เลียบๆ เคียงๆ ดูงาน.. > Tokyo International Audio Show 2018 ที่ประเทศญี่ปุ่น

งานแสดงเครื่องเสียงงานนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 1983 เป็นงานที่จัดประจำปีละครั้ง ในปี 2018 ครั้งนี้จึงเป็น ครั้งที่ 36 แล้ว แม้ว่าจะมีโอกาสมาที่ประเทศญี่ปุ่นหลายครั้ง แต่ผมก็เพิ่งจะมีโอกาสแวะมาเยี่ยมชมงานนี้ครั้งนี้เป็นครั้งแรก และควรจะเรียกว่าเป็นการ เลียบๆ มองๆมากกว่า เพราะผมมีเวลาแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น และเอาเข้าจริง เวลา 2-3 ชั่วโมงของผมก็ทำได้แค่ดอดเข้าไปเยี่ยมๆ มองๆ ได้เพียงครึ่งหนึ่งของห้องฟังที่มีอยู่ในงานนี้เท่านั้นเอง

งาน Tokyo International Audio Show หรือ TIAS เป็นงานแสดงโชว์อุปกรณ์เครื่องเสียงและเทคโนโลยีเครื่องเสียงที่จัดโดยสมาคมผู้นำเข้าเครื่องเสียงของประเทศญี่ปุ่น (International Audio Society of Japan เรียกย่อๆ ว่า IASJ)

การเดินทาง

เริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้า Asakusa Station กำลังมองหาชั้นที่จะไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อเดินทางไปที่ Tokyo International Forum ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ..

หลังจากเสียเวลาเดินหาสถานีอยู่พักนึง สรุปคือต้องไปสาย Tokyo Metro Ginza Line ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินที่เก่าแก่ที่สุดสายหนึ่งของเอเซีย เริ่มต้นจากสถานี อาซากูซะ (ศรชี้สีแดง) ไปลงที่สถานี Kyobashi (ลูกศรสีดำ) ห่างจากสถานีต้นทางออกไป 9 สถานี ค่าโดยสารคนละ 200 เยน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที

ลงจากรถไฟแล้ว ต้องเดินจากสถานีขึ้นไปบนถนนต่อไปอีกประมาณ 10 นาที

และแล้วก็มาถึง Tokyo International Forum.. ดูจากสภาพแวดล้อมภายนอกแล้ว บรรยากาศมันดูคล้ายกับ MOC Event Center ที่ใช้จัดงานไฮเอ็นด์ฯ ที่มิวนิค ประเทศเยอรมนี ลักษณะเป็นคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์เหมือนกัน ซึ่งเป็นฮอลล์สารพัดประโยชน์ สร้างไว้เพื่อจัดงานแสดงสินค้าต่างๆ ที่มีสเกลขยาดย่อมๆ

บรรยากาศภายในงาน

อาคาร Tokyo International Forum ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน TIAS 2018 ครั้งนี้ตั้งอยู่ที่ แขวงชิโยดะ ในกรุงโตเกียว ซึ่งมีลักษณะเป็น convention hall ตัวห้องที่ใช้สาธิตและจัดโชว์เครื่องเสียงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ตั้งอยู่บนตัวตึก 7 ชั้น ส่วนของห้องที่ใช้โชว์เสียงมีอยู่ 4 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 4 ถึงชั้น 7 รวมห้องโชว์ทั้งหมด 35 ห้อง งานมีตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 18 พศจิกายน 2561 สองวันแรกเริ่มตั้งแต่ 10:00 ไปจนถึง 19:00 . ส่วนวันสุดท้ายปิดเร็วหน่อยคือ 17:00 .

นี่คือสภาพของหน้างาน ซึ่งจัดอยู่บนพื้นที่โล่งที่ไม่กว้างนักของชั้นหนึ่ง มีบู๊ธลงทะเบียนขนาดเล็ก (A) ซึ่งก็ไม่ได้ซีเรียสมาก ใครจะลงก็ได้ไม่ลงก็ได้ ส่วนห้องโชว์เครื่องเสียงอยู่บนตัวอาคาร ระหว่างชั้นที่ 4 – 7 (ศรชี้ C) ผู้เข้าชมต้องขึ้นลิฟท์ซึ่งทางเข้าอยู่ด้านหลังของบู๊ธลงทะเบียน (B)

พื้นที่เปิดหน้าบู๊ธลงทะเบียนงานมีบู๊ธเล็กๆ อยู่ 2-3 บู๊ธ จัดโชว์และจำหน่ายแผ่นเพลงของค่าย Stereo Sound ซึ่งเป็นสื่อเครื่องเสียงระดับไฮเอ็นด์ของญี่ปุ่น เอาแผ่นเพลงที่ทางสื่อจัดทำและคัดเลือกมาจำหน่ายจำนวนมาก มีทั้ง LP, CD และ BD ราคาสูงเอาเรื่อง

อันนี้เป็นแผ่นเสียงที่ทำมาจาก digital mixed master 32bit/384kHz

สองแผ่นนี้เป็น Blu-ray Audio ที่บันทึกไฟล์เพลง DSF 11.2MHz (หรือ DSD256) ราคาดุมาก แผ่นละ 12,960 เยน คิดเป็นเงินไทยประมาณเกือบสี่พันบาท!

ห้องโชว์เสียงทำไว้ดีมาก.. มีการชีลด์ไม่ให้เสียงจากนอกห้องเล็ดลอดเข้าไปรบกวนภายในห้องด้วย ซึ่งสังเกตได้จากประตูห้องที่มีการแด๊มป์ไว้หลายชั้น (ในภาพข้างบน) ทั้งไม้และโลหะ เสียงเพลงที่เปิดโชว์ออกมามีรายละเอียดดีกว่าห้องโชว์ในงานอื่นๆ มาก ภายในห้องก็มีการปรับสภาพอะคูสติกไว้ด้วย เพดานมีติดแผ่นอะคูสติกบอร์ดป้องกันเสียงก้อง รวมทั้งบนผนังห้องบางส่วน

ผู้ที่เข้ามาจัดโชว์ในงานเป็นผู้นำเข้า (Importer) ในแต่ละห้องจึงมีผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงอยู่หลายแบรนด์ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่นำมาโชว์ในงานครั้งนี้ทั้งเล็กใหญ่ จากทุกชาติทั้งหมดรวมกัน 192 แบรนด์ ลักษณะการจัดโชว์ก็เหมือนๆ กับงานที่อื่นๆ คือเกือบทุกห้องจะจัดที่นั่งให้ผู้เข้าชมนั่งฟังกันแบบ classroom บนเก้าอี้แบบไม่มีเท้าแขน มีอยู่แค่ไม่กี่ห้องที่จัดที่นั่งฟังแบบไม่ซีเรียส เหมือนจะเน้นว่าเป็นแนวไล้ฟ์สไตล์ แต่ก็ไม่มีคนสนใจฟังมากนัก (รูปล่างสุดด้านบน) ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของผู้เข้าชมงานซึ่งผมคะเนอายุส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 45 ปีขึ้นไป และคิดว่าน่าจะเป็นนักเล่นเครื่องเสียงทั้งหมดเมื่อพิจารณาจากลักษณะความตั้งใจในการฟังของพวกเขา

บางส่วนของผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ

อย่างที่ผมออกตัวไว้ตั้งแต่แรกว่าผมมีเวลาจำกัดมากในการเข้าชมงานครั้งนี้ ผมจึงเข้าชมและลองฟังเสียงได้แค่เพียงสองชั้น ซึ่งก็ประมาณครึ่งเดียวของห้องโชว์ทั้งหมดในงานนี้เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่า ในอนาคตผมจะหาโอกาสมาเดินเที่ยวงานที่นี่อีก

The Bespoke Audio : Passive Pre-Amplifier

เป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศอังกฤษ เนื้องานมันดูงดงามมาก สัมผัสได้ถึงความปราณีตบรรจงในการสร้าง ซึ่งทุกตัวเป็นงานแฮนด์เมด แต่ละตัวต้องใช้เวลาผลิตนานถึง 5 สัปดาห์ ราคาขายในญี่ปุ่นอยู่ที่ 1 ล้าน 7 แสนเยนเท่านั้น!

ลิ้งค์ | https://goo.gl/twp8B6

KL Audio : MP10 MK II (A) & AG10 (B)

คุณมีปัญหาเรื่องคุณภาพเสียงที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างแทรคแรกกับแทรคท้ายของแผ่นเสียงรึเปล่า.? ถ้ามี.. แนะนำให้ลองพิจารณาโทนอาร์มของ KL Audio สองตัวนี้ครับ! มันเป็นอาร์มที่ออกแบบมาโดยมีกลไกที่สามารถทำให้ปลายเข็มเกาะเซาะร่องแผ่นเสียงด้วยมุมสัมผัสเดียวกันไปตลอดตั้งแต่ต้นแทรคแรกไปจนถึงร่องสุดท้ายของแทรคท้ายสุดของหน้าแผ่นเสียง มี tool alignment ที่ออกแบบมาเฉพาะ และมีความยาว 10 นิ้วกับ 12 นิ้วให้เลือก

ลิ้งค์ | https://goo.gl/kx3Wz5

TAD : Evolution Series ลำโพง E1TX-K + เพาเวอร์แอมป์ M1000-K/S

เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา TAD หรือ Technical Audio Devices Laboratories ได้เปิดตัวลำโพงกับเพาเวอร์แอมป์ที่อยู่ในอนุกรม Evolution Series ออกมา ซึ่งเป็นอนุกรมที่มีสมรรถนะรองลงมาจาก Reference Series ที่มีอยู่เดิม ซึ่งจุดเด่นในแง่ดีไซน์เทคโนโลยีของลำโพง TAD รุ่นนี้อยู่ที่ท่อระบายอากาศ (port) ที่พวกเขาเรียกมันว่า ADS Ports ติดตั้งอยู่ที่ผนังด้านข้างของตัวตู้ทั้งซ้ายและขวาด้านละหนึ่งท่อ อยู่ชิดลงมาด้านฐานของตัวตู้ (A กับ B ในภาพข้างบน) ซึ่งโดยหลักการคร่าวๆ ก็คือ การทำงานของท่อระบายอากาศเหล่านี้จะช่วยลดแรงเสียดทานของมวลอากาศในตัวตู้ที่เกิดขึ้นกับด้านหลังของไดอะแฟรมของวูฟเฟอร์ขณะที่ไดอะแฟรมของวูฟเฟอร์ถอยกลับเข้าไปในตัวตู้ ผลของมันก็ง่ายๆ และตรงไปตรงมา เมื่อไดอะแฟรมของวูฟเฟอร์ไม่ถูกรบกวนด้วยแรงอัดย้อนกลับของอากาศในตัวตู้ มันก็สามารถเคลื่อนขยับตัวเดินหน้าถอยหลังได้อย่างอิสระเต็มสูบ สามารถส่งถ่ายพลังงานของคลื่นเสียงผ่านมากับอากาศได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ลิ้งค์ | https://goo.gl/bwt1KF

SME : Synergy

เทิร์นเทเบิ้ลรุ่นใหม่ของ SME ซึ่งออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ integrated turntable เพื่อให้การเล่นแผ่นเสียงทำได้ง่ายขึ้น สะดวกมากขึ้น เซ็ตอัพมาจากโรงงานทำให้ติดตั้งไม่ยาก แต่ยังคงเน้นคุณภาพเสียง โดยมีภาคโฟโนสเตจซึ่งออกแบบโดย NAGRA ฝังอยู่ในตัวฐานเครื่อง โทนอาร์มที่ใช้เป็นแม็กเนเซี่ยมรุ่น Series IV เดินสายภายในด้วยเคเบิ้ลเงินบริสุทธิ์ Pure mono-crystal silver ของ Crystal Cable และใช้หัวเข็ม MC รุ่น Windfield Ti ของ Ortofon แยกตัวควบคุมรอบหมุนออกมาต่างหาก เลือกความเร็วได้ตั้งแต่ 33.3, 45 และ 78 rpm ควบคุมการหมุนด้วยไมโครโปรเซสเซอร์ที่สามารถปรับจูนสปีดได้ละเอียดถึงระดับ +/-0.01%

ลิ้งค์ | https://goo.gl/72r51S

TechDAS : TDHS-01Ti

เฮดเชล (Headshell) คืออุปกรณ์ที่ช่วยทำให้โทนอาร์มของเครื่องเล่นแผ่นเสียงทุกยี่ห้อที่เปลี่ยนเฮดเชลได้สามารถใช้กับหัวเข็มได้หลากหลายมากขึ้น แต่เนื่องจากเฮดเชลแต่ละตัวมีผลกับเสียงมาก ซึ่งคุณสมบัติที่ดีของเฮดเชลมีอยู่ 2 ประการ นั่นคือ 1) ต้องมีความแกร่งสูง และ 2) น้ำหนักต้องเบา ซึ่งเป็นปัญหาในการออกแบบและผลิต เนื่องจากวัสดุที่มีความแกร่งสูงแต่น้ำหนักเบาอย่าง ไตตาเนี่ยม (Titanium) ถ้าจะทำให้ Low Mass จะผลิตได้ยาก เพราะต้องเจาะตัวโครงสร้างให้มีลักษณะที่โปร่ง ซึ่งนอกจากจะลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยลดปัญหาเรื่องเรโซแนนซ์ที่ความถี่ต่ำๆ ลงไปได้ด้วย อาศัยความเชี่ยวชาญทางด้านโลหะศาสตร์ประกอบกับเครื่องมือที่ทันสมัยของ TechDAS พวกเขาจึงสามารถออกแบบและผลิตเฮดเชลตัวนี้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนคือทั้งแกร่งและน้ำหนักเบาออกมาได้สำเร็จ

ลิ้งค์ | https://goo.gl/5KPBcE

Boenicke Audio

Fostex

Kiso Acoustic

มีเรื่องที่น่าสังเกตในงานนี้อยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือผมพบว่า มีลำโพงขนาดเล็ก ที่ใช้ไดเวอร์ที่มีขนาดเล็กมากๆ นำเสนออยู่ในงานถึง 3 ยี่ห้อ ซึ่งสองในสามยี่ห้อนั้นเป็นผลงานของคนญี่ปุ่นเอง นั่นคือ Fostex กับ Kiso Acoustic ส่วนอีกยี่ห้อเป็นของผู้ผลิตชาวสวิสเซอร์แลนด์ นามว่า Boenicke Audio นี่พอจะอนุมานได้ว่า มีนักเล่นเครื่องเสียงชาวญี่ปุ่นอยู่จำนวนหนึ่งที่นิยมเล่นลำโพงขนาดเล็กจิ๋วเหล่านี้ ซึ่งน่าเสียดายว่า ตอนผมเข้าไปในห้อง แบรนด์ Bonicke Audio ไม่ได้เปิดเสียงให้ฟัง ส่วนอีกสองแบรนด์ของญี่ปุ่นผมมีโอกาสได้ฟัง ซึ่งเมื่อเทียบขนาดตัวตู้กับไดเวอร์ที่เล็กมากกับเสียงที่ได้ยิน ต้องขอบอกว่า น่าประทับใจมาก โดยเฉพาะแบรนด์ Kiso Acoustic นั้น เสียงใหญ่เต็มห้อง ทั้งที่ห้องก็ใหญ่มาก และเสียงที่ออกมาก็ไม่ได้ใหญ่แบบเบ่งขยายบอดี้ออกมาจนสูญเสียรายละเอียดนะครับ เสียงทุ้มที่ออกมามีครบทั้งรายละเอียดและขนาดของบอดี้ที่แผ่ใหญ่ รุ่นที่เปิดโชว์วันนั้นน่าจะเป็น HB-X1 ผมได้บันทึกเสียงในห้องมาให้ฟังกันด้วย ลองเข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์ของผู้ผลิตลำโพงรุ่นนี้แล้วต้องบอกว่าทึ่ง เค้าใช้แนวคิดในการออกแบบตัวตู้ให้มีลักษณะคล้ายกับบอดี้ของเครื่องดนตรีอะคูสติก อย่างเช่นกีต้าร์หรือไวโอลิน งานละเอียดมาก ไดเวอร์กับวงจรเน็ทเวิร์คก็ดูอลังการ

ลิ้งค์  คลิปเสียงของ HB-X1 ภายในงาน

ลิ้งค์ | https://goo.gl/5pc5wM

Esoteric : Grandioso F1

ในงานนี้มีแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง Esoteric กับ Accuphase ไปโชว์ตัวอยู่ด้วย ไม่ได้มีเฉพาะสินค้านำเข้าเพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์ของ Esoteric ที่น่าสนใจก็มีอินติเกรตแอมป์รุ่นท็อปเรือธง นั่นคือ Grandioso F1 ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่ใช้ทรานซิสเตอร์มอสเฟตแบบใหม่ นั่นคือ silicon carbide MOSFET ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมาเอง โดยใช้ชื่อรุ่นว่า “ESOTERIC MODEL200ซึ่งทรานซิสเตอร์ตัวนี้คือหัวใจหลักในการทำงานส่วนเพาเวอร์แอมป์ของอินติเกรตแอมป์ตัวนี้

ลิ้งค์ | https://goo.gl/Bg6hJw

Accuphase : DP-750

Accuphase มาในงานนี้แบบยักษ์ใหญ่จริงๆ ขนผลิตภัณฑ์มาโชว์เต็มห้องเลย สมกับความเป็นพี่ใหญ่ที่สั่งสมประวัติศาตร์มายาวนาน มีนักเล่นฯ ให้ความสนใจเยอะมาก ทั้งที่เป็นคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจที่ยกมาโชว์ในงานก็มีเครื่องเล่น SACD/CD รุ่น DP-750 ซึ่งรุ่นนี้ใช้ภาคทรานสปอร์ตที่มีความแม่นยำสูงในการอ่านข้อมูลจากแผ่น และใช้ภาค DAC แบบ MDSD (Multiple Double Speed DSD) คืออาศัยการทำงานของชิป DAC จำนวนถึง 8 ตัวแยกกันทำหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิตัลเป็นอะนาลอกแชนเนลละ 4 ตัว ทำงานร่วมกับวงจรฟิลเตอร์แบบ moving average filter ซึ่งทำการปรับแต่งเสียงแบบไดนามิก มีภาคอินพุต/เอ๊าต์พุตสำหรับสัญญาณดิจิตัลมาให้ใช้ครบ โดยเฉพาะ HS-Link สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ประเภท D-to-A converter ของเขาเองเพื่อการรับ/ส่งสัญญาณเสียงดิจิตัลไฮเรซฯ ที่มีสเปคฯ สูงๆ

ลิ้งค์ | https://goo.gl/87BpfA

**************************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า