วิธีใช้ Web Control UI ควบคุมการเล่นไฟล์เพลง และปรับตั้งเมนูของตัว Opera Audio รุ่น Consonance X5 MK II และ X5 pro MK II

Consonance X5 MK II กับ Consonance X5 pro MK II เป็นอุปกรณ์เครื่องเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คของยี่ห้อ Opera Audio ซึ่งใช้แพลทฟอร์มของ Volumio ในการควบคุมการเล่นไฟล์เพลงและปรับตั้งเมนูเครื่องผ่านทาง Web Control หรือ Web User Interface (*ต่อไปจะเรียกสั้นๆ ว่า Web UI) ต่อไปนี้จะเป็นขั้นตอน+วิธีการใช้งาน Web UI ในการเล่นไฟล์เพลงและปรับตั้งเมนูเครื่อง

ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Web UI ของ Consonance X5 MK II กับ Consonance X5 pro MK II ได้ 2 ทาง ดังนี้

ทางแรก – ผ่านทาง Wi-Fi บนอุปกรณ์พกพา ไม่ว่าจะใช้ระบบปฏิบัติการณ์ Android หรือ iOS ที่มีแอพฯ บลาวเซอร์อยู่ (Google Chrome หรือ Safari) คุณสามารถเข้าถึงหน้า Web UI ได้ด้วยการเข้าไปล็อคอิน Wi-Fi Hotspot ของ X5 MK II หรือ X5 pro MK II ที่หน้า Settings > Wi-Fi > My Network > เลือก “Operaซึ่งตัว Consonance X5 MK II กับ Consonance X5 pro MK II จะปล่อยคลื่น Wi-Fi Hotspot ออกมาโดยใช้ชื่อว่า “Operaให้ใช้นิ้วจิ้มไปที่ชื่อ Opera (ศรชี้ด้านบน/รูปบน) ถ้ามีหน้าต่างขึ้นมาให้ใส่พาสเวิร์ด ให้ใส่เลข “12345678ลงไปแล้วกด enter จากนั้น หน้าต่าง Web UI (ด้านบน/รูปล่าง) ก็จะป๊อบอัพขึ้นมา

ทางที่สอง – ผ่านทาง browser ของอุปกรณ์เหล่านี้ นั่นคือ สมาร์ทโฟน, แท็ปเล็ต, คอมพิวเตอร์พีซี, คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค หรือแม้แต่สมาร์ททีวีก็สามารถใช้ได้ ขอให้มี browser ในตัวเท่านั้น เริ่มด้วยเปิด browser ขึ้นมา (เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด ทางผู้ผลิตแนะนำให้ใช้ Google Chrome) แล้วพิมพ์คำว่า “opera.local/ลงไปในช่องกรอก URL (ศรชี้ในภาพ) เสร็จแล้วกด Enter หน้าต่างของ browser จะเปลี่ยนเป็น Web UI ขึ้นมา ซึ่ง Web UI ของทั้งสองช่องทางจะมีหน้าตาเหมือนกัน แต่่ผ่านทาง browser จะปรับขนาดของหน้าต่างได้

ขั้นตอนปรับตั้งเบื้องต้นด้วยโปรแกรมตัวช่วย (Wizard)

ไม่ว่าคุณจะเข้าถึง Web UI ด้วยวิธีหนึ่งหรือสอง เมื่อเข้าถึงหน้าต่าง Web UI แล้ว ขั้นตอนแรก – ให้จิ้มลงไปที่รูปสัญลักษณ์ฟันเฟืองตรงมุมขวามือบน (ศรชี้ในภาพ) เพื่อเข้าไปทำการปรับตั้งเมนูเครื่องแบบง่ายซะก่อนจะเริ่มใช้งาน

จะปรากฏแถบหัวข้อเมนูขึ้นมาทางขวามือ ให้จิ้มลงไปที่หัวข้อ “SYSTEM” (ศรชี้ในภาพ)

จากนั้น ให้เลื่อนลงมาที่หัวข้อย่อย General Settings > “Run first config Wizard” (ศรชี้)

มาที่หน้า Wizard ที่ช่วยให้การปรับตั้งทำได้ง่ายขึ้น คือมีหัวข้อเมนูที่จำเป็นจำนวน 7 หัวข้อ (A) เรียงกันไปตามลำดับ นั่นคือ Language, Name, Output, Experience, Network, Music และ Done โดยที่แต่ละหัวข้อจะแยกหน้ากันไป มีช่องให้เลือกหรือเติมข้อมูล (B) และปุ่ม Next (C) เพื่อเลื่อนไปปรับตั้งหัวข้อถัดไป หัวข้อแรกในหน้าแรกคือ Language (ภาษา) = เลือกภาษาของ UI ซึ่งตอนนี้มีให้เลือกสิบกว่าภาษา แต่ยังไม่มีภาษาไทย

Name (ชื่อ) = ตั้งชื่อเรียกตัวเครื่องเล่น Consonance X5 MK II หรือ Consonance X5 pro MK II ตามที่คุณต้องการ

Output (เอ๊าต์พุต) = เลือกเอ๊าต์พุตของตัวเครื่องเล่น ซึ่งตัว X5 pro MK II จะเลือกได้ว่าจะใช้ภาค DAC ในตัวคือ Analog Audio หรือจะให้ส่งสัญญาณไปที่ external DAC ตัวไหนที่เสียบอยู่ตรงช่อง USB (ในตัวอย่าง เสียบต่ออยู่กับช่องอินพุต USB ของอินติเกรตแอมป์ Quad รุ่น Vena II Play)

Experience (ทดลองปรับเล่น) = จะมีฟังท์ชั่นหลายๆ อย่างปรากฏในเมนู Settings ให้ปรับตั้งทีหลัง หัวข้อนี้ไม่ต้องเลือกอะไร คลิ๊กที่ Next ได้เลย

Network (เน็ทเวิร์ค) = เลือกเชื่อมต่อกับเน็ทเวิร์ค ถ้าคุณเชื่อมต่อตัว Consonance X5 MK II หรือ Consonance X5 pro MK II ด้วยสายแลน Ethernet ก็ไม่ต้องเลือก คลิ๊ก Next ได้เลย

Music (มิวสิค) = เลือกเพิ่มเติมแหล่งเก็บไฟล์เพลงจากที่ต่างๆ ที่เชื่อมต่ออยู่บนเน็ทเวิร์ค อย่างเช่น จากโฟลเดอร์ที่แชร์มาจากคอมพิวเตอร์ตัวอื่นๆ, จาก NAS ที่เชื่อมต่ออยู่ในเน็ทเวิร์คเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างซับซ้อนมากหน่อย อย่างเช่น ถ้าต้องการแชร์เพลงที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ คุณต้องเข้าไปปรับตั้งที่คอมพิวเตอร์เพื่อกำหนดโฟลเดอร์ที่ต้องการแชร์ไว้ก่อน แล้วก็อปปี้เอา address ของโฟลเดอร์ที่ต้องการแชร์มาใส่ในช่อง path ที่หน้านี้ ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ ก็อปปี้ไฟล์เพลงใส่ใน USB ฮาร์ดดิสแบบพกพา แล้วนำไปเสียบที่ช่อง USB ของ Consonance X5 MK II หรือ Consonance X5 pro MK II ถ้ายังไม่พร้อมจัดการกับเมนูนี้ ก็คลิ๊กข้ามไปที่ Next เลย

Done (เสร็จสิ้น) = จบการปรับตั้งด้วย wizard คลิ๊กที่ “Done

เริ่มต้นใช้งาน

หลังจากปรับตั้งเบื้องต้นด้วยโปรแกรมช่วย (wizard) เสร็จแล้ว หน้าต่าง Web UI จะกลับมาอยู่ที่หน้าเปิดนี้ ซึ่งเรียกว่าหน้า บราวน์เพจ” (Browse page)

ซึ่งในหน้าหลักนี้ จะประกอบด้วยหน้าเมนูหลักๆ 4 หน้า คือ A = Browse page, B = Playback page, C = Queue page และ D = Settings page

หน้า Browse page นี้เป็นหน้าเมนูสำหรับการเข้าถึงเพลงที่เราต้องการเล่น ในหน้านี้มีไอค่อนสัญลักษณ์อยู่ทั้งหมด 9 ตัว คือ เป็นวิธีการเข้าถึงแหล่งเก็บเพลงแหล่งต่างๆ ทั้ง 9 แหล่ง ได้แก่

1. Favorites = ไปที่ที่เราเก็บเพลงที่เราเลือกเป็น favorites เอาไว้

2. Playlists = ไปที่ที่เราเก็บเพลงที่เราเลือกเป็น playlists เอาไว้

3. Music Library = ไปที่ USB ฮาร์ดดิส ที่เก็บเพลงที่เสียบอยู่ที่ช่อง USB ด้านหลังเครื่อง

4. Artists = เข้าถึงไฟล์เพลงใน USB ฮาร์ดดิสโดยแยกตามชื่อศิลปิน

5. Albums = เข้าถึงไฟล์เพลงใน USB ฮาร์ดดิสโดยแยกตามชื่ออัลบั้ม

6. Genres = เข้าถึงไฟล์เพลงใน USB ฮาร์ดดิสโดยแยกตามแนวเพลง

7. Media server = เข้าถึงไฟล์เพลงใน มีเดีย เซิร์ฟเวอร์ ที่เชื่อมต่ออยู่ในเน็ทเวิร์คเดียวกัน

8. Last 100 = แสดงรายชื่อเพลงจำนวน 100 เพลงที่เพิ่งเล่นผ่านไป

9. Web Radios = เข้าถึงสถานีวิทยุบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งในนั้นจะแยกตามหัวข้อต่างๆ อีกชั้นหนึ่ง

นอกจากไอค่อนสัญลักษณ์ทั้ง 9 นี้แล้ว คุณยังสามารถเพิ่มสัญลักษณ์สำหรับทางเข้าไปหาเพลงเข้ามาเพิ่มในหน้า Browse page นี้ได้อีก อย่างเช่น TIDAL, Spotify, Qobuz เป็นต้น

วิธีเข้าไปเริ่มใช้งาน TIDAL กับ Web UI ของ X5 MK II หรือ X5 pro MK II ให้ไปที่หน้า Browse page แล้วคลิ๊กที่รูปฟันเฟืองที่มุมบนขวามือ แล้วไปที่หัวข้อ “MY MUSIC” (ศรชี้ในรูปบน)

เลื่อนลงมาด้านล่าง ไล่ลงมาจนถึงหัวข้อ TIDAL กับ Qobuz ถ้าคุณมี account ที่ใช้งานกับ TIDAL หรือ Qobuz อยู่แล้ว ให้กรอก username กับ password ลงไปในช่องที่กำหนดไว้ เสร็จแล้วคลิ๊กที่ “Loginจากนั้น ให้ปิดหน้าต่าง Web UI แล้วเปิดเข้ามาที่หน้า “MY MUSICอีกครั้ง

คราวนี้เลื่อนลงมาจนถึงด้านล่างสุด จะเห็นชื่อ TIDAL ปรากฏอยู่ทางซ้ายมือ ให้คลิ๊กตรงตำแหน่งศรชี้ให้เป็น “Onจากนั้นให้คลิ๊กที่ “Saveด้านล่างตรงศรชี้ เสร็จแล้วคลิ๊กที่ “Browse” (ลูกศรสีฟ้า)

ที่หน้า Browse คราวนี้จะมีสัญลักษณ์ของ TIDAL ปรากฏขึ้นมาแล้ว ถ้าต้องการสตรีมเพลงจาก TIDAL มาฟัง ให้คลิ๊กที่สัญลักษณ์นี้ได้เลย

ถัดจากหน้า Browse page ก็คือหน้า “Playbackซึ่งจะมีหน้าตาตามรูปด้านบน เป็นหน้าที่แสดงรายละเอียดต่างๆ ของไฟล์เพลงที่กำลังเล่น โดยมีฟังท์ชั่นหลักๆ ต่อไปนี้

1. Command buttons = ปุ่มควบคุมการเล่นไฟล์เพลง เล่น, หยุด, เลื่อนไปแทรคข้างหน้า และย้อนกลับไปแทรคก่อนหน้า

2. Settings Menu = เข้าไปเมนู Settings ซึ่งรวมหัวข้อย่อยในการปรับตั้งฟังท์ชั่นทั้งหมดไว้ทั้ง 4 หัวข้อคือ My Music, Playback options, Network และ System

3. Track text information = แถวแรกเป็นชื่ออัลบั้ม, แถวที่สองเป็นชื่อแทรคที่กำลังเล่น และแถวที่สามเป็นชื่อศิลปิน

4. Volume Settings = ตัวเลขด้านในเป็นระดับวอลลุ่มที่ใช้, วงกลมด้านนอกเป็นกราฟฟิกแสดงแทนระดับวอลลุ่ม วิธีปรับวอลลุ่มใช้นิ้วลากไปตามส่วนโค้งของวงกลม

5. Timer zone = แสดงรายละเอียดในส่วนเวลาของแทรคที่กำลังเล่น แถวแรก – แสดง sampling / bit ของสัญญาณที่กำลังเล่น *ตามตัวอย่างนี้ ผมเลือกเล่นไฟล์เพลงที่เข้ารหัสเป็น MQA ปรากฏกว่า X5 MK II เล่นออกมาเป็น 24/48 แสดงว่าโปรแกรมมันถอดให้หนึ่งชั้น ไม่ได้เล่นเป็น 16/44.1, แถวที่สอง – แสดงเวลาที่เล่นไปเรื่อยๆ, แถวที่สาม – แสดงเวลาทั้งหมดของแทรคที่กำลังเล่น, แถวที่สี่ แสดงแหล่งที่มาของแทรคที่กำลังเล่น (จากตัวอย่างนี้เล่นจาก TIDAL)

6. Track Managment = ตัวเลือกให้จัดการกับแทรคที่กำลังเล่น ตัวเลือกแรกทางซ้าย – เพิ่มแทรคนี้เข้าไปไว้ใน “Favorites”, ตัวเลือกที่สองตรงกลาง – เพิ่มแทรคนี้ไปบันทึกไว้ที่ “Playlistและตัวเลือกที่สามทางขวา – ลิ้งค์ออกไปที่งานอัลบั้มของเพลงนี้ และไปที่งานอัลบั้มอื่นๆ ของศิลปินเจ้าของเพลงที่กำลังฟัง

7. Volume control = ปุ่มกดเพื่อปรับวอลลุ่ม ซ้ายมือสุด – ลดวอลลุ่ม, ตรงกลาง – ปิดเสียง (mute) และขวามือ – เพิ่มความดัง

8. Album art Display = แสดงภาพปกอัลบั้มของเพลงที่กำลังเล่น หรือสัญลักษณ์ของสถานีวิทยุบนอินเตอร์เน็ต (ถ้ามี)

9. Browse page = ไปที่หน้า Browse page เพื่อเลือกเพลงจากแหล่งอื่นๆ

10. Playback = หน้าปัจจุบันที่กำลังเปิดอยู่

11. Queue = ไปที่หน้าที่รวบรวมเพลงที่เข้าคิวทั้งหมดที่รอเล่นต่อจากเพลงนี้

ตัวอย่างหน้า Queue ซึ่งตอนนี้มีเพลงเรียงลำดับรอเล่นอยู่ทั้งหมด 4 เพลง ถ้าต้องการบันทึก Queue นี้เอาไว้เล่นวันหลังให้คลิ๊กที่สัญลักษณ์แผ่นดิสบันทึกข้อมูล (ลูกศรสีฟ้า) แต่ถ้าต้องการลบ Queue นี้ ให้คลิ๊กที่สัญลักษณ์ถังขยะ (ลูกศรสีแดง)

ฟังท์ชั่นที่น่าสนใจในเมนูหลักหน้า Settings

ทั้งหมดข้างต้นนั้นก็เป็นวิธีควบคุมการเล่นไฟล์เพลงและเข้าไปปรับตั้งฟังท์ชั่นพื้นฐานที่จำเป็นใน Web UI ของ Consonance X5 MK II และ Consonance X5 pro MK II ซึ่งถ้าคุณทำตามขั้นตอนมาถึงตรงนี้ได้ ที่เหลือคุณก็ค่อยๆ ลองเล่นดูเองก็จะไม่ยากแล้ว ซึ่งในหน้าเมนูหลัก Settings มีหัวข้อปรับตั้งบางฟังท์ชั่นที่น่าสนใจ อยากให้ทดลองเล่นกันดู อย่างเช่นฟังท์ชั่น “Audio Resampling

วิธีปรับตั้งก็เริ่มด้วยไปที่หน้า Settings > Playback Options > “Audio Resamplingซึ่งค่าเริ่มต้นตัวโปรแกรมจะตั้งไว้ที่ “Off” (รูปบน) ให้คลิ๊กเป็น “Onซึ่งจะปรากฏอ๊อปชั่นขึ้นมาให้เลือก 3 หัวข้อ คือ

1. Target Bit Depth = เลือกตั้ง bit ของสัญญาณที่จะให้อัพฯ ขึ้นไป ซึ่งในช่องนั้นมีให้เลือก 3 ค่าคือ 16, 24 และ 32bit (ในรูปตัวอย่างผมทดลองอัพฯ ไปเป็น 24bit)

2. Target Sample Rate = เลือกตั้ง sampling ของสัญญาณที่ต้องการ สามารถอัพฯ ขึ้นไป หรือจะ down ลงมาก็ได้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 7 ค่า คือ Native (เท่าเดิม), 44.1, 48, 88.2, 96, 176.4 และ 192kHz คุณจะเลือกไว้ที่ค่าไหนก็ได้

3. Resampling Algorithm quality = เป็นการเลือกระดับคุณภาพของการอัพฯ ซึ่งมีให้เลือก 4 ระดับ คือ Low, Medium, High และ Very High ซึ่งผมเข้าใจว่าจะขึ้นอยู่กับความสามารถของฮาร์ดแวร์ซึ่งจะทำให้เครื่องใช้ทรัพยากรสูงขึ้น แต่จากการทดลองพบว่า ระหว่างเลือกเป็น “Very Highกับ “Highมันมีความแตกต่างให้รับรู้ได้จริงๆ ที่ตำแหน่ง Very High เสียงดีกว่าฟังออกได้ชัด (*แนะนำให้เลือกอัพ sample rate ที่เป็นค่าตัวคูณที่ลงตัวกับ sample rate ของสัญญาณเดิมจะให้ผลดีที่สุด อย่างเช่น สัญญาณเดิมจาก TIDAL ออกมาเป็น 24/48 เลือกอัพฯ เป็น 24/96 หรือ 24/192 จะให้ผลดีกว่าเลือกอัพฯ เป็น 24/88.2 หรือ 24/176.4) /

****************

รีวิว Opera Audio รุ่น Consonance X5 pro MK II & X5 MK II

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า