วิจารณ์เพลง อัลบั้ม ‘Desperado’ โศลกคันทรี-ร๊อค [Part I] ‘Doolin-Dalton’

บนเส้นทางเดินที่เหน็บหนาวและร้าวรานอยู่ภายใน วิถีและหัวอกของคนนอกกฎหมายย่อมที่จะอ้างว้างเหมือนไต่อยู่บนคมมีดและปลายกระบอกปืน

ชะตากรรมแขวนอยู่บนเส้นด้าย วันนี้วันพรุ่งไม่รู้จะอยู่หรือตาย

เงินที่ปล้นหรือแย่งชิงมาง่ายดายเมื่อวันวาน เหมือนเป็นเงินร้อนที่จะย้อนกลับมาเผามือที่ถือปืนและชีวิตให้มอดม้วยมรณาได้ทุกเมื่อเชื่อวัน

แต่ทำไมผู้คนเหล่านี้จึงเป็นตำนาน โดยเฉพาะในโลกคาวบอยตะวันตกยุคบุกเบิกของสหรัฐอเมริกา หรือเวสต์เทิร์น สมัยที่ต้องใช้ปืนมากกว่าถ้อยคำตามตัวบทกฎหมาย

ไวลด์ เวสต์ (Wild West) เป็นคำนิยามถึงพรมแดนด้านตะวันตกของอเมริกาเมื่อศตวรรษที่ 19 ก่อนที่จะมีรัฐบาลที่มั่นคงในเวลาต่อมา มีวิถีชีวิตแบบคาวบอยที่มีจุดกำเนิดมาหลังจากยุคสงครามกลางเมืองของอเมริกาเมื่อช่วงประมาณปี 1865-1895

ยุคของคาวบอยหรือที่รู้จักกันว่า ไวลด์เวสต์ หรือ American Frontier นั้นมีต้นกำเนิดมาจากทางทิศตะวันออกของแม่น้ำมิสซิสซิปปีรวมไปถึงดินแดนดาโคตา รัฐเนวาดา ออริกอน ยูทาห์ โคโลราโด นิวเม็กซิโก และแคลิฟอร์เนีย ดินแดนที่เคารพกันด้วยปืนและการใช้กำลังในแบบ ‘บ้านป่าเมืองเถื่อน

Desperadoอัลบั้มชุดที่ 2 ของวง ดิ อีเกิลส์ (the Eagles) เป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้มคันทรีร๊อค อันน่าตื่นตาตื่นใจและตื่นหูอย่างอัศจรรย์

ข้อเท็จจริงที่ได้จากข้อมูลของบทเพลง ‘Doolin-Daltonซึ่งเป็นบทเพลงเปิดหัวหรือเปิดฉากอัลบั้ม ‘Desperadoซึ่งเป็นโอลด์เวสต์ คอนเซ็ปต์ อัลบั้ม ที่ถูกจัดอันดับให้อยู่บนหิ้งคลาสสิคร๊อค แสดงให้เห็นถึงจินตภาพต่อประวัติศาสตร์ของการบุกเบิกและสร้างบ้านแปลงเมืองของเหล่าคนนอกกฎหมายที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของฉากและชีวิตในรูปแบบไวลด์ เวสต์ ที่ยังดิบกักขฬะ พูดด้วยปืนและแลกกันด้วยเงิน เลือด

การร่ายเรื่องราวของกลุ่มโจรป่าเถื่อนตะวันตกที่มีชื่อเสียงเลวทรามอย่างมหันต์ “เดอะ ดาลตัน แก๊ง” การมาถึงของโจรกลุ่มนี้ในปี 1888 ซึ่งโดยหลักประกอบด้วยโจรปล้นขบวนรถไฟระหว่างเส้นพรมแดนโอคลาโฮมา สมาชิกประกอบด้วย พี่น้องตระกูลดาลตัน กับบิล ดูลิน และบิตเตอร์ครีค นิวคอมบ์ พร้อมด้วยสมาชิกสมทบพวกนอกกฎหมายที่มีชื่อเสียงอื่นๆ อีกโขยงหนึ่ง

ในปี 1892 หลังจากสมาชิกมากมายของแก๊งถูกเก็บไปเรียบร้อย โดยเฉพาะ 5 สมาชิกหลักของกลุ่ม 3 ในนั้นคือ พี่น้องตระกูลดาลตันถูกซุ่มโจมตีและฆ่าอย่างเลือดเย็นที่คอฟฟีย์วิลล์

บิล ดูลิน, บิล ดาลตัน, บิตเตอร์ครีค นิวคอมบ์ และชาร์ลี เพียร์ซ เป็นชุดสุดท้ายที่รอดชีวิตมาได้ พวกเขาไประดมหาสมาชิกใหม่เข้าแก๊งได้อีก 7 คนและสร้างกลุ่มคนปืนนอกกฎหมายขึ้นมาใหม่อีกหนด้วยชื่ออันน่าเกรงขามว่า “เดอะ ดูลินดาลตัน แก๊ง” แสดงออกถึงความพยาบาทที่เข้มข้นรุนแรงในการที่จะแก้แค้นแทนเพื่อนที่ตาย และก่ออาชญากรรมขั้นลหุโทษอย่างต่อเนื่องเพื่อเย้ยผู้ถือกฎหมายคุมขื่อแปของบ้านเมือง

บทเพลง ‘Doolin-Daltonได้เล่าเรื่องจบลงเพียงตรงนี้ ทิ้งค้างคาไว้ไม่สาธยายต่อถึงเหตุการณ์ที่เกิดต่อมา ซึ่งในเรื่องจริง ในปี 1898 สมาชิกทุกคนของแก๊งนอกกฎหมายแก๊งนี้ถูกกวาดล้างฆ่าทิ้งจนเรียบวุธ

เบื้องหลังของการแต่งบทเพลงนี้ เกลนน์ เฟรย์*, เจ.ดี. เซาเธอร์, ดอน เฮนลีย์ และแจ๊คสัน บราวน์ ร่วมกันเขียนเพลงนี้ขึ้นมา โดยที่เฟรย์ เซาเธอร์ และบราวน์ พักอยู่ในอพาร์เมนทืเดียวกันในลอสแองเจลิส ก่อนที่วงดนตรีดิ อีเกิลส์ จะรวมตัวกันก่อตั้งวง


* หมายเหตุ :

ถ้าออกเสียง ต้องเป็น “ฟราย” ครับ เพราะนามสกุลมาทางสายแม่ที่มีบรรพบุรุษเป็นคนเยอรมัน ในวิกิพีเดียก็มีรูปศัพท์ให้ออกเสียงว่า ฟราย แต่ที่เขียน “เฟรย์” เพราะถอดตามตัวอักษรและเขียนตามที่ราชบัณฑิตกำหนดครับ ซึ่งแล้วแต่สไตล์บุ๊กของแต่ละที่ครับ เพราะต้องเอามาตรฐานกลางมากำหนดครับ ถ้าออกตามเสียงอย่าง ปารีส ก็ต้องเขียนเป็น แพรีส เมื่อใช้ตามราชบัณฑิตบางทีรูปเขียนกับการออกเสียงอาจไม่ตรงกันครับ)


พวกเขาเริ่มเขียนเพลงนี้ขึ้นมาก่อน ‘Doolin-Daltonหลังจากนั้นก็ร่วมเขียนเพลง ‘Desperadoโดยที่เฮนลีย์และเฟรย์ ตัดสินใจที่จะทำงานเพลงทั้งหมดให้เป็นเอกภาพเดียวกันด้วยธีมหรือใจความสำคัญในบรรยากาศของโอลด์ เวสต์ และได้เขียนบทเพลง ‘Tequila Sunriseซึ่งเป็นปฐมบทของการเป็นคู่หูเขียนเพลงระหว่างทั้งสองคนในวง ซึ่งในอัลบั้มชุดแรกที่มีชื่อเดียวกับชื่อวงคือ ‘Eaglesทั้งสองไม่ได้เขียนเพลงคู่กันเลย เพียงแต่แต่งร่วมกันหลายคน

บทเพลง ‘Doolin-Dalton’ ได้ถูกใช้เปิดฉากให้กับบทเพลงที่เป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้มที่เรียงร้อยเรื่องราวเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งอัลบั้มในสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ที่มีชื่อว่า ‘Desperado’

เสียงกีตาร์พลิกพลิ้วนิ้วกังวานกระจ่างหวานโศกขึ้นต้นมา 2 โน้ต มีเสียงคลอตามจากการเป่าหีบเพลงปากหรือฮาร์โมนิก้าที่เศร้าเหงากำทอนกระจายอย่างสั่นเครือของเฟรย์ในบทเพลงนี้ตรึงคนฟังอย่างอยู่หมัด นำสู่บทเพลงในการร้องนำสลับกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยของเกลนเฟรย์ และดอน เฮนลีย์

พวกเขาผูกพันกันในนาม ‘ดูลินดาลตัน’
สูงหรือต่ำ มันก็เหมือนกัน
เงินได้มาง่ายดายและผู้หญิงโสมม
ตาแดงกล่ำจากฤทธิ์วิสกี้เพื่อความเจ็บปวดและทนทุกข์
ลงมาเถอะ บิล ดาลตัน มันเป็นเจตจำนงของพระผู้เป็นเจ้า
พี่น้องสองคนของคุณนอนไร้วิญญาณในคอฟฟีย์วิลล์
สองเสียงนั้นเพรียกเรียกหาคุณจากที่พวกเรายืนอยู่
วางตำรากฎหมายของคุณลงเดี๋ยวนี้ ช่างแม่ง! ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก
รักษาแก๊งดูลินดาลตันให้เคลื่อนต่อไปดีกว่า
จนกระทั่งการอำพรางเงาจะพาไปสู่อิสระ
และถ้าคุณรวดเร็วและโชคดี
คุณก็จะไม่มีทางเห็นว่าตัวเองถูกแขวนคออยู่บนต้นไม้
ดีเท่าไหร่ กับเมืองที่ข้ามที่ราบปกคลุมด้วยฝุ่น
ประดุจสุสานรอการเติมเต็มแผ่นจารึกชื่อหน้าหลุมฝังศพ
แล้วแต่คนนั้นจะใช้แผ่นหลังหรือสมองของเขาคิด
ช่างดูเหมือนบ้าคลั่ง เพราะจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
จนกระทั่ง บิล ดูลิน พบกับ บิล ดาลตัน
เขาทำงานไร้ศีลธรรมจรรยา เป็นเวลาที่ต้องเผชิญ
ในเวลานั้นเขาหัวเราะและบอกว่า ฉันเอาด้วยไปกัน
ดังนั้นเขาจึงเดินออกจากชีวิตสันติสงบเงียบ ทิ้งมันไว้เบื้องหลัง”

ทำไมจึงใช้หัวเรื่องว่า ‘โศลก’ เป็นความตั้งใจที่จะเล่นคำนี้กับตำนานคนนอกกฎหมายของเขตแดนบุกเบิกขุดทองด้านตะวันตกของอเมริกา หากดูราศัพท์ของคำว่า “โศลก” เล่ากันว่าที่มาของคำ โศลก คือ ‘ความเศร้า

เมื่อ ฤษีวาลมีกิ ได้เห็นนกตัวหนึ่งถูกนายพรานสังหารขณะมันพลอดรักกับคู่ ฤษีเห็นแล้วเกิดความเศร้า จึงเปล่งโศลกขึ้นมา เนื้อหาตำหนินายพรานนั้นเป็นร้อยกรอง แล้วตั้งชื่อร้อยกรองชนิดนี้ว่า โศลก เพราะเป็นร้อยกรองที่เกิดขึ้นจากความเศร้า

เช่นกันการสังหารหมู่กลุ่มโจรแก๊งดาลตัน ย่อมเป็นโศกนาฏกรรมของโลกที่อยู่ด้วยกระบอกปืนและกฎหมายเถื่อน นี่คือรากเหง้าฐานคิดของปืนเป็นใหญ่และคืออำนาจในสังคม เป็นเบ้าหลอมโครงสร้างทางความคิดและจิตวิญญาณแบบอเมริกันที่ผ่องถ่ายส่งทอดสืบกันมา

ท่วงทำนองที่แสนไพเราะกลมกล่อม การประสานเสียงกลมกลืนสวยงาม และพลังขับจากลูกริฟฟ์กีตาร์ จากอัลบั้มชุดแรกของพวกเขาถูกนำให้บรรลุไปข้างหน้าด้วยมุมมองและวิสัยทัศน์เชิงศิลปะดนตรีคันทรีร๊อคที่หนักแน่นด้วยความคิดและเนื้อหารวมถึงความเป็นนักเล่าเรื่องเชิงคนเดินทางแบบตะวันตกเก่าแก่ให้มีความร่วมสมัยออกมาในยุคทศวรรษที่ 70 ที่ นีโอคาวบอย ในโลกภาพยนตร์ออกมาเต้นเร่าบนแผ่นฟิล์มจนเป็นวัฒนธรรมบันเทิงกระแสหลักไปทั่วโลกทุนนิยม (ยกเว้นโลกสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น)

บทเพลง ‘Doolin-Daltonเริ่มต้นเปิดหัวอัลบั้มได้อย่างโศกาและสวยงามในความอาดูร เป็นเส้นเรื่องที่เป็นปฐมบทของคอนเซ็ปต์อัลบั้มชุด “Desperadoซึ่งเป็นสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ของวงดิ อีเกิลส์ เสียงหีบเพลงปากที่อ้างว้างร้างลึกได้นำจินตภาพของคนฟังเข้าสู่ความเป็นบัลลาดหรือบทเพลงเล่าเองอย่างช้าๆ แผ่วโหยทว่าทรงพลังอย่างลึกล้ำ นำคนฟังเดินทางไปกับบุคลิกภาพของสองตัวละคร Doolin-Dalton ในบรรยากาศแดนตะวันตกเก่าแก่ในอเมริกา สร้างฉากและแก่นแกนความคิดในบทเพลงให้เป็นเอกภาพเดียวกันทั้งอัลบั้ม

การเปิดตัวด้วยบทเพลงที่เยี่ยมยอด ทำให้การจินตภาพเรื่องราวในอัลบั้มของบทเพลงต่อๆ ไปจึงคมเข้มและราบรื่น

หลังจากวง ดิ อีเกิลส์ ประสบความสำเร็จจากอัลบั้มชุดแรก ‘Eaglesโดยเฉพาะบทเพลง ‘Take It Easyที่โด่งดังยอดนิยมในระดับเมกะฮิต ตามด้วยบทเพลง ‘Witchy Womanที่ท็อปฮิตในระดับที่ไม่แตกต่างกัน ซึ่งเกลน เฟรย์ ได้พูดก่อนเข้าบันทึกเสียงในสตูดิโอของอัลบั้มในชุดที่ 2 ว่า ในเวลานี้ เรามีเพลงยอดนิยมหลายเพลงแล้ว ตอนนี้พวกเราต้องการให้บรรดานักวิจารณ์ยอมรับพวกเราในฐานะศิลปินที่เอาจริงเอาจังกับดนตรีและมีปัญญา พวกเราจึงทำคอนเซ็ปต์อัลบั้มชุดนี้

บทเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มคนนอกกฎหมาย บิล ดูลิน และแก๊งเดอะ ดาลตัน วงวัฏของการพรรณนาถึงตำนานของแดนเถื่อนตะวันตกที่ไม่ต้องใช้ปากพูด ปืนคือปาก กระสุนที่ยิงออกมาเป็นคำตอบ คนที่ไวที่สุดเป็นผู้อยู่รอด

การปลุกตื่นอย่างพิถีพิถันที่เปี่ยมด้วยการสร้างสรรค์และวิวัฒน์ทางเชิงชั้นการเขียนเนื้อร้องและดนตรีคันทรีร๊อค ที่เคลื่อนไปจากจุดเดิมอย่างที่เคยเป็นมาจากประเพณีนิยมที่สืบทอดผ่องถ่าย ไม่ใช่การก้าวข้ามหรือเปลี่ยนผ่าน แต่เป็นการรับไม้มาสู่ความร่วมสมัยและดำดิ่งไปสู่จิตใจของผู้คน

คอนเซ็ปต์หรือแนวความคิดที่ชาญฉลาดอย่างน่าสนใจและน่าทึ่ง หากจะพบถึงปมความหมายที่ต้องคลี่คลายออกมาถึงความคล้ายคลึงกันของระหว่างพวกนอกกฎหมายและเหล่าดาราร๊อคดาวเด่นในยุคทันสมัย

อุปมาถึงมโนภาพของความร่ำรวยของเหล่าคนนอกกฎหมายในแดนเถื่อนตะวันตกที่เปรียบเสมือนบุคคลคนอันตรายและเป็นอาชญากรที่อาจหาญและบ้าระห่ำ เช่นเดียวกันกับความรุ่งเรืองและร่วงโรยของแก็งค์เดอะ ดาลตัน ซึ่งมีไลฟ์สไตล์หรือวิถีชีวิตในระนาบแบบเดียวกัน เมื่อมีเงินทองมากมายพวกเขาทั้งสองจะใช้ชีวิตอย่างเหลวไหลบ้าคลั่งฟั่นเฟือนไปกับอบายมุขด้วยความสับสนคลุมเครืออย่างวุ่นวายอลหม่าน ทั้งพวกคาวบอยนอกกฎหมายและดาราร๊อคจะท่องเพริศไปบนถนนเดินทาง ปาร์ตี้รื่นเริง และดื่มอย่างเมามายหนักหน่วง

ไม่ว่าเรื่องราวที่ดำเนินไป ทั้งบุคลิกหลัก อุปนิสัย คุณสมบัติของความรักและหยิ่งในศักดิ์ศรี ประสบการณ์ทุกสิ่งการผจญภัยทั้งด้านนอกและด้านในจิตวิญญาณ ความเร่าร้อนน่าตื่นตาตื่นใจและตื่นเต้น ความเสรีและอิสรภาพเพื่อที่จะโดดเดี่ยวและโหวงว่างในชีวิตของคนเถื่อน และมุ่งสู่จุดจบคือความตายและร่างที่ปราศจากลมหายใจ

หากว่ากันตามตำนานที่บันทึกเป็นมุขปาฐะก่อนที่จะเป็นลายลักษณ์อักษร ช่วงปี 1892-1895 บิล ดูลิน และบิล ดาลตัน แรกเริ่มทำงานกับรัฐแคนซัส แต่ก็ออกมาสู่ธุรกิจใต้ดินในแดนเถื่อนตะวันตกไปด้วยคือค้าของหนีภาษี ปล้นร้านค้า ธนาคาร ลอบสังหารผู้รักษากฎหมาย ในอีกมุมมืดที่ทำให้พวกเขามีชื่อเสียงและร่ำรวยมั่งคั่งคือ การปล้นรถไฟ

การเป็นตำนานนอกกฎหมายในแดนคนเถื่อนย่อมแลกด้วยชีวิต การถูกล้อมปราบตายยกแก็งค์ เหลือเพียง บิลดูลิน ที่ถูกจับกุม แต่สามารถแหกคุกออกมาระดมพรรคพวกใหม่อีกครั้ง แต่สุดท้ายถูกล้อมจับตายอีกครั้ง

กลุ่มนอกกฎหมายดูลินดาลตัน ถูกผนึกตีตราในตำนานเรียกว่า ไวลด์ บันช์ (Wild Bunch) ก่อคดีและปล้นชิงอยู่ใกล้กับโดเวอร์ บริเวณเขตแดนรัฐโอคลาโอมา ซึ่งชนแดนกับเขตของเผ่าอินเดียนแดง ในแคนซัส มิสซูรี่ อาร์คันซัส เริ่มตั้งแต่ปี 1892 และถูกปราบปรามจับกุมจนกลุ่มสูญสลายในปี 1895 เพียงแค่ 3 ปีของการก่ออาชญากรรมและการลงทัณฑ์

สมาชิกมี 11 คนเป็นหลักและมีเข้าออกเพิ่มลดตามสถานการณ์ แก็งค์นี้มีความโหดร้ายเจ้าเล่ห์และต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ได้อย่างรุนแรงถึงพริกถึงขิง จนกลายเป็นตำนานคนนอกกฎหมายที่เข้มแข็งอย่างที่สุดในปลายยุคศตวรรษที่ 19 และกลายเป็นจำหลักของคนเถื่อนแดนตะวันตกในภาคนอกกฎหมายในศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน

หนึ่งในหัวหน้าแก็งค์ที่มีอิทธิพลอย่างมาก แกรทตัน ดาลตัน หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “แกร็ท”  เป็นรองผู้ว่าอัยการ เจริญรอยตามพี่ชายคนโตของเขาเป็นอย่างดี ในปี 1889 เขาโดนให้ออกจากตำแหน่งเนื่องจากต้องสงสัยว่าพัวพันกับการลักวัว

หลังจากนั้นแกร็ทได้ตั้งกลุ่มแก๊งคาวบอยมิจฉาชีพขึ้นสมดังใจ สมาชิกแก๊งค์แรกๆ ก็คือญาติพี่น้องกันเอง และมารวมกลุ่มกับ บิล ดูลิน การมีชื่อเสียงติดอันดับตำนานคาวบอยของแก็งค์นี้ก็น่าจะเป็นด้วยการดวลสู้รบอย่างห้าวหาญทรนง ผสมจนตรอกแบบหมดทางสู้อันเป็นผลงานชิ้นเอกอุกฉกรรจ์

หากว่าไปแล้ว คนไทยรู้จักและนิยมชมชอบหนังคาวบอยสหรัฐอเมริกา คลินต์ อีสต์วูด ถือเป็นผู้ที่ทำให้หนังคาวบอยเป็นที่นิยมมากในช่วงปลายทศวรรษที่ 60 ไปจนถึงต้นทศวรรษที่ 70 ส่วนวัฒนธรรมดนตรีคันทรีโอลด์เวสต์ที่มีพลังมากที่สุด ย่อมรวมอัลบั้ม ‘Desperado’ ซึ่งมีบทเพลง ‘Doolin-Daltonเป็นธีมเปิดเรื่องหรืออัลบั้ม

ทำไมคนอเมริกันจึงมีวัฒนธรรมความรุนแรงและนิยมชมชอบปืนเพื่อป้องกันและดูแลรักษาตัวเอง แม้ปัจจุบันในหลายๆ รัฐ ยังมีกฎหมายครอบครองปืนแบบเสรีเหมือนกับยุคคาวบอยในแดนเถื่อนตะวันตกเมื่อร้อยถึงสองร้อยปีที่แล้ว รวมถึงสัญชาตญาณและโครงสร้างในระบบคิดถึงการเอาความรุนแรงล้างความรุนแรง หรือใช้ความรุนแรงป้องกันและหยุดความรุนแรงไว้ก่อน

ยังมีบทเพลงที่จะพูดถึงในอัลบั้มชุดนี้นั่นคือเพลงนำอัลบั้มที่ชื่อเดียวกันคือ ‘Desperadoซึ่งช่วยตอกย้ำความเป็น ‘โศลกคันทรีร๊อค/

พอล เฮง
paulheng_2000@yahoo.com

mm

About พอล เฮง

นักวิพากษ์-นักวิจารณ์ที่ชอบขุดคุ้ยสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในเพลงออกมาตีแผ่

View all posts by พอล เฮง