วิธีริปเพลงจากแผ่นซีดีด้วย Naim Audio รุ่น Uniti Core ผ่านแอพฯ Naim

โดยพื้นฐานแล้ว Naim Audio รุ่น Uniti Core ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่หลักเป็น music server คือเป็นแหล่งเก็บไฟล์เพลงสำหรับป้อนให้กับเครื่องเล่นไฟล์เพลงที่อยู่บนเน็ทเวิร์คเดียวกัน ทว่า ทางวิศวกรของ Naim Audio ได้เพิ่มเติมความสามารถให้กับ Uniti Core ตัวนี้ให้มากขึ้นไปอีกขั้น นั่นคือเพิ่มฟังท์ชั่นที่ชื่อว่า “CD Rippingเข้าไปในตัว Uniti Core ตัวนี้ ทำให้มันสามารถริปเพลงจากแผ่นซีดีออกมาเป็นไฟล์เพลงได้ เพื่อใช้แจกจ่ายให้กับเพลเยอร์ตัวอื่นๆ ที่อยู่บนเน็ทเวิร์คเดียวกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มเขี้ยวเล็บให้กับ Uniti Core ตัวนี้อย่างแท้จริง เพราะฟังท์ชั่น CD Ripping ของ Uniti Core ตัวนี้มันสามารถใช้งานได้จริง และให้คุณภาพเสียงที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถสั่งเล่นไฟล์เพลงบนตัว Uniti Core ด้วยแอพลิเคชั่นของ Naim ได้อีกด้วย

มาดูขั้นตอนและวิธีการริปเพลงจากแผ่นซีดีของ Uniti Core ตัวนี้กันหน่อย..

ขั้นตอนแรกเป็นการเชื่อมต่อตัว Uniti Core เข้ากับซิสเต็มของคุณ ด้วยการเชื่อมต่ออินพุต Ethernet ของ Uniti Core เข้ากับ router ด้วยสาย LAN และควรเชื่อมต่อโมเด็มอินเตอร์เน็ตเข้ากับตัว router ด้วย เนื่องจากขั้นตอนการริปแผ่นซีดีนั้น ตัวโปรแกรมริปในตัว Uniti Core จะต้องทำการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์หลายๆ แห่งเพื่อดึงข้อมูลของเพลงมาใช้ อาทิเช่น ชื่อเพลง, ชื่ออัลบั้ม, รูปภาพปกอัลบั้ม และอื่นๆ

และ router ที่คุณใช้ควรจะมี access point หรือตัวรับสัญญาณ Wi-Fi ไร้สายด้วย เพื่อให้การควบคุมและมอนิเตอร์การริปแผ่นซีดีที่กระทำผ่านแอพลิเคชั่น Naim บนอุปกรณ์พกพา อย่างเช่น สมาร์ทโฟนหรือ iPad สามารถสื่อสารมาถึงตัว Uniti Core ได้ ส่วนทางด้าน output ของ Uniti Core จะต่อไว้หรือไม่ก็ได้สำหรับการริปแผ่นซีดี

แอพลิเคชั่น Naim มีให้ดาวน์โหลดฟรี ทั้งจาก PlayStore สำหรับอุปกรณ์ Android และ AppStore สำหรับอุปกรณ์ iOS หลังจากดาวน์โหลดและติดตั้งบนอุปกรณ์พกพาเสร็จแล้ว (ตัวอย่างนี้ใช้ติดตั้งบน iPad Mini 2) ให้เปิดมาที่หน้า HOME ซึ่งเป็นหน้าหลักของแอพฯ ทิ้งไว้

จากนั้น ให้นำแผ่นซีดีโหลดเข้าไปในช่องรับแผ่นของ Uniti Core โดยเอาด้านที่บันทึกสัญญาณคว่ำลงด้านล่าง (ด้านที่มีสกรีนหงายขึ้นด้านบน)

หลังจากโหลดแผ่นซีดีเข้าไปแล้ว ให้สังเกตตรงมุมซ้ายด้านบนของแอพฯ จะปรากฏสัญลักษณ์ CD Ripping ปรากฏขึ้นมา (ศรชี้) ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มไปที่สัญลักษณ์นั้น

เป็นหน้าตาของจอมอนิเตอร์สำหรับฟังท์ชั่น CD Ripping ของ Uniti Core เมื่อมองบนแอพลิเคชั่น Naim ผ่านทาง iPad Mini 2

A = ชื่ออัลบั้ัม
B = ชื่อศิลปิน
C = แหล่งข้อมูลที่ให้ข้อมูลชื่อแทรค, ชื่ออัลบั้ม และชื่อศิลปิน มา (ในที่นี้คือเซิร์ฟเวอร์ของ FreeDB) โดยที่ตัวโปรแกรมริปแผ่นดึงข้อมูลเหล่านี้มาทางอินเตอร์เน็ต
D = บอกจำนวนแทรคทั้งหมดในซีดีแผ่นนี้ (เลขตัวหลัง) พร้อมทั้งแทรคที่กำลังริป (เลขตัวหน้า)
E = แทรคเพลงทั้งหมดในแผ่น เรียงลำดับจากบนลงล่าง แทรคไหนที่ริปเสร็จแล้ว จะปรากฏสัญลักษณ์สีเขียวๆ แบบนี้ที่ด้านหลังแทรคนั้น
F = ปุ่มกดกรณีต้องการยกเลิกการริปกลางคัน

เขยิบขึ้นมาให้เห็นจำนวนแทรคทั้งหมด (9 แทรค ในกรอบสีแดง) ในซีดีแผ่นนี้ ในภาพจะเห็นว่า โปรแกรมริปแผ่นกำลังทำการริปอยู่ที่แทรค 07 (ศรชี้) ซึ่งตอนที่ผมทำการก๊อปปี้หน้าจอมาให้ดูขณะนั้นโปรแกรมมันกำลังริปแทรคที่ 07 ไปได้ 77% ของแทรคที่ 07 ซึ่งการแสดงผลของมอนิเตอร์จะเป็นไปในลักษณะ realtime และคุณสามารถสั่งยุติการริปได้ตลอดเวลาด้วยการกดปุ่ม “Abort ripที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอนี้

ถ้าไม่มีการกดปุ่ม “Abort ripเพื่อหยุดการริป หลังจากโปรแกรมทำการริปครบทุกแทรคแล้ว เครื่องจะคายแผ่นออกมา

ที่ตำแหน่งนี้ (A) จะเปลี่ยนเป็นแจ้งว่า “Rip completed with no errorsหมายความว่าการริปเสร็จสมบูรณ์โดยไม่มีความผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น ที่ด้านล่างของหน้าจอ (B) ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นปุ่มคำสั่ง “Abort ripจะเปลี่ยนเป็น “Go to albumเมื่อกดปุ่มนี้ โปรแกรมจะพาคุณไปที่อัลบั้มที่คุณริปไว้

เมื่อใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปที่ “Go to albumหน้าจอของแอพฯ จะพาคุณมาที่นี่ จากภาพจะเห็นว่า ข้อมูลส่วนที่เป็นชื่อเพลง, ชื่ออัลบั้ม, ชื่อศิลปิน มาครบแล้ว แต่ภาพปกอัลบั้มยังไม่มี (A) ขั้นตอนต่อไป เราจะไปหาปกอัลบั้มมาใส่ เริ่มด้วยการใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปที่จุดสามจุด (B) ซึ่งเป็นที่เก็บเมนูหลัก จะปรากฏหัวข้อเมนูย่อยที่รวมคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอัลบั้มนี้ป๊อปอัพขึ้นมาในกรอบแยก เริ่มจากคำสั่ง

Play album = ใช้เลือกสั่งเล่นอัลบั้มนี้ทันที ซึ่งโปรแกรมเพลเยอร์จะเริ่มเล่นจากแทรคแรกเป็นต้นไป
Queue next = เอาเพลงในอัลบั้มนี้ไปเตรียมเล่นต่อจากเพลงที่กำลังเล่นอยู่
Queue last = เอาเพลงในอัลบั้มนี้ไปต่อท้ายไว้ใน playlist ที่กำลังเล่นอยู่
Go to artist = เข้าเว็บไซต์ไปที่ Official website ของศิลปินเจ้าของอัลบั้มนี้
Add to favorite = เพิ่มอัลบั้มนี้เข้าไปไว้ในรายชื่อยอดนิยมของคุณ
Edit metadata = เข้าไปที่ฟังท์ชั่นปรับแก้ไขข้อมูลของเพลง/อัลบั้มนี้
Delete album = ลบอัลบั้มนี้ออกไปจากฮาร์ดดิส
+ Add to … = เพิ่มเติมอัลบั้มนี้เข้าไปใน..
New playlist = ตั้ง playlist ใหม่

คำสั่งเพื่อใช้แก้ไขข้อมูลเพลงก็คือ “Edit metadata” (C) วิธีเข้าใช้คำสั่งนี้ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปที่หัวข้อ Edit metadata โดยตรง

บนหน้าจอแอพฯ จะปรากฏกรอบหน้าต่าง Edit metadata ขึ้นมา ซึ่งในกรอบนั้นจะมีรายละเอียดข้อมูลของเพลง, ศิลปิน และอัลบั้มปรากฏขึ้นมา คำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนหน้าปกอัลบั้มอยู่ที่มุมขวาด้านบน (ศรชี้) ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปที่หัวข้อ “Change cover

ตัวแอพฯ อธิบายสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ และบอกวิธีปฏิบัติให้ทราบ เพื่อไปขั้นตอนต่อไป ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปที่หัวข้อ OK ที่อยู่ด้านล่างของกรอบ (ศรชี้)

จะปรากฏกรอบย่อยซ้อนขึ้นมาอีกหนึ่งกรอบ (A) โดยมีหัวข้อให้เลือก 4 หัวข้อ คือ Google image search, Bing image search, Discogs search และ Photo library ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็น search engine ที่ใช้ในการค้นหาภาพปกจากเซิฟร์ฟเวอร์บนเน็ทเวิร์คที่แอพฯ Naim ตัวนี้เชื่อมต่ออยู่ คุณสามารถเลือกตัวช่วยค้นหาภาพปกอัลบั้มจากแหล่งไหนก็ได้ในจำนวน 4 แหล่งนี้ โดยที่ 3 แหล่งจากบนลงล่างนั้นเป็นภาพปกที่ไปค้นมาจากอินเตอร์เน็ต ส่วนตัวล่างสุดคือ Photo library นั้นตัวแอพฯ จะไปค้นภาพจากฮาร์ดดิสของอุปกรณ์พกพาที่ติดตั้งแอพฯ ตัวนี้นั่นเอง ซึ่งหากว่าคุณต้องการใส่ภาพปกที่คุณจัดทำขึ้นมาเอง คุณสามารถใช้ตัวเลือกนี้ได้ แต่ก็ต้องมีขั้นตอนเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ถ้าคุณไม่อยากยุ่งยาก แนะนำให้ลองเลือกใช้ 3 แหล่งด้านบนก่อน ในการทดลองครั้งนี้ผมเลือกใช้แหล่ง Discogs search โดยใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปโดยตรง

ตัวแอพฯ จะพาคุณออกไปอินเตอร์เน็ต ไปที่ฟังท์ชั่น search ของ Discogs ซึ่งพุ่งตรงเข้าสู่การค้นหาภาพปกอัลบั้มที่คุณกำลังต้องการโดยตรง (ภาพบน ต้องยกนิ้วให้คนออกแบบแอพฯ Naim ตัวนี้ มันเจ๋งมาก!) คุณสามารถเลื่อนดูภาพปกเพื่อเลือกได้ เมื่อเจอภาพที่ต้องการ ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปที่ภาพปกนั้นค้างไว้ จะปรากฏกรอบเล็กๆ ขึ้นมา (ภาพล่าง) ซึ่งมีคำสั่งให้เลือกในนั้น 5 คำสั่ง ที่สำคัญมีอยู่ 3 คำสั่ง นั่นคือ Open = เปิดดูรายละเอียดของภาพ, Save Image = เก็บบันทึกภาพปกนั้นเข้าไปไว้ใน Photo library ของอุปกรณ์พกพา และ Copy = เลือกปกนั้นไปใช้กับอัลบั้มที่คุณริป ผมทดลองเลือกภาพปกนั้นมาใช้ด้วยการจิ้มลงไปที่คำสั่ง “Copy

แอพฯ จะดึงคุณกลับมาที่หน้าจอเดิมอีกครั้ง ที่โชว์กรอบฟังท์ชั่น Edit metadata อยู่เหนือไลบรารี่ แต่ตอนนี้คุณจะพบว่า ที่ตำแหน่งโชว์ปกอัลบั้ม (A) จะปรากฏภาพปกที่คุณเลือกมาจากอินเตอร์เน็ตขึ้นมาให้เห็น ถ้าคุณโอเคกับภาพปกนี้ ให้จิ้มลงไปที่ “Saveที่อยู่เหนือภาพปกอัลบั้ม (B) เพื่อบันทึกภาพปกและรายละเอียดชื่อเพลง, ชื่อศิลปิน และชื่ออัลบั้มทั้งหมดลงไปในไฟล์เพลงที่ริปมา ถ้าคุณต้องการเพิ่มเติมแนวหรือสไตล์เพลงให้กับอัลบั้มที่คุณริป ก็จิ้มปลายนิ้วลงไปที่ปุ่ม “Add genre” ด้านล่างของกรอบ หลังจากเพิ่มเติมข้อมูลเสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Save เพื่อบันทึกข้อมูลทั้งหมดลงไปในไฟล์เพลงนี้

เมื่อกลับมาหน้าแรก ถ้าคุณไม่เห็นอัลบั้มที่เพิ่งริปเข้าไปใหม่ ให้จิ้มลงไปที่หัวข้อ “Newest CDs” (ศรชี้)

คำสั่ง “Newest CDsจะจัดเรียงอัลบั้มใหม่ด้วยการนำเอาอัลบั้มที่คุณเพิ่งริปเข้าไปมาวางไว้เป็นลำดับแรก เพื่อเช็คว่าอัลบั้มที่คุณเพิ่งจะริปเข้ามาใน Library สามารถเล่นได้เป็นปกติหรือไม่ ให้จิ้มลงไปบนปกอัลบั้มนั้น

ตัวแอพ Naim จะพาคุณมาที่หน้านี้ ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มที่ตำแหน่งจุดสามจุดที่อยู่ตรงมุมขวามือด้านบน (A) จะปรากฏคำสั่งขึ้นมากลุ่มหนึ่ง ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มเลือกที่ “Play albumเพื่อสั่งให้แอพฯ เริ่มเล่นเพลงในอัลบั้มโดยเริ่มตั้งแต่เพลงแรกเป็นต้นไปจนจบ

ขั้นตอนนี้กรอบคำสั่งจะหายไป ที่ด้านล่างของแอพฯ จะปรากฏรายละเอียดของเพลงที่กำลังเล่น ถ้าต้องการได้ภาพมอนิเตอร์ของเพลงที่กำลังเล่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเต็มจอ ให้จิ้มลงไปที่ภาพปกอัลบั้ม (ศรชี้)

Eureka! ถ้าหน้าจอแอพฯ Naim ของคุณปรากฏภาพตามนี้ และมีเสียงเพลงไปดังที่ลำโพง แสดงว่าการริปแผ่นซีดีของคุณสำเร็จเรียบร้อยแล้ว!! /

************************

สนใจ Naim Audio : Uniti Core
ติดต่อสอบถามได้ที่

Hi-End Audio
โทร. 062-551-2410

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า