รีวิว Innuos รุ่น STREAM3

เราเริ่มคุ้นกับธรรมชาติของอุปกรณ์เครื่องเสียงประเภทมิวสิค สตรีมเมอร์กันแล้ว เรารู้ว่ามันจะมีเรื่อง พัฒนาการของชิ้นส่วนหลักที่เป็น หัวใจของระบบที่จะถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นทุกๆ 2 – 4 ปี เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ตลอด ยกตัวอย่างเช่น ชิป DAC ที่ใช้ในภาคแปลงสัญญาณดิจิตัลเป็นอะนาลอก กับซีพียูหลักที่ใช้ควบคุมการทำงานในส่วนต่างๆ ภายในตัวมิวสิค สตรีมเมอร์ เป็นต้น

ซึ่งแง่มุม พัฒนาการของฮาร์ดแวร์ที่ว่านี้ เป็นเรื่องที่วิศวกรของ Innuos นำเข้ามาบรรจุอยู่ในกระบวนการวิเคราะห์ในการออกแบบด้วย และเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของ Innuos สามารถที่จะมีชีวิตยืนยาวตามพัฒนาการของชิป DAC และ CPU ไปได้เรื่อยๆ พวกเขาจึงเลือกแนวทางการออกแบบที่เรียกว่า Modular Design นั่นคือ แยกการทำงานของส่วนต่างๆ ภายในตัวเครื่องออกมาเป็น โมดูลที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ตลอด ซึ่งรูปแบบการดีไซน์ลักษณะนี้ นอกจากจะให้ความยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนโมดูลที่จำเป็นให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไปตามมาตรฐานในยุคสมัยนั้นๆ แล้ว การแยกการทำงานแต่ละส่วนออกมาเป็นโมดูลลักษณะนี้ ยังเอื้อให้ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะ อัพเกรดประสิทธิภาพของการทำงานบางจุด เพื่อให้ได้ คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นได้ และยังเอื้อต่อการปรับ การทำงานของตัวสตรีมเมอร์ให้สอดคล้องเหมาะสมกับ รูปแบบของซิสเต็มที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเล่นฯ ที่หลากหลายได้อีกด้วย

InnuosSTREAM3
มิวสิค สตรีมเมอร์ & มิวสิค เซิร์ฟเวอร์ ระดับไฮเอ็นด์ฯ จากประเทศโปรตุเกส

เมื่อเดือนเมษายน ปี 2025 ที่ผ่านมา แบรนด์ Innuos ได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาในงาน AXPONA 2025 ที่เมืองชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในนั้นมีสตรีมเมอร์ 2 ตัว อยู่ในรายชื่อของผลิตภัณฑ์ที่ทำการเปิดตัวครั้งนั้นด้วย ทั้งสองตัวนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในอนุกรม STREAM Series ซึ่งเป็นอนุกรมใหม่ คือรุ่น STREAM1 เป็นรุ่นเล็กที่ผมได้ทำการทดสอบไปแล้วเมื่อวันที่ 16 เดือนกันยายน ปีที่แล้ว (REVIEW) กับอีกรุ่นคือ STREAM3 เป็นรุ่นใหญ่สุดในซีรี่ย์นี้

ส่วนสัด + รูปร่างหน้าตา

แค่ดูผ่านๆ ก็รู้สึกว่าตัวถังของ STREAM3 มี ความแน่นอยู่ในที ทั้งที่โดยรวมๆ รูปร่างหน้าตาของสตรีมเมอร์ตัวนี้ก็ดูเรียบๆ ง่ายๆ แต่ถ้าขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วใช้ฝ่ามือค่อยๆ ลูบ ค่อยๆ ไล้ลงไปบนผิวนอกของตัวถังเบาๆ ตั้งแต่แผงหน้า ด้านข้าง ด้านบน ไปจนถึงแผงหลัง จะพบว่า มันให้ความรู้สึก ลื่นมือมากเป็นพิเศษ ไม่มีตรงไหนเลยที่สร้างปัญหาระคายเคืองบนฝ่ามือ ไม่มีหัวน็อตที่คมบาดมือสักจุดเดียว สรุปคือตัวถังของ STREAM3 เนียนมาก.!

เป็นเพราะแผ่นโลหะที่ใช้หุ้มห่ออยู่โดยรอบตัวถังของ STREAM3 นั้นเป็นแผ่นอะลูมิเนียมที่มีความหนาถึง 10 .. ซึ่งผ่านขั้นตอนเจียรนัยด้วย CNC แล้วนำมาพ่นทราย แล้วเสริมสวยด้วยการทำอะโนไดซ์จึงได้ผิวที่เนียนมือระดับนั้น ซึ่งกระบวนการผลิตตัวถังที่ละเอียดซับซ้อนระดับนั้นนอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ยังมีผลทางด้านแด้มปิ้งเพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือน และชีลด์ป้องกันคลื่นรบกวนจากภายนอกด้วย ผมลองเอานิ้วไปเคาะเบาๆ บนตัวถังของ STREAM3 พบว่าเสียงมันออกมาทึบๆ ไม่ก้องกังวาน แสดงว่าแด้มปิ้งแน่นหนามาก ลืมปัญหาเรโซแนนซ์ไปได้เลย.!!

ฟังท์ชั่นควบคุมสั่งงาน + ขั้วต่อต่างๆ

A : สวิทช์เปิด/ปิดเครื่อง
B : โลโก้แสดงสถานะการเชื่อมต่อ
C : ขาตั้งเครื่อง
D : ช่องสำหรับใส่แผงโมดูลอ๊อปชั่นต่างๆ
E : ช่อง USB-A สำหรับเชื่อมต่อกับ USB-DAC
F : ช่อง USB-C
G : ช่อง USB-A 2 ช่อง
H : ช่อง LAN เชื่อมต่อกับ Router ด้วยสายแลน
I : ช่อง network bridged สำหรับเชื่อมต่อกับสตรีมเมอร์ หรือ NAS
J : ช่อง HDMI
K : ช่องต่อกราวนด์ตัวถัง
L : เต้ารับปลั๊กไฟเอซี
M : กล่องเก็บฟิวส์
N : เมนสวิทช์ เปิด/ปิดไฟเข้าเครื่อง

STREAM3 ใช้ระบบเปิด/ปิดเครื่องผ่านสวิทช์ 2 ชั้น โดยที่ชั้นแรกเป็นฮาร์ดสวิทช์ (N) ที่อยู่บนแผงหลัง เหนือเต้ารับปลั๊กจากสายไฟเอซี ซึ่งต้องใช้นิ้วกดเลือกในการ เปิดหรือ ปิดส่วนชั้นที่สองเป็นซอฟท์แวร์ที่ควบคุมด้วยการสัมผัสด้วยปลายนิ้ว ซึ่งติดตั้งอยู่บนแผงด้านหน้า ลักษณะเป็นไฟ LED สีขาว (A) อยู่ตรงมุมล่างทางด้านขวาของแผงหน้า ซึ่งไฟที่เป็นสัญลักษณ์สวิทช์ดวงนี้จะสว่างขึ้นเมื่อคุณกดปุ่มเมนสวิทช์ที่ด้านหลังไปในตำแหน่ง เปิดหลังจากคุณใช้ปลายนิ้วจิ้มแตะลงไปบนไฟ LED ที่เป็นสัญลักษณ์สวิทช์แล้ว จะมีไฟ LED ที่เป็นสัญลักษณ์โลโก้ของแบรนด์ Innuos (B) ที่อยู่เหนือไฟ LED ที่เป็นสัญลักษณ์สวิทช์ขึ้นไปจะสว่างขึ้นเป็นแสงสีขาว และจะกระพริบช้าๆ เพื่อแสดงให้รู้ว่า ระบบภายในตัว STREAM3 กำลังทำการเชื่อมต่อกับเน็ทเวิร์ค เมื่อการเชื่อมต่อเสร็จสิ้น ไฟ LED ที่เป็นสัญลักษณ์โลโก้ของแบรนด์ Innuos จะหยุดกระพริบ และสว่างค้างอยู่แบบนั้นแสดงถึงสภาวะที่ตัวเครื่องพร้อมสำหรับการทำงานแล้ว

บนแผงหน้าของ STREAM3 ไม่มีปุ่มปรับและช่องเสียบใดๆ เลยนอกจากจุดสัมผัสเพื่อเปิด/ปิดเครื่องทั้งสองจุดที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งหลังจากตัวเครื่องทำการเชื่อมต่อกับเน็ทเวิร์คเสร็จแล้ว (ไฟ LED ที่เป็นสัญลักษณ์โลโก้ของแบรนด์ Innuos หยุดกระพริบ) คุณต้องย้ายไปทำการปรับตั้งค่าต่างๆ ของตัว STREAM3 ทั้งหมด ผ่านทางแอพลิเคชั่น SENSE ที่ติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์พกพาของคุณ (*SENSE เป็นแอพฯ ของ Innuos สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี ซึ่งมีทั้งเวอร์ชั่น Android และ iOS)

ช่องเสียบโมดูล อ๊อปชั่น

นอกจากคุณจะใช้งาน STREAM3 ให้ทำหน้าที่เป็น สตรีมมิ่ง ทรานสปอร์ตร่วมกับ external USB-DAC แล้ว ทาง Innuos ยังเปิดโอกาสให้คุณเลือกอ๊อปชั่น Outputs เพิ่มเติมให้กับ STREAM3 ได้อีก 5 รูปแบบ ถ้าต้องการ โดยทำเป็นช่องเสียบโมดูลอ๊อปชั่นเหล่านั้นเอาไว้บนพื้นที่ด้านซ้ายมือของแผงหลังของตัว STREAM3 แล้วใช้แผ่นโลหะบางๆ ปิดไว้ตามที่เห็นในภาพข้างบน

โมดูลทั้ง 5 รูปแบบ นั้นเป็นส่วนของ ‘ Outputอ๊อปชั่น โดยแยกเป็น

1. โมดูล PerformanceDAC (ราคา 49,000 บาท)
2. โมดูล PhoenixDAC (* ยังไม่ออก)
3. โมดูล PhoenixUSB (ราคา 51,000 บาท)
4. โมดูล SPDIF (ราคา 28,000 บาท)
5. โมดูล PhoenixI2S (ราคา 72,000 บาท)

สำหรับคนที่ต้องการใช้งาน STREAM3 แบบจบในตัว คือเป็นสตรีมเมอร์ที่มีภาค DAC ในตัว ทาง Innuos ได้เตรียมโมดูลภาค DAC เอาไว้ให้เลือกอยู่ 2 ระดับ..

(1) ระดับแรกคือโมดูล PerformanceDAC เป็นโมดูลภาค DAC ที่ใช้ชิป AKM (ไม่ได้ระบุเบอร์ชิปเอาไว้) ในการแปลงสัญญาณโดยมี TCXO clocks คอยช่วยควบคุมไทมิ่งในการแปลงสัญญาณ สามารถรองรับสัญญาณอินพุตฟอร์แม็ต PCM ได้สูงถึง 32bit/768kHz และรองรับฟอร์แม็ต DSD แบบเนทีฟได้ถึงระดับ DSD256 ด้วยฟอร์แม็ต DoP และรองรับได้ถึงระดับ DSD512 แบบ native ระบบเพาเวอร์ซัพพลายในตัว STREAM3 ได้จัดการจ่ายไฟสำหรับโมดูล PerformanceDAC ไว้ด้วยการแยกสำหรับวงจรที่ทำงานในภาค digital และวงจรที่ทำงานในภาค analog ออกจากกัน โดยติดตั้งขั้วต่อสัญญาณอะนาลอก เอ๊าต์พุตไว้ให้เป็นขั้วต่อ RCA คุณภาพดี ชุบทองเพื่อการส่งสัญญาณที่ลื่นไหล

(2) ส่วนโมดูล PhoenixDAC มีประสิทธิภาพสูงกว่าโมดูล PerformanceDAC ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการใช้ชิป AKM แยกสองตัวทำการแปลงสัญญาณดิจิตัลเป็นอะนาลอกในลักษณะ Dual Mono โดยมีระบบควบคุมไทมิ่งในการแปลงสัญญาณด้วย OCXO clock ร่วมกับ FemtoClocks ในการควบคุมไทมิ่งของสัญญาณออดิโอ รองรับสัญญาณดิจิตัลอินพุตฟอร์แม็ต PCM ได้สูงสุดถึงระดับ 32bit/768kHz และรองรับสัญญาณ DSD แบบ native ได้ถึงระดับ DSD512 และรองรับสัญญาณ DSD ด้วยฟอร์แม็ต DoP ได้ถึงระดับ DSD256 ภาคจ่ายไฟที่เลี้ยงโมดูลตัวนี้แยกสำหรับภาคอะนาลอกและดิจิตัลออกจากกัน ส่วนขั้วต่อสัญญาณอะนาลอก เอ๊าต์พุตสำหรับโมดูล PhoenixDAC ให้มา 2 ชุด คือ RCA กับ XLR อย่างละชุด (*ตอนที่ผมทดสอบ STREAM3 โมดูลตัวนี้ยังไม่ออกวางจำหน่าย)

(3) ถ้าคุณต้องการใช้ STREAM3 ให้ทำงานเป็นสตรีมมิ่ง ทรานสปอร์ตที่ส่งสัญญาณดิจิตัล ออดิโอออกไปทางช่องเอ๊าต์พุต USB คุณก็สามารถทำได้เลย เพราะ STREAM3 มีเอ๊าต์พุต USB มาตรฐานทั่วไปมาให้ด้วย แต่คุณต้องยอมรับกับคุณภาพเสียงที่มี noise ปะปน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการส่งผ่านสัญญาณเสียงทางอินเตอร์เฟซ USB อยู่แล้ว เนื่องจากช่องต่อ USB มีปัญหา noise เยอะมาก เป็นธรรมชาติของช่องต่อตัวนี้ แต่ถ้า DAC ของคุณใช้อินพุต USB เป็นหลักก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้เอ๊าต์พุต USB ซึ่งทาง Innuos มีทางออกให้ด้วยโมดูล PhoenixUSB ซึ่งเป็นอ๊อปชั่นที่ Innuos ออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษ ด้วยการปรับแก้ปัญหาของอินเตอร์เฟซ USB ด้วยการจัดการกับต้นเหตุให้หมดไป อย่างแรกคือ จัดระบบไฟเลี้ยงแบบ low noise ให้กับชิป USB ด้วยการใช้ชิป LT3045 ซึ่งเป็นภาคจ่ายไฟแบบลิเนียร์ ของ Analog Devices ที่จ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่องเพราะใช้เรกูเลเตอร์คุณภาพสูงที่เป็นแบบ low dropout สุดๆ โดยไม่มีการใช้ภาคจ่ายไฟแบบสวิชชิ่ง อย่างที่สองคือทำการ Regenerated & Reclocked สัญญาณ USB ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ได้สเปคฯ ตามมาตรฐาน USB Class 2 ที่ใช้กับ USB-DAC เป๊ะๆ ซึ่งส่งผลกับคุณภาพเสียงอย่างมาก สุดท้ายคือใช้ระบบ clock OCXO รันที่ 24MHz ซึ่งมีความแม่นยำสูงระดับความคลาดเคลื่อนแค่ 3ppp ในการควบคุมการทำงานของภาค DAC และระบบรายรอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องมากที่สุด

(4) กรณีที่คุณใช้ external DAC รุ่นเก่าๆ ที่มีคุณภาพสูงระดับไฮเอ็นด์ฯ ที่ใช้การเชื่อมต่อสัญญาณกับทรานสปอร์ตผ่านทางอินเตอร์เฟซที่ใช้มาตรฐาน SPDIF ในอดีตไม่ว่าจะใช้ขั้วต่อ coaxial, optical หรือแม้แต่ขั้วต่อ XLR (มาตรฐาน AES/EBU) ทาง Innuos ก็มีโมดูลเอ๊าต์พุตที่ชื่อว่า SPDIF ที่ตั้งใจให้คุณนำไปใช้งานกับ external DAC รุ่นเก่าของคุณให้ได้คุณภาพเสียงออกมาในระดับที่ ดีที่สุดเท่าที่ external DAC ของคุณจะสามารถให้ออกมาได้ ด้วยความสามารถในการรองรับสัญญาณ PCM ได้สูงถึง 24bit/192kHz

(5) ปัจจุบัน เริ่มมีความนิยมใช้ external DAC ที่ใช้ระบบเชื่อมต่อด้วยอินเตอร์เฟซแบบที่เรียกว่า I2S มากขึ้น ทาง Innuos ก็มีโมดูล เอ๊าต์พุต I2S ไว้ให้บริการด้วย ชื่อว่า PhoenixI2S ซึ่งสามารถรองรับการเชื่อมต่อสัญญาณกับ external DAC ที่ใช้อินพุต I2S ได้มากถึง 8 รูปแบบ

ช่องเสียบ USB

จุดที่ติดตั้งขั้วต่อ USB ที่แผงหลัง ตรงตำแหน่ง E, F, G ในชาร์ตด้านบนนู้น จะเห็นว่ามีช่องต่ออยู่ทั้งหมด 4 ช่อง ซึ่งแต่ละช่องถูกออกแบบไว้ให้ใช้งานต่างกัน ช่องที่ตำแหน่ง E ที่มีตัวอักษร DACกำกับอยู่ด้านบนนั้น เอาไว้เชื่อมต่อกับ USB-DAC ภายนอก ส่วนช่อง F นั้นเป็นช่องเสียบแบบ USB-C สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกที่ใช้รูปแบบการรับ/ส่งข้อมูลตามมาตรฐาน USB3.2 Gen.1 ผ่านขั้วต่อ USB-C และอีก 2 ช่อง ที่เป็นช่องเสียบ USB-A นั้นเป็นมาตรฐาน USB3.2 Gen2 เอาไว้เสียบ CD Drive สำหรับฟังท์ชั่น Disk Ripper และไว้ใช้เสียบฮาร์ดดิสพกพาที่เก็บไฟล์เพลง

ช่องเสียบ Network

STREAM3 ให้ช่องเสียบสายแลนมา 2 ช่อง โดยพิมพ์ตัวอักษรกำกับไว้ต่างกัน ช่องทางซ้ายพิมพ์ว่า LAN เป็นช่องที่ใช้เชื่อมต่อไปที่ DAC หรือไปที่ลำโพงแอ๊คทีฟ ในขณะที่ช่องขวาพิมพ์กำกับไว้ว่า Ethernet ซึ่งเป็นช่องเน็ทเวิร์ค บริดจ์ส่งสัญญาณเน็ทเวิร์คไปให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ในวงเน็ทเวิร์ค กรณีที่ในซิสเต็มของคุณไม่มี network switch เข้ามาช่วยแจกจ่ายสัญญาณเน็ทเวิร์ค

ช่อง HDMI ที่ให้มานั้นไม่ใช่ช่องเอ๊าต์พุต I2S นะ เป็นแค่ช่องต่อสัญญาณภาพสำหรับมอนิเตอร์ตอนเซอร์วิสเท่านั้น

ภาคจ่ายไฟแบบพิเศษ.!

เชื่อว่าหลายคนคงจะอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมไม่มีช่องอินพุตสำหรับภาคจ่ายไฟจากภายนอกมาให้.? หรือว่า STREAM3 ไม่มีอ๊อปชั่นให้อัพเกรดภาคจ่ายไฟ..??

ใช่แล้วครับ.. STREAM3 ไม่มีอ๊อปชั่นให้อัพเกรดภาคจ่ายไฟ เหตุผลนั้นก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เป็นเพราะว่าภาคจ่ายไฟที่ติดตั้งอยู่ในตัว STREAM3 นั้น เป็นภาคจ่ายไฟที่ออกแบบขึ้นมาสำหรับ STREAM3 โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการออกแบบร่วมกันระหว่างวิศวกรของ Innuos กับ ด็อกเตอร์ Sean Jacobs โดยตั้งเป้าหมายให้เป็นภาค power supply ที่ ดีที่สุดสำหรับ STREAM3 ออกแบบขึ้นมาให้เป็นภาคจ่ายไฟที่สนับสนุนการทำงานของวงจรอิเล็กทรอนิคทุกส่วนที่ประกอบกันอยู่ในตัว STREAM3 ได้อย่างเต็มที่มากที่สุด มันจึงไม่มีหตุผลอะไรต้องอัพเกรดอีก

ชื่อรุ่นสำหรับภาคจ่ายไฟในตัว STREAM3 คือ ARC6-CX LPSU โดยเอามาจากโค๊ดรหัสของโมดูล ARC6-CX ที่ Dr. Sean Jacobs ออกแบบให้ โดยมีทรานฟอร์เมอร์แบบวงแหวนขนาดใหญ่ที่มีความสามารถในการจ่ายไฟสูงถึง 300VA เป็นศูนย์กลางของระบบ และใช้คาปาซิเตอร์ของ Mundorf ที่มีความจุสูงถึง 132,000 ไมโครฟารัด ทำหน้าที่เป็นถังเก็บประจุที่ได้จากการแปลงไฟ AC > DC ของภาคเรคติฟายเออร์แบบแอ๊คทีฟ ก่อนจะจ่ายไฟสะอาดๆ ให้กับแต่ละภาคการทำงานของวงจรได้ตรงตามโวลต์ที่แต่ละวงจรต้องการได้อย่างต่อเนื่องและนิ่ง ไร้รอยต่อ

และสำคัญที่สุด.! ก่อนที่ไฟเอซีจากปลั๊กบนผนัง (หรือจากตัวกรองไฟ) จะผ่านเข้าไปถึงภาคจ่ายไฟของ STREAM3 กระแสไฟเอซีเหล่านั้นจะถูกกลั่นกรองด้วยวงจร AC Filter ที่มีความละเอียดสูงระดับที่ใช้อยู่ในวงการแพทย์ช่วยดักจับเอาขยะที่เล็ดลอดมากับไฟเอซีออกไป เพื่อให้มั่นใจว่าไฟเลี้ยงของ STREAM3 มีความสะอาดหมดจดมากที่สุด สาเหตุที่ต้องซีเรียสกันมากขนาดนี้ก็เพราะว่าปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่า noise ที่มากับระบบไฟและจากระบบนิเวศน์โดยรอบของตัวสตรีมเมอร์ มีผลต่อคุณภาพเสียงของตัวสตรีมเมอร์อย่างมาก พูดได้เลยว่า ปัจจุบัน ไม่มีผู้ผลิตสตรีมเมอร์แบรนด์ดังๆ เจ้าไหนที่ไม่ใส่ใจเรื่องนี้..!!!

Mainboard รุ่นใหม่.!!!

CPU คือมันสมองสำคัญของอุปกรณ์เครื่องเสียงประเภท Music Streaming นั่นคือเหตุผลที่มาของเมนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้อยู่ในสตรีมเมอร์ของ Innuos เวอร์ชั่นปัจจุบันรวมถึงอนุกรม STREAM Series ทั้งสองรุ่นคือ STREAM1 และ STREAM3 คู่นี้ด้วย

หัวใจหลักที่ฝังตัวอยู่ในเมนบอร์ดของ STREAM3 ประกอบด้วยชิปเซ็ตของ Intel แบบ Quad-Core เจนเนอเรชั่นที่ 13th ทำงานร่วมกับ DDR5 RAM เกรดอุตสาหกรรม ที่มีพลังในการประมวลผล 8GB จึงให้ความเร็วในการประมวลผลสูงกว่าเมนบอร์ดรุ่นก่อนหน้ามากถึง 200% ซึ่งเป็นผลดีอย่างมากต่อคุณภาพเสียง เพราะการประมวลผลที่เร็วขึ้นทำให้ latency ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาจิตเตอร์ของระบบลดต่ำลง นอกจากนั้น ระบบปฏิบัติการ (OS) ที่ Innuos เขียนขึ้นมาใช้ได้ถูกติดตั้งอยู่บนฮาร์ดดิส SSD แบบ 3 ชั้น (TLC) ที่มีระบบ power-loss protectd จึงมั่นใจได้ว่ามันจะทำงานได้อย่างมั่นคงและแม่นยำอย่างถึงที่สุด

ใส่ฮาร์ดดิส internal storage ได้.!

บอกก่อนเลยว่า ตรงนี้เป็นไฮไล้ท์สำคัญสำหรับคนที่เน้น คุณภาพเสียงของการเล่นไฟล์ Local ที่คุณเก็บสะสมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ที่ริปมาจากแผ่น CD และแผ่น SACD หรือจะเป็นไฟล์ที่ดาวน์โหลดซื้อมาจากอินเตอร์เน็ตจากเว็บไซต์ที่ขายไฟล์เพลงอย่างเช่น HDtracks, nativeDSD ฯลฯ

นั่นคือการเก็บไฟล์เพลงของคุณเข้าไปอยู่ในฮาร์ดดิสของตัวสตรีมเมอร์ เพื่อให้แอพลิเคชั่นของตัวสตรีมเมอร์สามารถดึงไฟล์เพลงเหล่านั้นออกมาเล่นโดยตรง ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว นี่เป็นวิธีการเล่นไฟล์เพลงที่ คาดหวังคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดได้ ซึ่ง STREAM3 ออกแบบที่เก็บฮาร์ดดิส internal SSD ไว้ใต้ท้องของตัวถัง ซึ่งถือว่าง่ายต่อการติดตั้ง ผมชอบมากกว่าบางตัวที่ต้องแกะฝาเครื่องออกมาติดตั้งด้านในตัวเครื่องซึ่งยุ่งยากมากกว่า ประเภทของฮาร์ดดิส SSD ที่ STREAM3 รองรับคือฟอร์แม็ต M2 NMVe SSD โดยมีขนาดความจุให้เลือก 3 ระดับ คือ 2TB, 4TB และสูงสุดคือ 8TB ซึ่งคุณสามารถคำนวนปริมาณของไฟล์เพลงที่คุณมีอยู่แล้วเลือกขนาดความจุของฮาร์ดดิสที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงราคาของตัวฮาร์ดดิสเป็นเกณฑ์ ส่วนขั้นตอนการติดตั้งฮาร์ดดิสเข้าไปในตัว STREAM3 ก็ไม่ยุ่งยาก ดูตัวอย่างได้จากภาพข้างบน แนะนำอย่างยิ่งให้เก็บไฟล์เพลงไว้ในฮาร์ดดิส SSD ในตัว STREAM3 เพราะผมทดลองดูแล้ว มันเป็นวิธีที่ทำให้ได้เสียงที่ดีมาก ดีกว่าเก็บไฟล์เพลงไว้ใน NAS อย่างชัดเจน.!!!

ติดตั้งเตรียมการทดสอบ

แนวคิดเบื้องต้นของ Innuos ที่มองว่าพื้นฐานของ STREAM3 (รวมถึง STREAM1 ด้วย) เป็นสตรีมมิ่ง ทรานสปอร์ต ที่ทำหน้าที่หน้าคั่นกลางอยู่ระหว่าง เซิร์ฟเวอร์ที่เก็บไฟล์เพลง กับ DAC พวกเขาจึงออกแบบมาโดยใช้ช่องทาง Ethernet ให้ทำหน้าที่เป็น อินพุตคือดึงไฟล์เพลงจากเซิร์ฟเวอร์ภายนอกเข้ามาทำการ renders หรือจัดการ ถอดรูปแบบที่ซับซ้อนของฟอร์แม็ตไฟล์เพลงที่สตรีมมาจากแหล่งต่างๆ อย่างเช่น TIDAL หรือ NAS ให้ออกมาเป็นสัญญาณเสียง (PCM, DSD) ที่พร้อมจัดส่งออกไปให้ภาค DAC แค่นั้น ส่วนช่องทางขาออก หรือ เอ๊าต์พุตที่จัดส่งสัญญาณเสียง PCM หรือ DSD ออกไปให้ภาค DAC ภายนอกนั้น Innuos STREAM series มี ช่องเอ๊าต์พุตให้คุณเลือกระหว่าง USB กับ Ethernet เป็นเอ๊าต์พุตมาตรฐาน ซึ่งจริงๆ แล้วช่อง Ethernet นั้นพวกเขาไม่ได้ตั้งใจให้มันทำหน้าที่เป็นเอ๊าต์พุตหลัก แค่สามารถส่งสัญญาณเสียงไปให้เน็ทเวิร์ค สตรีมเมอร์ที่มีคุณสมบัติ UPnP เท่านั้น (*ถ้าต้องการใช้งาน STREAM3 กับอุปกรณ์ประเภทสตรีมเมอร์ หรือ network DAC) แต่พวกเขาก็มีทำภาคเอ๊าต์พุตมาตรฐาน SPDIF ที่ส่งสัญญาณผ่านช่องต่อ coaxial, optical ออกมาให้เลือกใช้ด้วย ในรูปแบบของโมดูลที่ต้องซื้อเพิ่ม

ช่องเอ๊าต์พุตที่ถือว่าเป็น reference สำหรับซอฟท์แวร์ SENSE ซึ่งเป็นอ๊อฟฟิเชี่ยลเพลเยอร์ของ Innuos ก็คือเอ๊าต์พุต USB เหตุผลก็เพราะว่า USB เป็นอินเตอร์เฟซมาตรฐานในการรับ/ส่งทั้งข้อมูลและสัญญาณระหว่าง peripheral หรือ อุปกรณ์ต่อพ่วงที่ใช้กันอยู่ในแวดวงคอมพิวเตอร์และไอที เน็ทเวิร์ค ก่อนที่จะถูกนำมาใช้ในวงการเครื่องเสียง พวกเขา (วิศวกรของ Innuos) จึงให้ความสำคัญกับเอ๊าต์พุต USB มากเป็นพิเศษ ดังนั้น ถ้าจะถามว่า เอ๊าต์พุตไหนเป็น ที่สุดของ STREAM3 ก็ต้องเป็น USB นั่นเอง ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างพื้นฐานของระบบ

แต่เมื่อมองในแง่ของ สินค้าแล้ว ก็ต้องชมว่าทางแบรนด์ Innuos ไม่ได้ละเลยความต้องการของตลาด พวกเขามีความเข้าใจถึงความต้องการของนักเล่นฯ หลายๆ กลุ่มเป็นอย่างดี กับบางคนที่ยังใช้ DAC ที่ใช้มาตรฐาน SPDIF ซึ่งไม่มีอินพุต USB และพวกเขาเหล่านั้นยังชื่นชอบในน้ำเสียงของ DAC นั้นอยู่ ไม่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลง DAC ของตัวเอง Innuos ก็ทำให้สตรีมมิ่ง ทรานสปอร์ต ของพวกเขาสามารถใช้งานร่วมกับ legacy DAC เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือไม่ใช่แค่ใช้ด้วยกันได้ แต่ใช้ด้วยกันแล้วยังให้ผลลัพธ์ทางเสียงออกมาได้ในระดับสูงสุดตามมาตรฐาน SPDIF อีกด้วย เคล็ดลับคือการออกแบบวงจร network bridge ที่แปลงสัญญาณจากมาตรฐาน Ethernet ให้ออกมาเป็นมาตรฐาน SPDIF เพื่อใช้เชื่อมต่อไปสู่ DAC ภายนอกผ่านทางขั้วต่อ coaxial, optical หรือ XLR ซึ่งก็คือโมดูล SPDIF ซึ่งเป็นอ๊อปชั่นนั่นเอง

ส่วนตัวผมอยากจะทดสอบประสิทธิภาพของ STREAM3 ในแง่ของ สตรีมมิ่ง ทรานสปอร์ตอย่างเดียว คือใช้ STREAM3 ในการดึงไฟล์เพลงจากเซิร์ฟเวอร์มาเล่นแล้วส่งสัญญาณออกไปให้ DAC ภายนอก ผมจึงแยกการทดสอบการทำงานของ STREAM3 ออกเป็น 3 รูปแบบ แบบแรกคือ ทดลองใช้ external DAC ของ Ayre Acoustics รุ่น QB-9 Twenty รองรับเอ๊าต์พุตจากช่อง USB ของ STREAM3 ซึ่ง STREAM3 มีทางเลือกให้ 2 อ๊อปชั่น โดยที่อ๊อปชั่นแรกคือ ใช้ช่องเอ๊าต์พุต USB ที่ติดมากับเมนบอร์ดของ STREAM3 (A) ซึ่งเป็นเอ๊าต์พุต USB ที่ผ่านการปรับปรุงทางด้านเสียงมาแล้วระดับหนึ่ง ผมทดลองฟังเทียบกันระหว่างเอ๊าต์พุต USB ของ STREAM3 ช่องนี้กับเอ็าต์พุต USB ของ STREAM1 ที่อัพเกรดแล้วด้วยโมดูล PhoenixUSB พบว่า เอ๊าต์พุต USB บนเมนบอร์ดของ STREAM3 ก็ยังให้ผลทางเสียงที่ดีกว่า.!! หลังจากทดลองฟังเสียงของ STREAM3 จากเอ๊าต์พุต USB จากเมนบอร์ดแล้ว คุณทอมมี่ยังได้ติดตั้งโมดูล PhoenixUSB ของ STREAM3 (B) มาให้ลองฟังด้วย ผลคือ เสียงดีกว่าเอ๊าต์พุต USB บนเมนบอร์ดของ STREAM3 ขึ้นไปอีกประมาณ 10-15%

การทดลองฟัง STREAM3 รูปแบบที่สอง คือ ทดลองใช้เอ๊าต์พุตจากโมดูล SPDIF โดยเชื่อมต่อสัญญาณเอ๊าต์พุตจากขั้วต่อ coaxial บนโมดูล SPDIF ไปที่อินพุต coaxial ของตัว Streamer/DAC ของ Wattson Audio รุ่น Madison โดยใช้สาย digital coaxial รุ่น Blue Heaven Leif3 ของ Nordost เป็นตัวเชื่อมโยง พบว่า มันให้เสียงจากไฟล์ PCM 16/44.1 ที่ริปมาจากแผ่นซีดีออกมาดีมาก เนื้อเสียงมีความอิ่มหนา ติดนัวนิดๆ ทำให้โทนเสียงออกแนวโรแมนติก ไม่ได้เน้นคมชัดเปรี๊ยะๆ แต่รายละเอียดก็ไม่เบลอ เป็นไปตามมาตรฐานของสัญญาณที่มีเรโซลูชั่น 16-bit เมื่อเล่นบนแพลทฟอร์มที่ออกแบบมาบนเรโซลูชั่น 24-bit คือมีความสดของน้ำเสียงมากกว่าโทนเสียงที่ฟังจากแผ่นซีดีบนเครื่องเล่นซีดีเล็กน้อย ซึ่งจากการทดลองฟังหลายๆ อัลบั้มที่ผมริปมาเป็นไฟล์ WAV 16/44.1 จากแผ่นซีดีที่ผมสะสมไว้ พบว่า เอ๊าต์พุตจากโมดูล SPDIF ที่ STREAM3 ให้ออกมามันมีโทนเสียงนัวๆ แบบที่ได้ยินจากเครื่องเล่นซีดีออกมาด้วย ซึ่งเป็นบุคลิกเสียงของฟอร์แม็ตซีดีที่ผ่านวงจร error correction สมัยก่อน ฟังแล้วได้อารมณ์วินเทจไปอีกแบบ ใครที่ยังติดใจกับโทนเสียงของเครื่องเล่นซีดีระดับท็อปๆ ในยุคนั้นน่าจะถูกใจกับเสียงของเอ๊าต์พุตของ STREAM3 ที่ได้จากโมดูล SPDIF นะ ถือว่าเป็นความสำเร็จในการสังคายนาแนวเสียงแบบดั้งเดิมของฟอร์แม็ตซีดีให้เล่นผ่านระบบสตรีมมิ่งที่ให้ความสะดวกมากขึ้นได้..

ช่องทางทดสอบแบบที่สามสำหรับตัว STREAM3 ของผมก็คือ ลองให้ STREAM3 ทำงานในโหมด Roon Core ซึ่งทำให้ STREAM3 สามารถส่งผ่านสัญญาณ PCM/DSD ไปยัง DAC ผ่านช่องทาง Ethernet ได้

ขั้นตอนเปลี่ยนไปใช้โหมด Roon Core ไม่ยาก แต่ต้องเข้าไปสั่งงานในแอพลิเคชั่น SENSE เริ่มจากเมนู SYSTEM แล้วไปที่หัวข้อเมนูย่อย SETTINGS > System Mode (ศรชี้สีแดง)

เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาครั้งแรก STREAM3 จะถูกตั้งระบบการทำงานไว้โดยใช้ระบบปฏิบัติการณ์ SENSE ของ Innuos ซึ่งตัวเลือกใน System Mode จะอยู่ที่ตำแหน่ง ‘Innuos Standaloneตามภาพข้างบน

จิ้มปลายนิ้วเลือกไปที่หัวข้อ ‘Roon Core’ (1) เสร็จแล้วจิ้มไปที่คำสั่ง SAVE (2)

ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 30 วินาที ในการเปลี่ยนโหมดการทำงาน..

หลังจากเปลี่ยนโหมดเสร็จ หน้าจอแอพฯ จะยังคงอยู่ที่หน้าเดิม แต่มีแถบสีขาวคาดยาวปรากฏขึ้นมาที่ด้านล่าง โดยมีคำว่า Roon Core กำกับอยู่บนแถบนั้น เป็นการแจ้งให้รู้ว่า คุณต้องเปลี่ยนไปใช้การควบคุมสั่งงานและเล่นไฟล์เพลงด้วยแอพลิเคชั่น Roon แทนแอพฯ SENSE แล้ว เพราะตอนนี้ระบบปฏิบัติการณ์ของ Roon ได้เข้ามาครอบคลุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ STREAM3 ทั้งหมดโดยสมบูรณ์แล้ว การปรับตั้งค่าทั้งหมดต้องทำบนแอพ Roon เท่านั้นซึ่งสามารถรองรับการทำงานได้ ทุกฟังท์ชั่นที่อยู่บนแอพ Roon และถ้าคุณต้องการเปลี่ยนกลับไปใช้ระบบปฏิบัติการณ์ SENSE เหมือนเดิม ก็ให้กลับไปที่แอพฯ SENSE ซึ่งค้างอยู่หน้าเดิม จากนั้นจิ้มเลือกที่หัวข้อ ‘Innuos Standaloneแล้วจิ้มที่ SAVE แค่นั้นทุกอย่างก็จะกลับมาทำงานด้วยระบบปฏิบัติการณ์ของ SENSE เหมือนเดิมทั้งหมด

แอพลิเคชั่น Sense 3.3

ก่อนจะเริ่มต้นฟังเสียงของ STREAM3 ผมอยากจะขอเกริ่นถึงแอพลิเคชั่น SENSE ที่ใช้ควบคุมการเล่นไฟล์เพลงสักนิด ซึ่งอันที่จริงผมได้เคยพูดถึงแอพฯ SENSE ตัวนี้ไปแล้วในรีวิวของ InnuosSTREAM1ในที่นี้จะขอพูดถึงคร่าวๆ เท่านั้น

หน้าหลักของแอพฯ SENSE แบ่งออกเป็น 4 หน้า เมนูหลักๆ คือ

HOME = รวมไฟล์เพลงที่เพิ่งลงบันทึกในฮาร์ดดิสของตัวเครื่อง, รวม Playlists ที่เล่นบ่อย ฯลฯ,

MUSIC = รวมแหล่งเก็บไฟล์เพลงทั้งหมดที่สามารถดึงมาเล่นได้ อาทิ NAS, TIDAL, PODCASTS และสถานีวิทยุบนอินเตอร์เน็ต

SYSTEM = ฟังท์ชั่น DISC RIPPER, IMPORT ไฟล์เพลงลงไปเก็บในฮาร์ดดิสในตัว STREAM3 และเมนู SETTINGS

SEARCH = ค้นหา

หน้าเมนูหลักที่อยากจะพูดถึงคือ SYSTEM เพราะมันมีความสำคัญมาก ไม่ว่าคุณจะต้องการปรับตั้งการทำงานของ STREAM3 ในแง่ไหนก็ตาม คุณต้องเข้ามาที่เมนู SETTINGS ซึ่งอยู่ในหน้าเมนูหลักที่ชื่อว่า SYSTEM นี่แหละ ซึ่งนอกจากเมนู SETTINGS แล้ว ในหน้า SYSTEM นี้ยังได้รวบรวมฟังท์ชั่น DISC RIPPER ที่เอาไว้ใช้ริปแผ่นซีดีอยู่ในนี้ด้วย กรณีที่คุณต้องการริปสัญญาณจากแผ่นซีดีเข้าไปเป็นไฟล์เพลงเก็บไว้ในฮาร์ดดิสที่อยู่ในตัวเครื่อง คุณก็เอาไดร้ว์ CD ที่ใช้ไฟเลี้ยงจากสาย USB เสียบเข้าไปที่ช่อง USB-A ที่อยู่บนแผงหลังของตัว STREAM3 จากนั้นก็จิ้มลงไปตรงปุ่ม DISC RIPPER บนหน้าเมนู SYSTEM เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการริปแผ่นซีดี

กรณีที่คุณต้องการดึงไฟล์เพลงจาก NAS ก็เลือกที่หัวข้อ NAS เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนอิมพอร์ตไฟล์ หรือถ้าต้องการดึง (ก๊อปปี้) ไฟล์จาก USB แฟรชไดร้ ก็ให้เอา USB แฟรชไดร้ไปเสียบที่ช่อง USB-A ที่แผงด้านหลังของตัว STREAM3 แล้วกดที่ปุ่ม USB บนหน้าเมนู IMPORT เพื่อเข้าขั้นตอนอิมพอร์ตไฟล์เพลงที่เก็บอยู่ใน USB แฟรชไดร้ตัวนั้นเข้าไปเก็บไว้ในฮาร์ดดิส SSD M2 ที่คุณติดตั้งไว้ในตัว STREAM3 ภาพล่างคือหน้าจอแอพฯ ตอนดึงไฟล์เพลงจาก NAS ซึ่งหลังจากทดลองทำแล้ว ผมอยากจะตะโกนบอกเลยว่า วิธีใส่ไฟล์เพลงเข้าไปในฮาร์ดดิสในตัว Streamer ของ Innuos เนี่ยเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายสุดๆ ..!!!

ส่วนหัวข้อ SETTINGS ก็มีหัวข้อเมนูย่อยให้ปรับตั้งหลายหัวข้อ หลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นไฟล์เพลงตรงๆ ก็มีหัวข้อ Audio ซึ่งใช้เลือก เอ๊าต์พุตของ STREAM3 และหัวข้อ System Mode เอาไว้สลับเลือกระบบการทำงานของ STREAM3 ระหว่างใช้ระบบปฏิบัติการ SENSE, Roon และ HQ Player และยังมีหัวข้อเมนูย่อย SmartQ ที่ทำหน้าเลือกเพลงมาเล่นต่อเนื่องให้โดยอัตโนมัติกรณีที่เพลงที่คุณเลือกเล่นตอนแรกจบลง นอกจากนั้น การอัพเกรดเฟิร์มแวร์ของเครื่องก็อยู่ในหน้าเมนูนี้ ที่หัวข้อ System Upgrade

เสียงของ InnuosSTREAM3

ต้องบอกก่อนว่า เพื่อให้ทราบถึงเสียงที่ได้จากพื้นฐานการออกแบบให้มากที่สุด ผมจึงกำหนดเงื่อนไขการเล่นไฟล์เพลงที่ผมใช้สรุปผลทางเสียงของ STREAM3 ด้วยการใช้เอ๊าต์พุต USB ของ STREAM3 ต่อไปที่อินพุต USB ของ Ayre AcousticsQB-9 Twentyด้วยสาย USB ของ Nordost รุ่น Blue Heaven Leif3 เป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ผมใช้งาน STREAM1 + LPS1 (REVIEW) อ้างอิงอยู่ในการทดสอบมานานพอสมควร โดยส่วนตัวมีความคุ้นชินกับเสียงของ STREAM1 + LPS1 อยู่แล้ว ซึ่งหลังจากได้ลองใช้งาน STREAM3 มาสักพัก พบว่า ในแง่ บุคลิกเสียงของ STREAM3 กับ STREAM1 ออกไปในแนวทางเดียวกัน คือชัดเจน เปิดเผย อย่างเต็มที่ พูดได้ว่า โฟกัสของเสียงที่ชี้ชัดได้ทุกชิ้นคือจุดเด่นของสตรีมเมอร์ ทรานสปอร์ตแบรนด์นี้ ถ้ามีโอกาสได้ทดลองใช้ คุณจะพบว่า ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ใหญ่หรือเล็ก ทุกรุ่นของ Innuos จะมี DNA เดียวกันก็ในเรื่องของโฟกัสที่แม่นยำและชัดเจนนี่แหละ.!!

ชัดเหมือนกัน หมายความว่า ดีเท่ากัน.? มิได้ครับ.. เรื่องความชัดนั้นมาทรงเดียวกัน แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนระหว่าง STREAM1 กับ STREAM3 ก็คือ มวลเสียง“, “น้ำหนักเสียงกับ ความนิ่ง

อัลบั้ม : In Need Again (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : Repercussion Unit
สังกัด : CMP Records

วิธีการทดสอบเสียงของอุปกรณ์เครื่องเสียงนั้น ผมจะใช้เวลาหลังจากทำการแม็ทชิ่งและเซ็ตอัพอุปกรณ์เครื่องเสียงชิ้นนั้นเข้ากับซิสเต็มที่ใช้ทดสอบจนลงตัวแล้ว ในการค้นหาเพลงหลากหลายแนวมาฟังไปเรื่อยๆ ตามที่ใจในขณะนั้นอยากจะฟัง ซึ่งเพลงส่วนใหญ่ที่เลือกมาฟังก็จะเป็นเพลงที่ผมเคยฟังและคุ้นเคยกับเพลงเหล่านั้นอยู่ก่อนแล้ว ขณะที่ฟังเพลงเหล่านั้นไปเรื่อยๆ ผมก็คอยสังเกตไปด้วยว่า มีอะไรในเพลงไหนที่สะดุดหูของผมบ้าง คือถ้าเป็นเพลงที่เราเคยฟังมาหลายครั้งจนคุ้นหูแล้ว พอเอามาลองฟังผ่านซิสเต็มที่มีอุปกรณ์เครื่องเสียงที่กำลังทดสอบประกอบอยู่ในนั้นแล้วพบว่ามี อะไรบางอย่างแปลกไปจากที่เคยฟังพุ่งมาเข้าหู ผมก็จะหยุดเพ่งเล็งไปที่จุดนั้นทันที..

อัลบั้มที่ชื่อว่า In Need Again ชุดนี้ผมน่าฟังผ่านหูมานับร้อยๆ ครั้งแล้ว ฟังมาตั้งแต่เวอร์ชั่นแผ่นเสียงจนมาถึงสตรีมมิ่งซึ่งไฟล์ที่ฟังผมริปมาจากแผ่นซีดีของค่าย CMP Records ซึ่งเป็นค่ายดั้งเดิมของอัลบั้มนี้ สิ่งที่ผมรู้สึกแปลกหูไปจากเดิมเมื่อฟังอัลบั้มนี้ผ่าน STREAM3 ก็คือ ความหนาเข้มกับ น้ำหนักของ มวลเสียงแต่ละชิ้นดนตรีที่บรรเลงอยู่ในอัลบั้มนี้ โดยเฉพาะเสียงของเพอร์คัสชั่นซึ่งเป็นเครื่องดนตรีหลักในอัลบั้มนี้ เนื่องจากลำโพงที่ผมใช้ในซิสเต็มที่ฟังทดสอบเสียงของ STREAM3 ก็คือ Magnepan รุ่น MG1.7i (REVIEW) ขับด้วยเพาเวอร์แอมป์ Jeff Rowland Design Group รุ่น Model 555 (REVIEW) ซึ่งตัวลำโพงแม็กกี้นั้นเป็นลำโพงแผ่นฟิล์มพลาน่าร์ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเสียงเบสมันมันไม่ได้แน่นและหนักเท่ากับลำโพงแบบมีตู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันอยู่แล้ว แต่คราวนี้มันทำให้ผมแปลกใจกับมวลเสียงเพอร์คัสชั่นที่มีความหนักแน่นและอิ่มหนากว่าที่เคยฟังค่อนข้างชัดเจน.!

ผมลองสลับมาฟังผ่าน STREAM1 + LPS1 ที่ผมใช้ประจำการอยู่เดิม เห็นความแตกต่างได้ชัดเลย.! คือ เสียงเพอร์คัสชั่นชิ้นเดียวกันที่ได้จากเพลงเดียวกัน พอมาเล่นผ่าน STREAM1 + LPS1 บนซิสเต็มเดียวกัน พบว่ามันมีลักษณะที่นุ่มลงไป น้ำหนักไม่มากและไม่แน่นเท่าตอนฟังผ่าน STREAM3 คือถ้าฟังผ่าน STREAM1 ก่อนก็ว่ามันดีพอสมควรแล้ว แต่พอเปลี่ยนมาฟังผ่าน STREAM3 ถึงได้รู้เลยว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้าของจริง.! คือ STREAM3 มันไม่ได้แค่ทำให้ ได้ยินเสียงเพอร์คัสชั่นเหล่านั้น แต่มันทำให้ รู้สึกได้ว่า แต่ละครั้งที่เกิดเสียงขึ้นนั้น มันเป็นเสียงเพอร์คัสชั่นที่เกิดจาก แรงคนกระทำลงไปบนเพอร์คัสชั่นเหล่านั้น เพราะมันแสดงให้เห็นชัดถึง น้ำหนักมือที่นักดนตรีแต่ละคนกระทำลงไปบนเพอร์คัสชั่นที่พวกเขากำลังเล่นมัน.. ใช่แล้วครับ.! STREAM3 ทำให้ ฟิลลิ่งในการฟังเพลงแต่ละเพลงในอัลบั้ม In Need Again ชุดนี้เปลี่ยนไปในลักษณะที่เหมือนกำลังฟังการ เล่นสดมากกว่าฟังจากไฟล์เพลงที่ริปมาจากแผ่นซีดี ซึ่งผมเคยมีสัมผัสอะไรคล้ายๆ แบบนี้มาแล้วตอนฟังอัลบั้มชุดนี้ที่เป็นแผ่นเสียงกับชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงราคา 3 – 4 แสน

มันอธิบายยากถึงความรู้สึกที่คล้ายกับกำลังฟังคนเล่นจริงๆ มากกว่าฟังจากเสียงที่บันทึกอยู่บนแผ่น ซึ่งในประสบการณ์ของผม ยอมรับว่า มีอุปกรณ์เครื่องเสียงไม่เยอะที่สามารถนำพาอารมณ์ในการฟังให้พุ่งมาถึงจุดนี้ได้ มันคือโมเม้นต์พิเศษที่คุณต้องมีโอกาสสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ คำอธิบายร้อยพันก็ไม่อาจจะสามารถทำให้คุณจินตนาการถึงความรู้สึกนี้ได้อย่างชัดเจน.. ฟังแล้วขนลุก.!!!

อัลบั้ม : Concerto For Jazz Drummer & Carmen Suite (WAV-16/44.1)
ศิลปิน : Bournemouth & Helsinggborg Symphony Orchestra
สังกัด : AudioNautes Recordings/BIS

ผมเพิ่งซื้อซีดีแผ่นนี้มาเมื่อตอนไปเดินงานเครื่องเสียงที่ฮ่องกงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง หลังจากนั้นก็เอามาริปเป็นไฟล์ WAV 16/44.1 เก็บไว้บน NAS ตอนนี้ผม copy เข้ามาไว้ในฮาร์ดดิส SSD M2 ที่อยู่ในตัว STREAM3 ด้วยฟังท์ชั่น ‘IMPORTในหน้าเมนู SYSTEM ของแอพฯ SENSE

ก่อนหน้านี้ตอนผมฟังอัลบั้มนี้ผ่าน STREAM1 + LPS1 นั้น ผมได้ยิน โถงที่ใช้บันทึกเสียงการบรรเลงงานของวงเพอร์คัสชั่น Kroumata ปรากฏขึ้นมาเลาๆ ในห้องฟังของผม STREAM1 + LPS1 ทำให้ผมรับรู้ได้ถึงความลึกของแถวเพอร์คัสชั่นที่ลึกเข้าไปด้านหลังของระนาบลำโพงเป็นชั้นๆ รูปวงแผ่ขยายกว้างเลยขอบลำโพงซ้ายขวาออกไปอย่างชัดเจน ต้องชมเลยว่า ค่าย AudioNautes ของอิตาลีเอางานอัลบั้มชุดนี้ไปรีมาสเตอร์ออกมาได้ดีมาก แต่พอเอาไฟล์เพลงเดียวกันนี้มาเล่นผ่าน STREAM3 ไอ้ที่ว่าดีอยู่แล้ว น่าพอใจมากแล้ว ในแต่ละด้านมันได้ถูก STREAM3 สกัดออกมาให้สัมผัสชัดขึ้นไปอีก รูปวงที่แผ่กว้างอยู่แล้วมันมีลักษณะของแอมเบี้ยนต์ที่ตีโอบมาถึงจุดนั่งฟังมากขึ้น.. มากกว่าตอนฟังผ่าน STREAM1 + LPS1 อย่างชัดเจน ฟังแล้วรู้สึกว่าความหมายของคำว่า immersive มันผุดลอยขึ้นมาในหัวเลย และที่สำคัญกว่านั้นคือ ความหนาเข้มของมวลเสียงแต่ละเสียงที่เพิ่มมากขึ้น มันเข้ามาช่วยทำให้ ภาพของเสียงที่ปรากฏอยู่ในผืนอากาศเบื้องหน้ามีความเด่นชัดมากขึ้น แต่ละเสียงมีความเป็นตัวเป็นตนมากขึ้น แต่ละเสียงมีมูพเม้นต์ที่แสดงถึง ความช้าเร็ว” (ไทมิ่ง) ของแต่ละชิ้นที่รับรู้ถึงความต่างกันได้ชัดขึ้น แต่ละชิ้นให้ น้ำหนักการย้ำเน้นของนักดนตรีที่รับรู้ถึงน้ำหนักมือที่ต่างกันได้ชัดขึ้น ตอนฟังเทียบครั้งแรกๆ ระหว่าง STREAM1 กับ STREAM3 จะรู้สึกเหมือนต่างกันไม่เยอะ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะบุคลิกเสียงมันไปทางเดียวกัน แต่พอฟังเทียบกันซ้ำสองสามครั้ง จะเริ่มรู้สึกเลยว่า STREAM3 มันถ่ายทอดรายละเอียดลึกๆ ออกมาได้มากกว่า STREAM1 + LPS1 เยอะเลย.. ซึ่งเป็นรายละเอียดที่กระทบกับ ความรู้สึกมากกว่าการ ได้ยินซึ่งนั่นก็คือความพิเศษของสตรีมเมอร์ ทรานสปอร์ตรุ่น STREAM3 ของ Innuos ตัวนี้

ถ้าถามว่า คุณภาพเสียงที่ STREAM3 ทำออกมาได้ดีกว่า STREAM1 + LPS1 อย่างชัดเจนนั้นน่าจะมาจากจุดไหนในการออกแบบ.? เพราะถ้าไล่ดูจากข้อมูลของผู้ผลิตแล้ว พบว่าหลายๆ ส่วนระหว่าง STREAM1 กับ STREAM3 มันคล้ายกัน ซึ่งส่วนตัวผมมองไปที่ ภาคเพาเวอร์ซัพพลายของ STREAM3 ที่ดูอลังการมากกว่า STREAM1 มาก แม้ว่าจะอัพเป็น LPS1 แล้วก็ตาม ก็ยังดูอ่อนด้อยกว่าภาคเพาเวอร์ซัพพลายของ STREAM3 อยู่มาก

เมื่อพูดถึง ภาคเพาเวอร์ซัพพลายที่ดี หลายคนจะไปนึกถึงเสียงที่หนักแน่น กระหึ่ม ตูมตาม แต่จริงๆ แล้ว ภาคเพาเวอร์ซัพพลายที่ดีจริงๆ นั้น มันไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการจ่ายกำลังได้เยอะๆ เท่านั้น แต่คุณสมบัติที่จะทำให้เรียกว่าเป็นภาคเพาเวอร์ซัพพลาย ที่ดีได้อย่างเต็มปากก็คือ ความสามารถในการจ่ายกำลังได้ เร็วพอสอดคล้องกับสปีดในการปรับเปลี่ยนความ ดังเบาของสัญญาณที่ต่อเนื่องไปได้ทันตลอดเวลามากกว่า เพราะความสามารถในการจ่ายกำลังขับ (โวลเตจ + กระแส) ที่เร็วทันและต่อเนื่องไปกับมูพเม้นต์ของสัญญาณเสียงได้ตลอดจะทำให้เราได้ยินและรับรู้ได้ถึง อารมณ์ที่นักดนตรีถ่ายทอดออกมากับการบรรเลงลงไปบนเครื่องดนตรีของพวกเขา รวมถึงอารมณ์ที่นักร้องใช้ควบคุมการเปล่งเสียงร้องแต่ละคำร้องออกมานั่นเอง ซึ่งเป็นประเด็นที่ STREAM3 ทำออกมาได้ดีมากๆ

อัลบั้ม : Glimmer Of Gold (FLAC-16/44.1)
ศิลปิน : Baba Blues
สังกัด : TIDAL (https://tidal.com/track/110723674/u)

เพลงที่ทำให้ผมฟันธงว่า STREAM3 ให้ อารมณ์” ของเพลง ซึ่งเป็นแก่นสาระของของ ความเป็นดนตรีออกมาได้ในระดับยอดเยี่ยมก็คือเพลง St. James Infirmary ซึ่งเป็นผลงานของสองศิลปินบลูส์ระดับอาวุโสนามว่า Baba Blues เพลงนี้เต็มไปด้วย อารมณ์ของนักดนตรีที่ใช้ขับดันแต่ละโน๊ตของกีต้าร์, แต่ละโน๊ตของแซ็กโซโฟน และแต่ละคำร้องที่เค้นออกมาจากใจของพวกเขาได้ชัดเจนมาก ซึ่ง STREAM3 ทำให้ผมต้องนั่งฟังเพลงนี้แบบลืมหายใจไปเลย.!!!

ความสามารถของ STREAM3 อีกอย่างที่ผมรับรู้ได้จากเพลงนี้ นั่นคือ ความสามารถในการเปิดเผยรายละเอียดยิบย่อยในระดับ Low Level Detail ที่แทรกอยู่กับเสียงร้องที่หยาบซ่าน ปนมากับเสียงขยี้สายกีต้าร์ที่สั่นไหวเป็นระลอก เกาะมากับเสียงแซ็กโซโฟนที่แผดกล้า ออกมาให้สัมผัส ซึ่งรายละเอียดระดับที่ยิบย่อยเหล่านี้แหละที่ทำให้แต่ละเสียงนั้นมีความสมจริง ฟังแล้วเหมือนเสียงที่เกิดขึ้นเรียลไทม์ ณ เวลานั้น เหมือนฟังคนร้องและเล่นสดๆ มากกว่าฟังจากไฟล์เพลง.!!

สรุป

STREAM3 คืน ความเป็นดนตรีให้กับแต่ละเพลงได้อย่างน่าทึ่ง มันทำให้เพลงเดิมๆ ที่เคยฟังมีความรู้สึกที่แปลกหูไปจากเดิม และเป็น ความแปลกหูที่น้อมรับว่าคือประสบการณ์ที่น่าสนใจ ทำให้เพลงเหล่านั้นมีความน่าฟัง น่าค้นหา และน่าติดตามมากกว่าเดิม ยิ่งฟังยิ่งติดหนึบ ไม่น่าเบื่อ นี่แหละคือสิ่งที่ผมต้องการจากเครื่องเสียง ที่ดี” จริงๆ ..!!!

มีอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับผมและอยากจะบอกคุณ คือถ้าคุณได้มีโอกาสฟังเสียงของ STREAM3 นานพอจนชินกับมันแล้ว คุณต้องใช้เวลานานเลยถ้าจะถอยหลังลงไปฟังสตรีมเมอร์ตัวอื่นๆ ที่มีสมรรถนะต่ำกว่า STREAM3 ตัวนี้.!!!

********************

*** HIGHLY RECOMMENDED!!! ***
สำหรับ
Streaming Transport ระดับราคา ไม่เกิน 300,000 บาท

********************
ราคา : 246,000 บาท / เครื่อง
(ไม่มีฮาร์ดดิสในตัว, เอ๊าต์พุต USB, มีตัวถังสีดำกับสีเงินให้เลือก)
********************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
Deco2000
โทร. 089-870-8987
********************
สอบถามเพิ่มเติมและทดลองฟังได้ที่
Prestige HiFi
โทร. 063-638-4498

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า