รีวิวเครื่องเสียง beyerdynamic รุ่น LAGOON ANC Traveller หูฟังไร้สายบลูทูธ ขนาดครอบหู

หูฟังใกล้ที่จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญของมนุษย์เข้าไปทุกทีแล้ว โดยเฉพาะมนุษย์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ทั้งหลาย ทุกขณะที่เมืองขยายตัวขึ้น มีประชากรอาศัยหนาแน่นมากขึ้น ในแง่สังคมกลับหดแคบลงเรื่อยๆ ท่ามกลางฝูงชนที่คลาคล่ำ มนุษย์เมืองมีแนวโน้มที่จะปลีกวิเวกมากขึ้น อาจเป็นเพราะชีวิตในหนึ่งวันต้องถูกใช้ไปในการเข้าสังคมมากกว่าครึ่ง เมื่อมีโอกาสเพียงเล็กน้อย มนุษย์เมืองก็มักไขว่คว้าหามุมสงบทันที ปรากฏการณ์นี้พบเห็นได้ในเมืองใหญ่ทั่วไป โดยเฉพาะบนยานพาหนะเช่นรถไฟฟ้า และในร้านกาแฟที่อยู่ใจกลางเมือง

หูฟังเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ตัดความจอแจรอบข้าง

ลองถามตัวเองซิว่า คุณมี หูฟังใช้อยู่กี่ตัว.? ถ้าตอบว่า ไม่มีเลยสักตัว!เป็นไปได้มากว่าคุณไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่

อย่างน้อยที่สุด ถ้ามีสมาร์ทโฟนใช้ คนนั้นก็มักจะต้องมีหูฟังใช้ ซึ่งปัจจุบันนี้ สมอลทอล์คที่เคยใช้เทนลำโพงและไมโครโฟนของหูฟัง ได้ถูกหูฟัง stereo เข้ามาทำหน้าที่แทนจนหมดแล้ว เพราะหูฟังในปัจจุบันไม่ได้มีไว้แค่ใช้รับสายและพูดสายโทรศัพท์ แต่มีไว้ให้คุณฟังเสียงจากคลิปบน YouTube และฟังเพลงจากสตรีมมิ่งเซอร์วิส นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ หูฟังสำหรับตลาดคอนซูเมอร์ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างมากทุกด้าน ทั้งด้านรูปแบบ, ฟังท์ชั่นใช้งาน, ความสวยงาม และคุณภาพเสียง ที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่ในปัจจุบันก็คือการพัฒนาฟังท์ชั่นการใช้งานที่เน้นความสะดวก นั่นคือ หูฟังไร้สายที่ใช้คลื่น Bluetooth ในการเชื่อมต่อนั่นเอง

beyerdynamic LAGOON ANC Traveller
หูฟังไร้สายแบบครอบหูที่มาพร้อมฟังท์ชั่น ANC

beyerdynamic เป็นแบรนด์ผู้ผลิตหูฟังที่มีประวัติมาช้านาน เดิมทีนั้น แบรนด์นี้เก่งกาจอยู่ในวงการโปเฟสชั่นแนลและวงการบันทึกเสียง ทุกคนในวงการเหล่านั้นรู้จักชื่อแบรนด์นี้กันดี แต่จริงๆ แล้ว ในอดีตนั้น beyerdynamic ก็ได้ผลิตหูฟังสำหรับตลาดผู้ใช้ทั่วไปอยู่บ้าง เพียงแต่ว่า ยังไม่ได้กระโดดลงมาทุ่มเทสรรพกำลังลงในตลาด consumer อย่างจริงจัง เพิ่งจะตอนนี้เองที่เบเยอร์ไดนามิกหันมาทุ่มเทให้กับตลาดคอนซูเมอร์และตลาดเกมส์มิ่งอย่างเต็มที่และจริงจังมากขึ้น

แม้ว่าจะเพิ่งกระโจนเข้ามาในตลาดคอนซูเมอร์ไม่นาน แต่ beyerdynamic ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาตั้งใจมาจริงๆ ไม่ได้มาเล่นๆ ทำการบ้านมาหนักมาก เห็นได้จากฟังท์ชั่นต่างๆ ที่ใส่มาในหูฟังตัวนี้ล้วนเป็นไฮไล้ท์ที่คนเล่นหูฟังยุคนี้กำลังให้ความสนใจ และบางฟังท์ชั่นนั้นก็ถือว่าเป็น ไม้ตายที่ผู้ผลิตหูฟังหลายค่ายกำลังใช้ห้ำหั่นกันอย่างหนัก นั่นคือ ANC หรือ Active Noise Cancelling ซึ่งพูดได้เลยว่า ยุคนี้แบรนด์ไหนไม่มีถือว่าผิด สู้ใครเขาลำบาก เป็นฟังท์ชั่นที่ทำให้คนเมืองใช้ฉีกตัวเองหนีจากโลกที่วุ่นวายได้ชงัดนัก หลบเข้าไปอยู่ในโลกของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งแน่นอนว่า beyerdynamic ได้ติดอาวุธอันทรงพลังนี้มาให้กับ Lagoon ANC Traveller ตัวนี้ด้วยแล้ว (รายละเอียดในการใช้งานจะว่ากันในบทต่อไป)

รูปร่างหน้าตาของ LAGOON ANC Traveller
กับฟังท์ช่ันใช้งาน

ต่อไปผมจะขอเรียกหูฟังตัวนี้สั้นๆ ว่า “Lagoon ANCก็แล้วกัน ก่อนจะไปเจาะลึกกันในแง่ต่างๆ ของหูฟังตัวนี้ เรามาดูรูปร่างหน้าตาของมันก่อน ซึ่งโดยรวมๆ แล้วผมอยากจะบอกว่า รูปร่างภายนอกมันดูธรรมดาสามัญมาก

โครงสร้างหลักๆ ทั้งตัวบอดี้ของหูฟัง (speaker housing) ทำด้วยพลาสติกแข็งสีดำ ไปจนถึงแถบคาดศีรษะ (head band) ซึ่งใช้แผ่นโลหะบางๆ เป็นแกนใน แล้วห่อหุ้มภายนอกด้วยพลาสติกแข็งสีดำ ที่ใต้แถบคาดศีรษะกับ ear-pad มีบุด้วยวัสดุนุ่มๆ หุ้มหนังนิ่มๆ สีดำ ช่วยให้การสวมใส่มีความกระชับและนุ่มนวลมากขึ้น

มีกล่องใส่สำหรับพกพาออกไปนอกสถานที่ให้ด้วย เป็นกล่องทรงแข็งแต่น้ำหนักเบา ตรงรอยต่อระหว่างบอดี้ (speaker housing) กับแถบคาดศีรษะ (head band) ของตัวหูฟัง เชื่อมต่อกันด้วยกลไกที่สามารถพับตัวบอดี้ของหูฟัง (ศรชี้ภาพล่าง) ได้ทั้งสองข้างจนสามารถจัดเก็บลงกล่องได้

สวิทช์ควบคุมการทำงานฟังท์ชั่นต่างๆ ของ Lagoon ANC ถูกติดตั้งไว้ที่หูฟังข้างขวาทั้งหมด เริ่มจากสวิทช์ปรับตั้งการใช้งานฟังท์ชั่น ANC หรือ Active Noise Cancellation ซึ่งมีให้ปรับ 3 ระดับคือ ระดับ Level I (เลเวล วัน) กับระดับ Level II (เลเวล ทู) และปิดใช้งาน ฟังท์ชั่นนี้จะมีผลตัดเสียงรบกวนที่ระดับความถี่ต่ำๆ อย่างเช่น เสียงเครื่องยนต์ หรือเสียงล้อรางรถไฟ ล้อรถที่บดลงไปบนพื้นถนน ซึ่งตรงตำแหน่ง Level I กับ Level II ที่มีให้ปรับนั้นจะต่างกันที่ปริมาณของการตัดเสียง ในกรณีที่ไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่มีเสียงรบกวนรูปแบบนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้ โดยเฉพาะถ้าต้องการเน้นคุณภาพเสียงจากการฟังเพลงในกรณีที่ไม่ได้เดินทางไปไหน นั่งนิ่งๆ อยู่กับที่ แนะนำให้ปิดการทำงานของฟังท์ชั่น ANC จะได้เสียงดีกว่า

หรือในกรณีที่คุณใช้วิธีป้อนสัญญาณอินพุตให้กับหูฟังทางช่อง mini 3.5mm ก็สามารถใช้งานฟังท์ชั่น ANC ได้ แต่ตัวหูฟังต้องมีแบตฯ นะฟังท์ชั่น ANC ถึงจะทำงาน ซึ่งวิธีชาร์จไฟก็ง่ายๆ คือ ปิดเครื่อง และใช้สาย USB-C เสียบเข้าที่ช่องอินพุต USB-C แล้วสังเกตสีของไฟที่อยู่ด้านในตัวหูฟังซึ่งจะเปลี่ยนสีไปตามเปอร์เซ็นต์ของไฟที่ชาร์จ อย่างเช่น ถ้าไฟเป็นสีแดงกระพริบ แสดงว่าปริมาณไฟในแบตเตอรี่อยู่ในระดับไม่ถึง 30%, ถ้ากระพริบเป็นสีเหลืองแสดงว่ามีปริมาณไฟอยู่ระหว่าง 30 – 70%, ถ้ากระพริบเป็นสีเขียว แสดงว่าปริมาณไฟของแบตเตอรี่อยู่ระหว่าง 70 – 99% และถ้าไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวสว่างค้างคงที่ แสดงว่าชาร์จเต็ม 100% แล้ว

กลับไปที่ภาพบนอีกที ถัดจากสวิทช์ ANC ก็เป็นสวิทช์ควบคุมการเปิด/ปิดเครื่อง และเมื่อกดสวิทช์เลื่อนเลยตำแหน่ง On ไปจะเป็นการเปิดสัญญาณ Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวอื่น หรือจะใช้วิธีเชื่อมต่อ Bluetooth ผ่านฟังท์ชั่น NFC ที่ฝังอยู่ในหูฟังข้างซ้ายก็ได้ ถ้าอุปกรณ์ที่จะนำมาเชื่อมต่อกับหูฟังตัวนี้ต้องรองรับ NFC ด้วย

Light Guide System
ระบบแสดงสัญลักษณ์ด้วยแสงสี

เป็นครั้งแรกมั้งครับ ที่เอาระบบการแสดงสัญลักษณ์ด้วยการใช้แสงสีต่างๆ ในการแปลความหมาย ก่อนนี้ที่ผมเห็นก็มี DAC/Amp ของ Chord Electronics ที่ใช้ LED สีต่างๆ แสดงสถานะการทำงานของเครื่อง นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นนำเทคนิค Light Guide System (LGSมาใช้กับหูฟัง ซึ่งทาง beyerdynamic ก็คิดเยอะกว่าปกติในการนำเทคนิคนี้มาใช้ คือพวกเขาเอาไปใส่ไว้ที่ด้านในของหูฟัง เวลามันทำงานจะได้ไม่ส่องแสงสว่างออกมารบกวนสายตา

หูฟังตัวนี้ใช้งานระบบ Light Guide System (เรียกสั้นๆ ว่า LGS แล้วกัน) ในหลายหน้าที่ หลักๆ ก็มีแสดงสภาวะของปริมาณแบตเตอรี่ขณะกำลังชาร์จไฟ, แสดงสถานะการเชื่อมต่อ Bluetooth, แสดงเป็นสีส้มขณะกำลังเล่นเพลง, กระพริบเป็นสีฟ้าขณะที่มีสายโทรศัพท์เข้าและเปลี่ยนเป็นสีส้มขณะพูดสาย, กระพริบถี่เป็นสีชมพูตอนอัพเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ ฯลฯ เยอะมาก.. ปัญหาคือจะจำได้หมดมั้ย.? ถ้าใช้เป็นประจำติดต่อกันไปสักระยะหนึ่งคงจำได้เอง

กรณีกำลังฟังเพลงผ่านบลูทูธแล้วปลดหูฟังวางบนโต๊ะ ไฟแอลอีดีที่ด้านในหูฟังจะสว่างเป็นสีส้ม และเพลงที่กำลังฟังจะหยุดชั่วคราว (pause) อัตโนมัติ เมื่อหยิบหูฟังสวมบนศีรษะ เพลงจะเริ่มเล่นต่อทันที อันนี้เป็นอะไรที่เจ๋งมาก.!

ระบบสั่งงานแบบสัมผัส (gesture control)

หูฟังตัวนี้ติดตั้งเซ็นเซอร์ที่ใช้รองรับการควบคุมสั่งงานด้วยการใช้ปลายนิ้วสัมผัสไว้ที่หูฟังด้านขวา

ที่ด้านหลังบอดี้ของหูฟังข้างขวาถูกใช้ให้ทำหน้าที่เป็น touch pad ที่รองรับการสั่งงานด้วยการใช้ปลายนิ้วรูดและเคาะเบาๆ ไปบนพื้นที่บนหลังตัวหูฟังที่เรียกว่า touch pad ที่ว่านั้น สามารถปรับตั้ง “น้ำหนัก” ของปลายนิ้วที่เหมาะสมได้ตามถนัดของคนใช้ ซึ่งคำสั่งหลักๆ ก็คือป้ายปลายนิ้วไปในทิศต่างๆ เพื่อควบคุมการเล่นเพลง อาทิ สั่งเล่น/หยุดเล่น, ข้ามแทรคไปข้างหน้า ด้วยการรูดปลายนิ้วไปข้างหน้า (แบบรูปด้านบน), ถอยกลับไปแทรคก่อนหน้า ด้วยการรูดปลายนิ้วจากด้านหน้าไปด้านหลัง, เพิ่ม/ลดระดับความดัง ด้วยการรูดปลายนิ้วจากล่างขึ้นบน (เพิ่ม) และรูดจากบนลงล่าง (ลด) และใช้เคาะเบาๆ เพื่อรับสายและวางสายโทรศัพท์ เป็นฟังท์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้เยอะมาก

แอพลิเคชั่น MIY (Make It Yours)

หูฟังตัวนี้สามารถใช้งานร่วมกับแอพลิเคชั่นที่ชื่อว่า MIY ซึ่งเป็นแอพลิเคชั่นของ beyerdynamic เอง ซึ่งเป็นแอพฯ ที่มีฟังท์ชั่นพิเศษที่เกิดจากการทำงานของเทคโนโลยี 2 เทคโนโลยีร่วมกัน ส่วนแรกคือ เทคโนโลยี “active noise cancellingที่ล้ำหน้าล่าสุด กับอีกเทคโนโลยีคือ “sound personalized

เทคโนโลยี sound personalized ที่ beyerdynamic นำมาใช้ในหูฟังในขณะนี้พัฒนาโดยบริษัทที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบการได้ยินของมนุษย์ ชื่อว่า “Mimiโดยให้ชื่อเรียกผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาว่า “Mimi Definedซึ่งทาง beyerdynamic เรียกผลิตภัณฑ์ที่มีการทำงานของระบบ Mimi Defined อยู่ในตัวว่า “MOSAYCโดยนำเอาคำสั่งที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของฟังท์ชั่น sound personalized “Mimi Definedนี้ไปไว้บนแอพลิเคชั่นที่ชื่อว่า MIY ซึ่งมาจากคำว่า “Make It Yourมีทั้งเวอร์ชั่น iOS และ Android ดาวน์โหลดมาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนได้ฟรีจาก ที่นี่ สำหรับเวอร์ชั่น iOS และสำหรับเวอร์ชั่น Android ดาวน์โหลดได้จาก ที่นี่

ในแอพฯ MIY มีขั้นตอนให้คุณสร้างข้อมูลความสามารถในการได้ยินของหูทั้งสองข้างด้วยระบบทดสอบที่ให้คุณทำด้วยตัวเอง โดยการปล่อยความถี่ที่มีความเข้มของเสียงต่างๆ กัน จากนั้นแอพฯ จะบันทึกข้อมูลการได้ยินของหูทั้งสองข้างของคุณเอาไว้เพื่อดูว่า ประสาทหูของคุณมีความบกพร่องตรงความถี่ไหนบ้าง จากนั้นตัวแอพฯ จะทำการชดเชยอาการบกพร่องดังกล่าวเอาไว้ เป็น profile ของคุณเอง ขณะเปิดเพลงฟัง ถ้าคุณต้องการชดเชยความถี่ส่วนที่หูของคุณบกพร่องในการได้ยินลงไปในเพลงนั้น ก็กด activate โปรไฟล์ที่คุณบันทึกไว้ออกมาใช้ ฟังท์ชั่นนี้สามารถปรับเพิ่ม/ลดผลของมันได้ หรือจะสั่งปิด (deactivate) การทำงานของฟังท์ชั่นนี้ไปเลยก็ได้ ใครมีโอกาสซื้อหูฟังตัวนี้ไปใช้ ผมแนะนำให้ลองใช้ฟังท์ชั่นนี้ดู สนุกดี กับบางเพลงรู้สึกว่า เมื่อเปิดใช้ฟังท์ชั่นนี้แล้วเสียงดีขึ้น

ระบบเสียง (audio codecs) ที่รองรับ

โปรไฟล์ Bluetooth สำหรับสัญญาณเสียงที่ใช้ในหูฟังตัวนี้คือ A2DP รองรับระบบเสียงได้หลายฟอร์แม็ต นั่นคือ SBC, AAC, aptX และที่พิเศษคือฟอร์แม็ต aptX LL หรือ aptX Low Latency ซึ่งเป็นฟอร์แม็ตที่ให้คุณภาพเสียงดีกว่าฟอร์แม็ตอื่นๆ ในตระกูล aptX ด้วยกัน เพราะเป็นฟอร์แม็ตที่แทบจะไม่มีความหน่วงช้าของเสียง ให้เสียงที่เร็วทันกับสัญญาณภาพ เหมาะกับการเล่นเกมส์หรือดูคลิปเป็นพิเศษ

ประสิทธิภาพในการใช้งาน

จุดเด่นอย่างแรกของหูฟัง Lagoon ตัวนี้ที่ผมชอบมากคือมันเชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟน iPhone 7 ของผมได้เร็วมาก และมีความเสถียรสูงด้วย อย่างที่สองคือน้ำหนักเบา ส่วนการสวมใส่นั้น แม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกสบายเหมือนหูฟัง full size รุ่นใหญ่ๆ ที่ผมมีอยู่อย่าง AKG : K702/65th หรือ Sennheiser : HD650 แต่ด้วยการติดฟองน้ำนุ่มๆ บน ear-pad กับใต้แถบคาดศีรษะ ก็ช่วยให้ใส่สบายพอสมควร อีกอย่างที่อะเมซิ่งมากคือการควบคุมสั่งงานด้วยการใช้ปลายนิ้วรูดๆ และเคาะบนหลังตัวบอดี้ซึ่งทำงานได้อย่างที่ถูกออกแบบมา เพียงแต่ต้องใช้เวลากะเล็งตำแหน่งอยู่นานหน่อย

ระบบ ANC ก็ทำงานได้ผลดีน่าพอใจ ผมทดลองใส่ออกไปเดินข้างถนน พบว่ามันสามารถตัดเสียงรบกวนรอบๆ ข้างออกไปได้พอสมควร เหมือนจะไม่ได้ถูกตั้งให้ตัดเสียงความถี่สูงมาก ตอนใช้บนรถไฟฟ้าผมพบว่า มันตัดเสียงพูดคุยของคนรอบๆ ข้างออกไปได้ไม่เยอะ แต่ตัดเสียงล้อบดบนรางออกไปได้เยอะพอสมควร ตอนเปิดเพลงฟังไปด้วย ผมพบว่า เปิดใช้ ANC ฟังเพลงได้ยินรายละเอียดมากกว่า ที่ระดับ Level II ตัดเสียงได้มากกว่า Level I ฟังออกได้ชัด แต่ตอนที่ไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ เมื่อเปิดฟังเพลงผมไม่ได้เปิดใช้งาน ANC เลย

ส่วนคุณสมบัติที่เยี่ยมยอดที่สุดของหูฟังตัวนี้ที่ผมประทับใจมันมาก ก็คือ คุณภาพเสียงทั้งจากการฟังผ่าน Bluetooth และการฟังผ่านอินพุต mini 3.5mm ด้วยเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพา

เสียงของ Lagoon

เคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมคนที่ชอบฟังเพลง (แต่ไม่ได้เป็นนักเล่นเครื่องเสียง) จึงสามารถ อินกับเพลงที่เขาชอบได้อย่างสนิทใจ ทั้งๆ ที่เสียงเพลงที่เขาฟังผ่านอุปกรณ์เครื่องเสียงเหล่านั้นมันไม่ได้มีคุณภาพสูงส่งอะไรเลย ผมเองก็ยอมรับว่า เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน ชอบฟังเพลงมาตั้งแต่วัยรุ่นสมัยเรียนหนังสือชั้นมัธยมเรื่อยมาจนถึงขั้นมหาวิทยาลัย ซึ่งในช่วงนั้นผมมีแค่ซาวนด์อะเบ้าของ Akai กับหูฟัง Sony เล็กๆ และวิทยุกระเป๋าหิ้วโมโนของ Sanyo แค่เพียงสองชิ้นเท่านั้นที่คอยให้ความสุขในการฟังเพลงของผม

ย้อนไปในช่วงนั้น ผมก็รู้สึก อินกับเพลงที่ชอบมากนะ ไม่ได้สนใจในแง่ คุณภาพเสียงเลย จนมาเริ่มเล่นเครื่องเสียงหลังจากเริ่มทำงาน จนถึงบัดนี้ผมยอมรับว่า คุณภาพเสียงจากเครื่องเสียงดีๆ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผมมีมุมมองกับเพลงที่ผมชอบฟังเปลี่ยนไปจากเดิม (เสียงดีๆ) มันทำให้ผมขยับเข้าไปใกล้กับบทเพลงที่ฟังมากขึ้น ทุกครั้งที่ผมได้เจอกับเครื่องเสียงที่มีคุณภาพสูงๆ ได้ยินได้ฟังเพลงที่เคยชอบแล้ว ผมรู้สึกว่าเพลงเหล่านั้นมันมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ สัมผัสได้เลยว่า ศิลปินคนโปรดของผมกำลัง ตั้งใจร้องและเล่นเพลงนั้นให้ผมฟังด้วยหัวใจ เป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยพบเจอมาก่อนเลยตลอดช่วงเวลาสมัยวัยรุ่นที่เคยฟังเพลงเหล่านั้นมานับร้อยนับพันครั้ง.!

หูฟัง Lagoon ANC ตัวนี้คือหนึ่งในอุปกรณ์เครื่องเสียงที่สามารถมอบประสบการณ์แบบนั้นออกมาให้ผมได้สัมผัส มันทำให้เพลงที่ผมฟังมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ มันเปิดโปงรายละเอียดที่ซ่อนเร้นอยู่ในทุกเพลงออกมาให้ผมสัมผัส ไม่เลย.. มันไม่ได้เพิ่มเติมเสียงอะไรเข้าไปในเพลงที่ฟัง แต่มันได้นำเสนอ อารมณ์ของศิลปินที่กำลังบรรเลงอยู่ในเพลงนั้นออกมาให้สัมผัส และเผยให้ผมรู้ว่านักดนตรีกำลังใช้เทคนิคอะไรในการบรรเลงเครื่องดนตรีของเขา เป็นประสบการณ์ฟังที่แตกต่าง ลงลึก และให้อารมณ์เหมือนฟังการ “เล่นสด” มากกว่าฟังจากไฟล์เพลงอิเล็กทรอนิคที่ไร้ชีวิตอย่างที่เคยเป็นมา

อัลบั้ม : The Freewheelin’ Bob Dylan (DSF64)
ศิลปิน : Bob Dylan

ผมไม่เคยฟังอัลบั้มนี้อย่างได้อรรถรสมากเท่านี้มาก่อน! แน่นอนว่าลักษณะการร้องของบ็อบ ดีแลนกับเสียงกีต้าร์โปร่งของเขาไม่ได้มีอะไรที่ชวนให้น่าหลงไหลเลย ที่ผ่านๆ มาผมก็มักจะทนฟังได้แค่ถึงเพลงที่หกคือ “A Hard Rain’ A-Gonna Failเท่านั้น แต่วันนี้ผมฟังอัลบั้มนี้จนจบอัลบั้มด้วยความเพลิดเพลินในอารมณ์ไปกับหูฟัง Lagoon ANC ตัวนี้ ผมรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณเลยว่า หูฟังตัวนี้มันทำให้ผม เข้าถึงอรรถรสที่แท้จริงของอัลบั้มนี้ ทำให้ผมสัมผัสได้ว่า บ็อบร้องเพลงของเขาด้วยหัวใจ ไม่ได้ร้องด้วยเสียงแหบๆ แห้งๆ อย่างที่ผมได้ยิน แต่ละเพลงของเขามันเต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่ขับขานออกมาด้วยสำเนียงแปร่งๆ กับเสียงตะหวัดปลายแขนแกว่งไกวบนสายกีต้าร์โปร่งไปเรื่อยๆ

อัลบั้ม : Crises (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Mike Oldfield

บ้าชิบ.!!! ผมไม่นึกว่าหูฟังตัวนี้จะทำให้เพลงในอัลบั้มนี้เปลี่ยนไปจากเดิมที่ผมเคยฟังได้มากเท่านี้ ในครั้งก่อนๆ ที่ผมฟังอัลบั้มนี้ ผมจะ go along ไปกับท่วงจังหวะของเพลงที่ชวนติดตาม แต่วันนี้ ด้วยหูฟัง Lagoon ANC ตัวนี้ มันทำให้ผมได้สัมผัสกับรายละเอียดของเสียงในย่านแหลมที่พร่างพรายมากๆ มันเปิดเผยรายละเอียดที่เคยซ่อนเร้นกับแยกแยะตำแหน่งของเสียงออกมาได้อย่างน่าพิศวง มันชำแหละเสียงดนตรีในแต่ละเพลงออกมาเป็นเสี่ยงๆ ตั้งแต่ระดับ โครงสร้าง” (ซาวนด์สเตจ) ลงไปจนถึงระดับ คุณลักษณะปลีกย่อยของชิ้นดนตรีแต่ละชิ้น (อิมเมจ) ออกมาให้ได้ยิน ซึ่งทั้งหมดนั้นต่างก็เคลื่อนไหวอย่างไหลลื่นไปกับจังหวะของเพลงที่แม่นยำ หลังจากเพลิดเพลินกับเสียงเพลงไปสักพัก โลกของความจริงก็ดึงผมกลับมาให้ตะหนักรู้ว่า นี่ผมกำลังฟังเพลงจากการส่งผ่านข้อมูลเพลงระหว่าง iPhone 7 ของผมกับหูฟัง Lagoon ANC ตัวนี้ด้วยคลื่น Bluetooh เท่านั้น.!!

พระเจ้า..! ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะหูฟังตัวนี้มีอะไรพิเศษมากๆ ก็ต้องเป็นที่ระบบการส่งผ่านข้อมูลที่เยี่ยมยอด ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นกับการส่งข้อมูลผ่าน Bluetooth นี่นา หลังจากกลับไปคลิ๊กอ่านข้อมูลในเว็บไซต์ของ beyerdynamic อีกครั้ง ผมก็พบว่า หูฟังตัวนี้รองรับการรับส่งสัญญาณเพลงด้วยฟอร์แม็ต aptX LL ด้วย ซึ่งจากข้อมูลที่เคยอ่านมาเกี่ยวกับ aptX LL หรือ aptX Low Latency ทาง Qualcomm ผู้ผลิตชิป Bluetooth เคลมว่าเป็นฟอร์แม็ตที่ทำให้การรับส่งสัญญาณเสียงไร้ซึ่งอาการ delay ไม่มีอาการหน่วงช้าเหมือนฟอร์แม็ต aptX เดิมๆ ใครใช้ DAP ที่รองรับ aptX LL คงเห็นสวรรค์แน่ๆ นี่แค่ผมส่งสัญญาณจาก iPhone 7 ด้วยฟอร์แม็ต AAC ยังอภิรมย์มากขนาดนี้!

อัลบั้ม : A Night At The Opera (WAV 24/48)
ศิลปิน : Queen

จากที่ลองฟังเพลงที่จังหวะดุๆ มาแล้ว ผมรู้สึกว่า หูฟัง Lagoon ANC ตัวนี้มันไม่กลัวและกลับชอบเพลงที่มีท่วงทีสด กระจ่าง อัดพลังกันหนักๆ ฟังแล้วได้อารมณ์ปลดปล่อยดีจัง ไม่มีอาการอั้นๆ ยั้งๆ คอเพลงร็อคต้องตบแกชอบใจอย่างแน่นอนกับแนวเสียงของหูฟังตัวนี้ และเพื่อพิสูจน์ให้เห็นดำเห็นแดงกันไป ผมก็เลือกฟังอัลบั้มนี้ทันที และมันก็เป็นจริงอย่างที่คะเนไว้ หูฟังตัวนี้มันเปิดเวทีบนหัวผมให้เฟรดดี้วิ่งไปร้องไปอย่างสะใจ ผมเร่งเสียงค่อนข้างดัง พบว่าหูฟังตัวนี้คุมช่วงพีคของเสียงไว้ได้ดีมาก แน่นอนว่าเพลงประเภทนี้ต้องมีเสียงแตกปลายซิบๆ ออกมาบ้าง ถ้าไม่มีซิถือว่าแปลกและไม่ใช่ซาวนด์ของร็อค ข้อดีคือหูฟังตัวนี้มันไม่ได้เข้าไปเพิ่มอาการแตกปลายให้เกินไปจากที่อยู่ในเพลงจริงๆ ผมจึงไม่ได้รู้สึกรกหูเลย แต่ในขณะเดียวกัน กลับเต็มอิ่มไปด้วยพลังเสียงที่มันถ่ายทอดออกมาแบบไม่ยั้งมือ สะใจโก๋มากๆ ! โดยเฉพาะเพลงเด่นของอัลบั้มคือ “Bohemian Rhapsodyนั้น บอกเลยว่า ยิ่งกว่าฟังผ่านชุดเครื่องเสียงบ้านราคาหลักล้านซะอีก… ทุกเสียงเต็มไปด้วยพลัง หนักแน่น จังหวะแม่นยำ และรายละเอียดก็ยังคงเยี่ยมยอดเหมือนเคย โดยเฉพาะการแยกชิ้นดนตรีและเสียงร้อง ทำได้เด็ดขาดมาก..!!

อัลบั้ม : Tutti! – Orchestrl Sampler (DSF64)
ศิลปิน : Various Artists

หลังจากฟังเสียงของอัลบั้ม A Night At The Opera ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ผมริปจากแผ่น DVD ในเวอร์ชั่นฉลองครบรอบ 30 ปีของอัลบั้มนี้ ซึ่งบันทึกมาเป็นสัญญาณ 24/48 ผมพบว่า แอพลิเคชั่น Onkyo HF Player ที่ใช้เล่นไฟล์เพลงบน iPhone 7 ของผมมันทำการลดรูปสัญญาณ 48kHz ลงมาอยู่ที่ระดับ 44.1kHz ก่อนจะจัดส่งออกไปให้ Lagoon ANC ผ่านคลื่น Bluetooth (เป็นคุณสมบัติเด่นของแอพ Onkyo HF Player อยู่แล้ว) ทำให้ผมอยากลองเล่นไฟล์เพลงตระกูล DSD อย่างพวก DSF64 ดูบ้าง เลยเลือกอัลบั้มรวมเพลงคลาสสิกระดับหัวกะทิของค่าย Reference Recordings (RR) ชุด Tutti! ในเวอร์ชั่น DSD64 ออกมาฟัง แน่นอนว่า Onkyo HF Player ก็ทำการแปลงสัญญาณ DSD64 ให้ลงอยูที่ 44.1kHz ก่อนส่งให้ Lagoon ANC เหมือนกัน เสียงออกมาเต็มกว่าเนียนกว่าสะอาดกว่าฟังจากไฟล์ WAV 16/44.1 ขึ้นมาอีกระดับ

อัลบั้ม : Triangulo (DSF64)
ศิลปิน : Michel Camilo

งานเพลงของ มิเชล คามิโล่ อัลบั้มนี้เป็นลาตินแจ๊สที่มีจังหวะกระฉึกกระฉัก ฟังสนุกชวนขยับแข้งขยับขา การบันทึกเสียงดีมากๆ แยกแยะรายละเอียดของแต่ละเสียงดนตรีออกมาได้อย่างเด็ดขาด องค์ประกอบย่อยของแต่ละชิ้นพรั่งพรูออกมาครบ เด่นมากคือไดนามิกทรานเชี้ยนต์ที่กระชับฉับไว ซึ่งหูฟังตัวนี้สามารถถ่ายทอดลีลาดนตรีของอัลบั้มนี้ออกมาได้อย่างน่าพอใจ ไทมิ่งเยี่ยมยอดมากๆ ทุกชิ้นเสียงทุกโน๊ตให้อิมแพ็คที่คมเป๊ะ ไร้อาการพล่าเลือนของตัวโน๊ตให้ได้ยิน สามารถไล่ตามเสียงเปียโนของมิเชล คามิโล่ได้ตลอด คมชัดทุกเม็ด จังหวะเพลงกำลังดี ไม่ช้า ไม่อืด และไม่เร่งจนเกินสปีดจริง ฟังแทรคที่ 2 เพลง “La Comparsaจะเห็นว่ามือเบส มือกลอง และมือเปียโนคือตัวมิเชลเอง เล่นแยกกันไปคนละทาง จังหวะตบจังหวะยกไม่ตรงกัน แต่นับโน๊ตได้ลงห้องกัน โชว์ทักษะที่แม่นยำของนักดนตรีวงนี้ออกมาให้เห็น และหูฟังตัวนี้ก็สามารถแยกแยะไทมิ่งของแต่ละเสียงดนตรีในแทรคนี้ออกมาได้เด็ดขาดจากกัน ไม่มีอาการช้าหน่วงเลย สุดยอดมาก!

สรุป

เสียงของ Lagoon ANC มันให้ความรู้สึก อิสระกับเพลงที่ฟังมากกว่าหูฟังแบบ closed back ตัวอื่นๆ อย่างชัดเจน เปิดโดยรวมเปิด กระจ่าง รายละเอียดที่เปิดเผยออกมาสามารถไต่ลึกลงไปถึงระดับ Low Level สามารถสัมผัสได้กับฮาร์มอนิกของเสียงในระดับที่บางเบา ทำให้ได้เสียงที่ผ่อนคลายและได้บรรยากาศของเสียงที่เปิดโล่ง อีกคุณสมบัติของเสียงที่ผมประทับใจจากหูฟังตัวนี้ นั่นคือ สปีดในการตอบสนองกับสัญญาณที่ไม่มีอาการหน่วงช้า (delay) เข้าไปผสมกับเพลง จึงได้ไทมิ่งของจังหวะเพลงที่แม่นยำ ฟังสนุกมาก

Lagoon ANC เป็นหูฟังที่ผสมผสาน เทคโนโลยีปัจจุบันเพื่อการใช้งานในส่วนอื่นๆ กับ คุณภาพเสียงในการฟังเพลงเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก บางตัวที่ผมเจอ ฟังท์ชั่นที่ใช้งานด้านอื่นดีมากแต่เสียงแย่ บางตัวเสียงดีแต่ฟังท์ชั่นอื่นๆ ไม่ค่อยเสถียร แต่ Lagoon ANC ตัวนี้ทำได้ดีทั้งสองด้าน /

*************************
ราคา = 16,490 บาท / ตัว
*************************
นำเข้าโดย :
. Brand Identity and Innovation Co.,Ltd.
โทร. 02-107-6480

สนใจสั่งซื้อได้ที่
Lazada

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า