รีวิว > Onkyo > รุ่น TX-NR686 > 7.2 แชนเนล เน็ทเวิร์ค เอ/วี รีซีฟเวอร์ จากประเทศญี่ปุ่น

สำหรับคนที่ชอบดูหนังฟังเพลงแบบเน้นคุณภาพ และต้องการเซ็ตอัพพื้นที่ในห้องรับแขกของบ้านให้เป็นศูนย์กลางของระบบภาพ (visual) และ เสียง (audio) ต้องให้ความสำคัญกับ AV Receiver มากเป็นพิเศษ เพราะอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ข้อนี้โดยตรง

TX-NR686
ครบทั้งดูหนังฟังเพลง

ใครยังจำว่า เอวี รีซีฟเวอร์ เป็นแอมป์ที่ออกแบบมาสำหรับดูหนังอย่างเดียว คงต้องปรับความเข้าใจใหม่แล้ว เพราะเทคโนโลยีที่อยู่ในตัว TX-NR686 ตัวนี้มากกว่าครึ่งที่ใส่มาให้ พวกเขาตั้งใจให้มาใช้กับการฟังเพลงทั้งนั้น โดยเฉพาะการฟังเพลงด้วยวิธี stream สัญญาณผ่าน network ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นจุดขายหลักของ TX-NR686 เลย ดูจากแอพลิเคชั่นของผู้ให้บริการคอนเท็นต์เพลงเจ้าดังๆ มากันครบไม่ว่าจะเป็น Spotify, Deezer, Tunein, TIDAL และ Music รวมถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการรับสัญญาณเพลงด้วยคลื่นไร้สายอย่าง Bluetooth, AirPlay และ Chromecast ที่ติดตั้งมาในตัวด้วย

แม้ว่าจะรองรับการฟังเพลงยุคใหม่ได้ครบ แต่ TX-NR686 ก็ยังไม่ทิ้งนักเล่นเครื่องเสียงยุคลายครามซะเลยทีเดียว เพราะยังมีอินพุต Phono สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ใช้หัวเข็ม MM มาให้ใช้ แถมด้วยช่องต่อสัญญาณเพลงจากสถานีวิทยุ AM และ FM ด้วย

ส่วนคนที่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจก็ไม่ผิดหวังกับสิ่งที่เอวี รีซีฟเวอร์ของ Onkyo ตัวนี้ให้มา ด้วยความสามารถในการรองรับสัญญาณวิดีโอจากภาพยนตร์ได้ถึงระดับ 4K ที่ 60fps พร้อมรองรับและส่งผ่านสัญญาณวิดีโอที่เข้ารหัส HDR ได้ครบทุกมาตรฐานทั้ง HDR10, HLG และมาตรฐานสูงสุดของ DolbyVision ซึ่งความสามารถของ TX-NR686 ได้รับการันตีจาก THX ว่าเข้าขั้นมาตรฐานโลกทุกประการ รวมถึงดีโค๊ดเดอร์ของระบบเสียงเซอร์ราวนด์ตัวเด่นแห่งยุคคือ Dolby Atmos และ DTS:X ด้วย

อินพุต + เอ๊าต์พุต

ช่องดิจิตัล อินพุต : ให้มาสำหรับรองรับสัญญาณเสียงดิจิตัล ออดิโอจากอุปกรณ์เครื่องเล่นที่ปล่อยเอ๊าต์พุตออกมาเป็นสัญญาณดิจิตัลทางช่อง coaxial หรือ optical ใครที่ใช้ทีวีรุ่นเก่าที่ไม่มีเอ๊าต์พุต HDMI ก็สามารถต่อสัญญาณเสียงเข้าที่ช่อง optical ตรงนี้ได้เพื่อเอาเสียงจากทีวีมาขยายผ่าน TX-NR686 ตัวนี้ เวลาดูรายการต่างๆ จากทีวีเสียงก็จะดีขึ้นมาก

คุณสามารถรับฟังสัญญาณเสียงจากสถานีวิทยุอะนาลอก AM/FM ได้ด้วยการเชื่อมสายอากาศ AM/FM ที่แถมมาให้ในกล่องได้ที่จุดนี้ ซึ่งคุณภาพการรับสัญญาณก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งการติดตั้งสายอากาศด้วย ถ้าต้องการคุณภาพการรับสัญญาณที่ดีกว่าแนะนำให้ติดตั้งเสาอากาศภายนอก

TX-NR686 ให้อินพุตสำหรับสัญญาณอะนาลอกที่รองรับด้วยขั้วต่อ RCA มาทั้งหมด 7 ช่อง หกช่องแรกจากขวาไปซ้ายคือ BD/DVD, CBL/SAT, Game, Streaming box, CD และ TV ใช้รองรับสัญญาณที่มีความแรกระดับ Line level และสามารถตั้งชื่อได้ เปลี่ยนชื่ออินพุตได้ แต่ช่องที่ 7 คือ Phono นั้นเปลี่ยนชื่อไม่ได้ และ *** ต้องระวัง : ห้ามต่อสัญญาณจากเครื่องเล่นประเภทอื่นเข้ามาที่อินพุตนี้เป็นอันขาด*** เพราะช่องอินพุตนี้ออกแบบมาให้รองรับสัญญาณเสียงจากหัวเข็ม MM ของเครื่องเล่นแผ่นเสียงเท่านั้น ถ้าคุณต่อเชื่อมสัญญาณ Line level เข้าไปที่อินพุต Phono เสียงมันจะดังมาก อาจทำให้ลำโพงเสียหายได้

สัญญาณจากหัวเข็ม MM (Moving Magnet) มีเกนต่ำมาก ระดับมิลลิโวลต์เท่านั้น ถ้าเครื่องเล่นแผ่นเสียงของคุณใช้หัวเข็ม MC (Moving Coil) ซึ่งมีเกนต่ำกว่า MM เยอะมากๆ คุณต้องหาภาคขยายหัวเข็ม (Phono Preamplifier) มาต่อคั่นระหว่างช่องอินพุต Phono ของ TX-NR686 กับสัญญาณจากหัวเข็มของคุณเพื่อเพิ่มเกนขยายซะก่อน และถ้าเครื่องเล่นแผ่นเสียงของคุณ ใช้อาร์มที่ต้องเชื่อมต่อกราวนด์ อย่าลืมเชื่อมต่อสายกราวนด์ของเครื่องเล่นแผ่นเสียงเข้ากับจุดเชื่อมต่อกราวนด์ของ TX-NR686 ที่อยู่เหนือขั้วต่อ RCA ด้วย (ศรสีฟ้าในภาพ)

กรณีที่คุณต้องการดึงสัญญาณเสียงจากช่องอินพุตใดอินพุตหนึ่งของ TX-NR686 ไปเล่นที่ชุดเครื่องเสียงใน Zone 2 ซึ่งอยู่คนละพื้นที่กับตำแหน่งที่คุณใช้งาน TX-NR686 คุณต้องใช้สายสัญญาณอะนาลอกในการเชื่อมต่อ และสัญญาณที่คุณจะสามารถดึงไปฟังที่ Zone 2 ได้จะต้องเป็นสัญญาณเสียง PCM 2 ch หรือสัญญาณเสียง analog 2 ch เท่านั้น

สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการเซ็ตอัพระบบเสียงเซอร์ราวนด์มาก่อนจะทราบกันดีว่า การใช้ลำโพงซับวูฟเฟอร์จำนวน 2 ตัวในห้องเดียวกันจะช่วยแก้ปัญหาของเสียงทุ้มได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ลำโพงซับวูฟเฟอร์แค่ตัวเดียวอย่างชัดเจน และเมื่อเสียงทุ้มถูกจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว จะส่งผลให้เสียงกลางและเสียงแหลมดีขึ้นไปด้วยโดยปริยาย เป็นเรื่องน่ายินดีที่ TX-NR686 ให้เอ๊าต์พุตของ Subwoofer มาสองชุด เป็นสัญญาณ Line-out ต้องต่อเข้าลำโพงซับวูฟเฟอร์แบบแอ๊คทีฟที่มีเพาเวอร์ในตัว ซึ่งสัญญาณเสียงที่ส่งออกไปทางช่อง Sub-out ทั้งสองช่องนี้จะเป็นสัญญาณที่เหมือนกันทุกประการ

คุณสามารถต่อเชื่อม TX-NR686 เข้ากับโฮมเน็ทเวิร์คได้ 2 วิธี คือ ใช้สาย wired LAN กับผ่านคลื่น Wi-Fi แบบไร้สาย ซึ่งช่องทางนี้เป็นช่องทางที่ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับคอนเท็นต์บนอินเตอร์เน็ต อย่างเช่น ฟังเพลงจากอินเตอร์เน็ต เรดิโอ กับเลือกฟังเพลงจากผู้ให้บริการหลายๆ เจ้า อาทิ TIDAL, Spotify และอีกมาก อีกทั้งยังเข้าถึงคอนเท็นต์บนเน็ทเวิร์คที่บ้านของคุณเอง อย่างเช่น ดึงไฟล์เพลงจากฮาร์ดดิส USB ที่เสียบเข้าทางช่อง USB input (ซ้ายมือในภาพข้างบน) หรือดึงไฟล์เพลงจาก NAS (network-attached storage) ที่คุณเชื่อมต่ออยู่กับโฮมเน็ทเวิร์คที่บ้านของคุณ

(*อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อ ทดลองเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คกับ TX-NR686ด้านล่าง)

ทีวีทั่วไปมักจะให้ช่อง HDMI มาจำกัด อาจจะไม่พอใช้ อีกอย่าง ถ้าคุณใช้วิธีติดตั้งทีวีขึ้นไปอยู่บนผนัง จะทำให้เสียบสาย HDMI ยากขึ้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือ เอาอุปกรณ์ทั้งหมดที่ส่งออกสัญญาณภาพและเสียงผ่านทาง HDMI มาต่อเชื่อมเข้าที่ช่อง HDMI inputs ของ TX-NR686 ซึ่งให้มามากถึง 6 ช่องด้วยกัน และเป็น HDMI แบบ Hi-Speed ทั้งหมดพร้อม HDCP 2.2 รองรับสัญญาณภาพวิดีโอได้สูงถึงระดับ 4K ที่เข้ารหัส HDR ครบทุกฟอร์แม็ต ทุกช่องสามารถกำหนดค่าต่างๆ ได้

อย่าลืมว่า ถ้าจะเล่นคอนเท็นต์ที่สเปคฯ ภาพวิดีโอสูงถึง 4K ต้องใช้สาย HDMI high speed เชื่อมต่อนะครับ เพื่อให้สัญญาณภาพวิดีโอระหว่างเครื่องเล่นกับ AVR ถูกส่งผ่านถึงกันได้อย่างมีคุณภาพเต็มตามสเปคฯ ของฟอร์แม็ตจริงๆ ส่วนฝั่งที่ต่อจาก TX-NR686 ไปเข้าที่ทีวีให้มา 2 ช่อง คือ “Subกับ “Mainกรณีที่ต่อเข้าทีวีตัวหลักที่ต้องการใช้ฟังท์ชั่น ARC ให้ใช้ช่อง Main ส่วนช่อง Sub ไม่รองรับฟังท์ชั่น ARC

แต่ถึงแม้จะต่อช่อง Main แล้วก็ตาม ก่อนใช้งานครั้งแรก คุณก็ต้องเข้าไปในเมนู ARC Setupของ TX-NR686 เพื่อเลือกตั้งไว้ที่ตำแหน่ง Yesด้วย เสียงจากทีวีจึงจะถูกส่งมาที่ตัว TX-NR686

ก็ต้องบอกว่า Onkyo ยังไม่ทอดทิ้ง video source ที่ไม่มีช่องต่อสัญญาณวิดีโอ HDMI ไปซะเลยทีเดียว ในรุ่น TX-NR686 นี้ ยังอุตส่าห์ให้ช่องอินพุตสำหรับสัญญาณอะนาลอกวิดีโอมาถึง 4 อินพุตด้วยกัน เป็นช่องต่อ composite video กับช่องต่อ component video อย่างละสองช่อง แต่ถ้าอุปกรณ์เครื่องเล่นที่จะเอามาต่อใช้งานกับ TX-NR686 มีเอ๊าต์พุตให้เลือกหลายแบบ ถ้ามี HDMI ให้เลือกใช้ช่อง HDMI ก่อน ถ้าต้องการคุณภาพของภาพและเสียงที่ดีที่สุดจากอุปกรณ์ตัวนั้น

ถ้าคุณฟังเพลงผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะด้วยวิธีเล่นไฟล์เพลงที่เก็บอยู่ในสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตด้วยแอพฯ เล่นไฟล์เพลง หรือจะใช้วิธีสตรีมไฟล์เพลงจากผู้ให้บริการสตรีมมิ่งจากเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการบนอินเตอร์เน็ต อย่างเช่น Spotify หรือ TIDAL คุณก็สามารถเล่นไฟล์เพลงจากสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตของคุณแล้วส่งสัญญาณเสียงด้วยวิธีไร้สายผ่าน Wi-Fi หรือ Bluetooth ไปที่ TX-NR686 ทางเสาอากาศสองท่อนนี้

Wi-Fi ที่ติดตั้งมาใน TX-NR686 รองรับทั้งคลื่น 5 GHz และ 2.4 GHz ซึ่งแอพฯ เล่นไฟล์เพลงบนอุปกรณ์พกพาที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ iOS ของค่ายแอ๊ปเปิ้ลอย่างเช่น Onkyo HF Player หรือ iTunes จะสามารถส่งสัญญาณเสียงมาที่ TX-NR686 ผ่านทาง AirPlay ของแอ๊ปเปิ้ลได้ แต่ถ้าเป็นแอพฯ ที่เล่นไฟล์เพลงบนอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ Android จะสามารถส่งสัญญาณเพลงมาที่ TX-NR686 ผ่านทาง Chromecast Audio ในกรณีที่แอพฯ นั้นรองรับการทำงานร่วมกับ Chromecast Audio ด้วย

ส่วนการส่งสัญญาณเสียงจากอุปกรณ์พกพาของคุณไปที่ TX-NR686 ผ่านทาง Bluetooth ในครั้งแรกคุณก็ต้องทำการ pair เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณ Bluetooth ระหว่างอุปกรณ์พกพาของคุณเข้ากับ TX-NR686 ซะก่อน ซึ่งขั้นตอนในการจับคู่ก็เหมือนกับการจับคู่อุปกรณ์พกพาของคุณเข้ากับอุปกรณ์ตัวอื่นๆ นั่นเอง

พลังขับในตัว 7 Ch

เพาเวอร์แอมป์ในตัว TX-NR686 แต่ละแชนเนลมีกำลังขับเท่ากับ 165W ที่ 6 โอห์ม ซึ่งให้มาทั้งหมด 7 แชนเนล เปิดโอกาสให้คุณเลือกรูปแบบของระบบเสียงได้มากถึง 10 รูปแบบ ตั้งแต่ 2.1 ch ขึ้นไปจนถึง 5.2.2 ch สามารถแม็ทชิ่งเข้ากับจำนวนลำโพงและรูปแบบการติดตั้งได้หลากหลายมาก สำหรับคนที่นำ TX-NR686 ไปอัพเกรดใช้กับลำโพงเซอร์ราวนด์ของเดิม TX-NR686 ก็สามารถรองรับชุดลำโพงที่เซ็ตอัพไว้เป็น 5.1 ch, 6.1 ch หรือ 7.1 ch ได้พอดีๆ

สำหรับคนที่จะเอา TX-NR686 ไปแทนที่ AVR ตัวเดิมในระบบเสียงที่ติดตั้งลำโพงไว้เป็น 5.1 ch ก็จะได้มรรคผลจาก decoder ที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิม กับกำลังขับของแอมป์ (ถ้าสูงกว่าตัวเก่า) ที่จะช่วยอัพเกรดคุณภาพเสียงของชุดลำโพงเดิมขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง

ส่วนใครที่ยังใช้ source เดิมๆ แต่ต้องการอัพเกรดจากระบบเสียง 5.1 ch เดิมขึ้นมาเป็น 7.1 ch โดยเน้นความเป็นเซอร์ราวนด์ที่โอบล้อมรอบตัว 180 องศา TX-NR686 ก็สามารถตอบโจทย์ของคุณได้ครบถ้วน สมบูรณ์แบบ

คุณไม่ต้องสงสัย ถ้าไปนับขั้วต่อสายลำโพงที่แผงด้านหลังของ TX-NR686 ที่ให้มา จะเห็นว่านับได้ 9 แชนเนล แต่จริงๆ แล้ว ข้างในตัวเครื่องมีเพาเวอร์แอมป์แค่ 7 แชนเนล ส่วนขั้วต่อสายที่ให้มานั้นทั้งหมดนั้น ก็เพื่อความสะดวก จะได้ไม่ต้องคอยสลับสายเท่านั้นเอง ตัวแปรสำคัญคือชุดที่ดึงไปใช้ใน Zone 2 (กรอบสีเขียว ขวามือสุดในภาพ) ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเลือกติดตั้งระบบเป็น 7.1 ch ก็ใช้ขั้วต่อชุด 5.1 ch (กรอบสีแดง) + surround back (กรอบสีฟ้า) ซึ่งในกรณีนี้ ที่ขั้วต่อสายลำโพง Zone 2 (กรอบสีเขียว) จะไม่มีสัญญาณออก หรือถ้าคุณเลือกติดตั้งระบบดูหนังในห้องหลักเป็น 5.1 ch คุณก็สามารถดึงสัญญาณเสียงที่เหลืออีก 2 ch ไปใช้ใน Zone 2 ได้โดยดึงสัญญาณจากช่อง Zone 2 (สีเขียว) ไปต่อเข้าลำโพงสองแชนเนลที่อยู่ใน Zone 2 ซึ่งกรณีนี้ ขั้วต่อสายลำโพงในกรอบสีฟ้าก็จะไม่มีสัญญาณออก หรือคุณจะทำการเชื่อมต่อลำโพงทิ้งไว้ทุกขั้วต่อสายลำโพงที่ให้มาก็ได้ ซึ่งระบบเมนู assignment จะจัดการสลับใช้งานเอ๊าต์พุตไปตามรูปแบบของระบบเสียงที่คุณเลือกใช้งานในขณะนั้นให้โดยอัตโนมัติ เช่น ถ้าในห้องหลักคุณเลือกเล่น 7.1 ch ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ Zone 2 ก็จะไม่มีเสียงออก แต่ถ้าคุณเลือกระบบเสียงที่ใช้จำนวนแชนเนลแค่ 5.1 ch ที่ Zone 2 ก็จะมีเสียงออก แบบนี้เป็นต้น

ภาพด้านบนคือลักษณะการเชื่อมต่อลำโพงไว้ครบทุก ขั้วต่อที่ TX-NR686 ให้มา แชนเนลที่ 7 + 8 กับ 9 + 10 จะสลับกันใช้งาน ระหว่าง surround back ของ 7.1 ch ในห้องดูหนัง กับ Zone 2 ในห้องฟังเพลง

แต่ถ้าคุณต้องการกำหนดระบบเสียงตายตัวไปเลย เพื่อประหยัดสายลำโพงไม่ต้องต่อเชื่อมทุกแชนเนลทิ้งไว้ คุณก็ต้องกำหนดตั้งใจตั้งแต่แรกเลยว่าจะใช้ระบบเสียงแบบไหนที่ห้องดูหนังหลัก ต้องการใช้งานระบบเสียง 2 ch ที่ Zone 2 หรือไม่.? ต้องการใช้ลำโพงซับวูฟเฟอร์หนึ่งหรือสองตัว.?

สำหรับคนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของระบบเซอร์ราวนด์ที่เรียกว่า Immersive Surround ที่มากับฟอร์แม็ต Dolby Atmos และ DTS:X เน็ทเวิร์ค รีซีฟเวอร์ TX-NR686 ของ Onkyo ตัวนี้ก็สามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้ตามต้องการด้วยอ๊อปชั่นให้เลือกหลายรูปแบบที่เหมาะกับห้องขนาดเล็กไปจนถึงห้องขนาดกลาง ถ้าห้องไม่ใหญ่ ภาคดีโค๊ดเดอร์กับเพาเวอร์แอมป์ในตัวที่ให้มาก็เพียงพอกับการเซ็ตอัพเพื่อรับชมภาพยนตร์หรือคอนเสิร์ตด้วยระบบเสียง Dolby Atmos หรือ DTS:X โดยมีรูปแบบการเซ็ตอัพให้เลือกตามความเหมาะสมกับ จำนวนลำโพงที่คุณใช้กับ ลักษณะของพื้นที่ในห้องของคุณมากถึง 4 รูปแบบ คือ 2.1.2, 3.1.2, 4.1.2 และ 5.1.2 ch เพื่อรองรับการชมภาพยนตร์จากแผ่นบลูเรย์ฯ ที่บันทึกสัญญาณเสียงเป็น Dolby Atmos หรือ DTS:X ได้อย่างลงตัว

เป็นรูปแบบการติดตั้งลำโพงเพื่อรองรับระบบเสียง Dolby Atmos/DTS:X ที่ง่ายที่สุด แต่โดยหลักการแล้ว วิธีนี้จะให้ประสบการณ์ของความเป็น Immesive Sound ต่ำสุดในจำนวน 3 วิธีที่ทำได้ วิธีการก็แค่ซื้อลำโพง Dolby Enabled Speaker มาสองตัว (เบอร์ 7 กับเบอร์ 8 ในภาพข้างบน) แล้วนำไปวางไว้บนลำโพงคู่หน้า หรือลำโพงคู่หลัง ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง โดยแหงนหน้าลำโพงให้ยิงเฉียงขึ้นไปบนเพดาน จากนั้นก็ทำการเปิดใช้ฟังท์ชั่น AccuEQ ในตัว TX-NR686 เพื่อปรับจูนสนามเสียงของลำโพงทั้งชุดให้กลืนเป็นสนามเสียงเดียวกัน ซึ่งจากการทดลองปรับตั้งแบบนี้ ผมพบว่า ผลลัพธ์ที่ได้ดีกว่าที่คาดมาก มันสามารถดึงสนามเสียงให้ลอยตัวขึ้นไปในแนวตั้งได้มากจนรู้สึกได้ รู้สึกได้ถึงมวลแอมเบี้ยนต์ที่แผ่คลุมจากด้านบนด้วย ไม่น่าเชื่อว่าผมได้ยินเสียงฝนในฉากคลิปตัวอย่างชุด Amaze ของ Dolby Atmos ล่วงลงมาจากฝ้าเพดานจริงๆ น่าทึ่งมาก ดีกว่าที่ผมคาดไว้เยอะทีเดียว

หลังจากอ่านข้อมูลของ TX-NR686 จึงทราบว่า ฟังท์ชั่น Room Correction ที่ใช้โปรแกรม AccuEQ ในการตรวจวัดและปรับแต่งเสียงของชุดลำโพงของผมให้เข้ากับสภาพอะคูสติกของห้องมันมีฟังท์ชั่นที่ชื่อว่า AccuReflex phase alignment ที่ใช้กับลำโพง Dolby Enabled Speaker โดยเฉพาะ นี่เอง.. ที่ทำให้ลำโพง Dolby Enabled Speaker สองตัวเล็กๆ ที่ผมเซ็ตอัพไว้มันสามารถโยนเสียงฝนขึ้นไปลอยอยู่บนเพดานได้อย่างน่าทึ่งแบบนั้น.!

ภาพบนเป็นการเซ็ตอัพระบบออกมาเป็น 5.1.2 แบบที่ใช้ทรัพยากรทั้งหมด 7 แชนเนลที่ TX-NR686 ให้มาในการรองรับระบบเสียงเซอร์ราวนด์ขั้นเทพ Dolby Atmos และ DTS:X คือเซ็ตอัพเป็น 5.1 ch สำหรับเซอร์ราวนด์รอบด้าน + Height speaker อีก 2 ch ซึ่งมีอ๊อปชั่นในการติดตั้งให้เลือก 2 รูปแบบ คือ 5.1 ch + Height speaker ด้านหน้า หรือ 5.1 ch + Height speaker ด้านหลัง

นี่เป็นรูปแบบการติดตั้งลำโพง 5.1.2 แชนเนล ที่แสดงศักยภาพของระบบเสียง Dolby Atmos/DTS:X ออกมาได้ดีที่สุดด้วยทรัพยากรที่ TX-NR686 ให้มา ซึ่งเหมาะกับห้องที่มีเพดานแบบตีฝ้าแข็งแรงพอสมควร เพราะต้องรองรับน้ำหนักของลำโพงทั้งสองตัวที่จะขึ้นไปแขวนอยู่บนฝ้าด้วย ในภาพข้างบนนี้ จะเห็นว่า คุณมีตำแหน่งให้เลือกถึง 3 ตำแหน่งในการติดตั้งลำโพงด้านบนทั้งสองตัวลงไปบนฝ้าเพดาน ซึ่งเหตุผลที่ผู้ผลิตให้อ๊อปชั่นมาแบบนี้ ก็เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งนั่นเอง คือบางทีเราก็ต้องหลีกเลี่ยงตำแหน่งที่ติดตั้งไฟส่องสว่างที่มีอยู่เดิม หรือหลบหลีกสิ่งกีดขวางบนฝ้าที่อาจจะมีเช่นท่อแอร์ เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่ต้องพิถีพิถันมากหน่อยก็คือ องศาของลำโพงด้านบนที่ทำมุมกับตำแหน่งนั่งชม ควรจะกะคะเนให้แม่นยำที่สุด เพราะจะส่งผลต่อคุณภาพเสียงในตอนสุดท้ายด้วย


ทดลองเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คกับ TX-NR686

วิธีคิดง่ายๆ เกี่ยวกับ source สำหรับการฟังเพลงในปัจจุบันให้ดูที่ media หรือตัวกลางที่เก็บสัญญาณเสียงเพลง คือดูว่าสัญญาณเสียงเพลงถูกเก็บไว้ที่ไหน.? อย่างเช่นใน แผ่นเสียง แบบนี้คุณต้องอาศัย เครื่องเล่นแผ่นเสียง มาเล่น แล้วต่อสัญญาณ analog output จากเครื่องเล่นเหล่านั้นไปเข้าที่ช่อง analog input ของ TX-NR686 ให้ตรงกับชื่ออุปกรณ์ที่ระบุไว้ที่ช่องอะนาลอกอินพุตของ TX-NR686

ถ้าสัญญาณเสียงอยู่ในรูปของสัญญาณดิจิตัล เก็บอยู่ใน แผ่นซีดี คุณก็ต้องใช้ เครื่องเล่นซีดี หรือเครื่องเล่นดีวีดี หรือเครื่องเล่นบลูเรย์ เล่นแผ่นซีดีเหล่านั้น แล้วดึงสัญญาณเอ๊าต์พุตมาที่ TX-NR686 ซึ่งทำได้สองทาง คือดึงสัญญาณดิจิตัลจากช่อง digital out ของเครื่องเล่นมาต่อเข้าที่ช่อง digital input ของ TX-NR686 ที่ตรงกัน กับอีกวิธีคือ ดึงสัญญาณ analog out ของเครื่องเล่นแผ่นเหล่านั้นมาเชื่อมต่อเข้าที่ TX-NR686 ที่ช่อง analog input ให้ตรงตามชื่ออุปกรณ์ที่ระบุไว้บนช่องอินพุต

กรณีที่สัญญาณเสียงเพลงอยู่ในรูปของไฟล์ดิจิตัลและถูกเก็บอยู่ใน ฮาร์ดดิส หรือ NAS คุณมีทางเลือกเล่นได้ 2 แบบ แบบแรกคือ เล่นไฟล์ดิจิตัลเหล่านั้นด้วย โปรแกรมเล่นไฟล์เพลงผ่านคอมพิวเตอร์ หรือ เล่นผ่านเครื่องเล่นประเภทที่เรียกว่า network player แล้วดึงสัญญาณ analog output จากภาค DAC ของเครื่องเล่นเหล่านั้นไปเข้าที่ช่อง analog input ของ TX-NR686

อีกแบบคือ ใช้ฟังท์ชั่น network ของ TX-NR686 ในการเล่นไฟล์เพลงของคุณ ด้วยวิธีการคือเอาฮาร์ดดิสที่เก็บไฟล์เพลงของคุณไปเสียบเข้าที่ช่อง USB ถ้าฮาร์ดดิสที่เก็บไฟล์เพลงของคุณใช้ขั้วต่อ USB หรือเชื่อมต่อเข้าไปในระบบเน็ทเวิร์คเดียวกันกับ TX-NR686 กรณีที่คุณเก็บไฟล์เพลงไว้ใน NAS จากนั้นก็ทำการเชื่อมต่อ TX-NR686 เข้ากับเน็ทเวิร์คที่บ้านของคุณด้วยสาย LAN แล้วดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “Onkyo Controllerจาก App store สำหรับอุปกรณ์ iOS หรือจาก google play สำหรับอุปกรณ์ Android มาติดตั้งบนอุปกรณ์พกพา (สมาร์ทโฟน หรือแท็ปเล็ต) เพื่อใช้ควบคุมการเล่นไฟล์เพลงและฟังท์ชั่นอื่นๆ ของ TX-NR686 แทนรีโมทไร้สาย

หน้าตาแอพลิเคชั่น Onkyo Controller บน iOS

หน้าตาของแอพลิเคชั่น Onkyo Remote บน Android

เมื่อคุณเชื่อมต่อ TX-NR686 เข้ากับโฮมเน็ทเวิร์คแล้ว มีคอนเท็นต์เพลงอยู่ 2 แหล่งที่คุณสามารถดึงมาเล่นบน TX-NR686 ผ่านเน็ทเวิร์คเข้าสู่ TX-NR686 ทางอินพุต NETแหล่งแรกคือ ไฟล์เพลงของผู้ให้บริการสตรีมมิ่งที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต อาทิ Deezer, Tunein, Spotify และ TIDAL ส่วนอีกแหล่งคือ ไฟล์เพลงที่เก็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ (music server) ของคุณเอง นั่นคืออยู่ใน NAS หรือ USB harddisk ที่เสียบเข้าที่ช่อง USB ด้านหลังของ TX-NR686 ซึ่งแหล่งที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองนี้ คุณสามารถใช้แอพ Onkyo Controller หรือแอพ Onkyo Remote ดึงไฟล์เพลงในเซิร์ฟเวอร์ของคุณมาฟังได้ และยังสามารถสตรีมไปฟังในโซนต่างๆ ของบ้านได้อีกด้วย ถ้าคุณทำการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องเสียงไว้ในจุดต่างๆ ในบ้าน

ในการเล่นไฟล์เพลงที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตด้วยการสตรีมลงมาที่ TX-NR686 คุณสามารถทำได้สองทาง ทางแรกคือดาวน์โหลดแอพฯ เพลเยอร์ของผู้ให้บริการนั้นๆ อย่างเช่นแอพฯ ของ Spotify และ TIDAL ลงมาติดตั้งบนอุปกรณ์พกพาของคุณ (สมาร์ทโฟน/แท็ปเล็ต) เพื่อใช้แอพฯ เหล่านั้นเล่นไฟล์เพลงจากเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการเหล่านั้นลงมาที่ TX-NR686

ทดลองเล่นเพลงบนแอพ Spotify ที่ติดตั้งบน iPad2 ของผม แล้วสั่งสตรีมเพลงจากแอพฯ Spotify ไปที่ TX-NR686 ผ่านทาง Chromecast ได้เลย เพราะในตัว TX-NR686 มี Chromecast Audio ติดตั้งมาให้จากโรงงาน

มีอีกวิธีที่ง่ายกว่า สะดวกกว่าในการใช้งาน คือไม่ต้องเสียเวลาเปิดปิดแอพฯ สลับไปมาถ้าต้องการเปลี่ยนฟังระหว่างผู้ให้บริการต่างๆ และอาจจะให้เสียงดีกว่าด้วย นั่นคือ ดาวน์โหลดแอพฯ Onkyo Controller (iOS) หรือ Onkyo Remote (Android) มาติดตั้งบนอุปกรณ์พกพาของคุณ ซึ่งแอพฯ ของ Onkyo ทั้งสองตัวนั้นจะมีแอพฯ ของผู้ให้บริการสตรีมมิ่งติดตั้งอยู่ในแอพฯ ของ Onkyo ด้วยแล้ว พูดง่ายๆ คือ แอพฯ Onkyo ตัวเดียวควบคุมสตรีมมิ่งเซอร์วิสได้ครบทั้ง 3-4 เจ้าข้างต้น อยากจะฟังของเจ้าไหนก็แค่จิ้มเลือกจากในแอพฯ Onkyo ได้เลย ไม่ต้องไปเปิดแอพฯ ของผู้ให้บริการเหล่านั้นขึ้นมาให้เสียเวลาอีก

หน้าตาเมนูของแอพ Onkyo Controller เมื่อติดตั้งและใช้งานบน iPad2 ของผม สองภาพข้างบนนี้แสดงหน้าจอตอนเลือกแหล่งต้นทาง NETในเมนูอินพุตของ TX-NR686

นอกจากนั้น แอพฯ Onkyo Controller ที่ผมทดลองดาวน์โหลดและติดตั้งเพื่อทดลองใช้ควบคุม TX-NR686 ครั้งนี้ ยังมีความสามารถในการเล่นไฟล์เพลงที่อยู่ใน music server (NAS) และใน USB harddisk ของผมได้ ยิ่งไปกว่านั้น แอพฯ Onkyo Controller ตัวนี้ยังรองรับการทำงานกับฟังท์ชั่น MultiZone ได้ด้วย คือใช้ควบคุมสั่งงาน Zone ต่างๆ ได้ เหมาะมากถ้าใครเซ็ตอัพ TX-NR686 โดยใช้ฟังท์ชั่น Zone 2 ของมัน คุณสามารถใช้แอพฯ Onkyo Controller เลือกฟังอินพุตใดก็ได้ที่เป็นระบบเสียง stereo 2ch ไปที่ Zone 2 ของคุณ

ผมมีทำเป็นบทความ HOW-TO การเซ็ตอัพ TX-NR686 สำหรับการฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch เอาไว้ ถ้าสนใจลองอ่านที่ ลิ้งค์ นี้

ผมทดลองเซ็ตอัพ TX-NR686 เพื่อใช้ฟังเพลงผ่าน network โดยควบคุมสั่งงานด้วยแอพ Onkyo Controller บน iPad2 ในภาพคือลองใช้แอพ TIDAL ผ่านแอพ Onkyo Controller เล่นเพลงไปที่ TX-NR686 เสียงดีน่าพอใจพอสมควร

แต่ถ้าคุณอยากได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นไปอีกระดับ ถึงขั้นมาตรฐานของนักเล่นเครื่องเสียง แนะนำให้หาอินติเกรตแอมป์คุณภาพสูงมาใช้ แล้วดึงสัญญาณอะนาลอก Line-out จากช่องเอ๊าต์พุต Zone 2 ของ TX-NR686 มาขยายผ่านอินติเกรตแอมป์อีกที ขับลำโพงที่มีคุณภาพสูงๆ หน่อย เสียงดีขึ้นอีกเยอะ ประหยัด source ไปได้มาก ในภาพข้างบนนั้น ผมเอาอินติเกรตแอมป์ NAD รุ่น C-388 กับลำโพงวางหิ้งยี่ห้อ Dali รุ่น Opticon 2 มาทดลองฟังกับช่องเอ๊าต์พุต Zone 2 ของ TX-NR686 โดยเล่นไฟล์ Hi-Res ผ่านเข้าทางอินพุต “NETเสียงที่ได้ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากน่าพอใจ

ผมเอา USB harddisk ที่ใส่ไฟล์เพลงไปเสียบเข้าที่ช่อง USB ที่ด้านหลังของ TX-NR686 แล้วเรียกไฟล์เพลงเหล่านั้นขึ้นมาฟังด้วยแอพ Onkyo Controller ผ่านเข้าทางอินพุต NET ของ TX-NR686 หลังจากเลือกอัลบั้มเพลงที่ต้องการฟังขึ้นมาและสั่ง play บนจอ iPad2 จะโชว์รายละเอียดของเพลงที่กำลังฟังขึ้นมาให้ดูด้วย ซึ่งผมพบว่าแอพ Onkyo Controller เวอร์ชั่นล่าสุดได้ถูกพัฒนาไปจากเดิมมาก ตอนนี้มันสามารถเล่นไฟล์ WAV และดึงภาพหน้าปกอัลบั้มที่ผมใส่ไว้ใน folder ของอัลบั้มนี้ขึ้นมาโชว์บนจอได้ นอกจากนั้น ผมยังสามารถปรับวอลลุ่มจากหน้าจอนี้ได้เลย และยังมีฟังท์ชั่นควบคุมการเล่นเพลงปรากฏอยู่ในหน้าจอเดียวกันนี้ด้วย สะดวกมาก

ผมได้เชื่อมต่อสาย HDMI จากเอ๊าต์พุตของ TX-NR686 เข้าไปที่ทีวีบนพื้นที่รับแขกด้วย เพื่อเอาไว้รับชมภาพยนตร์กับคอนเสิร์ต ในขณะที่รับฟังเพลงด้วยเน็ทเวิร์ค ถ้าเปิดทีวีเอาไว้ บนจอทีวีจะมีภาพที่แสดงรายละเอียดของเพลงที่คุณกำลังฟังไปปรากฏอยู่ที่นั่นด้วย และเนื่องจากภาค DAC (D-to-A converter) ภายในตัว TX-NR686 ใช้ชิปแปลงสัญญาณแบบ multichannel ที่มีสเปคฯ สูงถึง 32-bit และรองรับแซมปลิ้งควีเควนซี่ได้สูงถึงระดับ 384kHz มันจึงรองรับการเล่นไฟล์ Hi-Res Audio ที่ผมเก็บอยู่บน USB harddisk ของผมได้อย่างหมดจดมาก ทั้งที่เป็นไฟล์ 24/192 และ DSD64 ด้วย.. เจ๋งมาก! เสียงที่ได้ยินนั้นเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าพอใจ ถ้าให้ประเมินจากประสบการณ์ ผมว่า เสียงของ TX-NR686 ตอนเล่นไฟล์ไฮเรซฯ มันออกมาดีพอฟัดกับ Network Player ราคาสองสามหมื่นได้เลย เรื่องความชัดและรายละเอียดใกล้เคียงกันมาก จะแพ้ก็แค่ความนวลเนียนกับความอิ่มฉ่ำของเนื้อเสียงเท่านั้น

นอกจากนั้น ตอนทดสอบด้วยระบบเสียงเซอร์ราวนด์ 5.1 ch ผมได้ลองเล่นแผ่น SACD กับ DVD-Audio ด้วยเครื่องเล่นบลูเรย์ UHD 4K ของ Sony รุ่น UBP-X700 แล้วปล่อยสัญญาณเสียงมัลติแชนเนลไปที่ TX-NR686 ผ่านทาง HDMI input ของ TX-NR686 เสียงออกมาดีมาก ที่เห็นชัดมากก็คือการแยกแยะรายละเอียดเสียงของแต่ละแชนเนลที่มีความชัดเจนมากกว่าระบบเสียง 5.1 ch ของตัว AVR รุ่นเก่าอายุเกือบสิบปีของผมเยอะมาก คิดว่าน่าจะเป็นผลมาจากหลายๆ ส่วน ตั้งแต่ภาค DAC, ภาคแอมปลิฟายของ TX-NR686 ที่ใช้เทคโนโลยีที่ใหม่กว่ามาก มีกำลังมากพอและเป็นแบบ High-Current ด้วย อีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลทำให้รายละเอียดเสียงออกมาดีและให้ซาวนด์สเตจที่กว้างขวาง นั่นคือ วงจร room correction AccuEQ ที่ให้มา ซึ่งได้ลองฟังแล้วต้องยอมรับว่าไม่แปลกใจที่ TX-NR686 ตัวนี้ได้การรับรองมาตรฐาน THX Select


ดูหนังกับ TX-NR686

ผมใช้เครื่องเล่นบลูเรย์ของ Sony รุ่น UBP-X700 ลองดูหนังจากแผ่นบลูเรย์ฯ โดยอาศัย TX-NR686 ช่วยจัดการเรื่องเสียงให้ เซ็ตอัพระบบเสียงเป็น 5.1.2 โดยใช้ลำโพง Dolby Enabled Speaker สองตัววางบนลำโพงคู่หน้าเป็นตัวช่วยสร้างสนามเสียงด้านบน

ในชุดเดิมของผมใช้ AVR รุ่น SR7005 ของ Marantz ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่พอสมควรแต่ยังไม่รองรับ Dolby Atmos ไปได้สูงสุดแค่ Dolby TrueHD/DTS HD Master และได้รองรับมาตรฐานโดย THX Ultra II เสียงดีมากน่าพอใจ ผมใช้มานานเกือบสิบปีแล้ว เอามาเทียบกับ TX-NR686 วันนี้ SR7005 ให้เสียงสูง TX-NR686 ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง หนังเรื่องเดียวกัน พอปล่อยเข้า SR7005 มันถอดแค่ Dolby TrueHD ออกมาเป็น 5.1 ch ที่ผมเซ็ตอัพไว้ แต่พอเปลี่ยน TX-NR686 เข้าไปแทนที่ หนังเรื่องเดียวกันคือ Dark Tower (UHD 4K) TX-NR686 ถอดออกมาเป็น Dolby Atmos เสียงเปิดกว้างกว่ามาก มิติด้านบนลอยมาเป็นตัวๆ สนามเสียงเปิดถ่างออกไปมากกว่ากันอย่างชัดเจน รายละเอียดเสียงก็ออกมาดีกว่าด้วย โดยเฉพาะช่วงเบาๆ จะได้ยินรายละเอียดที่แอบซ่อนอยู่มากกว่าตอนฟังผ่าน SR7005 อย่างชัดเจน ต้องยอมรับว่า รุ่นใหญ่กว่าแต่เทคโนโลยีต่ำกว่าสู้ไม่ได้ทุกกรณี ซึ่งก็เป็นไปตามเหตุและผลที่ควรจะเป็น เพราะนอกจากดีโค๊ดเดอร์ของ TX-NR686 จะใหม่และมีประสิทธิภาพสูงกว่าแล้ว ในแง่กำลังขับของ TX-NR686 ก็สูงกว่าด้วยคือ 165W ต่อแชนเนลที่ 6 โอห์ม ในขณะที่ SR7005 ให้กำลังขับอยู่ที่ 140W ต่อแชนเนลที่ 6 โอห์ม เห็นทีผมคงได้เวลาต้องอัพเกรด AVR แล้วล่ะครับ.!

สรุป

รีวิวมาราธอนสำหรับ TX-NR686 ตัวนี้กินเวลานานเดือนเศษ แม้กระนั้น ผมก็ยังไม่สามารถทดลองใช้งานมันได้ครบทุกสิ่งอย่างที่มันสามารถทำได้ บางอย่างนั้น เนื่องจากผมยังขาดอุปกรณ์เสริมที่จะนำมาใช้ในการทดสอบความสามารถของเอวีรีซีฟเวอร์ตัวนี้ อย่างเช่นฟังท์ชั่น Google Assistant ซึ่งต้องมีลำโพงที่มีไมโครโฟนรองรับคำสั่ง Voice Command ที่ผมยังไม่มี แต่ TX-NR686 ตัวนี้ถูกติดตั้งความสามารถมาให้พร้อมรับคำสั่งแล้ว

แม้ว่าจะใช้เวลานานมากในการทดสอบ แต่ผมก็ยอมรับว่า รู้สึกสนุกและมีความสุขกับการทดสอบเน็ทเวิร์คของ Onkyo ตัวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับฟังท์ชั่นที่เกี่ยวกับการฟังเพลงของมัน ซึ่งหลังจากได้ทดลองใช้งาน TX-NR686 ในการฟังเพลงจริงๆ จังๆ ไปแล้ว ผมก็กล้าพูดได้ว่า TX-NR686 เป็นแอมป์เซอร์ราวนด์ที่ใช้ฟังเพลงได้ไพเราะน่าพอใจมากที่สุดตัวหนึ่ง.!

ส่วนคุณภาพเสียงที่ได้จากการดูหนังก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ด้วยมาตรฐานที่รองรับโดย THX Select กับดีโค็ดเดอร์ Dolby Atmos/DTS:X และกำลังขับที่มากถึง 165W ต่อแชนเนล ทำให้มันสามารถเบ่งสนามเสียงออกมาได้กว้างขวางมากเป็นพิเศษ ความโอบล้อมรอบตัวให้ความรู้สึกที่น่าตื่นเต้น สร้างอารมณ์ร่วมให้กับการดูหนังได้มากเป็นพิเศษ รู้สึกเหมือนถูกดีงเข้าไปในเหตุการณ์จริงๆ

ทดสอบเสร็จ มาพลิกดูราคาขาย อุแม่เจ้า..! สามหมื่นกว่าบาทเองเหรอ หารเฉลี่ยแต่ละหน้าที่ที่มันทำจะเหลือหน้าที่ละกี่บาทกันเนี่ย..?? ถูกมากครับ.!!! /

********************************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย :
CMG/Powerbuy
********************************
ราคา : 32,900 บาท / เครื่อง
********************************
หาซื้อได้ที่ :
Powerbuy
ThePower
PowerMall
ทุกสาขา

และที่ ดีลเลอร์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า