รีวิวโฮมเธียเตอร์ NAD รุ่น T777v3 เอวี รีซีฟเวอร์ (Part 1 : Stereo Music Listening) จากประเทศอังกฤษ

ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย.. ถ้าจะคาดหวังคุณภาพในการฟังเพลงจากเอวี รีซีฟเวอร์ตัวนี้ เพราะแค่ดูจากฟังท์ชั่นและเทคโนโลยีพิเศษที่ผนึกมาให้ โดยเฉพาะความสามารถทางด้าน Music Streaming ก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากว่า ผู้ผลิตมีความตั้งใจมากแค่ไหนในความพยายามที่จะทำให้ T777v3 ตัวนี้เป็นทั้งศูนย์กลางของการรับชมภาพยนตร์ และศูนย์กลางของ การฟังเพลงอย่างมีคุณภาพภายในเครื่องเดียวกัน.!

A : ปุ่มเมนู (ขวา) กับปุ่มลูกศรสี่ทิศ ที่ใช้ในการเลือกหัวข้อเมนูย่อย (ซ้าย)

B : Speaker A สำหรับระบบเสียงเซอร์ราวนด์ในห้องหลัก ส่วน Speaker B สำหรับระบบเสียง stereo ในห้องอื่น

C : ปุ่มกด
Display
= แสดงข้อมูลของแหล่งต้นทางสัญญาณ
Tone
= ใช้ปรับปริมาณเสียงแหลมด้วยการหมุนที่ปุ่มวอลลุ่ม สามารถปรับได้ +/-10dB, กดซ้ำเปลี่ยนเป็นปรับปริมาณเสียงทุ้ม, กดอีกทีใช้ปรับปริมาณเสียงสนทนาในภาพยนตร์
Tone Defeat
= ใช้เปิด/ปิด (On/Off) ฟังท์ชั่น Tone Defeat
Dimmer
= ใช้ปรับระดับความสว่างของหน้าจอแสดงผลได้ 2 ระดับ
BluOS
= เปิดใช้เมนูเซ็ตอัพของ BluOS
Front Input/MP
= สลับเลือกระหว่างอินพุตด้านหน้า กับมีเดีย เพลเยอร์

D : ปุ่มกดเลือกอินพุต

E : หน้าจอแสดงผล


A : T777v3 มีดีโค๊ดเดอร์ Dolby Atmos ในตัว ถ้าใช้เฉพาะภาคเพาเวอร์แอมป์ในตัว จะเซ็ตอัพได้ 5.1.2 ch ถ้าต้องการขยายเป็น 7.1.4 ch ต้องดึงสัญญาณ Audio Pre-out จากการ์ด AM 230 ตัวนี้ไปใช้ร่วมกับเพาเวอร์แอมป์ด้านนอก

B : นี่เป็นการ์ดภาพวิดีโอ VM 300 ตัวใหม่ที่อัพเกรดมาใน v3 มีอินพุต HDMI input มาให้ 5 ช่อง มี HDMI output สองช่อง ช่องล่างรองรับระบบภาพ 4K UHD และรองรับมาตรฐาน HDCP 2.2 นอกจากนั้น การ์ดตัวนี้ยังได้ติดตั้งขั้วต่อเน็ทเวิร์ค Ethernet มาด้วย พร้อมช่อง USB สำหรับเชื่อมต่อกับชุดอัพเกรด BluOS เพื่อใช้สตรีมไฟล์เพลงอยู่ที่ด้านล่างสุด

C : รวบรวมขั้วต่อสำหรับสัญญาณ Audio In สำหรับระบบเสียง stereo 2 ch ทั้งหมด

D : ช่องอะนาลอกอินพุต สำหรับสัญญาณ 7.1 ch

E : ช่องอะนาลอกเอ๊าต์พุต สำหรับสัญญาณ 7.2 ch เมื่อใช้ร่วมกับสัญญาณอะนาลอกเอ๊าต์พุตของการ์ด AM 230 (A) ร่วมกับเพาเวอร์แอมป์ 9 แชนเนล + แอ๊คทีฟ ซับวูฟเฟอร์ 2 ตัว จะได้ระบบเสียง Dolby Atmos 7.2.4 เต็มระบบ


A : ขั้วต่อลำโพงชุด A จำนวน 7 แชนเนล สำหรับการเซ็ตอัพเป็นระบบเสียงเซอร์ราวนด์ Dolby Atmos 5.1.2 ch หรือจะเซ็ตอัพเป็นระบบเสียงเซอร์ราวนด์ 5.1 ch ก็ได้ ส่วนสองแชนเนลที่เหลือ (ช่อง Front Height/Surround Back ขวาสุด) สามารถปรับใช้เป็นลำโพงในโซนอื่นได้

B : สวิทช์เพื่อเลือกใช้ฟังท์ชั่น “Soft Clippingของ NAD เอง ซึ่งถ้าเปิดไว้ที่ “On” จะส่งผลทุกแชนเนลในการจำกัดไดนามิกเร้นจ์ของเสียงเอาไว้ระดับหนึ่งเพื่อป้องกัน distortion ที่เกิดจากอาการโอเว่อร์โหลดของเพาเวอร์แอมป์ แต่ถ้าต้องการฟังแบบพิถีพิถัน เพื่อคุณภาพเสียงที่ได้ไดนามิกเต็มๆ แนะนำให้ตั้งไว้ที่ “Off

C : ขั้วต่อสายลำโพงสำหรับลำโพงในโซนอื่น

D : เมนสวิทช์สำหรับเปิด/ปิดไฟเข้าเครื่อง

E : ขั้วต่อสายไฟเอซีแบบสามขาแยกกราวนด์ สามารถเปลี่ยนใช้สายไฟเอซีดีๆ เพื่ออัเกรดเสียงได้


และเพื่อพิสูจน์ให้รู้ว่า T777v3 ตัวนี้สามารถทำได้จริงอย่างที่ผู้ผลิตตั้งใจหรือเปล่า.? ผมจะขอแยกการทดสอบออกเป็น 3 ภาค ดังนี้

Part 1 :
Stereo Music Listening

ภาคแรกนี้ผมจะทำการทดสอบ T777v3 ในลักษณะของการใช้ฟังเพลงด้วยไฟล์เพลง Stereo 2 Ch ทั้ง CD quality และ Hi-res Audio (PCM & DSD) โดยเล่นด้วยแหล่งต้นทาง 3 ชุด

ชุดแรก : เล่นจาก Network Streamer ของ Cambridge Audio รุ่น CXN ผ่านเข้าสู่ T777v3 ทางช่อง Analog input

ชุดที่สอง : เล่นไฟล์เพลงด้วยโปรแกรม roon บนคอมพิวเตอร์ Mac mini ส่งเป็นสัญญาณดิจิตัลผ่านเข้าสู่ T777v3 ทางเน็ทเวิร์ค (สาย LAN)

ชุดที่สาม : เล่นไฟล์เพลงด้วยวิธี wireless streaming ส่งสัญญาณดิจิตัลทางอากาศด้วย Wi-Fi เข้าทางอินพุต BluOS ของ T777v3

Part 2 :
Multi-channel Music Listening

ภาคสองผมจะลองฟังเพลงที่บันทึกมาเป็นระบบเสียงมัลติแชนเนล โดยอาศัยแหล่งต้นทาง 2 ชุด

ชุดแรก : เล่นจากแผ่น DVD-Audio และแผ่น SACD โดยใช้เครื่องเล่นบลูเรย์ของ Cambridge Audio รุ่น Azur 751BD เป็นเพลเยอร์ แล้วป้อนสัญญาณ digital เข้าที่ T777v3 ทางช่อง HDMI input

ชุดที่สอง : ผมจะใช้วิธีเล่นไฟล์เพลงมัลติแชนเนล PCM และ DSD ด้วยโปรแกรม roon บน Mac mini แล้วปล่อยสัญญาณ digital PCM ออกจาก Mac mini ทาง HDMI ไปเข้าที่ T777v3 ผ่านทางช่อง HDMI input

Part 3 :
Movie & Concert

ภาคสาม ทดลองเซ็ตอัพ T777v3 ด้วยระบบเสียงเซอร์ราวนด์เพื่อทดลองรับชมภาพยนตร์และคอนเสิร์ต จากแผ่นบลูเรย์ฯ ซึ่งตอนเซ็ตอัพในการรับชมภาพยนตร์/มิวสิค วิดีโอด้วยระบบเสียงเซอร์ราวนด์ในภาค 3 นั้น ผมจะเชิญนักเซ็ตอัพระบบเสียงโฮมเธียเตอร์เข้ามาช่วยในการทดสอบด้วย

โอเค.. เมื่อทราบกติกาแล้ว เรามาเริ่มทดสอบภาคแรกกันเลย

เตรียมสถานที่,
แหล่งต้นทางสัญญาณ
และลำโพง
สำหรับการทดสอบ Part 1

ผมใช้พื้นที่ในห้องรับแขกที่บ้าน ที่ผมใช้ฟังเพลงประจำวันด้วยชุดเครื่องเสียงสองแชนเนลเป็นที่ทดลองฟังครั้งนี้ เนื่องจากกำลังขับของ T777v3 แจ้งไว้ที่ 80W ต่อแชนเนล แบบต่อเนื่อง/ตลอดย่านความถี่ตอบสนอง 20Hz-20kHzที่โหลด 8 โอห์ม ผมเช็คดูลำโพงที่ผมมีอยู่ขณะนั้น และเลือกลำโพงที่ใช้ในการทดลองฟังมา 2 คู่ คือ Totem Acoustics รุ่น Element ‘Ember’ * กับ Wharfedale รุ่น Diamond 11.1 ** โดยพิจารณาจากสเปคฯ ของตัว T777v3 เป็นหลัก

* ความถี่ตอบสนอง 43Hz-25kHz / อิมพีแดนซ์ 8 โอห์ม / ความไว 88dB / แนะนำแอมป์ 30-175W
** ความถี่ตอบสนอง 55Hz-20kHz / อิมพีแดนซ์ 8 โอห์ม / ความไว 87dB / แนะนำแอมป์ 25-100W

ส่วนแหล่งต้นทางสัญญาณผมเลือกไว้ 3 ชุด ชุดแรกคือเล่นไฟล์ CD และไฟล์ Hi-Res Audio (PCM) ด้วยเครื่องเล่นไฟล์เพลงเน็ทเวิร์ค สตรีมเมอร์ของ Cambridge Audio รุ่น CXN โดยส่งสัญญาณอะนาลอกออกจาก CXN ทางขั้วต่อ RCA ไปเข้าที่อินพุตอะนาลอกช่องใดช่องหนึ่งของ T777v3 ส่วนชุดที่สอง ผมจะเล่นไฟล์เซ็ตเดียวกันนั้นด้วยโปรแกรม roon บนคอมพิวเตอร์ Mac mini แล้วไปสัญญาณเอ๊าต์พุตไปให้ T777v3 ทางสาย LAN สุดท้าย ชุดที่สาม ผมจะลองฟังเพลงด้วยระบบเสียงสเตริโอ 2 แชนเนลจากไฟล์เพลงเดียวกัน ผ่านเข้าทางอินพุต BluOS ของ T777v3 (ซึ่งตัวเครื่องระบุไว้ว่าเป็นช่องอินพุต Audio 6) และใช้ iPad ควบคุมการสั่งงานทั้งหมดด้วยแอพรีโมทของ BluOS เอง

เริ่มต้นเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงกันก่อน..

ผมเริ่มต้นด้วยการเซ็ตอัพหาตำแหน่งของลำโพง Wharfedale Diamond 11.1 กับ Totem ‘Ember’ ด้วยวิธีแมนน่วล โดยใช้อินติเกรตแอมป์ Cambridge Audio รุ่น CXA80 กับปรี+เพาเวอร์แอมป์ Audible Illusion : M3A + VTL : MB125 monoblock เป็นตัวจ่ายกำลังให้ลำโพง อาศัย SPL meter + ตลับเมตร + สัญญาณ Test Tone จากแผ่น Sound Check + ดินสอ + กระดาษกราฟ เป็นเครื่องมือในการจูนหาตำแหน่งวางลำโพงที่ให้ไดนามิกเร้นจ์กว้างที่สุด โดยอ้างอิงที่ระดับความดังระหว่าง 75-80dB หลังจากนั้น ก็ลองไฟน์จูนในขั้นตอนสุดท้ายอีกที ด้วยการเล่นไฟล์เพลงที่ผมใช้เรฟเฟอเร้นจ์ส่วนตัวในการทดสอบ* ด้วย Cambridge Audio : CXN

* เป็นไฟล์เพลงชุดเดียวกับที่จะใช้ลองฟัง T777v3 นั่นแหละ ..

ในคู่มือระบุว่า NAD : T777v3 ตัวนี้ใช้ Dirac Live Room Correction เป็นโปรแกรมในการปรับตั้งเสียง ซึ่งโปรแกรมนี้จะช่วยชดเชยในส่วนของอะคูสติกห้องที่เข้ามาทำให้เสียงจากลำโพงผิดเพี้ยนไป แต่ผมตั้งใจว่าจะใช้วิธีการปรับตั้งเสียงด้วยวิธีแมนน่วลในการทดลองฟังเพลง Stereo 2 ch ครั้งนี้ก่อน เพราะต้องการรักษาความบริสุทธิ์ของสัญญาณต้นทางเอาไว้ให้มากที่สุด หลังจากลองฟังเก็บข้อมูลเสร็จแล้ว ถ้ามีโอกาสจะลองใช้ Dirac Live Room Correction เข้ามาช่วยปรับจูนเสียง ณ ตำแหน่งนั้นดูอีกที เพื่อพิสูจน์ดูว่าโปรแกรม Dirac Live Room Correction จะช่วยอัพเกรดให้เสียงดีขึ้นได้จริงมั้ย.?

หลังจากจัดการตำแหน่งลำโพงจนลงตัวแล้ว ผมก็ปลด CXA80 กับชุดปรี+เพาเวอร์ฯ ออก แล้วจัดการเชื่อมต่อลำโพงเข้ากับขั้วต่อลำโพงของ T777v3 จากนั้น ขั้นตอนต่อไปคือจัดการปรับตั้งที่ตัว T777v3 โดยพิจารณาฟังท์ชั่นต่างๆ ของ T777v3 ที่เกี่ยวข้องกับการฟังเพลงด้วยระบบ Stereo 2 ch แล้วทำการปรับตั้งฟังท์ชั่นเหล่านั้นให้เกิดผลดีกับคุณภาพเสียงมากที่สุด ซึ่งผมจะเริ่มจาก ปลายทางขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงต้นทาง

เซ็ตอัพที่ตัว T777v3

โดยปกติแล้ว เมื่อเราป้อนสัญญาณอะนาลอก stereo 2 ch เข้าไปที่อุปกรณ์ประเภท AVR หรือ Pre-Processor สัญญาณเสียงที่ป้อนเข้าไปมักจะถูกแปลงให้เป็นสัญญาณ digital แล้วดึงให้ไปผ่านวงจร DSP เพื่อทำการปรับแต่งลักษณะใดลักษณะหนึ่งก่อนเสมอ อาทิเช่น นำไปผ่านวงจรปรับแต่งเสียงให้ออกมาเป็นสัญญาณเซอร์ราวนด์รูปแบบต่างๆ หรือนำไปผ่านวงจร Low-pass/High-pass เพื่อแปลงให้ออกมาเป็นระบบเสียง 2.1 ch และอีกมาก..

ในการฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch นั้น ผู้ฟังที่เชี่ยวชาญและพิถีพิถันในคุณภาพเสียง จะให้ความสำคัญความบริสุทธิ์ของสัญญาณต้นทางมากเป็นพิเศษ อาศัยการทำงานของแอมปลิฟายที่จำกัดเพียงแค่ช่วยขยายความแรงของสัญญาณให้มากขึ้นเพียงพอต่อการขับดันลำโพงเท่านั้น ฉนั้น เพื่อรักษาคุณภาพของสัญญาณต้นทางเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ในขั้นตอนแรก เราต้องทำการปรับตั้งฟังท์ชั่นต่างๆ ในตัว AVR ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับสัญญาณอะนาลอกอินพุตที่ป้อนเข้าไป โดยเฉพาะฟังท์ชั่นพิเศษต่างๆ ที่ทำงานโดย DSP ภายในตัวเครื่อง เราต้องปิด หรือ disable ให้หมด

ขั้นตอนที่ :
กำหนดจำนวน channel output กันก่อน

จากโจทย์คือการปรับตั้งเพื่อทดลองฟังเพลงด้วยระบบเสียง Stereo 2 ch ดังนั้น เราจึงต้องทำการปรับตั้ง Output ของ T777v3 ให้ใช้พลังงานของภาคแอมป์ฯ ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch

วิธีปฏิบัติเริ่มแรกก็คือ ต่อสาย HDMI จากช่อง “HDMI OUT 2” ของ T777v3 ไปเข้าที่ช่อง HDMI ของทีวี จากนั้นก็กดปุ่ม Enter ที่รีโมทไร้สายของ T777v3 เป็นการเปิดใช้ฟังท์ชั่น OSD menu (On-Sceen Display) เพื่อโหลดภาพ “Main Menuหรือเมนูหลักในเครื่องของ T777v3 ขึ้นไปปรากฏบนจอทีวี ซึ่งจะทำให้การปรับตั้งสะดวกมากขึ้น

ใน Main Menu ของ T777v3 จะมีหัวข้อเมนูย่อย (sub-menu) ให้เข้าไปปรับตั้งค่าอยู่ทั้งหมด 5 หัวข้อ คือ

1. DSP Option
2. Tone Controls
3. Zone Controls
4. Setup Menu
5. System Info

คำสั่งที่ใช้ในการกำหนดจำนวน channel output ของ T777v3 เก็บอยู่ในเมนูย่อยที่ชื่อว่า Speaker Configuration

Speaker Configuration
(Main Menu > Setup Menu > Speaker Setup > Speaker Configuration)

เลือกปรับตั้งคุณลักษณะของลำโพงในแต่ละตำแหน่ง (Position) ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 6 ตำแหน่งคือ Front / Center / Surround / Height 1 / Subwoofer และ Enhanced Bass ในแต่ละตำแหน่ง สามารถปรับตั้งได้ 3 ลักษณะคือ Large, Small และ Off ยกเว้นตำแหน่ง “Frontที่เลือกได้แค่ 2 ลักษณะระหว่าง Large กับ Small เมื่อคุณเลือกให้ลำโพงที่ตำแหน่ง Front เป็น Small ตัวโปรแกรมจะทำการปรับให้ Subwoofer เป็น “On” (เปิดใช้งาน) ทันทีโดยอัตโนมัติ

ในการปรับตั้งหัวข้อ Speaker Configuration ของตัว T777v3 จะเป็นตัวกำหนดจำนวนแชนเนลของลำโพงที่จะมีสัญญาณเสียงดังออกมา ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่เราต้องการฟังเพลงด้วยระบบเสียง Stereo 2 ch ด้วย T777v3 เราต้องเข้าไปปรับตั้งหัวข้อเมนูนี้ให้มีเสียงออกมาแค่ลำโพงคู่หน้า2 ตัวเท่านั้น ถ้าลำโพงคู่หน้าที่เราใช้สามารถถ่ายทอดเสียงทุ้มลงไปได้ต่ำกว่า 80Hz ก็ควรเลือกไว้ที่ Large ส่วนหัวข้ออื่นๆ ให้ปรับตั้งไว้ตามตัวอย่างในตารางด้านล่างนี้

แต่ถ้าในซิสเต็มของคุณมีลำโพงซับวูฟเฟอร์ต่อเชื่อมอยู่ และคุณต้องการฟังเพลงด้วยระบบเสียง 2.1 แชนเนล ให้เลือกตั้งหัวข้อ “Sizeของลำโพงคู่หน้า (Front) ไปที่ Small ซึ่งโปรแกรมจะเปิดใช้งานลำโพงซับวูฟเฟอร์ขึ้นมาให้ พร้อมเปิดอ๊อปชั่นของ Crossover ขึ้นมาให้คุณเลือกปรับตั้งจุดตัดโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีช่วงกว้างของจุดตัดให้คุณเลือกปรับใช้อยู่ระหว่าง 40Hz – 200Hz เพื่อจูนให้เสียงทุ้มของลำโพง Front กับเสียงทุ้มที่ผลิตออกมาโดยลำโพงซับวูฟเฟอร์มีความกลมกลืนกัน

ยังมีอีก 2 หัวข้อย่อยที่อยู่ในหัวข้อหลัก Speaker Setup นั่นคือ “Speaker Levelsกับ “Speaker Distanceที่เกี่ยวข้องกับสัญญาณเสียงที่เราป้อนเข้าไป

Speaker Levels
(Main Menu > Setup Menu > Speaker Setup > Speaker Levels)

หลังจากปรับตั้ง Speaker Configuration ให้เหลือเฉพาะลำโพงคู่หน้า (Front) เสร็จแล้ว ก็มาที่หัวข้อนี้ ซึ่งมีไว้ให้เราปรับแต่ง ความดังของลำโพง Front ซึ่งสามารถปรับแยกกันได้ระหว่างข้างซ้าย (Front Left) กับข้างขวา (Front Right) ประโยชน์ก็เพื่อทำให้ความดังของลำโพงทั้งสองข้างเท่ากัน จะใช้ในกรณี ที่พบว่า ลำโพงคู่หน้าทั้งสองข้างมีความดังไม่เท่ากัน (เมื่อวัดที่ตำแหน่งนั่งฟัง) จะมีผลคล้ายการปรับบาลานซ์นั่นเอง คำแนะนำในการปรับก็คือ ให้เลือกใช้วิธี ลด” Level ของข้างที่ดังกว่าลงมาให้เท่ากับข้างที่เบากว่า ไม่แนะนำให้ เพิ่มเลเวลของข้างที่เบากว่าขึ้นไป เพราะจะทำให้เสียงแย่ลง ถ้าไม่พบความแตกต่างของความดังระหว่างลำโพงคู่หน้าทั้งสองข้าง ที่หัวข้อเมนูย่อยนี้ให้ปรับตั้งไว้ลักษณะนี้

ยังมีคำแนะนำที่ดีกว่านี้ แต่เหมาะกับคนที่ซีเรียสเรื่องคุณภาพเสียงมากๆ นั่นคือแนะนำให้ออกแรงขยับตำแหน่งลำโพงซ้ายขวาเพื่อปรับความดังให้เท่ากันให้มากที่สุดด้วยวิธีแมนน่วล พยายามจัดตำแหน่งลำโพง Front Left และ Front Right ให้อยู่ห่างจากตำแหน่งนั่งฟังให้เท่ากันทั้งสองข้าง และทำมุมกับตำแหน่งนั่งฟังเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า (คือทำให้ตำแหน่งนั่งฟังเป็น sweet spot) เพื่อหลีกเลี่ยงการปรับแต่งความดังด้วยฟังท์ชั่นนี้ ถ้าสามารถทำได้ คือปรับตั้งไว้ที่ตำแหน่ง 0dB ทั้งสองข้าง จะได้ความบริสุทธิ์ของสัญญาณเสียงสูงสุด แต่ถ้าคุณใช้ SPL meter วัดความดังของลำโพงทั้งสองข้าง แล้วพบว่ามีความดังต่างกันเกิน 1dB ขึ้นไป แนะนำให้ใช้ฟังท์ชั่น Speaker Level ชดเชยให้เท่ากัน (ฟังด้วยหูอาจจะจับความแตกต่างได้ยาก)

Speaker Distance
(Main Menu > Setup Menu > Speaker Setup > Speaker Distance)

จุดประสงค์ของเมนูนี้ก็เพื่อใช้ปรับตั้งตำแหน่งของลำโพง Front ทั้งสองข้างให้มี ระยะห่างระหว่างลำโพงแต่ละข้างมาถึงตำแหน่งนั่งฟังที่ เท่ากันถ้าพื้นที่ที่ใช้จัดตั้งลำโพงคู่หน้าไม่จำกัดมาก มีพื้นที่ว่างเหลือให้ขยับเลื่อนตำแหน่งได้บ้าง แนะนำให้ปรับตั้งด้วยวิธีแมนน่วล คือใช้ตลับเมตรวัดจากตำแหน่งของลำโพงข้างซ้าย (Front Left) และจากลำโพงข้างขวา (Front Right) ไปถึงตำแหน่งนั่งชม แล้วดูว่าเท่ากันหรือไม่ ถ้าไม่เท่ากัน ให้เลื่อนขยับข้างใดข้างหนึ่งให้เท่ากับอีกข้าง ถ้าสามารถเลื่อนขยับด้วยวิธีแมนน่วลอย่างที่แนะนำจนได้ระยะที่เท่ากันได้แล้ว ให้ปรับตั้งค่าที่หัวข้อเมนูย่อยนี้ตามตารางด้านล่างนี้

แต่ถ้าพื้นที่จำกัด ไม่สามารถใช้วิธีขยับตำแหน่งลำโพงได้ จึงค่อยเข้ามาปรับตั้งค่าในเมนูย่อยนี้เพื่อชดเชยให้ เสมือนว่าเท่ากัน แต่พยายามใช้ค่าให้น้อยที่สุด

ขั้นตอนที่ :
เลือกต้นทาง (อินพุต) แล้วจัดการช่องทางเดินสัญญาณเพื่อให้ได้เสียงที่เหมือนต้นฉบับ (อินพุต) ให้มากที่สุด

หัวใจของการฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch อยู่ที่ความบริสุทธิ์ของสัญญาณ ดังนั้น เราต้องทำให้ทางเดินสัญญาณตั้งแต่อินพุตไปจนถึงเอ๊าต์พุตมีความบริสุทธิ์ให้มากที่สุด สัญญาณเสียงจะต้องปราศจากการแต่งเติมใดๆ

ขั้นตอนที่สองนี้ เริ่มจากพิจารณาเลือก ช่องอินพุตเพื่อใช้ป้อนสัญญาณจาก source ของเรา ซึ่ง T777v3 มีช่องอินพุตสำหรับรองรับสัญญาณ analog มาให้เลือกใช้มากถึง 7 ช่อง ไม่นับ Media Player ที่เป็นช่อง 3.5 mm ด้านหน้ากับช่องอินพุตอะนาลอก 7.1 Ch ที่แผงหลัง อินพุตที่รองรับสัญญาณอะนาลอก สเตริโอใช้ขั้วต่อ RCA เป็นจุดถ่ายทอดสัญญาณ ติดตั้งอยู่บนแผงด้านหลังจำนวน 6 ช่อง (Audio 1 ถึง Audio 6) ส่วนอีกหนึ่งช่อง ซ่อนอยู่ที่มุมด้านล่างขวาของแผงหน้าปัด

ถ้าคุณ เชื่อมั่นในคุณภาพของเครื่องเล่นซีดีของคุณเอง ว่าภาค DAC ในตัวเครื่องเล่นซีดีของคุณมีคุณภาพสูงกว่าภาค DAC ในตัว T777v3 กรณีนี้ แนะนำให้เลือกใช้อินพุต analog ช่องใดช่องหนึ่งของ T777v3 รองรับสัญญาณอะนาลอก เอ๊าต์พุตจากเครื่องเล่นซีดีของคุณ ผมลองเลือกใช้ช่องอินพุต Analog หนึ่งในหกช่องด้านหลังที่ T777v3 ให้มาเพื่อรองรับสัญญาณอะนาลอก เอ๊าต์พุตจากเครื่องเล่นเน็ทเวิร์ค สตรีมเมอร์ CXN ไม่เลือกช่องอินพุต digital เพราะผมต้องการรู้ถึงประสิทธิภาพความเป็น analog amp ของ T777v3 แบบเพียวๆ จึงต้องตัดประเด็นของ DAC ในตัว T777v3 ออกไป เมื่อพิจารณาดูแล้ว ผมพบว่า ช่อง Audio 3 กับ Audio 4 นั้นไปพ่วงอยู่กับแชนเนล Zone 3 และ Zone 4 ซึ่งทำให้ทางเดินสัญญาณอาจจะถูกรบกวนได้ ส่วนอีก 4 ช่องอินพุตที่เหลือ คือ Audio 1, Audio 2, Audio 5 และ Audio 6 เป็นแชนเนลเดี่ยว ลายวงจรของทางเดินสัญาณน่าจะสั้นและเรียบง่ายกว่าช่อง Audio 3 กับ Audio 4 ผมจึงตัดสินใจเลือกช่องอินพุต “Audio 5สำหรับการทดลองครั้งนี้

เมื่อวิเคราะห์เลือกช่องทางอะนาลอก อินพุตได้แล้ว ขั้นต่อไปก็คือ เข้าไปทำการปรับตั้งให้ช่องอินพุต Audio 5 ของเรามีความปลอดภัยจากการรบกวนที่จะเกิดกับสัญญาณเสียงให้มากที่สุด เมื่อพิจารณาจากรายละเอียดของฟังท์ชั่นการทำงานของ T777v3 จาก Main Menu ดูแล้ว พบว่า มีหัวข้อเมนูย่อยที่ส่งผลต่อสัญญาณเสียงที่จะวิ่งผ่านช่อง Audio 5 อยู่ 3-4 หัวข้อที่ต้องเข้าไปปรับตั้ง นั่นคือ

Tone Controls
Main Menu > Tone Controls > Tone Defeat > On

ฟังท์ชั่น Tone Controls ของ T777v3 จะเปิดโอกาสให้คุณปรับแต่งเสียงทุ้ม (Bass) และเสียงแหลม (Treble) ได้ ในขณะที่ Tone Defeat เป็นการ ปิดฟังท์ชั่น Tone Controls นี้ จากการที่เราทราบกันดีว่า การปรับทุ้มแหลมผ่านฟังท์ชั่น Tone Controls จะทำให้สัญญาณเสียงสูญเสียความบริสุทธิ์ไปจากต้นฉบับ ดังนั้น เราจึงควรเลือก Tone Defeat ไว้ที่ตำแหน่ง “On

ส่วนหัวข้อปรับตั้งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสียง ส่วนใหญ่จะไปเป็นเมนูย่อยที่อยู่ในเมนูหลัก Setup Menu ซึ่งใน Setup Menu มีหัวข้อย่อย (sub-menu) ให้เลือกปรับตั้งอยู่ทั้งหมด 11 หัวข้อย่อย ดังนี้

1. Control Setup
2. Source Setup
3. Speaker Setup
4. Zone Setup
5. Amplifier Setup
6. Trigger Setup
7. Listening Mode Setup
8. Front Panel Display Setup
9. A/V Presets
10. BluOs Setup
11. Select Language

ผมลองเข้าไปสำรวจพารามิเตอร์ในหัวข้อเมนูย่อยเหล่านี้แล้ว พบว่า หัวข้อที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงของสัญญาณ Stereo 2 ch ที่เราจะฟังผ่านอินพุต “Audio 5” นั้นมีอยู่ทั้งหมด 5 เมนูด้วยกัน (ที่ผมทำสีฟ้าไว้) ซึ่งผมจะแสดงการปรับแต่งเรียงลำดับจากบนลงล่าง ตามนี้

Source Setup
Main Menu > Setup Menu > Source Setup

เข้ามาในเมนูย่อยนี้แล้ว เราก็เลือกไปที่ Source 5 ที่เราตั้งใจจะใช้กับช่องอะนาลอก อินพุตในครั้งนี้ ซึ่งในนั้นมีหัวข้อเมนูย่อยๆ ให้เราทำการปรับตั้งอยู่ทั้งหมด 8 หัวข้อ คือ Enabled, Name, Analog Audio, Analog Gain, Digital Audio, Video Input, A/V Preset และ Trigger Out ผมทำการปรับตั้งไว้ตามนี้ โดยเน้นที่คุณภาพเสียงดีที่สุดสำหรับอินพุตนี้ในการฟังเพลงที่เป็นสัญญาณอะนาลอกสองแชนเนล

ส่วนหัวข้อถัดลงมาคือ “Speaker Setupเราได้ทำการปรับตั้งไปแล้วก่อนหน้านี้ ในขั้นตอนกำหนดเอ๊าต์พุตนั่นเอง หัวข้อถัดไปที่เราต้องเข้าไปทำการปรับตั้ง ก็คือ Amplifier Setupซึ่งในหัวข้อเมนูนี้ มีหัวข้อย่อยให้ปรับตั้งอยู่ 6 รูปแบบ คือ Back, Front (Bi-Amp), Zone 2, Zone 3, Zone 4 และ Height 1/Height 2 ขึ้นอยู่กับว่า คุณทำการปรับตั้งระบบเสียงเซอร์ราวนด์หลักไว้เป็นแบบไหน ถ้าในระบบเซอร์ราวนด์หลักของคุณไม่มีลำโพงเซอร์ราวนด์ด้านหลัง (Surround Back) คุณก็สามารถเลือกให้มันเข้ามาช่วยขับลำโพงคู่หน้าในลักษณะ Bi-amp ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเสียงของการฟังเพลงด้วยระบบเสียงสเตริโอผ่านทางลำโพงคู่หน้า ถ้าลำโพงคู่หน้าที่คุณใช้แยกขั้วต่อสายลำโพงมาให้สองชุด

ซึ่งในการฟังระบบเสียง Stereo 2 Ch เราไม่มีแชนเนลหลังอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าลำโพงคู่หน้าที่จะใช้ฟังเพลง ติดตั้งขั้วต่อสายลำโพงมาให้โดยแยก 2 ชุดแบบไบไวร์ แนะนำให้ปรับตั้งที่หัวข้อเมนูนี้เป็น Front (Bi-Amp) เพื่อใช้ภาคขยายจากตัว T777v3 จำนวน 4 แชนเนลแยกกันขับ ซึ่งจะทำให้ได้คุณภาพเสียงดีขึ้น เพราะใช้กำลังขับมากขึ้น

ผมเลือกตั้งให้ Back Amplifier อยู่ที่ “Front (Bi-Amp)ตอนลองฟังกับลำโพง Totem : Ember

ฟังท์ชั่นต่อไปคือ “Listening Mode Setupซึ่งเป็นการปรับตั้งโหมดการรับฟัง ในนั้นมีหัวข้อย่อยอยู่ 4 หัวข้อคือ Listening Modes, Dolby Setup, DTS Setup, Enhanced Stereo ที่เกี่ยวข้องกับระบบเสียงสเตริโอที่เราจะฟังก็คือ Listening Modes

Listening Modes
Main Menu > Setup Menu > Listening Modes

ในนั้นจะมีแยกให้เราปรับตั้งโหมดการรับฟังของทั้งสัญญาณอินพุตที่เข้ามาเป็น analog และ digital และในส่วนของ digital ยังแยกให้ปรับตามฟอร์แม็ตของระบบเสียงอีกด้วย ไล่ไปตั้งแต่ Dolby Digital, DTS, PCM และ Analog ซึ่งเราก็ไม่ต้องไปสนใจส่วนที่เป็นสัญญาณดิจิตัลทั้งสามประเภท แค่เลือกปรับตั้งที่หัวข้อ Analog ไปไว้ที่ “Analog Bypassจะให้เสียงออกมาเที่ยงตรงมากที่สุดจากสัญญาณอะนาลอกที่เราป้อนเข้าไป เพราะสัญญาณอะนาลอกที่ป้อนเข้าไปที่อินพุต Analog 5 ช่องนี้จะไม่ผ่านวงจร analog-to-digital coversions และบายพาสวงจร DSP ที่อยู่ใน T777v3 ตัวนี้ออกไปทั้งหมดรวมถึงฟังท์ชั่น Bass management ด้วย เหลืออยู่แค่ฟังท์ชั่นปรับ Tone Controls (ทุ้มแหลม) เท่านั้นที่สัญญาณอะนาลอกอินพุตที่ช่อง Analog 5 ยังคงต้องวิ่งผ่าน แต่ถ้าเราเลือกฟังท์ชั่น Tone Defeat ไว้ที่ตำแหน่ง “Onผลเสียกับสัญญาณอินพุตก็จะน้อยมาก

เมื่อทำการปรับตั้งช่องอินพุต Audio 5 เสร็จแล้ว ถ้าคุณต้องการแยกอินพุต Audio 5 ช่องนี้ไว้ใช้กับสัญญาณอะนาลอกเพียวๆ จริงๆ ก็ให้ป้อนเฉพาะสัญญาณอะนาลอกจากแหล่งต้นทางสัญญาณของคุณเข้ามาที่ช่อง Audio 5 ด้วยสาย RCA Stereo เท่านั้น *** ต้องไม่ทำการเชื่อมต่อสัญญาณดิจิตัลเข้าทางช่อง Audio 5 เป็นอันขาด เพราะถ้าเชื่อมต่อสัญญาณดิจิตัลเอาไว้ ตัว T777v3 จะสวิทช์ไปที่ดิจิตัลก่อนเสมอ

BluOS
ไม้ตายของ NAD !

อีกหนึ่งช่องทางที่คุณจะสามารถอาศัย T777v3 ในการฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch ได้อย่างมีคุณภาพ นั่นคือฟังผ่านสตรีมเมอร์ BluOS ของบริษัท Bluesound ในเครือเดียวกับ NAD นั่นเอง โดยอาศัยช่องอินพุต “Audio 6” ซึ่งถูกกำหนดไว้ให้ใช้กับ BluOS โดยเฉพาะ

ด้วยโครงสร้างแบบ MDC Modular Design Construction ทำให้ง่ายต่อการอัพเกรดความสามารถของตัวเครื่องไปตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ตลอด ซึ่ง T777v3 ตัวนี้ได้ติดตั้งโมดูลรุ่น VM 300 มาในตัว ทำให้ T777v3 มีความสามารถครบเครื่องสำหรับโฮม เอนเตอร์เทนเม้นต์ยุคใหม่ รองรับกับสัญญาณวิดีโอได้ถึงระดับ 4K UHD รวมถึงระบบเสียงเซอร์ราวนด์ Dolby Atmos ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานสากลไปแล้วสำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ในปัจจุบัน

อ๊อปชั่นพิเศษที่เป็นไฮไล้ท์ของการอัพเกรด NAD T777 ขึ้นมาเป็น version 3 ก็คือ BluOS นี่แหละ.! เพราะที่ผ่านมาๆ มีเอวี รีซีฟเวอร์ไม่กี่ตัวในท้องตลาดที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับการฟังเพลงมากเป็นพิเศษอย่างที่ NAD T777v3 ตัวนี้กำลังทำอยู่

วิธีการติดตั้ง BluOS บน T777v3

ตัว T777 รุ่นก่อนหน้านี้ไม่มี BluOS ในตัว เพิ่งจะมาใส่ไว้ให้ใน version 3 นี่เอง เนื่องจากการ์ด VM 300 ที่ใส่มาให้ใน T777v3 มีช่อง USB อยู่แค่ช่องเดียว แต่เพราะทาง NAD ต้องการทำให้ T777v3 สามารถรองรับการเล่นไฟล์เพลงครบทุกช่องทาง ไม่ว่าจะสตรีมผ่าน wireless Wi-Fi ด้วยแอพฯ BluOS, หรือจะสตรีมผ่าน Bluetooth ก็สามารถทำได้ ทางผู้ผลิตจึงได้แถม USB Hub มาให้หนึ่งชิ้น เพื่อขยายจำนวนช่องเสียบ USB ขึ้นมาอีก 4 ช่อง พร้อมให้แท่ง Wi-Fi dongle, Bluetooth dongle และ USB microphone (ที่ใช้ในการปรับตั้ง Auto Calibration) มาอีกอย่างละอัน

A : USB hub ที่ให้มาในกล่อง

B : USB Wi-Fi dongle สำหรับเชื่อมต่อสัญญาณ wireless Wi-Fi กับเน็ทเวิร์คที่บ้านคุณ

C : USB Bluetooth dongle ที่ให้มา ไว้รับสัญญาณเสียงผ่านคลื่นบลูทูธ

D : USB extender ไว้เพิ่มความยาวของสาย USB

E : External-HD ของผมที่ใช้เก็บไฟล์เพลง


BluOS Setup
Setup Menu > BluOS Setup > BluOS Upgrade

สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเปิดใช้งานฟังท์ชั่น BluOS หลังจากแกะกล่องและติดตั้งอุปกรณ์เสร็จแล้ว นั่นคือทำการอัพเกรดฟังท์ชั่น BluOS บนตัว T777v3 ซะก่อน ด้วยการเชื่อมต่อ Wi-Fi dongle ที่ให้มาในกล่องเข้ากับเน็ทเวิร์คที่บ้านของคุณซึ่งต่ออินเตอร์เน็ตไว้ ให้อยู่ในวงเดียวกับที่คุณเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนนั่นแหละ หลังจากนั้น ก็เข้าไปในเมนูย่อยหัวข้อ “BluOS Upgradeของ T777v3 จากนั้นก็สั่งอัพเกรดได้เลย หรือจะใช้วิธีโหลดแอพฯ BluOS Controls มาลงบนคอมฯ หรือสมาร์ทโฟน แล้วเปิดแอพฯ ขึ้นมา เมื่อแอพฯ ค้นเจอ T777v3 มันจะทำการอัพเกรดเวอร์ชั่น BluOS ในตัว T777v3 ให้ใหม่โดยอัตโนมัติ

เมื่อ T777v3 เชื่อมต่อเข้ากับเน็ทเวิร์คผ่านทาง Wi-Fi ไร้สายแล้ว คุณก็สามารถใช้แอพ BluOS เล่นไฟล์เพลงแล้วส่งไปให้ T777v3 ผ่านทางอินพุต Audio 6 (BluOS) ของ T777v3 ได้ทันที เมื่อนั้น คุณก็สามารถเอนจอยกับคอนเท็นต์เหล่านี้จากแอพ BluOS ได้

1: สตรีมไฟล์เพลงจากอินเตอร์เน็ตผ่านแอพ BluOS

แอพ BluOS รองรับกับระบบปฏิบัติการณ์ได้หลากหลาย มีทั้งเวอร์ชั่น Mobile & Tablet Apps (Android, iOS และ Kindle) และเวอร์ชั่น Desktop Apps (Windows และ OS X) ซึ่งภายในแอพ BluOS มีผู้ให้บริการสตรีมไฟล์เพลงอยู่หลายเจ้าติดตั้งไว้ให้คุณเลือกใช้ อาทิ TIDAL, Spotify, Tunein ฯลฯ รวมถึงอินเตอร์เน็ต เรดิโอด้วย (ดาวน์โหลดฟรี ที่นี่)

หน้าตาของอัลบั้มที่ผมเลือกไว้ใน My Music บน TIDAL เมื่อมาแสดงผลบนแอพ BluOS

ผมทดลองเลือกอัลบั้มนี้จากกลุ่ม Master ที่เข้ารหัส MQA มาลองฟังผ่านแอพ BluOS บน T777v3 จะเห็นว่า ตัวแอพ BluOS สามารถเล่นไฟล์ MQA ได้ (ศรชี้)


2: เล่นไฟล์จาก USB external HDD ผ่านแอพ BluOS ได้

เมื่อคุณเอา USB external HDD ที่เก็บไฟล์เพลงมาเสียบเข้าที่ช่อง USB ของแท่ง USB hub (ดูรูปประกอบด้านบน) ตัวแอพ BluOS จะสามารถเจาะเข้าไปดึงเอาข้อมูลของเพลงในฮาร์ดดิสของคุณมาโชว์บน Library ของแอพได้ อาทิ ภาพปกอัลบั้ม, ชื่ออัลบั้ม และ ชื่อศิลปิน

ข้างบนนี้คือเพลงที่ผมเก็บอยู่ใน USB ext. HDD มีทั้งไฟล์ CD และไฟล์ PCM High-res ซึ่งผมริปมาจากแแผ่นซีดีและแผ่น DVD-Audio เป็นไฟล์ WAV และใส่ไฟล์ Jpeg ที่เป็นภาพปกของอัลบั้มเหล่านั้นไว้ในโฟลเดอร์ด้วย ตัวแอพ BluOS สามารถดึงไฟล์ภาพปกของแต่ละอัลบั้มขึ้นมาโชว์ได้ครบทั้งหมด

เล่นไฟล์ WAV 16/44.1 ที่ริปมาจากแผ่นซีดี (ใช้แอพ BluOS บน iPad2)

เล่นไฟล์ WAV 24/192 ที่ริปมาจากแผ่น DAD (ใช้แอพ BluOS บนคอมพิวเตอร์ Mac mini) ซึ่งตัวแอพจะโชว์ว่าเป็นไฟล์ HR (High-Res Audio)

ถ้าต้องการทราบสเปคฯ ของไฟล์ที่กำลังเล่น ต้องกดเข้าไปดูในหัวข้อ Technical info จึงจะแจ้งแหล่งที่มาของไฟล์และสเปคฯ ของไฟล์ที่กำลังเล่น


3: รองรับการเล่นไฟล์เพลงจากอุปกรณ์พกพา (DAP, smartphone และ Tablete) ทาง Bluetooth

บนแท่ง USB hub ที่ให้มาในกล่อง มีแท่ง Bluetooth dongle เสียบมาด้วย เมื่อคุณเลือกอินพุต Audio 6 (BluOS) ตัว T777v3 จะสามารถรองรับสัญญาณเพลงที่เล่นบนอุปกรณ์พกพาที่มี Bluetooth ได้

ผมตั้งชื่ออินพุต BluOS ของ T777v3 ว่า “Living Room” ภาพด้านบนคือตอนลองเล่นไฟล์เพลงบน iPhone 7 ด้วยแอพ Onkyo HF Player แล้วส่งไปที่ T777v3 ผ่านทาง Bluetooth

4: ใช้ T777v3 เป็น endpoint (output) ของโปรแกรมเล่นไฟล์เพลง roon

เนื่องจาก NAD เป็นพาทเนอร์กับ roonlabs ทำให้ตัว T777v3 เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่ม roon ready เมื่อ T777v3 ถูกเชื่อมเข้าไปอยู่ในวงเน็ทเวิร์ควงเดียวกับคอมพิวเตอร์ หรือมิวสิค เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้โปรแกรม roon ในการเพลย์แบ็คไฟล์เพลง ตัว T777v3 จะเข้าไปปรากฏเป็นเอ๊าต์พุตให้กับโปรแกรม roon ทันที

ถ้า T777v3 ไม่ได้เป็น “roon readyมันจะไม่ไปปรากฏอยู่ตรงนี้ของโปรแกรม roon ซึ่งกรณีนี้ จะเรียกว่า T777v3 เข้าไปเป็นสมาชิกลูกข่ายอยู่โซนหนึ่งของระบบมัลติโซนที่ควบคุมโดย roon ก็ได้

เนื่องจาก BluOS ในตัว T777v3 รองรับการเล่นไฟล์ MQA ได้ ดังนั้น คุณสามารถเล่นไฟล์ MQA ด้วยโปรแกรม roon แล้วส่งสัญญาณที่มีดาต้า MQA ไปให้ T777v3 เป็นคนถอดรหัสให้ก็ได้

ภาพนี้ยืนยันว่า T777v3 เข้าไปเป็นเอ๊าต์พุตอยู่ในโซนหนึ่งของระบบมัลติโซนที่มี roon เป็นตัวควบคุม

ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า T777v3 เป็นพาทเนอร์กับ roonlabs จริงๆ เพราะถ้าไม่ใช่ จะไม่ปรากฏภาพแบบนี้บนโปรแกรม roon ซึ่งผลดีก็คือ จะได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดจากการเล่นไฟล์โดยโปรแกรม roon แล้วส่งสัญญาณดิจิตัล (เสียง) มาผ่านภาค DAC ในตัว T777v3 เนื่องจากโปรแกรม roon รับรู้ข้อมูลของภาค DAC ที่อยู่ในตัวของ T777v3 และได้ทำการชดเชยมาให้ลงตัวกันมากที่สุดนั่นเอง

ผลลัพธ์ทางเสียง :
สำหรับระบบเสียง stereo 2 ch

ผลการทดลองฟังทั้งสามรูปแบบ ผมพบว่า คุณภาพของภาคขยายในตัว T777v3 อยู่ในระดับที่ดีน่าพอใจมากทีเดียว เมื่อใช้ฟังเพลงด้วยระบบเสียง stereo 2 ch เสียงที่ได้มันออกมาดีกว่าที่ผมคาดไว้มาก สามารถถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมาให้สัมผัสได้อย่างที่เพลงนั้นๆ ต้องการนำเสนอจริงๆ ไม่ได้แข็งทื่อ แห้งแล้งไร้อารมณ์อย่างที่เคยๆ คิดกัน แอมป์เซอร์ราวนด์ใช้ฟังเพลง 2ch ไม่ดี.. ผมอยากจะขอให้ไปหาโอกาสทดลองฟังแอมป์เซอร์ราวนด์รุ่นใหม่ๆ ดูอีกที ความคิดและมุมมองของคุณที่มีต่อเสียงของ AVR อาจจะเปลี่ยนไปเหมือนอย่างที่ผมประสบมา

เพราะจากที่ผมได้ทดลองฟังจาก T777v3 หลากหลายของเพลงและหลากหลายรูปแบบของสัญญาณอะนาลอกที่ป้อนเข้าทางช่อง Audio 5 และจากการเล่นไฟล์เพลงผ่านเข้าทางอินพุต BluOS ผมพบว่า เสียงที่ได้ยินมันเข้าข่ายของคำว่า เสียงดีได้อย่างไม่เคอะเขิน ไม่ว่าจะพิจารณาในประเด็นของเนื้อเสียง, มิติซาวนด์สเตจ, ไดนามิก, สปีด และฮาร์มอนิก ถ้าตัวไฟล์เพลงบันทึกมาดีพอ T777v3 ก็สามารถถ่ายทอดคุณสมบัติเหล่านั้นออกมาให้ผมสัมผัสได้เช่นนั้นจริงๆ ถ้าจะถามผมว่า หากเทียบกับเสียงของอินติเกรตแอมป์ หรือปรี+เพาเวอร์แอมป์ที่เป็นระบบเสียง stereo 2 ch จริงๆ เสียงจะต่างกันแค่ไหน.? ผมยอมรับว่า ไม่สามารถตอบทันทีได้ จากประสบการณ์ ผมคิดว่า ถ้าเอาชุดแอมป์ดีๆ ราคาไม่เกิน 5 หมื่นบาทมาฟังเทียบ จะต้องมีประเด็น ได้อย่างเสียอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งรวมๆ แล้วไม่น่าจะ ข้ามเสียงของ T777v3 ไปได้ ถ้าลำโพงที่จัดมาคู่กับ T777v3 ไม่โหดเกินกว่าที่กำลังขับของมันจะรับมือได้

สิ่งที่สะดุดหูมากๆ คือคุณภาพเสียงที่ได้ยินจากการเล่นไฟล์เพลงผ่านทาง BluOS โดยเฉพาะเมื่อเล่นไฟล์เพลงที่ผมเก็บไว้บนฮาร์ดดิสของผมเอง ผมพบว่า เสียงที่ได้ยินผ่านออกมาทาง T777v3 มันดีมาก.! ในฐานะของคนชอบฟังเพลง ผมยอมรับว่าสามารถใช้ชีวิตที่มีสุขกับการฟังเพลงร่วมกับ T777v3 ตัวนี้ได้สบายๆ /

***************
REVIEW NAD T777v3 (Part 2 : Multichannel Music Listening)

REVIEW NAD T777v3 (Part 3 : Multichannel Movie)
***************
ราคา : 113,400 บาท
***************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท โคไน้ซ์ อีเล็คโทรนิค จำกัด
โทร. 02-276-9644

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  |  Link

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า