วิธีทำคอมพิวเตอร์ของคุณให้กลายเป็น Music Server ชั้นดี!

ทำไมเราจึงต้องการ Music Server.? ถ้าคุณคิดจะเล่นไฟล์เพลงของคุณด้วยเครื่องเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คที่มีชื่อเรียกว่าเครื่องเล่น “Network Audio Playerซึ่งในปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย สิ่งสำคัญที่คุณต้องมี นอกจากเครื่องเล่น Network Audio Player ก็คือ “Music Serverซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บไฟล์เพลงของคุณเอาไว้ เพื่อคอยให้เครื่องเล่น Network Audio Player ของคุณดึงไฟล์เพลงเหล่านั้นมาเปิดฟังนั่นเอง

ภาพชาร์ตด้านบนนี้เป็นแผนผังของการเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คแบบที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “Network Audio Playerซึ่งทำหน้าที่ในการเล่นไฟล์เพลง กับ “Music Serverซึ่งทำหน้าที่ในการเก็บไฟล์เพลงของระบบเน็ทเวิร์ค ซึ่งจากภาพจะเห็นว่า Music Server มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันได้ถึง 3 รูปแบบ นั่นคือ

1. เรียกว่า Computer Server (คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์)
2. เรียกว่า Cloud Server (คลาวด์ เซิร์ฟเวอร์)
3. เรียกว่า NAS (แนส) ย่อมาจาก Network Attached Storage

ในจำนวนเซิร์ฟเวอร์ทั้ง 3 แหล่งข้างต้น แบบที่ 1 กับ แบบที่ 3 เป็นระบบจัดเก็บไฟล์เพลงที่อยู่ใกล้ตัวเรา สามารถติดตั้งอยู่ในบ้านเราได้ แต่ แบบที่ 2 นั้น เป็นระบบเซิร์ฟเวอร์ที่อาศัยเทคโนโลยี Cloud Computing ในการจัดเก็บและส่งไฟล์เพลงมาให้เราทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งตัวฮาร์ดแวร์ของระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เก็บไฟล์เพลงจะตั้งอยู่ที่เมืองนอก เป็นที่เก็บไฟล์เพลงของผู้ให้บริการเช่าฟังในระบบสมาชิก ที่เรารู้จักกันดีทุกวันนี้ก็คือ TIDAL, Spoyify, Tunin, Qobuz และอีกมากมาย วิธีการที่เราจะสามารถดึงไฟล์เพลงจากเซิร์ฟเวอร์บนอินเตอร์เน็ตของผู้ให้บริการเหล่านั้นลงมาฟังได้ก็คือต้องสมัครสมาชิกเพื่อขอใช้บริการ ซึ่งต้องเสียค่าบริการรายเดือนเป็นค่าตอบแทน ข้อดีของการฟังเพลงจากผู้ให้บริการเหล่านี้มีหลายอย่าง นั่นคือ มีเพลงให้เลือกเยอะมาก มีเพลงที่เราไม่มีอยู่เยอะให้ฟัง เราไม่ต้องซื้อแผ่นเพลงอีกเลย และไม่ต้องเสียเงินซื้อฮาร์ดดิสมาเก็บไฟล์เพลงอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีเพลงมากมายแค่ไหนก็มีโอกาสเสมอที่จะไม่มีเพลงที่เราชอบบางส่วน นั่นคือข้อด้อยข้อหนึ่งของการใช้บริการจากผู้ให้บริการเหล่านี้ กับข้อด้อยอีกข้อสำหรับคนเล่นเครื่องเสียงที่พิถีพิถันกับคุณภาพเสียงมากๆ จริงๆ นั่นคือข้อจำกัดทางด้านสเปคฯ ของไฟล์เพลงที่ให้บริการ ซึ่งส่วนมากจะยังไม่ถึงระดับ Hi-Res Audio ทั้งหมด

ส่วน NAS กับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์จะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มีไฟล์เพลงของตัวเอง และต้องการเน้นคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดจากไฟล์เพลงเหล่านั้น (บางคนก็ซื้อมาจากเว็บไซต์เมืองนอก ในขณะที่บางคนก็ริปมาจากแผ่น CD และ SACD) ซึ่ง NAS หรือ Network Attached Storage เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้เก็บข้อมูลดิจิตัลที่ต้องการถ่ายโอนไปมาผ่านทางเน็ทเวิร์คโดยเฉพาะ ภายในตัว NAS จะมีลักษณะเป็นกล่องเปล่าๆ เพื่อใช้เป็นที่เสียบฮาร์ดดิสแบบ internal ซึ่งผู้ซื้อสามารถเลือกขนาดความจุของขูอมูลที่จัดเก็บได้ รุ่นที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปจะใส่ฮาร์ดดิสแบบจานหมุนขนาด 3.5 นิ้ว ได้ตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไปจนถึง 8, 12 หรือมากกว่านั้นก็มี

นอกจากช่องใส่ฮาร์ดดิสแล้ว ในตัว NAS ยังมีแผงวงจรที่ลงโปรแกรมที่ใช้จัดการกับข้อมูลในตัวมันอยู่ด้วย ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็อาจจะมีฟังท์ชั่นที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีโปรแกรมหลักๆ อยู่ 2-3 อย่าง เช่น โปรแกรม Back-up ข้อมูล เพื่อป้องกันข้อมูลเสียหาย และโปรแกรมที่ใช้แชร์ข้อมูลไปบนเน็ทเวิร์ค ฯลฯ ซึ่งข้อดีของ NAS ก็คือความสะดวกในการใช้งาน และความมั่นใจในการเก็บรักษาไฟล์เพลงว่าจะไม่เสียหายง่ายๆ ส่วนข้อด้อยที่ชัดเจนมีอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรกอยู่ที่ติดตั้งใช้งาน ซึ่งผู้ติดตั้งต้องอาศัยความเข้าใจทางด้านคอมพิวเตอร์และเน็ทเวิร์คพอสมควร แม้ว่าปัจจุบันจะได้รับการพัฒนาให้ติดตั้งง่ายขึ้นมากแล้ว แต่สำหรับคนที่มีความรู้ระดับศูนย์เกี่ยวกับเรื่องเน็ทเวิร์คก็ยังนับว่ายากอยู่ดี ส่วนข้อด้อยประเด็นที่สองก็คือราคาของกล่อง NAS ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง ความนิยมในปัจจุบันจึงลดน้อยลงไปเยอะ

สำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์คล่อง และมีคอมพิวเตอร์ใช้ส่วนตัวอยู่แล้ว ถ้าพอมีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง ก็สามารถทำให้คอมพิวเตอร์ที่เราใช้ทำงานให้มีคุณสมบัติและทำงานเหมือน NAS ได้เช่นกัน คือเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เก็บไฟล์เพลงนั่นเอง

ภาพชาร์ตด้านบนนี้เป็นภาพจำลองชุดเครื่องเสียงของนักเล่นเครื่องเสียงจริงๆ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นไฟล์เพลงทั้งหมดจะถูกเชื่อมต่อออกมาจากตัว network switch (เน็ทเวิร์ค สวิทช์) ซึ่งอุปกรณ์แต่ละตัวจะทำหน้าที่แตกต่างกัน เริ่มจาก อินติเกรตแอมป์ที่มีอินพุตเน็ทเวิร์ค (1), เน็ทเวิร์ค สตรีมเมอร์ (2) และ เน็ทเวิร์ค สปีคเกอร์ (3) อุปกรณ์สามตัวนี้จะทำหน้าที่ในการเล่นไฟล์เพลง ซึ่งในทางปฏิบัตินั้น นักเล่นฯ จะทำการเล่นไฟล์เพลงด้วยแอพลิเคชั่นต่างๆ ที่อุปกรณ์แต่ละตัวแนะนำให้ใช้

ส่วนอุปกรณ์ที่เชื่อมอยู่กับตัว network switch อีกสามตัวที่เหลือ คือ เราเต้อร์, คอมพิวเตอร์ และ NAS (ที่เก็บไฟล์เพลง) โดยที่ 3 ตัวนี้ทำหน้าที่เป็นที่เก็บไฟล์เพลง หรือ music server ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ในการเล่นไฟล์เพลงไม่จำเป็นต้องมี music server ครบทั้งสามชนิดนี้ก็ได้ บางซิสเต็มที่ต้องการความสะดวกในการใช้งานที่เรียบง่าย อาจจะมีแค่ เราเต้อร์ + โมเด็มเป็นเซิร์ฟเวอร์ ใช้งานร่วมกับ เน็ทเวิร์ค สปีคเกอร์” (3) เป็นเพลเยอร์ก็ใช้ฟังเพลงได้แล้ว หรือในบางบ้านที่มีชุดฟังเพลงหลายจุดแยกกันอยู่ในบ้าน ก็อาจจะเพิ่มเติมเพลเยอร์เข้ามาได้อีก อย่างเช่น วางตัวเน็ทเวิร์ค สปีคเกอร์ไว้ในห้องนอน แล้วเพิ่ม อินติเกรตแอมป์ที่มีอินพุตเน็ทเวิร์ค” (1) เข้าไปในห้องฟังเพลงโดยใช้ขับลำโพงพาสซีฟอีกคู่เข้าไปไว้ฟังเพลงในห้องรับแขกก็ได้

หรือกรณีที่เป็นนักเล่นเครื่องเสียงรุ่นเก๋าที่มีแอมป์ + ลำโพงของเดิมที่ใช้มานานอยู่ก่อนแล้ว อยากจะเล่นไฟล์เพลงที่เน้นคุณภาพเสียงสูงสุด ก็สามารถเพิ่มเติมอุปกรณ์ประเภท เน็ทเวิร์ค สตรีมเมอร์” (2) เข้ามาในซิสเต็มได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแอมป์และลำโพงใหม่ ซึ่งในปัจจุบันก็มีเครื่องเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์ค หรือเน็ทเวิร์ค สตรีมเมอร์ออกมาจำหน่ายมากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อ มีทุกระดับราคาให้เลือก

ในกรณีของนักเล่นที่เน้นคุณภาพเสียง หรือมีไฟล์เพลงของตัวเองสะสมอยู่แล้ว การฟังเพลงจากผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตอย่างเดียวอาจจะตอบโจทย์ได้ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเพลงที่สะสมเป็นแผ่นซีดีเอาไว้มากมาย บางส่วนนั้นผู้ให้บริการอาจจะไม่มีให้สตรีมฟัง วิธีแก้ปัญหานี้ก็คือต้องหาเซิร์ฟเวอร์อื่นเข้ามาเสริม ซึ่งมีให้เลือก 2 ช่องทาง ระหว่างไปหาซื้อ NAS มาใช้เก็บไฟล์เพลงเพื่อใช้งานในเน็ทเวิร์ค กับอีกวิธีซึ่งเป็นวิธีที่ประหยัดเงินมากกว่า แต่เหมาะกับคนที่มีคอมพิวเตอร์ใช้งานอยู่แล้ว อาจจะเป็นโน๊ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ นั่นคือ ลงโปรแกรม music server ลงไปที่คอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อทำให้คอมพิวเตอร์ตัวนั้นมีคุณสมบัติเป็น music server และสามารถใช้เล่นไฟล์เพลงกับระบบของคุณได้

โปรแกรมอะไรดี.?

ปกติแล้ว ระบบปฏิบัติการณ์ต่างๆ ทั้ง Windows และ OSX จะมีโปรแกรมที่ทำหน้าที่แชร์ไฟล์ในตัวคอมพิวเตอร์ออกไปทางเน็ทเวิร์คได้ พูดง่ายๆ คือ ทั้ง Windows และ OSX ก็มีโปรแกรมเซิร์ฟเวอร์อยู่ในตัวนั่นเอง แต่เนื่องจากโปรแกรมเซิร์ฟเวอร์ของระบบปฏิบัติการณ์เหล่านั้นไม่ได้เน้นคุณภาพเสียงโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อแชร์ไฟล์ทุกประเภท ทั้งไฟล์เพลง, ไฟล์วิดีโอ และไฟล์เอกสาร คือมีลักษณะเป็นโปรแกรมเอนกประสงค์มากกว่า ถ้าเน้นคุณภาพเสียงจริงๆ ควรเลือกใช้โปรแกรมเซิร์ฟเวอร์ที่ออกแบบมาสำหรับการแชร์ไฟล์เพลงโดยเฉพาะ

ปัจจุบัน มีโปรแกรมประเภทมีเดีย เซิร์ฟเวอร์ที่ออกแบบมาให้ใช้แชร์ไฟล์หนังและไฟล์เพลงจากคอมพิวเตอร์อยู่หลายตัว แต่ละตัวก็มีฟังท์ชั่นและความยากง่ายในการใช้งานต่างกันออกไป แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการแชร์ไฟล์เพลงที่เน้นคุณภาพเสียงโดยเฉพาะอยู่บางส่วนเช่นกัน ส่วนมากจะเป็นโปรแกรมที่ต้องซื้อ อาทิเช่น Minim Server, Asset UPnP ซึ่งวันนี้ผมจะเลือกตัว Asset UPnP มาแนะนำให้รู้จัก เพราะผมลองใช้งานเองแล้วพบว่ามันให้เสียงที่ดี และที่สำคัญคือติดตั้งและใช้งานง่ายมาก

Asset UPnP (DLNA compatible)

โปรแกรม music server เป็นผลิตภัณฑ์ของ illustrate ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาซอฟท์แวร์สำหรับวงการออดิโอและวิดีโอที่เน้นคุณภาพของภาพและเสียงโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของบริษัทนี้นอกจากโปรแกรมมิวสิค เซิร์ฟเวอร์ Asset UPnP ตัวนี้แล้วก็ยังมีโปรแกรมริปแผ่นซีดีที่โด่งดังในวงการเครื่องเสียงด้วย นั่นคือโปรแกรม dBpoweramp CD ripper นั่นเอง

Asset UPnP เป็นโปรแกรมเซิร์ฟเวอร์ที่ออกแบบมาเพื่อสตรีมเฉพาะสัญญาณเสียงอย่างเดียว (audio only server) โดยเน้นไปที่คุณภาพเสียงมากเป็นพิเศษ พร้อมทั้งปรับปรุงความสามารถในการจัดการกับไฟล์เพลงไปด้วย โปรแกรม Asset UPnP อาศัยมาตรฐาน UPnP หรือ Universal Plug and Play ในการแชร์ไฟล์เพลงระหว่างอุปกรณ์แต่ละตัวบนเน็ทเวิร์คเดียวกัน อย่างเช่น ถ้าคุณเก็บไฟล์เพลงไว้ในคอมพิวเตอร์ โปรแกรม Asset UPnP จะทำให้คุณสามารถดึงไฟล์เพลงที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ตัวนั้นไปเปิดฟังบนอุปกรณ์เน็ทเวิร์ค สตรีมเมอร์ตัวใดก็ได้ที่ติดตั้งอยู่ในทุกมุมบ้านของคุณ

คุณสมบัติที่สำคัญของ Asset UPnP

เป็นโปรแกรม media server ที่ออกแบบมาโดยเน้นการแชร์ไฟล์เพลงตั้งแต่เริ่มต้น
มีฟังท์ชั่น Internet Radio ในตัว ทำให้คุณสามารถเลือกฟังเพลงจากสถานีวิทยุบนอินเตอร์เน็ทได้ทั่วโลก
Dynamic playing: ค้นหาอัลบั้มใหม่สุด, ใหม่น้อยกว่า หรืออัลบั้มที่เล่นบ่อยๆ มาเล่นแบบ Jukebox
Dynamic Browsing: สั่งค้นหาอัลบั้มโดยรวม หรือไม่รวมแนวเพลง หรือปีที่ออก ได้โดยง่าย
สามารถกำหนดรายละเอียดอัลบั้มเพลงที่ต้องการค้นหาได้หลายเงื่อนไข
สามารถปรับการเข้ารหัสไฟล์ wave, LPCM หรือ MP3 ให้เล่นกับอุปกรณ์ที่ไม่รองรับไฟล์เหล่านี้ได้โดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับคุณภาพของสัญญาณต้นฉบับเดิม
รองรับ DSD และ DFF โดยสามารถส่งออกไปตรงๆ แบบ DSD native ได้, หรือจะตั้งให้แปลงเป็นสัญญาณ PCM ซึ่งเลือกแซมปลิ้งได้ระหว่าง 48kHz กับ 96kHz และแพ็คไปในไฟล์ WAV ก่อนส่งออกไปได้, หรือจะตั้งให้เข้ารหัสเป็นฟอร์แม็ต DoP ก่อนส่งออกไปก็ได้
มีฟังท์ชั่น ReplayGain ปรับความดังแต่ละแทรคให้ใกล้เคียงกัน
แอบทำงานอยู่เบื้องหลัง ไม่รบกวนงานที่คุณกำลังทำบนคอมพิวเตอร์
สามารถแยก Library ได้หลายไลบรารี่

เมื่อเทียบกับโปรแกรมตัวอื่นที่เป็น music server ลักษณะเดียวกัน จะพบว่า จุดเด่นข้อสำคัญนอกจากเรื่องของคุณภาพเสียง และเรื่องของฟังท์ชั่นต่างๆ แล้ว ความง่ายในการใช้งานถือว่าเป็นจุดเด่นมากๆ ของโปรแกรม music server ที่ชื่อว่า Asset UPnP ตัวนี้!

วิธีการใช้งานโปรแกรม Asset UPnP Server

โปรแกรม Asset UPnP เป็นโปรแกรมที่มีราคา 29 เหรียญ (ประมาณแปดร้อยกว่าบาท) สำหรับเวอร์ชั่น Premium มี trial ให้ลองใช้ฟรีก่อน 30 วัน ถ้าลองใช้ครบ 30 วันแล้วคุณไม่ซื้อไลเซนต์เพื่ออัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น Premium คุณก็จะยังคงใช้งานได้ต่อ แต่จะเหลือแค่ฟังท์ชั่น UPnP Server อย่างเดียว ฟังท์ชั่นอื่นๆ ถูกตัดออกไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสามารถในการรองรับ DSD โดยตรงและสามารถแปลงเป็น PCM ได้ด้วย ซึ่งผมบอกเลยว่า กับราคาค่าไลเซนต์ตลอดชีพแค่ 29 เหรียญถือว่าคุ้มมาก สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้จาก ที่นี่

โปรแกรมนี้รองรับระบบปฏิบัติการณ์บนคอมพิวเตอร์ครบทุกรูปแบบ ทั้ง Windows, OSX, Linux และ Raspberry Pi นอกจากก็ยังมีเวอร์ชั่นที่ใช้กับ NAS ด้วย มีของแบรนด์ดังๆ ครบ ทั้ง QNAP และ Synology คุณต้องการนำไปใช้กับตัวไหนก็เลือกดาวน์โหลดไปใช้ได้ตามต้องการ

ผมดาวน์โหลดเวอร์ชั่น Apple OS X มาทดลองใช้กับ Mac Mini ของผม ซึ่งใช้ MacOS High Sierra ซึ่งก็สามารถใช้งานได้อย่างราบลื่น วิธีการติดตั้งลงบน Mac Mini ก็เป็นอะไรที่ง่ายมากตามมาตรฐานของคอมพิวเตอร์แมคฯ

หลังจากติดตั้งโปรแกรมเสร็จแล้ว จะปรากฏไอค่อนรูปโลโก้ของโปรแกรม Asset UPnP (ศรชี้สีแดง) ขึ้นไปปรากฏอยู่บนแถบคำสั่งด้านบนของจอ เมื่อคลิ๊กลงไปที่ไอค่อนนี้ จะปรากฏหน้าต่างเล็กๆ ขึ้นมาตามภาพด้านบน เรียกว่า “main pageซึ่งบนหน้าต่างนี้จะแสดงรายละเอียดของตัวโปรแกรมให้รู้ อย่างเช่น เวอร์ชั่นที่ R6.6 ตอนนี้ในไลเบอรี่มีเพลงอยู่ทั้งหมด 946 แทรค, รวม 78 อัลบั้ม (A) และบอกสถานะให้รู้ว่า เวอร์ชั่นที่ผมกำลังใช้งานอยู่ในช่วงทดลองใช้ 30 วัน (B) เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ จำนวนวันที่แสดงตรงนี้จะลดลงไปเรื่อยๆ ตามความจริงเพื่อคอยเตือนให้เราเตรียมตัวเสียเงินซื้อไลเซนต์

นอกจากข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นแล้ว บนหน้าต่างนี้ยังมีปุ่มกดอยู่ 4 ปุ่ม เริ่มจาก Configure (C) เป็นปุ่มสำหรับเปิดเข้าไปปรับตั้งฟังท์ชั่นต่างๆ ของ Asset UPnP, ปุ่ม Detecting Changes (D) ใช้สำหรับแอคทีฟไฟล์เพลงใหม่ๆ ที่เพิ่งจะเพิ่มเติมเข้าไปในไลบรารี่ของ server ซึ่งตัวโปรแกรมจะทำการสแกน ID tags หรือชื่อของไฟล์เพลงเฉพาะที่เพิ่งเพิ่มเข้าไปใหม่ ใช้เวลาน้อย ส่วนปุ่ม Refresh All (E) เป็นปุ่มที่สั่งให้โปรแกรมทำการสแกนไฟล์เพลงทั้งหมดที่มีใหม่ เพื่อให้พร้อมสำหรับแชร์ในเน็ทเวิร์ค ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าปุ่ม D

* Library = ไลบรารี่ คือรายชื่อเพลงทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ใน Asset UPnP server

เมื่อคุณต้องการเพิ่มไฟล์เพลงเข้าไปในไลบรารี่ของ Asset UPnP ให้คลิ๊กลงไปบนปุ่ม “Configureหน้าต่าง main page จะเปลี่ยนเป็นแบบด้านบนนี้ ชื่อว่าหน้าต่าง “Asset UPnP Instancesซึ่งในนั้นมีรายละเอียดแสดงไว้ 3 – 4 อย่าง เริ่มจาก (A) Asset UPnP: thanee-mac-mini = เป็นชื่อของไลบรารี่ที่โปรแกรมมันดึงมาจากชื่อยูสเซอร์ของคอมพิวเตอร์ที่เราตั้งไว้ คุณสามารถเปลี่ยนได้, (B) Enabled = ข้างหน้ามีช่องสี่เหลี่ยมให้คลิ๊กใส่เครื่องหมายถูก ตามภาพคือเปิดให้ใช้ (พร้อมแชร์) ไฟล์เพลงในไลบรารี่นี้ ถ้าไม่ต้องการแชร์ไปบนเน็ทเวิร์คก็คลิ๊กเอาเครื่องหายถูกออก, (C) Configure = คลิ๊กเพื่อเข้าไปปรับตั้งค่าต่างๆ และปุ่มสุดท้าย (D) Add New = คุณสามารถเพิ่มไลบรารี่ได้อีก ด้วยการคลิ๊กที่ปุ่มนี้ กรณีที่ไม่ต้องการเอาไฟล์เพลงทั้งหมดไปเก็บไว้บนไลบรารี่เดียว อาจจะเพื่อให้การเรียกใช้ทำได้เร็วขึ้น หรือจงใจแยกประเภทของเพลงก็ได้

ผมทดลองคลิ๊กเพิ่มไลบรารี่ขึ้นมาอีก 2 ไลบรารี่ (ศรชี้) ซึ่งโปรแกรมจะตั้งชื่อให้เองโดยใส่เครื่องหมาย # และเลขเรียงลำดับให้ ผมตั้งใจจะให้ไลบรารี่แรกสุดเป็นไฟล์เพลง PCM ที่เป็นไฮเรซฯ ที่ผมริปมาจากแผ่น DVD-Audio และไฟล์ที่ผมซื้อมาจากเว็บไซต์ hdtracks.com ส่วนไลบรารี่ที่สอง (#1) ผมจะใส่ไฟล์เพลง wav 16/44.1 ที่ผมริปมาจากแผ่นซีดี และไลบรารี่ที่สาม (#2) ผมจะใส่ไฟล์เพลง DSF ที่ผมริปมาจากแผ่น SACD สังเกตว่า ที่ด้านหลังของไลบรารี่ทั้งสองที่ผมเพิ่งตั้งขึ้นมาจะมีปุ่ม Enabled, Configure เหมือนกับไลบรารี่หลักอันแรก แต่ที่ไม่เหมือนก็คือมีปุ่ม Remove เพิ่มขึ้นมา แสดงว่า เราสามารถลบไลบรารี่ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ทิ้งไปได้ ในขณะที่ไลบรารี่หลักลบไม่ได้

คราวนี้มาลองดูวิธีใส่ไฟล์เพลงเข้าไปในไลบรารี่แต่ละอันกัน เริ่มด้วยการคลิ๊กลงไปที่ปุ่ม “Configureของไลบรารี่ที่ต้องการใส่เพลงเข้าไป

หน้าต่างจะเปลี่ยนไปเป็น “Asset UPnP: thanee-mac-mini :: Configurationตามที่เห็นด้านบนนี้ ซึ่งในหน้าต่างนี้จะรวบรวมการปรับตั้งฟังท์ชั่นต่างๆ ของ Asset UPnP Server ไว้ที่นี่ แยกกันอยู่ตามไอค่อนทั้ง 5 ด้านบน Folders, Excluded Types, General Settings, Streaming และ Browse Tree ซึ่งรายละเอียดของหัวข้อที่มีให้ปรับตั้ง มีแสดงอยู่ใน ลิ้งค์นี้

ฟังท์ชั่นที่ใช้ในการเพิ่ม/ลบไฟล์เพลงเข้าไปในไลบรารี่อยู่ที่ไอค่อนตัวแรกคือ “Foldersเมื่อคลิ๊กลงไป บนพื้นที่ด้านล่างของหน้าต่างจะมีปุ่มยาวๆ ชื่อว่า “Add Folder” (ศรชี้) เมื่อคลิ๊กลงไปที่ปุ่มนี้ จะปรากฏหน้าต่างเปิดซ้อนขึ้นมาอีกหนึ่งชั้น เป็นหน้าต่างที่เราต้องคลิ๊กเข้าไปหาที่ที่เราเก็บไฟล์เพลงที่ต้องการจะเพิ่มเข้าไปในไลรารี่นั่นเอง ซึ่งโปรแกรมนี้สามารถดึงไฟล์เพลงที่อยู่ใน external USB HDD ที่คุณเสียบเข้ากับช่อง USB-A ของคอมพิวเตอร์ได้ด้วย คุณไม่จำเป็นต้องเอาไฟล์เพลงเข้าไปเก็บไว้ในฮาร์ดดิสของคอมพิวเตอร์ก็ได้ วิธีนี้ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ฮาร์ดดิสของคอมพิวเตอร์ เป็นอะไรที่เยี่ยมมาก สอดคล้องกับพฤติกรรมของผมพอดี เพราะโดยปกติผมจะแยกไฟล์เพลงไปเก็บไว้ใน external HDD อยู่แล้ว ผมไม่นิยมเก็บไฟล์เพลงไว้ในฮาร์ดดิสของคอมพิวเตอร์โดยตรง ผมจึง Love ความสามารถตรงจุดนี้ของ Asset UPnP มากเป็นพิเศษ

คุณสามารถคลิ๊กเลือกไฟล์เพลงเข้าไปไว้ในไลบรารี่ทีละอัลบั้ม หรือจะคลิ๊กเลือกทีละหลายอัลบั้มก็ได้ ในภาพด้านบน ผมทดลองเข้าไปที่ external HD ที่ผมตั้งชื่อไว้ว่า HD-PCM (1) ที่ผมเสียบไว้ที่ช่อง USB ของ Mac mini แล้วเลือกอัลบั้มของ The Doobie Brothers ชุด The Captain And Me (2) เข้าไปในไลบรารี่ หลังจากคลิ๊กเลือกไฟล์เสร็จแล้ว ให้คลิ๊กที่ปุ่ม “Open” (3) ที่ด้านล่างขวาของหน้าต่างที่ให้เลือกไฟล์เพลงนั้น

เมื่อคลิ๊กแล้ว ไฟล์เพลงของ The Doobie Brothers ชุดนั้น (1) จะมาปรากฏอยู่ในหน้าต่าง “Asset UPnP: thanee-mac-mini:: Configuration” (2) นี้ ตามภาพด้านบน เมื่อจบกระบวนการแล้ว เพื่อยืนยันการทำงานในขั้นตอนสุดท้าย ให้คลิ๊กที่ปุ่ม “Apply changes & close” (3) หน้าต่างนี้ก็จะหายไปจากจอ ถือว่าเป็นการจบขั้นตอนในการเพิ่มไฟล์เพลงลงไปในไลบรารี่ พร้อมแชร์ไปให้เน็ทเวิร์ค สตรีมเมอร์ทุกตัวที่อยู่ในเน็ทเวิร์ควงเดียวกันแล้ว

5 ภาพข้างบนนี้มาจากการทดลองใช้แอพ HEOS บน iPad mini2 ดึงไฟล์เพลงอัลบั้มชุด The Captain And Me ของ The Doobie Brothers ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป เพื่อเล่นกับตัว music streamer ของ Marantz รุ่น NA6006 ปรากฏว่า สำเร็จ! ทุกอย่างลื่นฉลุย.!!! /

***************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า