ Bluetooth เข้ากับหูฟังจะมีปัญหาขลุกขลักนิดหน่อย จะใช้วิธีเชื่อมต่อผ่านทางแอพฯ ไม่ได้ ต้องเข้าไปเชื่อมต่อผ่านเมนูของตัวสมาร์ทโฟน ซึ่งเฟิร์มแวร์บน iPhone 7 ของผมเป็นเวอร์ชั่น 13.1.3 ก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน ซึ่งนอกจากปัญหาเรื่องเชื่อมต่อแล้ว ยังมีปัญหาอีกบางข้อตามที่โซนี่แจ้งมาข้างต้นด้วย แต่ก็ยังใช้เล่นฟอร์แม็ต 360 Reality Audio ได้อยู่

หลังจากอัพเดตแอพ Headphone Connect เป็นเวอร์ชั่น 6.1.0 เรียบร้อยแล้ว เมื่อเปิดแอพฯ ขึ้นมา หลังจากแอพฯ ตรวจพบและจับคู่กับหูฟังไร้สายที่คุณใช้อยู่แล้ว คุณจะพบฟังท์ชั่น 360 Reality Audio ปรากฏอยู่เหนือหัวข้อเมนูปรับตั้ง “Sound Quality Modeซึ่งในนั้นจะมีการปรับตั้งอยู่ 2 ขั้นตอนที่คุณต้องทำการปรับตั้งให้เสร็จก่อนจะใช้งานฟอร์แม็ต 360 Reality Audio ได้ นั่นคือ (1) Analyze = เป็นการวิเคราะห์ลักษณะรูปทรงหูของคุณเพื่อที่ที่ตัวแอพฯ จะปรับจูนเสียงให้ออกมาดีีที่สุดสำหรับหูของคุณโดยเฉพาะ กับอีกการปรับตั้งคือ (2) Optimize = คือการปรับตั้งเพื่อเชื่อมโยงการทำงานของฟังท์ชั่น 360 Reality Audio ของตัวแอพฯ เข้ากับแอพฯ ที่คุณใช้ฟังเพลง

คุณต้องเริ่มต้นขั้นตอน “Analyzeก่อน โดยจิ้มไปตรงศรชี้ในภาพ

Analyze your ear shape
วิเคราะห์รูปทรงหูของคุณ

ถ้าคุณใส่หูฟังอยู่ ให้ถอดออกก่อนเพราะจะต้องทำการถ่ายรูปใบหูของคุณเพื่อให้แอพฯ ทำการวิเคราะห์ ใบหูของคุณต้องปรากฏชัดเจน ไม่มีอะไรปิดปังใบหู อย่างเช่นเส้นผม, ต่างหู หรือวัสดุที่เจาะหู ต้องเอาออกให้หมด จากนั้นให้จิ้มไปที่ “Next

ก่อนจะทำการถ่ายภาพ แอพฯ จะแจ้งลักษณะการใช้รูปหูของเราให้ทราบ ซึ่งรูปใบหูของเราจะได้รับเกียรติส่งไปที่ server ของโซนี่เพื่อให้วิศวกรที่นั่นทำการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงคุณภาพ โดยใช้เวลา 30 วัน ก่อนจะลบทิ้งไป ซึ่งขั้นตอนนี้คุณทำอะไรไม่ได้ ประมาณว่าถ้าต้องการใช้งานฟังท์ชั่นนี้ก็ต้องยอมรับไปตามนั้นด้วยการจิ้มไปที่ “OK

ขั้นตอนนี้ แอพฯ จะแนะนำให้คุณเล็งกล้องของสมาร์ทโฟนให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนกดชัตเตอร์ เมื่อพร้อมแล้วก็จิ้มไปที่ “Take a photo

ก่อนเริ่มต้นถ่าย แอพฯ จะเตือนอีกว่า จะมีเสียงคอยบอกให้เราทำตามตอนถ่ายรูปหู อย่างเช่น เมื่อใบหน้าของเราเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว แอพฯ จะบอกให้เราหันหน้าไปทางขวาเพื่อถ่ายหูข้างซ้าย ซึ่งหลังจากหันไปตามที่แอพฯ บอกแล้ว คุณต้องอยู่นิ่งๆ จนกว่าจะได้ยินเสียงกดชัตเตอร์ แล้วหันหน้ากลับมาในตำแหน่งเดิม จากนั้นแอพฯ จะบอกให้คุณหันหน้าไปทางซ้ายเพื่อถ่ายรูปหูข้างขวา เมื่อรับทราบขั้นตอนดีแล้วก็จิ้มไปที่ “OK

หลังจากถ่ายรูปเสร็จแล้ว แอพฯ จะโชว์ขึ้นมาตามแบบรูปล่าง ขั้นตอนต่อไปคือกด “Startเพื่อให้แอพฯ เริ่มต้นทำการวิเคราะห์

ขั้นตอนนี้ตัวแอพฯ จะทำการวิเคราะห์ลักษณะหูของเรา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 วินาที ไม่ต้องทำอะไร แค่รอให้เสร็จ

หลังจากวิเคราะห์เสร็จแล้ว ก็จะเป็นการเริ่มต้นขั้นตอนที่สอง คือจัดส่งข้อมูลการวิเคราะห์ที่แอพฯ ทำไว้ไปให้แอพฯ ฟังเพลงที่ร่วมรายการรับทราบและเอาไปปรับตั้ง DSP ในตัวแอพฯ เหล่านั้นเพื่อทำให้ได้เสียงที่ดีที่สุดออกมา ให้กดจิ้มไปที่ “Start Step 2

ณ ขณะนี้ มีผู้ให้บริการสตรีมมิ่งอยู่แค่ 3 เจ้าที่รองรับการทำงานร่วมกับฟอร์แม็ต 360 Reality Audio คือ Deezer, nugs.net และ TIDAL Music คุณใช้บริการเจ้าไหนอยู่ก็จิ้มเลือกได้เลย ส่วนผมแน่นอนจิ้มเลือกที่ TIDAL เพราะจ่ายตังค์รายเดือนกับเจ้านี้อยู่แล้ว จากนั้นก็จิ้ม “Close

แอพ Headphone Connect แจ้งให้ทราบว่า การปรับตั้งร่วมกันอย่างสมบูรณ์ (Optimize) ระหว่างฟังท์ชั่น 360 Reality Audio กับแอพฯ TIDAL จะเกิดขึ้นหลังจากคุณจิ้มไปที่ “Launch to Optimize

แอพจะแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง โดยบอกว่า ถ้าในสมาร์ทโฟนของคุณยังไม่มีแอพฯ TIDAL อยู่ หลังจากคุณกด “OKลงไป แอพฯ จะไปสั่งให้เปิด App Store ให้อัตโนมัติเพื่อให้คุณดาวน์โหลดแอพ TIDAL มาติดตั้งไว้ หรือแม้ว่าคุณจะมีแอพ TIDAL ติดตั้งอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องอัพเดตเฟิร์มแวร์เพื่อรองรับฟังท์ชั่นนี้ App Store ก็จะเปิดให้ทำการอัพเดต หลังจากนั้น เมื่อใดที่แอพฯ TIDAL เปิดขึ้นมาแสดงว่ามันรองรับ 360 Reality Audio เรียบร้อยแล้ว เมื่อรับทราบแล้ว คุณก็แค่จิ้มที่ “OKเพื่อให้แอพฯ Headphone Connect ดำเนินการต่อไป

ใช้เวลาชั่วครู่ ..

ใน iPhone 7 ของผมมีแอพฯ TIDAL ที่อัพเดตล่าสุดอยู่แล้ว หลังจาก Optimize เสร็จแล้ว แอพฯ TIDAL ก็จะเปิดตัวขึ้นมาเอง และจะปรากฏแถบคาดขึ้นมาที่ด้านบนของแอพตามศรชี้ในภาพ ข้อความว่า “[Adaptive Sound Control] is enabledแสดงว่า ตอนนี้ การทำงานของแอพฯ TIDAL ได้ถูกการทำงานของฟังท์ชั่น 360 Reality Audio เข้ามาแทรกซึมเรียบร้อยแล้ว คุณก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่จิ้มเลือกเพลงจาก TIDAL ที่ต้องการฟังไปตามปกติ

ผมใช้งานฟังท์ชั่น 360 Reality Audio ร่วมกับหูฟัง Sony รุ่น WF-1000XM3 เมื่อกดเลือกเพลงจาก TIDAL ขึ้นมาฟัง พบว่า ที่ด้านบนของหน้าแอพ TIDAL จะมีแถบสีฟ้าคาดอยู่ และเมื่อลองจิ้มลงไปที่ไอค่อนบลูทูธที่อยู่ตรงมุมด้านล่างซ้ายของแอพฯ เพื่อเช็คดูว่าตอนนี้แอพฯ กำลังเชื่อมต่อกับหูฟัง WF-1000XM3 หรือไม่ ปรากฏว่าใช่

ทดสอบคุณภาพเสียงของ 360 Reality Audio
บน TIDAL เล่นผ่านหูฟัง Sony รุ่น WF-1000XM3

หลังจากนั้นผมก็ทดลองฟังเสียงของฟอร์แม็ต 360 Reality Audio ซึ่งจากข้อมูลที่อ่านมาจากเว็บไซต์และรายงานข่าวต่างประเทศ ดูเหมือนว่า เพลงที่จะรองรับฟอร์แม็ต 360 Reality Audio นั้นจะต้องมีการทำขึ้นมาพิเศษ แต่จากการที่ผมทดลองสุ่มๆ เลือกฟังมาจำนวนหนึ่ง ผมพบว่า ระหว่างเปิดฟังจากแอพ TIDAL เพียวๆ เทียบกับเปิดแอพ Headphone Connect ขึ้นมาประกบไปด้วย เสียงที่ออกมาต่างกันชัดเจน

กับเพลงเหล่านี้ เมื่อฟังโดยมีฟังท์ชั่น 360 Reality Audio ครอบทับอยู่บน TIDAL ผมพบว่า เสียงที่ออกมาดีกว่าฟังผ่านแอพ TIDAL เพียวๆ มากๆ อย่างแรกที่รู้สึกเลยก็คือการแยกแยะชิ้นดนตรีที่หลุดออกจากกันได้อย่างมีอิสระมากขึ้น เสียงโดยรวมเปิดกระจ่างมากขึ้น นุ่มนวลมากขึ้น โฟกัสแต่ละชิ้นได้ชัดเจนมากขึ้น สามารถรับรู้ถึงการขยับตัวและรู้ได้ถึงลักษณะการกระทำของนักดนตรีที่มีต่อเครื่องดนตรีนั้นๆ ได้มากขึ้น เบสแน่นและลงลึกมากขึ้น

การแยกแยะชิ้นดนตรีเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ อย่างเช่นเพลง “There They Areของ Fay Victor ซึ่งเป็นเพลงใหม่จากอัลบั้มชุด “Barn Songsเพลงนี้เล่นแค่สามชิ้นคือ อะคูสติกเบส, แซ็กโซโฟน และโวคัล ซึ่งตอนฟังด้วยฟอร์แม็ต 360 Relaity Audio จะได้ยินทั้งสามเสียงแยกตัวจากกันออกไปได้ห่างจากกันมากกว่า และจะรู้สึกได้ถึงมวลแอมเบี้ยนต์ที่ห้อมล้อมเสียทั้งสามด้วย ทำให้รับรู้ได้ว่าทั้งสามชิ้นเล่นอยู่ในบรรยากาศเดียวกัน เสียงโดยรวมไม่แห้ง เสียงเบสถูกจัดให้อยู่ทางขวา แซ็กฯ อยู่ซ้าย ในขณะที่เสียงร้องลอยขึ้นมาข้างหน้า ใกล้ๆ กับกลางกระหม่อม

เสียงทุ้มในแทรคเพลง “Ain’t No Sunshineจากอัลบั้มใหม่ของลุง Herb Alpert ชุด Over The Rainbow ก็แสดงความแตกต่างระหว่างการฟังผ่าน TIDAL เพียวๆ กับ TIDAL + 360 Reality Audio ออกมาได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่า ฟังผ่านฟอร์แม็ต 360 Reality Audio ให้เสียงเบสที่หนาและนุ่มกว่า ทอดหางเสียงได้ลึกกว่า ส่วนแทรค “Lose You To Love Meของ Selena Gomez ก็โชว์เสียงร้องที่ทั้งชัดและลอยขึ้นมาได้อย่างน่าพิศมัยมาก สุดยอดจริงๆ

ใครใช้หูฟัง Sony รุ่น WF-1000XM3 อยู่แล้วจะได้ยินอะไรที่วิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ ที่ไม่มีฟังท์ชั่น Noise Cancelling เพราะความเงียบของพื้นเสียงจากการใช้ฟังท์ชั่น NC ยิ่งช้วยให้ได้ยินความวิเศษของเสียงที่ได้จากฟอร์แม็ต 360 Reality Audio มากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น /

******************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า