Munich High-End Show 2019 < Impressive! # 1 > เครื่องเล่นแผ่นเสียง TechDAS รุ่น Air Force Zero

I will personally be presenting and demonstrating the Air Force Zero all around the world… at the Audio Salon in California on April 10th, at Munich High End on May 10th, at the Hong Kong High End Show on August 9 and here in Tokyo again at the Tokyo International Audio Show on November 9,’

ข้างบนนั้นคือถ้อยแถลงที่มิสเตอร์ Hideaki Nishikawa กล่าวทิ้งท้ายไว้ในงานเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ Tokyo International Audio Show ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2018 ที่ซึ่งเขานำเอาเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่น Air Force Zero ไปเปิดตัวเผยโฉมให้นักเล่นเครื่องเสียงได้เห็นตัวจริงและได้ฟังเสียงของมันเป็นครั้งแรก

ก่อนไปชมบรรยากาศในงานเปิดตัวที่มิวนิค ไปทำความรู้จักกับ TechDAS กันก่อน

ข้อมูลในเว็บไซต์ระบุว่า TechDAS เป็นชื่อแบรนด์สินค้าของบริษัท Stella Inc, ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าเครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยม อยู่ในประเทศญี่ปุ่น เป้าหมายของแบรนด์ TechDAS คือมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ TechDAS เพื่อถ่ายทอดความหฤหรรษ์ของดนตรี กระตุ้นความตื่นตัวให้กับวงการเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ เติมเต็มความใฝ่ฝันและให้ประสบการณ์ที่มีค่ากับผู้ใช้อย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผลิตในประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ผสานด้วยงานผลิตที่ละเอียดบรรจงระดับประติมากรรม ให้ประบการณ์รับฟังดนตรีที่งดงามดั่งงานศิลป์

Hideaki Nishikawa

แน่นอนว่า เป้าหมายที่สูงส่งและท้าทายแบบนั้นคงต้องมี leader ที่ไม่ธรรมดา ซึ่งบุคคลที่อยู่เบื้องหลังคอยผลักดันความฝันของ Stella Inc, ก็ไม่ใช่ใครอื่น เขามีชื่อว่า Hideaki Nishikawa ที่มีประวัติโชกโชนในการออกแบบอุปกรณ์เครื่องเสียงมานานเกินครึ่งทศวรรต

โปรไฟล์ย่อๆ ของ Hideaki Nishikawa

1963รับปริญญาสาขาวิศวกรรมเครื่องกล (mechanical engineering)

1964เข้าทำงานกับบริษัท Stax Ltd. ในตำแหน่งวิศวกร และมีส่วนร่วมในการผลิตเชิงวิศวกรรมหลักๆ อาทิร่วมพัฒนาหูฟังอิเล็กโตรสแตตริค เป็นต้น

1973ออกจาก Stax มาตั้งบริษัท OEM ร่วมกับเพื่อนที่ลาออกจาก Stax ด้วยกัน งานของบริษัทที่ออกมาทำกับเพื่อนๆ คือเป็นมือปืนรับจ้างในการออกแบบและผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียง ซึ่งผลงานที่เชิดหน้าชูตาก็มีหูฟังอิเล็กโตรสแตตริคของ Micro Seiki, โทนอาร์มรุ่น Infiniti’s Black Widow และโทนอาร์มรุ่น Craft AC 300 ฯลฯ

1980เข้าร่วมกับบริษัท Micro Seiki Co., Ltd. ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายเทคนิคัล ก่อนจะขยับมาในตำแหน่ง Sound Business Director ซึ่งผลงานการวางแผนงานและออกแบบที่โดดเด่นในช่วงนี้ก็คือ ระบบเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่น SX-8000 และอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน

1989ก่อตั้งบริษัท Stellavox Japan Inc. ร่วมกับ Yasuno Nakanishi ผู้ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นผู้บริหารของบริษัท RF Enterprises Inc, โดยเริ่มนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ เปลี่ยนชื่อบริษัทมาเป็น Stella Inc. เมื่อปี 2012

1994ขึ้นรับตำแหน่งเป็นซีอีโอของ Stellavox Japan Inc, ซึ่งปัจจุบันก็คือบริษัท Stella Inc.

2001ก่อตั้งบริษัท Zephyrm Inc. นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องเสียงไฮเอ็นด์

2010ก่อตั้งแบรนด์ TechDAS ขึ้นมาเป็นแบรนด์ภายใต้บริษัท Stella Inc. เพื่อนำเสนอเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่น Air Force

เครื่องเล่นแผ่นเสียงตระกูล Air Force

ที่มาของชื่อแบรนด์ “Air Forceหมายถึงพลังของอากาศ มาจากพื้นฐานในการออกแบบที่อาศัยพลังของอากาศ (aerodynamic) ในการขจัดปัญหาที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของระบบเพลย์แบ็คแผ่นเสียง ในทุกจุดหลักๆคือตั้งแต่ระบบหนุนรองฐานเครื่อง (air suspension system) ไปจนถึงระบบขับหมุนแพลตเตอร์ (air bearing system) และยังมีระบบดูดตรึงแผ่นให้แนบแน่นอยู่บนแพลตเตอร์ (disc suction) เพื่อลดอาการ vertical motion ของโทนอาร์มที่ทำให้ปลายเข็มเกาะยึดร่องได้ไม่ดี

Hideaki ได้ออกแบบเครื่องเล่นแผ่นเสียง TechDAS มาแล้ว 7 รุ่นก่อนจะมาถึงรุ่นที่แปดคือ Air Force Zero โดยเริ่มตั้งแต่รุ่น Air Force One เมื่อปี 2012, รุ่น Air Force Two เมื่อปี 2013, รุ่น Air Force III ในปี 2015, อัพเกรดรุ่น Air Force One ขึ้นไปเป็น Air Force One Premium ในปี 2016, อัพเกรดรุ่น Air Force Two ขึ้นไปเป็น Air Force Two Premium และอัพเกรดรุ่น Air Force III ขึ้นไปเป็น Air Force III Premium ในปี 2018 พร้อมทั้งผลิตรุ่น Air Force V ออกมาด้วย

วิดีโอแนะนำ Air Force One Premium

เครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่น Air Force Zero ที่มาเปิดตัวในงานไฮเอ็นด์ที่มิวนิคปีนี้เป็นรุ่นใหญ่สุด ใหญ่กว่า Air Force One ขึ้นไปอีก ถือว่าเป็น ที่สุดของเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ถ่ายทอดออกมาจากความฝันและมันสมองของ Hideaki Nishikawa อย่างแท้จริง

Air Force Zero @Munich High-End 2019

ผมโชคดีที่คุณวินัย เจ้าของ Deco2000 ตัวแทนจำหน่ายเครื่องเล่นแผ่นเสียง TechDAS ในไทยช่วยจองที่นั่งในงานเปิดตัวที่มิวนิคให้ ได้นั่งแถวหน้าสุดเลย แต่ผมไปถึงหลังงานนิดนึง ไม่ทันได้ฟังตั้งแต่เริ่มต้น ผมไปถึงตอนคุณฮิเดเอกิกำลังพูดถึงส่วนประกอบสำคัญหลักๆ ของตัว Air Force Zero โดยเริ่มที่มอเตอร์ที่ใช้ดึงสายพานเพื่อควบคุมการหมุนแผ่นแพลตเตอร์ ซึ่งได้ยินว่าเขาไปได้มอเตอร์เก่าที่โรงงาน Papst ในเยอรมันผลิตให้กับเครื่องเล่นเทปโอเพ่นรีลในสตูดิโอ เป็นมอเตอร์ synchronous AC แบบ 3 เฟส 12 ขั้วที่มีคุณสมบัติเหมาะกับโปรเจค Air Force Zero ที่เขาคิดจะทำ

วิดีโอช่วงที่ Hideaki พูดถึงมอเตอร์ตัวนี้

ระบบแพลตเตอร์ที่ใช้รองรับแผ่นก็ออกแบบได้มหึมามาก สมกับเป็นโปรเจค cost-no-object เพื่อสานฝันจริงๆ เริ่มจากส่วนฐานที่มีน้ำหนักมากถึง 35 กิโลกรัมซึ่งทำหน้าที่ฐานรองรับของระบบ air bearing ที่ใช้ยกแพลตเตอร์ ชิ้นส่วนนี้ทำมาจากโลหะอัลลอยด์พิเศษที่ชื่อว่า duralmin ซึ่งมีส่วนผสมระหว่างอะลูมิเนียม, ทองแดงและวัสดุอื่นอีกบางอย่าง น้ำหนักเบาแต่มีความแกร่งสูง ตัวแพลตเตอร์เองถูกสร้างขึ้นจากโลหะผสม (alloy) ที่แตกต่างกันถึง 5 ชั้นวางซ้อนกันเพื่อสลายเรโซแนนซ์ โดยที่ชั้นบนสุดทำด้วยไตตาเนี่ยม น้ำหนักรวมกันทั้งห้าชั้นอยู่ที่ 100 กิโลกรัมพอดี ในขณะทำงานนั้น แผ่นแพลตเตอร์ทั้งห้าแผ่นนี้จะถูกดูดด้วยอากาศ (air suction) ให้ติดแนบกันตลอดเวลารวมถึงตัวแผ่นสียงด้วย

ทั้งตัวแพลตเตอร์และส่วนฐานที่ติดตั้งระบบ air bearing สำหรับยกแพลตเตอร์ถูกติดตั้งอยู่บนฐานล่างตัวหลัก (main frame) อีกทีหนึ่ง ซึ่งส่วนฐานหลักนี้ทำด้วยสแตนเลสที่มีน้ำหนักมากถึง 100 กิโลกรัม!

ระบบ air bearing ที่ใช้มีพลังสูงมาก สามารถยกแผ่นแพลตเตอร์หนักๆ ทั้งห้าชิ้นที่วางซ้อนกันให้ลอยตัวขึ้นมาในอากาศห่างจากแผ่นฐานของแพลตเตอร์เท่ากับ 10 ไมโครเมตร และหมุนนิ่งๆ เงียบๆ อยู่อย่างนั้น ซึ่งเคล็ดลับในการออกแบบให้ได้ผลออกมาแบบนั้น ทางผู้ออกแบบให้ข้อมูลว่า ที่ส่วนฐานล่างของแพลตเตอร์ที่ลอยขึ้นมานั้นจะต้องมีลักษณะที่เรียบสนิทจริงๆ ซึ่งแน่นอนว่า การทำให้แผ่นโลหะที่แข็งขนาดนั้นมีความเรียบสนิทได้จะต้องใช้เครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูงในการเจียรนัยเท่านั้น

แพลตเตอร์ทั้ง 5 ชั้น

ระบบ air suspension ที่ใช้หนุนรองรับเครื่องเล่นทั้งระบบเอาไว้ถูกติดตั้งอยู่ที่ขาตั้งทั้ง 4 ตัว ซึ่งทำหน้าที่ทั้งสกัดกั้นความสั่นสะเทือนจากภายนอกไม่ให้ลอดผ่านเข้ามาถึงตัวแพลตเตอร์ และยังทำหน้าที่สลายคลื่นความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากการทำงานของมอเตอร์และการหมุนของแพลตเตอร์ไม่ให้สะสมอยู่ในระบบอีกด้วย air pump หรือตัวให้กำเนิดอากาศได้ถูกแยกออกไปอยู่ภายนอกระบบ เพื่อป้องกันการส่งผ่านความสั่นสะเทือนอย่างเด็ดขาด

ระบบ air pump และระบบเพาเวอร์ซัพพลายถูกแยกออกเป็น 3 ชุด แต่ละชุดแยกกันทำหน้าที่อิสระต่อกัน ในแง่ของการใช้งานนั้น Air Force Zero รองรับการเล่นแผ่นเสียงด้วยรอบหมุน 33 1/3 rpm และ 45 rpm ติดตั้งอาร์มได้ 2 ตัว แต่ถ้าต้องการเพิ่ม ก็สามารถสั่งทำได้ น้ำหนักรวมทั้งระบบเท่ากับ 330 กิโลกรัม ราคาขายประมาณการว่าน่าจะเกินสิบล้านบาท!

เสียงที่น่าสะพรึง!

คุณ Hideaki ใช้วิธีพรีเซ้นต์สลับกับเปิดเพลงโชว์ศักยภาพของ Air Force Zero เป็นช่วงๆ ด้วยเพลงเด็ดๆ โดยมีอิเล็กทรอนิคของ CH Precision กับลำโพงรุ่น Giya ของ Vivid Audio ร่วมในซิสเต็มเพลย์แบ็ค ซึ่งเสียงที่ได้ยินนั้นบอกได้คำเดียวว่า มันอยู่เหนือคำว่า นุ่มนวลอย่างที่ใครๆ ชอบพูดถึงลักษณะเสียงของแผ่นเสียงไปไกล คุณสมบัติที่ดดดเด่นมากๆ ที่ผมได้ยินจากการสาธิตวันนั้นก็คือ สปีดกับ ไดนามิกที่ทั้งเร็วและรุนแรงเข้าใกล้กับเสียงที่เกิดจากการบรรเลงของนักดนตรีจริงๆ ซึ่งเป็นแนวทางเสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียงตระกูล Air Force นั่นเอง

วิดีโอโชว์เสียงของ Air Force Zero (บันทึกด้วยกล้องและไมโครโฟนในตัว iPhone 7 เสียงที่ได้ห่างจากของจริงมาก!)

จะหาฟังรุ่นนี้คงยากหน่อย แต่ถ้าใครสนใจอยากสัมผัสแนวเสียงที่เหมือนเสียงดนตรีจริงของเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบรนด์นี้ ให้โทรศัพท์ไปที่บริษัท Deco2000 โทร. 02-256-9700 เพื่อติดต่อขอเข้าไปลองฟัง Air Force รุ่นอื่นๆ ที่โชว์รูมของเขาได้ /

***************************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า