วิธี rip เพลงจากแผ่นซีดี ด้วยโปรแกรม dBpoweramp CD Ripper

แผ่นซีดีมีอายุขัยนะครับ ไม่ได้ใช้ไปได้ชั่วกัปชั่วกัลป์อย่างที่โฆษณากันไว้สมัยโน้น และพอแผ่นซีดีหมดอายุ หัวอ่านของเครื่องเล่นซีดีก็จะไม่สามารถเจาะเข้าไปอ่านข้อมูลเพลงที่บันทึกอยู่ในแผ่นออกมาให้เราฟังได้อีกต่อไป

ต้องขอบคุณเทคโนโลยีดิจิตัล ที่ทำให้โลกของเราเดินทางมาถึงยุคของ music streaming อย่างทุกวันนี้ นั่นทำให้เรามีวิธีรักษาข้อมูลเพลงที่อยู่บนแผ่นซีดีของเราไว้ได้ ไม่เสียชีวิตไปพร้อมกับแผ่นซีดี ด้วยการ Rip หรือ ก๊อปปี้ข้อมูลเพลงที่อยู่ในแผ่นซีดีออกมาเป็นไฟล์เพลง ซึ่งไฟล์เพลงที่ริปออกมานี้จะมีประโยชน์ 2 อย่าง อย่างแรกนั้นถือเป็นการ backup หรือสำรองข้อมูลเพลงในแผ่นซีดีเอาไว้ ถ้าแผ่นซีดีเสียเพราะหมดอายุ เราก็ยังมีไฟล์เพลงไว้ฟังต่อไปได้ ซึ่งนั่นก็คือประโยชน์ประการที่สองของการริปข้อมูลเพลงจากแผ่นซีดีออกมาเป็นไฟล์เพลงนั่นเอง

แนะนำโปรแกรมที่ใช้ rip

ด้วยเป้าหมายในการริปข้อมูลเพลงจากแผ่นซีดีที่ต้องการทั้ง สำรองเก็บไว้และ นำมาฟังผ่านรูปแบบการฟังเพลงยุคใหม่ คือเล่นจากคอมพิวเตอร์ หรือสตรีมผ่านเครื่องเล่นเน็ทเวิร์ค เพลเยอร์ เราจึงต้องการโปรแกรม ripping ที่สามารถ สำเนาข้อมูลเพลงในแผ่นซีดีออกมาได้ เหมือนหรือ ใกล้เคียงกับที่เก็บอยู่ในแผ่นมากที่สุด

ในอดีตนั้น ผมได้ทดลองริปแผ่นซีดีด้วยโปรแกรมต่างๆ มาแล้ว 2-3 โปรแกรม โดยเริ่มจาก iTunes แล้วเปลี่ยนมาเป็น EAC หรือ Exact Audio Copy ก็ได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าริปด้วยโปรแกรม iTunes ต่อมาก็ไปอ่านเจอในเว็บไซต์ computer audiophile มีคนแนะนำว่าริปด้วยโปรแกรม dBpoweramp CD Ripper ให้เสียงดีกว่าโปรแกรม EAC ผมก็เลยทดลองริปด้วยโปรแกรม dBpweramp CD Ripper แล้วทดลองฟังเทียบ โดยส่วนตัวพบว่า เสียงของไฟล์ที่ริปด้วยโปรแกรม dBpoweramp (ต่อไปจะเรียกสั้นๆ แค่นี้) ออกมาดีกว่าไฟล์ที่ริปด้วย EAC นิดหน่อย คือไม่ได้ต่างกันมากเหมือนตอนเปลี่ยนจาก iTunes มาเป็น EAC แต่ก็ถือว่าฟังจับความต่างได้ หลังจากนั้น ผมก็ใช้ dBpoweramp ยืนพื้นมาตลอด

ที่จริงแล้ว ในโลกใบนี้ยังมีโปรแกรม CD ripper อื่นๆ อีกเยอะ แต่หลังจากผมค้นพบ dBpoweramp และได้นำไฟล์ที่ริปด้วยโปรแกรมนี้ไปเปิดฟังทดสอบกับอุปกรณ์เครื่องเสียงระดับซุปเปอร์ไฮเอ็นด์มาแล้วหลายชุด ผมพบว่า คุณภาพเสียงของไฟล์เพลงที่ได้จากการริปด้วยโปรแกรม dBpoweramp ออกมาดีน่าพอใจมากแล้ว เลยเลิกคันที่จะไปลองโปรแกรมอื่นๆ (* ใครซน ได้ลองโปรแกรมอื่นแล้วได้เสียงที่ดีกว่า dBpoweramp รบกวนแจ้งผมด้วย)

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขออนุญาตรวบรัดตัดความแนะนำให้ใช้โปรแกรม dBpoweramp เป็นตัวริปข้อมูลเพลงจากแผ่นซีดีก็แล้วกัน

มาทำความรู้จักโปรแกรม
dBpoweramp CD Ripper
กันสักหน่อย ..

โปรแกรมนี้ไม่ใช่ freeware คือคุณต้องเสียเงินซื้อโปรแกรมมาใช้ ซึ่งราคาอยู่ที่ 39 เหรียญยูเอส (ประมาณ 39 x 32 = 1,248 บาท) สำหรับลงบนคอมพิวเตอร์ตัวเดียว

ถ้าต้องการเวอร์ชั่นที่ลงได้ 5 ตัว จะอยู่ที่ 68 เหรียญยูเอส เผื่อรวมกลุ่มกันซื้อ (มีให้โหลดมาลองใช้ฟรี 21 วัน) ซึ่งผมแนะนำให้ซื้อแพ็คนี้มาใช้ เพราะจะได้โปรแกรมแปลงไฟล์ music converter แถมมาอีกหนึ่งโปรแกรม มีประโยชน์มาก เพราะตอนริปจากแผ่นซีดีด้วยโปรแกรม dBpoweramp CD Ripper ผมแนะนำให้เลือก codec ออกมาเป็นไฟล์ wave อย่างเดียวเพื่อเก็บไว้เป็นมาสเตอร์ หลังจากนั้น ถ้าคุณต้องการเอาไฟล์นั้นไปใช้ในกรณีที่ไม่รองรับ wave หรือต้องการลดความละเอียดของไฟล์ลงมาก็สามารถใช้โปรแกรม Music Converter แปลงไฟล์ wave ที่เป็นมาสเตอร์นั้นไปใช้ได้

* ลิ้งค์ของ dBpoweramp CD Ripper

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ dBpoweramp เป็นโปรแกรมริปแผ่นซีดีที่ให้เสียงดี คำตอบคือมันใช้เทคโนโลยีที่ชื่อว่า AccurateRip ( Link | http://www.accuraterip.com/) ในการตรวจสอบข้อมูลที่ริปออกมาด้วย ซึ่งพื้นฐานการทำงานของ AccurateRip ก็คือ ตรวจจับ error ของข้อมูลที่ปรากฏบนแผ่น อย่างเช่น ข้อมูลที่เสียหายจากการขูดขีดแล้วทำการแก้ไข หรือแทนที่ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องมากกว่าลงไปแทน

โดยปกติแล้ว หลุมข้อมูล (pitch) บนแผ่นซีดีมีโอกาสจะถูกทำให้เสียหายได้ ซึ่งโปรแกรม cd ripping บางโปรแกรมจะปล่อยข้อมูลที่เสียหายนั้นออกมาเป็นเสียง pops หากนำมาเปิดฟังก็อาจจะทำให้ลำโพงเสียหายได้ มีบางโปรแกรมจะทำการลบข้อมูล error แล้วแทนค่าด้วยความเงียบลงไปแทน ในขณะที่เทคโนโลยี AccurateRip ตัวนี้จะใช้ข้อมูลแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดเหล่านั้นด้วยการใช้ ข้อมูลที่มีคนอื่นริปอัลบั้มเดียวกันนี้เก็บอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ของ AccurateRip มาใส่แทนให้ ซึ่งดีกว่าที่จะใส่เป็นเสียงแคล๊กดังๆ เข้าไป หรือทำให้เงียบไปเลย

มีโปรแกรม CD ripper หลายตัวที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ถ้าคุณจะเลือกใช้โปรแกรมอื่นก็ให้เช็คดูก่อนว่าเค้าใช้เทคโนโลยีอะไรในการทำ error correction (เท่าที่ทราบ EAC ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรีก็มี)

นอกจากนั้น โปรแกรม dBpoweramp ยังมีความสามารถพิเศษอีกหลายอย่างในตัว อาทิเช่น สามารถเลือกเข้ารหัส (encode) เป็นไฟล์อะไรก็ได้ และจะเลือกเข้ารหัสออกมาแค่ไฟล์ฟอร์แม็ตเดียว หรือพร้อมกันหลายฟอร์แม็ตก็ได้, ไม่มี malware หรือไวรัสรบกวน, มีแหล่งข้อมูลหลายแหล่งสำหรับเพลงที่ครบถ้วน, มี DSP และดีโค๊ดเดอร์ให้เลือกใช้เยอะมาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นของ อาทิ ถอดรหัส HDCD ออกมาเป็นข้อมูล 24bit เป็นต้น นอกจากนั้นก็ยังมีฟังท์ชั่นพิเศษๆ ที่ล้วนแล้วแต่ช่วยในแง่คุณภาพเสียงทั้งนั้น

เริ่มกันเลย..

โอเค เกริ่นข้อมูลกันมาเยอะแล้ว มาเริ่มริปกันเลยล่ะกัน..

A : เลือกไดร้ว์ที่ใช้เล่นแผ่นซีดี
B : ปรับตั้งอ๊อปชั่นเทคนิคในการริป
C : เลือกรูปแบบฟอร์แม็ตของไฟล์ที่ริปออกมา
D : เลือกวิธีการตั้งชื่อแทรคเพลงที่ริปออกมาแต่ละแทรค
E : ปรับตั้ง bit-depth ของสัญญาณดิจิตัล เอ๊าต์พุตที่ริปออกมา
F : ปรับตั้ง sample rate ของสัญญาณดิจิตัล เอ๊าต์พุตที่ริปออกมา
G : ปรับตั้งจำนวน channel ของสัญญาณดิจิตัล เอ๊าต์พุตที่ริปออกมา
H : พื้นที่จัดการกับปกอัลบั้มของเพลงที่ริป

โปรแกรม dBpoweramp CD Ripper มีทั้งเวอร์ชั่นสำหรับ Microsoft Windows และ Apple OS X ที่ผมใช้อยู่ประจำเป็นของเวอร์ชั่น Microsoft Windows ซึ่งผมใช้มาตั้งแต่ Windows 7 ปัจจุบัน OS ของผมเปลี่ยนมาเป็น Windows 10 แล้วก็ยังใช้งานได้ปกติดีอยู่ หลังจากติดตั้งโปรแกรมเสร็จแล้ว ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการปรับตั้งค่าต่างๆ ตามที่ผมเลือกใช้ ซึ่งภาพข้างบนนี้คือหน้าตาของโปรแกรมเมื่อเปิดขึ้นมาตอนแรกบน Windows 10 ในโหมด dark mode

ต่อไปก็เป็นการปรับตั้งในส่วนต่างๆ ก่อนที่จะสั่งริป ..

A : เลือกไดร้ว์ที่ใช้เล่นแผ่นซีดี

สิ่งแรกที่ต้องทำคือเลือกไดร้ว์ ซึ่งในกรอบสีแดงตรงกลางภาพข้างบนนั้นเป็นหน้าต่างที่แจ้ง ซีดีไดร้ว์ที่ใช้ในการอ่านแผ่นซีดี ซึ่งหากบนคอมพิวเตอร์ของคุณมีซีดีไดร้ว์ หรือดีวีดีไดร้ว์ติดตั้งอยู่มากกว่าหนึ่งตัว โปรแกรมจะแสดงไดร้ว์ทั้งหมดขึ้นมาที่กรอบนี้ คุณจะใช้ไดร้ว์ตัวไหนริปก็ให้เลือกเอาจากหน้าต่างนี้ ถ้าคุณมีไดร้ว์ติดตั้งอยู่แค่ตัวเดียว ที่หน้าต่างนี้ก็จะปรากฏชื่อไดร้ว์ตัวนั้นขึ้นมา

B : ปรับตั้งอ๊อปชั่นเทคนิคในการริป

เป็นส่วนที่ใช้ปรับตั้งเทคนิคต่างๆ ในการริป ซึ่งมีอ๊อปชั่นให้เลือกปรับอยู่ 5 หัวข้อ คือ Ripping Method : เทคนิคการริป (แนะนำให้เลือกที่ Secure), AccurateRip : เลือกใช้หรือไม่ใช้ฟังท์ชั่น AccurateRip (แนะนำให้คลิ๊กเลือกใช้), Meta Data และ CD ROM (แนะนำให้คลิ๊กเลือกตามนี้)

C : เลือกรูปแบบฟอร์แม็ตของไฟล์ที่ริปออกมา

คุณสามารถเลือกรูปแบบของไฟล์ฟอร์แม็ตที่ริปออกมาได้ ซึ่งโปรแกรมตัวนี้มีรูปแบบไฟล์ฟอร์แม็ตให้คุณเลือกมากถึง 10 รูปแบบ นั่นคือ FLAC, AAC สองรูปแบบคือ m4a และ m4a Nero, m4b (Audio book), mp3 (Lamp), Wave, Window Media Audio 10 และ Ogg Vorbis นอกจากนั้น คุณยังสามารถสั่งให้โปรแกรมริปออกมาเป็นไฟล์ฟอร์แม็ตต่างๆ พร้อมกันได้มากกว่าหนึ่งรูปแบบด้วย

แต่เนื่องจากขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมสำหรับคำสั่งนี้ จะเริ่มด้วยการริปออกมาเป็น Wave ก่อนเสมอ จากนั้น มันจึงค่อยแปลงจาก Wave ไปเป็นไฟล์ฟอร์แม็ตที่คุณสั่ง ซึ่งจากประสบการณ์ของผม ผมมีความคิดว่า เราสั่งให้โปรแกรมริปออกมาเป็นไฟล์ Wave อย่างเดียวก็พอ เพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บไฟล์บนฮาร์ดดิส เพราะไฟล์ Wave มีสถานะเป็นมาสเตอร์อยู่แล้ว สัญญาณดิจิตัล PCM ที่อยู่ใน Wave ที่ริปออกมาจะเหมือนกับต้นฉบับที่อยู่นแผ่นซีดีมากที่สุด หลังจากนั้น ถ้าต้องการใช้ไฟล์รูปแบบอื่น ค่อยใช้โปรแกรม Music Converter ช่วยแปลงจากไฟล์ Wave ให้อีกที

D : เลือกวิธีการตั้งชื่อแทรคเพลงที่ริปออกมาแต่ละแทรค

ปรับตั้งรูปแบบชื่อของแทรคเพลงที่ริปออกมา ซึ่งตั้งได้หลายรูปแบบมาก แต่ผมแนะนำให้เลือกตั้งตามแบบที่ผมใช้ตามภาพล่างในกรอบแดง นั่นคือ [track] – [title] ถ้าต้องการเปลี่ยนรูปแบบ หรือเพิ่มเติมอะไรลงไปในชื่อ ก็ให้คลิ๊กที่หัวข้อที่ต้องการเพิ่มในกรอบ Elements ด้านล่าง หลังจากคลิ๊กลงไปแล้ว จะปรากฏตัวอย่างของรูปแบบตามที่คุณเลือกขึ้นมาให้ดูในช่อง Example ที่อยู่ถัดลงมา

E : ปรับตั้ง bit-depth ของสัญญาณดิจิตัล เอ๊าต์พุตที่ริปออกมา

เป็นฟังท์ชั่นที่ใช้เลือก bit-depth ของสัญญาณดิจิตัล เอ๊าต์พุต โดยมีอ๊อปชั่นให้คุณเลือกมากถึง 5 ค่า คือตั้งแต่ 8-bit ไปจนถึง 32-bit ผมแนะนำให้ตั้งไว้ที่ตำแหน่ง “As Sourceซึ่งตัวโปรแกรมจะทำการริปออกมาตาม bit-depth ต้นฉบับเพื่อรักษาความเป็น bit-perfect ให้เหมือนที่บันทึกอยู่ในแผ่นให้มากที่สุด แต่ถ้าคุณอยากจะลอง Upsample เล่นดูก็ได้ คืออัพฯ จาก 16-bit จากแผ่นซีดีให้ขึ้นไปเป็น 24-bit หรือ 32-bit ก็ได้ ส่วนทางด้าน Sample Rate ก็สามารถอัพฯ เพิ่มได้เช่นกัน (ดูหัวข้อถัดไป)

F : ปรับตั้ง sample rate ของสัญญาณดิจิตัล เอ๊าต์พุตที่ริปออกมา

คุณสามารถเลือกให้โปรแกรมทำการ Upsample rate หรือ Downsample rate สัญญาณเอ๊าต์พุตจากต้นฉบับได้ ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 11 ค่า ตั้งแต่ 8kHz ขึ้นไปจนถึง 192kHz ถ้าอยากลองอัพฯ สัญญาณ 16-bit/44.1kHz ที่อยู่ในแผ่นซีดีให้ออกมาเป็นสัญญาณ PCM ที่มี bit-depth ขึ้นไปที่ 24-bit หรือ 32-bit ก็ได้ ส่วนทางด้านแซมปลิ้งฯ จะอัพฯ ขึ้นไปเป็น 96kHz หรือ 192kHz ก็สามารถทำได้

G : ปรับตั้งจำนวน channel ของสัญญาณดิจิตัล เอ๊าต์พุตที่ริปออกมา

ความสามารถของโปรแกรม dBpoweramp CD Ripper มีอยู่มากจนคุณอาจจะคาดไม่ถึง นอกจากจะสามารถปรับเปลี่ยนทั้ง bit-depth และ sample rate ของสัญญาณได้หลากหลายค่าแล้ว คุณยังสามารถปรับเปลี่ยน “จำนวนแชนเนล” ของสัญญาณได้ด้วย! ซึ่งผมเคยลองเล่นฟังท์ชั่นนี้แล้ว ด้วยการริปแผ่นซีดี 16-bit/44.1kHz แล้วตั้งเลือกให้ออกมาเป็นสัญญาณ 5.1 ch ที่แต่ละแชนเนลมีสเปคฯ เท่ากับ 24-bit/44.1kHz จากนั้นก็นำมาเล่นด้วยโปรแกรม roon โดยให้โปรแกรม roon ทำการ downmix สัญญาณ 5.1 ch ตัวนี้กลับลงมาเป็นสัญญาณ stereo 2 ch ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมชอบเสียงที่ได้ออกมานะ มันมีแง่มุมบางแง่ที่ฟังดีกว่าสัญญาณ original stereo 2 ch 16/44.1 ที่ริปออกมาจากแผ่นซีดี

และฟังท์ชั่นนี้ไม่ได้มีอ๊อปชั่นให้เลือกแค่ 5.1 ch อย่างเดียวนะ คุณสามารถเลือกได้ถึง 8 รูปแบบ ตั้งแต่ mono, stereo, quadraphonic 4 ch, 5.1 ch ไปจนถึง 7.1 ch อยากจะแนะนำให้ลองเล่นกันดู

H : พื้นที่จัดการกับปกอัลบั้มของเพลงที่ริป

ตำแหน่งศรชี้ในภาพนี้คือตำแหน่งที่ใส่ภาพปกอัลบั้มของเพลงที่จะริป

หลังจากใส่แผ่นซีดีเข้าไปในคอมพิวเตอร์แล้วกดสั่ง Rip ที่โปรแกรม ตัวโปรแกรมจะใช้เวลาสักครู่ในการออกไปควานหาภาพปกอัลบั้มจากอินเตอร์เน็ตพร้อมทั้งข้อมูลส่วนอื่นๆ มาให้ (คุณต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับอินเตอร์เน็ตด้วย) ตรงตำแหน่ง A นั้นระบุให้รู้ว่ามีภาพปกที่หามาได้แค่ 1 ภาพ ตามที่ปรากฏในช่องนั้น ที่ตำแหน่ง B ระบุขนาดของภาพปกนั้น กรณีที่คุณต้องการเปลี่ยนภาพปก ไม่ต้องการภาพปกที่โปรแกรมค้นหามาให้ ให้คลิ๊กที่ตำแหน่ง C ในภาพ หลังจากคลิ๊กตรงนี้แล้ว ภาพปกที่โชว์อยู่จะหายไป

จากนั้น ให้คุณคลิ๊กที่เครื่องหมาย + (ตำแหน่ง A ศรชี้) จะปรากฏตัวเลือกไหลลงมาด้านข้าง กรณีที่คุณสแกนภาพปกเตรียมไว้ให้คลิ๊กเลือกที่ “Load (from File)” ..

หลังจากคลิ๊กแล้ว จะปรากฏหน้าต่างที่ชื่อว่า Select Album Artซ้อนขึ้นมา ให้เลือกแหล่งที่เราเก็บไฟล์ปกที่ต้องการเปลี่ยน (A) จากนั้นก็คลิ๊กเลือกภาพปกที่ต้องการ (B) แล้วคลิ๊ก Open” (C)

หลังจากคลิ๊ก Open หน้าต่าง Select Album Art จะหายไป ภาพปกที่ต้องการจะปรากฏบนพื้นที่ใส่ปก (A) และตัวโปรแกรมจะแจ้งขนาดของภาพปกของเราไว้ด้วย (B)

ตรวจเช็ค และ edit ข้อมูลเฉพาะของแทรคและอัลบั้มที่กำลังจะริป

หลังจากโปรแกรมไปค้นข้อมูลเฉพาะของเพลงและอัลบั้มที่คุณจะริปมาให้ คุณก็ต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนต่างๆ ที่โปรแกรมหามาให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ชื่อเพลงแต่ละแทรค (A), ความยาวของแต่ละเพลง (B), ชื่อศิลปิน (C), ชื่ออัลบั้ม (D) และชื่อของศิลปินเจ้าของอัลบั้ม (E) เพราะมีอยู่เหมือนกันที่โปรแกรมไปดึงข้อมูลผิดๆ มาใส่ให้กับเพลงหรืออัลบั้มที่เราจะริป ซึ่งความผิดพลาดมักจะเกิดขึ้นกับอัลบั้มที่ไม่ได้เป็นของค่ายใหญ่ และทำการลงข้อมูลไว้ไม่ดี แต่ส่วนมากแล้ว ถ้าเป็นผลงานอัลบั้มที่ทำโดยศิลปินที่สังกัดค่ายเพลงใหญ่ๆ ข้อมูลมักจะถูกต้อง

ถ้าคุณพบว่า ข้อมูลที่โปรแกรมค้นมาให้จากอินเตอร์เน็ตมีความผิดพลาดตรงจุดใด ก็สามารถแก้ไขได้เลย ก่อนที่จะส่ง Rip

กำหนดที่เก็บไฟล์เพลง

หลังจากกำหนดเทคนิคการริปแล้ว, กำหนดไฟล์ฟอร์แม็ตและสเปคฯ ของสัญญาณ เอ๊าต์พุตที่จะริปแล้ว, เลือกภาพปกอัลบั้มเสร็จแล้ว และตรวจสอบ+แก้ไขข้อมูลของเพลงและอัลบั้มเสร็จแล้ว ก่อนจะสั่ง Rip คุณต้องกำหนดก่อนว่า จะให้โปรแกรมส่งไฟล์เพลงที่ริปออกมาไปเก็บไว้ที่ไหน ขั้นตอนปฏิบัติให้เริ่มด้วยการคลิ๊กที่ตำแหน่ง Set” (A) ตามภาพด้านบน ซึ่งเป็นการกำหนด Path หรือเส้นทางไปสู่ที่เก็บไฟล์เพลง

หลังจากคลิ๊กที่ Set ลงไปแล้ว จะปรากฏหน้าต่างที่ชื่อว่า Browse For Folderซ้อนขึ้นมา จากนั้นให้คลิ๊กเลือกแหล่งที่ต้องการเก็บไฟล์ที่ริป ตามตัวอย่างผมเลือกเก็บไว้ที่ “Desktop” (B) เสร็จแล้วให้คลิ๊กที่ OK (C) หน้าต่าง Browse For Folder จะหายไป และที่ช่อง Path จะปรากฏแหล่งที่เราเลือกไว้เก็บไฟล์ขึ้นมา

สั่ง Rip

เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว เราก็สั่งให้โปรแกรมเริ่มต้นริปไฟล์ ด้วยการคลิ๊กที่ปุ่ม “Rip” (A) เมื่อโปรแกรมเริ่มทำการริปที่แทรคไหน จะมีรายละเอียดแสดงสถานะการริปให้รู้ที่ด้านหลังของแทรคเพลงนั้นๆ โดยเรียงจากแทรคแรกด้านบน (B) ลงมาเรื่อยๆ เมื่อริปจนแทรคหนึ่ง ตัวโปรแกรมก็จะเริ่มต้นริปแทรคที่สองต่อไปเรื่อยๆ โดยอัตโนมัติ เราก็รออย่างเดียว ..

เมื่อโปรแกรมทำการริปจนครบทุกแทรคแล้ว รายละเอียดทั้งหมดจะหายไป และปรากฏหน้าต่างที่ชื่อว่า dBpoweramp CD Ripper : Informationขึ้นมา ซึ่งจะแสดงข้อมูลการริปของแต่ละแทรคให้ทราบ เป็นข้อมูลทางเทคนิค ถ้าคุณต้องการบันทึกข้อมูลเหล่านี้เก็บไว้ ก็ให้คลิ๊กที่ Copy Info to Clipboard” (A) แต่ถ้าไม่ต้องการ ก็คลิ๊กที่ OK (B) เพื่อปิดหน้าต่างนี้ลงไป จากนั้น หน้าต่างของโปรแกรมก็จะกลับไปเป็นแบบภาพแรกในตอนต้น ส่วนแผ่นซีดีก็จะถูกคายออกมาจากลิ้นชักรับแผ่น (ถ้าคุณคลิ๊กเลือกอ๊อปชั่นตามที่ผมบอกทั้งหมด) เพื่อให้คุณเก็บแผ่นที่ริปแล้วออกไป แล้วใส่แผ่นใหม่เริ่มกระบวนการ Rip อีกครั้ง… และอีกครั้ง ต่อไปเรื่อยๆ /

***************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า