รีวิวเครื่องเสียง : Devialet รุ่น EXPERT Pro 220 Core Infinity เน็ทเวิร์ค อินติเกรตแอมป์ จากประเทศฝรั่งเศส

เป็นอีกครั้งที่ผมลังเลในการเลือกใช้คำจำกัดความสำหรับอุปกรณ์เครื่องเสียงตัวนี้ ตอนแรกผมเรียกมันว่า อินติเกรตแอมป์ซึ่งดูเผินๆ ก็น่าจะถูกต้องแล้ว เพราะมันมีภาคขยายเสียงกับอินพุตอยู่ในตัวถังเดียวกัน

แต่พอพิจารณาลึกๆ ลงไปอีกที ดูเหมือน EXPERT Pro 220 ตัวนี้จะมีอะไรมากไปกว่าความหมายของ อินติเกรตแอมป์แบบเดิมๆ ที่เราเคยใช้มา

สุดท้ายผมก็ตัดสินใจที่จะใช้คำจำกัดความไปตามที่ผู้ผลิตเรียก นั่นคือ เป็น “System” !

Evolution System ?

ระบบเสียงที่ได้มาจากการปฏิวัติ อือมม… ฟังดูเหมือนคำโฆษณาหรูๆ แต่ถ้าพิจารณาเจาะลึกลงไปที่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จริงๆ คุณจะต้องรู้สึกเหมือนผมว่า คำกล่าวนั้นไม่ได้เกินความเป็นจริงไปเลยแม้แต่น้อย.!

เพราะพวกเขา หรือกลุ่มคนที่ Devialet ได้เริ่มปฏิวัติภาคแอมปลิฟายไปแล้วเรียบร้อยตั้งแต่ปี 2010 ด้วยการนำเอาการทำงานของภาคขยายสัญญาณแบบอะนาลอก class-A กับความสามารถในการจ่ายกำลังเสริมของวงจรขยายแบบดิจิตัล class-D เข้ามาทำงานร่วมกัน คิดค้นพัฒนาจนได้ออกมาเป็นแอมปลิฟายสายพันธุ์ไฮบริดชนิดพิเศษที่พวกเขาให้ชื่อเรียกว่า Analog Digital Hybrid (ADH) ซึ่งเป็นแอมปลิฟายที่ผสมผสานจุดเด่นของวงจรขยายทั้งสองคลาสเข้าด้วยกัน แล้วนำมาบรรจุลงในผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า Devialet ตั้งแต่รุ่นแรกที่ทำออกมาเมื่อปี 2014

ผมได้สัมผัสเสียงของแอมปลิฟาย ADH ครั้งแรกตอนทดสอบรุ่น D170 เมื่อหลายปีก่อนโน้น ได้ยินปั๊บก็หลงรักเสียงของมันทันที เพราะมันเป็นลักษณะเสียงที่มาครบในองค์ประกอบหลักๆ ของเสียงอย่างที่อยากได้ คือ ได้ทั้งความนวลเนียน/ต่อเนื่อง + ความเร็ว/พลังเสียง ซึ่งในอดีตนั้นไม่เคยได้มาครบๆ แบบนี้ คือถ้าอยากได้ความนวลเนียนและต่อเนื่อง ก็ต้องไปทางแอมป์ class-A แต่ก็จะตกหล่นในเรื่องพลังเสียง และในทางกลับกัน อยากได้เสียงที่มีพลังก็ต้องไปเล่นแอมป์ class-D ซึ่งก็ขาดความนุ่มเนียนไปอีก แม้ว่าจะมีแอมป์ class-AB ที่พยายามผสมผสานข้อดีของแอมป์ class-A กับ class-B เข้าด้วยกัน แต่ภาคขยายกำลังแบบ class-B ก็ยังมีประสิทธิภาพไม่สูงพอที่จะไปกันได้ลงตัวกับภาคขยาย class-A ที่ใช้ขยายสัญญาณในสเตจของอินพุต ได้อย่างเสียอย่างมาตลอด

เมื่อ ADH ของ Devialet ปรากฏโฉมออกมา ความฝันของผมก็กลายเป็นความจริง.!

EXPERT Pro ไม่ได้ปฏิวัติแค่ส่วนของแอมปลิฟาย แต่ได้นำเอาความฝันของนักนิยมเครื่องเสียงที่ไม่เคยเป็นจริงมาทำให้จับต้องได้อีกหลายอย่าง ซึ่งเหล่านั้นก็ถือว่าเป็น Evolution ในวงการเครื่องเสียงไฮไฟฯ เช่นกัน นั่นคือ เทคโนโลยีที่ชื่อว่า SAM, RAM และล่าสุดคือ Core Infinity

Speaker Active Matching (SAM)

นี่คือสุดยอดของการทำความฝันให้เป็นจริงของ Devialet ซึ่งคนที่เล่นเครื่องเสียงมานานๆ จะทราบดีว่า ความเข้าขากันอย่างมาก หรือพฤติกรรมที่เรียกว่า matching ระหว่างแอมปลิฟายกับลำโพงคือหัวใจสำคัญที่มีผลมหาศาลต่อ คุณภาพเสียงโดยรวม

คนทำแอมป์ทุกคนไม่มีสิทธิ์รู้เลยว่า เขาจะต้องทำการปรับจูนแอมปลิฟายของเขาแบบไหนจึงจะสามารถทำงานได้แม็ทชิ่งเข้าขากับลำโพง ทุกคู่ในโลกนี้ เนื่องเพราะ ลำโพงแต่ละรุ่นต่างก็มีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน นั่นทำให้ ลำโพงแต่ละรุ่นมีความต้องการแอมปลิฟายที่มีพฤติกรรมเฉพาะตัวแบบใดแบบหนึ่งที่มี DNA สอดคล้องกัน มาทำงานร่วมกัน จึงจะได้ผลลัพธ์ของเสียงออกมาดีที่สุด นั่นคือ แม็ทชิ่งกันมากที่สุดนั่นเอง

หิ้วลำโพงคู่หนึ่ง ไปทดลองฟังกับแอมป์ทุกตัวที่มีในโลก ก็ใช่ว่าแอมป์ทุกตัวจะทำให้ลำโพงคู่นั้นให้เสียงออกมาได้ดีเท่ากัน.!

เพื่อก้าวข้ามปัญหานี้ วิศวกรของ Devialet ออกเดินทางไปทั่วโลก หอบหิ้วแอมปลิฟายของพวกเขาพร้อมเครื่องวัดเลเซอร์ไปทดลองขับลำโพงมาแล้วหลายร้อยรุ่นที่มีอยู่ในโลกนี้ เหตุที่พวกเขาทำแบบนั้นก็เพื่อตรวจวัดพฤติกรรมของลำโพงที่เกิดขึ้นเมื่อถูกขับด้วยแอมปลิฟายของพวกเขา หลังจากได้ข้อมูลที่วัดเก็บมาแล้ว พวกเขาก็นำข้อมูลเหล่านั้นไปสร้างเป็นซอฟท์แวร์ Profile สำหรับ compensate การทำงานภายในแอมปลิฟายของพวกเขาเพื่อให้สอดคล้องลงตัวกับพฤติกรรมของลำโพงรุ่นนั้นๆ นั่นก็หมายความว่า ถ้าคุณใช้ลำโพงรุ่นที่มีข้อมูลโปรไฟล์อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของ Devialet และถ้าคุณซื้อแอมปลิฟาย Devialet ไปใช้งานร่วมกับลำโพงรุ่นนั้น คุณก็สามารถดาวน์โหลดข้อมูล profile ของลำโพงรุ่นนั้นที่ทีมวิศวกรของ Devialet ทำเอาไว้ไปติดตั้งลงบนแอมปลิฟาย Devialet ของคุณ เพียงเท่านั้น แอมป์ Devialet ของคุณกับลำโพงรุ่นนั้นของคุณจะทำงานเข้าขากันมากที่สุด แม็ทชิ่งกันมากที่สุด และเสียงที่คุณได้ออกมาก็คือคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดเท่าที่ลำโพงคู่นั้นของคุณจะสามารถให้ออกมาได้

ผมทดลองใช้ลำโพง ATC รุ่น SCM7 จับกับแอมป์ตัวนี้ ในการปรับตั้งการทำงานของแอมป์ด้วยฟังท์ชั่น SAM โดยเลือกโปรไฟล์ของลำโพง ATC รุ่นนี้ขึ้นมาใช้ จะเห็นว่า ในฟังท์ชั่น SAM มีข้อมูลโปรไฟล์ของลำโพง ATC อยู่หลายรุ่นให้เลือกใช้


นี่คือความหมายของ SAM หรือ Speaker Active Matching ซึ่งไม่ใช่การแม็ทชิ่งเฉพาะแค่ตัวเลขสเปคฯ ค่าเฉลี่ยที่พิมพ์อยู่ในโบร์ชัว แต่หมายถึงการแม็ทชิ่งไปตามพฤติกรรมขณะใช้งานจริงระหว่างแอมป์ Devialet กับลำโพงรุ่นนั้นๆ ซึ่งเป็นอะไรที่ยังไม่เคยมีผู้ผลิตแอมปลิฟายเจ้าไหนทำได้มาก่อน.!!!

Record Active Matching (RAM)

เสียงที่ดีคือเสียงของ Sytem ไม่ใช่เสียงที่มาจากอุปกรณ์ส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น ข้อเท็จจริงนี้บอกให้เรารู้ว่า การแม็ทชิ่งระหว่าง “output ของแอมปลิฟายกับ “input ของลำโพงยังไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์ของคำว่าเสียงดี เพราะมันเป็นการ matching ระหว่างห่วงโซ่แค่ข้อเดียวของซิสเต็มเท่านั้น ยังไม่ครบถ้วนทั้งระบบ

ชุดเครื่องเสียงประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วนหลักๆ คือ (1) แหล่งต้นทางสัญญาณ (source) + (2) แอมปลิฟาย (amplifier) + (3) ลำโพง (speaker) ซึ่งวิศวกรเครื่องเสียงทุกคน รวมถึงวิศวกรของ Devialet ต่างก็ทราบดีถึงโครงสร้างพื้นฐานนี้ หลังจากทำให้เอ๊าต์พุตของแอมป์ Devialet ทำงานแม็ทชิ่งกับลำโพงได้อย่างลงตัวมากที่สุดแล้ว ก้าวต่อไปของพวกเขาก็คือ คิดค้นกลวิธีที่จะทำให้ source กับ amplifier ซึ่งเป็นอีกห่วงโซ่ของซิสเต็มสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย (ความหมายคือแม็ทชิ่งกันมากที่สุดนั่นเอง)

เนื่องเพราะ สัญญาณต้นทางมีหลากหลายแหล่งมาก อีกทั้งลักษณะของสัญญาณต้นทางก็มีสเปคฯ ที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น สัญญาณเสียงที่ได้จากการทำงานของหัวเข็มแต่ละตัวบนเครื่องเล่นแผ่นเสียงก็มีสเปคฯ ที่แตกต่างกันไปมากมาย แถมยังเป็นสัญญาณที่มีความอ่อนไหวไปกับตัวแปรอื่นๆ ได้ง่าย วิธีที่วิศวกรของ Devialet เลือกใช้ในการทำให้สัญญาณเสียงจากหัวเข็มของเครื่องเล่นแผ่นเสียงมีพฤติกรรมที่ matching กับอินพุตของแอมปลิฟายของพวกเขาให้มากที่สุดก็คือ เริ่มด้วยการออกไปเก็บข้อมูลของหัวเข็มที่มีขายอยู่ในตลาดเข้ามาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ให้มากที่สุด เพื่อกำหนดใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการออกแบบและเอาไว้ให้คุณเลือกปรับตั้งค่าของภาคโฟโนในตัวแอมปลิฟายของ Devialet ให้เหมาะสมกับพารามิเตอร์ต่างๆ ของหัวเข็มตัวนั้น ซึ่งทำให้การปรับตั้งค่ามีความแม่นยำกว่าการปรับตั้งจากค่ากลางที่ไม่มีอะไรอ้างอิงเลย

หน้าตาอินเตอร์เฟซของฟังท์ชั่น RAM ของ EXPERT Pro 220 ซึ่งในนั้นมีให้ปรับตั้งแยกเป็น 3 ระดับคือเลือกโปรไฟล์ของหัวเข็มซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานอย่างเช่น Level และ Loading ส่วนอีกสองระดับคือ Advanced Settings กับ Special Modes ซึ่งมีให้ปรับตั้งค่าที่ลึกลงไปอีกระดับ


ทั้งหมดนี้คือยี่ห้อของหัวเข็มที่ Devialet เก็บข้อมูลไว้ในเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้คุณเลือกปรับตั้ง ได้แก่ Air Tight / Audio Technica / Benz / Clearaudio / Denon / Dynavector / Goldring / Grado / Lyra / Nagaoka / Ortofon / Pro-Ject / Rega / Roksan / Shure / Sumiko และ Wilson Benesch นอกจากนั้น แต่ละยี่ห้อยังมีรุ่นให้เลือกอีกจำนวนมาก ซึ่งเท่าที่ผมดูคิดว่า น่าจะครอบคลุมหัวเข็มที่นิยมกันในวงการไว้เกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งไม่เคยมีภาคโฟโนตัวไหนที่เปิดโอกาสให้คุณสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างละเอียดตรงกับพารามิเตอร์ของหัวเข็มรุ่นนั้นจริงๆ นั่นการันตีได้ถึงความแม็ทชิ่งกันแบบเนียนสุดๆ และนี่ก็คือ RAM หรือ Record Active Matching ที่ทำให้ Devialet EXPERT Pro เป็น dream machine สำหรับคนเล่นแผ่นเสียงทุกคน!

AIR & Core Infinity
นี่คือไฮไล้ท์ของ EXPERT Pro เวอร์ชั่นล่าสุดนี้
ที่พร้อมกับการเชื่อมต่อสำหรับอนาคต!

ในเชิงวิศวกรรมแล้ว ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ใดก็ตาม ถึงแม้ว่าจะออกแบบและผลิตขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำเลิศมาก แต่ถ้าไม่ตอบโจทย์ในการใช้ประโยชน์จริงๆ ก็ไม่ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ทรงคุณค่าใดๆ

ในอดีต ยุคที่สัญญาณเพลงบรรจุอยู่บนตัวกลางประเภท disc-based นั้น การเชื่อมต่อสัญญาณเอ๊าต์พุตของเครื่องเล่นประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นซีดีและเครื่องเล่นแผ่นเสียงเข้ากับอินพุตของแอมปลิฟาย จำเป็นต้องอาศัยสายสัญญาณอะนาลอกหรือไม่ก็สายดิจิตัลเป็นตัวกลาง ซึ่ง Devialet EXPERT Pro 220 ตัวนี้ก็มีอินพุตแแบบใช้สายเหล่านั้นมาให้ครบทั้งสองประเภท แถมยังเปิดโอกาสให้คุณปรับตั้งช่องอินพุตแต่ละช่องได้ด้วยว่าจะให้มันทำหน้าที่รองรับสัญญาณดิจิตัลหรืออะนาลอกจากเครื่องเล่นประเภทไหน ซึ่งคุณยังสามารถสลับปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาอีกด้วย

แต่เนื่องจากรูปแบบการเล่นและการฟังเพลงปัจจุบันนี้ได้ถูกเทคโนโลยีดิจิตัลปรับเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก ส่งผลให้พฤติกรรมในการฟังเพลงของคนสมัยนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนไปด้วย นั่นทำให้แนวโน้มการออกแบบอุปกรณ์เครื่องเล่นเพลงยุคใหม่ๆ จึงมุ่งหน้าไปที่ 3 เรื่องหลักๆ คือ

1) ความสามารถในการรองรับคอนเท็นต์ลักษณะต่างๆ จากแหล่งต่างๆ
2) ความสะดวกในการควบคุมสั่งงาน และ
3) คุณภาพเสียง

แผงวงจรส่วนที่ติดตั้งคอมโพเน้นต์ที่ใช้ในการทำงานของ Core Infinity


ในแง่ของความสะดวก ต้องยอมรับว่า การเล่นเพลงบนอุปกรณ์พกพาแล้วเชื่อมโยงการส่ง/รับสัญญาณเพลง (เรียกว่าการ “stream”) กับอุปกรณ์ตัวอื่นๆ ผ่านทางระบบไร้สาย (Wireless) กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากและคาดเดาได้ไม่ยากว่าจะเป็นเทรนด์สามัญในอนาคตด้วย ซึ่งปัจจุบัน วิศวกรของ Devialet ได้บรรจุความสามารถในการรองรับการเล่นไฟล์เพลงด้วยวิธีไร้สายเข้ามาไว้ใน EXPERT Pro ทุกรุ่นแล้ว และเพื่อให้บรรลุถึงที่สุดในแง่ของคุณภาพเสียง ทาง Devialet เลือกใช้กรรมวิธีการเชื่อมต่อสัญญาณไร้สายระหว่างอุปกรณ์เครื่องเล่นภายนอกกับ EXPERT Pro ด้วยเทคโนโลยี wireless Wi-Fi ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไร้สายที่ให้คุณภาพเสียงสูงกว่า Bluetooth มาก

เทคโนโลยีที่ Devialet คิดขึ้นมาใช้ในการสตรีมสัญญาณเพลงผ่าน wireless Wi-Fi และผ่าน Ethernet มีชื่อว่า AIR ซึ่งมาจากคำว่า “Asynchronous Intelligent Routeซึ่งปัจจุบัน ระบบสตรีมมิ่ง AIR ที่ทีมวิศวกรของ Devialet คิดค้นขึ้นมานี้ สามารถรองรับการรับ/ส่งสัญญาณระหว่างกันได้สูงถึงระดับ 24/192 แล้ว ส่วนเทคโนโลยีไร้สายที่ compactible กับ AIR จนถึงเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ก็แทบจะครบหมดแล้ว ไม่ว่าคุณจะเล่นเพลงด้วยแอพฯ iTunes ของค่าย Apple ผ่าน AirPlay, เล่นเพลงด้วยแอพฯ Spotify Connect ของ Spotify, เล่นเพลงด้วยแอพฯ TIDAL หรือเล่นไฟล์เพลงด้วยแอพฯ roon คุณก็จะมองเห็น Devialet EXPERT Pro 220 ตัวนี้เป็น endpoint หรือปลายทางที่แอพฯ เหล่านั้นจะสามารถส่งสัญญาณเสียงไปให้ได้โดยผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สาย

เล่นเพลงที่อยู่ในสมาร์ทโฟน iOS (ซ้าย) รวมถึงเล่นเพลงจากผู้ให้บริการ streaming service TIDAL และ Spotify (ขวา) ผ่านทาง AirPlay ไปที่ Devialet EXPERT Pro 220


เทคโนโลยี AIR ที่ Devialet คิดค้นขึ้นมามีความเจ๋งยังไง.? เจ๋งตรงที่มันสามารถควบคุมการส่งข้อมูลเสียงเพลงทั้งจากอุปกรณ์พกพา และจากคอมพิวเตอร์ของคุณไปที่ตัวรับคือ EXPERT Pro 220 โดยที่ข้อมูลเพลงทุกบิตที่ไปถึงปลายทางมีความเป็น “BitPerfectอย่างสมบูรณ์เหมือนต้นฉบับทุกประการ โดยไม่มีความคลาดเคลื่อนทางด้าน time ที่ใช้ในการรับ/ส่งข้อมูลระหว่างกันเกิดขึ้นเลย (นั่นคือจิตเตอร์แทบจะเป็นศูนย์!) มันทำได้ด้วยการ ล็อคแบนด์วิธในการรับ/ส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต้นทางกับอินพุตของ EXPERT Pro 220 ด้วยวิธี Asynchronous นั่นเอง

รีโมทไร้สายที่ให้มาพร้อมตัวเครื่องดูอลังการมาก และใช้งานได้สะดวกมากๆ ด้วย ..!


สปีดในการรับสัญญาณเพลงทางฝั่ง EXPERT Pro 220 เป็นคนกำหนดความเร็วให้กับต้นทาง (อุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์) ไม่ได้ปล่อยให้ต้นทางซึ่งเป็นคนส่งข้อมูลเป็นคนกำหนดสปีดในการส่ง แต่ต้องคอยรับคำสั่งและจัดสปีดในการส่งข้อมูลตามออเดอร์ของต้นทาง นอกจากนั้น ภายในตัว EXPERT Pro 220 ยังมีระบบบัฟเฟอร์ที่ออกแบบมาให้จัดการกับข้อมูลทั้งที่รับเข้ามาและส่งให้กับภาค DAC ที่มีประสิทธิภาพอยู่ด้วย และก่อนที่ข้อมูลเสียงเพลงจะถูกส่งเข้าสู่ภาค DAC สัญญาณเพลงจากบัฟเฟอร์จะถูกลำเลียงเข้าสู่ RAM ก่อนเพื่อให้การจัดส่งเข้าสู่ภาค DAC เป็นไปด้วยความราบรื่นที่สุด

ภาพบนจะเห็นว่า ในขณะทำงานนั้น ทาง EXPERT Pro 220 จะได้ส่งสัญญาณคำสั่งเพื่อควบคุมอัตราการส่งข้อมูลไฟล์เพลงมาที่คอมพิวเตอร์ด้วย (เส้นลูกศรสีดำในภาพ) ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้เก็บไฟล์เพลง (หรือเชื่อมต่ออยู่กับฮาร์ดดิสที่เก็บไฟล์เพลง) ในภาพล่างสุด เมื่อเล่นด้วยโปรแกรม roon จะเห็นว่ามีไดเวอร์ Devialet AIR เข้ามาคั่นระหว่าง Soure กับ Output เพื่อจัดการให้การรับ/ส่งข้อมูลสัญญาณเพลงมีความแม่นยำตามสปีดของภาค DAC ในตัว EXPERT Pro 220 ให้มากที่สุด

UPnP Renderer

เมื่อคุณนำ EXPERT Pro 220 ตัวนี้ไปเชื่อมต่อกับเน็ทเวิร์คด้วยสาย Ethernet มันจะทำตัวเป็น network DAC สำหรับการเล่นไฟล์เพลงด้วยโปรแกรมที่รองรับมาตรฐาน UPnP AV ผ่านทางเน็ทเวิร์คได้ด้วย

หน้าตา Preference ของโปรแกรมเพลเยอร์ Audirvana Plus บน Mac

ลักษณะการทำหน้าที่เป็น Network DAC ของ Devialet EXPERT Pro 220 โดยรับสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมโดยโปรแกรมเล่นไฟล์เพลง Audirvana Plus และใช้แอพ A+ ควบคุมการเล่นไฟล์เพลงบนสมาร์ทโฟน


ผมลองใช้โปรแกรม Audirvana Plus เล่นไฟล์เพลงบนคอมพิวเตอร์ Mac mini ที่เชื่อมต่อกับเน็ทเวิร์คผ่านทางสาย Ethernet (มี router เป็นตัวกลาง) ปรากฏว่าโปรแกรม A+ มองเห็นตัว EXPERT Pro 220 ไปปรากฏเป็น Audio Device อยู่ในเอ๊าต์พุตของโปรแกรม A+ ด้วย ในชื่อว่า UPnP: Devialet Expert Proซึ่งรองรับการเล่นไฟล์เพลงได้ทั้งฟอร์แม็ต PCM และ DSD

เซ็ตอัพ

แอมป์ตัวนี้มีรูปแบบการใช้งานบางอย่างที่แตกต่างจากแอมป์ทั่วไปอยู่พอสมควร ที่ชัดเจนที่สุดคุณจะพบได้ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นใช้งานหลังจากแกะเครื่องออกมาจากกล่อง พวกเขาที่ Devialet ใช้วิธีการที่ชาญฉลาดในการ ปรับตั้ง” (configuration) การทำงานของตัวเครื่องด้วยวิธีการออกแบบโปรแกรมขึ้นมาตัวหนึ่ง ให้ชื่อว่า configuratorไปฝังไว้บนเว็บไซต์ ซึ่งโปรแกรมตัวนี้จะมีลักษณะเป็น UI (User Interface) ที่ผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบการปรับตั้งการทำงานของฟังท์ชั่นต่างๆ ของตัวเครื่องได้ง่าย แค่คลิ๊กลงบนโปรแกรมนี้ ลักษณะการปรับตั้งที่ผู้ใช้สามารถกำหนดเลือกได้ก็มีเช่น กำหนดให้ขั้วต่ออินพุตที่ให้มาทำหน้าที่เป็นช่อง digital input หรือทำหน้าที่เป็นช่อง analog input ก็ได้, จะกดเลือกอินพุตบางตัว อย่างเช่น optical ให้มีสถานะ On (ใช้งานได้) หรือ Off (ปิด ไม่ให้ใช้) ก็ได้, กำหนดระดับของวอลลุ่มได้ และอีกมาก ฯลฯ ซึ่งแต่ละขั้นตอนการปรับตั้งจะมีคำอธิบายไว้ด้วย นับว่าเป็นการออกแบบโปรแกรม interface ที่ดีมากๆ ใช้งานง่ายและถึงแม้ว่าจะไม่ได้เก่งคอมพิวเตอร์ก็เข้าใจได้ไม่ยาก หลังจากเลือกการปรับตั้งในส่วนต่างๆ เสร็จแล้ว ก็สั่ง save ข้อมูลการปรับตั้งนั้นลงบน SD card แล้วนำ SD card นั้นไปเสียบเข้าที่ช่อง SD card reader ที่อยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง เมื่อเสียบสายไฟเอซีและกดปุ่มเปิดเครื่องบนตัวรีโมทฯ แล้ว ตัวเครื่องจะโหลดคำสั่งที่คุณกำหนดการทำงานของมันบน SD card เข้ามากำหนดการทำงานของตัวเครื่อง ตรงตามที่คุณกำหนดไว้ ซึ่งคุณก็สามารถเปลี่ยนแปลงการกำหนดนี้ได้ตลอดเวลา อย่างสมมุติว่า คุณไปซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงมาใช้เพิ่มเติมในซิสเต็มเดิม คุณก็ไปที่คอมพิวเตอร์ > เข้าไปในโปรแกรม Configurator แล้วกำหนดการทำงานใหม่ ให้ช่องอินพุตที่ไม่ได้ใช้งานทำหน้าที่เป็นช่อง Phono เพื่อรองรับสัญญาณเสียงจากหัวเข็มของเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่คุณเพิ่มเติมเข้ามาได้เลย หลังจากปรับตั้งเสร็จ คุณก็เอา SD card อันเดิมที่เสียบอยู่ที่ตัว EXPERT Pro 220 ไปใส่ข้อมูลใหม่ที่คุณปรับตั้งไว้ จากนั้นก็นำมาเสียบเข้ากับ EXPERT Pro 220 หลังจากเปิดเครื่องขึ้นมาแล้ว ข้อมูลที่คุณเขียนคำสั่งขึ้นมาใหม่จะถูกดึงเข้าไปจัดตั้งการทำงานของเครื่องตามที่คุณกำหนดไว้ทันที

หน้าตาอินเตอร์เฟซของโปรแกรม Configurator ซึ่งดูแล้วเข้าใจง่าย ปรับตั้งก็ง่าย..


สำหรับการ แม็ทชิ่งกับลำโพงนั้น ต้องนับว่าแอมป์ฯ ตัวนี้มีความพิเศษกว่าตัวอื่นมาก โดยเฉพาะในกรณีของลำโพงที่คุณใช้อยู่มีข้อมูล Profile บันทึกเก็บอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ของ Devialet เพราะโปรแกรม SAM จะดึงข้อมูลโปรไฟล์ของลำโพงนั้นมาปรับตั้งการทำงานของตัวเครื่อง ทำให้การแม็ทชิ่งระหว่างเอ๊าต์พุตของ EXPERT Pro 220 กับลำโพงคู่นั้นมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากกว่าการจับลำโพงกับแอมป์ฯ มาต่อสายเชื่อมกันโต้งๆ โดยไม่มีข้อมูลโปรไฟล์ของลำโพง จากการที่ผมทดลองใช้ลำโพง 2-3 คู่ที่มีข้อมูลโปรไฟล์อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ของ Devialet มาลองจับคู่กับ EXPERT Pro 220 ตัวนี้เพื่อทดสอบฟังเสียง พบว่า มันทำให้ลำโพงเหล่านี้เปล่งเสียงออกมาได้คุณภาพที่สูงกว่าที่ผมเคยฟังกับแอมป์หลายๆ ตัว ซึ่งคิดว่าเป็นเพราะ ข้อมูลโปรไฟล์ + กำลังขับที่สูงถึงข้างละ 200 วัตต์ของแอมป์ตัวนี้นี่แหละ คือหัวใจสำคัญของคุณภาพเสียงที่ได้มา

ลักษณะขั้วต่อสัญญาณเสียงด้านหลังเครื่อง..


อีกภาพหนึ่งที่ผมเห็นหลังจากเซ็ตอัพแอมป์ฯ ตัวนี้เสร็จแล้วนั่งลงฟังเสียงของมัน ภาพนั้นคือความเรียบง่ายของซิสเต็มที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า แค่มีแอมป์ตัวนึงกับลำโพงอีกคู่แค่นี้เอง ผมก็ได้ฟังเสียงเพลงที่ไพเราะเสนาะหูแล้ว และไม่ใช่แค่เสียงเพลงที่ลอยมาตามลมนะครับ แต่เป็นเสียงเพลงที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังฟังวงจริงๆ บรรเลงอยู่ในห้องมากกว่า.!

เสียง

ตลอดการทดสอบ ผมใช้เวลาทดลองฟังด้วยการสตรีมฯ สัญญาณเพลงผ่านอินพุต AIR มากที่สุด ไม่ใช่เพราะว่ามันสะดวกสบายอย่างเดียว แต่เพราะว่ามันให้คุณภาพเสียงที่ดีมากด้วย แค่เล่นไฟล์ WAV 16/44.1 ที่ผมริปมาจากแผ่นซีดีก็ให้เสียงออกมาดีมากๆ แล้ว เมื่อวัดผลด้วย Music Appreciationหรือความพึงใจที่ได้จากเสียงเพลงที่ได้ยิน ก็ต้องขอบอกว่าอยู่ในระดับเต็มเปี่ยม.!

1 : ช่องใส่ SD card ที่บันทึกโปรไฟล์การปรับตั้งจากโปรแกรม Configurator
2 : ช่อง Ethernet รองรับการเล่นไฟล์เพลงผ่านระบบ LAN เน็ทเวิร์ค
3 : ช่อง USB รองรับการเล่นไฟล์เพลงจากคอมพิวเตอร์
4 : ช่อง Optical Input สำหรับสัญญาณดิจิตัล
5 – 6 : ช่อง Input ที่สามารถปรับตั้งให้ทำหน้าที่เป็นช่องที่รองรับสัญญาณอะนาลอกอินพุตอย่าง Phono, Line ก็ได้ หรือจะเลือกให้เป็นช่องที่รองรับสัญญาณดิจิตัลอย่าง Coaxial ก็ได้
7 : เสาอากาศรับคลื่นไร้สาย


เสียงของ Devialet EXPERT Pro 220 ตัวนี้มันไม่ได้มีบุคลิกของความเป็นดิจิตัล หรือลักษณะของเสียงที่มีความหยาบกระด้างเพราะ digital noise ปรากฏออกมาเลย มันให้คอนทราสน์ของเสียงที่มีความราบลื่นอย่างมาก ทั้งด้านเบาขึ้นไปหาดังและดังลดลงมาเบา ยังผลให้เสียงเพลงที่ออกมามีบุคลิกที่ละเอียดและนวล ฟังแค่ไม่กี่เพลงก็จะรู้สึกได้ถึงความพิเศษในน้ำเสียงของมัน ซึ่งความรู้สึกละเอียดนวลที่ว่านั้น คือความรู้สึกที่มีต่อมวลเนื้อของเสียง แต่ไม่ได้หมายรวมถึง โมชั่นการขยับเคลื่อนของตัวโน๊ต เพราะตอนผมทดลองฟังเพลงร็อคเร็วๆ หนักๆ อย่างอัลบั้มชุด Slippery When Wet ของ Bon Jovi (FLAC 24/96) เสียงที่ได้ออกมาก็ทั้งดิบและหนักหน่วง อิมแพ็คพุ่งเปิดแบบไม่ปราณีปราศัยเหมือนกัน อาการแตกซิบๆ ตรงปลายเสียงก็มีออกมาให้ได้ยิน ซึ่งก็แค่ ได้ยินว่าปลายเสียงมีอาการแตกซิบๆ แต่เสียงซิบๆ ที่ได้ยินนั้นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกหยาบระคายหู

เมื่อลองเปลี่ยนไปฟังเพลงร้องที่โชว์เสียงร้องเด่นๆ ของนักร้องหญิงอย่าง Kari Bremnes จากเพลง A Lover In Berlin (อัลบั้มชุด Norwegian Wood) บุคลิกของเสียงเพลงนี้ก็เปลี่ยนไปอีกแนว คือ นุ่มเนียน และลุ่มลึก ซึ่งสะท้อนแนวเสียงที่ได้จากเทคนิคการบันทึกและมิกซ์เสียงของค่ายเพลงไฮเอ็นด์จากสแกนดิเนเวียนที่ชื่อว่า Kirkelic Kulturverksted แห่งนี้ออกมาให้สัมผัสถึงความแตกต่างได้อย่างเด่นชัดมากๆ เสียงกลางที่ลอยเด่น เสียงแหลมที่สะอาด มีมวลแต่ห้วนๆ สั้นๆ ปริมาณไม่เยอะ และเสียงทุ้มที่อิ่มหนาทอดตัวได้ยาว ทั้งหมดนี้คือภาพของบุคลิกเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโทนเสียงแบบสแกนฯ แท้ๆ

สปีดของเพลงออกมาดีมาก รวมถึงน้ำหนักเสียงด้วย ซึ่งมีอยู่หลายครั้งที่แอมป์ตัวนี้ทำให้ผมรู้สึกทึ่งกับพลังเสียงที่มันถ่ายทอดออกมา เสียงกลองจีนของ Yim Hok-Man ในอัลบั้มชุด Virtuoso Pieces of Chinese Percussion พุ่งกระฉูดออกมาจากลำโพง Totem ‘Element Ember’ ทั้งเร็ว กระชับ และมีพลังดีดตัว ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการจ่ายกำลังที่เหลือเฟือของภาคเพาเวอร์แอมป์ ADH ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่แบนบางของ EXPERT Pro 220 ตัวนี้

ไม่แค่เพลงต่างชาติเท่านั้น แม้แต่ฟังเพลงไทยอย่างอัลบั้มชุด เฟื่องอารมณ์ของนักร้องสาว โอ๋ชุติมา แก้วเนียม ที่เอาเพลงของชรัส เฟื่องอารมย์มาร้องก็ยังให้เสียงออกมาดีมาก และเมื่อลองฟังเพลง ผีเสื้อที่ผมชอบ ก็ต้องสะดุดหูกับมิติตำแหน่งของเสียงที่ชี้ชัดและวางตัวอยู่บนซาวนด์สเตจได้อย่างมั่นคง เยื้องตำแหน่งแบบมีมิติตื้นลึกที่ชัดเจนมาก แสดงถึงคุณสมบัติของเฟสสัญญาณที่ถูกต้องแม่นยำมากเป็นพิเศษ ซึ่งน่าจะเป็นมรรคผลมาจากวงจร SAM ที่เข้าไปปรับแก้ไข error เล็กๆ น้อยๆ ในการตอบสนองสัญญาณของไดเวอร์และ compensate วงจรเน็ทเวิร์คของลำโพงให้มีความแม่นยำต่อการตอบสนองสัญญาณมากยิ่งขึ้น

ผมลองใช้อินพุต AIR ของ EXPERT Pro 220 โดยเล่นไฟล์เพลงที่อยู่บน external HD (A ในภาพ) ด้วยโปรแกรม roon (D ในภาพ) บนคอมพิวเตอร์ Mac Mini (B ในภาพ) แล้วส่งสัญญาณเสียงไปที่ EXPERT Pro 220 แบบไร้สาย โดยอาศัยควบคุมการเล่นเพลงด้วยแอพ roon remote บน iPad (C ในภาพ)


สรุป

นาทีแรกๆ ที่เสียงของ EXPERT Pro 220 สะดุดหูคุณก็น่าจะเป็น พลังที่มากมายเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่องที่แบนบางของมัน แต่เมื่อฟังต่อเนื่องไปอีกสักพัก เชื่อว่าคุณจะเริ่มรับรู้ถึงความละเมียดละมัยและความละเอียดอ่อนของเสียงที่แอมป์ตัวนี้ให้ออกมา ซึ่งมาพร้อมกับความเป็นดนตรีที่ฟังแล้ว อิ่มเอม

ถ้ามั่นใจว่าหูของคุณมีทักษะในการรับรู้คุณลักษณ์ของเสียงได้ดี ผมอยากจะแนะนำให้ไปลองฟังเสียงของแอมป์ตัวนี้สักหน่อย อยากให้คุณไปลองฟังแล้วบอกผมทีว่า.. ถ้าปิดไว้ไม่ให้เห็นตัวเครื่อง ให้ฟังแต่เสียง คุณจะบอกได้มั้ยว่า กำลังฟังเสียงของแอมป์หลอดหรือโซลิดสเตท.?? และคะเนได้มั้ยว่ากำลังขับสักกี่วัตต์..?? /

********************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย :
บริษัท Deco2000 Co.,Ltd.
โทร. 0-2256-9700
********************
:: ราคา ::
สอบถามตัวแทนจำหน่าย

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า