ปรับปรุงอะคูสติกในห้องฟังบนผนังด้านข้างซ้าย-ขวา

เป็นภารกิจที่รอคอยมานานถึง 5 ปี กับการปรับสภาพอะคูสติกของห้องฟังที่สร้างขึ้นมาด้วย ประสบการณ์ที่สั่งสมมาเกือบสามสิบปี.!

ห้องฟังของผมเริ่มงานโครงสร้างตั้งแต่ลงเข็มเทพื้นขึ้นผนัง 3 ด้านฉาบผิวมุงหลังคา มาตั้งแต่ เดือนมกราคม ปี 2564 หลังจากฉาบผิวภายในเสร็จ ผมก็เริ่มด้วยการ ลดความกระด้างของพื้นผิวของ ผนังทั้ง 4 ด้าน ของห้องซึ่งเป็นผนังอิฐฉาบปูนลงเล็กน้อย ด้วยการติดวอลล์เปเปอร์เแบบที่มีเนื้อนุ่มตลอดทั้งห้อง

ขั้นตอนถัดมาคือ ปรับสภาพอะคูสติกภายในห้องให้มีความเหมาะสมกับการฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch โดยแยกพิจารณาออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1. สภาพอะคูสติกของฝ้าเพดาน
2. สภาพอะคูสติกของผนังทั้ง 4 ด้าน และ
3. สภาพอะคูสติกของพื้นห้อง

บนฝ้าเพดานนั้น ผมดีไซน์ให้มีความสูงต่างกัน 3 ระดับ ลักษณะสโลปที่ค่อยๆ เชิดสูงจากด้านหลังของตำแหน่งวางลำโพง โดยไล่ความสูงจาก 2.5 เมตร มาถึง 2.6 เมตร ตรงเกือบๆ กลางห้อง และหลังจากนั้นไล่ไปจนถึงด้านหลังห้องที่เป็นฝั่งนั่งฟังจะสูงขึ้นไปเป็น 3.0 เมตร ยาวตลอด ด้วยความลึกประมาณเกือบ 4 เมตร ซึ่งบนฝ้าเพดานเหนือตำแหน่งนั่งฟังผมจะมีอุปกรณ์ซับเสียงที่ทำเป็นแผงยกขึ้นไปลอยตัวอยู่ด้านบนของตำแหน่งนั่งฟังหนึ่งชุด (A) พื้นที่ของแผงซับเสียงอยู่ 1.5 x 1.5 ตรม. แบ่งเป็น 9 ช่อง เพื่อวางแผ่นซับเสียงจำนวน 9 แผ่น ที่สามารถยกออกได้ เปิดโอกาสให้ปรับจูนจำนวนแผ่นซับเสียงที่ใช้ให้เหมาะสมกับปริมาณการซับเสียงด้วย (*ขึ้นอยู่กับลำโพง ใหญ่/เล็ก หรือรูปแบบมุมกระจายเสียง)

ส่วนบนพื้นห้องนั้น ผมปูไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ด ผสมกับพื้นกระเบื้องในสัดส่วนประมาณ 40 (B = ไม้ ฝั่งที่วางลำโพง) : 60 (C = กระเบื้อง ฝั่งนั่งฟัง) โดยไม่ใช้พรม หรือวัสดุซับเสียงใดๆ

ส่วนที่ยากที่สุดในการปรับสภาพอะคูสติกและมีผลกับเสียงมากที่สุดก็คือสภาพอะคูสติกบนผนังทั้ง 4 ด้านของห้อง ซึ่งผมแบ่งออกเป็น 5 โซน ได้แก่

1. ผนังด้านหลังตำแหน่งวางลำโพง
2. มุมห้องซ้าย/ขวาที่อยู่ด้านหลังตำแหน่งวางลำโพง
3. ผนังซ้าย/ขวา
4. ผนังด้านหลังตำแหน่งนั่งฟัง
5. มุมห้องซ้าย/ขวาที่อยู่หลังตำแหน่งนั่งฟัง

บนผนังห้องที่อยู่ด้านหลังตำแหน่งนั่งฟังผมเริ่มด้วยการแบ่งพื้นที่บนผนังออกเป็น 3 ส่วน เท่าๆ กัน คือ 1.2 + 1.2 + 1.2 เมตร ซึ่งโดยปกติแล้ว สภาพอะคูสติกบนพื้นที่ 1 ใน 3 ที่อยู่บริเวณ ตรงกลางของผนังด้านหลังตำแหน่งวางลำโพงจะส่งผลกับเสียงโดยรวมเยอะมากกว่าพื้นที่ที่อยู่ถัดออกไป ในการปรับสภาพอะคูสติกของผนังด้านหลังตำแหน่งวางลำโพงผมเริ่มด้วยการติดตั้งชั้นวางแผ่นซีดีที่มีความกว้างประมาณ 85 .. x สูงประมาณ 117 .. ลงไปบนพื้นที่ 1/3 ส่วนที่อยู่ทางซ้ายมือกับส่วนที่อยู่ทางขวามือ โดยติดชั้นวางแผ่นซีดีให้เข้าไปชิดกับพื้นที่ 1/3 ที่อยู่ตรงกลาง ขนาบทั้งสองข้าง ซึ่งโดยปกติแล้ว ลักษณะของชั้นวางแผ่นซีดีแบบนี้มันจะมีคุณสมบัติทางอะคูสติกคล้ายกับแผง diffuser แบบ un-uniform คือฟุ้งเสียงออกไปในลักษณะที่ไม่มีรูปแบบชัดเจน (คือแบบสะเปะสะปะนั่นเอง.!) ผลทางเสียงของชั้นวางแผ่นซีดีทั้งสองนั้นจะช่วยลดพลังงานคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับออกมาลงไปได้ระดับหนึ่ง ส่วนพื้นที่ 1/3 ที่อยู่ตรงกลางบนผนังด้านหลังตำแหน่งวางลำโพงผมทิ้งไว้เพื่อทดลองหาวัสดุที่เหมาะสมกับการการจัดระเบียบการสะท้อนที่ให้ผลทางเสียงที่ดีที่สุดอยู่..

ในอดีตเคยลองติดตั้งอุปกรณ์มาแล้วหลายรูปแบบ พบว่าแต่ละรูปแบบยังให้ผลทางเสียงในลักษณะที่ได้อย่างเสียอย่างอยู่ ปัจจุบันก็ยังไม่เจออุปกรณ์ที่ติดตั้งเข้าไปแล้วให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ พื้นที่ตรงส่วนนั้นจึงยังว่างเปล่าอยู่ รอการปรับจูนที่ช่วยอัพเกรดคุณภาพเสียงเดิมให้ดีขึ้นไปจากเดิมโดยไม่ต้องได้อย่างเสียอย่าง..

โซนที่สองคือบริเวณมุมห้องซ้าย/ขวาของผนังด้านที่วางลำโพงนั้น ผมได้บทสรุปไปแล้ว ด้วยการใช้แผ่นไฮบริดจ์ ซับ+สะท้อนเสียงของแบรนด์ UA Acoustics รุ่น WAVE จำนวน 2 แผ่น ติดตั้งแบบตัดมุมเกือบ 45 องศา ตรงตำแหน่งที่ให้เสียงลงตัวมากที่สุด โดยใช้วิธีเปิดเพลงที่มีเสียงทุ้มชัดๆ แล้วค่อยๆ ขยับเลื่อนหาตำแหน่งของแผ่นอะคูสคิกขึ้นๆ ลงๆ (ภาพข้างบน) จนเจอตำแหน่งที่ให้เสียงทุ้มออกมาสมดุลมากที่สุด เหมือนกันทั้งสองข้าง

โซนที่สาม บนผนังห้องซ้าย/ขวาที่มีความยาวตั้งแต่มุมด้านหลังของฝั่งที่วางลำโพงขึ้นมาจนถึงมุมห้องบนผนังที่อยู่หลังตำแหน่งนั่งฟัง ซึ่งในการปรับจูนบนผนังซ้าย/ขวาของห้องนี้ ผมใช้แนวคิดที่แบ่งออกเป็น 2 โซน โดยที่ โซนแรก จะกินพื้นที่บนผนังห้องที่วัดจากมุมที่อยู่ด้านหลังของฝั่งวางลำโพงขึ้นมาประมาณกลางห้อง ซึ่งโซนนี้ผมจะใช้หลักการปรับสภาพอะคูสติกแบบ symmetry คือแต่ละจุดของการปรับสภาพอะคูสติกบนผนังซ้าย/ขวา ผมจะทำให้มีลักษณะที่เป็น mirror image กัน (ภาพข้างบน) คือไม่ว่าจะติดอะไรลงไปบนผนังข้างซ้าย ก็ต้องติดตั้งวัสดุประเภทเดียวกันนั้นไปบนผนังข้างขวาตรงตำแหน่งเดียวกันด้วย

ผนังข้างด้านซ้าย

ผนังข้างด้านขวา

ในขณะที่ โซนที่สอง บนผนังด้านข้างซ้าย/ขวานั้น ผมจะใช้วิธีปรับสภาพอะคูสติกให้มีคุณสมบัติฟุ้งกระจายคลื่นเสียงแบบ random คือไม่เหมือนกันระหว่างข้างซ้ายกับข้างขวา เพื่อลดการเสริมและหักล้างพลังงานคลื่นเสียงระหว่างกันลงไป โดยผมใช้ชั้นวางแผ่นซีดีเข้ามาดัดแปลงให้ทำหน้าที่เป็นแผงดิฟฟิวเซอร์ ร่วมกับชั้นวางของที่ไม่มีฝาปิด (*ไม่ให้มีลักษณะเป็นตู้ปิด เพื่อไม่ให้เกิดเสียงก้องของตู้ออกมากวน)

โซนที่สี่ ที่เป็นผนังด้านหลังตำแหน่งนั่งฟังผมก็ใช้วิธีทำให้มีลักษณะฟุ้งกระจายคลื่นเสียงแบบไม่เป็นระเบียบเช่นเดียวกับผนังด้านข้างที่อยู่ในโซนฝั่งที่คนนั่งฟัง

โซนที่ห้า ตรงมุมห้องทั้งสองข้าง ที่อยู่ติดกับผนังด้านหลังฝั่งที่คนนั่งฟังนั้น ผมไม่ได้ใช้วิธีจูนเสียงทุ้มแบบติดตั้งตายตัวเหมือนมุมห้องที่อยู่ฝั่งที่วางลำโพง แต่ผมเลือกใช้อุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกของ ASC รุ่น TubeTrap ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 11 นิ้ว เป็นตัวจูนเสียงทุ้มแทน โดยใช้มุมุละแท่ง (ศรชี้ ภาพบน) ซึ่งแท่ง TubeTrap มีลักษณะการใช้งานที่สามารถเคลื่อนย้ายไปในห้องได้โดยอิสระ ไม่ต้องแปะติดอยู่กับที่เหมือนอุปกรณ์ชนิดอื่น มันจึงมีประโยชน์ที่สามารถใช้ปรับจูนเสียงทุ้มได้

จนถึงขณะนี้ ณ ปัจจุบัน พื้นผิวของห้องฟังของผมทั้งส่วนที่เป็นผนัง, เพดาน และพื้น นับรวมๆ ประมาณ 90% ได้ถูกปรับจูนสภาพอะคูสติกหมดแล้ว ซึ่งทำให้ได้เสียงโดยรวมออกมาดีในระดับที่น่าพอใจมาก ส่วนที่ยังเหลืออีกประมาณ 10% นั้นเป็นจุดที่ผมทิ้งค้างไว้เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการไฟน์จูนซึ่งมีอยู่ 2 จุด จุดแรกคือตำแหน่งที่อยู่ตรงกลางของผนังด้านหลังตำแหน่งวางลำโพง ซึ่งเป็นจุดที่ผมพยายามมาแล้วหลายครั้งในอดีต แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ..

กับ จุดที่สอง คือพื้นที่บนผนังด้านข้างที่อยู่ฝั่งวางลำโพง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้ควบคุม เสียงสะท้อนแรก (early reflection)” ของคลื่นเสียงจากลำโพงที่แผ่ออกไปตกกระทบลงบนผนังด้านข้างของห้องที่อยู่ใกล้สุด จากการทดลองด้วยวิธีใช้อุปกรณ์ซับเสียงค่อยๆ ขยับเลื่อนไปบนผนังด้านข้างบริเวณที่ อยู่ใกล้กับลำโพงข้างนั้นมากที่สุด ขึ้นๆ ลงๆ แล้วลองฟังเสียง ผมพบว่า พื้นที่บนผนังด้านข้างในห้องฟังของผมที่ส่งผลกับเสียงจากลำโพงจะครอบคลุมอยู่ตั้งแต่พื้นที่ หมายเลข 1 ไปจนถึง หมายเลข 3 ตามภาพข้างบน เหตุผลที่ผมแบ่งพื้นที่ด้านข้างออกเป็น 3 พื้นที่ย่อยๆ ก็เพราะว่าจากการทดลองฟัง ผมพบว่า ตรงพื้นที่ หมายเลข 1 ให้ผลกระทบกับ เสียงกลางขึ้นไปแหลมมากกว่า เสียงกลางลงไปทุ้มคือผมพบว่า เมื่อติดวัสดุที่ช่วยกระจายคลื่นเสียงที่มีคุณสมบัติ diffuse (ฟุ้งเสียง) อย่างเดียว เสียงแหลมจะฟุ้งมาก คุมยาก แต่ถ้าใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติ absorb (ดูดซับ) อย่างเดียว เสียงแหลมจะเก็บตัวเร็ว หายไปเยอะเกินไป ทำให้เสียงโดยรวมมีลักษณะที่อับทึบ ผมพยายามจูนเสียงตรงตำแหน่ง 1 อยู่นาน จนมาพบว่า พอเลื่อนวัสดุซับเสียงหางออกไปจากตำแหน่ง 1 ออกไปทางด้านหน้าของลำโพงมากขึ้น คือไปถึง ตำแหน่ง 2 พบว่า เมื่อใช้วัสดุประเภท diffuse อย่างเดียวจะให้ผลลัพธ์ออกมาดี หรือค่อยๆ เลื่อนห่างจากตัวลำโพงลงไปทางผนังด้านหลังจนถึงบริเวณพื้นที่ ตำแหน่ง 3 ผมพบว่าผลลัพธ์จะคล้ายๆ กับตรง ตำแหน่ง 2 และเมื่อผมติดชั้นวางแผ่นซีดีลงไปตรง พื้นที่ตำแหน่ง 2 + 3 ผลลัพธ์ของเสียงออกมาน่าพอใจมาก สรุปคือ ตรง ตำแหน่ง 1 ไม่สามารถจูนเสียงด้วยวัสดุที่เป็น diffuse หรือวัสดุที่เป็น absorb อย่างใดอย่างหนึ่งได้.. ถ้าวิเคราะห์ตอนนั้นผมคิดว่าต้องหาสวัสดุที่มีคุณสมบัติ (ลูกผสม) ระหว่าง ดูดซับและ สะท้อนเสียงอยู่ในตัวเดียวกัน..

อัพเกรดล่าสุด 16 สิงหาคม 2569
หลังจากห้องฟังสร้างเสร็จเกือบ 5 ปี.!!!

ทำไมเพิ่งจะมาจูนเอาตอนนี้.?? เนื่องจากตรง ตำแหน่ง 1 บนผนังด้านข้างซ้าย/ขวานั้นมีผลมากกับความถี่ย่านกลางขึ้นไปแหลม ผมจึงต้องอาศัยลำโพงที่สามารถถ่ายทอดความถี่ในย่านแหลมขึ้นไปได้สูงๆ แบบมีคุณภาพมาทำหน้าที่เป็นมอนิเตอร์ตอนปรับจูนถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องมากที่สุด ในช่วงที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ทดสอบลำโพงราคาแพงๆ ที่มีความสามารถตอบสนองความถี่ที่กว้างมากๆ และให้เสียงแหลมที่ไปได้ไกลกว่า 20,000Hz เยอะๆ อยู่ 2 คู่ในระยะเวลาที่ไม่ต่างกันมาก นั่นคือลำโพง Vivid Audio รุ่น GIYA G4 Cu (REVIEWที่ตอบสนองความถี่สูงไปได้ถึง 36,000Hz (ผมทดสอบไปเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569) กับลำโพง Canton รุ่น Reference 5 GS ที่สามารถตอบสนองความถี่สูงขึ้นไปได้ถึง 40,000Hz เต็มสเปคฯ ของมาตรฐาน Hi-Res Audio (ผมกำลังทดสอบอยู่ในขณะนี้.!)

UA Acoustics รุ่น WAVE

UA Acoustics รุ่น GRID

ช่วงที่ทำการทดสอบลำโพงทั้งสองคู่นี้ ผมก็ถือโอกาสใช้มันเป็นมอนิเตอร์ในการปรับจูนอะคูสติกตรงพื้นที่ 1 บนผนังด้านข้างซ้าย/ขวาซะเลย ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ปรับสภาพอะคูสติกนั้น คุณชำนาญ เจ้าสำนัก UA Acoustics Thailand ได้จัดส่งแผ่นปรับอะคูสติกของ UA Acoustics มาให้ผมทดลอง 2 รูปแบบ ที่มีคุณสมบัติเป็นไฮบริดจ์ทั้งคู่ คือทั้งสะท้อนและดูดซับในตัวเดียวกัน หลังจากผมทดลองเอาไปปรับจูนคร่าวๆ พบว่า แผ่นปรับอะคูสติกรุ่น WAVE ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากกว่า ส่วนรุ่น GRID นั้นมันดูดเสียงแหลมมากเกินไป ไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้

สถานการณ์ล่าสุด หลังจากเซ็ตตำแหน่งลำโพง CantonReference 5 GSจนลงตัวแล้ว ผมก็ทดลองฟังด้วยการขยับหาตำแหน่งของแผ่นปรับอะคูสติก WAVE ของ UA Acoustics ขึ้นๆ ลงๆ ตรง พื้นที่ 1 บนผนังด้านข้างทั้งสองข้างแล้ว ผมก็พบตำแหน่งที่ให้เสียงออกมาดีที่สุด โดยติดแผ่นซับเสียงไว้สองแผ่น โดยที่แผ่นแรก (1) ตามตำแหน่งที่เห็นในภาพคือจุดที่เห็นผลมากที่สุด ส่วนแผ่นที่สอง (2) ตรงตำแหน่งที่อยู่เหนือแผ่นแรกขึ้นไปนั้น ตอนจูนผมพบว่ามันทำให้ได้โฟกัสของเสียงแหลมดีขึ้น แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องแลกกับความกังวานของปลายเสียงที่หดสั้นลงเล็กน้อยหรือเปล่า แต่เท่าที่ลองฟังหลายๆ เพลงหลังจากติดตั้งเสร็จก็พบว่า แผ่นที่สองช่วยเพิ่มความนิ่งและคมชัดของโฟกัสของเสียงกลาง/แหลมที่ดีขึ้นไปอีกเล็กน้อย พื้นเสียงใสสะอาดขึ้นเล็กน้อย คงต้องให้เวลาทดลองฟังต่อไปอีกหน่อยว่าควรจะติดแค่ ตำแหน่ง 1 เพียงแผ่นเดียว หรือติดไว้ทั้งสองแผ่น แบบไหนดีกว่ากัน เมื่อได้ผลสรุปแล้วจะมาอัพเดตให้อีกที..

********************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า