รีวิวเครื่องเสียง Soul รุ่น X-Shock หูฟังไร้สาย ‘True Wireless’ จากประเทศสหรัฐอเมริกา

เป็นไปตามกฏเกณฑ์การค้าจริงๆ เพราะกระแสหูฟังไร้สายแบบที่เรียกว่า “True Wirelessฮิตมากในปัจจุบัน จนถึงตอนนี้ก็ยังคงร้อนแรงไม่เลิก ถือว่าเป็นสินค้ากระแสหลักไปซะแล้วสำหรับวงการหูฟังวันนี้ นั่นเป็นผลทำให้ข้อจำกัดต่างๆ ที่คอยกีดขวางคำว่า คุณภาพของหูฟังประเภทนี้จึงได้รับการแก้ไข ขจัดปัดเป่าออกไปอย่างรวดเร็ว นับถึงวันนี้ คุณภาพของหูฟังไร้สายแบบ “True Wirelessจึงพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้งทางด้าน ฟังท์ชั่นใช้งานและ คุณภาพเสียง

Soul รุ่น X-Shock
หูฟังไร้สายที่พัฒนามาเพื่อคนชอบกีฬาและชอบฟังเพลง

สำหรับคนที่งงๆ อยู่ว่า ระหว่าง หูฟังไร้สายแบบ True Wireless กับ หูฟังไร้สายเฉยๆ (Wireless Headphone) ต่างกันอย่างไร.? ปกติแล้ว หูฟังแบบมีสายเดิมๆ จะใช้ สายสัญญาณเชื่อมต่อสัญญาณ 2 ช่วง คือระหว่างเครื่องเล่นกับหูฟัง และระหว่างหูฟังข้างซ้ายกับหูฟังข้างขวา ส่วนหูฟังแบบไร้สายเฉยๆ จะใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อเฉพาะหูฟังข้างซ้ายกับหูฟังข้างขวาเท่านั้น แต่ระหว่างหูฟังกับเครื่องเล่นจะเชื่อมต่อกันด้วยคลื่น Bluetooth ไร้สาย ดังนั้น หูฟังแบบ True Wireless ก็คือหูฟังที่ไม่ใช้สายสัญญาณในการเชื่อมต่อสัญญาณทั้ง 2 ช่วง แต่ใช้คลื่น Bluetooth ในการเชื่อมต่อทั้งระหว่างเครื่องเล่นกับหูฟัง และระหว่างหูฟังข้างซ้ายกับหูฟังข้างขวานั่นเอง

บรรจุมาในกล่องกระดาษขนาดใหญ่ แน่นหนา

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง

หูฟังของ Soul รุ่น X-Shock ตัวที่ผมกำลังทดสอบนี้ก็เป็นหูฟังแบบ “True Wirelessและเป็นเจนเนอเรชั่นหลังๆ ที่มีพัฒนาการเหนือกว่าเจนเนอเรชั่นแรกๆ อยู่หลายจุด ก่อนจะไปเจาะลึกทางด้านนั้น เรามาดูรูปร่างภายนอกของมันก่อน

อวบใหญ่ใส่สบาย

ลักษณะความกระชับแน่นในการสวมใส่ของหูฟังประเภท True Wireless แบบเสียบเข้าไปในรูหูอย่างนี้มีความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะถ้าไม่กระชับแน่นเพียงพอมันจะหลุดหายได้ง่าย โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาให้สวมใส่ขณะเล่นกีฬายิ่งมีโอกาสหลุดหายง่ายขึ้นไปอีก

หลายๆ ยี่ห้อใช้วิธีออกแบบรูปร่างภายนอกของตัวบอดี้ให้มีลักษณะที่สอดรับกับสรีระภายในช่องหูของมนุษย์ทั่วไป เพื่อให้สามารถสอดใส่เข้าไปแนบกระชับอยู่ในช่องหู อาศัยส่วนโค้งเว้าภายในช่องหูช่วยพยุงตัวบอดี้เอาไว้ ซึ่ง X-Shock ของ Soul ตัวนี้ก็มาในรูปแบบนั้น โดยออกแบบตัวบอดี้ด้วยวัสดุประเภทพลาสติกเพื่อให้มีน้ำหนักเบา (แค่ข้างละ 6 กรัม) และยึดติดกับผิวหนังบริเวณใบหูได้แน่น ด้วยรูปทรงของบอดี้ที่อวบอ้วน ใกล้เคียงกับช่องว่างส่วนนอกของร่องหู เมื่อสวมเข้าไปแล้วดันให้หงายขึ้นเล็กน้อย ตัวบอดี้จะอัดแน่นล็อคเข้ากับช่องว่างในร่องหูพอดีๆ

ท่อนำเสียงของ X-Shock มีความยาวเท่ากับ 3.0 .. ซึ่งถือว่าไม่ได้ยาวมาก แต่เนื่องจากส่วนฐานของตัวบอดี้ที่เชื่อมต่อจากท่อนำเสียงมีรูปทรงที่โค้งมนและผายลู่ในลักษณะที่สอดรับกับลักษณะของช่องหูส่วนบนพอดีๆ เมื่อสอดท่อนำเสียงเข้าไปในรูหูจึงเข้าไปได้ลึกมากกว่า 3 มิลลิเมตร เพราะส่วนฐานของบอดี้ที่เชื่อมต่อจากท่อนำเสียงจะเข้าไปช่วยอุดช่องหูเอาไว้ เป็นการป้องกันไม่ให้เสียงจากภายนอกลอดเข้าไปได้ระดับหนึ่ง (น่าจะเป็นความหมายที่แบรนด์เรียกว่า Noise Isolation) ปากท่อนำเสียงมีลักษณะเป็นทรงกระบอก ปากท่อมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 4.0 ..

จุก (ear tips) ที่ให้มามีอยู่ 3 คู่ ขนาด S, M, L ตัวขนาดกลาง (M) ติดมากับตัวหูฟัง ส่วน S กับ L ใส่ถุงพลาสติกสแปร์อยู่ในกล่อง เป็นจุกซิลิโคนทั้งสามคู่ จากการทดลองใส่หูของผมจะฟิตพอดีกับจุกขนาดกลางที่ติดมากับตัวบอดี้ ใส่สบายดี ไม่รู้สึกอึดอัดในช่องหู คงเป็นเพราะความนิ่มของซิลิโคนประการหนึ่ง ส่วนอีกประการหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าตัวจุกไม่ได้หนาและยาวมาก จึงไม่ไปกดดันที่ผนังของช่องหูมาก เลยไม่รู้สึกอึดอัดแม้จะใส่ฟังนานๆ นับชั่วโมง อันนี้ถือว่าเจ๋ง!

ที่ตัวบอดี้มีจุดสัมผัสโลหะตัวนำสีทองอยู่ 3 จุด ซึ่งจะทำหน้าที่ชาร์จไฟเข้าเมื่อนำไปใส่ลงในกล่องชาร์จ และมีปั๊มตัวอักษร R และ L เพื่อระบุแชนเนลของหูฟังไว้บนตัวบอดี้ด้วย สังเกตง่าย

กล่องหูฟังที่ให้มามีรูปร่างและขนาดที่เล็กกระชับเหมาะมือ น้ำหนักเบาแค่ 135 กรัม ด้านในที่ใส่หูฟังแยกเป็นสองช่องสำหรับหูข้างซ้ายและขวา โดยออกแบบช่องใส่ให้มีลักษณะฟิตพอดีกับรูปทรงของบอดี้แต่ละข้าง ป้องกันใส่ผิดข้าง เมื่อวางหูฟังลงไปในช่อง ตัวหูฟังจะถูกดูดตรึงอยู่ในช่องด้วยแม่เหล็ก และแต่ละช่องจะมีหมุดโลหะตัวนำสำหรับชาร์จไฟที่เก็บอยู่ในกล่องเข้าสู่ตัวหูฟัง ซึ่งแบตเตอรี่ที่อยู่ในตัวกล่องเป็นแบบ ลิเธียม อิออน โพลีเมอร์ ที่มีความจุมากถึง 3000mAh เมื่อชาร์จไฟเก็บไว้จนเต็ม จะสามารถรีชาร์จไฟให้กับตัวหูฟังได้มากถึง 16 ครั้ง ซึ่งหูฟังจะใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 3.8 ชั่วโมง ต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง (ตัวหูฟังใช้เวลาชาร์จจนเต็มอยู่ที่ 1.5 ชั่วโมง) เมื่อรวมกับรีชาร์จจากกล่องได้อีก 16 ครั้ง ทำให้สามารถใช้งานหูฟังได้นานรวมกันถึง 60 ชั่วโมง! ไม่ต้องพะวงกันข้ามวันไปเลย.. เจ๋งมาก!!

ไฟชาร์จเข้าที่ตัวกล่องทางขั้วต่อ micro USB (ศรชี้สีแดง) ด้วยสายชาร์จที่แถมมาในกล่อง นอกจากนั้น ที่ตัวกล่องยังมีขั้วต่อ USB type A อีกหนึ่งช่อง (ศรชี้สีฟ้า) อันนั้นมีไว้สำหรับชาร์จสมาร์ทโฟน กรณีฉุกเฉินโทรศัพท์แบตหมดก็สามารถรีชาร์จจากไฟในกล่องไปใช้ได้ด้วย อันนี้ก็เจ๋ง!

ไฟ LED ดวงเล็กๆ ทั้ง 4 ดวง (ศรชี้สีขาว) ที่ติดตั้งมาบนกล่องจะทำหน้าที่แสดงสถานะของแบตเตอรี่ในตัวกล่อง คือถ้าทั้งสี่ดวงกระพริบขึ้นมาขณะใช้งาน แสดงว่าแบตเตอรี่ในกล่องเหลือไม่ถึง 25%, ถ้าสว่างแค่ดวงเดียวแสดงว่ามีไฟอยู่ในแบตเตอรี่ไม่เกิน 50% และสว่างสองดวง แสดงว่ามีไฟอยู่ 50-75%, สว่างสามดวง มีไฟอยู่ 75-99% เมื่อชาร์จจนเต็ม 100% จะสว่างทั้ง 4 ดวง ส่วนสถานะแบตเตอรี่บนตัวหูฟังจะแสดงด้วยไฟ LED สีขาวบนตัวหูฟัง ซึ่งจะสว่างวาบขึ้นมาทุกๆ 7 วินาที เมื่อแบตใกล้จะหมด พร้อมทั้งมีเสียงเตือนในหูฟังว่า “Low batteryทุกๆ 1 นาทีจนเมื่อแบตหมดก็จะดับไป

เปิดเครื่องและเชื่อมต่อ

หูฟังตัวนี้กันน้ำได้ กันเหงื่อได้ สามารถใส่เล่นกีฬาได้ ถ้าเปื้อนก็สามารถรดน้ำล้างได้ เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าเปียกได้ แต่ใช้ใส่ว่ายน้ำหรือเอาไปแช่ในน้ำไม่ได้

สำหรับระบบการเชื่อมต่อสัญญาณทั้งจากเครื่องเล่นมาที่หูฟังและระหว่างหูฟังทั้งสองข้างใช้คลื่น Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 เป็นพาหะ ซึ่งให้ระยะการเชื่อมต่ออย่างมีประสิทธิภาพอยู่ที่ 10 เมตร (33 ฟุต)

หากไม่ได้ใช้งานควรเก็บหูฟังทั้งสองข้างไว้ในกล่องตลอดเวลา เมื่อต้องการเปิดใช้งานตัวหูฟังก็ทำได้ง่ายๆ แค่เปิดฝากล่องแล้วหยิบหูฟังทั้งสองข้างออกมา หูฟังทั้งสองข้างก็เปิดขึ้นมาเองอัตโนมัติ และเริ่มต้นเชื่อมต่อกันระหว่างข้างซ้าย (master) กับข้างขวา (slave) โดยอัตโนมัติ และทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อกันมาแล้วโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการทำงานของฟังท์ชั่นพิเศษของหูฟังตัวนี้ที่เรียกว่าฟังท์ชั่น “Auto Pairingหลังใช้งานเสร็จแล้วและต้องการปิดการทำงานก็แค่ใส่หูฟังทั้งสองข้างลงไปในกล่อง หูฟังทั้งสองข้างจะปิดตัวลงเองอัตโนมัติและตัวกล่องจะทำการชาร์จไฟเข้าไปที่ตัวหูฟังทั้งสองเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานครั้งต่อไปทันที

สำหรับการใช้งานครั้งแรก หลังจากหยิบหูฟังทั้งสองข้างออกมาจากกล่อง และหูฟังทั้งสองข้างเชื่อมต่อกันแล้ว ตัวหูฟังข้างซ้ายจะส่งสัญญาณ Bluetooth ออกมารอการเชื่อมต่อ คุณก็แค่เข้าไปเปิดการเชื่อมต่อ Bluetooth ที่ตัวสมาร์ทโฟนของคุณเข้ากับหูฟังโดยเลือกที่ชื่อ “X-Shockเมื่อการเชื่อมต่อสำเร็จจะมีเสียงแจ้งเตือนในหูว่า “Pairing Successfulตามด้วย “Second device connectedดังขึ้นที่หูฟังข้างซ้าย แสดงสภาวะพร้อมใช้งานแล้ว แต่ถ้าคุณไม่ได้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ใดๆ เข้ากับหูฟังเพื่อใช้งานหลังจากเอาออกมาจากกล่อง โดยทิ้งไว้นอกกล่องเฉยๆ 10 นาที หูฟังทั้งสองข้างจะปิดทำงานเองอัตโนมัติเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ และในคราวต่อไป เมื่อต้องการใช้งานหูฟังกับสมาร์ทโฟนเครื่องเดิมของคุณ คุณก็แค่เปิด On โหมด Bluetooth ที่สมาร์ทโฟนทิ้งไว้แล้วเปิดฝากล่องเอาหูฟังทั้งสองข้างออกมาจากกล่อง หูฟังทั้งสองข้างจะทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของคุณเองอัตโนมัติและพร้อมใช้งานได้เลย

ฟังท์ชั่นที่ใช้งานโทรศัพท์
และควบคุมการเล่นเพลง

ประสิทธิภาพการทำงานผ่านระบบไร้สาย Bluetooth ของหูฟังรุ่นนี้ รองรับโปรไฟล์ A2DP (สตรีมสัญญาณเสียง), AVRCP (รีโมทสั่งงานการเล่นเพลง) และ HFP (แฮนด์ฟรี) ซึ่งการสั่งงานเกี่ยวกับการโทรศัพท์ หูฟังข้างซ้ายจะรับหน้าที่เป็นมาสเตอร์

สำหรับการโทรศัพท์ คุณสามารถควบคุมสั่งงานโดยสัมผัสกับหูฟังข้างซ้ายในการรับสายโทรฯ เข้า (กดที่โลโก้บนหูข้างซ้าย 1 ครั้ง), วางสาย (กดที่โลโก้บนหูข้างซ้าย 1 ครั้ง), ปฏิเสธการรับสาย (กดที่โลโก้บนหูข้างซ้าย 2 ครั้ง), เรียกสายซ้ำ (กดที่โลโก้บนหูข้างซ้าย 3 ครั้ง) ส่วนการควบคุมการเล่นไฟล์เพลง เมื่อต้องการเลื่อนไปเล่นแทรคข้างหน้า (Forward Track) กดไปที่หูข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ได้ติดๆ กัน 2 ครั้ง ขณะเพลงกำลังเล่นถ้าต้องการหยุดเล่นชั่วคราว (pause) ให้กดไปที่หูข้างใดก็ได้ 1 ครั้ง และเมื่อต้องการเล่นต่อก็กดซ้ำลงไปอีกหนึ่งครั้ง

ทดลองใช้งาน
และทดลองฟังเสียง

ตัวหูฟังให้การตอบรับต่อการสั่งงานด้วยการกดไปที่ตัวหูฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากต้องใช้แรงกดมากกว่าการแตะเฉยๆ ในการควบคุมสั่งงานจึงค่อนข้างยากนิดนึงขณะสวมหูฟังอยู่ในหู เพราะต้องใช้ปลายนิ้วทั้งสามนิ้วคือนิ้วโป้ง+นิ้วชี้และนิ้วกลางคอยประคองตัวหูฟังไว้ด้วยขณะกด

ส่วนประกอบในตัวหูฟัง

หูฟังตัวนี้เป็น True Wireless ที่ไม่มีระบบ “Electronic Noise Cancellingในตัว ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อด้อยเมื่อใช้ฟังเพลงที่คำนึงถึงคุณภาพเสียงมากหน่อย ซึ่งข้อด้อยก็คือว่าถ้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนภายนอกเยอะๆ จะมีบางส่วนเล็ดลอดเข้ามาได้ ทำให้รายละเอียดของเพลงถูกรบกวน ส่วนข้อดีคือ ทำให้ได้ยินรายละเอียดของเสียงมากกว่า (เมื่อรับฟังในสภาพแวดล้อมที่เงียบหรือมีเสียงรบกวนบางเบา) เพราะไม่ถูกวงจร Noise Cancelling ตัดทิ้งไป

ผมไม่พบข้อมูลตัวเลขทางเทคนิคของหูฟังตัวนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นลักษณะและจำนวนของไดเวอร์ที่ใช้, ย่านความถี่ตอบสนอง, ความไว, ความต้านทาน ฯลฯ ดูเหมือนผู้ผลิตพยายามที่จะไม่นำเอาข้อมูลเหล่านี้ออกมาเผยแพร่ จากการทดลองใช้งานจริงโดยจับคู่กับ iPhone 7 ของผมแล้วใช้แอพฯ Onkyo HF Player เล่นไฟล์เพลง WAV 16/44.1 และ DSF64 ส่งมาให้ X-Shock ทางบลูทูธ ผมพบว่า หูฟังตัวนี้มีความไวค่อนข้างสูง ผมใช้เกนวอลลุ่มที่ iPhone 7 ผ่านสเกลของแอพ Onkyo HF Player อยู่ระหว่าง 50-80% เท่านั้นก็ได้เสียงที่ดังเพียงพอแล้ว

หลังจากเบิร์นฯ จนครบ 100 ชั่วโมง และได้ทดลองฟังเพลงมาหลายๆ แนวผ่านไป ทั้งไทยทั้งเทศ ผมพบว่า หูฟังตัวนี้ให้แนวเสียงออกมาทางเปิดกระจ่าง ท่วงท่าลีลาฉับไว สด กระฉับกระเฉง ฟังเพลงได้สนุกถึงอารมณ์ด้วยเพราะมันให้จังหวะของเพลงที่ไม่เอื่อยช้า ความแม่นยำของจังหวะเพลงเป็นเยี่ยม ฟังแล้วได้อรรถรสไปตามลีลาของศิลปิน

แม้ว่าหูฟังตัวนี้จะไม่ได้แจ้งข้อมูลทางเทคนิคมาให้ แต่จากการทดลองฟังก็พอได้ว่า มันตอบสนองความถี่เสียงได้ค่อนข้างกว้าง ทุ้มกลางแหลมมาครบ แต่โดยเฉลี่ยแล้ว เสียงกลางแหลมจะเด่นกว่าทุ้มนิดหน่อย คนที่ชอบสไตล์เสียงหนาๆ ที่มีความถี่ต่ำโอบอุ้มพื้นเสียงโดยรวมตลอดเวลา ประมาณว่าเบสนำหน้ากลางแหลมนิดๆ อาจจะไม่ถูกใจกับลักษณะเสียงของหูฟังตัวนี้มากนัก คือไม่ใช่ว่าเบสมันน้อย มันก็ให้ออกมาตามสัญญาณต้นทาง แต่ด้วยสัดส่วนที่น้อยกว่ากลางแหลมนิดๆ คือมันไม่ได้พยายามโชว์เสียงทุ้มเยอะๆ ออกมาตลอดเวลานั่นเอง (เรียกว่าสไตล์ เบสแช่ซึ่งผมไม่ชอบ ฟังแล้วอึดอัด)

แต่สำหรับคนที่ต้องการฟังสาระของเสียงกลาง (มิดเร้นจ์) ซึ่งเป็นย่านเสียงที่มีรายละเอียดดนตรีมากที่สุดจะรักเสียงของหูฟังตัวนี้เหมือนผม นี่เป็นจุดเด่นของมันเลย เพราะเสียงกลางของหูฟังตัวนี้มันไม่ได้มีลักษณะที่ถูก ปรับแต่งด้วยการฟิลเตอร์ลบเหลี่ยมปาดมุมให้ฟังสบายหู (แต่รายละเอียดหาย) หรือถูกปรับให้นุ่มจนออกไปทางทึบ แต่ถูกจูนมาให้มีพฤติกรรมไปทาง เปิดโปงรายละเอียดออกมาตามต้นฉบับที่ป้อนเข้าไปมากกว่า ทำให้ได้เสียงกลางที่เปิด ลอย และกระจ่าง ส่งผลให้เพลงที่ฟังมีความสด กระฉับกระเฉง ได้อารมณ์

เสียงแหลมของหูฟังตัวนี้มีลักษณะที่เปิดเผยและปลดปล่อย มีแอบเน้นปริมาณนิดๆ ทำให้ออกไปในแนวทางที่แจกแจงออกมาตามต้นทางแบบ ไม่มีการรอมชอมคือถ้าต้นทางเสียงแหลมมาแย่ มันจะฟ้องให้รู้ว่าไม่ดีตรงไหน แข็งกร้าว หรือถ้าอัดมาดี นุ่มละเอียด มันก็จะแสดงออกมาให้ได้ยินแบบนั้น

ความเที่ยงตรงในการถ่ายทอดความถี่ในย่านสูงออกมาแบบ ไม่มีการรอมชอมของหูฟังตัวนี้ช่วยทำให้เพลงที่บันทึกอย่างพิถีพิถัน รวมถึงเพลงที่ตัดแผ่นมาด้วยสเปคฯ สูงๆ อย่างฟอร์แม็ต DSD เมื่อเล่นด้วยแอพ Onkyo HF Player บน iPhone 7 มันจะสเกลฯ ออกมาเป็นสัญญาณ PCM ที่มีแซมปลิ้ง 48kHz (ในวงกลมสีแดงภาพข้างบน) ส่งไปที่หูฟัง X-Shock ทางบลูทูธ ซึ่งทำให้ได้เสียงที่ดีมาก อิ่ม แน่น และเนียน

ขณะทดลองฟังเพลงแบบเน้นคุณภาพมากขึ้นกับเครื่องเล่นไฟล์เพลง Astell&Kern รุ่น AK Jr.

ด้วยบุคลิกในการถ่ายทอดเสียงที่ตรงไปตรงมานี้ ทำให้ X-Shock เป็นหูฟังที่เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงและเน้นคุณภาพที่เที่ยงตรง สีสันน้อย ถ้าลงทุนกับเครื่องเล่นไฟล์เพลง (Digital Audio Player = DAP) ที่รองรับการปล่อยสัญญาณทางคลื่น Bluetooth ซึ่งมีคุณภาพสูงขึ้นกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป ก็จะได้เสียงที่ดีขึ้นอีกมาก

สรุป

Soul : X-Shock เป็นหูฟัง True Wireless ที่ถูกออกแบบมาด้วยเจตจำนงค์ที่ชัดเจน เน้นกลุ่มคนชอบออกกำลังกาย และชอบฟังเพลงที่เน้นคุณภาพสาระของดนตรี ส่วนฟังท์ชั่นรับสายโทรฯ นั้นถือว่าเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานที่หูฟังตัวนี้ทำได้ดีตามมาตรฐาน ถ้าประเมินด้วยค่าเฉลี่ยโดยรวม ผมยกให้ X-Shock ตัวนี้เป็นตัวเลือกอันอันดับต้นๆ สำหรับหูฟัง True Wireless ในระดับราคาไม่เกิน 5,000 บาท ในขณะนี้ /

*************************
ราคา : 4,900 บาท / ชุด
*************************
สนใจ : สั่งซื้อออนไลน์
*************************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย

. อัศวโสภณฯ

website : asavasopon.co.th

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า