จะรู้ได้อย่างไรว่า.. เสียงที่ออกมาจากลำโพง เป็นธรรมชาติแล้วหรือยัง.?

ธรรมชาติกับ ใกล้เคียงธรรมชาติเป็นอะไรที่บอกความแตกต่างได้ยากมาก เหตุผลก็เพราะว่า ถ้าหยิบของประเภทเดียวกันมาสองชิ้น วางเทียบกันแล้วพิจารณาให้ละเอียด คุณจะพบว่า แม้แต่ของประเภทเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงในธรรมชาติทั้งคู่ มันก็ยังมี ความต่างกันออกมาให้เห็น ไม่ได้เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ สรุปคือ ในโลกนี้ไม่มีคนสองคนที่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีดอกกุหลาบสองดอกที่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์

นับประสาอะไรกับเสียงเพลงที่ผ่านการบันทึกเสียงมาด้วยไมโครโฟน แค่กีต้าร์ตัวเดียวกัน แต่บันทึกเสียงด้วยไมโครโฟนคนละยี่ห้อ บันทึกเสียงโดยซาวนด์เอนจิเนียร์คนละคน ในต่างสตูดิโอ ต่างเครื่องมือ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เสียงของกีต้าร์ตัวนั้นที่บันทึกออกมาต่างวาระกันจะออกมาเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการบันทึกเสียงจะต่างวาระกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีการบันทึกเสียงที่ได้รับการพัฒนาทั้งทางเครื่องไม้เครื่องมือและเทคนิคการบันทึก รวมถึงมาตรฐานความรู้ของซาวนด์เอนจิเนียร์ที่ร่ำเรียนและปลูกฝังประสบการณ์ทางด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ซาวนด์เอนจิเนียร์สามารถเก็บรายละเอียดส่วนที่เป็น อัตลักษณ์” (Identityหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีอยู่ในธรรมชาติของเสียงเครื่องดนตรีประเภทต่างๆ เอาไว้ได้ ส่วนที่ต่างกันก็เป็นแค่องค์ประกอบย่อย อย่างเช่น ส่วนที่เป็น อัตลักษณ์เฉพาะตัวของเสียงกีต้าร์โปร่งก็คือ ลักษณะการสั่นของสายซึ่งเสียงของกีต้าร์โปร่งทุกตัวเกิดขึ้นเพราะการสั่นของสาย ส่วนลักษณะโทนเสียงที่ออกมาต่างกันก็เป็นเรื่องวัสดุที่ใช้ทำสาย, วัสดุที่ใช้ทำและรูปทรงของบอดี้, ลักษณะความตึงหย่อนของสาย ฯลฯ หรืออย่างอัตลักษณ์ของเสียงเปียโนก็อยู่ที่ลักษณะของค้อนเคาะที่กระแทกลงบนตัวสายโลหะ, อัตลักษณ์ของเสียงแซ็กโซโฟนหรือทรัมเป็ตก็อยู่ที่ลักษณะของลมที่พุ่งลอดลิ้นแบนๆ แล้วม้วนตัวผ่านปล่องโลหะบางๆ ออกมา, อัตลักษณ์ของเสียงไวโอลินก็คือลักษณะของแส้หางม้าที่ถูไถไปบนเส้นลวดโลหะ ฯลฯ จะเห็นว่า ภายใต้ความต่างกันทั้งหมดนั้น ทุกเสียงที่เกิดขึ้นจะต้องมี ความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ อัตลักษณ์ที่แสดงถึง ต้นกำเนิดของเสียงนั้นๆ ซึ่งอัตลักษณ์ที่ว่านี้จะประกอบเป็นเลเยอร์พื้นฐานของเสียงต่างๆ ทุกเสียง

เมื่อคุณฟังเสียงแซ็กโซโฟนที่สร้างขึ้นด้วยซินธิไซเซอร์ หรืออิเล็กโทน คุณจะรู้สึกได้ว่าไม่ใช่เสียงแซ็กโซโฟนจริงๆ ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ สาเหตุที่รู้ก็เพราะว่า เสียงแซ็กโซโฟนที่สร้างขึ้นจากเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิคจะขาดส่วนประกอบที่เป็น อัตลักษณ์ที่เป็นต้นตอจุดกำเนิดของเสียงนั้นๆ นั่นเอง จนกว่าอิเล็กโทนตัวนั้นจะสามารถสร้างรายละเอียดที่เป็นส่วนของอัตลักษณ์ที่ว่านั้นขึ้นมาประกอบไปกับเสียงโน๊ตได้วย เมื่อนั้นมันก็อาจจะหลอกเราได้สำเร็จ

ดังนั้น การฟังเพื่อสังเกต ความเป็นธรรมชาติของเสียงจากชุดเครื่องเสียง ให้มุ่งพิจารณาที่ อัตลักษณ์ที่เป็น “ลักษณะการเกิดขึ้น” ของเสียงนั้นๆ ถ้าเครื่องเสียงชุดไหนให้ออกมาได้ชัดเจนกว่ากัน ก็แสดงว่าเครื่องเสียงชุดนั้นให้ความเป็นธรรมชาติสูงกว่านั่นเอง ตัวอย่างเช่น ถ้าเครื่อง A ทำให้คุณ ได้ยิน” ชัดว่าในเพลงที่กำลังฟังนั้นมีเสียงต่างๆ ประกอบกันอยู่กี่เสียง แต่ละเสียงเป็นเสียงของเครื่องดนตรีอะไรบ้าง ถ้าเครื่อง A บอกได้หมด แบบนี้ก็แสดงว่าเครื่อง A ให้เสียงที่มีความเป็นธรรมชาติระดับหนึ่ง คือให้ความเพี้ยนต่ำ ทำให้คุณรับรู้ได้ว่าแต่ละเสียงในเพลงนั้นเป็นเสียงของเครื่องดนตรีประเภทใดบ้าง

แต่ถ้าคุณนำเพลงเดียวกันนั้นมาทดลองฟังกับเครื่อง B แล้วเครื่อง B ไม่ได้แค่ทำให้คุณได้ยินว่าในเพลงนั้นมีเสียงของเครื่องดนตรีประเภทไหนบ้าง แต่ยังทำให้คุณรับรู้ได้ว่า นักดนตรีแต่ละคนที่กำลังบรรเลงเครื่องดนตรีเหล่านั้นเขามีลักษณะการกระทำกับเครื่องดนตรีของพวกเขาอย่างไรกันบ้าง บางคนกำลังตี บางคนกำลังเคาะ บางคนกำลังสี นั่นคือเครื่อง B ทำให้คุณรับรู้ถึงอากัปกิริยาที่นักดนตรีแต่ละคนกำลังกระทำกับเครื่องดนตรีของพวกเขาเพื่อให้เกิดเป็นเสียงดนตรีออกมา แบบนี้ก็พูดได้ว่า เครื่อง B ให้เสียงที่มี ความเป็นธรรมชาติสูงกว่าเครื่อง A นั่นเอง!

และถ้าคุณนำเพลงเดียวกันนั้นไปเปิดฟังกับเครื่อง C แล้วพบว่า นอกจากเครื่อง C จะทำให้คุณรู้ว่า แต่ละเสียงที่ได้ยินนั้นเกิดจากการบรรเลงของนักดนตรีแล้ว ถ้าเครื่อง C มีประสิทธิภาพสูงมากกว่าเครื่อง A และเครื่อง B เครื่อง C อาจจะทำให้คุณรับรู้ได้ถึงลักษณะการบรรเลงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นที่เจาะลึกลงไปถึงรายละเอียดระดับ inner detail คือรับรู้ได้ว่านักดนตรีคนนั้นใช้แรงกระทำกับเครื่องดนตรีของเขาที่ต่างกันในแต่ละโน๊ตที่เล่นออกมาด้วย ซึ่งนั่นก็คือ ความเป็นธรรมชาติที่สูงขึ้นไปอีกระดับนั่นเอง.!!! /

**********

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า