รีวิวหูฟัง Shozy รุ่น BG 5ba หูฟังอินเอียร์ ใช้ไดเวอร์ Balanced Armature 5 ตัวต่อข้าง

พูดถึงไดเวอร์ Balanced Armature แล้วผมยังจำได้ว่า สมัยแรกๆ ก่อนที่ไดเวอร์แบบนี้เริ่มเป็นที่นิยมในวงการนักเล่นหูฟังเมื่อหลายปีก่อนโน้น ไดเวอร์แบบนี้มันเริ่มมีใช้ในวงการโปรฯ ออดิโอก่อน กลุ่มคนที่ใช้ก็จะเป็นนักดนตรีกับกลุ่มคนที่ทำงานบนเวทีแสดงดนตรี อย่างพวกนักดนตรีกับซาวนด์เอนจิเนียร์ที่ทำงานอยู่หลังเวที (back stage) และบางกลุ่มที่ทำงานอยู่ในห้องอัดเสียง ซึ่งร้อยทั้งร้อยของคนที่ซื้อหาหูฟังอินเอียร์ที่ใช้ไดเวอร์ BA แบบนี้จะต้องทำการ ปั๊มหูทำแบบตัวบอดี้ของหูฟังให้ฟิตพอดีสำหรับร่องหูของแต่ละคน เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้าไปภายในรูหูได้

เรียกว่าชีลด์กันสุดฤทธิ์ เพราะไดเวอร์ Balanced Armature จะยิงคลื่นเสียงเข้ารูหูโดยตรงและด้วยตัวไดเวอร์ที่มีขนาดเล็กจิ๋วซึ่งเป็นข้อดีของมันในการเอามาทำหูฟังมอนิเตอร์ IEM (In-Ear Monitor) แต่ในข้อดีก็มีข้อด้อย เนื่องจากขนาดตัวที่เล็กมาก ทำให้มันมีข้อจำกัดทางด้านปริมาณเอ๊าต์พุต ดังนั้น ประสิทธิภาพในการชีลด์เสียงรบกวนจากภายนอกจึงส่งผลต่อคุณภาพเสียงของหูฟังอินเอียร์ที่ใช้ไดเวอร์ Balanced Armature โดยตรง

อยากรู้ลึกเกี่ยวกับไดเวอร์ Balanced Armature | คลิ๊ก

อย่างที่เกริ่นมาข้างต้น ข้อดีของไดเวอร์ BA คือขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และมันเป็นไดเวอร์ที่ไม่ต้องการแชมเบอร์ (chamber) หรือช่องอากาศด้านหลังของไดอะแฟรมเพื่อช่วยหนุนสร้างความถี่เหมือนไดเวอร์แบบกรวยไดนามิก จึงเหมาะกับการนำมาทำเป็นไดเวอร์สำหรับหูฟังอินเอียร์ เพราะสามารถออกแบบให้ตัวบอดี้มีขนาดเล็กมากๆ ได้ แต่มันก็มีข้อจำกัดเกี่ยวกับปริมาณเอ๊าต์พุต (ความดัง) ที่ให้ออกมาได้ไม่สูงเหมือนไดเวอร์แบบ กรวยไดนามิก (moving coil) แม้ว่าไดเวอร์ BA จะสามารถตอบสนองความถี่ได้กว้างมากก็จริง แต่ถ้าต้องการให้ได้ความดังออกมามากๆ โดยที่มีความเพี้ยนต่ำ จะต้องทำการจำกัดแบนด์วิธในการตอบสนองความถี่ของมันให้แคบลง หรือนำไปใช้ตอบสนองความถี่เฉพาะในย่านสูงร่วมกับไดเวอร์แบบไดนามิก (moving coil) ที่มีความสามารถในการตอบสนองความถี่ด้านต่ำได้ดีกว่า ซึ่งเป็นลักษณะการออกแบบที่เรียกว่า Hybrid design

วิธีแก้ปัญหาอีกวิธีของคนออกแบบหูฟังอินเอียร์ที่ใช้ไดเวอร์ BA นั่นคือใช้ไดเวอร์ BA จำนวนมากกว่าหนึ่งตัวสมทบกันลงไปในหูฟังแต่ละข้างเพื่อช่วยกันสร้างความถี่ให้ครบทั้งสเปคตรัม และสามารถให้ความดังออกมามากพอต่อการรับฟังเพลงทุกๆ ประเภท นักออกแบบเรียกการออกแบบลักษณะนี้ว่า “multiple drivers designซึ่งมีตั้งแต่ 2 ตัว, 3 ตัว, 4 ตัว ฯลฯ ไปจนถึงเกินสิบตัวขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่า วิธีออกแบบด้วยการสมทบตัวไดเวอร์ BA เข้าไปเยอะๆ ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี แต่มันก็มีข้อเสียตามมาด้วย อย่างแรกคือปรับจูนเสียงให้กลมกลืนต่อเชื่อมกันได้ยาก เพราะยิ่งใช้ไดเวอร์มากตัว จุดตัดของวงจรเน็ทเวิร์คที่ใช้ในระบบก็จะมีหลายจุด ข้อเสียอีกอย่าง แม้ว่าไดเวอร์ BA จะมีขนาดเล็ก แต่เมื่อใช้ไดเวอร์หลายตัวก็ย่อมทำให้ขนาดของตัวบอดี้ของหูฟังถูกขยายใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ส่วนข้อเสียที่รุนแรงมากที่สุดก็คือ ราคาเมื่อผู้ผลิตหูฟังอินเอียร์สำหรับวงการโปรฯ เริ่มขยับเข้ามาในวงการคอนซูเมอร์ เรื่องของ ราคาจึงนับว่ามีความสำคัญขึ้นมาทันที ต่างจากวงการโปรฯ ซึ่งผู้ซื้อซื้อไปใช้เพื่อประกอบอาชีพ จึงยอมจ่ายมากกว่า

Knowles จากประเทศสหรัฐอเมริกา
ผู้ชำนาญในการผลิตไดเวอร์
BA คุณภาพสูง

เมื่อผู้ผลิตหูฟังอินเอียร์ที่ใช้ไดเวอร์ BA เบนเข็มมาที่ตลาดนักเล่นหูฟัง ซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไป มีความเป็น “massมากกว่าตลาดโปรฯ เรื่องของ ราคาจึงเป็นปัญหาที่ต้องขบให้แตก จะดีไซน์ด้วยการเอาไดเวอร์มาเบิ้ลเข้าไปหลายๆ ตัวก็ไม่ได้ เพราะจะทำให้ราคาขายโด่งขึ้นไปมาก แต่ถ้าใช้ไดเวอร์น้อยตัว เสียงก็ออกมาไม่ครบ โดยเฉพาะทุ้ม ก็จะไม่ถูกใจ (หู) นักเล่นเครื่องเสียงซึ่งเป็นบุคคลพิเศษที่มีความละเอียดอ่อนในการฟังและมีความสนใจใฝ่ค้นหาไม่สิ้นสุด

Hugh S. Knowles เป็นอะคูสติก เอ็นจิเนียร์ที่เริ่มต้นจากการพัฒนาไมโครโฟนมาก่อน ก่อนจะมาถึง “receiverหรือลำโพงที่ใช้สำหรับผู้พิการทางหู ปัจจุบันนี้ บริษัท Knowles Corporation ของเขาขยายกิจการออกไปใหญ่โต ครอบคลุมธุรกิจเกี่ยวกับเสียงถึง 4 กลุ่ม ได้แก่ MEMS microphone, Signal Processing, Software/Algorithm และ Balanced Armature Speakers

ด้วยความชำนาญในการพัฒนา ออกแบบ และผลิตไดเวอร์ BA สำหรับทำอุปกรณ์ hearing aids มานานหลายสิบปี บริษัท Knowles Corporation จึงได้รับโปรเจค oem ไดเวอร์ BA ให้กับผู้ผลิตหูฟังอินเอียร์สำหรับฟังเพลงด้วย

Shozy BG 5ba
หูฟังอินเอียร์กับไดเวอร์ BA ห้าตัว!

ไดเวอร์ BA ที่ใช้ทำอุปกรณ์ hearing aids ถูกออกแบบและปรับจูนมาสำหรับการตอบสนองความถี่ในย่าน midrange เพราะจุดประสงค์ของมันก็เพื่อช่วยให้ผู้พิการทางหูได้ยินเสียงสนทนาที่ชัดเจนเป็นธรรมชาติมากที่สุด ส่วนเสียงที่แหลมมากๆ กับเสียงที่ทุ้มต่ำมากๆ ไม่ได้อยู่ในวัตถุประสงค์หลักของ hearing aids เป็นเหตุให้หูฟังอินเอียร์ยุคแรกๆ ที่ใช้ไดเวอร์ BA ให้ผลทางเสียงออกมาไม่ดีนัก ขาดแคลนทั้ง bandwidth, dynamic, timing และ harmonic สรุปคือยังไม่ดีนักสำหรับใช้ฟังเพลง

ด้วยเหตุนี้ ความต้องการไดเวอร์ BA ที่ออกแบบและปรับจูนขึ้นมาเพื่อให้สร้างความถี่ย่านต่ำซึ่งเป็นส่วนของแบนด์วิธที่ไม่มีในไดเวอร์ BA ยุคแรกๆ จึงเกิดขึ้น และ Knowles นี้เอง คือบริษัทที่ผลิตไดเวอร์ BA แบบที่ว่าออกมาเป็นผลสำเร็จ ชื่อรุ่นของไดเวอร์ตัวนี้คือ “22955 Bass Driver

ทีมออกแบบหูฟังของ Shozy เลือกใช้วิธีออกแบบลักษณะที่เรียกว่า multiple drivers design ไดเวอร์ BA จำนวน 5 ตัวต่อหูฟังหนึ่งข้างในการออกแบบหูฟังอินเอียร์รุ่น BG 5ba ออกมา ประกอบด้วยไดเวอร์เบส 1 ตัว + ไดเวอร์กลาง 2 ตัว + ไดเวอร์แหลม 2 ตัว สำหรับไดเวอร์ขับเบสนั้น ใช้ไดเวอร์รุ่น 22955 ของ Knowles สำหรับสร้างความถี่ต่ำ ส่วนเสียงแหลมที่ใช้ 2 สองเป็นไดเวอร์ BA ที่ทางวิศวกรของ Shozy พัฒนาขึ้นมาเอง ในขณะที่ไดเวอร์เสียงกลางอีก 2 ตัวที่ใช้ไม่ได้แจ้งข้อมูลไว้

ไดเวอร์ BA ทั้ง 5 ตัวของ BG 5ba ถูกกำหนดให้ทำหน้าที่สร้างความถี่เสียงตามขอบเขตที่วงจรพาสซีฟครอสโอเว่อร์ที่ออกแบบโดยทีมงานของ Shozy ออกแบบไว้ โดยทั้งระบบมีอิมพีแดนซ์เฉลี่ยอยู่ที่ 22 โอห์ม, ความไว (SPL) เท่ากับ 110dB/w/m, ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 20Hz ถึง 20,000Hz

สิ่งที่ให้มาในกล่อง

1 : สายหูฟังที่แถมมาให้ในกล่อง
2 : ตัวหูฟังทั้งสองข้าง
3 : จมูกฟิลเตอร์โลหะ (metalic filter nozzles)
4 : จุกเมมโมรี่โฟม
5 : จุกยางนิ่มสองชั้น
6 : จุดยางนิ่มชั้นเดียว
7 : กล่องใส่

รูปร่างหน้าตา

หูฟังแต่ละตัวจะมีตัวเลขกำกับ ซึ่งน่าจะเป็นซีรี่นัมเบอร์ของหูฟังแต่ละตัว ผมลองดูคู่ที่ผมได้รับมา ปรากฏว่าเลขไม่ได้เรียงกัน เข้าใจว่า ตัวเลขพวกนี้น่าจะบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับการผลิตของหูฟังแต่ละตัวเอาไว้ ไม่ได้ตั้งใจให้เรียงกัน เพราะสุดท้ายแล้ว หูฟังทุกตัวคงจะถูกวัดค่าเพื่อจับ matched pair ตามลักษณะสเปคฯ ที่ใกล้เคียงกัน แต่ละคู่ที่ได้มาจึงไม่ได้เลขที่เรียงกัน

บอดี้ของ BG 5ba (2) ทำมาจากเรซิ่นหล่อสีดำผสมเกล็ดสีทอง รูปทรงสอดรับกับสรีระของช่องหูมนุษย์ทั่วไป อาจจะไม่เป๊ะร้อยเปอร์เซ็นต์เท่ากับหูคัสต้อม แต่เมื่อเลือกจุกให้มีขนาดที่ฟิตพอดีกับช่องหูของผู้สวมแล้ว ตัวบอดี้ก็สามารถยึดตรึงอยู่กับร่องเหลือบของใบหูได้อย่างมั่นคง ผมชอบจุกเมมโมรี่โฟมตัวใหญ่ (4 = ให้มา 2 ขนาด) มันฟิตแนบแน่นพอดีกับหูของผม ใส่แล้วชีลด์เสียงภายนอกได้สงัด ใส่ได้นานไม่เจ็บหู และที่สำคัญคือ เสียงดีด้วย (จุกแต่ละแบบ มีผลต่อเสียงด้วย)

จากภาพข้างบน จะสังเกตเห็นว่า ภายในตัวจุกเมโมรี่โฟมจะถูกทำให้มีลักษณะที่ผายจากปากท่อระบายเสียง (nozzle = ศรชี้) ของตัวหูฟังออกมาทางด้านที่ยิงเข้าหูคนฟัง มองดูคล้ายลักษณะของปากฮอร์นลำโพง ซึ่งมีส่วนช่วยควบคุมลักษณะการกระจายความถี่เสียงที่ยิงเข้าหูผู้ฟังได้ด้วย

อินพุต + เอ๊าต์พุต

หูฟังตัวนี้ใช้ขั้วต่อแบบ MMCX เป็นช่องทางขาเข้าของสัญญาณเสียง ตัวขั้วต่อที่ติดอยู่กับบอดี้ (1) ชุบทองเหลืองอร่าม ส่วนขาออกเป็นท่อนำเสียงที่ทำด้วยโลหะ และมีพาสซีฟฟิลเตอร์ที่ทำด้วยโลหะ (metallic filter nozzles) (2) ปิดอยู่ที่ปลายท่อด้วย ช่วยปรับจูนเสียงอีกส่วนหนึ่ง ส่วนขั้วต่อ MMCX ตัวผู้ที่ติดอยู่กับสายหูฟังก็ชุบทอง (1 ภาพล่าง)

สายหูฟังที่ให้มาในกล่อง (1) ดูยังไงๆ ก็ไม่เหมือนสายแถม แต่เหมือนสายอัพเกรดที่ตั้งใจทำมาคู่กับหูฟัง BG 5ba ตัวนี้มากกว่า เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 .. ยาวประมาณ 125 .. ตัวนำทำด้วยทองแดงหลายเส้นตีเกลียวกันหลวมๆ บางส่วนมีฉนวนหุ้มในขณะที่บางส่วนไม่มี

ในกล่องหนังเทียมสีดำใบย่อม (7) ที่ใส่หูฟังมา นอกจากจะมีสายหูฟังแล้ว ยังมีจุกยางใส่มาเป็น spare part ให้อีกหลายคู่ สองสามขนาด มีทั้งสีขาวและสีดำ มีทั้งซิลิโคน (5, 6) และเมมโมรี่โฟม (4)

สำหรับสายหูฟังที่ให้มาด้วยนั้น ไม่ใช่จะพิเศษเฉพาะตัวสายนะ แม้แต่ขั้วต่อทั้งสองข้างก็ดูดีมากด้วย อย่างแจ๊ค TRS mini 3.5mm ที่ติดมาที่ปลายสายด้านที่ใช้เสียบเข้ากับเอ๊าต์พุตของเครื่องเล่นไฟล์เพลงหรือแอมป์หูฟังก็ดูไฮเอ็นด์มาก ตัวขั้วต่อชุบทองอย่างดี ส่วนตัวบอดี้ก็มีแด๊มป์ด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ด้วย ทั้งสวยและช่วยให้เสียงดี

ทดลองฟัง

ผมเคยฟังหูฟังที่ใช้ไดเวอร์ BA มาแล้ว 3 – 4 ตัว บอกตรงๆ ว่า ชั่วโมงแรกๆ ตอนที่มันยังไม่พ้นเบิร์นฯ เสียงของมันเป็นอะไรที่เสียดแทงประสาทหูมาก ไม่เหมือนกับหูฟังที่ใช้ไดเวอร์ไดนามิก แม้ว่าเสียงตอนไม่พ้นเบิร์นฯ จะยังไม่ดีเต็มที่ แต่ส่วนใหญ่ก็จะพอฟังได้ ด้วยเหตุนี้ สองสามวันแรกของการเบิร์นฯ เจ้า BG 5ba ตัวนี้ผมไม่ลองฟังมันเลย แกะกล่องออกมาเสร็จก็จับฮุคเข้ากับเครื่องเล่นไฟล์เพลงของ Sony รุ่น ZX100 ของผมเปิด repeat ไฟล์แทรค burn-in & Demagnetizing ที่ริปมาจากแผ่นซีดีของ Atlas ทะลวงมันตลอดเวลาติดต่อกันนาน 5 วันเต็มๆ เพื่อให้พ้น 100 ชั่วโมงในรวดเดียว

ลองฟังกับเครื่องเล่นไฟล์เพลงพกพาของ Sony รุ่น ZX100

หลังจากเบิร์นฯ เกิน 100 ชั่วโมงไปแล้ว ผมก็เริ่มด้วยการลองสลับฟัง BG 5ba กับ DAP 2 -3 ตัวและ ext.DAC แบบพกพาอีก 2 ตัวที่ผมมีอยู่ไปเรื่อยๆ อีกประมาณสิบวัน จึงเริ่มต้นวิเคราะห์เสียงของมันอย่างจริงจัง

ลองฟังกับ Audiolab รุ่น M-DAC nano (รีวิวโดยอาศัยแอพ Onkyo HF Player บน iPhone 7 เป็นตัวเล่นไฟล์เพลงแล้วส่งสัญญาณออกมาที่ตัว M-DAC nano ทางคลื่น Bluetooth

มีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังนิดหน่อย ตอนทดลองฟังเสียงของ BG 5ba ครั้งแรกหลังจากเบิร์นฯ ต่อเนื่องมาจนเลยชั่วโมงที่ 100 มาแล้ว ผมรู้สึกว่าเสียงแหลมของหูฟังตัวนี้มันไม่ค่อยเปิด ปลายเสียงมันยังมีอาการกุดๆ ด้วนๆ อยู่บ้าง ฟังแล้วอึดอัดนิดๆ ไม่โล่งโปร่งสบายหัว ตอนแรกนั้นผมคิดว่าเป็นเพราะบุคลิกของสายหูฟังแน่ๆ เพราะเชื่อมั่นว่า 100 ชั่วโมงของการเบิร์นฯ คงจะพอแล้ว ผมจึงลองเปลี่ยนสายหูฟังที่มากับหูฟังรุ่น CP 3ba ซึ่งใช้ตัวนำแบบ hybrid ลูกผสมระหว่างทองแดงกับตัวนำเคลือบเงิน ซึ่งผมคาดว่ามันน่าจะปลดปล่อยปลายเสียงแหลมให้ทอดพลิ้วออกไปได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งตอนแรกๆ ที่เปลี่ยนเข้ามาฟังก็ดูเหมือนจะเป็นไปในทิศทางที่คาดคะเนไว้ ผมใช้สายหูฟังตัวนั้นฟัง BG 5ba มาระยะหนึ่ง สองสามวัน ก็เริ่มรู้สึกว่า เสียงมันขาดความต่อเนื่อง และ โทนของเสียงในย่านกลางขึ้นไปแหลมกับกลางลงมาทุ้มมันกระโดดมาก คอนทราสน์ของโทนเสียง (bright vs. dark) ไม่กลมกลืนกัน ครึ่งบน (กลางสูงขึ้นไปแหลม) ติดสว่างโพลน บางและเปราะ ในขณะที่ท่อนล่าง (กลางต่ำลงมาทุ้ม) มีโทนออกไปทางดาร์ค เข้มและข้น

สายหูฟังที่มากับหูฟัง Shozy รุ่น CP 3ba

ไทมิ่งก็ไม่ดี เหมือนกลางแหลมเร็ว ในขณะที่ทุ้มตามไม่ค่อยทัน ฟังเพลงไม่ค่อยได้อารมณ์ เพราะจังหวะดนตรีของเพลงมันไม่ลงรอยกันระหว่างเสียงโน๊ตดนตรีแต่ละชิ้น ฟังแล้วไม่ค่อยมีความเป็นดนตรีสักเท่าไร สุดท้ายผมทดลองเปลี่ยนสายหูฟังอันเดิมที่มากับหูฟังตั้งแต่แรกกลับมาใช้ด้วยกันอีกครั้ง คราวนี้ทุกอย่างฟังดูดีขึ้นมาทันที! น่าประหลาดมาก อาการปลายเสียงแหลมที่กุดๆ ด้วนๆ หายไป ไดนามิกคอนทราสน์มีความคลายตัวมากขึ้น หางเสียงทอดตัวออกไปมากขึ้น พลิ้วและกระเพื่อมเป็นฮาร์มอนิกที่น่าฟังมากขึ้น มานั่งคิดๆ ดูว่าเกิดอะไรขึ้น.? ก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะตอนนั้น BG 5ba ยังเบิร์นฯ ไม่พอ 100 กว่าชั่วโมงที่ผมเผามันยังไม่มากพอ หรือเป็นเพราะ memory ของมันยังจำเอาแพลทเทิ้นของสัญญาณ burn อยู่ ตอนผมลองฟังกับสายหูฟังอีกตัวนึงก็เท่ากับว่าผมเผามันเพิ่มไปอีก 40 – 50 ชั่วโมงผ่านสายสัญญาณอีกตัวและด้วยสัญญาณเพลงที่มีแพลทเทิ้น random นั่นเอง สรุปแล้ว BG 5ba เหมาะสมกับสายหูฟังที่ให้มากับตัวมันมากที่สุดตอนนี้แต่ต้องการเวลาในการเบิร์น+รันอินมากกว่า 100 ชั่วโมง

ลองฟังกับเครื่องเล่นไฟล์เพลงยี่ห้อ Astel&Kern รุ่น AK Jr.

ความไว (SPL output) ของ BG 5ba อยู่ที่ 110dB/W/m ที่อิมพีแดนซ์ 22 โอห์ม ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหูฟัง iem แบรนด์ดังๆ ราคาพันกว่าเหรียญส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในท้องตลาดทุกวันนี้ ซึ่งจะมีความไวอยู่ระหว่าง 105 – 115dB เมื่อวัดที่อิมพีแดนซ์ ไม่เกิน 30 โอห์ม ส่วนความถี่ตอบสนองของ BG 5ba อยู่ที่มาตรฐาน 20Hz – 20kHz ยังไม่ได้ขยายออกไปถึงระดับไฮเรซฯ ซึ่งก็เป็นไปตามแนวทางของหูฟัง iem ในปัจจุบันที่ยังคงใช้มาตรฐาน 20Hz – 20kHz กันอยู่

ลองฟังกับเครื่องเล่นไฟล์เพลงของ Sony รุ่น NWZ-A15

หลังจากทดลองฟัง BG 5ba กับเครื่องเล่นไฟล์เพลงและ DAC/HP Amp แบบพกพาตัวเล็กๆ ที่ผมมีอยู่ไปสักพัก ผมก็จับบุคลิกเฉพาะตัวของหูฟังตัวนี้ออกมาได้ข้อหนึ่ง นั่นคือ ความไวที่ผมรู้สึกว่า หูฟังตัวนี้ขับไม่ยากเลย มันไม่ได้ต้องการซุปเปอร์แอมป์ที่มีกำลังเยอะๆ ในการผลักดันคุณภาพเสียงในตัวมันให้ออกมาจนหมด ผมพบว่า แค่เครื่องเล่นไฟล์เพลงราคาตัวละไม่กี่พันบาทก็สามารถขับออกและให้เสียงออกมาได้ดีน่าพอใจแล้ว ผมลองจับหูฟังตัวนี้ฮุคเข้ากับเครื่องเล่นไฟล์เพลงของ Sony รุ่น A15 ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นราคาประหยัดก็ให้เสียงออกมาดีน่าพอใจระดับหนึ่ง เสียงเต็ม แยกชิ้นชัดเจน คอนทราสน์ดี ได้อารมณ์เพลง แต่เมื่อขยับไปจับกับ DAP ที่มีราคาตั้งแต่ 2-3 หมื่นขึ้นไป สิ่งที่ได้เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือ ความเข้มข้นและนวลเนียนของมวลเนื้อเสียง ความตรึงแน่นของอิมเมจ ความพลิ้วไหวแบบที่ควบคุมได้ และรายละเอียดในระดับ micro detail ที่ระยิบระยับมากขึ้น คอนทราสน์ไดนามิกก็ราบลื่นและซอยย่อยได้ละเอียดมากขึ้น

ลองฟังกับ Sony NW-WM1Z

ในช่วงท้ายของการทดสอบ ผมได้ DAP รุ่นท๊อปของ Sony คือ NW-WM1Z มาทดสอบ เลยทดลองจับมาคู่กับ BG 5ba ซึ่งผลที่ออกมาก็เป็นไปอย่างที่ผมคาด คือ เสียงที่ออกมาดีขึ้นไปอีกมากในแง่ของเวทีเสียงที่ฉีกกว้างขึ้น ไดนามิกคอนทราสน์ซอยละเอียดมากขึ้น เนื้อเสียงแน่นและเนียนขึ้น.. มาก! 

ลักษณะเสียงของ BG 5ba

สิ่งที่คุณควรจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ สำหรับหูฟังอินเอียร์ที่ใช้ไดเวอร์ BA มีอยู่ 2 เรื่องสำคัญ เรื่องแรกคือ frequency spectrum คือดูว่ามันสามารถตอบสนองความถี่เสียงได้กว้างขวางแค่ไหน โดยเฉพาะในย่านทุ้ม ดูว่าให้ออกมาครบสเปคตรัมของเสียงโน๊ตดนตรีหรือเปล่า.?

Audio Frequency vs Music Instruments chart (ขอบคุณ Brian Eno)

อันนี้จะเกี่ยวเนื่องกับคุณสมบัติทางด้าน tonal balance ส่วนอีกเรื่องก็คือดูว่า มันให้ความเชื่อมต่อระหว่างความถี่หลักๆ คือทุ้มกลางแหลมได้แนบเนียนเพียงใด ซึ่งเกี่ยวข้องกับความต่อเนื่อง

The All Star Percussion Ensemble – Carmen Fantasie & more (FIM / GS DXD 002)

ข้อแรกที่ฟังง่ายกว่าและใช้ตัดสินกันก่อนจะไปข้ออื่นก็คือ “frequency spectrumซึ่งหูฟัง BG 5ba ตัวนี้ระบุขอบเขตในการตอบสนองความถี่เอาไว้ในช่วง 20Hz – 20kHz แสดงว่าคนออกแบบไม่ได้พยายามฝืนธรรมชาติของไดเวอร์มากเกินไป เป็นการออกแบบที่เน้น เนื้อมวลมากกว่า ความระยิบระยับของปลายเสียงที่ทอดกังวาน ซึ่งผมก็ได้ยินอะไรแบบนั้นจากการทดลองฟังเสียงเพอร์คัสชั่นของวง The All Star Percussion Ensemble เล่นเพลงของ Bizet-Carmen Fantasy, Beethoven-Scherzo, Pachelbel-Canon in D, Berlioz-March To The Scafford ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ผมใช้ทดสอบความสามารถในการถ่ายทอดฮาร์มอนิกของเสียงในย่านแหลม ผมพบว่า หูฟังตัวนี้ไม่ได้เน้นแผ่หางเสียงของเสียงเพอร์คัสชั่นโลหะในย่านแหลมให้ยืดขยายออกไปมากนัก ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย หลังจากหัวเสียงเกิดขึ้น มันก็ให้หางเสียงแพร่กระจายจากหัวเสียงนั้นยืดขยายออกไปได้ระดับหนึ่ง ไม่ถึงขนาดสุดเสียงสังข์แต่ก็ไม่ได้ขาดแคลนจนฟังผิดปกติ แต่สิ่งที่เด่นมากๆ ตอบแทนกลับมาก็คือ โฟกัสที่เฉียบคมและเป๊ะมาก

ปกติแล้ว ไดเวอร์ประเภทแผ่นฟิล์มจะเด่นมากในการให้โฟกัสของความถี่สูงที่แม่นยำ แต่เมื่อได้ฟังเสียงแหลมในอัลบั้มนี้กับหูฟัง Shozy ตัวนี้แล้ว ผมพบว่า ไดเวอร์ BA ก็มีคุณสมบัติเดียวกันนี้ด้วย นอกจากนั้น มันยังให้อิมแพ็คของเสียงเครื่องเคาะที่ฉับไวไม่แพ้กัน นั่นทำให้ได้คุณสมบัติอีกข้อตามมาคือ ความใสกระจ่างของพื้นแบ็คกราวนด์ของเสียง

Omnibus Wind Ensemble – Music By Frank Zappa (OPUS 3 / CD 19403)

อัลบั้มนี้มีเสียงเครื่องเป่าโทนต่ำอยู่เยอะ รวมทั้งเสียงอะคูสติกเบสอยู่ด้วย ซึ่งหูฟังอินเอียร์ตัวเล็กๆ หลายๆ ตัวที่ไม่สามารถถ่ายทอดเสียงเครื่องเป่าโทนต่ำๆ กับเสียงอะคูสติกเบสออกมาได้ครบทั้งหัวโน๊ตและฮาร์มอนิกของมัน กับ BG 5ba ตัวนี้ผมได้ยินหัวโน๊ตเบสออกมาชัดมาก ส่วนหางเสียงที่เป็นฮาร์มอนิกด้านต่ำของมันก็ได้ยินออกมาแผ่วๆ รับรู้ได้ว่ามีความทอดปลายเสียงลงไป ไม่ได้กุดห้วน ทำให้ยังคงรับรู้ถึงสภาพอะคูสติกของการบันทึกเสียงสดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้ได้อยู่ เมื่อผมลองฟังแทรคเดียวกันจากหูฟังขนาดใหญ่ (Beyerdynamic AMIRON HOME + Meridian Explorer 2) เพื่อเปรียบเทียบดู พบว่า สิ่งที่ BG 5ba ให้ออกมาได้ น้อยกว่าคือมวลเนื้อของโน๊ตเบสที่ไม่แน่นเท่า และหางเสียงที่ไม่ทอดกว้างออกไปมากเท่า ทำให้เวทีเสียงที่ได้จาก BG 5ba ไม่แผ่กระจายออกไปได้กว้างเท่ากับที่หูใหญ่อย่าง AMIRON HOME แต่จากการฟังเทียบกันทำให้ผมรู้สึกทึ่งในความสามารถของ BG 5ba มาก เพราะผมไม่คิดว่ามันจะตอบสนองความถี่ในย่านต่ำได้ดีขนาดนี้ มันดีกว่าหูฟังอินเอียร์ที่ใช้ไดเวอร์ BA ส่วนใหญ่ที่ผมเคยฟังมาในอดีต แสดงว่าไดเวอร์เบสของ Knowles มันดีจริง หรือว่าไดเวอร์ BA สมัยนี้มันดีขึ้นมาก มันทำให้ผมฟังเพลง Bolero ของ Ravel ในอัลบั้มนี้ได้อย่างเพลิดเพลินกว่าที่เคย.!!

Zhao Peng – The Greatest Basso Vol.1 (TUYA CD005)

จุดที่ผมให้ความสำคัญและตั้งใจทดสอบหูฟังตัวนี้เป็นพิเศษอีกจุดหนึ่งก็คือความสามารถในการตอบสนองความถี่ในย่านเสียงกลางของมัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากเนื่องจากโน๊ตดนตรีส่วนใหญ่ของทุกเพลงจะอยู่ในย่านเสียงกลางนี่เอง ผมเริ่มด้วยการอาศัยเสียงร้องของ จ้าวเผิง” (Zhao Peng) ในอัลบั้มชุด The Greatest Basso Vol. 1 มาเป็นโจทย์ให้กับ BG 5ba เพราะเสียงร้องของเขาคนนี้ครอบคลุมความถี่ในย่านกลางได้กว้างขวางมาก ครบหมดตั้งแต่ย่านกลางลงไปถึงกลางต่ำ ซึ่งผมพบว่า BG 5ba ตัวนี้ตอบโจทย์นี้ได้อย่างหมดจดมาก มันทำออกมาได้ดีเกินกว่าที่ผมคาดเยอะเลย ผมได้ยินเสียงร้องของ Zhao Peng ที่แผ่ใหญ่และเต็มอิ่ม ไม่น่าเชื่อว่า หูฟังตัวนี้จะสามารถดึงเสียงร้องลงลูกคอในแทรคแรกเพลง The Moon Represents My Heart ของจ้าวเผิงให้วูบต่ำลงไปได้จนเต็มเสียง ซึ่งนอกจากจะให้ความเคลียร์ชัดของคำร้องตรงนั้นออกมาได้แล้ว มันยังสามารถถ่ายทอดเสียงสั่นเครือของลูกกระเดือกของเขาออกมาให้ได้ยินด้วย ซึ่งผมว่า ฟังดีๆ แล้วจะกลายเป็นว่า มันให้ออกมาได้ดีกว่าไดเวอร์ไดนามิกบางตัวซะอีกนะ เพราะผมเคยได้ยินไดเวอร์ไดนามิกบางตัวมันให้เสียงลูกคอของจ้าวเผิงออกมาขุ่นกว่านี้ โดยเฉพาะช่วงของเพลงตอนที่มีเสียงฟรุ๊ทกับเสียงเครื่องเป่าโทนต่ำอีกตัวประสานขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้อง (ประมาณนาทีที่ 04:00 – 04:10) ซึ่ง BG 5ba สามารถแยกฉีกเสียงเครื่องเป่าโทนต่ำๆ ออกมาจากเสียงลงลูกคอของจ้าวเผิงได้อย่างเด็ดขาด เป็นเพราะพื้นเสียงที่โปร่งและใสสะอาดนั่นเอง

ถ้าเสียงกลางที่ผมได้ยินจาก BG 5ba เป็นอิทธิพลจากไดเวอร์ “22955 Bass Driverของ Knowles ก็ต้องขอยกนิ้วให้มันเลยกับผลงานชั้นเยี่ยมแบบนี้.!!

The Stockfisch DMM-CD/SACD Vol.1

เพลง No Sanctuary Here ของ Chris Jones ในอัลบั้มชุด The Stockfisch DMM-CD/SACD Vol.1 ที่ขึ้นต้นด้วยเสียงสวดสั้นๆ เป็นอีกเพลงที่ผมมักจะนึกถึงตอนอยากจะทดสอบความสามารถในการถ่ายทอดความถี่ในย่านเสียงทุ้ม เพราะเสียงทุ้มในเพลงนี้มันมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว คือเป็นเสียงทุ้มที่อุ้มตัวเต่งและอิ่มหนาเหมือนลุกโป่งใส่น้ำ คือไม่ได้แผ่กระจายความถี่ต่ำให้ขยายกว้างออกไปรอบๆ เหมือนเสียงทุ้มในบางเพลง แต่เป็นเสียงทุ้มที่เก็บรวบปลายเสียงขมวดเข้าหากัน มันจึงมีความอิ่มแต่รวบกระชับ ไม่อื้ออึง ตอนลองฟังกับเครื่องเสียงบ้าน ถ้าไดเวอร์กับตัวตู้ออกแบบมาดี และแอมป์ขับไหว เสียงเบสของเพลงนี้จะไม่มีอาการอื้ออึงเลย ไม่ว่าจะเปิดดังแค่ไหนก็ตาม

BG 5ba ตัวนี้สามารถแยกแยะเสียงทุ้มต่ำๆ ของแทรคนี้ออกมาจากเสียงกลางและความถี่ย่านอื่นๆ ได้อย่างชัดเจน และสามารถถ่ายทอดเนื้อมวลของเสียงทุ้มในแทรคนี้ออกมาได้อิ่มนวลพอสมควร เสียงร้องกับเสียงกีต้าร์สามารถยกตัวลอยขึ้นมาเหนือเสียงทุ้มได้อย่างสง่างาม ไม่ถูกดูดจมลงไปในสนามเสียง

สรุป

หลังจากเบิร์นฯ เกินร้อยชั่วโมงมาแล้ว ถ้าบวกเวลาที่ผมทดลองฟังช่วงเปลี่ยนสายหูฟังกับช่วงที่ผมทดสอบฟังด้วยเพลงต่างๆ นับรวมทั้งหมดก็น่าจะเกิน 200 ชั่วโมง ที่ต้องยกเอาประเด็นนี้มาคุยก็เพราะว่าผมรู้สึกได้ว่า เสียงของ BG 5ba มันยังคงดีขึ้นเรื่อยๆ ทีละนิดๆ เมื่อได้ฟังไปเรื่อยๆ ผมจึงอยากจะให้ข้อมูลว่า ต้องเบิร์นฯ อย่างน้อย 150 ชั่วโมงไปแล้วนะครับถึงค่อยสรุปเสียงของมันลงไปในรายละเอียดระดับ micro detail

ในฐานะที่ผมมีหูฟังรุ่น Hibiki ราคาสองพันกว่าบาทของยี่ห้อนี้ฟังอยู่บ่อยๆ ช่วงแรกนั้น ผมยังรู้สึกว่า BG 5ba ให้ความเป็นอิสระของเสียงไม่ดีเท่ากับ Hibiki แต่พอเกิน 150 ชั่วโมงไปแล้ว เสียงของ BG 5ba ก็อยู่เหนือ Hibiki ทุกประเด็น ทุกวันนี้ผมจึงเปลี่ยน BG 5ba เข้ามาพกติดตัวแทน Hibiki ที่เก็บลงกล่องไป และคิดว่า Shozy : BG 5ba จะถูกใช้เป็นหูฟังอินเอียร์ในการอ้างอิงสำหรับการทดสอบหูฟังอินเอียร์ของผมต่อไป…

เอ่อ… เสียงของ BG 5ba ดีมั้ยครับ.?? อื่มม.. ยังต้องถามอีกเหรอครับ..!!! /

*********************
ราคา : 10,990 บาท / ชุด
*********************
นำเข้าโดย :
AV value
Tel. 02-611-8124, MB: 092-246 8025 – 26
info@avvalue.com
www.avvalue.com
*********************
ร้านจำหน่าย :
CLASSIK
โทร. 02-664-8867, 092-246-8042, 099-223-8440
*********************
Indygadget
โทร. ‭091-993-5159
*********************
Speaker Box
โทร. 095-596-2888
*********************
Jaben Headphone
โทร. 088-011-1240
*********************
Zoundaholic
โทร. 083-057-8898
*********************
Full Bright
โทร. 081-626-8446
*********************
Toppik Hi-Fi
โทร. 089-222-4832

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า