ลำโพงซาวนด์บาร์ “ต้องมี” หรือ “ไม่จำเป็น” .??

คนทั่วไปมักจะมองว่า ทีวีเองก็มีลำโพงมาให้ในตัวแล้ว ทำไมถึงต้องมีการทำลำโพงแยกชิ้นที่เรียกว่า ซาวนด์บาร์” (Soundbar) ออกมาให้ใช้กับทีวีอีก.? มันจำเป็นที่จะต้องมีหรือเปล่า.?

จริงอยู่ที่ทีวีทุกตัวมีลำโพงอยู่แล้ว แต่เหตุผลหลักๆ ที่ต้องมีการทำลำโพงซาวนด์บาร์ออกมามีอยู่ 2 ประการ นั่นคือ

1) เพื่อยกระดับคุณภาพเสียงของตัวทีวีให้ดีขึ้น และ
2) เพื่อใช้ประโยชน์เป็นลำโพงฟังเพลงไปด้วยในตัว


ยกระดับคุณภาพเสียงให้กับทีวี

เนื่องจากพัฒนาการของทีวีทุกวันนี้มุ่งเน้นไปที่ความบางของจอมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ตัวลำโพงที่ติดตั้งลงไปบนตัวทีวีต้องดีไซน์ให้มีความบางตามไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นดีไซน์ที่ขัดแย้งกับหลักการทำงานของตัวลำโพงโดยตรง เนื่องจากดอกลำโพงไดนามิกที่มีรูปทรงกรวยจะอาศัยการขยับตัวของกรวยไดอะแฟรมเดินหน้าถอยหลังในการผลักดันอากาศเพื่อสร้างความดังของเสียงออกมา เมื่อดอกลำโพงถูกทำให้บางลง จึงส่งผลต่อ ระยะช่วงชักเดินหน้าถอยหลังของกรวยไดอะแฟรมถูกหดสั้นลงไปด้วย จึงผลักดันอากาศออกมาได้น้อยลง ทำให้เสียงที่เกิดขึ้นขาดน้ำหนักและขาดมวลเสียง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพเสียงโดยรวม

ถ้าสังเกตคุณจะพบว่า ทีวีจอบางยุคใหม่ทุกวันนี้จะให้เสียงออกมาไม่อิ่มแน่นเหมือนทีวียุคเก่า ถ้าเปิดดังมากๆ จะออกมาเจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญมาก ซึ่งในอดีตนั้นคุณอาจจะไม่รู้สึกมากนักเนื่องจากคอนเท็นต์ที่เรารับชมจากทีวีจะเน้นหนักไปที่รายการข่าวกับละคร ซึ่งส่วนใหญ่จะมีแต่เสียงสนทนาของตัวละครที่อยู่ในย่านเสียงกลาง (mid-range) ซึ่งไม่ได้กินกำลังขับของแอมปลิฟายมาก ลำโพงบนตัวทีวีก็พอรับมือได้


วางซับวูฟเฟอร์ไว้ใต้โซฟาเพื่อเพิ่มความกระหึ่มของเสียงทุ้ม


ลำโพงซาวนด์บาร์บางตัวอย่างรุ่น HT-MT300 ของ Sony มีโหมดพิเศษที่ออกแบบมาให้สามารถวางลำโพงซับวูฟเฟอร์ไว้ใต้โซฟา (เรียกว่า Sofa Mode) เพิ่มช่วยเพิ่มความกระหึ่มของเสียงมากยิ่งขึ้นขณะรับชมภาพยนตร์

ทว่า ในยุคปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า เราใช้ทีวีรับชมคอนเท็นต์ที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากละครกับข่าวจากสถานีโทรทัศน์ดิจิตัลแล้ว เรายังใช้ทีวีในการรับชมวิดีโอจาก YouTube และใช้ทีวีรับชมภาพยนตร์จากการสตรีมผ่าน NetFlix รวมถึงจากเครื่องเล่น Blu-ray อีกด้วย ซึ่งเป็นคอนเท็นต์ที่ประกอบด้วยเสียงที่ครอบคลุมความถี่กว้างกว่าละครและข่าวมาก อย่างเช่นคอนเท็นต์ที่ได้รับความนิยมจากผู้คนส่วนใหญ่ที่รับชมผ่าน YouTube ก็คือรายการประกวดร้องเพลงมาเป็นอันดับหนึ่ง หรือระบบเสียงของภาพยนตร์แอ๊คชั่นที่ให้ไดนามิกรุนแรง แต่เนื่องจากลำโพงบนตัวทีวีไม่สามารถตอบสนองเสียงที่มีความถี่กว้างๆ และไม่สามารถตอบสนองไดนามิกที่รุนแรงได้ดี ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีลำโพงภายนอกเข้ามาช่วยเสริม

ฉนั้น ถ้าจะถามว่า ลำโพง Soundbar มีความจำเป็นหรือไม่.? ในกรณีนี้ต้องถามตัวคุณเองว่า คุณรับชมและรับฟังคอนเท็นต์อะไรบ้างจากทีวีของคุณ.? ถ้าในคำตอบนั้นมีคลิปวิดีโอและภาพยนตร์ซีรี่ย์บน YouTube กับดูภาพยนตร์แอ๊คชั่นผ่านแอพ NetFlix อยู่ด้วย คำตอบก็คือ จำเป็นมากครับ.!

ใช้ฟังเพลง

ที่จริงแล้ว ลำโพงประเภทที่แยกลำโพงกลางแหลมกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ออกเป็นสองส่วนมีมานานมากแล้ว สมัยก่อนเรียกว่าลำโพง Sub/Sat ซึ่งใช้ฟังเพลงก็ได้ ใช้ดูหนังก็ได้ ซึ่งในสมัยนั้นนิยมใช้กับเครื่องเล่น VDO Hi-Fi ไว้ดูคอนเสิร์ตกับดูหนังจากม้วนเทป VHS

ลำโพงซาวนด์บาร์สมัยใหม่จะรองรับการเล่นเพลงจากสมาร์ทโฟนได้โดยตรงผ่านทาง Bluetooth มันจึงทำหน้าที่เหมือนกับเครื่องเสียงชุดเล็กได้ด้วย ซึ่งเพียงพอสำหรับการฟังในบ้าน


ดังนั้น ลำโพง Soundbar สมัยใหม่ก็มีลักษณะเดียวกับ Sub/Sat ในอดีตนั่นเอง แต่ถูกดัดแปลงนิดหน่อย ซึ่ง Soundbar ส่วนใหญ่จะมาในรูปของระบบเสียง 2.1 ch คือมีตัวลำโพงหลักที่ให้เสียงกลางแหลมหนึ่งตัวที่รวมแชนเนลซ้ายและแชนเนลขวาไว้ในตัวเครื่องเดียวกัน แทนที่จะแยกเป็นสองตัวซ้ายขวาเหมือนลำโพง Sub/Sat ในอดีต ส่วนลำโพงซับวูฟเฟอร์ก็แยกเป็นเสียงทุ้มออกมาต่างหากอีกหนึ่งตัว ซึ่งมันก็คือระบบเสียง Stereo ที่ตัดความถี่ด้านต่ำของสัญญาณทั้งสองแชนแนลให้ไปออกที่ลำโพงซับวูฟเฟอร์ตัวเดียวกันนั่นเอง ดังนั้น ลำโพง Soundbar 2.1 ch จึงใช้ฟังเพลงได้เหมือนลำโพง Stereo ทั่วไป

แต่ลำโพง Soundbar 2.1 ch ยุคปัจจุบันจะต่างจากลำโพง satellite + subในอดีตอยู่อย่าง คือในลำโพง Soundbar สมัยใหม่ได้มีการใช้วงจรดิจิตัล DSP (Digital Signal Processing) เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของเสียงภายในห้องให้ออกมาดีได้ ไม่ว่าสภาพห้องของคุณจะเอื้อต่อระบบเสียงหรือไม่ก็ตาม ผสานกับใช้แอมปลิฟายแบบดิจิตัลที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ไดเวอร์กับตัวตู้ขนาดเล็กสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่ตัวมันจะสามารถให้ออกมาได้ ผลลัพธ์คือ ได้เสียงเพลงที่มีคุณภาพมากกว่าลำโพงบลูทูธทั่วๆ ไปที่เป็นแบบ Mono และไม่มีลำโพงซับวูฟเฟอร์ช่วยหนุนทางด้านความถี่ต่ำ

ดีไซน์สมัยใหม่

คุณประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของลำโพงซาวนด์บาร์ที่บางคนอาจจะลืมนึกถึง ซึ่งได้มาจากคุณสมบัติทางด้านสรีระของมัน คือแม้จะมีขนาดตัวที่เล็กกระทัดรัดและมีแค่ 2 ตัวต่อชุด แต่ก็สามารถให้เสียงที่กว้างขวางแผ่คลุมภายในห้องได้เต็มพื้นที่ มีระบบเสียงเซอร์ราวนด์เทียมที่ให้สนามเสียงโอบล้อมผู้ชมใกล้เคียงกับระบบลำโพง 5.1 ch หรือ 7.1 ch ที่ติดตั้งด้วยลำโพงจริงๆ

นั่นทำให้คุณสามารถสร้างสนามเสียงที่กว้างใหญ่เต็มพื้นที่ในห้องได้โดยไม่ต้องมีลำโพงจำนวนมากมายมาติดตั้งเต็มไปทั้งห้องอีกต่อไป ลำโพงซาวนด์บาร์ 2.1 ch จึงช่วยประหยัดพื้นที่ในห้องของคุณได้มาก และด้วยการออกแบบที่ดูสวยหรูไม่ต่างไปจากเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ จึงเข้ากับแนวการออกแบบภายในที่นิยมเน้นไปทาง simplify มากขึ้น

กับเหตุผล 2-3 ประเด็นแค่นี้ เชื่อว่าคุณก็คงตอบกับตัวเองได้แล้วว่า ลำโพง Soundbar นั้นไม่แค่ จำเป็นแต่ความสำคัญของมันนั้นถือว่าควรจะ ต้องมีเพื่อความสมบูรณ์แบบในห้องรับแขกของคุณ /

******************************

* ลำโพงซาวนด์บาร์ที่แนะนำ
Sony รุ่น HT-MT300 (อ่านรีวิว)

******************************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า