T@H#6 ไปสร้างปรากฏการณ์ “Immersive Listening Experience – สนามเสียงใหญ่ทะลุห้อง” ในห้องฟังขนาดจิ๋ว ที่ชลบุรี

ผมเชื่อว่า คนที่มีห้องเล็กมากๆ ขนาดสัดส่วนแค่ 2.3 x 3.1 x 2.5 ลูกบาศน์เมตร (ก ล ) แทบทุกคน คงจะมีความคิดเหมือนๆ กันว่า ไม่น่าจะทำให้เกิดเสียงที่ดีขึ้นได้ในห้องที่เล็กขนาดนี้แน่ๆ แต่จากประสบการณ์ที่ผมเคยไปเซ็ตอัพห้องฟังที่มีสัดส่วนกระทัดรัดใกล้เคียงแบบนี้มาแล้ว 3 – 4 ห้อง ซึ่งผมกล้ายืนยันได้เลยว่า สามารถทำให้เสียงดีได้ และผมเชื่อว่า มันจะออกมาดีกว่าที่คุณคาดมาก ถ้าชุดเครื่องเสียงของคุณไม่เลวร้ายซะเอง และห้องนั้นของคุณพร้อมสำหรับการปรับแต่งสภาพอะคูสติกเข้ามาช่วย

รายละเอียดในซิสเต็มของห้องนี้

ก่อนไปลงรายละเอียดเกี่ยวกับการเซ็ตอัพห้องฟังขนาดจิ๋วห้องนี้ เราไปดูกันหน่อยว่าในห้องเล็กๆ ห้องนี้ เจ้าของห้องเขาใช้เครื่องเสียงอะไรอยู่บ้าง

DIGITAL SOURCE

: เพราะเจ้าของห้องมีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พอตัว เขาจึงเลือกที่จะใช้คอมพิวเตอร์ Intel NUC มาลงโปรแกรม roon core เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์ตัวนั้นกลายร่างเป็นเครื่อง “File Transportทำหน้าที่เล่นไฟล์เพลง แล้วส่งสัญญาณเสียงดิจิตัล ออดิโอไปให้ external DAC ยี่ห้อ MyTek Digital รุ่น Brooklyn DAC+ ทำหน้าที่แปลงให้เป็นสัญญาณอะนาลอก โดยอาศัยใช้สาย USB ของ Audioquest รุ่น Carbon เป็นสะพานเชื่อม

AMPLIFIER

: ภาคแอมปลิฟายของห้องนี้ ใช้อินติเกรตแอมป์จากประเทศแคนาดา ยี่ห้อ Moon รุ่น 600i เป็นศูนย์กลาง โดยให้กำลังขับ 125W ต่อข้างที๋โหลด 8 โอห์ม และเบิ้ลได้เป็นสองเท่าคือ 250W ต่อข้างเมื่ออิมพีแดนซ์ลดลงครึ่งหนึ่งเหลือ 4 โอห์ม ตอบสนองความถี่ได้กว้างมาก ตั้งแต่ 10Hz ขึ้นไปจนถึง 100,000Hz (หนึ่งแสนเฮิร์ต!)

SPEAKER

: ลำโพงวางขาตั้งของเดนมาร์ก ยี่ห้อ Audiovector รุ่น SR1 Avantgarde Arrete เป็นลำโพงสองทางขนาดกระทัดรัดที่มีประสิทธิภาพสูงมาก โดยเฉพาะความสามารถในการตอบสนองความถี่ที่สนองรับฟอร์แม็ต Hi-Res Audio ได้เต็มพิกัด (อ่านรีวิว)

CABLE

: สายสัญญาณระหว่าง MyTek : Brooklyn DAC+ ไปเข้าที่อินติเกรตแอมป์ Moon : 600i เป็นสายบาลานซ์ ขั้วต่อ XLR ของยี่ห้อ inacoustik รุ่น NF-1203 และสายลำโพงก็เป็นของ inacoustik รุ่น LS-803 ส่วนสายไฟเอซีใช้ของ JPS Labs รุ่น PAC BLACK เสียบเข้าที่แอมป์ Moon และสายไฟเอซีอีกเส้น ใช้เสียบเข้าตัวกรองไฟของ DAC ยี่ห้อ Zonotone รุ่น 6NPS-Neo Grandio 5.5 Hi

ACCESSORIES

: ใช้ตัวกรองไฟของ Audioquest รุ่น Niagara 1000, ใช้ชั้นวางเครื่องเสียงยี่ห้อ Guizu

เนื่องจากเจ้าของห้องวาง router ไว้นอกห้อง ไม่สะดวกในการเดินสาย LAN เข้ามาในห้อง จึงใช้ตัวเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi ไร้สาย (ตัวสี่เหลี่ยมสีขาวในภาพข้างบน) ในการเชื่อมต่อเน็ทเวิร์คเข้ามาที่คอมพิวเตอร์

วิเคราะห์ซิสเต็ม

ซิสเต็มนี้ใช้ต้นทางสัญญาณดิจิตัลอย่างเดียว ซึ่ง external DAC รุ่น Brooklyn DAC+ ตัวนี้ก็ถือว่าเป็นดาวเด่นตัวหนึ่งในปัจจุบัน สำหรับ external DAC ที่มีระดับราคาไม่เกิน 100,000 บาท รองรับการเล่นไฟล์เพลงได้ครบทั้ง PCM, DSD และ DXD ความละเอียดสูงสุดตามมาตรฐานของวันนี้ จับคู่กับ File Transport ที่เล่นด้วยโปรแกรม roon ก็ถือว่าได้มาตรฐานสากลแล้ว

ส่วนลำโพงกับแอมป์นั้นแม็ทชิ่งกันดี ทั้งทางด้าน frequency response และ dynamic range ซึ่งดูจากสเปคฯ แล้ว แอมปลิฟายจัดการลำโพงอยู่หมัดแน่นอน สิ่งที่ดูแล้วน่าจะยังไม่ลงตัวกันดีก็มีขนาดลำโพงกับขนาดของห้องฟัง ซึ่งถ้าจะให้ลำโพงคู่นี้แสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่มากที่สุด ห้องฟังควรจะอยู่ที่ขนาด 3 ถึง 3.5 เมตร x 5 เมตร กำลังดี กับห้องนี้จึงดูเหมือนกับลำโพง ล้นห้องอยู่หน่อยๆ

ลักษณะห้อง,
โครงสร้างห้อง,
สัดส่วนห้อง
และ ตำแหน่งการจัดวางลำโพงเดิม

ห้องฟังนี้เกิดขึ้นที่ชั้นหนึ่งของบ้านทาวเฮ้าส์ขนาดหน้ากว้าง 5 เมตร ลึกสิบกว่าเมตร

ในกรอบสีแดงคือพื้นที่ที่กั้นขึ้นมาเป็นห้องฟัง

ลักษณะของผนังห้องทั้ง 4 ด้านมีความแตกต่างกัน เนื่องจากเป็นห้องที่กั้นขึ้นมาบนพื้นที่เปล่า ถ้ามองจากประตูเมื่อเปิดเข้าไปในห้อง ผนังห้องด้านที่ติดประตู (ฝั่งด้านหลังของตำแหน่งนั่งฟัง) กับผนังห้องทางขวามือของตำแหน่งนั่งฟังเป็นผนังเบาที่กั้นขึ้นมาด้วยแผ่นยิปซั่มตีบนโครงไม้ ในขณะที่ผนังฝั่งตรงข้ามตำแหน่งนั่งฟังกับผนังด้านซ้ายมือเป็นผนังปูนซึ่งเป็นโครงสร้างเดิมของบ้าน

ลักษณะความแตกต่างของผนังห้องแบบนี้มีผลต่อเสียงแน่นอน ผมลืมถามเจ้าของห้องว่าคิดจะทำเป็นห้องฟังถาวรรึป่าว.? คือถ้าชั่วคราวก็โอเค แต่ถ้าคิดจะถาวร แนะนำให้รื้อผนังยิปซั่มออกแแล้วก่ออิฐเลย เพราะอยู่บนชั้นล่างสุดของบ้าน ตัวฐานรากน่าจะรองรับน้ำหนักผนังปูนได้ อีกอย่าง ผนังห้องทางซ้ายมือมีหน้าต่างเปิดออกไปด้านข้างของบ้าน มีผลกับคุณภาพเสียงเหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นแค่หน้าต่างบานเดียว แต่เมื่อเทียบกับขนาดของห้องฟังแล้ว ก็ถือว่ากินพื้นที่หลายเปอร์เซ็นต์ของพื้นผิวห้องฟัง อาจทำให้เกิดความไม่สมดุลของสนามเสียงได้เหมือนกัน

สัดส่วนและลักษณะการจัดวางลำโพงภายในห้อง

ตำแหน่งของลำโพงเดิมวางห่างผนังด้านหลังไม่ถึงเมตร และตำแหน่งนั่งฟังของเจ้าของห้องจะอยู่ชิดผนังด้านหลังมาก ห่างผนังหลังออกมาแค่ยี่ิสิบเซนติเมตรเท่านั้น

ลำโพงล้นห้อง.?

ในกรณีที่ห้องมีขนาดเล็กมากๆ อย่างนี้ คุณแทบจะไม่มีทางเลือกมากนักในการหาลำโพงมาใช้ ซึ่งหากว่ากันตามความเห็นทั่วไปแล้ว ห้องฟังขนาดเล็กจิ๋วแบบนี้ ย่อมมีโอกาสที่จะมีปัญหา เบสบวมเกิดขึ้นได้ง่าย ซึ่งจริงๆ แล้ว อาจจะไม่ใช่แค่ เบสบวมแต่ที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือ กลางบวมล้นซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในห้องเล็กขนาดนี้ซะด้วย

ดึงลำโพงออกมาห่างผนังหลัง = 1/3 ความลึกของห้อง

ด้วยขนาดของห้องเท่านี้ ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหาเบสและกลางบวมล้น คุณมีทางเลือก 2 ทางในการเลือกลำโพงมาใช้ ทางเลือกแรกคือ ลำโพงตู้ปิด ซึ่งจะให้เบสที่กระชับกว่าตู้เปิด อีกทางเลือกคือ คุณต้องเลือกลำโพงที่มีความถี่ในย่านกลางลงมาทุ้มน้อยๆ มาใช้ ซึ่งก็คือลำโพงที่ใช้ไดเวอร์ขับความถี่ในย่านกลางทุ้มที่มีขนาดเล็ก อาจจะได้แค่มิด/วูฟเฟอร์ขนาดไม่เกิน 4 นิ้ว แต่แม้ว่าลำโพงที่ใช้วูฟเฟอร์ขนาดนั้นจะไม่ทำให้เกิดปัญหากลางและทุ้มบวมล้น ทว่า มันก็จะไปสร้างปัญหาด้านอื่นขึ้นมาแทน นั่นคือ ขาดรายละเอียดของเสียงบางย่านไป ความถี่ทางด้านกลางต่ำลงไปถึงทุ้มจะออกมาบาง ขาดมวล ทำให้โทนัลบาลานซ์ไม่น่าฟัง คนที่ชอบฟังมิติเวทีเสียงอาจจะยอมรับได้ เพราะลำโพงเล็กขนาดนั้นมักจะให้มิติเสียงที่ดีมากๆ เสียงดนตรีหลุดตู้ง่าย แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบโทนเสียงที่อบอุ่น อิ่มนวลหน่อย ลำโพงต้องสามารถตอบสนองความถี่ในย่านกลางต่ำลงไปถึงทุ้มที่มี ปริมาณมากอยู่ในระดับหนึ่ง เชื่อว่าจะไม่แฮ้ปปี้กับเสียงของลำโพงเล็กที่มีขนาดไดเวอร์มิด/วูฟเฟอร์แค่ 4 นิ้วเป็นแน่

ขยับหาระยะนั่งฟังที่ดีที่สุด ซึ่งอยู่ระหว่างจุด sweet spot ถอยหลังมาไม่เกิน 1 ฟุต

ดังนั้น การเลือกลำโพงที่มีขนาดไดเวอร์มิด/วูฟเฟอร์ใหญ่หน่อย สัก 5 นิ้วถึง 5.5 นิ้วก็จะทำให้ฟังเพลงได้กว้างขึ้น ได้เสียงที่มีดุลเสียงอบอุ่น และถ้าลำโพงที่เลือกใช้มีคุณภาพสูงพอ ก็จะได้คุณสมบัติในการแยกแยะชิ้นดนตรีที่ดีขึ้นด้วย นั่นก็หมายความว่า คุณสมบัติทางด้านมิติเวทีเสียงก็จะไม่เสียไป ซึ่งลำโพงรุ่น SR1 Avantgard Arrette ของ Audiovector ที่เจ้าของห้องนี้เลือกใช้ก็ถือว่าอยู่ในแนวทางนี้แล้ว

แนวคิดในการปรับจูนห้อง

ห้องนี้ได้ผ่านการปรับจูนสภาพอะคูสติกมาแล้วระดับหนึ่ง ซึ่งโดยแนวคิดพื้นฐานนั้น ด้วยประสิทธิภาพของลำโพงที่เลือกใช้ ทำให้จำเป็นต้องทำการดูดซับ (absorb) พลังงานของคลื่นความถี่ในย่านกลางแหลม และทุ้ม ให้มากเป็นพิเศษ คือต้องยอมทำให้ลำโพงมีประสิทธิภาพด้อยลง ในทางเทคนิคก็คือ ต้องทำการดูดกลืนเอ๊าต์พุตของลำโพงเข้าไว้เยอะๆ เพื่อให้ส่วนของความถี่ที่เหลือไม่ล้นห้อง อาจทำให้ดูเหมือนว่า ลำโพงกินวัตต์ ซึ่งจะส่งผลต่อแอมปลิฟายที่ใช้ขับ ซึ่งก็ต้องเผื่อมากหน่อย เพื่อทำให้แอมป์จ่ายกำลังออกมาเยอะๆ จนถึงจุดที่มันทำให้ลำโพงสวิงไดนามิกได้กว้างเต็มที่ คือถ้าห้องมีการก้องสะท้อนความถี่เยอะ ก็จะทำให้ไม่สามารถเร่งวอลลุ่มแอมป์ได้มาก เพราะมันจะก้องจนฟังไม่ได้ อัตราสวิงไดนามิกก็จะไม่กว้าง

ทำการย้ายตำแหน่งของแผ่นซับเสียงจากจุดที่ส่งผลไม่มาก ไปติดไว้ในตำแหน่งที่ส่งผลมากกว่า อย่างเช่นผนังด้านหลังตำแหน่งนั่งฟังเพราะนั่งใกล้มาก ทำให้ได้คุณภาพเสียงโดยรวมที่ดีขึ้น

ตอนที่ผมไปถึงนั้น เจ้าของห้องได้ทำการติดแผ่นฟองน้ำซับเสียงไว้เกือบเต็มทั้งห้อง กินพื้นที่ผนังประมาณ 70-80% ของห้อง เมื่อทดลองเปิดเพลงฟัง พบว่า ความถี่ในย่านกลางและแหลมถูกควบคุมจนมีอาการตึงตัว ปลายเสียงติดห้วน แต่กระนั้นยังปรากฏอาการเบสบวมก้องเป็นเรโซแนนซ์อยู่ย่านใดย่านหนึ่ง แสดงออกมาเป็นเสียงหึ่งเบาๆ ตอนเปิดเพลงฟัง บางเพลงหึ่งมาก บางเพลงก็น้อย แสดงว่ามีอาการบวมค้างที่ความถี่ย่านใดย่านหนึ่ง

หลังจากเราทำการทดลองทำกราฟตอบสนองของลำโพงภายในห้องนี้ออกมาดู (เส้นกราฟสีน้ำเงิน) เราพบว่า ความถี่ในย่านทุ้มตั้งแต่ 40Hz ขึ้นไปจนถึง 80Hz มีลักษณะที่พุ่งโด่งขึ้นไปกว่าความถี่อื่นๆ อย่างชัดเจน ถัดมาก็เป็นความถี่ในย่าน 125Hz ถึง 200Hz อีกจุดหนึ่งที่โด่งขึ้นไป ส่วนทางด้านแหลมก็มีความถี่ตั้งแต่ประมาณ 4kHz ขึ้นไปถึง 10kHz มีอาการโด่งขึ้นไปเช่นกัน ซึ่งหลังจากขยับตำแหน่งลำโพงจนได้เสียงแต่ละด้านออกมาได้ค่าเฉลี่ยที่ดีที่สุดในสภาพนั้นแล้ว เมื่อกลับมาวัดการตอบสนองความถี่อีกครั้ง (เส้นกราฟสีแดง) ก็พบว่า ทั้งสามตำแหน่งเดิมที่เคยโด่งขึ้นไปก็ยังคงมีอาการโด่งอยู่ ซึ่งถ้าต้องการปรับจูนให้มีการตอบสนองความถี่ของลำโพงคู่นี้ในห้องฟังห้องนี้ให้มีความราบเรียบมากกว่านี้ คงต้องไปเริ่มแก้ไขกันตั้งแต่ผนังห้องก่อน แล้วค่อยมาปรับจูนอะคูสติกภายในห้องกับไฟน์จูนตำแหน่งลำโพงกับตำแหน่งนั่งฟังกันอีกที

ลักษณะเสียงหลังปรับจูน

เนื่องจากซิสเต็มที่ใช้มีคุณสมบัติที่ดีมาก ให้คุณภาพเสียงออกมาดีทั้งทางด้าน frequency response และ dynamic range แต่เนื่องจากขนาดห้องที่เล็ก จึงจำเป็นต้องทำการดูดซับพลังงานของคลื่นเสียงจากผนังด้านข้างและหน้าหลังลงไป ซึ่งเจ้าของห้องก็ดำเนินการไปในทิศทางที่ถูกที่ควรแล้ว แต่ด้วยเหตุจากโครงสร้างของผนังห้องที่ยังไม่แน่นหนาพอ กับคุณภาพกับปริมาณของวัสดุที่ใช้ในการดูดซับความถี่เสียงที่ยังไม่ดีพอและอาจจะผิดตำแหน่งอยู่บ้าง ทำให้เสียงที่ออกมายังไม่ถึงจุดที่ดีที่สุดที่ควรจะเป็น แต่หลังจากเราได้ช่วยกันปรับจูนด้วยการขยับตำแหน่งลำโพงและทดลองเคลื่อนย้ายตำแหน่งของแผ่นซับเสียงบางตำแหน่ง ผลปรากฏว่า เสียงที่ออกมาก็เข้่ามาอยู่ในมาตรฐานของคำว่าเสียงที่ดีในระดับหนึ่ง สามารถซึมซับอรรถรสของเพลงที่ฟังได้อย่างออกรสแล้ว

หลังจากเข้ามาทดลองเซ็ตอัพและปรับจูนห้องฟังห้องนี้แล้ว ผมยืนยันได้ว่า ห้องที่มีขนาดเล็กมากๆ ระดับปริมาตรไม่ถึง 20 ลบ.. อย่างนี้ (ห้องนี้แค่ 17.8 ลบ..) ก็สามารถปรับจูนขึ้นมาใช้เป็นห้องฟังที่ซึมซับอรรถรสของดนตรีได้ดีกว่าที่คิดครับ.. /

Don’t forgetHi-Fidelity = Music Appreciation
enjoy listening!

***********************

ไปดูห้องอื่นๆ กัน

– TRAINING@HOME #5 
– TRAINING@HOME #4
– TRAINING@HOME #3
– TRAINING@HOME #2
– TRAINING@HOME #1
– TRAINING@HOME #กติกา + ค่าใช้จ่าย

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า