ในบทความตอนที่ 1 เราก็พอทราบถึงต้นเหตุที่ทำให้คุณ Bob Stuart แห่งสำนัก Meridian ลุกขึ้นมาสร้างฟอร์แม็ตของระบบเสียงรูปแบบใหม่ที่ชื่อว่า MQA (Master Quality Authentication) ขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่า ช่วงแรกหลังการเปิดตัวออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2015 ได้มีทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นแย้งเกิดขึ้นมากมาย มีการวิพากษ์–วิจารณ์กันในวงกว้างอย่างหนาหู ในขณะที่ทาง Meridian เองก็รุกหน้าออกทำการตลาด พรีเซนต์ฟอร์แม็ต MQA ให้กับบุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ในวงการไฮ–ไฟฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มของผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียง, ค่ายเพลง และผู้ให้บริการมิวสิค สตรีมมิ่ง
มีผู้ประกอบการในวงการเครื่องเสียงหลายเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีกิจการเกี่ยวข้องอยู่กับวงการเครื่องเสียง ที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับฟอร์แม็ต MQA บ้างก็ในแง่ของคุณภาพเสียง ในขณะที่บางส่วนก็มองไปในมุมของความพยายามผูกขาดทางการค้าไปโน่นเลย
ตัวอย่างของแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับฟอร์แม็ต MQA อย่างมาก และบางเจ้านั้นมีข้อมูลอ้างอิงทางเทคนิคที่น่าสนใจมานำเสนอด้วย แนะนำให้ลองเข้าไปศึกษาเพื่อการพิจารณาที่รอบด้าน ด้านล่างนี้เป็นลิ้งค์บางส่วนของคนที่ไม่ปลื้มกับฟอร์แม็ต MQA
– John Siau (Benchmark) | Link
– Archimago (Archimago’s Musings, blogger) | Link
– Jim Collinson (Linn) | Link
– Bruno Putzeys (Sound Engineer) | Link
– Andreas Koch (Playback Design) | Link
– Mike Moffat (Schiit Audio) | Link
ลองเข้าไปสำรวจในเว็บไซต์ของ MQA ดูหน่อยซิว่า
เขาสร้างไฟล์ MQA ขึ้นมาได้อย่างไร.?
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ MQA คือ www.mqa.co.uk เป็นเว็บไซต์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อโปรโมท MQA โดยเฉพาะ แน่นอนว่า ข้อมูลหลายๆ อย่างในนั้น ถูกทำขึ้นมาเพื่อประชาสัมพันธ์ จึงอธิบายลักษณะการทำงานของ MQA ด้วยภาพอินโฟรกราฟฟิกเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ
How it works ? | Link

เริ่มด้วยการ ‘เก็บ‘ รายละเอียดเสียงอะนาลอกจากสตูดิโอทั้งหมดด้วย A/D ออกมาเป็นสัญญาณไฮเรซฯ PCM ตั้งแต่ระดับ 176.4, 192, 352.8, 384 ไปจนถึง 768kHz แล้วแต่ความต้องการนำเสนอของโปรดิวเซอร์หรือศิลปินเจ้าของอัลบั้มนั้นๆ จากนั้นก็นำสัญญาณเหล่านั้นมา ‘เข้ารหัส‘ เก็บไว้ในฟอร์แม็ต MQA ซึ่งตัวฟอร์แม็ตจะทำการจัดสรรความละเอียดของสัญญาณที่เหมาะสมกับความสามารถในการรองรับสัญญาณให้กับฮาร์ดแวร์ DAC ที่เชื่อมต่ออยู่ที่เอ๊าต์พุตของโปรแกรมเล่นไฟล์โดยอัตโนมัติ

ย้อนกลับไปในสตูดิโออีกที หลังจากใช้ A/D แปลงสัญญาณมาสเตอร์ในสตูดิโอออกมาเป็นสัญญาณดิจิตัลและเข้ารหัสด้วย MQA แล้ว ตัวไฟล์ MQA จะถูก ‘พับ‘ ให้มีขนาดไฟล์ที่เล็กลงเพื่อให้สามารถสตรีมไปบนอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งทาง MQA เรียกเทคนิคนี้ว่า “Music Origami“

หลังจากนั้น ศิลปินหรือโปรดิวเซอร์เจ้าของผลงานเพลงนั้น สามารถพรีวิวเพื่อตรวจดูผลการทำงานของตัวไฟล์ MQA ได้ทุกลักษณะของการเพลย์แบ็ค /
***************
MQA The series
ตอนที่ 1 : MQA คืออะไร | Link
__________
MQA The series
ตอนที่ 3 : เล่นไฟล์ MQA | Link




