วิธี+ขั้นตอนเซ็ตอัพ Onkyo รุ่น TX-NR686 เพื่อใช้ฟังเพลง stereo 2 ch ให้ได้เสียงที่ดีที่สุด

ขอเกริ่นก่อน..

การฟังเพลงผ่าน streaming กลายเป็นวิถีปฏิบัติที่เป็นปกตินิสัยไปซะแล้วสำหรับยุคนี้ บางคนก็สตรีมเพลงจาก Spotify, TIDAL หรือ Apple Music ไปฟังบนลำโพงบลูทูธ ในขณะที่อีกหลายคนสนุกกับการสตรีมทั้งภาพและเสียงจาก YouTube ไปเริงสำราญบนทีวีผ่าน Chromecast ของ Google

สำหรับนักเล่นเครื่องเสียงที่มีประสบการณ์ ต่างก็ยอมรับกันว่า แอมปลิฟายที่ออกแบบมาเพื่อใช้ฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch โดยเฉพาะที่เรียกว่า อินติเกรตแอมป์ที่มีราคาพอๆ กัน จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า เอวี รีซีฟเวอร์ ในกรณีที่ใช้ฟังเพลงที่เป็นระบบเสียง stereo 2 ch ซึ่งสามารถฟังความแตกต่างได้ชัดมาก เหตุผลก็เพราะภาคขยายที่อยู่ในเอวี รีซีฟเวอร์ถูกออกแบบมาเพื่อขับลำโพงพร้อมกันถึง 5 แชนเนล เมื่อเซ็ตอัพให้ทำงานด้วยระบบเสียงเซอร์ราวนด์ 5.1 ch จึงทำให้กำลังขับถูกเกลี่ยออกไปถึง 5 แชนเนล ในขณะที่อินติเกรตแอมป์ stereo ถูกออกแบบมาเพื่อขับลำโพงแค่ 2 ตัว นั่นทำให้ภาคขยายของแอมป์สเตริโอมีสมรรถนะสูงกว่าภาคขยายในแอมป์เซอร์ราวนด์ เมื่อเทียบเครื่องที่มีราคาเท่าๆ กัน

ดังนั้น แนวทางที่นักเล่นฯ ที่มีประสบการณ์เลือกปฏิบัติเมื่อต้องการให้ได้คุณภาพสูงสุดทั้งดูหนังและฟังเพลงก็คือแยกชุดกันเด็ดขาดไปเลย แต่ทว่า เนื่องจากมีนักเล่นฯ บางส่วน มีพื้นที่และทุนทรัพย์จำกัด ไม่สามารถที่จะแยกชุดสำหรับการฟังเพลงกับดูหนังออกจากกันได้ สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือชุดโฮมเธียเตอร์ที่มีคุณภาพดีพอสมควร สามารถตอบสนองความพึงพอใจได้อย่างเพียงพอ ทั้งจากการดูหนังและฟังเพลง และที่สำคัญก็คือ ต้องสามารถเซ็ตอัพไว้ในห้องรับแขกที่มีขนาดพื้นที่ไม่เกิน 35 – 40 ... ได้ด้วย

เพื่อค้นหาว่า ความต้องการข้างต้นมีความเป็นไปได้มากแค่ไหน.? นั่นคือที่มาของภารกิจนี้ ที่ผมอาสารับมาทำ

วิเคราะห์ความเป็นไปได้กันก่อน ..

เมื่อย่างเข้าสู่ยุค digital ภาคแอมปลิฟายได้ถูกพัฒนาให้มีขนาดที่กระทัดรัดลงกว่าแอมปลิฟายในยุค analog แต่ทางด้านประสิทธิภาพกลับทำได้สูงขึ้น ทำให้คุณภาพของภาคขยายใน อินติเกรตแอมป์สองแชนเนล กับ เอวี รีซีฟเวอร์มัลติแชนเนล เริ่มขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ source หรือแหล่งสัญญาณต้นทาง ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในรูปของสัญญาณดิจิตัลเกือบทั้งหมด เป็นเหตุให้ คุณภาพเสียงที่ได้จากการฟังเพลงด้วย source ที่เป็นระบบเสียง stereo 2 ch บนชุดฟังเพลงที่ใช้ อินติเกรตแอมป์ 2 แชนเนล” เป็นศูนย์กลาง กับชุดที่ใช้ เอวี รีซีฟเวอร์ มัลติแชนเนล” เป็นศูนย์กลาง มีความแตกต่างทางด้านคุณภาพเสียงน้อยลง เนื่องด้วยเหตุผล 2 ประการ

1. การเชื่อมต่อระหว่างสัญญาณอินพุต ที่อยู่ในรูปของสัญญาณดิจิตัล กับภาคขยายที่เป็นดิจิตัลด้วยกัน ช่วยลดขั้นตอนการขยายสัญญาณให้น้อยลง ทำให้เกิดความสูญเสียต่อสัญญาณต้นทางน้อยลง

2. สัญญาณดิจิตัลอินพุตที่เข้ามาเป็นสัญญาณ Hi-Resolution อย่างเช่นสัญญาณ 24/96 หรือ 24/192 ซึ่งมีเนื้อสัญญาณ (gain) สูงกว่าสัญญาณอะนาลอก และแม้แต่สัญญาณดิจิตัลที่เป็นมาตรฐานซีดีเดิมขึ้นไปมาก ช่วยทำให้ได้คุณภาพเสียงที่สูงขึ้นโดยธรรมชาติ แทบจะไม่ต้องการอัตราขยายจากภาคขยายของแอมป์มาช่วยมากเหมือนยุคก่อน

เอวี รีซีฟเวอร์ทางเลือกสำหรับพื้นที่และงบที่จำกัด

ถึงจะให้คุณภาพเสียงเป็นรองอินติเกรตแอมป์ แต่ก็ต้องยอมรับว่า เอวี รีซีฟเวอร์ก็ยังมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกว่าอินติเกรตแอมป์ ในการที่จะใช้เป็น ศูนย์กลางของระบบเอนเตอร์เทนเม้นต์ในบ้าน ที่ต้องการเสพความบันเทิงจากการดูหนังและฟังเพลงที่ให้คุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ภายใต้พื้นที่และงบประมาณจำกัด

วันนี้ผมจะทดสอบว่า ถ้าใช้ Network Reciever ของ Onkyo รุ่น TX-NR686 ในการฟังเพลงด้วย source ที่เป็นระบบเสียง stereo 2 ch มันจะให้ผลลัพธ์ออกมาดีแค่ไหน ยอมรับได้หรือไม่.? ซึ่งผมจะวิเคราะห์ผลโดยอาศัยเกณฑ์มาตรฐานเดียวกับที่ผมใช้วัดประสิทธิภาพเสียงของอุปกรณ์ประเภทอินติเกรตแอมป์สเตริโอ มาเป็นตัวตัดสิน

Onkyo : TX-NR686
ตัวละสามหมื่นกว่า..

วันนี้ขอลองกับ AV Reciever ระดับกลางๆ ดูก่อน วันหลังจะลองระดับที่สูงขึ้นไปอีก..

TX-NR686 ตัวนี้เป็นเน็ทเวิร์ค รีซีฟเวอร์แบรนด์ Onkyo ซึ่งถูกออกแบบมาด้วยแนวคิดใหม่ที่ต้องการรวมระบบเสียงที่ใช้ดูหนังกับฟังเพลงให้อยู่ในตัวเดียวกัน มันจึงบรรจุมาด้วยเทคโนโยลีสมัยใหม่จำนวนมากที่เอามาช่วยเกื้อหนุนกับการดูหนังและฟังเพลงของคุณ ซึ่งวันนี้ผมจะขอแยกวิเคราะห์ถึงคุณสมบัติทางด้านฟังเพลงด้วระบบเสียง stereo 2 ch เป็นหลักเท่านั้น

จุดเด่นของ TX-NR686
สำหรับการฟังเพลง
ด้วยระบบเสียง
stereo 2 ch

ก่อนอื่น เรามาวิเคราะห์แยกธาตุกันก่อน เพื่อดูว่า ฟังท์ชั่นและคุณสมบัติอะไรของ TX-NR686 ที่น่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนทางด้านคุณภาพเสียงได้บ้าง

อินพุต

นี่เป็นคุณสมบัติข้อแรกที่ทำให้เห็นว่าวิศวกรของ Onkyo ตั้งใจทำ TX-NR686 ตัวนี้ให้ออกมาเป็นแอมป์ที่ใช้ฟังเพลง stereo 2 ch ได้ด้วย พิจารณาได้จากจำนวน อินพุตที่ให้มารองรับสัญญาณจากแหล่งต้นทางที่ให้สัญญาณออกมาเป็นระบบ stereo 2 ch ซึ่งต้องบอกว่า ครบถ้วนมากๆ ! ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณ analog หรือ digital ทั้งรูปแบบการรับส่งสัญญาณผ่านสาย (wired) และไร้สาย (wireless)

ช่องอินพุตแบบผ่านสายที่ให้มาก็มี HDMI, Coaxial, Optical, Line (RCA), Phono, Ethernet ทั้งหมดนี้ติดตั้งอยู่บนแผงหลัง และบนแผงหน้ามุมล่างซ้ายอีกสองช่อง นับได้ทั้งหมด 20 ช่องพอดี ส่วนแบบไร้สายก็มี Bluetooth, AirPlay และ Chromcast

นอกจากอินพุตที่รองรับได้กว้างมากแล้ว จุดแข็งอีกประการหนึ่งสำหรับภาคอินพุตที่เป็น digital ของ TX-NR686 ก็คือภาค DAC (Digital-to-Analog converter) ที่ใช้ในตัว TX-NR686 ซึ่งมีสเปคฯ สูงมาก โดยเฉพาะชิป DAC เป็นของญี่ปุ่น ยี่ห้อ AKM เบอร์ AK4458 ซึ่งตัวชิปเองนั้นรองรับอินพุตได้สูงถึง 768kHz/32bit ให้ S/N ratio สูงถึง 115dB ในตัวมี DAC อยู่ 8 แชนเนล แต่ Onkyo เอามาใช้ความสามารถแค่ครึ่งเดียว คือให้รองรับการแปลงสัญญาณดิจิตัลแค่ 384kHz/32bit แต่แค่นี้ก็เป็นสเปคฯ ที่ไม่ตกเทรนด์แล้วล่ะ ถือว่าสูงสุดในปัจจุบันแล้ว เทียบชั้นกับ extenal DAC แบบแยกชิ้นคุณภาพดีในตลาดได้เลย

กำลังขับ

กำลังขับก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะเกี่ยวข้องกับคุณภาพเสียงโดยตรง ซึ่งในสเปคฯ ระบุไว้ว่า TX-NR686 ให้กำลังขับอยู่ที่ 165W ต่อแชนเนล วัดที๋โหลด 6 โอห์ม กรณีขับแบบ mono คือแชนเนลเดียว ซึ่งถือว่าเยอะมาก แต่คงจะไปจำกัดอยู่ที่ภาคจ่ายไฟ ซึ่งจะเต็มที่ 165W สำหรับระบบเสียง mono คือขับแค่ลำโพงเดียว แต่จะถูกเฉลี่ยจัดสรรไปตาม จำนวนเอ๊าต์พุต (ลำโพง)” ที่เราเข้าไปปรับตั้งในเมนู “speaker configurationอย่างเช่น ถ้าตั้งเป็น 5.1 ch ภาคจ่ายไฟในตัว TX-NR686 ก็จะถูกเฉลี่ยกำลังไฟเลี้ยง (voltage) ออกไปให้แต่ละแชนเนลในการแบ็คอัพการขยายสัญญาณของแชนเนลนั้นๆ นั่นเอง

ขั้นตอนปฏิบัติ

หลังจากวินิจฉัยเสร็จแล้ว เราก็มาคัดเลือก เส้นทางของสัญญาณเสียงว่าจะให้มันออกมาดีที่สุด ต้องป้อนสัญญาณเสียงเข้าทางไหน (อินพุต) ต้องปล่อยสัญญาณเสียงออกไปลำโพงทางไหน (เอ๊าต์พุต) และต้องปรับตั้งฟังท์ชั่นต่างๆ บนตัวเครื่องไว้แบบไหน (เซ็ตอัพ + ปรับจูน) เพื่อให้เนื้อสัญญาณเสียงมีความบริสุทธิ์ และมีคุณภาพมากที่สุด

มาไล่ดูขั้นตอนกัน ..

ขั้นตอนที่ 1 :
เลือกอินพุตที่ดีที่สุด

เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch ของ Onkyo TX-NR686 ให้เห็นถึงสมรรถนะสูงสุดของมันจริงๆ ผมขอเลือกใช้อินพุตที่รองรับสัญญาณเสียงได้สูงสุด นั่นคือช่อง USB ที่อยู่ด้านหลังของ TX-NR686 โดยที่ผมเก็บไฟล์เพลงไฮเรซฯ ทั้ง PCM และ DSD ไว้ใน external HD ที่มีไฟเลี้ยงในตัว แล้วนำมาเสียบเข้ากับช่องอินพุต USB ที่ว่านี้ จากนั้นก็ใช้สาย LAN / RJ45 เสียบเข้าที่ช่อง Ethernet ของ TX-NR686 เพื่อเชื่อมโยง TX-NR686 เข้ากับระบบเน็ทเวิร์คที่บ้านผม ซึ่งผมจะอาศัย home network เป็นช่องทางควบคุมการเลือกเล่นเพลงด้วยแอพลิเคชั่น Onkyo Control จาก iPhone ของผม

ช่องอินพุต USB ของ TX-NR686 เป็นเวอร์ชั่น USB 2.0 มีสปีดในการรับ/ส่งข้อมูลได้สูงถึง 480Mbps ซึ่งมากพอที่จะรองรับไฟล์เพลงได้สูงถึงระดับ 384kHz/32bit สำหรับสัญญาณ PCM และได้สูงถึง DSD128 หรือ DSD5.6MHz (แปลงเป็น PCM ก่อนส่งเข้าชิป DAC)

จากนั้น ผมก็เข้าไปดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “Onkyo Controlใน app store (มีทั้งเวอร์ชั่น iOS และ Android) หน้าตาแบบในภาพข้างบน ซึ่งรองรับการใช้งานได้ทั้งบน iPhone และ iPad ในนั้นมีฟังท์ชั่นให้คุณใช้งานเพียบ ทั้งควบคุมการทำงานของตัว TX-NR686 (ใช้กับรุ่นอื่นๆ ได้ด้วย), เลือกโซนในการฟังเพลง และควบคุมการเล่นไฟล์เพลงได้ด้วย

เวลาเล่นไฟล์เพลง แอพนี้จะโชว์ข้อมูลเกี่ยวกับเพลงที่เรากำลังฟังออกมาบนจอให้ดูด้วย อาทิ ภาพปก, ชื่ออัลบั้ม, ชื่อแทรคที่กำลังฟัง, เวลาทั้งหมดและเวลาที่กำลังเล่นไปถึง, รูปแบบฟอร์แม็ตของไฟล์เสียง และมีปุ่มกดเพื่อควบคุมการเล่น รวมถึงสไลด์ปรับเพิ่มลดความดังให้ด้วย

ขั้นตอนที่ 2 :
เลือกเอ๊าต์พุตด้วยการปรับตั้ง “speaker configuration”

ในเมนูของ TX-NR686 มีอยู่ฟังท์ชั่นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพเสียงมาก นั่นคือฟังท์ชั่นที่ชื่อว่า “Speaker Configurationเขาใส่มาให้เราใช้ปรับเลือกรูปแบบของเอ๊าต์พุต (จำนวนลำโพง) ที่ต้องการใช้งานนั่นเอง ซึ่ง Logic ที่ใช้ในเมนู Speaker Configuration นี้ก็คือการจัดสรรพลังงานของแอมปลิฟายออกไปตามจำนวนลำโพงที่เราปรับตั้งไว้ในเมนู Speaker Configuration นั่นเอง ความหมายคือ ถ้าปรับตั้งใช้จำนวนลำโพงน้อยๆ ในแต่ละแชนเนลก็จะได้กำลังสำรองเยอะกว่าปรับตั้งไว้หลายแชนเนล

ในเมนูของ TX-NR686 ตัวนี้ เปิดโอกาสให้ปรับตั้ง speaker configuration ได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ 2.1ch ไปจนถึง 7.1ch ผมได้ทดลองปรับตั้งไว้ที่ 7.1ch กับ 2.1ch โดยลองฟังเพลงจาก source ที่เป็น stereo 2 ch เทียบกัน ผมพบว่า ปรับตั้ง speaker configuartion ไว้ที่ 2.1ch จะฟังเพลงจาก source ที่เป็น stereo 2 ch ออกมาได้เสียงที่ดีกว่าอย่างชัดเจน ดีกว่าในทุกคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็น มิติเสียง, เนื้อเสียง, ไดนามิก, ฮาร์มอนิก และเวทีเสียง โดยเฉพาะการย้ำเน้นและความชัดเจนของตัวเสียงด้วย

ผลสรุปจากการทดลองนี้ ได้มาซึ่งแนวทางปฏิบัติในการเซ็ตอัพของเรา คือควรจะทำการปรับตั้ง speaker configuration ให้เปลี่ยนไปตามคอนเท็นต์ที่เราฟัง/ชม อย่างเช่น สมมุติว่าคุณใช้ลำโพงเซอร์ราวนด์ 5.1ch เวลาจะดูหนัง หรือดูคอนเสิร์ตจากแผ่นบลูเรย์ ก็ให้เลือก speaker config. ไปที่ 5.1ch แต่ถ้าจะฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch ก็ให้เลือกตั้ง speaker config. ไว้ที่ 2.1ch

ในทางปฏิบัติจะดูซับซ้อนนิดนึง แต่ถ้าแอมป์เซอร์ราวนด์ตัวที่คุณใช้สามารถบันทึกค่าที่ปรับตั้งเก็บไว้ในเมมโมรี่ได้มากกว่าหนึ่งค่า ก็จะง่ายเลย แค่กดเลือกค่าที่ปรับตั้งไว้บนรีโมทสลับกันระหว่าง 5.1ch กับ 2.1ch ขึ้นอยู่กับว่าจะฟังคอนเท็นต์แบบไหน แต่ถ้าแอมป์เซอร์ราวนด์ไม่มีให้บันทึกค่าก็อาจจะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเริ่มฟัง อย่างตัว TX-NR686 ตัวนี้ ก็แค่กดปุ่ม “Setupบนหน้าปัดเครื่อง เมนูของ TX-NR686 ก็จะไป on-screen ปรากฏบนจอทีวี คุณก็ใช้รีโมทกดเลือกให้เป็นแบบภาพข้างบน แค่ไม่กี่คลิ๊กก็เสร็จแล้ว

จากรูปเมนูปรับตั้งข้างบน จะเห็นว่าเมนูของตัว TX-NR686 มีหัวข้อ “Bi-Ampกับหัวข้อ “Speaker Impedanceให้ปรับตั้งด้วย ซึ่งทั้งสองหัวข้อนี้จะส่งผลกับคุณภาพเสียงโดยตรงเช่นกัน โดยที่หัวข้อ Bi-Amp คือการดึงกำลังขับจากแชนเนล “Surround Back/Heightมาช่วยกันขับลำโพงคู่หน้านั่นเอง ส่วนหัวข้อ “Speaker Impedance” ให้ปรับตั้งให้ตรงกับอิมพีแดนซ์ของลำโพงที่เอามาใช้

จากภาพข้างบนนี้ ผมดึงกำลังขับจากช่อง “Surround Back/Heightมาใช้ขับเสียงแหลม (ทวีตเตอร์) ของลำโพง Wharfedale รุ่น Denton 85th Anniversary (รีวิวซึ่งผมใช้เป็นลำโพงคู่หน้าในการทดลองฟังครั้งนี้ ส่วนกำลังขับจากช่อง “Front R + Front Lนั้นผมเอาไปใช้ขับเสียงกลางทุ้ม (มิด/วูฟเฟอร์) ของ Denton 85th Anniversary ตามรูปด้านล่างนี้

ขั้นตอนที่ 3 :
เลือกลำโพงฟังเพลง 2 แชนเนลที่แม็ทชิ่งกับแอมป์ฯ

ลำโพงคู่หน้าซ้ายขวา มีความสำคัญมาก ทั้งสำหรับการดูหนังด้วยระบบเสียงเซอร์ราวนด์ และการฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch ดังนั้น เพื่อให้การฟังเพลงมีคุณภาพสูงสุด เราจึงควรเลือกลำโพงที่แม็ทชิ่งกับกำลังขับของภาคขยายในตัวเอวี รีซีฟเวอร์ของเราให้มากที่สุด ประเด็นสำคัญอยู่ที่กำลังขับสูงสุดที่ลำโพงแนะนำ (Maximum Power Recommendation) จะต้อง “ไม่สูง” กว่ากำลังขับที่แอมป์ฯ มีอยู่

ลำโพง Wharfedale รุ่น Denton 85th Anniversary ที่ผมเอามาแม็ทชิ่งกับ Onkyo TX-NR686 เพื่อใช้ฟังเพลง stereo 2 ch ครั้งนี้ แนะนำกำลังขับสูงสุดไว้ที่ 120W ที่ 4 โอห์ม ซึ่ง ต่ำกว่ากำลังขับสูงสุดที่ Onkyo TX-NR686 มีอยู่พอสมควร จึงมั่นใจได้ว่า กำลังขับของ TX-NR686 สามารถขับดัน Denton 85th Anniversary ออกมาได้อย่างหมดจดจริงๆ ตัดปัญหาเรื่องขับไม่หมดไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ขั้นตอนที่ 4 :
เซ็ตอัพ + ปรับจูน

การ เซ็ตอัพ+ปรับจูนเป็นขั้นตอนมาตรฐานสำหรับคนเล่นเครื่องเสียง ในการที่จะทำให้ชุดเครื่องเสียงสามารถถ่ายทอดคุณภาพเสียงออกมาได้อย่างเต็มที่ หลายๆ ข้อเป็นทักษะที่นักเล่นเครื่องเสียงรู้จักกันดี แต่คนทั่วไปมักจะไม่รู้

อย่างแรกที่ต้องทำสำหรับการ เซ็ตอัพก็คือหาตำแหน่งวางลำโพงกับอุปกรณ์เครื่องเสียงในซิสเต็มไว้ในลักษณะที่ทำให้ได้เสียงดีที่สุดในห้องของคุณ ซึ่งผมมีแผนผังมาให้ดูคร่าวๆ เพื่อใช้เป็นไอเดียดังนี้

แผนผังในภาพนี้เป็นการเสนอรูปแบบการเซ็ตอัพที่ทำให้การ ดูหนังด้วยระบบเสียง surround กับการ ฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch สามารถอยู่ร่วมในซิสเต็มเดียวกันได้ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีได้มาตรฐานของระบบเสียงทั้งสองรูปแบบ เหมาะกับคนที่มีพื้นที่จำกัดจริงๆ

จากภาพข้างบน พื้นที่ที่ใช้ในการเซ็ตอัพจะอยู่ราวๆ 30 – 35 ตารางเมตร (5×6 ถึง 5×7 ...) จอภาพ (ทีวี หรือจอโปรเจคเตอร์) ถูกติดตั้งขึ้นไปบนผนังในตำแหน่งตรงข้ามกับตำแหน่งนั่งชม/ฟัง โดยมีลำโพงขนาดเล็กติดตั้งอยู่ในตำแหน่งของระบบเสียง 5.1ch ตามแพทเทิ้นมาตรฐานของ Dolby Labs. ซึ่งคุณอาจจะใช้ลำโพง L/R ที่ใช้ฟังเพลงในระบบเสียง stereo 2 ch ทำหน้าที่เป็นลำโพงคู่หน้า FL/FR สำหรับระบบเสียงเซอร์ราวนด์ 5.1ch ด้วยก็ได้

พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวในภาพ ที่ใช้วางลำโพง L/R, แอมป์ และเครื่องเล่นแผ่นเสียงนั้นคือโต๊ะยาวที่มีความกว้างประมาณ 50 .. x ยาวประมาณ 180 .. ถ้าหาเฟอร์นิเจอร์สำเร็จไม่ได้ ไปสั่งทำก็ได้ครับ เคยทราบว่า ห้าง Home Pro บางสาขามีรับจ้างทำ ความสูงของโต๊ะนี้อยู่ที่ 60 – 70 .. ไม่ควรสูงกว่านี้ เพราะจะทำให้เสียงเบสบางเกินไป โต๊ะนี้วางให้ห่างจากผนังด้านหลังที่ติดตั้งทีวีออกมาประมาณ 90 – 120 .. ขึ้นอยู่กับขนาดของลำโพงและการจูนโทนัลบาลานซ์ของเสียง และเพื่อให้มีพื้นที่อากาศในการสร้างสนามเสียงด้านลึกด้วย อย่างกรณีของผมใช้ลำโพง Wharfedale รุ่น Denton 85th Anniversary ผมได้ระยะห่างผนังออกมาเท่ากับ 122 .. ซึ่งเป็นจุดที่ได้ค่าเฉลี่ยที่ลงตัวพอดีๆ ระหว่างโทนัลบาลานซ์ของเสียงกับความลึกของเวทีเสียง เมื่อใช้กับ TX-NR686

ไฮไล้ท์อยู่ที่เส้นสีเขียวในภาพ ที่อยู่ระหว่างทีวีกับโต๊ะสีขาวที่ใช้วางลำโพง ซึ่งเส้นสีเขียวนั้นผมตั้งใจใช้แทน ม่านไม้ไผ่ ที่ยึดติดอยู่บนฝ้าเพดาน สามารถรูดลงมาบังหน้าทีวีขณะฟังเพลงได้ จะช่วยบังทีวี ทำให้ทัศนียภาพในการฟังเพลงดีขึ้น และมีผลกับเสียงไปด้วยในตัว

หลังจากผ่านขั้นตอนเซ็ตอัพตำแหน่งจัดวางมาแล้ว ต่อไปก็เป็นขั้นตอน ปรับจูนในรายละเอียดบางจุดเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด ซึ่งจุดแรกที่มีผลค่อนข้างเยอะมากต่อคุณภาพเสียง นั่นคือคุณภาพของ สายลำโพงแนะนำให้ใช้สายที่มีคุณภาพดีพอสมควร ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะตั้งงบประมาณสำหรับสายลำโพงไว้ค่อนข้างต่ำเกินไป ควรใช้ที่มีคุณภาพเหมาะสมหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลำโพงคู่หน้าที่ตั้งใจไว้ใช้ฟังเพลง stereo 2 ch

สายลำโพงในภาพที่ผมใช้เป็นของ Furutech รุ่น FS-301 ซึ่งให้คุณภาพเสียงออกมาน่าพอใจมาก ข้อสำคัญคือ ควรจะใช้สายลำโพงที่ เหมือนกันทั้งช่วงที่ใช้ขับมิด/วูฟเฟอร์ และช่วงที่ใช้ขับทวีตเตอร์ คือเป็นยี่ห้อเดียวกัน + รุ่นเดียวกัน และความยาวเท่ากันด้วยเพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องเฟสสัญญาณเกิดขึ้น

ขณะฟังแนะนำให้เลือกใช้โหมด “Pure Audio” (กดปุ่มบนหน้าปัด) ซึ่งตัว TX-NR686 จะทำการปิดการทำงานของภาควิดีโอและการทำงานของจอแสดงผลลง ซึ่งการทำงานของวงจรอิเล็กทรอนิคทั้งสองส่วนนั้นจะส่งผลเสียต่อคุณภาพเสียงเยอะกว่าจุดอื่นๆ

อ้อ… หลังจากเซ็ตอัพเสร็จทุกขั้นตอนแล้ว อย่าลืมว่าต้องให้เวลาในการ เบิร์นอินระบบด้วย ทั้งตัวแอมป์, ลำโพง และสายลำโพง รวมถึงส่วนอื่นๆ ในซิสเต็มซึ่งต้องใช้เวลาปล่อยให้มันทำงานไปอย่างต่ำ 50 ชั่วโมงเสียงถึงจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง หลังจากนั้นแล้วจึงค่อยทำการขยับตำแแหน่งลำโพงเพื่อปรับจูนเสียงอย่างละเอียดอีกที

สรุป

หลังจากผมได้ทำการเซ็ตอัพและทดลองฟังตามที่ได้เขียนรายงานมาแล้ว ผมพบว่าเน็ทเวิร์ค รีซีฟเวอร์รุ่น TX-NR686 ของ Onkyo ตัวนี้ตอบสนองความต้องการของผมได้อย่างน่าพอใจมากในระดับที่ผมพูดได้ว่า ผมสามารถใช้ชีวิตอยู่กับการฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch ผ่านเน็ทเวิร์ค รีซีฟเวอร์ตัวนี้ได้โดยไม่ขัดเขินใดๆ

มันทำให้ไฟล์ Hi-Res PCM และ DSD ที่ผมมีอยู่เปล่งประกายออกมาได้อย่างน่าชื่นชม ตัวแอพลิเคชั่น Onkyo Control ก็ทำงานได้อย่างน่าพอใจ มีความเสถียรมากพอสมควร แม้ว่าจะมีอาการหน่วงๆ อยู่บ้างขณะเปลี่ยนเพลง หรือเปลี่ยนอัลบั้ม แต่โดยรวมก็ถือว่าน่าพอใจเพราะมันช่วยให้สะดวกมากกว่าควบคุมด้วยรีโมทเยอะ

สุดท้ายนี้หวังว่าการทดลอง/ทดสอบของผมครั้งนี้จะเป็นประโยน์กับคนที่กำลังคิดจะสร้างมุมสวรรค์เล็กๆ ในบ้านสำหรับการดูหนัง+ฟังเพลงที่ให้คุณภาพเสียงอยู่ในเกณฑ์ดี ด้วยชุดเครื่องเสียงในงบประมาณที่ไม่สูงมาก /

**************************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า