รีวิวเครื่องเสียง Audiovector รุ่น QR 1 ลำโพงสองทางวางหิ้งที่ใช้ทวีตเตอร์ Air Motion Tweeter แบบพิเศษ

กรณีที่แบรนด์ระดับ Hi-End พยายามจะลงมาทำสินค้าระดับกลาง (mid-price) เมื่อเทียบกับแบรนด์ระดับ affordable ที่พยายามขยับขึ้นไปทำสินค้าระดับกลาง คุณคิดว่า สินค้าของแบรนด์ไหนจะน่าสนใจมากกว่ากัน.? โดยส่วนตัวผมจะให้เครดิตสินค้าระดับกลางที่ออกแบบและผลิตโดยแบรนด์ระดับไฮเอ็นด์ฯ มากกว่า เพราะผมมองว่า แบรนด์ที่ออกแบบและผลิตสินค้าระดับไฮเอ็นด์ฯ อยู่แล้ว พวกเขามีทั้งแหล่งวัตถุดิบ, เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญในระดับสูงอยู่ในมือ เมื่อลงมือออกแบบและผลิตสินค้าระดับกลาง ผมเชื่อว่า พวกเขาคงต้องอาศัยต้นทุนเดิมที่ใช้ในการออกแบบและผลิตสินค้าระดับไฮเอ็นด์ฯ มาใช้หลายอย่าง คงไม่คิดจะลงทุนใหม่ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ๆ

QR 1 คือลำโพงสองทางวางหิ้งระดับกลางที่ออกแบบและผลิตโดยผู้ผลิตลำโพงระดับไฮเอ็นด์อย่าง Audiovector จากประเทศเดนมาร์ก

ผมทดสอบลำโพงวางหิ้งของ Audiovector รุ่น SR-1 Avantgarde Arrete ไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งผมประทับใจกับเสียงของมันมาก (ราคาคู่ละ 168,000 บาท / ลิ้งค์รีวิว) หลังจากนั้นไม่นาน ทาง บริษัท เอลป้า ชอว์ฯ ผู้นำเข้าแบรนด์ Audiovector ก็แจ้งมาว่า ลำโพงอนุกรม QR Series ซึ่งเป็นซีรี่ย์ใหม่เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว ผมก็ไม่รอช้าที่จะติดต่อขอยืมมาทดสอบทันที

แนวคิดของ Audiovector ในการผลิตลำโพงอนุกรม QR ออกมาก็คือต้องการทำลำโพงที่มีขนาดกระทัดรัดสวยงาม แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีคุณสมบัติที่สามารถตอบสนองเทคโนโลยีใหม่ๆ ในระบบโฮมเอนเตอร์เทนเม้นต์ได้ดีด้วย ซึ่งแนวคิดนี้สำเร็จออกมาเป็นลำโพงจำนวน 6 รุ่น ในอนุกรม QR Series คือ QR5 (ตั้งพื้น), QR 3 (ตั้งพื้น), QR 1 (วางหิ้ง), QR C (เซ็นเตอร์), QR WALL (ติดผนัง) และ QR SUB (แอ๊คทีฟซับวูฟเฟอร์) พร้อมทั้งสำหรับดูหนังและฟังเพลง

QR 1 ลำโพงสองทางวางหิ้ง สเปคฯ Hi-Res

จุดเด่นของลำโพงยี่ห้อนี้คือความถี่ตอบสนองที่เปิดกว้างตอบรับกับสเปคฯ ของมาตรฐาน Hi-Res Audio ซึ่งเป็นสเปคฯ ที่โหดมากกับลำโพงสองทางวางหิ้งที่ใช้ไดเวอร์แค่ 2 ตัวในการรับภาระถ่ายทอดความถี่เสียงตลอดทั้งย่าน ทว่า หลังจากได้ทดสอบรุ่น SR-1 Avangarde Arrette (ลิ้งค์รีวิว) ไปแล้ว ผมยอมรับว่าประทับใจมาก เพราะเอาจริงๆ แล้ว สเปคฯ ของมาตรฐานไฮเรซฯ ไม่ได้หนักหนาสาหัสเฉพาะความถี่ตอบสนอง (frequency response) อย่างเดียว แต่ทางด้านไดนามิกเร้นจ์ (dynamic range) ก็ได้ถูกขยายระดับความเปรียบต่างของความดังให้เปิดกว้างออกไปด้วย

ถ้าลำโพงคู่ไหนให้ความถี่ที่เปิดกว้างมาก แต่สวิงไดนามิกได้ไม่กว้าง ก็ไม่ถือว่ารองรับมาตรฐาน Hi-Res Audio นะครับ ต้องมีคุณสมบัติสองอย่างที่ครบ นั่นคือสวิงไดนามิกได้กว้าง คือถ่ายทอดเสียงที่เบามากๆ ออกมาได้พร้อมกับสามารถปลดปล่อยเสียงที่ดังมากๆ ออกมาได้โดยไม่มีความเพี้ยน และในขณะเดียวกัน ต้องถ่ายทอดความถี่เสียงออกมาได้กว้างมากๆ คือให้ทั้งทุ้มที่ลงลึกจนถึงระดับไร้ความดังแต่พลังกระแทกผิวหนัง กับแหลมที่ขยายไปจนถึงระดับฮาร์มอนิกที่แตกตัวเป็นละอองเสียงได้ด้วย

ไดเวอร์ที่ใช้

ทวีตเตอร์

QR 1 ใช้ไดเวอร์ 2 ตัวช่วยกันถ่ายทอดความถี่เสียงตั้งแต่ 45Hz ขึ้นไปจนถึง 45000Hz ออกมาจากตัวตู้ขนาด 32.5 x 19 x 23.2 ลูกบาศน์เซนติเมตร ที่ออกแบบให้ทำงานในระบบ open-port

สัญญาณเสียงที่ส่งผ่านเข้ามาทางขั้วต่อสายลำโพงของ QR 1 ถูกวงจรครอสโอเวอร์เน็ทเวิร์คแบ่งออกเป็นสองส่วนที่จุดตัด 3000Hz ส่วนที่เป็นไฮพาสฯ คือตั้งแต่ 3000Hz ขึ้นไปถูกส่งไปให้ทวีตเตอร์ AMT (Air Motion Transformer) ทำการแปลงเป็นคลื่นเสียง ในขณะที่ความถี่ทางด้านโลว์พาสฯ ตั้งแต่ 3000Hz ลงไปจะถูกส่งไปที่วูฟเฟอร์กรวยอะลูมิเนียมขนาดประมาณ 6 นิ้ว

ตัวทวีตเตอร์ AMT ที่ใช้ในรุ่น QR 1 ตัวนี้มีดีไซน์พิเศษอยู่ 2 จุด อย่างแรกคือตัวแพลทที่ใช้ควบคุมการกระจายเสียงของทวีตเตอร์ซึ่งทำมาจากอะลูมิเนีบมเกรดที่ใช้ทำเครื่องบินซึ่งให้ทั้งความแกร่งแต่เบา ไม่สะสมพลังงาน แถมดูสวยด้วยงานปัดผิวเสี้ยนแล้วอะโนได้ซ์ออกมาเป็นสีเทา Tungsten Titanium Gray ตัดกับตัวตู้สีขาว สวยมาก ดีไซน์อีกจุดที่ไม่เห็นในซีรี่ย์อื่น นั่นคือตะแกรงสีทองที่ปิดทับบนด้านหน้าของตัวทวีตเตอร์นั้น เขาไม่ได้เอาไว้ป้องกันไม่ให้คนเอานิ้วจิ้มทวีตเตอร์นะครับ แต่มันเป็นฟิลเตอร์แบบหนึ่ง เขาเรียกกันว่า S-Stop Filter

S-Stop Filter

ทีมพัฒนาไดเวอร์ของ Audiovector เค้าได้ไอเดียมาจาก S-Stop Filter ที่ใช้ในสตูดิโอบันทึกเสียง (ศรชี้ในภาพ) ซึ่งใช้ป้องกันเสียงป๊อปที่เกิดจากไดอะแฟรมของไมโครโฟนถูกกระแทกด้วยคลื่นเสียงอย่างฉับพลันและรุนแรง คือหลักการทำงานของไดเวอร์ AMT ก็อาศัยแผ่นไดอะแฟรมบางๆ เป็นตัวรองรับสัญญาณเสียง เมื่อเจอกับสัญญาณทรานเชี้ยนต์ของไฟล์ไฮเรซฯ ที่มีความแรงสูงๆ โดยเฉพาะทรานเชี้ยนต์ไดนามิกที่รุนแรงมากๆ ก็มีสิทธิ์ทำให้ไดอะแฟรมของตัวทวีตเตอร์เกิดอาการโอเวอร์พีคสั้นๆ ขึ้นมาได้ แทนที่ทีมออกแบบไดเวอร์ของ Audiovector จะใช้วิธีปรับลดความแรงของสัญญาณอินพุตลงเพื่อลดภาระของตัวทวีตเตอร์เหมือนนักออกแบบอื่นๆ ทำกัน ซึ่งทำให้ไดนามิกเร้นจ์ของสัญญาณเสียงต้นฉบับดรอปลง พวกเขาหันมาใช้วิธีค้นหาเทคนิคพิเศษเข้ามาแก้ไขเสียงโอเวอร์พีคสั้นๆ ที่เกิดขึ้นกับไดอะแฟรมของทวีตเตอร์ขณะถูกกระชากด้วยเสียงทรานเชี้ยนต์ที่รุนแรง จนมาได้ไอเดียจาก S-Stop Filter ที่ว่านี้เอง

ตะแกรงสีทองที่ปิดกั้นอยู่ด้านหน้าของทวีตเตอร์ได้ถูกคำนวนรูปทรง ขนาด และจำนวนช่องขึ้นมาเพื่อใช้ดักจุดพีคของเสียงที่เกิดขึ้นกับเสียงกลางแหลมของตัวทวีตเตอร์เฉพาะจุดความถี่ที่เกิดปัญหาและต้องการกรองทิ้งเท่านั้น

วูฟเฟอร์

คุณสมบัติสำคัญของ Audiovector ที่นับว่าเป็นจุดเด่นของแบรนด์นี้ก็คือพวกเขาออกแบบและผลิตไดเวอร์เอง จึงทำให้สามารถคัสต้อมไดเวอร์ให้ออกมาตรงกับที่ต้องการได้ทุกจุดที่ต้องการ อย่างตัววูฟเฟอร์ที่ใช้ในซีรี่ย์ QR ทั้งหมดนี้ก็เป็นวูฟเฟอร์ตัวใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อซีรี่ย์นี้โดยเฉพาะ ไดอะแฟรมทำด้วยแผ่นอะลูมิเนียมสองชั้น เป็นอะลูมิเนียมเกรดที่ใช้ทำเครื่องบินซึ่งถูกรีดจนบางเพื่อให้ได้ความเบา ขยับตัวได้ไว และเพื่อให้สามารถรองรับไดนามิกที่รุนแรงและหนักหน่วงของสัญญาณไฮเรซฯ ได้ดี พวกเขาจึงเสริมความแกร่งด้วยการใช้วัสดุที่มีความอ่อนนุ่มสอดไว้ตรงกลางระหว่างไดอะแฟรมทั้งสองนั้น

และเพื่อให้การเคลื่อนตัวของไดอะแฟรมมีความเร็วและขยับช่วงชักได้ยาวโดยไม่เสียการทรงตัว ระบบแม่เหล็กที่ใช้เป็นพลังผลักดันว้อยซ์คอยที่ส่งกำลังต่อไปถึงตัวไดอะแฟรมประกอบด้วยแม่เหล็กสองชั้น ที่ทรงพลัง ทำให้ไดอะแฟรมขยับเคลื่อนตัวผลักดันอากาศได้อย่างมีเสถียรภาพ ไม่ทำให้เกิด sibilants หรือเสียงซิ๊ดๆ ที่ฟังแล้วหยาบหูซึ่งมักจะเกิดกับไดเวอร์อะลูมิเนียมทั่วไป

ตู้เปิด + ท่อระบายเบสแนวยาว

ตัวตู้ที่ใช้ในรุ่นสูงๆ อย่าง SR Series จะมีลักษณะเป็นรูปทรงหยดน้ำ คือจากแผงด้านหน้าจะสอบเรียวเล็กลงไปทางด้านหลัง ซึ่งมีผลช่วยทำให้เรโซแนนซ์ภายในตัวตู้ลง ซึ่งต้นทุนในการผลิตตู้แบบนั้นค่อนข้างสูงมาก ในอนุกรม QR ใช้ตู้ทรงสี่เหลี่ยมเหมือนทั่วไป แต่ได้ออกแบบท่อระบายอากาศลักษณะที่ไม่ส่งผลเสียต่อเสียง

คือเจาะเป็นช่องยาวๆ อยู่ทางด้านหน้าของตัวตู้ใต้ตำแหน่งของวูฟเฟอร์ ทำให้ไม่มีเสียงลมเสียดสีกับปากท่อเหมือนกับท่อระบายอากาศที่เป็นแบบท่อวงกลมทั่วไป

ขั้วต่อสายลำโพง

วงจรเน็ทเวิร์คของ QR 1 ถูกผนึกลงบนแผ่นอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ ก่อนจะยึดตรึงเข้ากับผนังตู้ด้านหลังด้วยสกรูขนาดใหญ่ถึง 8 ตัวเพื่อความแน่นหนา ลดปัญหาแมคคานิคัลเรโซแนนซ์ลงไปได้มาก ตัวขั้วต่อทำด้วยโลหะชุบทอง ดูแข็งแรง ดีไซน์ให้เชื่อมต่อกับสายลำโพงแบบซิงเกิ้ลไวร์ จับยึดขั้วต่อได้ครบทุกรูปแบบ ทั้งหางปลา, บานาน่า และปลอกสายเสียบรู

ตัวขั้วต่อทั้งสองเจาะยึดเข้าไปที่วงจรเน็ทเวิร์คที่อยู่ด้านในของแผ่นอะลูมิเนียมโดยตรง ช่วยให้ได้ทั้งความแน่นหนาแข็งแรงและคุณภาพที่ดีเพราะสัญญาณจากขั้วต่อเดินทางตรงเข้าสู่แผงวงจรทันที

แม็ทชิ่ง

พิจารณาจากสเปคซิฟิเคชั่นของ QR 1 โดยเริ่มจากความสามารถในการรองรับกับกำลังขับ (A) ก่อนเลย ซึ่งเจ้านี้ใช้คำว่า “Power Handlingคือบอกเป็นค่าสูงสุดที่รับได้ว่าเท่ากับ 150W ไม่ได้บอกเป็นช่วง Min – Max หรือต่ำสุดไปถึงสูงสุดเหมือนผู้ผลิตส่วนใหญ่ แต่ก่อนจะเอาตัวเลข 150W ไปเข้าสูตรคำนวน เราไปดูที่ตัวเลขอิมพีแดนซ์ปกติ (B) ของลำโพงคู่นี้ก่อนเพื่อจะดูว่าตัวเลข 150W นั้นทางผู้ผลิตอ้างอิงกับโหลดที่เท่าไหร่ ปรากฏว่าทางผู้ผลิตแจ้งอิมพีแดนซ์ปกติเอาไว้เป็นช่วงระหว่าง 4 – 8 โอห์ม แสดงว่า กำลังขับสูงสุดที่รองรับได้ซึ่งระบุไว้เท่ากับ 150W วัตต์นั้น ผู้ผลิตอ้างอิงกับโหลด 4 – 8 โอห์ม ต้องเอามาหาค่าโหลดเฉลี่ยก่อน นั่นคือ 4 + 8 หารด้วยสอง ได้ออกมาเท่ากับ 6 โอห์ม สรุปแล้ว แอมปลิฟายที่มีกำลังขับ ต่ำสุดที่พอจะคาดหวังคุณภาพเสียงจากการขับลำโพง QR 1 ได้ก็คือ 150 x 75 หารด้วย 100 = 112.5W ที่ 6 โอห์ม หรือเทียบเป็นโหลด 8 โอห์มก็ได้ประมาณ 85W ต่อข้าง

ดังนั้น กำลังขับของแอมป์ ต่ำสุดที่พอจะคาดหวังคุณภาพเสียงได้ดีจากลำโพงคู่นี้ก็ควรจะเป็นแอมป์ที่มีกำลังขับเท่ากับ 85W ที่โหลด 8 โอห์ม และเมื่อพิจารณาที่ความไว (C) ของลำโพงคู่นี้ ซึ่งแจ้งไว้ที่ 87dB เมื่อวัดที่โหลด 8 โอห์ม ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางต่ำ ดังนั้น ถ้าเอาแบบหวังผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็ให้เลือกแอมป์ที่มีกำลังขับอยู่ที่สองเท่าของกำลังขับสูงสุดที่รองรับได้ นั่นคือ 150W x 2 = 300W ที่ 6 โอห์ม หรือเทียบไปที่โหลด 8 โอห์มก็ได้ประมาณข้างละ 225W

สรุปแล้ว กำลังขับของแอมป์ที่คาดหวังว่าจะขับ QR 1 ออกมาได้คุณภาพเสียงที่น่าพอใจ อย่างต่ำควรจะมีกำลังขับอยู่ที่ 85W@ 8 โอห์ม แต่ถ้าจะให้คาดหวังคุณภาพเสียงได้เต็มที่หน่อยก็ควรจะใช้แอมป์ที่มีกำลังขับมากกว่า 85W ที่ 8 โอห์มขึ้นไปจนถึง 225W ที่ 8 โอห์ม

จากการทดลองแม็ทชิ่งก่อนการทดสอบของผม ผมพบว่า อินติเกรตแอมป์ของ Cambridge Audio รุ่น EDGE A ที่มีกำลังขับ 100W ต่อข้างที่ 8 โอห์ม และไปต่อได้ถึง 200W ต่อข้างที่ 4 โอห์ม สามารถขับดัน QR 1 ออกมาได้เต็มที่ เสียงที่ออกมาเปิดกระจ่างตลอดย่าน ไดนามิกสวิงได้เต็มสเกล สามารถควบคุมโฟกัสของตำแหน่งเสียงได้นิ่งสนิท แม้จะเปิดฟังด้วยระดับความดังที่สูงมากในห้องฟังขนาดประมาณ 5 x 9.5 x 2.7 ลูกบาศน์เมตร

แม็ทชิ่งครั้งสุดท้ายก่อนฟังสรุปเสียงของ QR 1 ผมใช้อินติเกรตแอมป์ Cambridge Audio รุ่น EDGE A ขับลำโพงคู่นี้โดยอาศัยภาค DAC ในตัว EDGE A สลับกับใช้ภาค DAC ภายนอกคือ MyTek รุ่น Liberty DAC* ส่งสัญญาณอะนาลอกเข้ามาที่อินพุต Analog in ของ EDGE A ผ่านสายสัญญาณของ Atlas รุ่น Equator MK III และใช้สายลำโพง Atlas รุ่น Equator II เชื่อมต่อระหว่าง EDGE A กับ QR 1

* ใช้ roonlabs รุ่น Nucleus + เล่นไฟล์เพลง

เซ็ตอัพ + ปรับจูน

QR 1 ต้องการความสูงของขาตั้งอยู่ที่ 24 – 25 นิ้ว ตัวขาตั้งควรมีมวลปานกลางขึ้นไป ซึ่งผมทดลองวางบนขาตั้งของ Target 24 นิ้วที่ผมใช้วางลำโพง Totem Acoustics รุ่น The One ซึ่งเป็นขาตั้งมวลหนัก (มาก!) ปรากฏว่ามันไปด้วยกันได้ดี ได้เบสที่แน่นและกระชับ แต่ถ้าใช้กับแอมป์ที่มีกำลังขับไม่ถึง 100W ต่อข้าง แนะนำให้ใช้ขาตั้งที่มีมวลระดับปานกลางก็พอ เพราะจากการทดลองฟัง ผมพบว่า วูฟเฟอร์ของ QR 1 ค่อนข้างจะ stiff มาก มันเก็บตัวได้เร็ว และตัวตู้ของ QR 1 ก็มีความแน่นหนามากเป็นพิเศษ ในระดับการฟังที่ดังพอสมควร ผมพบว่าไม่มีเสียงของตู้ออกมายุ่มย่ามเลย ลักษณะของท่อระบายอากาศที่เป็นแบบช่องเล็กๆ บางๆ ให้เสียงเบสที่สะอาด และเร็ว ไม่ค่อยทิ้งหางเสียงทอดยาวมาก ถ้าแอมป์วัตต์ต่ำ แด๊มปิ้งน้อยๆ เบสอาจจะมีอาการหย่อน หัวเบสขาดความกระชับได้ง่ายเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นแอมป์ที่มีกำลังขับน้อย แต่ให้เสียงที่เร็ว แด๊มปิ้งสูง เบสจะออกมาสะอาด แต่ไม่หนามาก

หลังจากใช้เวลาเบิร์นฯ นานเกิน 100 ชั่วโมงไปแล้ว ผมก็เริ่มต้นเซ็ตอัพตำแหน่งของ QR 1 ทันที จากการค่อยๆ ขยับตามสูตรของผม ผมพบว่า การเริ่มต้นวาง QR 1 ให้เข้าสู่พิกัดที่ให้คุณภาพเสียงออกมา 50 – 60% นั้นไม่ใช่เรื่องยากถ้าแอมป์กำลังถึงตามที่คำนวนมา ส่วนอีก 30 – 40% ที่เหลือนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนุกมากสำหรับการเซ็ตอัพลำโพงคู่นี้ เพราะมันเป็นลำโพงที่ถ่ายทอดความถี่ด้านสูงไปได้ไกลมาก แม้ว่าทางอิเล็กทรอนิคที่คำนวนจะบอกว่าไปได้ถึง 45kHz แต่คุณสมบัติโดยกายภาพของทวีตเตอร์ AMT ตัวที่ใช้ใน QR 1 นี้ มันสามารถตอบสนองกับความถี่เสียงไปได้ถึง 105kHz ซะด้วยซ้ำไป นั่นทำให้เราคาดหวังได้กับเสียงแหลมที่ทอดตัวไปจนได้สุดปลายเสียงเมื่อฟังเพลงที่บันทึกลงแผ่นมาด้วยมาตรฐาน CD 16/44.1 และแน่นอนว่า สายลำโพงที่ใช้จะส่งผลต่อเสียงของลำโพงที่ตอบสนองความถี่สูงไปได้ไกลๆ แบบ QR 1 คู่นี้อย่างแน่นอน

ผมใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาทีในการค้นหาตำแหน่งของลำโพงซ้ายขวา จนได้พิกัดที่เสียงจากลำโพงทั้งสองข้างผสานกลมกลืนเป็นสนามเสียงเดียวกัน และใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมงในการค่อยๆ ขยับลำโพงทั้งสองข้างทีละนิดจนได้ภาพของสนามเสียงที่เป็นผืนเดียวกัน ได้มิติของสนามเสียงที่แยกชิ้นชัดเจน มีเลเยอร์ดนตรีที่ไม่เบีนดเสียดทับซ้อนกัน สุดท้ายจึงเป็นการปรับจูนให้ได้ความคลี่คลายของเสียงที่ต่อเนื่องลื่นไหล และได้ทรานเชี้ยนต์ของอิมแพ็คที่เร็วและคมกระชับ มาจบลงตามระยะที่ปรากฏในภาพข้างบนนี้ แน่นอนว่า คุณไม่สามารถก๊อปปี้ระยะเหล่านี้ไปใช้ได้หากจะหวังผล 100% เพราะซิสเต็ม สัดส่วนห้อง และสภาพอะคูสติกรายรอบต่างกัน

เสียงของ QR 1

อย่างแรกที่รู้สึกได้คือ ลำโพงคู่นี้เปิดได้ดังมาก ยิ่งดังยิ่งได้ซาวนด์สเตจที่ขยายแผ่กว้างออกไป เสียงดนตรีทั้งหมดฉีกตัวออกห่างจากตัวลำโพงทั้งสองข้างออกไปในอากาศอย่างชัดเจน ลักษณะเสียงโดยรวมของลำโพงคู่นี้ออกไปทางกระชับ สะอาด กระฉับกระเฉง ให้ความรู้สึกคึกคัก มีชีวิตชีวา เมื่อเซ็ตอัพตำแหน่งลงตัวแล้ว โฟกัสจะนิ่งมาก ตั้งแต่ทุ้มขึ้นไปจนถึงปลายแหลม ที่ผมรู้สึกประทับใจมากๆ คือความสามารถในการ ตรึงตำแหน่งของเสียงดนตรีทั้งหมดเอาไว้ได้อย่างมั่นคงมาก มีอยู่จังหวะหนึ่งที่ผมรู้สึกอย่างจะทดลองอัดมันด้วยเสียงกลองที่หนักและกระชับแน่น ผมทดลองฟังเพลง “Can’t Get Enoughของวงบลูส์ร็อค Bad Company ผมพบว่า QR 1 คู่นี้สามารถตอบรับกับเสียงหวดกลองอย่างเมามันของไซม่อน เคิร์กได้อย่างไม่มีอาการหวาดหวั่น แต่ละครั้งที่ไม้กลองหวดลงไปบนหนังกลองมันสะท้อนออกมาได้อย่างกระชับ หนักและแน่น

จากเพลงนี้ นอกจากเสียงกลองแล้ว เสียงหวดฉาบและหวดฟาดไฮแฮทก็ออกมาแปลกหูจากความคุ้นเคยที่มีมา คือเสียงฉาบกับไฮแฮทของเพลงนี้ถือว่าบันทึกมาได้คุณภาพดีพอสมควรเมื่อเทียบกับเพลงประเภทเดียวกันซึ่งมักจะแตกซ่านจนไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ทว่า เสียงฉาบและไฮแฮทของเพลงนี้ (และเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มนี้ก็ออกมาประมาณนี้) มันให้โฟกัสที่สามารถระบุพิกัดตำแหน่งของจุดที่ไม้กลองกระทบใบฉาบได้ และมันยังให้รายละเอียดของเสียงกระทบระหว่างไม้กลองกับใบฉาบและไฮแฮทที่ให้ความรู้สึกเหมือนจริงมากกว่าลำโพงระดับกลางๆ ที่มีราคาไม่ถึง 50K ส่วนใหญ่ ซึ่งผมเข้าใจว่านี่คงเป็นอิทธิพลของทวีตเตอร์ AMT ที่สามารถควบคุมอิมแพ็คของเสียงในย่านแหลมได้ดี ไม่แตกซ่าน ให้พิกัดตำแหน่งที่จำกัดวงได้ชัด ไม่แผ่กระจายไปทั่วเหมือนลำโพงส่วนใหญ่ในระดับราคาใกล้เคียงกัน และถึงแม้จะเป็นลำโพงที่มีราคาสูงกว่าบางคู่ที่ผมได้ยินมาก็ให้โฟกัสและการเก็บตัวของเสียงแหลมที่ไม่โดดเด่นเท่านี้!

ชักติดใจกับเสียงแหลม… ผมเลยใช้ปลายนิ้วสไลด์เลื่อนไปบน iPad เลือกไฟล์เพลงอัลบั้มของวง The All Star Percussion Ensemble กับคอนดักเตอร์ Harold Faberman เล่นเพลง Carmen Fantasy ของ Georges Bizet

แค่ท่อนแรกขึ้นมาก็ขนลุกแล้วครับ.! ผมได้ยินเสียงแหลมที่ต้องขออนุญาตใช้คำว่า พร่างพรายระยิบระยับไปทั่วทั้งห้อง ซึ่งสิ่งที่ได้ยินจาก QR 1 คู่นี้ทำให้ผมนึกถึงศัพท์ที่พวกเราชอบใช้กัน นั่นคือคำว่า micro dynamic ซึ่งเกิดจากเสียงเคาะไทแองเกิ้ลที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานแผ่ขยายปลายหางเสียงที่พลิ้วไสวเป็นระลอก ซึ่งผมกล้าพูดได้เลยว่า ไม่มีทางจะได้ยินปลายเสียงแหลมที่ขยายฮาร์มอนิกออกไปเป็นระลอกคลื่นที่ผิวแผ่วได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่ทวีตเตอร์ AMT ตัวนี้ที่มาพร้อมสเปคฯ 45kHz แบบนี้!

Rob Wasserman อัลบั้มชุด Duets

เนื่องจากทวีตเตอร์ AMT ตัวนี้ไม่ได้ทำงานเฉพาะในย่านแหลมอย่างเดียว หากแต่มันยังไต่ลงมาถึงระดับเสียงกลางตอนปลายๆ ด้วย และนั่นเป็นเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกขนลุกเมื่อได้ยินเสียงร้องของ Cheryl Bentyne ตอนที่เธอโหนเสียงขึ้นไปสูงๆ มันออกมาเสียดแทงอารมณ์อย่างมาก ช่วงไต่เสียงจากกลางสูงขึ้นมาถึงระดับสุดปลายเสียงสูงของเธอมันพุ่งผ่านลำโพงออกมาอย่างจะแจ้ง ไม่มีหลบ ไม่มีดรอปเสียงเลย ซึ่งผมเคยฟังเพลงนี้กับลำโพงที่ตอบสนองความถี่ได้แค่ 20kHz พบว่า พอถึงช่วงที่เธอโหนเสียงขึ้นไปสูงๆ ความดังของเสียงจะวูบเบาลง ซึ่งบางครั้งจะไม่รู้สึก หรือถ้าไม่เคยลองฟังเพลงนี้กับลำโพงที่ตอบสนองความถี่สูงไปได้ไกลๆ เกิน 20kHz อาจจะไม่รู้ว่าอาการวูบเบาลงนั้นเป็นเพราะวงจรเน็ทเวิร์คของลำโพงมัน roll-off ลงไป ไม่ใช่ลักษณะการร้องของเธอ ถ้าใครที่เคยฟังเพลงนี้แล้วไม่รู้สึกขนลุก ให้ลองหาโอกาสเอาไฟล์เพลงนี้ไปลองฟังกับลำโพง Audiovector คู่นี้ดู

จริงๆ แล้ว ตอนทดสอบรุ่น SR-1 Avantgarde Arrette ผมก็ได้ยินอะไรแบบนี้เหมือนกัน และมันไปได้เมลืองมลังกว่า QR 1 นี้ซะอีก พอได้ยินจาก QR 1 ตัวนี้อีกทีเลยระลึกชาติได้!

Byron Janis plays Moussorgsky : Pictures At An Exhibition (For The Piano)

หลังจากนั้น ผมก็ได้ทดลองฟังเสียงกลางและกลางสูงทั้งที่เป็นเสียงร้องและเสียงของเครื่องดนตรีอย่างไวโอลิน, เปียโน, กีต้าร์ ฯลฯ กับลำโพงคู่นี้ ผมพบว่า ช่วงความถี่กลางสูง (upper midrange) ที่เชื่อมต่อกับความถี่เสียงสูงตอนล่าง (lower treble) ที่ลำโพงคู่นี้ให้ออกมาก็เป็นจุดต่างที่สำคัญเมื่อเทียบกับลำโพงสองทางวางขาตั้งทั่วไปที่มีราคาใกล้เคียงกัน ซึ่ง QR 1 มันเน้นรายละเอียดในย่านนี้ขึ้นมาให้ได้ยินมากกว่าลำโพงที่ตอบสนองความถี่สูงไปได้ไม่เกิน 20kHz อย่างเสียงไวโอลินกับเปียโนคีย์สูงๆ จะจับได้ง่าย ผมลองยกลำโพง ATC รุ่น SCM7 ที่ใช้ทวีตเตอร์ซอฟท์โดม ตอบสนองความถี่สูงไปได้ถึง 22kHz มาลองฟังเทียบกันด้วยเสียงเปียโนที่ Byron Janis เล่นเพลง Pictures At An Exhibition ของ Moussorgsky (Mercury Living Presence / LPCD45) เสียงออกมาต่างกันมาก เมื่อผ่าน SCM7 เสียงคีย์ต่ำๆ จะฟังดูมีน้ำหนักกว่า อิมแพ็คเข้มกว่าหน่อย แต่ทางด้าน QR 1 จะให้ปลายเสียงเปียโนที่กังวานกว่า หางเสียงทอดไปไกลกว่า ตัวเสียงโน๊ตเปียโนก็มีลักษณะที่ ใส กรุ้งกริ้งกว่าโดยเฉพาะที่โน๊ตสูงๆ QR 1 จะให้บอดี้ของตัวเสียงที่เปิดกระจ่างมากกว่า ลอยออกมามากกว่า โฟกัสหัวโน๊ตก็เป๊ะกว่าด้วย

ความสามารถในการตอบสนองความถี่สูงที่ไปได้ไกลมากของ QR 1 ส่งผลดีอย่างชัดเจนในแง่ของการถ่ายทอด บรรยากาศที่รู้สึกและจับต้องได้มากกว่า คือถ้าเป็นลำโพงทั่วไปที่ให้ความถี่ตอบสนองไปได้ไม่เกิน 20kHz เวลาฟังเพลงที่บันทึกสดอย่างเช่นอัลบั้ม Jazz At The Pawnshop, The Weaver Reunion At Carnegie Hall, Belafonte At Carnegie Hall รวมถึงอัลบั้มของค่าย Clarity Recordings กับงานเพลงของค่าย Opus 3 และ Proprius ที่บันทึกสดพร้อมกันทั้งวง จะฟังแล้วรับรู้ได้ถึงความอร้าอร่ามของซาวนด์สเตจที่ถูกห่อหุ้มด้วยแอมเบี้ยนต์ที่ห้อมล้อมอยู่โดยรอบ ซึ่งลำโพงบางคู่ไม่มี

สรุป

น่าเสียดายว่า ผมต้องยกลำโพงไปคืนตัวแทนเพราะต้องนำไปใช้ในงานที่เจ้าของแบรนด์เดินทางจากประเทศเดนมาร์กมาเปิดตัวแบรนด์และลำโพงรุ่นใหม่ในประเทศไทย ทำให้ผมต้องยก QR 1 ลงจากแท่นฟังของผมด้วยความเสียดาย เป็นการทดสอบอีกครั้งหนึ่งที่ผมรู้สึกสนุกไปกับการทดลองฟังมากเป็นพิเศษ

และหลังจากยกลำโพงกลับไปคืนแล้ว พอจะเริ่มลงมือบันทึกข้อมูลที่ได้ทดสอบมา ผมก็เพิ่งตะหนักว่า ผมลืมไปเลยว่า QR 1 มีราคาไม่ถึงสี่หมื่นบาทเท่านั้น ความรู้สึกที่ผมจดบันทึกไว้ตอนทดลองฟังมันตอนนั้น เป็นความรู้สึกที่ผมมีต่อเสียงที่ได้ยิน ไม่ได้เอา ราคาของมันเข้ามาประเมินไปกับสิ่งที่ได้ยินด้วย อืมม.. ถ้าจะให้เอาข้อมูลส่วนของราคาขายเข้ามาร่วมประเมินผลด้วย ผมอยากจะสรุปว่า ผู้ผลิตกับตัวแทนตั้งราคาขายลำโพงคู่นี้ต่ำเกินไป..!!! /

*****************************
ราคา : 38,000 บาท / คู่
*****************************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย :
Elpa Shaw Co., Ltd.
โทร. 0-2256-9683
facebook : Link

*****************************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า