รีวิว Acoustic Grove System รุ่น AGS-FS1, AGS-MN1 และ AGS-FL1 อุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกในห้องฟังเพลง (ตอนที่ 1.)

ห้องฟังเพลงที่ดีกับ การปรับจูนสภาพอะคูสติกภายในห้องฟังเป็นของคู่กัน ในห้องฟังที่ให้คุณภาพเสียงดีมากๆ ต้องเริ่มต้นด้วย โครงสร้างและ สัดส่วนที่เหมาะสมที่จะทำให้ปัญหา roommode ภายในห้องเกิดขึ้นน้อยที่สุดก่อน แต่เนื่องจากลักษณะของห้องสี่เหลี่ยม ผนวกกับลักษณะการกระจายเสียงของลำโพงที่มีความเข้มของคลื่นเสียงไม่เท่ากันทั้ง 360 องศา ทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหา roommode ได้ ด้วยเหตุนี้ จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์ปรับแต่งอะคูสติกเข้ามาช่วยในการเกลี่ยพลังงานของคลื่นเสียงจากลำโพงให้กระจายออกไปในห้องในลักษณะที่มีความสมดุลทั่วทั้งห้อง ไม่เกิดอาการ พุ่งโด่งเป็นยอดเขา หรือจมหายเป็น หลุมดำณ ความถี่ความถี่หนึ่ง

อุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกที่มีให้บริการอยู่ในวงการขณะนี้มีลักษณะการทำงานอยู่ 2 ประเภทหลักๆ นั่นคือ ดูดซับ” (absorb) พลังงานเสียง กับ กระจาย” (diffuse) พลังงานเสียง

Acoustic Grove System (AGS)
ดิฟฟิวเซอร์แนวคิดที่แตกต่าง..

AGS หรือ Acoustic Grove System เป็นผลิตภัณฑ์ปรับสภาพอะคูสติกของห้อง (room acoustic tuning device) ที่ออกแบบและผลิตโดยบริษัท Nihon Onkyo Engineering (NOE) จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทนี้เอาดีทางด้าน Acoustic กันถึงระดับโปรเฟสชั่นแนลจริงๆ ปัจจุบันพวกเขามีบริการเกี่ยวกับงานทางด้านเสียงและอะคูสติกแบบครบวงจร ทั้งให้คำปรึกษาทางด้านอะคูสติก, รับจัดงานสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องอะคูสติก, รับออกแบบและจัดทำสตูดิโอบันทึกเสียง, ห้องส่ง, ออดิทอเรียม, มีห้องเก็บเสียงเพื่อการวัดค่าการตอบสนองของอุปกรณ์หลายรูปแบบ รวมถึงมีอุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกจำหน่ายด้วย ซึ่งก็คือ “Acoustic Grove Systemที่ผมนำมาทดสอบนี่เอง ซึ่งเป็นธุรกิจแขนงล่าสุดของบริษัทที่เบนเข็มเข้าหากลุ่มนักนิยมเครื่องเสียงด้วย

ได้ไอเดียมาจากป่าไม้สนซีด้าร์

ที่เมือง คิตายาม่า” (Kitayama) ตอนเหนือของเมืองเกียวโต มีป่าสนซีด้าร์อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในญี่ปุ่นเรียกว่าไม้ “Katayama Sugiถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่น เพราะในอดีตนั้นชาวญี่ปุ่นจะใช้ไม้สนซีด้าร์ไปทำห้องดื่มชา ลักษณะลำต้นของต้นสนซีด้าร์จะมีลักษณะตั้งตรงจากพื้นขึ้นไปบนอากาศ เมื่อเข้าไปอยู่ในป่าต้นสนซีด้าร์ที่เรียงรายกันจำนวนมาก จะรู้สึกได้ถึงความสงัดเงียบและสงบ เสียงรอบๆ ตัวจะเบาลง เนื่องจากลำต้นของสนซีด้าร์ที่เรียงรายเหล่านั้นได้ช่วยกระจายคลื่นเสียงออกไป ทำให้ไม่มีลักษณะการสะท้อนแบบรุนแรง (hard reflect) เหมือนผนังเรียบๆ จึงทำให้เกิดบรรยากาศของความสงบที่สงัดเงียบอย่างที่ว่า

นั่นคือไอเดีย แต่เมื่อนำเอาไอเดียนั้นมาใช้ในการออกแบบอุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกให้ได้ความสงัดเงียบจริงๆ จำเป็นต้องอาศัยการคำนวนอย่างเป็นวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยในการออกแบบ ซึ่งบริษัท Nihon Onkyo Engineering (NOE) เจ้าของผลิตภัณฑ์ปรับอะคูสติกตัวนี้มีความรู้ทางทฤษฎีเกี่ยวกับเสียงและอะคูสติกที่ส่งผลกับเสียงแน่นปึ้กอยู่แล้วจึงไม่ใช่อะไรที่เกินกำลัง เพราะนอกจากจะออกแบบและผลิตอุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกที่ผมนำมาทดสอบเหล่านี้แล้ว พวกเขายังมีเซอร์วิสอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสียงและสภาพอะคูสติกที่เกี่ยวข้องกับเสียงอีกมากตามที่เกริ่นมาข้างต้น

ที่เอามาเล่าให้ฟังนี้ก็เพราะอยากให้ทราบว่า กว่าไอเดียที่ไปปิ๊งในป่าจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์จริงๆ มันต้องผ่านขั้นตอนอีกมาก โดยเฉพาะผู้ออกแบบต้องมีพื้นฐานทางด้านวิชาการที่ลึกซึ้งจริงๆ ในแขนงที่ตรงกับสิ่งที่ทำด้วยจึงจะประสบความสำเร็จ

* มีข้อมูลเพิ่มเติมมาจากบริษัทผู้ผลิตเกี่ยวกับแรงบรรดาลใจที่มาของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ว่าแท้จริงแล้ว ต้นเหตุที่มาของแรงบรรดาลใจคือ ป่าสนซีด้าร์ (Cedar tree) ที่เมืองคิตายาม่า ซึ่งให้ความเงียบสงัดมากกว่าป่าไผ่ขึ้นไปอีกระดับ

ทดสอบ

อุปกรณ์ปรับอะคูสติกที่เกิดจากไอเดียป่าสนซีด้าร์ของ NOE ตอนนี้ออกแบบและผลิตออกมาจำหน่ายอยู่ 3 รูปแบบแยกเป็น 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น AGS-FS1 เป็นแบบตั้งพื้นขนาดใหญ่, รุ่น AGS-FL1 เป็นแบบตั้งราบบนพื้น ขนาดกลาง ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้ปรับแก้สภาพอะคูสติกที่เกิดจากการสะท้อนของความถี่จากลำโพงลงบนพื้นห้องโดยเฉพาะ และรุ่น AGS-MN1 มีขนาดเล็ก ออกแบบมาให้ฟุ้งกระจายเสียงตามจุดย่อยๆ เพื่อการ fine tune อย่างละเอียด

ทางบริษัท NOE สาขาในเมืองไทยจัดส่ง AGS-FS1 กับ AGS-FL1 มาให้ผมทดสอบอย่างละ 2 ชิ้น และส่ง AGS-MN1 มาหนึ่งชิ้น ผมจะขอแยกการทดสอบอุปกรณ์ทั้ง 5 ชิ้นนี้ออกเป็น 3 ตอน โดยที่ตอนแรกนี้จะแยกทดสอบเฉพาะ AGS-FS1 แค่สองชิ้นก่อน เพราะผมลองคร่าวๆ แล้วพบว่า AGS-FS1 แค่สองชิ้นก็สามารถนำไปใช้ในการปรับจูนเสียงได้แล้ว ส่วนตอนที่สองจะแยกทดสอบเฉพาะ AGS-FL1 แค่สองชิ้นเช่นกัน เพราะลองแล้วพบว่า AGS-FL1 แค่สองชิ้นก็สามารถใช้ไฟน์จูนเสียงได้ ส่วน AGS-MN1 นั้น ถ้าใช้เดี่ยวๆ มันจะไม่ค่อยเห็นผลชัดเจน ลองเอาไปผสมกับอุปกรณ์ปรับอะคูสติกชนิดอื่นอย่างแผ่นซับ/สะท้อนเสียงของ UA Acoustic หรือจะไปผสมกับ TubeTrap ก็ได้ผลไม่ชัดเจน ในตอนที่สามผมจึงทดสอบแบบรวมพลทั้งสามรุ่นเข้ามาทดสอบพร้อมกันทั้งหมด 5 ชิ้น

ทดสอบครั้งแรกนี้ผมขอเริ่มด้วย AGS-FS1 ก่อน..

AGS-FS1

ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการสำหรับอุปกรณ์ปรับอะคูสติกก็คือ “acoustic tuning device” (อะคูสติก จูนนิ่ง ดีไวซ์) ซึ่งอุปกรณ์ประเภทนี้มีหลักการทำงานอยู่ 2 ลักษณะตามที่เกริ่นมาตอนต้น นั่นคือ ดูดซับพลังงานคลื่นเสียง” (absorp) กับ กระจายพลังงานคลื่นเสียง” (diffuse) ในวงการเครื่องเสียงมีผลิตภัณฑ์ประเภท acoustic tuning device อยู่มากมายหลายแบรนด์ ถ้าเป็นแบรนด์เก่าแก่ระดับโลกก็มี RPG Acoustical Systems กับ ASC Acoustic Sciences Corporation ของประเทศอเมริกาทั้งคู่ ปัจจุบันได้มีผลิตภัณฑ์ปรับสภาพอะคูสติกยุคใหม่ๆ ของแบรนด์อื่นเกิดขึ้นอีกมาก อาทิเช่น ยี่ห้อ Vicoustic ของประเทศโปรตุเกส กับยี่ห้อ UA Acoustic ของประเทศยูเครน เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์รุ่น AGS-FS1 ของบริษัท NOE ตัวนี้เป็นอุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกที่ใช้หลักการกระจายพลังงานคลื่นเสียง (diffuse) ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีวัสดุที่มีคุณสมบัติดูดซับพลังงานเสียงเป็นส่วนประกอบอยู่เลย แม้ว่าไม้อาจจะมีคุณสมบัติในการดูดซับพลังงานอยู่บ้างในบางความถี่แต่ก็น้อยมาก

โครงสร้างหลักของ AGS-FS1 คือท่อนไม้ทรงกระบอกที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางต่างกัน 3 ขนาด คือ 3 .. จำนวน 4 ท่อน, เส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 .. จำนวน 3 ท่อน และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 .. จำนวน 3 ท่อน รวมทั้งหมด 10 ท่อน ทุกท่อนมีความยาว 130 .. เท่ากัน แต่ละท่อนถูกวางสลับหว่างกันแบบมีแพลทเทิ้น ตรึงอยู่ด้วยแผ่นไม้ที่มีความหนา 2.5 .. ทั้งด้านบนและด้านล่าง น้ำหนักของแต่ละข้างอยู่ที่ 24 กิโลกรัม ที่ฐานล่างมีขาโลหะทำเป็นน็อตให้สามารถขันปรับระดับได้ทั้ง 4 ขา (หน้า 2, หลัง 2)

(ศรชี้) ขาตั้งปรับระดับได้

การจัดวางท่อนไม้ทั้ง 10 ท่อนถูกออกแบบมาให้มีลักษณะที่ต่างกัน 2 แบบ มีตัวอักษรกำกับเป็นข้างซ้าย (Left) และข้างขวา (Right) ด้วย ในการใช้งานต้องใช้ 2 ชิ้นร่วมกันจึงจะได้ผลดีที่สุดตามที่ผู้ออกแบบทำมา ถ้าจับชิ้น R กับ L มาวางหันหน้าเข้าหากัน จะพบว่าท่อนไม้ทั้งสิบท่อนที่อยู่บนตัว AGS-FS1 ทั้งสองข้างจะอยู่ในลักษณะ mirror image คือเป็นภาพสะท้อนซึ่งกันและกัน ด้วยเหตุนี้ ทำให้สามารถจัดวางตัว AGS-FS1 เพื่อแก้ไขสภาพอะคูสติกในห้องฟังได้สองรูปแบบ แบบแรกคือวาง AGS-FS1 ทั้งสองชิ้นไว้หน้าผนังด้านหลังตำแหน่งวางลำโพง ส่วนแบบที่สองคือวางไว้ที่ผนังด้านข้าง โดยแยกชิ้น R ไปวางที่ผนังฝั่งลำโพงข้างขวา และชิ้น L ไปวางที่ผนังฝั่งลำโพงซ้าย ถ้าห้องที่มีขนาดใหญ่มาก สามารถวางข้างละ 2 แผ่นได้

ทดสอบยกแรก

ผมได้รับ AGS-FS1 มาทดสอบ 1 คู่ (L+R) จึงต้องทดลองแยกทดสอบแต่ละจุดแล้วสังเกตผลลัพธ์

สภาพห้องเดิมของผมก่อนจะทดลองเอา AGS-FS1 เข้าไปเซ็ตอัพเพื่อทดสอบ ผนังด้านข้างซ้ายและขวาเดิมผมมีชั้นวางแผ่นซีดีกับแผงไม้อัดที่ใช้ปรับเสียงอยู่ ส่วนหน้าผนังด้านหลังที่วางลำโพง ผมเอาขาตั้งไม้สองข้างไปวางซ้อนกันเพื่อปรับจูนอะคูสติกอยู่ (ในภาพข้างบน) ซึ่งจากการทดลองปรับจูนผมพบว่า ขาไม้ทั้งสองข้างนั้นมีส่วนช่วยจัดระเบียบการฟุ้งกระจายของคลื่นเสียงออกมาได้ดีกว่าผนังเปล่าๆ (*ผมใช้หลักการปรับจูนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบตำแหน่งที่ให้ค่าเฉลี่ยดีที่สุด) ส่วนผนังด้านข้างหน้าลำโพงซ้ายและขวาผมมีแผงวางแผ่นซีดีติดตั้งอยู่ข้างละหนึ่งแผงใหญ่ๆ แต่ก็ยังเหลือพื้นที่ว่างที่เป็นผนังปูนที่ปูทับด้วยวอลเปเปอร์..

ในขั้นตอนแรกของการทดลอง ผมจึงเอา AGS-FS1 แยกกันไปวางหน้าผนังด้านข้าง โดยเอาแผ่น AGS-FS1 (R) ไปวางไว้ที่ผนังด้านขวา และเอาแผง AGS-FS1 (L) ไปวางไว้ที่ผนังด้านซ้าย ห่างจากหน้าลำโพงขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากทดลองขยับระยะห่างเข้าออกแล้วลองฟังอยู่หลายวัน จึงพอจะจับแนวทางของผลลัพธ์ที่เกิดจากอุปกรณ์ตัวนี้ได้

ทดสอบยกที่สอง

หลังจากลองฟังอยู่นานหลายวันจนจับแนวทางได้แล้ว ผมก็เปลี่ยนเอาอุปกรณ์ AGS-FS1 ทั้งสองชิ้นไปทดลองเซ็ตอัพที่ผนังด้านหลังตำแหน่งที่วางลำโพงโดยเริ่มที่วางอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นให้ชิดกันตรงตำแหน่งเส้นผ่ากลางห้อง (วัดความกว้างของห้องแล้วหารด้วยสอง)

เส้นสีแดงตรงกลางในภาพคือเส้นผ่ากลางห้อง ซึ่งด้านข้างของแผง AGS-FS1 ทั้งสองแผงถูกวางชิดกันตรงกับแนวเส้นนี้ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นก่อนการปรับจูน

ดึงห่างผนังหลังออกมาโดยที่อุปกรณ์ทั้งสองชิ้นยังคงวางชิดกัน

ดึงอุปกรณ์ทั้งสองให้ห่างจากกันออกจากเส้นแบ่งกลางห้องในแนวขนานกับผนังหลัง

ทดลองปรับโทอินโทเอ๊าต์อุปกรณ์ทั้งสองชิ้น

ข้างบนทั้งสามภาพนั้นเป็นลักษณะการทดลองปรับจูนตัว AGS-FS1 ทั้งสองชิ้นใน 3 ลักษณะโดยใช้การฟังด้วยหูในการตัดสินจากเพลงหลากหลายแนวที่เลือกมาใช้ในการทดลองฟัง

ผลลัพธ์

ไม่ว่าจะเอาวัสดุใดๆ เข้าไปจัดวางไว้ในห้องฟัง วัสดุเหล่านั้นจะส่งผลต่อเสียงเสมอ มากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับปัจจัยสองสามประการ ปัจจัยแรก คือขนาดของวัสดุนั้นปัจจัยที่สอง คือคุณสมบัติทางด้านดูดซับ/สะท้อนเสียง และ ปัจจัยที่สาม คือตำแหน่งภายในห้องที่วัสดุชิ้นนั้นไปอยู่ ซึ่ง วัสดุที่ผมเอ่ยถึงข้างต้นนี้ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกเท่านั้นนะ แม้แต่เฟอร์นิเจอร์และคนก็มีผลกับเสียงเช่นกันเมื่อเข้าไปอยู่ในห้องฟัง และยิ่งมีผลมากถ้าเข้าไปอยู่ใกล้กับบริเวณที่ลำโพงติดตั้งอยู่

อ่านมาถึงตรงนี้ ผมคิดว่าคุณคงอยากรู้แล้วว่า AGS-FS1 เวิร์คมั้ย.? ผมขอตอบสั้นๆ ตรงนี้ก่อนเลยว่า เวิร์คครับ! คือถ้าคุณคลุกคลีและคุ้นเคยอยู่กับการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงและปรับสภาพอะคูสติกมาโดยตลอดเหมือนผม แค่เวลาไม่นานที่ยกอุปกรณ์เข้าไปติดตั้งภายในห้อง คุณก็พอจะรู้แล้วว่า อุปกรณ์ตัวนั้น มีแววหรือไม่

AGS-FS1 เข้าไปทำให้เกิดอะไรในห้องฟัง.? หลังจากเอา AGS-FS1 ทั้งสองชิ้นเข้าไปวางไว้ที่ผนังด้านหลังลำโพง ผมพบว่ามันส่งผลกับรูปวงเวทีเสียงมากที่สุด รองลงมาคือส่งผลต่อโทนัลบาลานซ์และฮาร์มอนิคของเสียง เมื่อลองฟังจนคิดว่ารู้นิสัยใจคอของอุปกรณ์ตัวนี้ดีแล้ว ผมก็ทดลองขยับตำแหน่งของมันไปใน 3 ลักษณะที่แสดงไว้ในภาพข้างต้น หลังจากขยับและลองฟังอยู่นานเกือบอาทิตย์ ผมก็ได้จุดลงตัวมากที่สุด ซึ่งเป็นจุดที่ผมขยับดึงอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นให้ฉีกห่างจากกันออกไปประมาณ 15 .. และปรับให้ทั้งสองชิ้นเอียงหน้ายิงเข้าหาตรงกลางนิดหน่อย คล้ายๆ โทอินลำโพง ซึ่งตำแหน่งนี้เป็นลักษณะการจัดวางที่ให้ค่าเฉลี่ยกับเสียงดีที่สุดในห้องของผม

แต่ก่อนอื่น ผมต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตอนที่ผมนำ AGS-FS1 เข้าไปทดลองเซ็ตอัพในห้องของผมนั้น ผมได้ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ปรับอะคูสติกอีก 2 ตัวที่ผมใช้อยู่ก่อนหน้านี้ นั่นคือที่มุมห้องด้านหลังฝั่งที่วางลำโพงผมใช้แผงซับ/สะท้อนเสียงของ UA Acoustic เข้าไปติดตั้งแบบปิดมุมห้องเอาไว้มุมละ 2 แผ่น (ดูจากภาพ) และที่ใกล้ๆ กับมุมห้องอีกสองมุมที่อยู่ฝั่งด้านหลังตำแหน่งนั่งฟังนั้น ผมใช้แท่ง TubeTrap ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 11 นิ้วปรับจูนเอาไว้มุมละแท่ง ซึ่งตอนที่เอา AGS-FS1 เข้าไปทดลองเซ็ตอัพที่ผนังด้านหลังลำโพง ที่มุมห้องทั้งสี่มุมก็ยังคงมีอุปกรณ์ของ UA Acoustic และแท่ง TubeTrap ติดตั้งไว้อย่างเดียวทุกอย่าง เอาออกไปไม่ได้ เพราะแต่ละอุปกรณ์จะทำงานในส่วนของมัน และผลลัพธ์ทั้งหมดจะสอดประสานกันทั้งห้อง

เนื่องจากผมวาง AGS-FS1 ทั้งสองชิ้นไว้ตรงกลางของผนังด้านหลังลำโพง มันจึงส่งผลกับเสียงบริเวณนั้นมากเป็นพิเศษ ซึ่งก่อนหน้านั้นตรงตำแหน่งนั้นมีขาตั้งลำโพงวางอยู่ ซึ่งตอนที่ผมทดลองเอาขาตั้งไม้ไปวางไว้ตรงบริเวณนั้น ผมพบว่า ขาตั้งที่มีลักษณะเป็นโครงโปร่งมีขาไม้ขนาดไม่ใหญ่มาก 4 ต้นมันช่วยก็กระจายความถี่บางส่วนของบางย่านเสียงให้กระจายออกไปในลักษณะที่ต่างจากผนังปูนเรียบๆ ซึ่งมีผลให้ได้ยินรายละเอียดของเสียงชัดเจนขึ้น พอผมเอา AGS-FS1 เข้าไปแทนที่ขาตั้งลำโพง ผมพบว่า มันส่งผลคล้ายตอนผมเอาขาตั้งไปวางตรงนั้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการวางตัว AGS-FS1 มันมีประสิทธิภาพมากกว่าขาตั้งลำโพงเยอะเลย และจัดการเกลี่ยเสียงออกมาได้ดีกว่ามาก (นี่คือผลของการ put the right man, on the right job!)

ตอนยังไม่มี AGS-FS1 ที่ผนังด้านหลัง ลักษณะของชิ้นดนตรีบริเวณตรงกลางจะเกาะกลุ่มและทับซ้อนกัน จนแยกแยะรายละเอียดได้ยาก

เมื่อวาง AGS-FS1 สองชิ้น ลงไปตรงกลางเหนือผนังด้านหลัง

สิ่งที่ AGS-FS1 ทำให้เกิดขึ้นกับเสียงที่ผมได้ยินคือมันเข้าไปทำให้พื้นที่บริเวณใจกลางของเวทีเสียงมีลักษณะที่โปร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมสามารถทองทะลุลงไปถึงตำแหน่งของชิ้นดนตรีที่อยู่บริเวณนั้นได้ชัดขึ้น อาการฟุ้งของม่านหมอกที่เคยคละคลุ้งบดบังถูกขจัดออกไปเกือบหมด ในขณะที่กำลังฟัง ผมสามารถบอกได้ (ด้วยความมั่นใจ) เลยว่ามีเสียงของเครื่องดนตรีอะไรบ้างกำลังบรรเลงอยู่ขณะนั้น และสามารถชี้ชัดตำแหน่งของเสียงดนตรีแต่ละชิ้นได้อย่างง่ายๆ ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เสียงเครื่องดนตรีทั้งหมดมันจะมีลักษณะกองๆ ถมๆ จมทับกันอยู่บริเวณตรงกลางระหว่างลำโพง เมื่อพยายามแยกฟังโฟกัสลงไปในแต่ละชิ้น ผมก็จับได้แค่ ความรู้สึกว่ามันอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แต่ไม่สามารถบ่งชัดลงไปได้เป๊ะๆ ด้วยความมั่นใจ เพราะขอบรอบตัวเสียงมันเบลอๆ ไม่ชัด แต่เมื่อเอา AGS-FS1 ลงไปวางบนผนังด้านหลังลำโพงและขยับจนลงตัว ชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นจะแยกตัวออกจากกันมากขึ้น ผมกล้าชี้ชัดลงไปเลยว่าเครื่องดนตรีชิ้นไหนอยู่ซ้าย ชิ้นไหนอยู่ขวา ชิ้นไหนอยู่หน้า ชิ้นไหนอยู่หลัง เพราะตำแหน่งของเสียงมันชัดเจนขึ้นมาก

สิ่งที่ AGS-FS1 ทำลงไปมันเป็นคุณกับเพลงที่ฟังมาก เพราะโดยปกติแล้ว ซาวนด์เอนจิเนียร์จะมิกซ์เสียงเครื่องดนตรีและเสียงร้องไว้บนพื้นที่บริเวณตรงกลางระหว่างลำโพงทั้งสองข้างมากกว่าที่จะเอาไปวางไว้ด้านข้างของเวทีเสียง ซึ่งซาวนด์เอนจิเนียร์ที่มีความเข้าใจและใช้เครื่องมือได้ดี เขาจะจัดวางเสียงบริเวณตรงกลางของเวทีเสียงให้มี เลเยอร์ที่ซ้อนกันลงไปเป็นชั้นๆ จากด้านหน้า (ใกล้กับตำแหน่งนั่งฟังของเรา) ค่อยๆ ลึกลงไปทางด้านหลังของระนาบลำโพง ในบางเพลงนั้นอาจจะมีเลเยอร์ของชั้นดนตรีซ้อนทับกันอยู่มากมายหลายชั้น ถ้าผนังด้านหลังลำโพงมีลักษณะสะท้อนมากเกินไป ก็จะส่งเสียงสะท้อนจากผนังย้อนกลับไปหักล้างกับคลื่นเสียงที่ออกมาจากลำโพง ส่งผลให้เสียงตีกันเละจนแยกแยะอะไรไม่ออก แต่ถ้าผนังด้านหลังลำโพงมีลักษณะที่ดูดซับเสียงมากเกินไป มันก็จะดูดเสียงให้จมลงไปด้านหลังและกลืนกินส่วนของ มวลบรรยากาศที่เป็นฮาร์มอนิกของแต่ละชิ้นดนตรีไป ซึ่งฮาร์มอนิกนี่แหละที่ช่วยแยกเลเยอร์ของชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นออกจากกันและช่วยทำให้เสียงทั้งหมดฟังดูมีชีวิตชีวา เหมือนจริง

AGS-FS1 เข้ามาช่วยลดปริมาณของเสียงที่แผ่จากลำโพงก่อนจะลงไปถึงผนังด้านหลังให้เบาบางลงระดับหนึ่ง เมื่อคลื่นเสียงจากลำโพงแผ่ไปกระทบกับแท่งไม้ที่เรียงรายอยู่บน AGS-FS1 คลื่นเสียงจากลำโพงบาส่วนจะถูกหักเหให้กระจายออกไปตามลักษณะความโค้งมนของแท่งไม้ และคลื่นเสียงส่วนที่เหลือทะลุผ่าน AGS-FS1 ลงไปถึงผนังด้านหลังก็จะมีแรงสะท้อนผนังน้อยลง และเสียงสะท้อนจากผนังด้านหลังบางส่วนก็จะถูกแท่งไม้ของ AGS-FS1 เปลี่ยนทิศทางไปอีก ทำให้คลื่นเสียงที่ย้อนกลับไปที่ลำโพงมีประมาณน้อยลงและเบาบางลง และเมื่อผมลองขยับหาตำแหน่งของแท่ง AGS-FS1 ด้วยการถอยห่างออกจากผนัง ผมพบว่า การทำเช่นนั้นส่งผลกับ โทนัลบาลานซ์ของเสียงด้วย รู้สึกได้เลยว่า มันทำให้ดุลเสียงเปลี่ยนไป และผมยังพบด้วยว่า อุปกรณ์ตัวนี้ส่งผลต่อความถี่เสียงที่กว้างมาก กินขอบเขตตั้งแต่แหลมลงไปถึงทุ้มด้วย เพราะจากการเซ็ตอัพผมพบว่าปริมาณของความถี่ต่ำมีการเปลี่ยนแปลงไปเมื่อผมขยับเปลี่ยนตำแหน่งของแท่ง AGS-FS1 เข้าชิดและห่างจากผนังด้านหลัง

ทำไมจึงไม่ใช้วิธีดูดซับพลังงานเสียงที่ไปกระทบผนังด้านหลัง.? ถ้าเอาวัสดุที่มีคุณสมบัติดูดซับคลื่นเสียงอย่างเช่นฟองน้ำ หรือผ้านวมหนาๆ ไปบุไว้บนผนังด้านหลังตำแหน่งวางลำโพง วัสดุพวกนั้นจะดูด พลังงานของความถี่เสียงในย่านเสียงกลางออกไป ทำให้เสียงร้องและเสียงดนตรีที่อยู่ในย่านนั้นมีลักษณะจม อับทึบ ไม่กระจ่างสดใส ขาดพลัง (energy) ดีดตัวตามธรรมชาติ ฟังแล้วน่าเบื่อ เป็นการแก้ปัญหาผิดจุด ในขณะที่อุปกรณ์ AGS-FS1 ตัวนี้ไม่ได้ดูดซับพลังงานเสียงที่ว่า แต่มันใช้วิธีหักเหมุมกระจายเสียงของความถี่ที่พุ่งย้อนกลับไปยังตำแหน่งวางลำโพง จึงมีผลให้เกิดการ หักล้างในบางส่วน และ เสริมกันในบางส่วน เมื่อขยับวางให้ถูกตำแหน่งจนลงตัวจริงๆ ส่วนที่เสริมกันจะกลายเป็นพลังงานที่ทำให้เสียงนั้นมีมวลที่เข้มและมีพลังดีดตัวที่แข็งขัน พื้นเสียงจะสงัดจนรับรู้ได้ถึง airy ที่คละคลุ้งอยู่รอบๆ ตัวเสียงแต่ละตัวได้อย่างชัดเจน

นอกจาก AGS-FS1 จะทำให้โฟกัสของเสียงดีขึ้นแล้ว อีกสิ่งที่ผมรับรู้ได้หลังจากจัดวาง AGS-FS1 ทั้งสองชิ้นลงไปและขยับเลื่อนตำแหน่งจนได้จุดลงตัว นั่นคือ ฮาร์มอนิกและ แอมเบี้ยนต์ของเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นที่ดีขึ้นมาก สามารถรับรู้ได้ถึงความกังวานที่แผ่ออกมาจากเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนสลาย ทำให้ช่องว่างอากาศระหว่างชิ้นดนตรีมีมวลบรรยากาศที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างฮาร์มอนิกของแต่ละเสียงที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เสียงโดยรวมมีความฉ่ำอันเนื่องจากฮาร์มอนิกที่สามารถทอดยาวไปได้ไกล เป็นความฉ่ำที่ผสมด้วยความสดมีชีวิตชีวา ฟังแล้วสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายได้อารมณ์เพลงมากขึ้น ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเราเข้าไปอยู่ในบรรยากาศเดียวกับคณะดนตรีที่กำลังบรรเลงเพลงเหล่านั้น

เมื่อทดลองย้าย AGS-FS1 ออกมาวางไว้บนผนังด้านข้างซ้ายขวา ข้างละตัว หลังจากทดลองขยับตำแหน่งของ AGS-FS1 ทั้งสองตัวจนลงตัวมากที่สุดแล้ว ผมพบว่า ผลที่เกิดกับเสียงหลังจากวาง AGS-FS1 ลงไปทั้งสองข้างมันออกมาในแนวทางเดียวกับตอนวางไว้ที่ผนังด้านหลัง คือทำให้เสียงบริเวณนั้นโปร่ง, สว่าง และเปิดกว้างขึ้น เพียงแต่ว่า เมื่อไม่มี AGS-FS1 วางอยู่ที่ผนังด้านหลังลำโพง เวทีเสียงที่ออกมาเลยดูไม่ค่อยสมดุล คือมิติเสียงบริเวณพื้นที่ตรงกลางระหว่างลำโพงทั้งสองข้างจะจมลึกลงไปด้านหลัง ในขณะที่ด้านซ้ายและขวาของเวทีเสียงเหมือนขยับมาข้างหน้า สรุปคือเวทีเสียงไม่กลืนกัน รู้สึกได้เลยว่า ถ้ามี AGS-FS1 สัก 4 ชิ้นน่าจะเพอร์เฟ็กต์มาก ใช้วางไว้ที่ผนังด้านหลัง 2 ชิ้น ส่วนอีกสองชิ้นแยกไว้ที่ผนังด้านข้างตรงตำแหน่งที่เลยหน้าลำโพงขึ้นมา แบบนี้น่าจะได้เวทีเสียงที่เปิดโล่งและสมดุลเสมอกัน ทุกอย่างน่าจะออกมาดีมาก..

สรุป

ถ้ามี AGS-FS1 แค่สองชิ้น แนะนำให้เซ็ตไว้บริเวณตรงกลางของผนังด้านหลังตำแหน่งวางลำโพงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าวางด้านข้าง นอกจากว่า ตรงกลางของผนังด้านหลังลำโพงคุณมีแผงดิฟฟิวเซอร์วางจูนเสียงอยู่แล้ว ลักษณะนี้วาง AGS-FS1 แยกไว้ที่ด้านข้างๆ ละแผงน่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี (*แต่แผง AGS-FS1 ให้ผลลัพธ์ต่อเสียงที่ดีกว่าแผงดิฟฟิวเซอร์ในแง่ของความโปร่งและกลมกลืนของเสียงตลอดย่าน ซึ่งแผงดิฟฟิวเซอร์จะให้เสียงที่มีลักษณะ boost ในบางย่านความถี่กลางถึงกลางสูงออกมามากเกินไป)

อุปกรณ์ปรับอะคูสติกของแบรนด์นี้ราคาค่อนข้างสูง เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด แต่มันใช้ได้ผลจริง คุณสมบัติเด่นของอุปกรณ์ตัวนี้คือมันเป็นอุปกรณ์ปรับสภาพอะคูสติกที่ทำงาน off-the-wall คือสามารถขยับเลื่อนห่างออกมาจากผนังเพื่อสลายพลังงานของเสียงที่สะท้อนจากผนังออกมาเสริมกันภายในห้องได้ ซึ่งนี่คือคุณสมบัติที่เด่นกว่าอุปกรณ์ประเภทที่ติดตั้งตายตัวอยู่บนผนัง ซึ่งยากที่จะปรับจูนให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากจุด node หรือตำแหน่งที่คลื่นเสียงสะท้อนจากผนังออกมาเสริมกันจนเกิดปัญหา roommode มันเป็นตำแหน่งที่อยู่นอกตัวผนังออกมานั่นเอง AGS-FS1 จึงเข้ามาช่วยสลายการรวมตัวของคลื่นเสียงที่เป็นต้นตอของปัญหา resonant ในห้อง ในขณะที่ยังคงปล่อยให้พลังงาน (energy) ของความถี่เสียงยังคงครุกรุ่นอยู่ภายในห้อง อย่างเป็นระเบียบไม่โดนดูดซับออกไป..!! /

********************
ราคา :
AGS-FS1 = 69,000 บาท / ชิ้น
(โปรโมชั่นพิเศษ! จากราคาเต็ม 87,000 บาท / ชิ้น)

********************
สนใจติดต่อที่
Audio Force โทร. 090 004 2380
facebook : AudioForceTH
********************
REVIEW ตอนที่ 2

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า