508 Phono Preamplifier > โฟโน ปรีแอมป์ฯ รุ่นย่อมเยาว์ตัวแรกของ Boulder มาถึงเมืองไทยแล้ว.!

โฟโน ปรีแอมป์ฯ รุ่นล่าสุดตัวนี้เพิ่งจะปรากฏโฉมออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่เพิ่งผ่านมานี้เอง ในงานโชว์เครื่องเสียง High End Munich 2018 ที่ประเทศเยอรมนี

วันอังคารที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา คุณ Steve Huntley เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายที่ดูแลตลาดต่างประเทศของ Boulder เดินทางมาพรีเซ้นต์ผลิตภัณฑ์ใหม่คือ 508 Phono Preamplifier ที่บริษัท Deco2000 โดยให้ข้อมูลว่า 508 Phono Preamplifier ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกในอนุกรม 500 series ที่ Boulder ตั้งใจทำออกมาสำหรับตลาดไฮเอ็นด์ระดับที่ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้ง่ายขึ้น ซึ่งใครที่รู้จักแบรนด์นี้ ย่อมทราบดีกว่า ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้จัดอยู่ในกลุ่มซุปเปอร์ไฮเอ็นด์ที่มีดีไซน์สุดล้ำ กับเนื้องานการผลิตที่สุดหรู และราคาสูงลิ่ว

ด้วยเป้าหมายเช่นนั้น แนวทางการออกแบบ 508 Phono Preamplifier ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แรกของอนุกรม 500 จึงเน้นไปที่คุณภาพเสียงมากกว่าเรื่องอื่นที่สามารถตัดทอนลงมาได้ ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้ได้ราคาจำหน่ายที่นักเล่นเครื่องเสียงส่วนใหญ่สามารถเอื้อมถึงได้มากขึ้นนั่นเอง วิธีที่พวกเขาทำคือนำเอาดีไซน์ของรุ่น 1008 ซึ่งเป็นโฟโนปรีแอมป์รุ่นปัจจุบันในอนุกรม 1100 series มาเป็นตัวตั้ง ซึ่ง 1008 เป็นโฟโนปรีแอมป์ที่อยู่ในอนุกรมที่สูงกว่า 500 series ขึ้นไปสองขั้น* แล้วพยายามคัดเกลาเอาจุดเด่นๆ ในดีไซน์ของรุ่น 1008 ออกมาบรรจุไว้ในตัว 508 ตัวนี้นี่เอง

* Boulder มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 5 ซีรี่ย์ เรียงจากใหญ่สุดลงมาหาเล็กสุดก็คือ 3000 series, 2100 series, 1100 series, 800 series และ 500 series

ดีไซน์

สิ่งที่ทีมออกแบบ 508 ตัวนี้ต้องการนำเสนอก็คือดีไซน์ที่พวกเขาใช้คำเรียกว่า “perfect design efficiencyคือเน้นใช้งานอย่างถึงที่สุด นั่นคือเหตุผลที่ 508 จะมีแค่ภาคขยายสัญญาณหัวเข็มที่เป็นวงจร analog เพียวๆ เท่านั้น ไม่มีการทำงานของภาคโปรเซสเซอร์ใดๆ เหมือนในรุ่นใหญ่ๆ

Compact Architecture
กระทัดรัดในตัวถังเดียว

อุปกรณ์เครื่องเสียงรุ่นใหญ่ๆ ของ Boulder มักจะแยกภาคจ่ายไฟออกมาจากวงจรหลัก ใส่ตัวถังแยกกันเป็นสองกล่อง ทว่า 508 ตัวนี้ได้ถูกออกแบบให้บรรจุภาคจ่ายไฟกับวงจรหลักไว้ในตัวถังเดียวกัน (single-chassis)

ถึงแม้ว่าการทำงานของ 508 จะเป็นแบบ truly balanced ซึ่งต้องมีอุปกรณ์คอมโพเน้นต์ในทางเดินสัญญาณจำนวนมากกว่าดีไซน์แบบซิงเกิ้ลเอ็นด์ประมาณเท่าตัว แต่เนื่องจากการนำเอาเทคโนโลยี surface-mount เข้ามาใช้ จึงทำให้สามารถผนึกวงจรการทำงานหลักๆ รวมกันอยู่ในพีซีบีบอร์ดแค่ชิ้นเดียวได้ ซึ่งนอกจากช่วยลดพื้นที่ของแผงวงจรลงไปได้มากแล้ว การใช้ surface-mount เข้ามาช่วยจัดวงจรแบบนี้ ยังมีผลดีทำให้สามารถปรับลด capacitance ส่วนเกินในระบบลงไปได้ กับช่วยขจัดปริมาณตะกั่วที่ใช้เชื่อมต่อคอมโพเน้นต์บนแผงวงจรลงไปได้อีกทางหนึ่ง ช่วยทำให้ผลกระทบที่เกิดกับสัญญาณเสียงลดน้อยลงไปด้วย เสียงที่ได้ก็จะมีความบริสุทธิ์สูงขึ้น ตรงตามต้นฉบับที่อยู่ในแผ่นเสียงมากขึ้น

ภาคจ่ายไฟที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด ได้ถูกจัดให้อยู่ในบล็อคของตัวถังที่ขุดไว้เป็นพื้นที่เฉพาะซึ่งกันออกมาจากวงจรอะนาลอกอย่างเด็ดขาด ทำให้ลดการรบกวนของภาคจ่ายไฟที่จะแผ่ไปถึงวงจรได้อย่างเด็ดขาด และด้วยความสามารถของวงจรซัพพลายที่ออกแบบมาให้จัดกระแสเองในตัว จึงไม่ต้องอาศัยวงจรโวลเตจเรกูเลเตอร์เข้ามาช่วย ทำให้สามารถลดแหล่งของสัญญาณรบกวนลงไปได้อีกจุดหนึ่ง

Controls and Connections
การควบคุมและเชื่อมต่อ

เนื่องจาก 508 เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเรียบง่ายในการทำงานมากที่สุดเท่าที่ Boulder เคยออกแบบมาทั้งหมด บนแผงหน้าของมันจึงมีแค่จุดควบคุมการทำงานแค่ 2 จุดเท่านั้น คือ สวิทช์โยกที่ใช้โยกขึ้นลงเพื่อเปิด/ปิดการทำงานของตัวเครื่อง กับปุ่มกดเล็กๆ เพื่อสั่งปิดเสียงชั่วคราว (mute) เท่านั้นเอง

Analog Design
งานออกแบบส่วนของวงจรอะนาลอก

ความเรียบง่ายของ 508 คือกุญแจสำคัญที่จะไขไปสู่คุณภาพเสียง ฉนั้น การที่มีขั้วต่อสัญญาณอินพุตแค่ชุดเดียวจึงไร้ซึ่งเป็นเสมือนการ ต่อตรงระหว่างเอ๊าต์พุตของเครื่องเล่นแผ่นเสียงกับเกนสเตจของตัวโฟโนปรีแอมป์ จึงทำให้ไม่มีอะไรมาขวางกั้นระหว่างตัวผู้ฟังกับดนตรีที่ต้องการเสพ ไม่มีสวิทช์สำหรับอินพุต ไม่มีวงจรเสริมเพิ่มใดๆ ไม่มีการต่อสาย ไม่มีอะไรอีกทั้งนั้น

อินพุตกับเอ๊าต์พุตเชื่อมต่อกันด้วยวงจร balanced ผ่านขั้วต่อ XLR 3-pin ให้เอ๊าต์พุตอิมพีแดนซ์อยู่ที่ 100 โอห์ม (บาลานซ์) เพื่อลดแรงต้าน และทำให้เอ๊าต์พุตมีความเป็นกลางมากที่สุด สามารถขับดันอินพุตของปรีแอมป์ได้ทุกตัว

วงจรบาลานซ์ถูกเลือกใช้เพื่อลดสัญญาณรบกวนและเพื่อให้ได้เรโซลูชั่นของเสียงสูงสุดทุกจุดที่ต้องการ แม้ว่าความจริงจะปรากฏชัดว่าหัวเข็มมีพื้นฐานการทำงานเป็นแบบบาลานซ์ แต่ทว่า โฟโนปรีแอมป์ที่ทำงานในโหมดบาลานซ์แท้ๆ กลับหายาก การทำงานของวงจรขยายในตัว 508 เป็น fully-balanced แท้ๆ ตลอดทั้งเส้นทาง ใช้อินพุตแบบเดียวกับเครื่องมือในสตูดิโอ

โหลดทางไฟฟ้าของหัวเข็ม MM ถูกตั้งไว้ที่ 47,000 โอห์ม ส่วนหัวเข็ม MC ตั้งไว้ที่ 100 โอห์ม ซึ่งค่าโหลดอิมพีแดนซ์นี้ถูกควบคุมโดยรีซีสเตอร์ที่ฝังอยู่บนแผงวงจรด้วยวิธี surface-mount ทำให้มีแค่ตะกั่วรอยเล็กๆ สองจุดที่เข้ามาอยู่ในเส้นทางสัญญาณ เป็นการลดจำนวนของจุดเชื่อมต่อระหว่างเอ๊าต์พุตของเครื่องเล่นแผ่นเสียงของคุณกับเกนขยายในตัว 508 ให้น้อยที่สุด

วงจร Phono equalizer ถูกจัดการโดยวงจรแอ๊คทีฟฟิลเตอร์ RIAA จำนวนสองภาค ซึ่งได้รับการไฟน์จูนอย่างละเอียดพิถีพิถันด้วยประสบการณ์ในการสร้างโฟโนปรีแอมป์ระดับ state-of-the-art มานานถึง 30 ปี จึงมั่นใจได้ในความแม่นยำอย่างถึงที่สุด

ในจุดสุดท้าย วงจรไฮพาสฟิลเตอร์ที่ความถี่ 10Hz ได้ถูกติดตั้งเข้าไปอย่างระมัดระวัง และได้ใช้ฟิลเตอร์แบบ three-pole filtering เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนที่อาจจะเกิดขึ้นจากแผ่นเสียงที่บิดเบี้ยวด้วย

508 Power Supple
ภาคจ่ายไฟของ 508

ภาคจ่ายไฟของ 508 มีขนาดเล็ก แต่ให้ไฟเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ตัวเครื่องพร้อมใช้งานตลอดเวลา แม้ในยามที่ปิดสวิทช์ควบคุมไฟ AC ที่หน้าปัดไว้ เนื่องจากประสิทธิภาพของ 508 ที่มั่นใจได้ ทำให้สามารถเปิดสวิทช์เครื่องไว้ได้ตลอด ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการวอร์มอัพก่อนจะฟัง ภาคจ่ายไฟในตัว 508 สามารถทำงานกับไฟได้ตั้งแต่ 100V, 120V, 200V และ 240V และมีประสิทธิภาพสูงกว่าภาคจ่ายไฟลิเนียร์ทั่วไปเพราะไม่มีโอกาสที่จะมีเสียงฮัมเนื่องจากทรานฟอร์เมอร์เกิดขึ้น และเพื่อให้มั่นใจว่าปราศจากการรบกวนต่อวงจรอะนาลอกจริงๆ ภาคเพาเวอร์ซัพพลายของ 508 ได้ถูกกันออกไปอยู่ห่างจากแผงวงจรอยู่ในบล็อคอะลูมิเนียมหนาที่ออกแบบป้องกันไว้เป็นอย่างดี และยังมีวงจรฟิลเตอร์คอยกรองสัญญารบกวนให้อีกด้วย

Machanical Design
การออกแบบระบบแมคคานิคัล

ตัวถังของ 508 ถูกขุดขึ้นมาจากแผ่นอะลูมิเนียมบริสุทธิ์เบอร์ 6061-T6 อย่างหนา ด้วยเครื่อง CNC ที่ Boulder มีใช้เป็นของตัวเองในโรงงาน

ตัวถังของ 508 จึงเป็นอะลูมิเนียมชิ้นเดียวทั้งตัว และถูกขัด ปัดทราย และอโนไดซ์ เพื่อทำให้ออกมาเป็นตัวถังที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Boulder ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องเสียงไฮเอ็นด์จำนวนไม่มากแล้วที่ยังคงทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ด้วยเครื่องมือของตัวเอง ในโรงงานของตัวเอง

The Best Part: The Sound
ส่วนที่ดีที่สุดคือ เสียง

แม้ว่า 508 จะมีรูปร่างที่ดูเล็กกระทัดรัด แต่มันก็ให้เสียงที่เต็มไปด้วยไดนามิกที่เปิดกว้าง ให้เวทีเสียงที่แผ่ขยาย และให้อิมเมจที่มีโฟกัสชัดเจน ให้เสียงดนตรีที่มีรายละเอียด และมีอิมแพ็ค อีกทั้งรายละเอียด, สปีดของเสียงในย่านต่ำ และพละกำลังที่ไม่ขาดแคลน /

**********************
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
. Deco2000 โทร. 0-2256-9700

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า