วิธีเล่นไฟล์เพลงดิจิตัล ด้วยคอมพิวเตอร์

เมื่อคุณได้ไฟล์เพลงดิจิตัลมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เพลงระดับ CD Quality 16/44.1 ที่ได้มาจากการริปจากแผ่นซีดี* หรือไฟล์ระดับ Hi-Res ที่ได้มาจากการริปแผ่นเสียง หรือซื้อมาจากเว็บไซต์ขายไฟล์เพลงบนอินเตอร์เน็ตด้วยวิธีดาวน์โหลด แล้วเก็บไฟล์เพลงเหล่านั้นไว้ในฮาร์ดดิสของคอมพิวเตอร์, ในฮาร์ดดิสพกพา, ในฮาร์ดดิสที่เชื่อมต่ออยู่กับเน็ทเวิร์ค (NAS) หรือแม้แต่การเช่าฟังด้วยวิธีสตรีมมาจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการบนอินเตอร์เน็ต ก็ตาม

* วิธีริปไฟล์เพลงจากแผ่นซีดีด้วยโปรแกรม dBpoweramp CD ripper

Acoustic Sound Super HiRes

iTrax

Pro Studio Masters

Native DSD Music & Beyond

Classic Online HD LL

Blue Coast Records

HDtracks

ทั้งหมดในภาพข้างบนนี้คือเว็บไซต์จำหน่ายไฟล์ไฮเรซฯ บางส่วนที่เปิดให้บริการอยู่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่จะให้บริการแบบจำกัดพื้นที่ คือแค่บางประเทศเท่านั้น แต่ก็มีคนที่เก่งคอมพิวเตอร์สามารถหลอกลงทะเบียนในบางเว็บฯ และสามารถสั่งซื้อไฟล์ได้

ขั้นตอนต่อไป ก็คือการนำไฟล์เพลงไฮเรซฯ เหล่านั้นไปเล่นในชุดเครื่องเสียง โดยอาศัยคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เป็น เครื่องเล่น

ก่อนจะไปถึงขั้นตอนปฏิบัติ มาดูกันซิว่า โครงสร้างของซิสเต็มที่ใช้เล่นจะมีลักษณะอย่างไร ?

ภาพข้างบนนี้แสดงโครงสร้างของซิสเต็มที่ใช้เล่นไฟล์เพลงไฮเรซฯ โดยอาศัยคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางในการเล่นไฟล์เพลงไฮเรซฯ


(A) แหล่งเก็บไฟล์เพลงไฮเรซฯ

ไม่ว่าคุณจะเก็บไฟล์เพลงไฮเรซฯ ไว้ในทรัมไดร้ ยูเอสบี ฮาร์ดดิสแบบพกพา ยูเอสบี ฮาร์ดดิสแบบตั้งโต๊ะ หรือ NAS = ฮาร์ดดิสที่เชื่อมต่อกับเน็ทเวิร์ค คุณก็สามารถนำแหล่งเก็บไฟล์เพลงเหล่านี้ไปเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นไฟล์เพลงไฮเรซฯ ได้ทั้งหมด


(B) คอมพิวเตอร์ที่ใช้

คำว่า คอมพิวเตอร์โดยพื้นฐาน ประกอบด้วยส่วนของ ฮาร์ดแวร์ (Hardware)” อาทิเช่น จอ, การ์ดจอ+การ์ดเสียง, ภาคจ่ายไฟ ฯลฯ กับส่วนของ ซอฟท์แวร์ (software)” นั่นคือ OS (Operation System) หรือระบบปฏิบัติการณ์ เช่น Windows ของไมโครซอฟท์หรือ OS X ของแอ๊ปเปิ้ล ซึ่งทั้งส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์นี้ต้องทำงานร่วมกัน

ไม่ว่าคุณจะใช้ โน๊ตบุ๊ค (labtop) หรือ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (desktop) ก็นำมาใช้เล่นไฟล์เพลงไฮเรซฯ ได้หมด แต่ก่อนที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณเล่นไฟล์เพลงไฮเรซฯ ได้ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่คุณต้องมี และติดตั้งลงไปในคอมพิวเตอร์ของคุณ สิ่งนั้นก็คือ โปรแกรมที่ใช้เล่นไฟล์เพลงซึ่งปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายโปรแกรม แต่ละโปรแกรมก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน บางโปรแกรมผู้พัฒนาโปรแกรมเปิดให้ใช้ฟรี ในขณะที่บางโปรแกรมต้องเสียเงินซื้อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนจะเลือกใช้โปรแกรมใด สิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้ก่อนก็คือ โปรแกรมนั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการณ์ไหนบ้าง เพราะไม่ใช่ว่าทุกโปรแกรมจะรองรับทั้ง Windows ของไมโครซอฟท์และ OS X ของแมคฯ บางโปรแกรมรองรับเฉพาะวินโดร์ หรือไม่ก็แมคฯ อย่างเดียวก็มี ฉนั้นต้องดูให้ดีก่อน เลือกใช้โปรแกรมที่ระบบปฏิบัติการณ์ของคอมพิวเตอร์ของคุณรองรับได้


โปรแกรมที่ใช้เล่นไฟล์เพลงบนคอมพิวเตอร์

ในภาพข้างต้น มีโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงที่เลือกมาแนะนำทั้งหมด 4 โปรแกรม ดังนี้ :

Foobar2000
(www.foobar2000.org/download)

เป็นโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงที่ผู้พัฒนาโปรแกรมเปิดให้ใช้ฟรี แต่ถ้าคุณมีประสงค์จะบริจาคก็สามารถทำได้ โปรแกรมนี้รองรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการณ์ Windows เท่านั้น ไม่มีเวอร์ชั่นที่ใช้งานบน OS X ของแมคฯ

โปรแกรมนี้รองรับไฟล์เพลงได้หลายฟอร์แม็ต รวมถึงฟอร์แม็ตมาตรฐานที่วงการคอมพิวเตอร์ ไฮไฟฯ นิยมใช้กันด้วย อาทิ WAV, FLAC, AIFF, ALAC และผู้ใช้โปรแกรมนี้ยังสามารถเพิ่มเติมฟอร์แม็ตของไฟล์เพลงที่รองรับอื่นๆ อาทิ ฟอร์แม็ต DSD ได้ด้วย

ผู้ใช้งานโปรแกรม Foobar2000 ควรจะเป็นคนที่มีพื้นความรู้เกี่ยวกับการใช้งานคอมพิวเตอร์มาบ้างพอสมควร เพราะโปรแกรมนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถปรับตั้งฟังท์ชั่นใช้งาน รวมถึงปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของตัวโปรแกรมขณะใช้งานได้หลากหลายมากๆ อีกทั้งตัวโปรแกรมนี้ยังคงได้รับการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากโปรแกรมนี้เป็น freeware ที่เปิดให้นักพัฒนาโปรแกรมใช้เป็นที่ฝึกปรือฝีมือการออกแบบนั่นเอง

Audirvana Plus
(https://audirvana.com/)

นี่เป็นโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงที่ใช้งานได้เฉพาะบนระบบปฏิบัติการณ์ OS X ของคอมพิวเตอร์แมคฯ เท่านั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเวอร์ชั่นที่ใช้บน Windows ออกมา

โปรแกรม Audirvana Plus เริ่มเปิดตัวเวอร์ชั่น 1.0 ออกมาตั้งแต่ปี 2011 และได้ผ่านการอัพเกรดเฟิร์มแวร์มาเรื่อยๆ ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมาถึงเวอร์ชั่น 2.0 แล้ว เป็นโปรแกรมที่ต้องซื้อในราคา 74 เหรียญยูเอส (หรือ 59 ยูโร) สำหรับลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยใช้งานโปรแกรมนี้มาก่อน แต่สำหรับคนที่เคยใช้เวอร์ชั่นเก่าคือ 1.x มาแล้วสามารถอัพเกรดได้ในราคาที่ต่ำกว่าซื้อใหม่

จุดเด่นของโปรแกรมเพลเยอร์ Audirvana Plus ตัวนี้มีอยู่มากมาย แต่ที่เด่นชัดที่สุดเมื่อเทียบกับโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงยุคแรกๆ อย่าง Foobar2000 ก็คือ หน้าตาของตัวโปรแกรมที่ดูแล้วลดความเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ลงไปได้มาก มีการออกแบบ หน้ากาก” (skin) ที่มีภาพเหมือนหน้าปัดของอุปกรณ์เครื่องเสียงขึ้นมาครอบการทำงานของโปรแกรมเอาไว้ ทำให้ผู้ใช้จะไม่ค่อยรู้สึกว่ากำลังใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์แต่รู้สึกเหมือนกำลังควบคุมการทำงานของเครื่องเล่นมากกว่า เนื่องจากการตอบสนองการสั่งงานของตัวโปรแกรมได้ถูกนำไปซิ้งค์กับไอค่อนรูปปุ่มปรับต่างๆ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกำลังควบคุมการสั่งงานกับตัวเครื่องจริงๆ มากกว่า

นอกจากทำให้ผู้ใช้รู้สึกประทับใจกับการใช้งานแล้ว โปรแกรม Audirvana Plus ยังมีฟังท์ชั่นที่สำคัญๆ อีกมาก โดยเฉพาะฟังท์ชั่นที่เกี่ยวข้องกับการเล่นไฟล์เพลง อาทิ เข้าไปควบคุมการทำงานของโปรแกรมปฏิบัติการณ์ ไม่ให้เข้ามาแตะต้องไฟล์เพลงตั้งแต่เริ่มต้นการเล่นไปจนถึงส่งออกสัญญาณผ่านขั้วต่อ USB ไปที่ DAC ภายนอก (เรียกว่า Bit-perfect playback“) อีกฟังท์ชั่นคือ Memory Playซึ่งเป็นการดึงไฟล์เพลงที่จะเล่นซึ่งเก็บอยู่ในฮาร์ดดิส เข้ามาไว้ที่หน่วยเก็บข้อมูลของ RAM บนคอมพิวเตอร์จครบทั้งไฟล์ก่อนจะเริ่มต้นเล่น ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ข้อมูลไฟล์เพลงถูกดึงเข้าไปที่โปรแกรมแบบไม่ขาดสาย ช่วยขจัดปัญหา latency หรือความหน่วงช้าในกระบวนการเพลย์แบ็คที่ส่งผลให้การทำงานของ DAC มีความผิดพลาด เป็นต้นเหตุสำคัญหนึ่งที่ทำให้เสียงไม่ดี

นอกจากนั้น โปรแกรม Audirvana Plus ยังถูกออกแบบให้สามารถซิ้งค์เข้ากับโปรแกรมสตรีมมิ่งของผู้ให้บริการเช่าฟังเพลงระดับไฮเรซฯ บนอินเตอร์เน็ตได้ด้วย อาทิ TIDAL, Qobuz และ HighResAudio อีกทั้งยังมีแอพลิเคชั่นที่ใช้ควบคุมสั่งงานโปรแกรม (app remote) ผ่านทางอุปกรณ์พกพาที่ชื่อว่า A+ Remoteให้โหลดมาใช้ได้ฟรีๆ อีกด้วย แต่แน่นอนว่า รองรับเฉพาะ iOS บนอุปกรณ์พกพาตระกูล i ของแอ๊ปเปิ้ลเท่านั้น

jRiver Media Center
(https://www.jriver.com/)

โดยเนื้อแท้แล้ว โปรแกรม jRiver Media Center เป็นโปรแกรมเล่นไฟล์เอนกประสงค์ คือไม่ได้เล่นได้เฉพาะไฟล์เพลงอย่างเดียว แต่สามารถเล่นไฟล์วิดีโอ ไฟล์ภาพนิ่ง และยังใช้เล่นไฟล์ภาพ เสียงจากสถานีโทรทัศน์ดิจิตัลได้อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นโปรแกรมเล่นไฟล์ที่มีความสามารถกว้างขวางและได้รับความนิยมมากโปรแกรมหนึ่ง

เป็นโปรแกรมที่ต้องเสียเงินซื้อในราคาเกือบ 80 เหรียญยูเอส สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้งานโปรแกรมตัวนี้มาก่อน แต่ถ้าเคยใช้มาก่อนจะสามารถอัพเกรดได้ในราคาที่ต่ำลง

jRiver Media Center รองรับระบบปฏิบัติการณ์ได้ทุกชนิด มีทั้งเวอร์ชั่นสำหรับ Windows ของไมโครซอฟท์ เวอร์ชั่น OS X ของ Mac และสำหรับระบบปฏิบัติการณ์ Linux ด้วย

รูปร่างหน้าตาของตัวโปรแกรมยังไม่หลุดไปจากความเป็นคอมพิวเตอร์เหมือนกับโปรแกรม Audirvana Plus ลักษณะการใช้งานโปรแกรม jRiver Media Center จะคล้าย Foobar2000 คือต้องเข้าเมนูที่แสดงผลด้วย text จำนวนมาก ต้องคลิ๊กเลือกอ๊อปชั่นต่างๆ เหมือนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอรแบบอื่นๆ และเนื่องจากโปรแกรมนี้มีอ๊อปชั่นให้เลือกใช้ รวมถึงมีฟังท์ชั่นให้ปรับตั้งมากมาย ผู้ใช้จึงควรที่จะมีทักษะในการใช้งานคอมพิวเตอร์พอสมควร

จุดเด่นอีกประการหนึ่งของโปรแกรม jRiver Media Center ก็คือสามารถเล่นไฟล์เพลงฟอร์แม็ต DSF หรือ DFF แล้วปล่อยออกมาเป็นสัญญาณ DSD ที่อยู่ในรูปของสัญญาณ bitstream ซึ่งเป็นเนทีฟ หรือรูปแบบเนื้อแท้ของสัญญาณดิจิตัล DSD ได้ (เฉพาะเวอร์ชั่นที่ใช้บน Windows เท่านั้น) ในกรณีนี้ ผู้ใช้จะได้ประโยชน์ถ้า DAC ที่ใช้อยู่รองรับสัญญาณ DSD แบบ bitstream ได้ ซึ่งเป็นวิธีเล่นไฟล์ DSD ที่คนในวงการเชื่อกันวาให้คุณภาพเสียงของไฟล์ DSD ออกมาดีที่สุด (ดีกว่าวิธีเล่นผ่านฟอร์แม็ต DoP = DSD-over-PCM)

Roon Labs
(https://roonlabs.com/)

เป็นโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงที่มีความโดดเด่นหลายด้าน ทั้งในแง่ของคุณภาพเสียงจากการเล่นไฟล์ และในแง่การนำเสนอข้อมูลของเพลงที่เล่น อีกทั้งรูปแบบการนำเสนอกราฟฟิกยูสเซอร์อินเตอร์เฟซก็มีความเป็นมัลติมีเดียสูงมาก ดูสวยและใช้งานง่าย

ชื่อของตัวโปรแกรมเรียกสั้นๆ ว่า roon รองรับทั้ง Windows ของไมโครซอฟท์, OS X ของแมคฯ และ Linux มีให้ลองใช้ก่อนตัดสินใจ 14 วัน ส่วนค่าใช้จ่าย เจ้านี้เขาคิดลักษณะเป็นค่าสมาชิก ไม่ใช่ซื้อขาด รายปีอยู่ที่ 119 เหรียญยูเอส และมีอัตราสมาชิกตลอดชีพให้เลือก อยู่ที่ราคา 499 เหรียญยูเอส ซึ่งอัตราค่าสมาชิกทั้งสองประเภทนี้รวมค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วย

ฟังท์ชั่นของตัวโปรแกรม roon ถูกออกแบบมาให้รองรับการเล่นไฟล์เพลงในหลายมิติ สามารถดึงไฟล์เพลงมาเล่นได้จากแหล่งเก็บไฟล์เพลงแทบทุกประเภทที่มีใช้กันอยู่ ไม่ว่าคุณจะเก็บไฟล์เพลงไว้ในฮาร์ดดิสของคอมพิวเตอร์, ไว้ในฮาร์ดดิสแบบพกพา, ไว้ใน NAS, ไว้ในไลบรารี่ของ iTunes หรือแม้แต่ไฟล์เพลงที่สตรีมมาจากเซิร์ฟเวอร์บนอินเตอร์เน็ตของผู้ให้บริการเช่าฟังอย่าง TIDAL เป็นต้น

roon มีโปรแกรม control apps (หรือ apps remote) ให้โหลดมาใช้ฟรี สำหรับควบคุมการเล่นไฟล์เพลงผ่านอุปกรณ์พกพาหรือผ่านคอมพิวเตอร์ และมีครบทุกระบบปฏิบัติการณ์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Windows (โน๊ตบุ๊ค/คอมฯ ตั้งโต๊ะ), OS X (MacBook & iMac), iOS (iPad, iPhone) และ Android (Mobile phone, Tablet)

เมื่อติดตั้งโปรแกรม roon บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้เล่นเพลงแล้ว คุณสามารถเลือกเอ๊าต์พุตให้กับโปรแกรมได้หลายทาง เพราะเอ๊าต์พุตของ roon มีให้ใช้งานทั้งแบบใช้สายและไร้สาย ขึ้นอยู่กับอินพุตของ DAC ที่นำมาใช้ร่วมกัน และโปรแกรม roon ยังมีฟังท์ชั่น Multi-room ที่จะส่งสัญญาณเพลงแบบไร้สายให้กับอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ออกแบบมาพร้อมรองรับการทำงานร่วมกับ roon (เรียกว่าอุปกรณ์เครื่องเสียงประเภท Roon Ready“) และมีวงจร DSP ให้เลือกใช้ปรับแต่งเสียงได้อีกด้วย


(C) ดีทูเอ คอนเวิร์ตเตอร์

ดีทูเอ คอนเวิร์ตเตอร์ หรือ D-to-A converter หรือ Digital-to-Analog converter (เรียกสั้นๆ ว่า DAC“) ซึ่งก็คือขั้นตอนในการแปลงสัญญาณเพลงที่อยู่ในรูปของสัญญาณ ดิจิตัลจากต้นทาง ให้ออกมาเป็น “สัญญาณอะนาลอก” นั่นเอง

ที่จริง บนตัวซาวนด์การ์ดที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณก็มี DAC ติดตั้งอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า DAC บนซาวนด์การ์ดของคอมพิวเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เน้นที่คุณภาพเสียงเป็นหลัก และส่วนใหญ่ยังไม่รองรับสัญญาณเสียงถึงระดับไฮเรซฯ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องการแค่ให้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ ดึงสัญญาณ PCM หรือสัญญาณ DSD ออกมาจากไฟล์ต้นทาง แล้วส่งสัญญาณเสียง PCM/DSD เหล่านั้นออกมานอกคอมพิวเตอร์ ปล่อยให้การแปลงสัญญาณดิจิตัลเหล่านั้นเป็นสัญญาณอะนาลอกเป็นหน้าที่ของ DAC ที่อยู่ด้านนอกคอมพิวเตอร์ดีกว่า

แต่มันไม่ง่ายแน่ๆ ที่จะเลือก DAC สักตัวที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาดทุกวันนี้ เพราะถ้าคุณอาศัยแค่ ราคาเป็นเกณฑ์ตัดสิน คุณอาจจะพลาดได้ง่ายๆ เนื่องจาก DAC ในท้องตลาดมีให้เลือกตั้งแต่ราคาตัวละไม่เกิน 10,000 บาท จนถึงราคาเกิน 1,000,000 บาทขึ้นไป.!

ประเด็นหลักที่ใช้พิจารณาในการเลือก DAC มาใช้เล่นไฟล์ไฮเรซฯ ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ให้ดูที่ความสามารถในการรองรับไฟล์เพลง ว่าสามารถรองรับ “sampling frequencyได้สูงสุดแค่ไหน.? ถ้าตามมาตรฐานปัจจุบัน อย่างต่ำ ต้องรองรับสัญญาณ PCM ที่มีอัตราแซมปลิ้งฯ ไม่ต่ำกว่า 192kHzและต้องสามารถรองรับสัญญาณ DSD ได้ตั้งแต่ระดับ DSD64 (2.8MHz) ขึ้นไป แต่ถ้าไปได้สูงกว่านี้ก็จะยิ่งดี มั่นใจได้ว่าสามารถเล่นไฟล์ไฮเรซฯ ได้ ทุกระดับอย่างแน่นอน

ส่วนทางด้าน Output ของตัว DAC นั้นก็ควรจะเลือกตัวที่มีเอ๊าต์พุตมาให้ใช้งานครบทุกรูปแบบ ทั้งที่เป็นสัญญาณ Line-Out สำหรับไปต่อเข้าชุดเครื่องเสียง เลือกที่มีมาให้ทั้งขั้วต่อแบบบาลานซ์ XLR และแบบอันบาลานซ์ RCA แต่ถ้าเน้นประสิทธิภาพของไฟล์ไฮเรซฯ ให้ได้ออกมาสุดจริงๆ แนะนำให้เลือกใช้เอ๊าต์พุตแบบบาลานซ์ XLR ส่วนคนที่เล่นไปทางด้านหูฟังก็ควรจะมีเอ๊าต์พุตที่เป็นแอมป์ขับหูฟังมาให้ด้วย และจะยิ่งวิเศษสุดจริงๆ ถ้า DAC ตัวนั้นจัดมาให้ครบทุกรูปแบบของขั้วต่อกับการเชื่อมต่อหูฟังทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น mini 3.5mm, standard 6.3mm และถ้าหูฟังที่คุณใช้สามารถเชื่อมต่อกับแอมป์หุฟังแบบ balanced ได้ ก็ควรจะเลือกแอมปลิฟายที่รองรับการเชื่อมต่อกับหูฟังแบบบาลานซ์ที่ใช้ขั้วต่อ DIN 4pin, balanced 4.4mm หรือ double 6.3mm/double 3.5mm ด้วย

ภาค pre-out ก็นับว่ามีความสำคัญสำหรับ DAC ในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับคนที่ต้องการเซ็ตอัพการฟังเพลงด้วยชุดเครื่องเสียงเล็กๆ บนโต๊ะทำงาน หรือต่อตรงเข้ากับลำโพงแอ๊คทีฟ


(D) แอมปลิฟาย + (E) ลำโพง

แอมปลิฟายกับ ลำโพงเป็นด่านสุดท้ายในชุดเครื่องเสียง และเป็นอุปกรณ์ที่กำหนดลักษณะรูปแบบของการฟังเพลงด้วย อย่างเช่นในปัจจุบันนี้ ได้มีการนำเอา แอมปลิฟายไปบรรจุไว้ในตัว ลำโพงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว จนเกิดเป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงรูปแบบหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า “ลำโพงแอ๊คทีฟ(active speaker) ซึ่งนอกจากจะมีแอมปลิฟายบรรจุอยู่ด้านในแล้ว ในลำโพงแอ๊คทีฟบางรุ่น บางยี่ห้อ ยังได้นำเอาภาค DAC เข้าไปบรรจุไว้ภายในอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ลำโพงแอ๊คทีฟรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน ยังได้บรรจุวงจรดิจิตัลโปรเซสเซอร์เข้าไปด้วย ควบคุมทั้งวงจรตัดแบ่งความถี่วงจรฟิลเตอร์และวอลลุ่ม ส่งผลให้รูปแบบของชุดเครื่องเสียงมีความเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะที่ยังคงได้ประสิทธิภาพสูง

สำหรับคนที่ต้องการพลังเสียงที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากๆ ก็สามารถเลือกใช้เอ๊าต์พุตของ DAC ต่อเข้ากับแอมปลิฟายขนาดใหญ่ ขับลำโพงขนาดใหญ่ และเปิดฟังด้วยระดับเสียงที่ดังมากๆ ทำให้ได้คุณสมบัติของไดนามิกเร้นจ์ที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ตรงตามเจตนารมย์ที่ไฟล์เพลงไฮเรซฯ ถูกออกแบบขึ้นมา /

*****************************

บทความที่เกี่ยวข้อง :

วิธีริปเพลงจากแผ่น CD ด้วยโปรแกรม dBpoweramp CD ripper  

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า