นับถึงตอนนี้ อุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกของห้องฟังที่บริษัท Nihon Onkyo Engineering (NOE) ออกแบบและผลิตออกมามีอยู่ทั้งหมด 3 รุ่น ด้วยกัน นอกจากรุ่น AGS-FS1 ที่ผมได้ทำการทดสอบไปแล้วในตอนที่ 1 (REVIEW) ก็ยังมีอีก 2 รุ่น นั่นคือ AGS-FL1 กับรุ่น AGS-MN1 ซึ่งในครั้งนี้ผมจะทดสอบรุ่น AGS-FL1 ต่อไป
AGS-FL1
สำหรับปรับสภาพอะคูสติกบนพื้นห้อง
รุ่น AGS-FS1 ที่ผมทดสอบไปในตอนแรกเป็นรุ่นที่ใช้ปรับสภาพอะคูสติกในแนวตั้งฉากกับพื้น สามารถใช้ปรับสภาพอะคูสติกตามมุมห้องหรือบนผนังซ้าย–ขวา, ผนังหลังตำแหน่งวางลำโพง หรือแม้แต่ด้านหลังตำแหน่งนั่งฟังก็ได้ ส่วนรุ่น AGS-FL1 ถูกออกแบบมาให้ใช้แก้ปัญหาความถี่ที่สะท้อนจากพื้นห้อโดยเฉพาะ
“รูปร่าง” และ “สัดส่วน“
พื้นฐานในการออกแบบ AGS-FL1 ก็มาจากหลักการเดียวกับ AGS-FS1 นั่นคือใช้ท่อนไม้ทรงกระบอกที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางต่างกัน 2 ขนาดคือ 3 นิ้ว จำนวน 9 ท่อน กับ 5 นิ้ว จำนวน 6 ท่อน (รวม 15 ท่อน) มาจัดเรียงด้วยระยะห่างตามแพลทเทิ้นที่คำนวนเอาไว้ โดยมีแผ่นยึดประกบไว้สองด้าน


ลักษณะของอุปกรณ์ชิ้นนี้จะเป็นแผงไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 60 x 60 ตร.ซ.ม. ความสูงของอุปกรณ์ตัวนี้จะไม่เสมอกันทั้งชิ้น ด้านข้างทั้งสองด้านจะต่ำกว่าตรงกลางนิดหน่อย ส่วนที่สูงที่สุดจะอยู่ที่ 12 ซ.ม.

ในการใช้งานนั้น ผู้ผลิตแนะนำให้วางแผงไม้ AGS-FL1 ไว้บนพื้นเบื้องหน้าของลำโพง ดังนั้น ถ้าจะให้ได้ผลดีต้องใช้ 2 แผง ซึ่งลักษณะการวางก็ให้หันแนวของแท่งไม้ “ขนาน” ไปกับแผงหน้าของลำโพง เนื่องจากการขัดเรียงท่อนไม้จะมีระยะที่ต่างกันระหว่างด้านซ้ายและด้านขวา บนแผงไม้ด้านข้างที่ใช้ยึดท่อนไม้จะมีแผ่นกระดาษแปะไว้เพื่อแจ้งให้รู้ว่าต้องกันด้านไหนไปทางผู้ฟัง ส่วนอีกด้านที่เป็นฝั่งตรงข้ามก็จะหันไปทางลำโพง
ที่ฐานของแผงไม้ AGS-FL1 ซึ่งเป็นส่วนของแผ่นไม้ที่ประกบท่อนไม้ทั้งสองด้านจะมีสักหลาดสีดำบางๆ ติดไว้ กรณีที่พื้นห้องมีลักษณะเรียบ อย่างเช่น พื้นที่ปูด้วยหินอ่อน หรือหินแกรนิต ตลอดจนพื้นไม้ที่เรียบสนิทจริงๆ คุณสามารถวางอุปกรณ์ AGS-FL1 ลงไปบนพื้นได้โดยตรง แต่ถ้าพื้นห้องมีลักษณะที่ไม่เรียบ หรือไม่ต้องการที่จะวางอุปกรณ์ลงไปบนพื้นตรงๆ ทางผู้ผลิตได้ทำรูน๊อตสำหรับขันยึดเดือยแหลมเอาไว้ให้ คุณสามารถเลือกซื้อเดือยแหลมอะไรก็ได้มาเพิ่มเพื่อใช้ขันยึดที่ฐานทั้งสี่ด้าน ซึ่งจะยกตัวแผงให้ลอยขึ้นมาจากพื้น กรณีวางบนพื้นไม้ถ้ากลัวเป็นรอย ก็ไปหาซื้อจานรองรับเดือยแหลมมารองก็ได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันปลายของเดือยแหลมไม่ให้ทิ่มลงไปในเนื้อไม้แล้ว จานรองเหล่านี้จะช่วยให้แผงไม้ AGS-FL1 ตั้งอยู่บนพื้นได้อย่างสนิทแน่นและมั่นคง (เดือยแหลม+จานรองไม่มีให้มากับตัวผลิตภัณฑ์ และผู้ผลิตไม่มีจำหน่าย ต้องหาซื้อเพิ่มจากที่อื่น)
ทดลองใช้งานจริง
ผมได้รับแผงไม้ AGS-FL1 จาก NOE สาขาประเทศไทยมาทดสอบ 2 ชิ้น ซึ่งในขณะนั้นในห้องฟังของผมกำลังฟังเก็บข้อมูลในการทดสอบลำโพง Verity Audio จึงอาศัยลำโพงคู่นี้ในการทดสอบการทำงานของ AGS-FL1 สองชิ้นนี้ไปในตัว โดยทดลองเปลี่ยนแอมป์ขับลำโพงคู่นี้ถึง 3 รุ่น 3 ยี่ห้อ (Accuphase รุ่น E650, Dan D’Agostino รุ่น Progression และ Nagra รุ่น Classic INT) เพื่อปรู๊ฟว่าผลของเสียงที่เกิดขึ้นมาจากตัว AGS-FL1 จริงๆ แม้ว่าจะเปลี่ยนแอมป์ฯ แต่บุคลิกบางอย่างที่เกิดจาก AGS-FL1 ก็ยังคงปรากฏอยู่
ลักษณะการจัดวางและไฟน์จูน AGS-FL1

ปกติแล้ว ไดเวอร์ของลำโพงจะกระจายเสียงออกไปในแนวระนาบ (horizontal dispersion) มากกว่าในแนวดิ่ง (vertical dispersion) แต่เนื่องจากระยะทางระหว่างจุดนั่งฟังไปถึงไดเวอร์ของลำโพงจะมีระยะห่าง “มากกว่า” ระยะทางที่วัดจากไดเวอร์ลงไปถึงพื้นห้อง เมื่อเปิดวอลลุ่มดังๆ เสียงที่กระจายลงไปที่พื้นห้องจะดังขึ้นและพุ่งสะท้อนขึ้นมาจากพื้นไปรบกวนเสียงจากลำโพงที่จะพุ่งตรงไปที่ตำแแหน่งนั่งฟัง ส่งผลให้เสียงจากลำโพงขาดความคมชัด สูญเสียรายละเอียดเพราะถูก modulate ด้วยคลื่นเสียงที่สะท้อนขึ้นมาจากพื้น ยิ่งนั่งฟังในระยะ far-field ปัญหานี้ก็จะยิ่งเลวร้ายมากขึ้น เมื่อนำ AGS-FL1 ไปวางไว้บนพื้นบริเวณหน้าลำโพง ตรงตำแหน่ง “early relection” ที่คลื่นเสียงที่มีความเข้มสูงสุดจากลำโพงพุ่งลงไปกระแทกพื้น แผงไม้ AGS-FL1 จะช่วยแตกสลายพลังงานของคลื่นเสียงจากลำโพงให้กระจายตัวออกไปโดยรอบ ช่วยยับยั้งไม่ให้คลื่นเสียงจากพื้นสะท้อนกลับขึ้นไปรบกวนคลื่นเสียงหลักที่พุ่งตรงไปที่ตำแหน่งนั่งฟัง


หลังจากคุณเซ็ตอัพลำโพงจนได้ตำแหน่งที่ลงตัวมากที่สุดแล้ว ให้ลากเส้นเทปลงบนพื้นห้อง เริ่มจากจุดกึ่งกลางของแผงหน้าของตัวลำโพงตรงขึ้นไปทางด้านที่นั่งฟัง ลากเส้นเทปทั้งข้างซ้ายและข้างขวาจากนั้นก็ให้วาง AGS-FL1 ลงไปที่หน้าลำโพง เริ่มต้นจากชิดกับแผงหน้าลำโพงทั้งสองข้างแล้วเปิดเพลงฟังไปด้วย จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับดึงแผง AGS-FL1 ให้ห่างจากแผงหน้าของตัวลำโพงขึ้นมาทีละนิด แล้วกลับไปนั่งฟังความแตกต่างของเสียงที่เกิดขึ้น ค่อยๆ ขยับเลื่อนห่างหน้าลำโพงขึ้นมาเรื่อยๆ จนพบตำแหน่งที่ทำให้เสียงออกมาดีที่สุด จากนั้นให้ทดลอง fine tune ด้วยการขยับแผง AGS-FL1 เปลี่ยนตำแหน่งในแนวซ้าย–ขวา (ชิดเข้าหากัน, แยกห่างจากกัน) ดูด้วย ถ้าขยับตำแหน่งแล้วเสียงแย่ลงก็ให้กลับที่เดิม
ผลของเสียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ AGS-FL1
หลังจากจัดวาง AGS-FL1 ทั้งสองชิ้นลงไปบนพื้นห้องหน้าลำโพงทั้งสองข้างและขยับหาตำแหน่งที่ลงตัวแล้ว ผมพบว่า เจ้าแผงไม้ทั้งสองแผงนี้มันส่งผลกับเสียงมากกว่าที่คาด! ตอนที่เอาตัว AGS-FS1 หรือแผงไม้รุ่นที่เป็นตัวตั้งพื้นมาทดลองเซ็ตอัพที่ผนังด้านหลังลำโพงในห้องของผม ผมก็พบว่ามันทำให้เสียงดีขึ้น ในลักษณะที่เคลียร์ชัดมากขึ้น คล้ายๆ ผลที่เกิดกับการติดตั้งแผงดิฟฟิวเซอร์ที่ผมเคยฟังมา แต่แผง AGS-FS1 ให้เสียงที่โปร่งกว่า ช่องไฟกับฮาร์มอนิกเปิดโปร่งออกมาดีว่า ในขณะที่ AGS-FL1 มันส่งผลแบบเดียวกัน.. แต่เกิดกับเวทีเสียงทั้งหมดเลย.!

คือปกติแล้ว บนพื้นห้องบริเวณหน้าลำโพงมาถึงตำแหน่งนั่งฟังจะส่งผลกับเสียงแน่ๆ ซึ่งที่ผ่านๆ มาเรามักจะใช้อุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติในทางดูดซับพลังงานเสียงไปวางไว้บริเวณนั้น ที่นิยมมากก็คือพรม แต่จากประสบการณ์และการทดลองของผมพบว่า พรมจะช่วยดูดซับความถี่เฉพาะในย่านกลาง–แหลมออกไป แต่ไม่ค่อยได้ผลกับเสียงทุ้ม และโดยมากแล้ว พรมจะดูด “พลังงาน” ของเสียงในย่านกลาง–แหลมออกไปด้วย มีผลทำให้อิมแพ็คหัวโน๊ตของเสียงเครื่องดนตรีในย่านกลาง–แหลมเสียไป ยิ่งเป็นพรมหนาๆ เสียงจะออกไปทางอับทึบไปเลย ความสดหาย

จากประสบการณ์ที่ได้ไปเยี่ยมห้องฟังมาหลายห้องที่ไม่ได้ใช้พรมปูหน้าลำโพง ผมพบว่ามันให้ไดนามิกและอิมแพ็คของเสียงดีกว่า แต่ส่วนมากพื้นห้องเหล่านั้นจะเป็นพื้นไม้ ผมจึงนำวิธีการนั้นมาใช้ในห้องของผมซึ่งก็ได้ผล แต่พอเอาแผง AGS-FL1 เข้ามาวางไว้บนพื้นหน้าลำโพงและขยับเลื่อนหาตำแหน่งจนลงตัว ผมพบว่า มันทำให้เสียงที่ผมพอใจอยู่แล้วมี “บางอย่าง” ที่ดีขึ้นไปอีก.!!

เจ้าแผงไม้ AGS-FL1 สองแผงนี้ทำให้ผมได้เจอกับคำว่า “เสียงเต็ม” ที่ใกล้เคียงอุดมคติมากขึ้นไปอีกขั้น เมื่อใดก็ตามที่คุณ “ได้ยิน” เสียงดนตรีที่แผ่วเบาดังอยู่ไกลๆ ห่างจากตำแหน่งนั่งฟังไปเป็นเมตร แต่ในขณะเดียวกัน กลับมี “ความรู้สึก” เหมือนในห้องมันอบอวลไปด้วยมวลอากาศที่แทรกซึมไปทั่วทุกอณู ไม่ได้ยิน–แต่รับรู้ได้ นั่นคือความหมายของคำว่า “เต็ม” ในอุดมคติจริงๆ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อปัญหาอะคูสติกภายในห้องถูกจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น ซึ่งอุปกรณ์ AGS-FL1 สองชิ้นนี้เข้ามามีส่วนช่วยทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เสียงเต็ม” ขึ้นมาในห้องของผมเมื่อมันทำงานผสานกับอุปกรณ์ปรับอะคูสติกอื่นๆ ที่ผมใช้งานอยู่เดิม (*) แน่นอนว่าแค่ AGS-FL1 สองชิ้นนี้ไม่สามารถสร้างเสียงที่มีบรรยากาศแผ่เต็มออกมาแบบนี้ได้ แต่ในครั้งนี้ มัน (AGS-FL1 สองชิ้นนี้) เป็นเหมือนจิ๊กซอชิ้นสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างลงตัวพอดี
(*) AGS-FS1 สองชิ้นที่อยู่ตรงกลางผนังด้านหลังฝั่งที่วางลำโพง, แผงซับ/สะท้อนเสียงของ UA Acoustic จำนวน 4 ชิ้นที่มุมห้องด้านหลังฝั่งที่วางลำโพง, แท่ง TubeTrap ขนาด 11 นิ้วสองแท่งที่วางอยู่ตรงมุมซ้าย–ขวาด้านหลังของตำแหน่งนั่งฟัง

อัลบั้ม : 2010 Red Hot Audiophile (DSF64)
ศิลปิน : Various Artists
สังกัด : Master Music
แผง AGS-FL1 ทั้งสองแผงมันเข้ามาช่วยจัดระเบียบของเสียงที่สะท้อนขึ้นมาจากพื้นห้องตรงหน้าลำโพงทั้งสองข้างให้อยู่ในลักษณะที่ “เสริม” กับคลื่นเสียงตรงที่แผ่ออกมาจากไดเวอร์ของตัวลำโพง เมื่อความยุ่งเหยิงของคลื่นเสียงบริเวณด้านหน้าของลำโพงถูกเคลียร์ออกไป เฟสของเสียงที่แผ่ออกจากหน้าลำโพงจึงมีความถูกต้องมากขึ้น ส่งผลให้เวทีเสียงที่ออกมามีลักษณะที่ “เปิดโล่ง” ออกมาถึงตำแหน่งนั่งฟังและแผ่เลยไปทางด้านหลัง ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนตัวเราเข้าไปอยู่ในบรรยากาศเดียวกันกับวงดนตรีที่กำลังบรรเลงอยู่เบื้องหน้า..!!

ลักษณะของ “เวทีเสียง” กับ “ตำแหน่งชิ้นดนตรี” ของเสียงดีต้าร์และเสียงเบสก่อนวาง AGS-FL1 ลงไป
เมื่อคลื่นเสียงจากพื้นด้านหน้าลำโพงไม่พุ่งขึ้นมารบกวน มันส่งผลให้รูปวงของเวทีเสียงเปลี่ยนแปลงไปในบางมุม อย่างเช่นแทรคแรกคือเพลง Silence ในอัลบั้มชุด 2010 Red Hot Audiophile ซึ่งเป็นการบรรเลง duet กันระหว่างกีต้าร์โปร่งของ Joel Xavier (จุดสีแดงทางขวาในรูปข้างบน) กับอะคูสติกเบสของ Ron Carter (จุดสีฟ้าทางซ้ายในรูปข้างบน) ซึ่งก่อนวาง AGS-FL1 ทั้งสองชิ้นลงไป ผมก็สามารถรับรู้ถึงเลเยอร์ตื้น–ลึกระหว่างชิ้นดนตรีทั้งสองชิ้นนี้ได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว

หลังจากวาง AGS-FL1
แต่พอวาง AGS-FL1 ทั้งสองชิ้นลงไปแล้วค่อยๆ ขยับหาระยะจนลงตัว ผมก็ได้ยินเสียงกีต้าร์และเสียงอะคูสติกเบสที่มีตำแหน่งชัดเจนขึ้นกว่าเดิม และรู้สึกว่าตำแหน่งของเสียงกีต้าร์กับเสียงอะคูสติกเบสมีการเลื่อนตัวใกล้เข้ามาทางตำแหน่งนั่งฟังมากขึ้นเล็กน้อย และรู้สึกได้ว่าฮาร์มอนิกที่กังวานออกมาจากเสียงกีต้าร์มันแผ่ออกมาทางตำแหน่งนั่งฟังด้วย อีกทั้งอิมแพ็คของเสียงกีต้าร์ที่เกิดจากการดีดสายแต่ละโน๊ตของโจว ซาเวียร์มีความใส คม และกระชับมากขึ้น รวมทั้งเสียงกระตุกสายเบสของรอน คาร์เตอร์ก็ออกมาในลักษณะเดียวกัน คือคม กระชับ และชัดใสมากขึ้น

อัลบั้ม : Ray Charles & Betty Carter (DSF64)
ศิลปิน : Ray Charles & Betty Carter
สังกัด : Analogue Productions
หลังจากวาง AGS-FL1 ลงไปบนพื้นหน้าลำโพง ผมรู้สึกได้เลยว่า บรรยากาศของเพลงที่ฟังมันแผ่มาถึงตำแหน่งนั่งฟังมากขึ้นจริงๆ มันทำให้ฟังแล้วรู้สึกอินมากขึ้น เหมือนตัวเรากับเพลงที่ฟังมีความกลมกลืนกัน รับรู้ถึงการถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงได้ชัดเจนขึ้นมาก ซึ่งมีเพลงจำนวนไม่มากนักที่ “ตั้งใจ” บันทึกเสียงให้ลอยออกมาหน้าลำโพง (ส่วนมากจะผลักเสียงให้ลงไปอยู่หลังระนาบลำโพง) มีเพลงหนึ่งในอัลบั้มชุด Ray Charles & Betty Carter ที่ผมมักจะใช้ทดสอบประเด็นนี้อยู่บ่อยๆ นั่นคือเพลง Baby, It’s Cold Outside แทรคที่ 7 ในอัลบั้มชุดนี้
เสียงของกลุ่มเครื่องเป่ากับเสียงร้องของเบ็ตตี้ คาร์เตอร์ถูกมิกซ์ไว้ที่ลำโพงข้างขวา ในขณะที่เสียงเปียโนกับเสียงร้องของเรย์ ชาร์ลถูกมิกซ์ไว้ที่ลำโพงข้างซ้าย ผลของ AGS-FL1 ทั้งสองชิ้นนี้ทำให้ทุกเสียงในเพลงนี้สามารถสวิงไดนามิกได้สุดสเกล รู้สึกได้ถึงความนิ่งในการไต่ระดับความดังของแต่ละเสียง ไม่ว่าจะในระดับไมโครไดนามิก (เสียงร้อง) และระดับแมคโครไดนามิก (เครื่องเป่า, เปียโน) ช่วงที่เบ็ตตี้เธอร้อง รู้สึกได้เลยว่าเสียงร้องของเธอลอยล้ำออกมาหน้าลำโพงข้างขวา เป็นลักษณะของสนามเสียงที่ไม่ค่อยจะได้ยินจากอัลบั้มทั่วไป

อัลบั้ม : Hear The Difference (DSF64)
ศิลปิน : Various Artists
สังกัด : Stockfisch Records
เสียงดีดคาลิมบา (kalimba) ของ Beo Brockhausen ในเพลง Wolkenmeer แทรคแรกในอัลบั้มชุด Hear The Difference! ที่ค่าย Stockfisch Records ทำออกมาให้กับ Sennheiser ใช้โปรโมทหูฟังรุ่น HD800 ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงผลของ AGS-FL1 ที่ยอดเยี่ยมมาก มันทำให้หางเสียงคาลิมบาแผ่กังวานลอยออกมาถึงตำแหน่งนั่งฟังแบบเต็มๆ เป็นบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมวลของแอมเบี้ยนต์ที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง แทรคนี้เป็นเพลงแนว world music หรือจะเรียกว่าแอมเบี้ยนต์มิวสิคก็พอได้ ซึ่งเป็นแนวถนัดของบีโอ บล็อคฮอเซ็น
ก่อนจะวาง AGS-FL1 ทั้งสองชิ้นลงไปหน้าลำโพง ผมก็รู้สึกได้ถึงหางเสียงของคาลิมบาจากเพลงนี้ที่แผ่ออกมาหน้าลำโพงเหมือนกัน แต่ไม่ชัดและไม่หนาแน่นเท่ากับตอนวาง AGS-FL1 ลงไป คือพอวาง AGS-FL1 ลงไปแล้วขยับจนได้ตำแหน่งลงตัวสำหรับลำโพง Verity Audio รุ่น Lakme คู่นี้แล้ว มัน (AGS-FL1 ทั้งสองชิ้นนี้) ก็ทำให้เกิด “สนามเสียง” ที่แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง มันช่วยหลอมรวมบรรยากาศในวงที่เกิดขึ้นรอบๆ พื้นที่วางลำโพงทั้งสองข้าง กับบรรยากาศที่อยู่รอบๆ ตำแหน่งนั่งฟัง ให้กลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้พลังงานคลื่นเสียงที่เกิดจากเครื่องดนตรีต่างๆ สามารถถ่ายเทระหว่างสองพื้นที่เข้าหากัน ทำให้กลายเป็นพื้นที่เดียวกันที่มีครบทั้งกว้างและลึก และมีผลให้รายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ ที่คละคลุ้งอยู่ในเวทีเสียงลอยตัวออกมาให้สัมผัสได้ทุกเสียง แม้กับเสียงที่เบาและมีพลังงานน้อยก็ไม่หลุดพ้นไปจากการได้ยินของประสาทหู ได้เห็น (ด้วยการได้ยิน) การเคลื่อนตัวของเสียงแต่ละเสียงได้อย่างชัดเจน โฟกัสชัดและนิ่ง ไดนามิกสวิงได้กว้างอย่างอิสระ ไม่มีอาการอั้นหรือตื้อ
สรุป
“อะคูสติก” เป็นเรื่องมหัศจรรย์ มันเป็น nature power ที่ส่งผลกับเสียงมากชนิดที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงถ้าคุณไม่คุ้นเคยกับมันมาก่อน ในโลกของไฮ–ไฟฯ มีอุปกรณ์ที่ทำงานกับ nature power อยู่มากมายหลายรูปแบบ ซึ่งอุปกรณ์ของแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นที่ทำออกมาอาจจะดูแล้วรู้สึกน่าสนเท่ห์สำหรับคนที่ไม่เคยลองซึ่งแผงไม้ของ NOE ตัวนี้ก็ไม่เว้น บางคนมองแล้วอาจจะไม่เชื่อถือเพราะมันดูเป็นแค่แท่งไม้ทรงกระบอกธรรมดาๆ ที่เอามาวางเรียงกันเป็นกลุ่มเท่านั้น ไม่น่าจะส่งผลกับเสียงมากมายอะไร แต่ต้องไม่ลืมว่า NOE เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ “เป็นพิเศษ” เกี่ยวกับศาสตร์ของอะคูสติกโดยเฉพาะ พวกเขาคลุกคลีกับเรื่องอะคูสติกมาโดยตลอดก่อนจะออกแบบและผลิตอุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกตระกูล AGS เหล่านี้ออกมา ถ้ามีโอกาส แนะนำให้ทดลองกับตัวเอง.. รับรองว่าคุณจะทึ่งกับผลลัพธ์ของมัน ซึ่งมันไม่ได้ไปช่วยให้คุณภาพของเครื่องเสียงดีขึ้น แต่มันเข้าไปช่วยขจัดปัญหาจากสภาพอะคูสติกที่จะเข้าไปสกัดกั้นการแสดงศักยภาพของชุดเครื่องเสียงออกไปจากระบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ชุดเครื่องเสียงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง.!!! /
********************
ราคา :
AGS-FL1 = 59,000 บาท / ชิ้น
(โปรโมชั่นพิเศษ! จากราคาเดิม 75,000 บาท / ชิ้น)
********************
สนใจติดต่อที่
Audio Force โทร. 090 004 2380
facebook : AudioForceTH
********************
REVIEWตอนที่ 1
REVIEWตอนที่ 3



