ซีดีแผ่นนี้ ประกอบไปด้วยงานเพลง 2 อัลบั้มรวมกันอยุ่ ชื่ออัลบั้มชุด serenading Duke Ellington กับชุด Somebody Cares เป็นผลงานบันทึกเสียงในปี 1974 และปี 1975 ชุดแรกทำการบันทึกเสียงในสตูดิโอที่ชื่อ “สตูดิโอ 4” ของสถานีวิทยุสวีเดน เมื่อวันที่ 26 และ 27 พฤศจิกายน 1974 อีกชุดที่เหลือบันทึกเสียงที่กรุงสต็อคโฮล์มในโบสถ์ที่ชื่อ The Dalia Magdalena เมื่อวันที่ 8 และ 9 ธันวาคม 1975 ควมคุมการบันทึกเสียงโดย Ola Kejving ทำมาสเตอร์โดย Rune Persson
Alice Babs เป็นนักร้องคนหนึ่งที่ Duke Ellington ชื่นชอบน้ำเสียงของเธออย่างมาก ถึงกับออกปากชมว่าเป็นน้ำเสียงที่อบอุ่น สดใส ซึ่งโทนเสียงที่มีชีวิตชีวาและเจือโศกของเธอนั้นช่างเหมาะเจาะเหมาะสมกับดนตรีแจ๊สที่งามสง่าของเขาอย่างมาก ตัวAlice Babs เองก็ชื่นชอบในตัวและเพลงของ Duke มาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนกัน เธอใช้แผ่นเสียงเพลงของเขาเป็นครูฝึกร้องเพลงอยู่เสมอ จนต่อมาเธอมีโอกาสได้เข้าร่วมขับร้องอยู่ในวง Duke Ellington ตั้งแต่ปี 1968 จากความชื่นชอบในตัวของเธอมากนี้เอง ถึงกับทำให้ Duke Ellington ตั้งใจแต่งเพลง ‘Jump for joy’ สำหรับ Alice Babs เป็นกรณีพิเศษ งานเพลงในอัลบั้มชุดนี้เป็นงานเพลงที่ Alice Babs ตั้งใจร้องเพื่อสรรเสริญ Duke Ellingtonฮีโร่ในใจของเธอนั่นเอง
เพลงทุกเพลงเป็นแจ๊สที่คุ้นหูและได้รับความนิยมมากแทบทั้งสิ้น สำหรับนักฟังที่ชอบลีลาของแจ๊สสวิง-บิ๊กแบนด์ และชอบฟังเสียงร้องที่สุกใสของผู้หญิงซึ่งโลดแล่นไปพร้อมๆ กับเสียงแผดสบัดของเครื่องเป่าทองเหลืองที่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของกลองที่กระหน่ำอย่างเริงร่าแล้ว ไม่ควรพลาดงานอัลบั้มดีๆ ชุดนี้เป็นอันขาด
น้ำเสียงของซีดีแผ่นนี้มีความสด กระจ่าง เต็มไปด้วยรายละเอียดอย่างน่าทึ่ง เสียงร้องของ Alice Babs สามารถคงรูปลักษณ์ความเป็นตัวตนและรายละเอียดอยู่ได้อย่างครบถ้วน ท่ามกลางสรรพเสียงของเครื่องเป่าและกลองที่โหมกระหน่ำกันอย่างเต็มที่ คุณยังสามารถที่จะเจาะจงตั้งใจฟังการบรรเลงของชิ้นดนตรีชิ้นใดชิ้นหนึ่งเป็นพิเศษได้โดยมิได้สูญเสียรายละเอียดของเสียงดนตรีชิ้นอื่นๆ ที่กำลังบรรเลงไปพร้อมๆกัน ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับผู้บันทึกเสียงที่เก็บรายละเอียดของเสียงแต่ละชิ้นออกมาได้อย่างไม่ตกหล่น
ถ้าจะขาดหายไปบ้างถ้าจะเทียบกับคุณภาพเสียงที่ได้จากแผ่นเยี่ยมยอดทั่วๆ ไปก็คือ Perspective ของรูปวงที่ยังขาดความเป็นสามมิติไปบ้าง เพราะความคมชัดของเสียงดนตรีทุกชิ้นมีความใกล้เคียงกันหมด เลยทำให้ขาดความรู้สึกของระยะ “ใกล้-ไกล” ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกถึงมิติด้านลึกของเวทีเสียง ฟังจนจบทั้งแผ่นแล้ว ก็มีความรู้สึกว่าทุกเสียงในเกือบทุกเพลงมีความกระจ่างชัดไปหมด เหมือนเครื่องดนตรีทุกชิ้นพยายามที่จะเสนอหน้ามายืนเรียงกันเป็นหน้ากระดานอยู่ด้านหน้ามากไปหน่อย ไม่มีใครยอมถอยไปอยู่ข้างหลังเลย ข้อด้อยอีกจุดหนึ่งก็คือ ‘บรรยากาศรายรอบ’ ที่แห้งแล้งไปสักนิด อาจจะเป็นไปได้ว่าเนื่องจากชิ้นดนตรีในแต่ละเพลงมีจำนวนมากและแต่ละชิ้นก็ตะเบ็งกันสุดๆ เลยกลบเสียงสะท้อนของผนังห้องบันทึกเสียงที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มขอบเขตความเป็นวงลงไป มีแทรคที่ 3 คือเพลง Don’t Get Around Much Anymore อยู่แทรคเดียวที่โชว์แอมเบี๊ยนต์ออกมาได้อย่างเด่นชัดกว่าแทรคอื่นๆ คุณภาพเสียงของแทรคนี้นับว่ายอดเยี่ยมระดับเต็มสิบเลยทีเดียว ส่วนตัวผมใช้แทรคนี้อ้างอิงในการวัดคุณภาพของอุปกรณ์เครื่องเสียงอยู่บ่อยๆ
เนื่องจากงานเพลงในอัลบั้มนี้รวบรวมมาจากงานเพลง 2 อัลบั้มรวมกัน มีการบันทึกเสียงต่างกรรมต่างวาระกันอยู่ 2 ลักษณะ ตั้งแต่แทรค 10 ถึง 15 เป็นการเดี่ยวเสียงร้องประชันกับการบรรเลงออร์แกนท่อ (Pipe Organ) ซึ่งนับว่าหาฟังได้ยากมาก และ 6 เพลงที่บรรจุอยู่ในตอนท้ายของซีดีแผ่นนี้ก็เป็นเพลงที่บรรเลงและขับร้องได้น่าฟังมาก ผมฟังแผ่นเพลงที่ใช้การบรรเลงออร์แกนท่ออยู่หลายแผ่นก็ไม่เคยเจอการบรรเลงแนวนี้ เป็นแนวที่แปลกหูและน่าฟังดีไม่น่าเบื่อ โดยเฉพาะคุณภาพเสียงเยี่ยมมาก บันทึกได้ดีกว่า 10 เพลงตอนต้น เสียงร้องของ Alice Babs ผ่อนปรนและนุ่มเนียนกว่า ในขณะที่เสียงออร์แกนท่อซึ่งมีโทนอยู่ในย่านต่ำ ก็มีรายละเอียดดีมาก ไม่มีอาการขุ่นมัว สามารถรับรู้ตัวโน๊ตต่ำๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา ถ้าคุณใช้เครื่องเสียงชุดใหญ่กับลำโพงวางพื้นขนาดใหญ่หน่อย จะได้อรรถรสเต็มๆ จาก 6 เพลงนี้ โดยเฉพาะแทรค 11 เพลง ‘Freedom I&III’ นับเป็นแทรคที่โชว์ความสามารถในพลังเสียงของ Alice Babs ที่ดีที่สุด ไม่อยากให้คุณมองข้ามซีดีแผ่นนี้ไป ทดลองนั่งฟังไปสัก 2-3 รอบ แล้วคุณจะค้นพบอะไรดีๆ ในแผ่นนี้อีกมากมาย /



