รีวิวเครื่องเสียง Atacama รุ่น Moseco 6 กับรุ่น Moseco XL600 ขาตั้งลำโพง + เม็ดโลหะ Atabites รุ่น SMD-Z 7HD ใช้เติมในขาตั้ง

ถ้าคุณยังมีความคิดว่า ขาตั้งลำโพงไม่มีผลกับเสียง แสดงว่าคุณยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในวงการเครื่องเสียงอย่างเต็มตัว หรือว่าคุณอาจจะยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการเล่นลำโพงเล็กมาก่อน เพราะถ้าเป็นคนทั่วไป เขาจะเห็นคำว่า “Bookshelfกำกับอยู่ด้านหลังของชื่อรุ่นของลำโพงตัวเล็กๆ จึงทำให้เข้าใจว่า การใช้งานลำโพงตัวเล็กๆ เหล่านั้นคงจะเหมาะกับวางบนชั้นวางหนังสือ หรือชั้นวางของมากกว่า

คำจำกัดความ “Bookshelfนั้นมีมานานแล้ว ต้งแต่ยุคแรกๆ ของวงการเครื่องเสียงก็ใช้คำนี้เป็นตัวแบ่งประเภทระหว่างลำโพงใหญ่ (Floor-Standing = ตั้งพื้น) กับลำโพงเล็ก (Bookshelf = วางหิ้ง) ซึ่งในยุคหลังๆ มา ผู้ผลิตลำโพงเล็กส่วนใหญ่ยังคงใช้คำจำกัดความว่า “Bookshelfกันอยู่ ในขณะที่มีผู้ผลิตลำโพงเล็กระดับไฮเอ็นด์ที่เน้นคุณภาพเสียงบางเจ้า (ส่วนน้อย) เริ่มหันมาใช้คำว่า “Standmount = ติดตั้งบนขาตั้ง” แทน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้นึกถึงขาตั้งลำโพง ไม่ได้แนะนำให้นำไปวางบนชั้นวางหนังสือ ถ้าต้องการคุณภาพเสียงสูงสุดจากลำโพงคู่นั้น

คุณสมบัติของ ขาตั้งลำโพงที่ส่งผลกับคุณภาพเสียงของลำโพงที่วางอยู่บนขาตั้งนั้น

มีคุณสมบัติอยู่ 3 ประการของขาตั้งที่ส่งผลกับเสียงของลำโพงที่วางอยู่บนตัวมัน

1. ความสูงของขาตั้ง (Height)

ข้อนี้ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด ส่งผลกับคุณภาพเสียงของลำโพงมากที่สุด ซึ่งแบรนด์ที่มีความใส่ใจจริงๆ จะระบุเป็นข้อมูลเอาไว้ชัดเจนเลยว่า ต้องใช้ขาตั้งที่มีความสูงเท่าไรกับลำโพงคู่นั้น ซึ่งมีตั้งแต่ 10 นิ้ว ขึ้นไปจนถึง 27 นิ้ว (10, 12, 15, 20, 22, 24, 25, 27 นิ้ว) ขึ้นอยู่กับขนาดความสูงของลำโพง เนื่องจากความสูงของขาตั้งจะทำให้ตำแหน่งของไดเวอร์ขับทุ้ม (วูฟเฟอร์) ถูกยกลอยขึ้นไปเหนือพื้น ยิ่งวูฟเฟอร์ห่างพื้นมากเท่าไร ความหนาแน่นของเสียงทุ้มก็จะลดลงเป็นสัดส่วนที่ผกผันกันไป นั่นคือ ขาตั้งยิ่งสูงเบสยิ่งหาย และในทางกลับกัน ขาตั้งยิ่งต่ำ เบสยิ่งเยอะ เพราะความถี่ต่ำจากวูฟเฟอร์จะพุ่งลงมากระแทกกับพื้นห้องก่อนจะสะท้อนเด้งกลับขึ้นไปที่ตำแหน่งนั่งฟัง ดังนั้น ถ้าคำนึงถึงคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด ควรจะเลือกใช้ขาตั้งที่มีความสูงตามที่ผู้ผลิตแนะนำไว้ในคู่มือ

2. มวลของขาตั้ง (Mass)

คุณสมบัติข้อนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัสดุที่ใช้ทำขาตั้ง แต่เป็นเรื่องของน้ำหนักของขาตั้ง ซึ่งในวงการเครื่องเสียงจัดแบ่งระดับของน้ำหนักของขาตั้งเอาไว้ 3 ระดับ คือ Low Mass (เบาสุด), Medium Mass (น้ำหนักปานกลาง) และ High Mass (น้ำหนักเยอะ) ซึ่งไม่มีตัวเลขที่แน่นอนกำกับไว้ ใช้ความรู้สึกเป็นหลัก

3. วัสดุที่ใช้ทำ (Material)

วัสดุที่ใช้ทำขาตั้งแต่ละส่วน ไม่ว่าจะเป็นแกนแนวตั้ง หรือแผ่นแพลทที่เป็นฐานล่างและที่รองใต้ลำโพง ทั้งหมดนั้นล้วนมีผลต่อเสียงทั้งสิ้น ซึ่งวัสดุที่นิยมใช้ทำขาตั้งลำโพงมากที่สุดก็คือ เหล็กเพราะเป็นวัสดุที่มีน้ำหนัก/ขนาด (มวล) ที่เหมาะสม และมีความทนทานในการใช้งาน ราคาไม่สูง แต่ก็มีวัสดุประเภทอื่นที่มักจะถูกใช้ทำขาตั้งลำโพงออกมาบ้าง อย่างเช่น ไม้, กระจก และอะครีลิค ซึ่งคุณสมบัติของวัสดุที่ทำให้เกิดผลต่อเสียงของลำโพงไม่ได้อยู่ที่มวลอย่างเดียว แต่เป็นคุณสมบัติทางด้าน resonant frequency ตามธรรมชาติของวัสดุประเภทนั้นๆ

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่า เหล็กกับ ไม้เป็นวัสดุสองชนิดที่นิยมนำมาทำขาตั้งลำโพงมากที่สุด ซึ่งทั้งเหล็กและไม้ต่างก็มีข้อเด่นข้อด้อยเกี่ยวกับเสียงที่ต่างกัน ขาตั้งที่ทำด้วยเหล็กจะให้เสียงเบสที่แน่นกระชับ ตึงตัว สนามเสียงจะเปิดโปร่ง ในขณะที่ขาตั้งที่ทำด้วยไม้จะให้เนื้อมวลที่หลวมกว่าเหล็ก แต่อิ่มนุ่มมากกว่า ไม่ตึงตัวเท่ากับขาตั้งที่ทำด้วยเหล็ก เวทีเสียงไม่ถึงกับเปิดโปร่งมากเท่าขาตั้งเหล็ก แต่จะให้แอมเบี้ยนต์ที่หนาแน่นกว่า สรุปคือ ขาตั้งดีๆ ที่ทำด้วยเหล็ก และทำด้วยไม้จะดีกันไปคนละด้าน ขึ้นอยู่กับแนวเพลงและรสนิยมของผู้ฟังว่าจะถูกชะตากับแนวไหนมากกว่ากัน

Atacama คือใคร.?

Atacama เป็นชื่อแบรนด์ของผู้ผลิตขาตั้งลำโพงที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท Sambell Enginerring Ltd. ซึ่งดำเนินการโดย Ron Sambell อดีตนั้นบริษัทนี้เป็น sub-contract ทางด้านเอนจิเนียริ่งให้กับบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่อย่าง Rolls Royce, GEC และ British Aerospace ต่อมาในภายหลัง คุณ ต่อมาในยุคหลัง ลูกชายของ Ron คือ Carl Sambell ได้เข้ามารับช่วงต่อและได้เริ่มต้นทดลองออกแบบขาตั้งลำโพงออกมาจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี 1992 โดยปรับปรุงจากต้นแบบที่พวกเขาเคยทำเอาไว้ในอดีต

ในยุคแรกที่คาล แซมเบลเริ่มต้นทำขาตั้งออกมานั้น ขาตั้งลำโพงที่มีอยู่ในตลาดเครื่องเสียงช่วงนั้นจะไม่ค่อยสวย ดูทื่อๆ แข็งๆ เขาจึงมีความคิดว่าจะออกแบบให้ขาตั้งลำโพงของเขามีทั้งความสวยงามและให้เสียงที่ดีไปพร้อมกัน พูดง่ายๆ คือดูดีและเสียงดีไปพร้อมกันนั่นเอง

ในช่วงแรกๆ ขาตั้งลำโพงและขาตั้งเครื่องเสียงของ Atacama จะทำด้วยเหล็กและกระจก จนถึงปี 2011 พวกเขาได้เริ่มต้นนำเอา ไม้เข้ามาร่วมในการออกแบบและผลิตขาตั้งลำโพงและชั้นวางเครื่องเสียง

Atacama ซีรี่ย์ “Moseco

เป็นอนุกรมใหม่ของ Atacama ที่เพิ่งออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2014 ซึ่งเป็นอนุกรมที่ใช้แผ่นแพลทส่วนฐานล่างที่ทำด้วย ไม้ไผ่ซึ่งนอกจากจะทำให้ได้รูปแบบของขาตั้งที่ดูสวยแปลกตาแล้ว ขาตั้งซีรี่ย์นี้ยังได้รับคำชื่นชมจากสื่อเครื่องเสียงชั้นนำอย่าง What Hi-Fi? UK อย่างมาก ติดต่อกันมาตั้งปี 2014 จนถึงปีปัจจุบันคือ 2020

ขาตั้งลำโพงในซีรี่ย์นี้แบ่งรุ่นไปตามความยาวของแกนกลางของตัวขาตั้ง คือ Moseco 5, Moseco 6, Moseco 7, Moseco 10 ซึ่งแต่ละรุ่นนั้น ใช้แผ่นแพลทส่วนฐานและแผ่นแพลทส่วนบนที่รองรับใต้ลำโพงที่มีขนาดเดียวกัน

Atacama รุ่น Moseco 6 กับรุ่น Moseco XL600

ผมได้รับขาตั้งของ Atacama มาทดสอบ 2 รุ่นในครั้งนี้

รุ่นแรกคือรุ่น “Moseco 6ซึ่งเป็นรุ่นเก่าที่ได้รับรางวัลจากนิตยสาร What Hi-Fi? UK เยอะมาก แผ่นแพลทล่างที่เป็นฐานทำด้วยไม้ไผ่ ส่วนเสาแกนกลางจำนวน 2 ต้นทำด้วยเหล็กผสมคาร์บอนชุบสีดำ มีขนาดไม่เท่ากันคือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 .. อยู่ทางด้านหลัง กับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 .. ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าอยู่ทางด้านหน้า โดยที่เสาทั้งสองต้นมีความสูงอยู่ที่ 58 .. หรือประมาณเกือบ 23 นิ้ว (ไม่รวมส่วนฐาน, แพลทบน และเดือยแหลม)

กับอีกรุ่นคือ “Moseco XL600ที่เพิ่งออกมาใหม่ล่าสุด ถือว่าเป็นรุ่นใหญ่สุดของซีรี่ย์ Moseco ในขณะนี้ ซึ่งในแง่ดีไซน์โดยรวมก็ยังคงใช้แนวทางเดียวกันกับรุ่น Moseco 6 และรุ่นอื่นๆ ในซีรี่ย์เดียวกัน คือแผ่นแพลทฐานล่างทำด้วยไม้ไผ่ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ใช้ในรุ่น Moseco 6 และรุ่นอื่นๆ ส่วนเสากลางกับแผ่นแพลทด้านบนที่ใช้รองใต้ลำโพงทำด้วยเหล็กชุบสีดำ ซึ่งแผ่นแพลทบนมีขนาดใหญ่กว่าที่ใช้ในรุ่น Moseco 6 และอีกจุดที่ทำให้รุ่น Moseco XL600 พิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ ก็คือ รุ่นนี้ใช้เสาเหล็กจำนวน 3 ต้นทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักของลำโพง โดยจัดวางตำแหน่งของเสาต้นใหญ่ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 .. ไว้ด้านหน้าหนึ่งต้น และใช้เสาเหล็กที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 .. อีกสองต้นวางไว้ด้านหลังของเสาต้นใหญ่ ส่วนความสูงของเสาทั้งสามต้นอยู่ที่ระดับ 57 .. (ไม่รวมส่วนฐาน, แพลทบน และเดือยแหลม)

ที่ใต้แผ่นแพลทฐานล่างของขาตั้งแต่ละข้าง มีฝังน็อตโลหะตัวเมียเอาไว้แผ่นละ 4 ตัว แยก 4 มุม มุมละตัว และในกล่องมีน็อตตัวผู้ที่ฝนปลายจนแหลมเฟี้ยวมาให้ 8 ตัว เพื่อใช้ขันยึดลงไปในรูน็อตตัวเมียใต้แผ่นแพลทของขาตั้งแต่ละข้าง เพื่อทำหน้าที่ยกแผ่นแพลทฐานล่างให้ลอยขึ้นมาเหนือพื้น ปิดกั้นเส้นทางถ่ายเทแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกไม่ให้กล้ำกรายเข้าไปที่ตัวลำโพง หลังจากหมุนปรับระดับที่น็อตเดือยแหลมตัวผู้จนลำโพงตั้งฉากกับพื้นแล้ว ที่ตัวน็อตเดือยแหลมจะมีสกรูที่ใช้ขั้นล็อคมาให้ด้วย

แผ่นไมโครดิส Atabites รุ่น SMD-Z 7HD
ปรับจูนน้ำหนัก + ลดเรโซแนนซ์!

มันคืออะไร.?

SMD-Z 7.0HD คือแผ่นโหละวงกลมแบนๆ ขนาดจิ๋ว เนื้อในทำมาจากเหล็กผสมคาร์บอน (carbon steel) แต่ชุบผิวนอกด้วยสังกะสีเพื่อป้องกันอ๊อกไซด์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ Atacama ทำออกมาเพื่อให้ใช้เทลงไปในช่องว่างของเสาต้นหลักของขาตั้ง (ต้นใหญ่) เพื่อผลทางด้านช่วยลดเรโซแนนซ์ของขาตั้ง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ แผ่นโลหะเล็กๆ จิ๋วๆ เหล่านี้จะเข้าไปช่วย แด้มป์ตัวขาตั้งเพื่อลดอาการริ้งกิ้ง (ringing) ที่เป็นธรรมชาติของเนื้อโลหะเมื่อถูกกระตุ้นให้สั่นโดยแรงเขย่าของตู้ลำโพงขณะที่ไดเวอร์บนตัวลำโพงกำลังขยับตัวเดินหน้าถอยหลังเพื่อสร้างความถี่เสียงนั่นเอง

ทางผู้ผลิตคือ Atacama จำหน่ายแผ่นโลหะจิ๋วด้วยการบรรจุในถุงพลาสติกแล้วยัดใส่ถังพลาสติกสีขาว ซึ่งทาง High-End Audio เป็นผู้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยด้วยสนนราคาถังละ 2,800 บาท ปริมาณถังละ 7 กิโลกรัม ซึ่งทางผู้ผลิตให้คำแนะนำในการเติมแผ่นเหล็กจิ๋วเอาไว้ว่าควรจะเติมอยู่ในปริมาณระหว่าง ½ – 2/3 ของปริมาณช่องว่างในเสาของขาตั้ง และได้มีตัวเลขระบุปริมาณสูงสุดที่เติมได้สำหรับขาตั้ง Atacama แต่ละรุ่นเอาไว้ด้วย อย่างเช่นขาตั้งรุ่น Moseco 6 เขาแนะนำไว้ว่าไม่ควรเติมเกิน 10.4 กิโลกรัม / คู่ คือตกแล้วประมาณ 5.2 กิโลกรัมต่อข้างนั่นเอง และทางผู้ผลิตยังบอกว่าสามารถใช้กับขาตั้งยี่ห้ออื่นๆ ได้ด้วย ถ้าขาตั้งเหล่านั้นมีช่องใส่มาให้ (ตัวแผ่นมีขนาดเล็กจิ๋ว แค่ช่องเล็กๆ ก็สามารถกรอกลงไปได้แล้ว)

เริ่มกระบวนการทดสอบ

ผมตัดสินใจที่จะแยกการทดสอบขาตั้งทั้งสองรุ่นออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือทดลองฟังแบบที่ยังไม่กรอกแผ่นไมโครดิสก่อน หลังจากนั้น ช่วงที่สอง จึงค่อยเอาขาตั้งรุ่น Moseco 6 มากรอกแผ่นไมโครดิสแล้วทดลองฟังซ้ำอีกที

ผมเตรียมลำโพงสองทางวางขาตั้งที่มีอยู่กับตัวตอนนี้จำนวน 4 คู่เอาไว้ทดสอบขาตั้งของ Atacama ครั้งนี้ ซึ่งแต่ละคู่มีขนาดความกว้าง x ลึก ของแพลทล่าง และน้ำหนัก ตามตารางนี้

ในการเซ็ตอัพเพื่อทดลองฟังลำโพงแต่ละคู่ ผมจะใช้ดินน้ำมันของ Yahoo ปั้นเป็นก้อนเล็กๆ วางรองที่มุมของฐานล่างของลำโพงด้วย

เพื่อช่วยลดเรโซแนนซ์ที่เกิดจากการเสียดสีและกระแทกกันระหว่างฐานของลำโพงที่เป็นไม้กับแผ่นแพลทบนของขาตั้งที่เป็นโลหะ และเพื่อป้องกันไม่ให้ลำโพงลื่นไถลไปบนแผ่นแพลทของขาตั้งด้วย ซึ่งจริงๆ แล้ว ทางผู้ผลิตคือ Atacama ยังมีเม็ดเจลนิ่มๆ ที่ออกแบบให้ใช้รองใต้มุมของลำโพงมาขายด้วย เรียกว่า “Gel padsถ้าต้องการใช้ตัวนั้น ให้สอบถามที่ตัวแทนจำหน่ายคือ บริษัท Hi-End Audio เพิ่มเติมได้

ทดสอบช่วงที่ ๑
ขาตั้ง Atacama รุ่น Moseco 6

ช่วงแรกของการทดสอบ ผมเริ่มด้วยการทดลองฟังผลของขาตั้งรุ่น Moseco 6 ก่อน เมื่อทดลองใช้ลำโพงทั้ง 4 คู่ที่เตรียมไว้มาวางบนขาตั้ง Moseco 6 ซึ่งผมพบว่า ลำโพงที่มีขนาดฐานล่างของตัวตู้ใกล้เคียงกับแผ่นแพลทด้านบนของ Moseco 6 นั่นคือ Wharfedale รุ่น Diamond 12.1 (คู่ละ 11,900 บาท), Totem Acoustic รุ่น Skylight (คู่ละ 40,000 บาท) และ Totem Acoustic รุ่น The One (คู่ละประมาณ 120,000 บาท) ไปกับขาตั้ง Moseco 6 ได้ดี ส่วนฐานล่างของ Monitor Audio รุ่น Silver 100 จะใหญ่กว่าแพลทล่างของขาตั้ง Moseco 6 ไปหน่อย วางลงไปแล้วไม่ค่อยเสถียร Silver 100 จะเหมาะกับขาตั้งรุ่น Moseco XL600 มากกว่า (ผมจะแยก Silver 100 ไปทดสอบกับ Moseco XL600 ต่างหากในตอนท้าย)

ผมเตรียมขาตั้งโลหะ High Mass ความสูง 24 นิ้วยี่ห้อ Target ที่ทำให้กับ Totem Acoustic ไว้ฟังเทียบกับ Moseco 6 ส่วนแอมปลิฟายนั้น ผมใช้อินติเกรตแอมป์ของ Roksan รุ่น K3 (140W@8โอห์ม) เป็นตัวยืนและตบท้ายด้วยชุดปรี+เพาเวอร์ฯ ของ Ayre Acoustic รุ่น K-5 + V-3 (100W@8โอห์ม / 200W@4โอห์ม) ทางฝั่ง source ผมก็เลือกใช้ roon : nucleus+ เป็นทรานสปอร์ตจับคู่กับ R2R DAC ของ Audio-gd รุ่น R8 เชื่อมด้วยสาย USB ของ Nordost รุ่น Blue Heaven สายไฟเอซีของทั้งแอมป์และ source + สายสัญญาณและสายลำโพง ผมใช้ของ Life Audio รุ่น LD-3 MK II ทั้งชุด

ลองฟังลำโพง Wharfedale รุ่น Diamond 12.1 บนขาตั้งรุ่น Moseco 6

ลองฟังลำโพง Totem Acoustic รุ่น Skylight บนขาตั้งรุ่น Moseco 6

ลองฟังลำโพง Totem Acoustic รุ่น The One บนขาตั้งรุ่น Moseco 6

หลังจากทดลองฟังลำโพงทั้ง 3 คู่ กับขาตั้ง Moseco 6 ไปแล้ว ผมพบว่า ขาตั้ง Atacama รุ่น Moseco 6 คู่นี้ส่งผลกับเสียงของลำโพงทั้งสามคู่ ไปในทิศทางเดียวกันแต่ในจำนวนทั้ง 3 คู่ที่ได้ฟังกับขาตั้ง Moseco 6 ผมพบว่า ขาตั้งตัวนี้ส่งผลกับเสียงของลำโพง Totem Acoustic รุ่น Skylight ในทิศทางที่น่าพอใจมากเป็นพิเศษ! ในความเห็นของผม ผมว่ามันแม็ทชิ่งกันมาก.!! ผมขอยกเอารายละเอียดจากการทดลองฟังขาตั้ง Moseco 6 กับลำโพง Totem Acoustic รุ่น Skylight มาเป็นตัวแทนอธิบายให้เห็นถึงลักษณะเสียงของขาตั้ง Moseco 6 คู่นี้ ซึ่งน่าจะเป็นโมเม้นต์ท็อปฟอร์มของขาตั้งตัวนี้

เสียงของ “Skylightบนขาตั้ง “Moseco 6

หลังจากได้ทดลองฟังเสียงของ Skylight บนขาตั้งลำโพง Moseco 6 เทียบกับ Target แล้ว ผมพบว่า ขาตั้งทั้งสองทำให้เสียงของ Skylight ออกมาไม่เหมือนกัน มีดีมีด้อยกันไปคนละแบบ สิ่งแรกที่รับรู้ได้ชัดที่สุดเมื่อฟังเทียบกัน (เซ็ตอัพตำแหน่งเดียวกัน) คือ Skylight บนขาตั้ง Moseco 6 ให้ซาวนด์สเตจที่เปิดกว้างมากกว่า ตัวเสียงมีลักษณะของขนาด (image size) ที่ขยายใหญ่ โดยเฉพาะเสียงในย่านกลางลงมาถึงทุ้ม มวลของตัวเสียงมีความนวล ในขณะเมื่อวาง Skylight บนขาตั้งโลหะของ Target เวทีเสียงจะแคบลงมานิดหน่อย ตัวเสียงจะมีขนาดกระทัดรัดบีบตัวเล็กลง แต่รูปทรงของตัวเสียงมีลักษณะของสัณฐานที่ชัดเจน มวลเสียงมีความตึงตัวติดแห้งนิดๆ ขอบของตัวเสียงตัดออกมาจากแบ็คกราวนด์ได้เด็ดขาด แยกเป็นตัวๆ ได้ชัด แต่ส่วนของฮาร์มอนิกจะออกมาบางกว่าตอนวางบนขาตั้ง Moseco 6 ซึ่งตอนวางบนขาตั้ง Moseco 6 เสียงในย่านกลางและแหลมจะมีลักษณะ Full Body คือตัวเสียงกับฮาร์มอนิกของมันถูกแยกออกจากกันเป็นสัดส่วน ปรากฏรายละเอียดของตัวเสียงที่โดดเด่นมากกว่า ส่วนฮาร์มอนิกมีความกังวานและติดฉ่ำนิดๆ เมื่อเทียบกับตอนวาง Skylight บนขาตั้ง Target ผมพบว่า ตัวเสียงทุ้มกลางแหลมที่ได้จาก Skylight จะมีลักษณะเรียวเล็ก เนื้อมวลของตัวเสียงมีลักษณะที่เกร็งแข็ง ในขณะที่ขาตั้ง Moseco 6 ทำให้บอดี้ของเสียงทุ้มกลางแหลมของ Skylight มีความอ่อนนุ่มกว่า เพราะว่าบอดี้มีมวลที่หนากว่า

ผมสลับฟัง Skylight บนขาตั้ง Moseco 6 กับ Target อยู่หลายรอบ (สลับขับด้วยอินติเกรตแอมป์ Roksan : R3 และคู่ปรี+เพาเวอร์ฯ ของ Ayre Acoustic) ผมยอมรับว่า ขาตั้งสองตัวนี้มีลักษณะเสียงที่ดีด้อยสูสีกันมากเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันในแง่ของตัวเสียงและเวทีเสียง แต่เมื่อพิจารณาที่คุณสมบัติทางด้านสปีดและไดนามิก ผมพบว่า ขาตั้ง Moseco 6 ทำให้ Skylight ถ่ายทอดไดนามิกและไทมิ่งของเสียงออกมาได้ดีกว่า ที่โดดเด่นมากโดยเฉพาะส่วนของ “Timingที่เที่ยงตรงมากกว่า ทำให้สปีดการเคลื่อนไหวของตัวโน๊ต (ความช้าเร็ว, เร่งกระชั้นผ่อนปรน) ของการบรรเลงมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า ได้จังหวะของเพลงที่ถูกต้องมากกว่า ในขณะที่ขาตั้งโลหะของ Target ให้สปีดที่เร็วไปนิด แต่ก็ไม่มาก ถ้าไม่เทียบ A/B Test ก็ไม่รู้สึก ซึ่งผมให้น้ำหนักขาตั้ง Moseco 6 เหนือกว่าในแง่นี้ เพราะมันทำให้เข้าถึงอรรถรสของเพลงได้มากกว่า ฟังเพลงช้าและเพลงเร็วได้ถึงอารมณ์มากกว่าทั้งสองแนว

Skylight บนขาตั้ง Moseco 6 ให้สนามเสียงที่เปิดโล่งออกมามากกว่า เป็นลักษณะของเวทีเสียงที่ลอยตัวและแผ่โอบ บรรยากาศโดยรอบอิ่มฉ่ำไปด้วยแอมเบี้ยนต์ ในขณะที่เมื่อวางบนขาตั้ง Target บรรยากาศที่ได้ออกมาจะมีความแห้งแล้งลงไปนิดนึง เด่นที่ความใสโล่ง แต่ความฉ่ำของแอมเบี้ยนต์ด้อยกว่า อย่างไรก็ดี ผมก็แอบชอบเนื้อเสียงของ Skylight ที่ได้จากการวางบนขาตั้ง Target อยู่บางจุด นั่นคือความเข้มข้นของมวลของตัวเสียงหลักที่อยู่ในย่านทุ้ม คือรู้สึกเหมือนแต่ละเสียงมีนิวเครียสเป็นแกนกลางทำให้โน๊ตเบสแต่ละตัวมีน้ำหนักชัดเจน ทิ้งตัวไม่ลอยเท้งเต้งอยู่ในอากาศ แต่ก็ติว่าบอดี้ของเสียงกลางมันแข็งเกร็งไปนิด ไม่นุ่มนวลเหมือนตอนวางบนขาตั้ง Moseco 6 สรุปบวกลบ/คูณหารกันแล้ว ถ้าผมเป็นเจ้าของลำโพง Totem Acoustic รุ่น Skylight และให้ฟันธงเลือกขาตั้งจากการทดลองฟังครั้งนี้ ผมคงแบก Atacama : Moseco 6 กลับบ้าน.!

ทดสอบช่วงที่ ๒
ขาตั้ง Atacama รุ่น Moseco 6 + Atabites SMD-Z 7.0HD

นี่เป็นขั้นตอนที่ผมรู้สึกเป็นกังวลมากที่สุดในการทดสอบครั้งนี้ เพราะในอดีตผมเคยมีประสบการณ์ในการกรอกทรายเข้าไปในเสาของขาตั้งมาแล้ว มันไม่ง่ายในการที่จะปรับจูนให้ได้เสียงที่ต้องการด้วยการเททรายเข้าออก ในอดีตนั้น ผมเคยใช้เม็ดตะกั่วที่ชาวประมงใช้เย็บขอบแหแทนทราย (หาซื้อแถววงเวียนโอเดี้ยน) โดยใส่เม็ดตะกั่วในถุงพลาสติกยาวๆ ที่พ่อค้าไอติมรถเข็นใช้ใส่กรวยไอติมโดยแยกเป็นถุงละครึ่งกิโล แบบนั้นจะใส่และเอาออกมาง่าย

ทางผู้ผลิตคือ Atacama แนะนำไว้ว่า ให้เติมแผ่นโลหะจิ๋ว Atabites SMD-Z 7.0HD ประมาณหนึ่งส่วนสองถึงสองในสามของความจุของเสาแกนของขาตั้ง Moseco 6 แต่ไม่เกิน 10.4 กิโลกรัมต่อหนึ่งคู่ นั่นคือ 5.2 กิโลกรัมต่อข้าง ทางบริษัท ไฮเอ็นด์ฯ ให้ Atabites ผมมาทดลอง 2 กระป๋อง แต่ละกระป๋องบรรจุแผ่นโลหะจิ๋วมาทั้งหมด 7 กิโลกรัม พอสำหรับเติมในขาตั้งของรุ่น Moseco 6 แค่คู่เดียว

ขาตั้ง Moseco 6 ใส่ Starbites ได้แค่เสาเดียวคือเสาตัวใหญ่ ซึ่งมีช่องให้กรอกอยู่ 2 ช่อง (ศรชี้) ส่วนเสาเล็กมีแต่รูน็อตเล็กๆ กรอกยาก

ผมวัดความสูงของเสาแกนของขาตั้งแล้วหาเทปมามาร์คตำแหน่งที่ระดับ 50% ไว้ก่อน (สูงเท่ากับครึ่งหนึ่งของตัวเสา) จากนั้นก็ใช้ตาชั่งตวงแผ่น Atabites ใส่กระป๋องพลาสติกเล็กๆ ทีละครึ่งกิโลกรัม (500gm) แล้วค่อยๆ เทลงไปในขาตั้ง โดยตัดถุงพลาสติกทำเป็นกรวย เล็งกะความสูงของแผ่นโลหะจิ๋วให้ขึ้นมาอยู่ใกล้กับระยะความสูง 50% ของเสามากที่สุด ซึ่งพบว่าต้องใช้ปริมาณของ Starbites ถึง 3 กิโลกรัมต่อข้าง จึงได้ความสูงใกล้เคียงกับระยะ ½ ของความสูงของเสา จากนั้นผมก็ทดลองฟังโดยเทียบกับตอนที่ยังไม่ได้กรอก Atabites

ก่อนจะอ่านบทสรุปตรงนี้ ผมอยากจะแนะนำให้คุณย้อนกลับไปอ่านที่หัวข้อ เสียงของ Starlight บนขาตั้ง Moseco 6อีกครั้ง แล้ววกกลับมาอ่านตรงนี้ต่อทันที..

หลังจากกรอก Atarbites ลงไปในขาตั้ง Moseco 6 แล้ว ผมก็เอา Skylight ขึ้นตั้งบน Moseco 6 ลองฟังอีกครั้งด้วยซิสเต็มเดิม ตั้งลำโพงทั้งสองข้างไว้ในตำแหน่งเดิม และลองฟังจากเพลงเดิมๆ สิ่งที่รับรู้ได้อันดับแรกคือเวทีเสียงที่แผ่กว้างออกไปมากกว่าตอนยังไม่กรอก Atarbites อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นลักษณะของความกว้างที่แผ่ขายอาณาเขตออกไปโดยรอบ ทั้งซ้ายขวา, หน้าหลัง และรู้สึกได้ว่ามีอาการลอยตัวขึ้นด้านสูงมากขึ้นด้วย! อันนี้เป็นอะไรที่อะเมธซิ่งมาก..!!! นอกจากเวทีเสียงจะแผ่กว้างขึ้นมาแล้ว ภายในเวทีเสียงยังรู้สึกได้ว่ามันมีความโปร่งโล่งมากขึ้นด้วย ทั้งๆ ที่วอลลุ่มก็เท่าเดิม แต่รู้สึกได้ว่า รายละเอียดเสียงมันประเดประดังออกมามากขึ้น ลักษณะคล้ายทุกเสียงถูกอัดฉีดให้มีพลังเพิ่มขึ้น สนามเสียงมีความกระจ่างชัดเพิ่มขึ้น ทุกซอกทุกมุมเหมือนเปิดไฟให้สว่างขึ้น ทุกอย่างเคลียร์ชัดมากขึ้นอย่างชัดเจน แม้กับสัญญาณที่แผ่วเบาก็ชัดขึ้น ลักษณะที่ได้ยินตอนนี้เทียบกับตอนยังไม่ได้กรอก Atarbites จะคล้ายกับน้ำลดตอผุด ถ้าเปรียบเทียบน้ำเป็นเหมือน resonant นะ คือตอนแรกก็ได้ยินเสียงเกือบครบทุกเสียง แต่พอกรอก Atarbites ลงไป ผมรู้สึกเลยว่า ทุกเสียงมันชัดเจนขึ้น พื้นเสียงมันใสขึ้น อย่างที่บอก คล้ายกับว่าตอนแรกมองผ่านน้ำลงไป สิ่งที่เห็นมันก็มีความวูบวาบและลางเลือน บางชิ้นนั้นเห็นก็แค่เลาๆ แต่พอกรอก Atarbites ลงไป เหมือนน้ำลดลง สิ่งที่อยู่ในสนามเสียงก่อนหน้านี้ก็กระจ่างชัดขึ้นมามากขึ้น

อัลบั้ม : Berlioz : Symphonie Fantastique (DSF64)
ศิลปิน : Boston Symphony Orchestra; Charles Munch – conductor
ค่าย : RCA Living Stereo

ที่ขนลุกขนชันก็คือ ไดนามิกของหัวเสียง (transient) ซึ่งทั้งกระชับและทิ้งน้ำหนักได้เด็ดขาดมากขึ้น มีช่วงหนึ่งที่ผมทดลองฟังเพลงคลาสสิกของค่าย RCA Living Stereo งานของ Berlioz ชุด Symphonie Fantastique บรรเลงโดยวง Boston Symphony Orchestra กำกับวงโดย Charles Munch (DSF64 / 2ch) จากรอบแรกที่ฟังโดยขาตั้งยังไม่กรอก Atarbites ผมก็รู้สึกว่าอัลบั้มนี้ฟังนุ่มและพลิ้วดี น่าพอใจระดับหนึ่งแล้ว แต่พอกรอก Atarbites ลงไปสามกิโล อัลบั้มนี้ฟังดูมีความสดและมีชีวิตชีวาขึ้นมามากเลย เสียงเครื่องสายมีความโอ่อ่า ขึงขัง เสียงเครื่องสายตัวใหญ่ๆ ฟังแล้วน่าครั่นคร้าม ตอนลากคันชักลงโน๊ตต่ำๆ ฟังดูมีพลังมากขึ้นเยอะเลย ความนุ่มๆ พลิ้วๆ ที่รู้สึกตอนฟังยกแรกกลายเป็นไม่มีแรง ผิดกันไปเยอะเลย

สามกิโลฯ พอแล้วยัง.? หรือต้องเติมอีก.? ผมถามตัวเองแบบนี้และเชื่อว่าคุณเองก็คงอยากรู้ ซึ่งตรงนี้แหละที่ผมรู้สึกละล้าละลัง คือถ้าจะยึดเอาสิ่งที่ผมได้ยินตอนนี้ ผมก็ไม่อยากทำอะไรเพิ่มแล้ว ไม่ได้ไม่อยากให้ได้ดีกว่านี้ แต่ใครจะรับประกันได้ว่า ถ้าผมใส่เพิ่มลงไปแล้วเสียงมันจะดีขึ้นไปกว่านี้อีก ซึ่งจากประสบการณ์ของผมจากที่เคยกรอกทรายลงไปในขาตั้งมาแล้ว ผมพบว่า กรอกลงไปเยอะๆ ไม่ได้การันตีว่าจะได้เสียงที่ดีขึ้นไปตามปริมาณที่กรอกเสมอ คือตัวแปรมันมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของตัวขาตั้งเอง, ลำโพงที่วางบนขาตั้งนั้น, และความดังที่เปิดฟัง ฯลฯ ซึ่งหลายครั้งในอดีตที่ผมพบว่า ขาตั้งแต่ละคู่กับลำโพงแต่ละคู่ มันต้องการวัสดุซับเรโซแนนซ์ที่กรอกลงไปในปริมาณที่ ไม่เท่ากันซึ่งอยากรู้จริงๆ ต้องทำการทดลองเติมเข้าไปทีละนิดแล้วฟังเสียง เมื่อไรก็ตามที่เสียงเริ่มออกอาการอั้นๆ ตื้อๆ ต้องหยุดเติมและเริ่มเทออก ทำไปแบบนี้จนกว่าจะเจอปริมาณที่ทำให้ได้เสียงที่เปิดโล่งมากที่สุด รายละเอียดเปิดกระจ่างออกมามากที่สุดทุกความถี่ และได้ไดนามิกที่สวิงได้กว้างและมีพลังมากที่สุด

ผมจะยังไม่เติม Atarbites ลงไปมากกว่านี้ เพราะแค่นี้ผมก็แฮ้ปปี้กับเสียงที่ได้จากลำโพง Totem Acoustic รุ่น Starlight มากแล้ว เดี๋ยวถึงคิวทดสอบลำโพงคู่นี้ผมจะลองจูนประมาณของ Atarbites อีกที..

ทดสอบช่วงที่ ๓
ขาตั้ง Atacama รุ่น Moseco XL600

ขาตั้งรุ่น Moseco XL600 เป็นรุ่นใหญ่สุดในซีรี่ย์ Moseco ของ Atacama ที่เพิ่งออกมาวางจำหน่ายไม่นานนี้ ความสูงของตัวขาตั้งที่ได้รับมาอยู่ที่ประมาณ 60 .. หรือ 24 นิ้ว (มีความสูงให้เลือก 2 ระดับคือ 20 นิ้วกับ 24 นิ้ว) ซึ่งเป็นสเปคฯ ความสูงของขาตั้งสำหรับลำโพงสองทางขนาดกลางๆ ส่วนใหญ่ จากการทดลองเกี่ยวกับความเสถียรและทดลองฟังเสียงคร่าวๆ ผมพบว่าขนาดฐานล่างของลำโพง Monitor Audio รุ่น Silver 100 เหมาะกับขนาดของแผ่นแพลทที่ใช้รองลำโพงของ Moseco XL600 มากที่สุดในจำนวนลำโพงวางขาตั้งทั้งหมดที่ผมใช้ทดสอบครั้งนี้

ลองฟังลำโพง Monitor Audio รุ่น Silver 100 บนขาตั้งรุ่น Moseco XL600

ลองฟังลำโพง Totem Acoustic รุ่น The One บนขาตั้งรุ่น Moseco XL600

ฐานล่างของตัว Silver 100 จะใหญ่กว่าแพลทบนของ Moseco XL600 อยู่เล็กน้อย วางลงไปแล้วฐานล่างของตัวลำโพงจะล้นแผ่นแพลทออกมานิดหน่อย ถือว่ากำลังดี เมื่อผมทดลองเอา Totem Acoustic รุ่น The One มาลองวางบน Moseco XL600 พบว่าฐานล่างของ The One จะเล็กกว่าแผ่นแพลทของ Moseco XL600 อยู่พอสมควร วางลงไปแล้วไม่เต็มแผ่นแพลทบนของขาตั้ง เมื่อขยับลำโพงมาชิดขอบด้านหน้า ซ้ายขวาจะเหลือพื้นที่ประมาณข้างละ 1 นิ้วกว่าๆ และเหลือพื้นที่ด้านหลังประมาณเกือบสองนิ้ว ถือว่าขนาดของตัวลำโพงกับขนาดของแผ่นแพลทบนของขาตั้งไม่พอดีกัน เมื่อเทียบกับขาตั้งโลหะ Target ที่ออกแบบมาให้คู่กับ The One พบว่า แผ่นแพลทด้านบนของขาตั้ง Target จะพอดีกับฐานล่างของ The One เป๊ะๆ

จริงๆ แล้ว เมื่อดูในเว็บไซต์ของ Atacama เห็นว่ามีแผ่นแพลทบนให้ซื้อมาเปลี่ยนด้วย แต่ดูเหมือนจะมีแต่ขนาดใหญ่ ไม่ได้มีขนาดให้เลือกมาก ในการทดลองฟังเสียงของขาตั้ง Moseco XL600 ครั้งนี้ ผมจึงตกลงใจเลือกใช้ลำโพง Monitor Audio รุ่น Silver 100 เป็นตัวแทนในการทดสอบแนวเสียงของขาตั้ง Moseco XL600 ซึ่งในการทดลองฟังเสียงนั้น ผมใช้ขาตั้งเหล็กของ Target เป็นตัวฟังเทียบด้วย ซึ่งมีความสูงใกล้เคียงกัน

เสียงของ “The Oneบนขาตั้ง “Moseco XL600

เมื่อวาง The One บนขาตั้งโลหะ Target ของโทเท็มเอง จะได้เวทีเสียงที่เปิดกว้างมากๆ พื้นเสียงใส และไดนามิกสวิงเต็ม เมื่อเปลี่ยนมาวางบนขาตั้ง Moseco XL600 เสียงของ The One จะมีลักษณะที่ต่างออกไป คือ สลัวลงเมื่อเทียบกับวางบนขาตั้ง Target ของ The One เอง ซึ่งก็ไม่ได้เป็นความต่างที่ไปทางเลวร้าย เป็นแนวเสียงที่ต่างออกไปอีกแบบมากกว่า ซึ่งผมคิดว่า บางคนอาจจะชอบเสียงของ The One บนขาตั้ง Moseco XL600 มากกว่าตอนวางบนขาตั้งของโทเท็มเองก็ได้ ความหมายคือ ตอนวางบนขาตั้ง Moseco XL600 เสียงของ The One โดยรวมจะรู้สึกได้ว่านุ่มลง ไดนามิกหัวเสียงลดความกระแทกกระทั้นลงไปเล็กน้อย หัวเสียงมีลักษณะอวบหนามากขึ้น เนื้อเสียงพองใหญ่ขึ้น พื้นเวทีเสียงมีมวลแอมเบี้ยนต์บางๆ แผ่ออกมาให้รู้สึกได้ลางๆ ถ้าฟังเพลงร้องช้าๆ จะให้ความรู้สึกที่นุ่มละมุนมากกว่าตอนวางบนขาตั้งของโทเท็มเองซึ่งให้ความรู้สึกสดเป็นจริงกว่า

เมื่อลองฟังกับเพลงที่หลากหลายมากขึ้น ผมพบว่า The One บนขาตั้ง Moseco XL600 ให้ตัวเสียงที่ขยายใหญ่ มวลเยอะ แต่ตรงแกนกลางของตัวเสียงที่เป็นนิวเครียสจะไม่เข้มข้นและตึงตัวเท่ากับตอนวางบนขาตั้ง Target ของโทเท็มเอง อีกส่วนที่ต่างกันคือสปีดของสัญญาณฉับพลัน (transient dynamic) ซึ่งขาตั้ง Moseco XL600 ของ Atacama ทำให้ทรานเชี้ยนต์ของหัวเสียงจากลำโพง The One ลดความเร็วลงนิดนึง ซึ่งความต่างมันอยู่ระหว่าง 10-15% ไม่มากนักแต่พอรู้สึกได้ เมื่อมาถึงจุดนี้ ผมก็รู้สึกว่า ระหว่างวาง The One บนขาตั้ง Moseco XL600 กับวางบนขาตั้ง Target ของโทเท็มเอง มันต่างก็มีได้มีเสียกันคนละอย่าง ตัดสินไม่ขาด ยอมรับว่ามีอาการรักพี่เสียดายน้อง ใครเป็นเจ้าของโทเท็มรุ่น The One หรือโมเดล วัน คุณต้องไปลองฟังเอง แต่ลักษณะเสียงของขาตั้ง Moseco XL600 คู่นี้ทำให้ผมนึกถึงลำโพงรุ่น Signature One ของ Totem Acoustic นะ ผมว่าขาตั้งตัวนี้ต้องไปกันได้ดีมากๆ กับลำโพงของโทเท็มรุ่นนั้นแน่ๆ ลางสังหรบางอย่างมันบอก.!!

เสียงของ “Silver 100บนขาตั้ง “Moseco XL600

พอเปลี่ยนเอา The One ลง แล้วยก Silver 100 ขึ้นมาวางแทน อย่างแรกคือบอกเลยว่า ขาตั้ง Moseco XL600 ตัวนี้เหมาะกับลำโพงที่มีลักษณะอวบอิ่มแบบ Silver 100 นี่แหละ พอวางลงไปแล้วมันลงตัวพอเหมาะกันมาก และพอเปิดเสียงออกมาเท่านั้นก็ฟันธงได้เลยว่า Moseco XL600 กับ Silver 100 คือคู่แท้ที่เกิดมาเพื่อกันและกัน.!

คือถ้าพิจารณาเฉพาะบางประเด็นเปรียบเทียบกัน The One บนขาตั้ง Moseco XL600 จะให้ออกมาได้ดีกว่า Silver 100 บนขาตั้ง Moseco XL600 คู่เดียวกัน อย่างเช่น ไดนามิก, โฟกัส และรายละเอียดหยุมหยิม แต่เมื่อพิจารณาที่ ความเต็มของเสียงที่แผ่กระจายออกมาจากตัวลำโพง จะรู้สึกเลยว่า Silver 100 บนขาตั้ง Moseco XL600 จะออกมาเต็มที่มากกว่า ในขณะที่ The One บนขาตั้ง Moseco XL600 แม้ว่าบางประเด็นจะดีกว่าแต่โดยรวมยังรู้สึกว่าออกมาไม่เต็มที่เหมือนตอนวางบนขาตั้ง Target ของโทเท็มเอง ความรู้สึกนี้คือ “gainของเสียง ซึ่งเกิดจากขาตั้ง!

หา… ขาตั้งไม่ได้มีภาคขยาย ไม่ได้เสียบไฟ จะมี gain เหมือนแอมปลิฟายได้ยังไง.? นี่แหละครับคือความมหัศจรรย์ของสิ่งที่เรียกว่า “acoustic powerมันเป็นพลังงานที่เกิดจากการสั่นของวัตถุ ขณะที่ไดอะแฟรมของลำโพงทำงาน แผ่นไดอะแฟรมจะสั่น ส่งผ่านพลังงานออกไปผลักดันอากาศเบื้องหน้า และผลักดันพลังงานไปกับมวลอากาศที่อยู่ภายในตัวตู้ ซึ่งพลังงานส่วนหนึ่งที่อยู่ในตัวตู้จะถูกปลดปล่อยออกไปทางท่อระบายอากาศด้านหลัง แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่ไปกระแทกลงบนผนังตู้ด้านใน ทำให้ผนังตู้ลำโพงสั่นไปตามแรงกระตุ้นนั้น ซึ่งการสั่นของผนังตู้ส่งผล 2 อย่าง อย่างแรกคือไปรบกวนการขยับตัวของไดอะแฟรม ทำให้การขยับตัวของไดอะแฟรมเป๋ไปเป๋มา เสียงที่ออกมาก็จะวูบวาบ ส่วนผลที่เกิดจากการสั่นของผนังตู้อีกอย่างหนึ่งก็คือส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนไปที่ขาตั้ง ทำให้ขาตั้งสั่นตามและส่งผ่านแรงสั่นจากขาตั้ง (ซึ่งมีความถี่และรูปแบบการสั่นไม่เหมือนกับความสั่นสะเทือนที่ตัวตู้) ย้อนกลับไปที่ตัวตู้ลำโพง สร้างปัญหาให้กับไดอะแฟรมเพิ่มขึ้นไปอีก

แทบจะไม่มีทางขจัดการสั่น (resonant) ของตู้ลำโพงออกไปได้อย่างเด็ดขาด ตู้ลำโพงที่ออกแบบมาดีมากๆ จะมีอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือทำให้การสั่นของตัวตู้ไปเกิดที่ความถี่ที่นอกเหนือจากความถี่ในย่านที่ไดเวอร์ทำงาน กับอีกแบบคือ จัดการให้การสั่นของตัวตู้มีลักษณะที่ พ้องไปกับการสั่นของไดอะแฟรม เพื่อเพิ่มพลังการผลักอากาศของไดอะแฟรมให้มากขึ้น ซึ่งขาตั้งก็เช่นกัน ขาตั้งบางคู่ถูกออกแบบมาให้ดูดซับพลังงานเรโซแนนซ์ที่รับมาจากตู้ลำโพงเอาไว้ให้มากที่สุด แล้วสลายพลังงานนั้นออกไปในรูปแบบต่างๆ กับอีกลักษณะคือพยายามปรับจูนให้ลักษณะการสั่นของขาตั้งส่งผลต่อย่านความถี่ที่มี ค่าเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะในย่านเสียงที่ไวต่อหูมนุษย์ หรือครอบคลุมย่านเสียง 20Hz – 20kHz ให้มากที่สุด ซึ่งขาตั้งที่ ไม่สร้างความถี่สั่นค้าง (resonant) ในย่านความถี่ที่ลำโพงทำงาน (ในย่าน frequency response ของลำโพงนั้น) ออกมา ก็จะทำให้ไดอะแฟรมของลำโพงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น เอ๊าต์พุตของลำโพงก็จะมากขึ้นนั่นเอง

ขาตั้ง Moseco XL600 ทำให้เสียงของ Silver 100 ออกมาเต็มขึ้นจริงๆ เห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับวางบนขาตั้งไม้ตัวหนึ่งที่ผมมีอยู่ และอาจจะเป็นเพราะโครงสร้างของขาตั้ง Moseco XL600 ตัวนี้มีทั้งไม้และเหล็ก เสียงโดยรวมของมันจึงออกมาครบทั้งน้ำหนัก, ไดนามิก และความนุ่มและอวบอิ่มของเนื้อเสียงในคราวเดียวกัน

สรุป

ผมยอมรับว่ามีความพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ขาตั้ง Atacama ทั้งสองรุ่นนี้ให้ออกมา มันให้ผลลัพธ์ที่ดีมากเมื่อใช้วางลำโพงที่เหมาะสม คือไม่ได้ให้ผลดีเลิศกับลำโพงทุกคู่ หลังจากได้ลองเล่นอยู่นานแรมเดือน ผมพบว่า เคล็ดลับของขาตั้งทั้งสองรุ่นของ Atacama ก็คือ ให้ดูที่ความกว้างและลึกของฐานของลำโพง ซึ่งควรจะ ใหญ่กว่าแผ่นแพลทบนของขาตั้งรุ่น Moseco XL600 และ รุ่น Moseco 6 โดยรอบประมาณ 0.5 – 1.0 นิ้ว (คือล้นออกมาทางด้านข้าง, ด้านหน้าและด้านหลัง)

ส่วน น้ำหนักของลำโพงก็มีส่วน ซึ่งหากว่าลำโพงมีน้ำหนักมาก หลังจากวางบนขาตั้งแล้ว ให้ทดลองยกลำโพงพร้อมขาตั้ง (ตอนยกให้จับที่แผ่นแพลทของขาตั้ง) ลอยขึ้นมาตรงๆ ถ้ารู้สึกว่าตัวขาตั้งเบากว่าตัวลำโพง คือแกว่ง ไม่สมดุล แนะนำให้กรอก Atarbites ลงไปประมาณ ½ x ความสูงของเสาต้นใหญ่ของขาตั้ง แต่ถ้าลำโพงมีน้ำหนักเบา เวลายกขึ้นมาพร้อมขาตั้งแล้วไม่แกว่ง ก็อาจจะไม่ต้องกรอก หรือถ้าจะกรอกก็แนะนำให้กรอกทีละน้อย อาจจะแค่ข้างละกิโลกรัมแล้วลองฟังดู อาจจะต้องกรอกลงไปฟังดูแล้วเทออกมา ค่อยๆ จูนไปเรื่อยๆ

ขาตั้ง Atacama ทั้งสองรุ่นนี้สามารถใช้ได้กับลำโพงทุกยี่ห้อ แค่พิจารณาขนาดของฐานลำโพงตามที่ผมแนะนำไว้โดยดูว่าเหมาะกับรุ่น Moseco 6 หรือ Moseco XL600 เท่านั้นเอง /

********************
ราคา :
รุ่น Moseco 6 = 11,000 บาท/คู่
รุ่น Moseco XL600 = 26,000 บาท/คู่
แผ่น Atabites = 2,800 บาท / ถัง (น้ำหนักประมาณ 7 กิโลกรัม)
********************
สนใจติดต่อที่
HI-END AUDIO
โทร. 062-551-2410
facebook: @hiendaudiothailand 

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า