โดยพื้นฐานแล้ว อุปกรณ์เครื่องเสียงก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ มันเป็น “สิ่งประดิษฐ์” ที่มีความแข็งกระด้างโดยธรรมชาติเพราะประกอบขึ้นมาจากวัสดุที่ไร้ชีวิตทั้งสิ้น แต่เขาว่ากันว่า ถ้าผู้ประดิษฐ์ใส่ใจและความรักลงไปก็จะทำให้อุปกรณ์เครื่องเสียงชิ้นนั้นพลันเกิดมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้เหมือนกัน

“.. We love music. We make it, listen to it, talk about it and can’t imagine life without it..” นี่คือวลีที่ผู้ผลิตลำโพงออล–อิน–วันตัวนี้เขียนไว้ในเว็บไซต์แนะนำผลิตภัณฑ์ของพวกเขา (ruarkaudio.com) ซึ่งประจักษ์พยานที่ช่วยยืนยันคำกล่าวของพวกเขาปรากฏชัดผ่านออกมาทางรูปร่างหน้าตาของตัวเครื่องที่ดูแล้วรู้สึกได้ถึงเป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงที่มีความเป็นมิตรกับสายตาและจิตใจอย่างมาก
พื้นที่ส่วนที่เป็นตัวถังเครื่องถูกห่อหุ้มด้วยวิเนียร์ลายไม้สีน้ำตาลเข้ม ยกเว้นแผงด้านหน้าที่ติดตั้งลำโพงซ้าย-ขวาซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าปรุสีน้ำตาลอ่อน โดยเว้นพื้นที่ตรงกลางที่เป็นจอแสดงผลและช่องลิ้นชักรับแผ่นซีดีเอาไว้ พวกขั้วต่อ+ช่องเสียบทั้งหลายถูกนำไปผนึกไว้ที่แผงหลังของตัวเครื่องทั้งหมด

ผมชอบขาตั้งของเครื่องเสียงตัวนี้มาก เขาทำเป็นแท่งแกนโลหะยาวใกล้เคียงกับความลึกของตัวเครื่อง แยกซ้าย-ขวาด้านละขา และทำเป็นมุมเงยเชิดหน้าขึ้นมานิดนึง ดูเก๋ไก๋ดี
อินพุต + เอ๊าต์พุต

A = ช่องเสียบอะแด็ปเตอร์ AC>DC ที่แถมมา
B = ช่องเสียบแฟรชไดร้ USB-C
C = ช่องเสียบอินพุต Optical
D = ช่องเสียบเอ๊าต์พุตหูฟัง
E = ช่องสัญญาณเอ๊าต์พุตอะนาลอก (Line out) ซ้าย/ขวา
F = ช่องสัญญาณอินพุตอะนาลอก (Line in) ซ้าย/ขวา

อะแด๊ปเตอร์ AC>DC ที่ให้มาใช้กับ R3S จ่ายกำลังไฟ 39.9 วัตต์ (แรงดัน 14VDC x กระแส 2.85 แอมป์)

ด้านบนของตัวเครื่องมี “เครื่องมือ” ที่ใช้ในการควบคุมสั่งงาน R3S ติดตั้งอยู่ ออกแบบได้เก๋ไก๋มาก ตัวปุ่มสั่งงานทั้ง 9 ปุ่ม มีลักษณะเป็นกลไกที่ใช้ทั้งวิธีกดและวิธีหมุน ส่วนหน้าที่ของแต่ละปุ่มจะเรียงลำดับไปตามนี้
1. ปุ่มกดสำหรับกดเปิดใช้งาน / เข้าโหมดสแตนด์บาย
2. ปุ่มนี้ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง กรณีที่มีการใช้งานอินพุตใดอยู่ ถ้าหมุนปุ่มนี้ไปทางซ้าย/ขวา จะเป็นการลด/เพิ่มระดับความดัง, กรณีที่ที่มีการเข้า Menu (8) เมื่อหมุนปุ่มหมายเลขสองนี้ จะเป็นการเลือกหัวข้อในเมนูเพื่อทำการปรับตั้งค่า เมื่อกดปุ่มหมายเลขสองนี้ถือว่าเป็นการเลือกหัวข้อเมนูนั้น นอกจากนั้น ปุ่มหมายเลขสองนี้ยังใช้สำหรับโหมดนาฬิกาปลุกด้วย
3. ปุ่มกดเพื่อข้ามไปเล่นแทรคถัดไป กรณีเล่นแผ่นซีดี, หรือสถานีถัดไป กรณีฟังวิทยุ และใช้ปรับเพิ่มความสว่างของจอแสดงผลด้วย
4. ทำงานตรงข้ามกับปุ่ม 3
5. PRESET = กดเลือกสถานี, แทรค หรือเพลย์ลีส ที่ตั้งไว้ ถ้ากดค้างประมาณ 2 วินาที จะเป็นการบันทึกสถานีที่กำลังฟัง หรือเพลย์ลีสที่กำลังฟังเก็บไว้
6. SOURCE = กดเพื่อเปลี่ยนแหล่งอินพุต
7. กรณีเล่นแผ่นซีดี กดเพื่อเล่นหรือหยุดเล่นชั่วคราว กรณีฟังแหล่งต้นทางอื่นจะเป็นการหรี่เสียงให้เบา
8. MENU = กดเมื่อต้องการเข้าเมนูเครื่อง
9. BACK = กดเมื่อต้องการย้อนไปหัวข้อเมนูก่อนหน้า หรือหน้าจอก่อนหน้า
10. ไฟ LED สว่างขึ้นเมื่อใช้วิทยุ และจะกระพริบขณะที่ตัวเครื่องพร้อมเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์อื่น

สำหรับการสั่งงานระยะไกลก็สามารถทำได้ผ่านทางรีโมทไร้สายที่แถมมาให้ในกล่อง ซึ่งเป็นรีโมทที่มีขนาดกระทัดรัด บนตัวรีโมทมีปุ่มกดสั่งงานไม่มากนัก แต่ก็ครอบคลุมการสั่งงานได้ครบ เริ่มจาก
11. ปุ่มกดเพื่อเปิดเครื่องทำงาน และเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย
12. SOURCE = กดเพื่อเลือกอินพุต
13. กดเมื่อต้องการเพิ่มความดัง
14. ขณะเล่นแผ่นซีดี กดเมื่อต้องการเล่น/หยุดเล่นชั่วคราว, หรี่เสียงจากสถานีวิทยุ และกดซ้ำเพื่อเลิกโหมดหรี่เสียง และใช้กดเพื่อเลือกหัวข้อเมนู
15. กดเมื่อต้องการย้อนกลับไปฟังสถานีวิทยุก่อนหน้า หรือกลับไปฟังเพลงก่อนหน้า (กรณีเล่นแผ่นซีดี), กดค้างเมื่อต้องการย้อนกลับเมื่ออยู่ในโหมดสแตนด์บาย, กดเมื่อต้องการปรับลดความสว่างของจอแสดงผล
16. ทำงานตรงข้ามกับปุ่มหมายเลข 15
17. กดเมื่อต้องการลดความดัง
18. BACK = กดเมื่อต้องการย้อนไปที่หัวข้อเมนูก่อนหน้า หรือกลับไปที่รายการก่อนหน้า
19. MENU = กดเมื่อต้องการเข้าสู่เมนูเครื่อง
20. PRESET = กดเมื่อต้องการเลือกสถานีวิทยุ หรือเพลย์ลีสที่บันทีกเอาไว้, กดค้างประมาณ 2 วินาทีเมื่อต้องการบันทึกเก็บสถานีวิทยุที่กำลังฟัง หรือเพลย์ลีสที่กำลังเล่น
21. PRESET 1/2/3 = กดเลือกสถานี หรือเพลย์ลีสที่บันทึกไว้ล่วงหน้าโดยตรง 3 ลำดับ
ส่วนสัดภายนอก, ระบบลำโพง และอิเล็กทรอนิคส์ด้านใน

โดยปกติแล้ว ลำโพงออล-อิน-วันจะมีขนาดตัวตู้หลากหลายมาก คือมีตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือขึ้นไปจนถึงขนาดหน้ากว้างเกือบเมตร ซึ่งถ้าจะแบ่งกันจริงๆ ต้องดูที่ “ไฟเลี้ยง” คือถ้าเป็นประเภทตัวเล็กมากๆ มักจะมีแบตเตอรี่ในตัว สามารถชาร์จไฟได้ ซึ่งประเภทนี้จะมีขนาดเล็ก เพราะเน้นให้พกพา (portable) ติดตัวไปไหนๆ ได้ ในขณะที่ตัวใหญ่กว่าขึ้นมาอีกระดับถ้าไม่มีแบตเตอรี่ก็ต้องเสียบสายไฟเอซี เป็นประเภทที่เน้นให้ใช้ภายในที่พักอาศัยเป็นหลัก แบบเดียวกับ Ruark Audio R3S ตัวนี้ ด้วยขนาดตัวที่อยู่ในพิกัดปานกลาง ทำให้สามารถติดตั้งลำโพงทรงกรวยไดนามิกที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 75 ม.ม. ได้ถึง 2 ตัว ซึ่งเป็นไดเวอร์ที่ทาง Ruark Audio พัฒนาขึ้นมาทั้งสองตัว ทำหน้าที่สร้างความถี่ฟูลเร้นจ์ตั้งแต่ 40Hz – 20kHz ด้วยไดอะแฟรมที่ถูกผลัก/ดึงด้วยแรงแม่เหล็กนีโอไดเมี่ยม โดยมีภาคขยาย class-A/B ที่มีกำลังขับ 30W คอยช่วยหนุน
ลักษณะการใช้งาน

การออกแบบจะบ่งบอกถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เมื่อพิจารณาการออกแบบของ R3S ตัวนี้ ในแง่ของ “แหล่งต้นทางสัญญาณ” (source) ที่มีมาให้ใช้ จะพบว่าผู้ออกแบบเจตนาที่จะเน้นให้นำไปใช้ “ฟังเพลง” เป็นหลัก ซึ่ง R3S รองรับช่องทางในการฟังเพลงได้ครบทุกรูปแบบ และเข้าใจว่าผู้ผลิตน่าจะตั้งใจออกแบบให้ใช้ R3S ในห้องนอนด้วย เพราะมีฟีเจอร์ตั้งนาฬิกาปลุกได้
เริ่มต้นใช้งาน
คุณสามารถใช้งาน R3S ได้หลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับ “แหล่งต้นทาง” ในการฟังเพลง

ถ้าคุณฟังเพลงจากแหล่งต้นทางแค่ 4 แหล่ง คือ 1) จากแผ่นซีดี, 2) เล่นไฟล์เพลงที่อยู่บนแฟรชไดร้, 3) ฟังเพลงจากอุปกรณ์อื่นผ่านทาง Bluetooth และ 4) ฟังเพลงจากสถานีวิทยุ FM คุณก็สามารถใช้รีโมทไร้สายในการควบคุมการฟังเพลงจากอินพุตทั้งสี่แหล่งนั้นได้ แต่ถ้าคุณต้องการฟังเพลงฟรีจากสถานีวิทยุบนอินเตอร์เน็ต หรือฟังเพลงจากผู้ให้บริการสตรีมมิ่งแบบ On-Demand อย่าง Deezer หรือ Spotify คุณต้องเชื่อมต่อ R3S เข้ากับเน็ทเวิร์คที่มีโมเด็มเพื่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ตด้วย
การเชื่อมต่อ R3S เข้ากับเน็ทเวิร์ค WiFi
เนื่องจาก R3S ไม่มีช่องต่อ LAN (Ethernet) มาให้ แต่มีภาครับ WiFi ในตัว การเชื่อมต่อ R3S เข้ากับเน็ทเวิร์ค+โมเด็มอินเตอร์เน็ต จึงต้องใช้วิธีเชื่อมต่อผ่านทาง WiFi แทน

การเชื่อมต่อ R3S เข้ากับ WiFi คุณต้องเข้าไปที่ Menu > System > Network settings (ศรชี้ ภาพข้างบน)

ในเมนู Network settings จะแสดงวิธีเชื่อมต่อ R3S เข้ากับ WiFi ซึ่งทำได้หลายทาง แนะนำให้ใช้วิธีเชื่อมต่อผ่าน ‘Network wizard’ (ศรชี้ ภาพข้างบน) ซึ่งจะง่ายหน่อย เมื่อเลือกวิธีนี้แล้ว ตัวเครื่องจะสแกนหาสัญญาณ WiFi ที่อยู่บริเวณนั้นขึ้นมาให้เราเลือกเชื่อมต่อ ให้เลือก WiFi วงที่ต้องการเชื่อมต่อ จากนั้นก็แค่ใส่พาสเวิร์ด WiFi ของคุณลงไปก็เสร็จ
แอพลิเคชั่น Oktiv

ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้แอพฯ ที่ชื่อว่า Oktiv ซึ่งเป็นแอพฯ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้เล่นไฟล์เพลงจากแหล่งต่างๆ บนอินเตอร์เน็ต โดยแยกแหล่งต้นทางออกเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มแรกคือ ‘Radio’ (ซ้ายมือสุด ภาพข้างบน) ซึ่งก็มี Internet radio, DAB radio และ FM radio สามแหล่งให้เลือกฟัง ส่วนกลุ่มที่สอง (ตรงกลาง) คือ ‘On-Demand services’ ซึ่งมีอยู่สี่แหล่งให้เลือกฟังคือ Podcasts, Amazon Music, Deezer และ Spotify สุดท้ายคือกลุ่มที่สาม (ขวามือสุด) นั่นคือ ‘Input’ ซึ่งรองรับสัญญาณจากภายนอก มีมาให้เลือกอีกห้าแหล่ง ได้แก่ USB, Bluetooth, Line In, Optical และ CD

นอกจากนั้น แอพฯ ตัวนี้ยังมีส่วนของคำสั่งที่ใช้ในการควบคุมสั่งงานอีก 2-3 อย่าง อาทิเช่นควบคุม “ระดับความดัง” ในการเล่นไฟล์เพลง (กรอบสีส้ม), เปิด/ปิดเครื่อง (ศรชี้สีแดง) และในกรอบสีเขียวด้านล่าง เป็นกลุ่มของทางลัดสำหรับไปที่ส่วนอื่นๆ อย่างเช่น Home (หน้าเปิด), Now Playing (แสดงเพลงที่กำลังเล่น), Browse (ค้นหาแหล่งต้นทางสำหรับอินพุต) และ Settings (เมนูปรับตั้ง)
ใช้ร่วมกับทีวีได้มั้ย.?

เอาไปใช้ในห้องรับแขกร่วมกับทีวีได้มั้ย.? ถ้าดูจาก “อินพุต” คิดว่าผู้ผลิตไม่ได้ตั้งใจให้ใช้กับทีวี เพราะไม่มีอินพุต HDMI มาให้ แต่ถ้าคุณต้องการใช้งานร่วมกับทีวีก็สามารถทำได้ ผมทดลองแล้ว.. คือใช้อินพุต Optical แทน ซึ่งทีวีของคุณต้องมีช่องเอ๊าต์พุต Optical ด้วย เสียงโอเคมั้ย.? ถ้ามองในแง่ของคุณภาพเสียงต้องบอกว่าออกมาดีเลย โดยเฉพาะเมื่อปรับใช้โหมดเสียง ‘3D Audio‘ จะทำให้ได้มิติเสียงที่แผ่กว้างมากขึ้น มิติเสียงหลุดตู้ไปไกลแบบน่าอัศจรรย์ ส่งผลดีกับการดูหนังมากเป็นพิเศษ แต่กับฟังเพลงจะหลอนๆ นิดหน่อย


หลังจากเลือกอินพุต Optical แล้ว ให้กดไปที่ปุ่ม Menu จะปรากฏฟังท์ชั่น ‘Input Level’ ขึ้นมาตามภาพข้างบน และเมื่อกดซ้ำลงไป จะปรากฏอ๊อปชั่นขึ้นมาให้เลือก 3 ระดับ หลักการเลือกก็คือ ให้เลือกอ๊อปชั่นที่ทำให้ได้เสียงออกมาดังที่สุดโดย “ไม่มี” อาการแตกพร่า

ข้อจำกัดเดียวที่ต้องคำนึงถึงก็คือ “ขนาดของห้องรับแขก” เพราะกำลังขับ 30W ของ R3S จะรองรับห้องรับแขกที่มีขนาด “ไม่เกิน 20 ตารางเมตร” หรือไม่เกิน 4 x 5 ตรม. เท่านั้น ถ้าห้องใหญ่กว่านี้ เปิดดังๆ เสียงจะไม่ดี แต่ถ้าต้องการใช้งาน R3S ในห้องรับแขกที่ใหญ่หน่อยจริงๆ ยังมีทางแก้ คือแนะนำให้เพิ่มลำโพงแอ๊คทีฟ ซับวูฟเฟอร์เข้ามาทำงานร่วมกับ R3S ตัวอย่างเหมือนภาพข้างบน เผอิญว่าผมได้รับลำโพงแอ๊คทีฟ ซับวูฟเฟอร์ของ KEF รุ่น KC62 มาทดสอบ (ศรชี้ ภาพข้างบน) เลยยกมาทดลองจับคู่กับ R3S ปรากฏว่ามันช่วยเพิ่มความอิ่มหนาให้กับเสียงได้มาก เสียงแผ่เต็มห้องมากขึ้นโดยไม่มีอาการแผดจ้า (* จริงๆ แล้ว Ruark Audio ก็มีทำลำโพงแอ๊คทีฟ ซับวูฟเฟอร์ของเขาเองออกมาด้วย)

ในการใช้งานร่วมกับซับวูฟเฟอร์ คุณต้องใช้สายสัญญาณอะนาลอกเชื่อมต่อสัญญาณจากช่อง Line Out ของ R3S ไปที่อินพุต Line In ของลำโพงซับวูฟเฟอร์ และเข้าไปปรับตั้งในเมนูที่หัวข้อ System > Audio > Output: subwoofer และแนะนำให้เลือกตั้งฟังท์ชั่น Loudness ไว้ที่ ‘Off’ และตั้งฟังท์ชั่น 3D Audio ไว้ที่ ‘On’ จากการทดลองฟัง เป็นการปรับตั้งที่ให้เสียงดี น่าพอใจมากที่สุด
ฟังเพลงด้วยแผ่นซีดี

R3S รองรับการเล่นแผ่นซีดีได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น CD เพลงทั่วไป รวมถึงแผ่น CD-ROM และแผ่น CD-R/RW ที่บันทึกสัญญาณเสียงดิจิตัลฟอร์แม็ต MP3, WMA และฟอร์แม็ต AAC ที่มีบิตเรตสูงถึง 320Kbps ลิ้นชักรับแผ่นซีดีให้มาเป็นแบบช่องสล็อตที่ต้องใช้วิธีเสียบแผ่นเข้าไปในช่องแล้วดันให้กลไกข้างในดูดแผ่นเข้าไป เวลาเสียบแผ่นซีดีเข้าไปแนะนำให้ตัวแผ่นอยู่ในระนาบเดียวกับช่องสล็อต เพื่อป้องกันไม่ให้แผ่นครูดกับขอบช่องตอนดูดเข้าไป

การสั่งงานขณะเล่นแผ่นซีดีสามารถควบคุมได้ทั้งจากปุ่มกดบนตัวเครื่องและควบคุมผ่านทางแอพลิเคชั่นที่ืชื่อว่า ‘Oktiv’ ผ่านเข้าทาง WiFi เน็ทเวิร์ค หรือทางรีโมทไร้สายที่แถมมาก็ได้ ส่วนฟีเจอร์ที่ใช้ควบคุมสั่งงานก็เป็นฟังท์ชั่นพื้นฐานหลักๆ เช่น เล่น (play), หยุดชั่วคราว (pause), เดินหน้า/ถอยหลัง (skip forward/backward), เล่นซ้ำ (repeat) และเล่นสุ่ม (random) เสียงเพลงที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก
รับสัญญาณอะนาลอกจากภายนอก


R3S ให้ช่องอินพุตสำหรับ “รองรับ” (LINE IN) และช่องเอ๊าต์พุตสำหรับ “ส่งออก” (LINE OUT) สัญญาณอะนาลอกมาหนึ่งชุด ที่ช่อง LINE IN ซึ่งเป็นขาเข้านั้น คุณสามารถเชื่อมต่อสัญญาณ analog out จากอุปกรณ์เครื่องเสียงตัวอื่นเข้ามาใช้งานผ่านตัว R3S ได้ ยกตัวอย่างเช่นสัญญาณ analog out จากภาคขยายหัวเข็มของชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นต้น ซึ่งทางผู้ผลิต Ruark Audio ให้ฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์สำหรับการแม็ทชิ่ง gain มาด้วย คือฟังท์ชั่น ‘Input Level‘ ใช้ปรับลด gain ของสัญญาณที่รับเข้ามากรณีที่แรงเกินไปจนทำให้เสียงออกมาพร่าหรือมีเกรนหยาบ และยังช่วยหลีกเลี่ยงความเพี้ยนของเสียงที่เกิดจากอาการโอเว่อร์โหลดของภาคอินพุตในตัว R3S ด้วย


เนื่องจากการปรับแต่งเสียงของ R3S ทำงานผ่าน DSP สัญญาณอินพุตที่เข้ามาเป็น analog จึงต้องถูกส่งไปที่ภาค ADC เพื่อแปลงให้เป็นสัญญาณดิจิตัลซะก่อน (R3S ใช้ ADC ที่มีสเปคฯ สูงถึงระดับ 24/192) ถ้าพบว่าเสียงออกมา “ดังเกินไป” จนมีอาการเพี้ยนพร่า ให้เข้าไปปรับลดเกนของสัญญาณอะนาลอกอินพุตที่เมนู Input Level ซึ่งมีให้เลือกปรับจูน 3 ระดับ เลือกอ๊อปชั่นที่ให้เสียงดังที่สุดโดยไม่มีความเพี้ยนเกิดขึ้น
ส่วนทางช่อง LINE OUT นั้นเป็นสัญญาณขาออกที่ให้มาเพื่อไปต่อเข้าแอมป์ภายนอก หรือต่อเข้าลำโพงแอ๊คทีฟซับวูฟเฟอร์จากภายนอก กรณีที่ต้องการเพิ่มความถี่ต่ำ ซึ่งสัญญาณอะนาลอกจากช่อง LINE OUT นี้มีความแรงสัญญาณอยู่ที่ 2.0Vrms สามารถใช้กับอินพุตของลำโพงแอ๊คทีฟซับวูฟเฟอร์ทุกตัว
เล่นไฟล์เพลง MP3 จากแฟรชไดร้ USB-C

ช่องอินพุต USB-C ที่อยู่บนแผงหลังของ R3S ให้มาเพื่อใช้รองรับไฟล์เพลง MP3 ที่เก็บอยู่บนแฟรชไดร้ หรือใช้ชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์ที่ใช้ไฟไม่เกิน 5W/1.0A ส่วนแฟรชไดร้ที่ใช้ได้ต้องเป็นแฟรชไดร้ที่ฟอร์แม็ตเป็น FAT32 เท่านั้น จะไม่รองรับแฟรชไดร้ที่ฟอร์แม็ตเป็น NTFS หรือ exFAT ในขณะที่ไฟล์ MP3 ที่เก็บอยู่บนแฟรชไดร้ต้องมีความละเอียดไม่เกิน 320kbps โดยมีแซมปลิ้งเรตอยู่ที่ 44.1kHz หรือ 48kHz เท่านั้น วิธีเล่นไฟล์เพลง MP3 บนแฟรชไดร้ต้องใช้แอพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Oktiv ซึ่งมีทั้งเวอร์ชั่น iOS และ Android
เล่นไฟล์เพลงผ่านอินพุต Bluetooth
อีกช่องทางที่คุณสามารถฟังเพลงผ่าน Ruark Audio R3S ตัวนี้ได้ นั่นคือการสตรีมไฟล์เพลงจากอุปกรณ์อื่นๆ ของคุณผ่านเข้าทางอินพุต Bluetooth ของ R3S

เบื้องต้นคุณต้องทำการเชื่อมต่ออินพุต Bluetooth ของ R3S เข้ากับอุปกรณ์ที่ใช้เล่นไฟล์เพลงของคุณก่อน ซึ่งกระบวนการขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก เริ่มด้วยการเลือก Source ของ R3S ไปที่ ‘Bluetooth’ จากนั้นก็กด enter ตัว R3S จะส่งคลื่น Bluetooth ออกมาเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของคุณ สมมุติผมใช้ iPhone 12 เล่นไฟล์เพลงจาก TIDAL เพื่อส่งมาให้ R3S ทำการขยายเสียงออกลำโพง ผมก็เข้าไปที่เมนู Bluetooth ของ iPhone 12 แล้วกดรับไปที่ชื่อ ‘Ruark R3’ (ศรชี้ ภาพซ้าย ข้างบน) หลังจากการเชื่อมต่อได้แล้ว (ศรชี้ ภาพขวา ข้างบน) แค่นี้ก็พร้อมใช้งาน

เป็นปกติสำหรับการสตรีม Bluetooth บนอุปกรณ์ iOS มันจะปรับไปสตรีมด้วยเทคโนโลยี AirPlay โดยอัตโนมัติ (ศรชี้) ถ้าพบว่าอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมีการเชื่อมต่อด้วย WiFi network ระหว่างกันอยู่แล้ว


เมื่อได้ลองแล้วจะรู้สึกได้ว่า R3S ตัวนี้จะไปได้ดีกับการฟังเพลงผ่าน Bluetooth มากเป็นพิเศษ คือมันทำงานได้ราบลื่นมาก ผมทดลองเล่นไฟล์เพลงบน iPhone 2 ด้วยแอพ Onkyo HF Player แล้วส่งมาที่ R3S ทาง Bluetooth พบว่าขณะเล่นเพลงนั้น บนหน้าจอของ R3S โชว์ชื่อเพลง, ชื่ออัลบั้มและชื่อศิลปินขึ้นมาด้วย และที่หน้าแอพฯ บนมือถือก็ยังสามารถปรับระดับความดังได้ เสียงก็ออกมาดีน่าพอใจ แม้ว่าเนื้อเสียงจะไม่หนานุ่มเท่ากับฟังจากแผ่นซีดี แต่ก็ไม่ถึงกับแย่ ฟังเพลินๆ เป็นแบ็คกราวนด์ มิวสิคได้เลย โทนเสียงโดยรวมออกแนวโปร่งฟังสบาย
ฟังเพลงจากสถานีวิทยุ Internet Radio
อินพุตนี้ก็เป็นไฮไล้ท์ของ Ruark Audio R3S แต่ถ้าต้องการฟัง คุณต้องทำการเชื่อมต่อ R3S เข้ากับ WiFi ที่คุณใช้เข้าอินเตอร์เน็ตซะก่อน

มีสถานีวิทยุ Internet Radio ให้คุณเลือกฟังเยอะมาก.! มีทั้งสถานีที่อยู่ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกจำนวนมหาศาล เลือกฟังกันได้ไม่สิ้นสุด

ผมทดลองเข้าไปเลือก (Browse) ฟังจากสถานีในประเทศและต่างประเทศหลายๆ สถานี พบว่าเสียงที่ออกมาจะแตกต่างกันไป มีทั้งดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเสียงที่ส่งออกอากาศมาจากสถานีนั้นๆ แต่ที่รู้คือ เยอะมาก.! เมื่อค้นเจอสถานีที่ถูกใจคุณก็สามารถบันทึกเก็บเป็น preset ไว้ได้
สรุป
ผมมีโอกาสทดลองใช้งาน R3S อยู่นานหลายวันติดต่อกัน ก็ต้องยอมรับว่า Ruark Audio รุ่น R3S ตัวนี้มีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการเป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงประเภท all-in-one ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ตอบโจทย์ของผู้ใช้ในแง่ของการ “ฟังเพลง” ด้วย “รูปแบบการเล่นเพลงที่หลากหลาย” สามารถรองรับการเล่นเพลงได้ทั้งแบบใช้สาย, ไร้สาย และใช้แผ่น
นอกจากนั้น R3S ยังมี “รูปลักษณ์ที่สวยงาม” ตอบสนองรสนิยมของคนที่ชอบสไตล์วินเทจ เนื้องานมีความละเอียดปราณีต ให้ลุคที่ดูพรีเมี่ยม วัสดุที่ใช้ก็มีคุณภาพสูง ทนทาน ส่วนทางด้าน “การควบคุมสั่งงาน” ก็ให้ความยืดหยุ่นสูงมาก เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ควบคุมการทำงานของตัวเครื่องได้ถึง 3 ทาง คือกดปุ่มบนตัวเครื่องโดยตรง, ผ่านรีโมทไร้สาย และผ่านแอพลิเคชั่น
คุณสมบัติอีกข้อที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของ Ruark Audio R3S ตัวนี้ นั่นคือ “คุณภาพเสียง” ซึ่งปรับจูนมาได้น่าฟัง สไตล์อังกฤษ คือเสียงกลางเด่น ลอย ไม่อับทึบ แหลมละเอียดไม่บาดหู และเบสนุ่มนวล (เป็นลำโพงตู้เปิดที่เจาะรูระบายอากาศไว้ที่ด้านล่าง) /
*************************
ราคา : 39,990 บาท / เครื่อง
*************************
ซื้อได้ที่ :
โชว์รูม Asavasopon ทุกสาขา
หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่



