ลองนึกดูซิว่า ในชีวิตคนเรา มีกิจกรรมใดบ้างที่ต้องใช้ “เสียง” เข้ามาเป็นส่วนประกอบ.? ดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นเกมส์ หรือแม้แต่ทำงาน ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ทำกันอยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งทุกกิจกรรมที่กล่าวมาล้วนต้องมี “เสียง” เข้ามาเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น จะดีแค่ไหน.? ถ้าจะมีระบบเสียงสักระบบหนึ่งที่สามารถรองรับการทำงานร่วมกับกิจกรรมทั้งหมดนั้นได้..!
Edifier S1000W
คือคำตอบ..!
ก่อนที่จะไปดูว่า ลำโพงรุ่น S1000W ทำอะไรได้บ้าง.? เรามาทำความรู้จักกับลำโพงรุ่นนี้กันก่อนดีกว่า

ลำโพงรุ่น S1000W ของ Edifier คู่นี้ เป็นลำโพงแอ๊คทีฟที่มีเพาเวอร์แอมป์ในตัว กระจายเสียงออกมาเป็นระบบเสียง Stereo 2.0 ch ขนาดตัวตู้ของลำโพงทั้งสองข้างอยู่ในพิกัดมาตรฐานของลำโพงเล็กแบบสองทางที่สามารถใช้งานได้ทั้งวางบนขาตั้ง หรือจะวางบนโต๊ะก็ได้

ลำโพงทั้งสองข้างมีขนาดตู้เท่ากัน มีไดเวอร์ข้างละสองตัวเหมือนกันทุกประการ สิ่งที่ต่างกันก็คือ ลำโพงข้างที่ถูกกำหนดให้เป็น ‘Right Channel’ หรือลำโพงข้างขวาจะมีภาคแอมปลิฟาย และอินพุตฝังอยู่ในตัวตู้ ในขณะที่แชนเนลซ้าย หรือ ‘Left Channel’ เป็นลำโพงเปล่าๆ ไม่มีวงจรอิเล็กทรอนิคอยู่ในนั้น เวลาทำงานจะต้องใช้สายลำโพงพ่วงจากลำโพงขวาโยงมาที่ลำโพงซ้ายเพื่อส่งกำลังขับจากเพาเวอร์แอมป์ที่อยู่ในลำโพงข้างขวามาขับลำโพงข้างซ้าย (สายลำโพงแถมมาให้ด้วย) สังเกตดูที่แผงหลังของลำโพงข้างซ้ายจะราบเรียบ มีแต่รูระบายอากาศกับช่องต่อสายลำโพงเท่านั้น
การเชื่อมต่อระบบ

1. ปุ่มควบคุมวอลลุ่ม / ใช้เลือกอินพุต / เข้าโหมดสแตนด์บาย
2. ปุ่มหมุนปรับเพิ่ม/ลด เสียงแหลม
3. ปุ่มหมุนปรับเพิ่ม/ลด เสียงทุ้ม
4. จุดปรับ reset เครื่อง
5. สวิทช์เปิด/ปิดไฟเข้าเครื่อง
6. จุดเชื่อมต่อสายไฟเอซีเข้าเครื่อง
7. ขั้วต่อสัญญาณอะนาลอก อินพุต (2 ชุด)
8. ช่องต่อสัญญาณดิจิตัล อินพุต Optical
9. ช่องต่อสัญญาณดิจิตัล อินพุต Coaxial
10. จุดเชื่อมต่อสัญญาณไปยังลำโพงข้างซ้าย

จุดเชื่อมต่อสัญญาณ และปุ่มกด+ปุ่มหมุนที่ใช้ควบคุมสั่งงานถูกติดตั้งไว้ที่แผงหลังของลำโพงข้างขวาทั้งหมด ส่วนการสั่งงานสามารถควบคุมผ่านรีโมทไร้สายที่แถมมาให้ (ภาพข้างบน) ในขณะที่การปรับตั้งค่าการทำงานของตัวลำโพงต้องทำผ่านแอพลิเคชั่น ‘Edifier Home’
ทดลองใช้งาน S1000W ร่วมกับทีวี

ถึงแม้ว่า S1000W จะไม่มีอินพุต HDMI แต่คุณก็สามารถนำลำโพงคู่นี้ไปใช้ขยายสัญญาณเสียงให้กับทีวีของคุณได้ วิธีการนั้นแสนง่าย

เริ่มด้วยการใช้สายสัญญาณดิจิตัล Optical (หาซื้อได้ตามร้านอิเล็กทรอนิคส์ทั่วไป เส้นละ 3-4 ร้อยบาทก็พอ!) เชื่อมต่อระหว่างช่อง Optical Output ของทีวี (ส่วนใหญ่จะมีมาให้) กับช่องอินพุต Optical ของ S1000W ที่อยู่บนแผงหลังของลำโพงข้างขวา มีตัวอักษรเขียนกำกับย่อๆ ว่า ‘OPT’ นั่นแหละ จากนั้น ให้เข้าไปที่เมนูของทีวี เลือกหาเมนู ‘Audio Out’ แล้วทำการปรับตั้งให้ทีวีปล่อยสัญญาณดิจิตัล เอ๊าต์พุตออกมาเป็นฟอร์แม็ต PCM

หลังจากนั้น เสียงของทีวีก็จะไปดังที่ S1000W ทุกครั้งที่เปิดทีวี เมื่อต้องการรับฟังเสียงจากทีวี ให้กดปุ่มอินพุต ‘OPT’ บนรีโมทไร้สายของ S1000W

เมื่อไฟ LED ที่ลำโพงข้างขวาของ S1000W สว่างเป็นสีแดง ทุกอย่างก็พร้อมใช้งาน ผมทดลองใช้งาน S1000W ร่วมกับทีวี Sony รุ่น A8F ที่ผมใช้งานอยู่ เมื่อฟังเทียบกับเสียงของตัวทีวีเอง รับรู้ได้ทันทีจากการเปรียบเทียบเพียงครั้งเดียวว่า เสียงที่ได้จาก S1000W ออกมา “ดีกว่า” เสียงของตัวลำโพงเองเยอะมากในทุกด้าน.! ไม่ว่าจะเป็นความชัดเจน, น้ำหนักเสียง รวมถึงมิติ–เวทีเสียงที่เปิดกว้าง ให้เสียงที่แผ่คลุมออกมาจากตัวทีวีมากกว่า เมื่อฟังผ่าน S1000W จะให้การรับรู้ถึง “บรรยากาศ” ของเสียงที่แผ่กระจายออกมามากกว่า ไม่จมอยู่แค่หน้าจอเหมือนเสียงจากทีวีโดยตรง
การใช้งานอินพุต LINE ของ S1000W
มาทดลองฟังเพลงกันดูบ้าง ซึ่ง S1000W มีอ๊อปชั่นมาให้นักฟังเพลงครบหมดทั้งลักษณะ “ใช้สาย” แบบยุคเก่า และ “ไร้สาย” แบบสมัยใหม่ โดยให้อินพุต ‘LINE’ มา 2 ช่องสำหรับการเชื่อมต่อสัญญาณแบบใช้สาย ซึ่งคุณสามารถใช้งานอินพุต ‘LINE’ ได้หลากหลายวิธีมาก เนื่องจากอินพุต LINE ของ S1000W สามารถรองรับสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปของสัญญาณอะนาลอก สเตริโอจากแหล่งต้นทางแบบไหนก็ได้ทุกชนิดที่ให้สัญญาณอะนาลอก เอ๊าต์พุตผ่านออกมาทางขั้วต่อ RCA ที่แยกซ้าย/ขวา ยกตัวอย่างเช่น จากเครื่องเล่นแผ่นซีดี, จากเครื่องเล่นไฟล์เพลงพกพา (DAP), จากเครื่องเล่นแผ่นเสียง (ต้องผ่านภาคขยายหัวเข็มมาก่อน), จากสตรีมเมอร์ที่มีภาค DAC ในตัว ฯลฯ

ในการทดลองใช้งานอินพุต LINE ของ S1000W ตัวนี้ผมทดลองใช้สัญญาณอะนาลอก เอ๊าต์พุตจากเครื่องเล่น CD/SACD ของ Arcam รุ่น CD27 โดยต่อเอ๊าต์พุตอะนาลอกของ CD27 ไปเข้าที่ช่องอินพุต LINE 1 ของ S1000W ก่อนจะเริ่มต้นฟังก็กดเลือกอินพุต ‘LINE’ บนรีโมทไร้สาย ไฟบนแผงหน้าของลำโพงข้างขวาจะสว่างเป็นสีฟ้า ขณะฟังก็สามารถเร่ง/ลดเสียงด้วยรีโมทของ S1000W ได้เลย
เสียงโดยรวมออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีน่าพอใจมาก.! เป็นเพราะได้อานิสสงค์จากภาค DAC ในตัว CD27 นั่นเอง ใครมีเครื่องเล่นซีดีอยู่แล้วสามารถนำมาใช้งานร่วมกับอินพุต LINE ของ S1000W ได้เลย เสียงดีผิดคาดจริงๆ
ทดลองฟังเพลงผ่านระบบไร้สาย
S1000W รองรับสัญญาณเสียงผ่านทางระบบไร้สายได้ทั้งคลื่น Bluetooth และคลื่น Wi-Fi ไม่ว่าคุณจะใช้อุปกรณ์อะไรในการเล่นไฟล์เพลง ถ้าอุปกรณ์ตัวนั้นมี Bluetooth หรือ Wi-Fi อย่างใดอย่างหนึ่ง คุณสามารถเชื่อมต่อสัญญาณเสียงที่เล่นจากอุปกรณ์ตัวนั้นมาขยายออกลำโพงที่ S1000W ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊ค, คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ, สมาร์ทโฟน, แท็ปเล็ต, เครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพา ฯลฯ
เล่นเพลงเข้า S1000W จากมือถือผ่านทาง Bluetooth

การเล่นไฟล์เพลงไปที่ S1000W จากมือถือผ่านทาง Bluetooth ถือว่าเป็นการเล่นไฟล์เพลงด้วยระบบไร้สายที่ทำได้ง่ายมากที่สุด มีขั้นตอนให้คุณปฏิบัติในการเชื่อมต่อแค่ 2-3 ขั้นตอนก็เสร็จแล้ว


เริ่มต้นด้วยการจิ้มเลือกอินพุต Bluetooth บนรีโมทไร้สาย ซึ่งไฟ LED บนตัวลำโพงข้างขวาจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า

จากนั้นคุณก็เข้าไปที่เปิดเมนูปรับตั้ง Bluetooth ที่มือถือของคุณ (ในภาพข้างบนนี้เป็นเมนู Settings ของ iPhone 12) ซึ่งในนั้นคุณจะพบสัญญาณ Bluetooth ของ S1000W ด้วยชื่อ ‘EDIFIER S1000W’ ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มไปที่ชื่อนี้เลย ภาพถัดไป (3) แสดงให้รู้ว่า iPhone 12 เชื่อมต่อกับ S1000W ผ่านทางคลื่นบลูทูธเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ทำการเล่นไฟล์เพลงบนมือถือของคุณด้วยโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงที่คุณมีอยู่บนมือถือ หรือจะสตรีมไฟล์เพลงผ่าน TIDAL หรือ Spotify ก็ได้ เมื่อเริ่มเล่นเพลง คุณก็กดเลือกเอ๊าตืพุตไปที่ ‘EDIFIER S1000W’ (4) แค่นี้ก็ได้ฟังเพลงแล้ว ..
เสียงของอินพุต Bluetooth ของ S1000W อยู่ในเกณฑ์ดีพอสมควร (ส่งจาก iPhone จะได้แค่ AAC แต่ถ้าเล่นจาก Android จะได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่านี้) ถ้าคุณเน้นคุณภาพเสียงเป็นพิเศษ หากเล่นจากอุปกรณ์พกพาของ Apple แนะนำให้ส่งสัญญาณไปที่ S1000W ผ่านทาง AirPlay จะเสียงดีกว่ามาก.! แต่ถ้าเอาสะดวก หรือที่บ้านไม่มี Wi-Fi ฟังจาก Bluetooth ก็ถือว่าพอรับได้ (Android จะได้เสียงดีกว่า)
เล่นเพลงเข้า S1000W จากมือถือผ่าน AirPlay

‘AirPlay’ เป็นระบบการเชื่อมต่อ ‘แบบไร้สาย‘ ระหว่างอุปกรณ์ 2 ชิ้น ด้วยเทคโนโลยี AirPlay ของแอปเปิ้ล โดยผ่านคลื่น Wi-Fi ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพในการรับ/ส่งข้อมูลสัญญาณได้ “สูงกว่า” การเชื่อมต่อผ่านคลื่น Bluetooth
Edifier S1000W ติดตั้งภาครับคลื่น Wi-Fi อยู่ในตัว สามารถเชื่อมต่อกับ access point ที่อยู่ใน router ที่บ้านของคุณได้ “ไม่ยาก” (*ไม่อยากจะใช้คำว่า “ง่าย“) แม้ว่าจะมีขั้นตอนปฏิบัติอยู่หลายขั้นตอนในการเชื่อมต่อ S1000W เข้ากับ Wi-Fi ที่บ้านคุณ แต่เหตุที่ผมใช้คำว่า “ไม่ยาก” ก็เพราะว่าระบบเชื่อมต่อที่ลำโพงคู่นี้ติดตั้งให้มามันมีความเสถียรสูง ถ้าทำตามขั้นตอนที่แจ้งไว้ในคู่มืออย่างถูกต้อง คุณก็สามารถเชื่อมต่อลำโพงคู่นี้เข้ากับ Wi-Fi ที่บ้านของคุณได้ “ไม่ยาก” อย่างที่ว่า


เริ่มด้วยการโหลดแอพฯ ‘Edifier Home’ มาลงบนมือถือไว้ก่อน จากนั้นก็เปิดแอพฯ แล้วเข้ามารอที่หน้า ‘My Edifier’



จากนั้นก็เข้าไปเปิดฟังท์ชั่น Wi-Fi บนตัว S1000W ด้วยการกดที่ปุ่ม Wi-Fi บนรีโมทไร้สายที่แถมมาให้ (ภาพบน ข้างบน) ค้างไว้ จนไฟ LED ที่ลำโพงข้างขวาเปลี่ยนเป็นสีขาว กระพริบช้าๆ จากนั้น ให้กดที่ปุ่ม ‘Devices’ บนหน้าแอพฯ My Edifier

จิ้มเลือกไปที่รุ่น S1000W

ตอนนี้แอพฯ Edifier Home ได้ทำการเชื่อมต่อกับ S1000W ผ่านทาง Bluetooth แล้ว


ขั้นตอนต่อไปให้กดเลือกลำโพงที่จะทำการเชื่อมต่อเข้ากับ Wi-Fi ที่บ้านของคุณ (ก็คือ S1000W) ให้กดที่อินพุต Wi-Fi บนรีโมทฯ ค้างไว้อีกครั้ง รอจนมีเสียงออกมาจากลำโพงที่แจ้งว่า Wi-Fi ที่บ้านคุณค้นพบ S1000W แล้ว ให้กดจิ้มไปที่ ‘Connect’ (ศรชี้)

แอพฯ จะโชว์ Wi-Fi ที่อยู่ใกล้เคียงขึ้นมาให้คุณเลือกเพื่อใช้เชื่อมต่อกับ S1000W หลังจากเลือก Wi-Fi แล้วก็กรอกพาสเวิร์ค จากนั้นก็กด ‘Next’ (ศรชี้)


ระบบจะใช้เวลาชั่วครู่ในการเชื่อมต่อ S1000W เข้ากับ Wi-Fi หลังจากต่อเชื่อมได้แล้ว ให้กดไปที่ ‘Done’ เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน


เมื่อเล่นไฟล์เพลงบนอุปกรณ์พกพาของ Apple ที่อยู่ในเน็ทเวิร์ควงเดียวกัน คุณจะสามารถส่งสัญญาณเสียงไปที่ S1000W ผ่านทาง AirPlay ได้

เสียงออกมาดีมาก..!!! การแยกแยะเสียงทำได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งเสียงร้องและเสียงดนตรีถูกแยกห่างจากกันอย่างชัดเจน มีการจัดเรียงเป็นเวทีเสียงที่แผ่กว้าง แต่ละเสียงไม่มีการปนกันเลย และทุกเสียงมีรายละเอียดเฉพาะตัว ทั้งตัวเสียงและฮาร์มอนิกถูกถ่ายทอดออกมาให้ได้ยินครบ แสดงให้เห็นว่าลำโพงชุดนี้ถูกปรับจูนมาอย่างดี เฉพาะการฟังเพลงผ่านทาง AirPlay ผมให้คะแนนเต็มสิบไปเลย (*เมื่อพิจารณาโดยเอาราคาของ S1000W มาเป็นบรรทัดฐานในระดับ “ไม่เกิน 20,000 บาท“).!!!
สตรีมไฟล์เพลงจาก TIDAL เข้า S1000W ผ่านฟังท์ชั่น ‘TIDAL Connect’
เพราะ S1000W มี DAC และ Wi-Fi ในตัว ผู้ผลิตจึงใส่ฟังท์ชั่น TIDAL Connect มาให้ และด้วยอ๊อปชั่นใหม่ของ TIDAL ที่สามารถสตรีมไฟล์เพลงได้ถึงระดับ ‘MAX’ คือไฮเรซฯ ที่สูงกว่า FLAC 16/44.1 ขึ้นไปได้สูงสุดถึงระดับ 24/192 ทำให้การสตรีมไฟล์เพลงไร้สายผ่านทาง Wi-Fi เป็น “อินพุตไฮไล้ท์” ของ S1000W ที่คนชอบฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่งที่เป็นสมาชิก TIDAL ต้องลองฟังอินพุตนี้.!
วิธีการเชื่อมต่อใช้งาน ‘TIDAL Connect’ ที่ให้คุณภาพสูงสุดก็ไม่ยาก อันดับแรกคือ มือถือหรืออุปกรณ์ที่ใช้เล่นต้องรองรับฟังท์ชั่น TIDAL Connect และอย่างที่สองเจ้าของอุปกรณ์ที่ใช้เล่นก็ต้องเป็นสมาชิก TIDAL ระดับ TIDAL HiFi หรือ TIDAL HiFi Plus ด้วย เพื่อให้สามารถสตรีมไฟล์เพลงได้ถึงระดับ MAX คือสูงสุดที่ 24/192 ซึ่งเป็นไฟล์สเปคฯ สูงสุด เพราะอยู่ในระดับไฮเรซฯ

ในการฟังให้เล่นด้วยแอพ TIDAL ลองเลือกไฟล์เพลงที่อยู่ในระดับไฮเรซฯ ใน TIDAL แล้วเปิดฟัง

จากนั้นก็จิ้มเลือกที่เอ๊าต์พุตของ TIDAL (ที่เป็นรูปลำโพง) แล้วเลือกไปที่ “Edifier S1000W TIDAL Connect”

จากนั้นก็เข้าไปเช็คให้แน่ใจว่าเราได้ตั้งสปีดของ ‘Wi-Fi Streaming’ ไว้ที่ระดับ ‘MAX’ แล้ว..

จากนั้นก็กดเล่นไฟล์เพลง จะเห็นว่าที่เอ๊าต์พุตของ TIDAL (ศรชี้ด้านบน) เปลี่ยนเป็น ‘Edifier S1000W – TIDAL Connect’
เสียงออกมาดีมาก.!! โดยเฉพาะ “โฟกัส” ของตัวเสียงมีความคมชัดมาก จะไม่มีอาการมัวๆ นัวๆ บริเวณขอบของตัวเสียงเหมือนฟังจากไฟล์ TIDAL ที่ระดับ FLAC 44.1kHz ซึ่งจะมีลักษณะนัวๆ มนๆ แต่ระดับ FLAC 24/192 ผ่านทาง TIDAL Connect เสียงคมชัดขึ้นมาเห็นๆ รายละเอียดเคลียร์ชัดใสมากขึ้นจริงๆ เป็นประสบการณ์ที่ชัดเจนมากสำหรับคำว่า “ไฮเรซฯ” ถือว่าเป็นอินพุตไฮไล้ต์สำหรับคนที่เป็นสมาชิก TIDAL จริงๆ.!!
สรุป
หลังจากทดสอบ Edifier S1000W เสร็จลงแล้ว ต้องยอมรับว่า ทึ่งมากๆ กับพัฒนาการของแบรนด์ Edifier เจ้านี้.! ตั้งแต่ผมมีโอกาสทดสอบผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้มาหลายตัว ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผมพบว่า พวกเขาพัฒนาผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด และเป็นพัฒนาการที่ตรงกับความต้องการจริง แถมด้วยการพัฒนาซอฟท์แวร์+แอพลิเคชั่นที่มีความเสถียรในการใช้งานมาก
กับ “ราคาขาย” ที่ตั้งมา เมื่อเทียบกันที่เนื้องาน, ฟังท์ชั่น และคุณภาพเสียงแล้ว ต้องยอมรับว่า ราคาที่ Edifier ตั้งมาถือว่าอยู่ในระดับที่ “ต่ำมาก!” ใครตั้งงบไว้ในระดับ “ไม่เกิน 20,000 บาท” และต้องการลำโพงแอ็คทีฟที่รองรับกับการใช้งานได้ครอบคลุมทุกรูปแบบ และที่สำคัญคือ “เน้นคุณภาพเสียงที่ดี” ด้วย ตัวเลือกที่แนะนำให้พิจารณาเป็นอันดับแรกก็คือ Edifier รุ่น S1000W ตัวนี้เลย.!!! /
**********************
ราคา : 17,900 บาท / คู่
**********************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บจก. ไฟว์–เดซิเบล (5-Decibel)
และ บจก. แอลเอ็นที (ประเทศไทย)
หาซื้อได้ที่
https://shp.ee/3r6ga2v
https://shp.ee/r25r4be



