รีวิวเครื่องเสียง Focal รุ่น Chora 806 ลำโพงสองทางวางขาตั้ง จากประเทศฝรั่งเศส

Focal เป็นแบรนด์ผู้ผลิตลำโพงจากประเทศฝรั่งเศสที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานถึง 40 ปี แม้ว่าจะยังไม่ใช่แบรนด์ระดับตำนาน ไม่ได้มีอายุยาวนานมากเท่ากับหลายๆ แบรนด์ที่พำนักอยู่ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นเขตแดนของผู้ให้กำเนิดเทคโนโลยีในการออกแบบและผลิตเครื่องเสียงของโลก แต่กระนั้น ถ้าจะพิจารณาในแง่ innovative หรือความเคลื่อนไหวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ก็ต้องยอมรับว่า Focal มีพัฒนาการมาอย่างเข้มข้นไม่แพ้แบรนด์ระดับตำนานอื่นๆ เลย

“Chora” นี้คือผลงานพัฒนาล่าสุดของ Focal

Focal has designed the ‘Chora‘ to make High-Fidelity accessible to as many people as posible. These loudspeakers bring Focal technology to all music lovers who crave a quality sound and appreciate sleek, on-trend design. They are guaranteed to find the best product in this price category.ข้อความนี้ถูกแปะไว้หน้าเว็บไซต์ของ Focal ซีรี่ย์ Chora ซึ่งเป็นการแสดงเจตจำนงค์ในการออกแบบลำโพงซีรี่ย์ “Choraขึ้นมา เพื่อให้คนทั่วไปสามารถสัมผัสกับลำโพงที่ให้คุณภาพเสียงระดับไฮฟิเดลิตี้ ผสานกับดีไซน์ร่วมสมัยในราคาที่พอรับได้ พร้อมตบท้ายอีกด้วยว่า พวกเขา (Focal) การันตีได้ว่า ลำโพงซีรี่ย์ Chora นี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในระดับราคาเดียวกัน

Chora 806 น้องนุชสุดท้องของตระกูล

จนถึงวินาทีนี้ Focal ทำ Chora ออกมา 3 รุ่น ไล่จากใหญ่ลงมาเล็กคือ Chora 826, Chora 816 และ Chora 806 ซึ่งสองรุ่นกลางใหญ่เป็นลำโพงตั้งพื้น ในขณะที่รุ่นเล็กสุดคือ Chora 806 ที่ผมกำลังจะทดสอบตัวนี้เป็นลำโพงวางบนขาตั้ง

ลำโพงซีรี่ย์ Chora นี้แม้ว่าจะไม่ได้เป็นซีรี่ย์ระดับสูงของ Focal แต่เมื่อพิจารณาโดยรอบแล้วพบว่าพวกเขาใช้ความพิถีพิถันในการออกแบบอย่างมาก ผลิตในประเทศฝรั่งเศสทุกกระเบียดนิ้ว มีดีไซน์พิเศษๆ อยู่หลายจุด อย่างแรกคือตัวตู้ที่ผนังแต่ละด้านเข้าเหลี่ยมได้เนี้ยบมาก ด้วยมิติ ความกว้าง 21 .. x สูง 43.1 .. และ ลึก 27 .. เมื่อพิจารณาที่สัดส่วนตัวตู้ของมันแล้ว ต้องถือว่าเป็นลำโพงสองทางขนาดใหญ่ ไม่ใช่ขนาดเล็กกระทัดรัดอย่างมาตรฐาน mini monitor ทั่วไป

ผนังด้านบนของตัวตู้มีโลโก้ Focal แปะติดอยู่ทั้งสองข้าง ช่วยเพิ่มความเก๋ไก๋ได้มากทีเดียว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยานสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความพิถีพิถันในการออกแบบ โลโก้นี้เปรียบเสมือนการลงชื่อกำกับผลงานแต่ละชิ้นของผู้ออกแบบหลังจากปรับจูนจนพอใจแล้ว

A = ไดเวอร์ทวีตเตอร์
B = ไดเวอร์เบส/มิดเร้นจ์
C = หน้ากาก
D = ท่อระบายอากาศ

ต่อไปเรามาไล่เจาะดูส่วนประกอบต่างๆ บนตัว Chora 806 ดูหน่อย..

ทวีตเตอร์

ไล่จากด้านบนลงมาเลย ไดเวอร์ทั้งสองตัวบนตัวตู้ Chora 806 ก็เป็นอีกความพิเศษของลำโพงคู่นี้ เริ่มที่ทวีตเตอร์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ซึ่งรับหน้าที่ในการถ่ายทอดความถี่ตั้งแต่ 3,000Hz ขึ้นไปจนถึง 28,000Hz เป็นทวีตเตอร์ที่ Focal ผลิตขึ้นมาเอง ความพิเศษอยู่ที่ไดอะแฟรมโลหะที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียม + แม็กเนเซียม

ความพิเศษของทวีตเตอร์ตัวนี้นอกจากส่วนผสมของไดอะแฟรมแล้ว รูปทรงไดอะแฟรมของทวีตเตอร์ตัวนี้ยังได้ถูกออกแบบให้มีลักษณะที่เรียกว่า inverted dome คือเป็นโดมที่เว้าเข้าด้านใน ไม่ได้โหนกนูนออกมาด้านหน้าเหมือนโดมทวีตเตอร์ทั่วไป ซึ่งทาง Focal ให้เหตุผลว่า โดมเว้าเข้าลักษณะนี้จะให้ความแกร่งได้มากกว่าโดมโค้งออก ช่วยลดอาการริ้งกิ้งลงได้มากโดยเฉพาะช่วงขณะที่ถูกขับด้วยความดังสูงๆ

มิดเร้นจ์ + วูฟเฟอร์

ไฮไล้ท์อันดับต้นๆ ของลำโพงคู่นี้อยู่ที่ไดเวอร์เบส-มิดเร้นจ์ขนาด 6 นิ้วครึ่ง ที่รองรับการถ่ายทอดความถี่ระหว่าง 58Hz ถึง 3,000Hz ซึ่งวิศวกรของ Focal ออกแบบและผลิตขึ้นมาเองทั้งหมดอีกเช่นกัน ความเจ๋งของมันเริ่มที่ไดอะแฟรมที่ใช้สร้างความถี่เสียงโดยตรง ซึ่งเป็นกรวยที่ทำมาจากเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่วิศวกรของ Focal ใช้เวลาในการคิดค้นนานถึง 4 ปี และตั้งชื่อเรียกมันว่า “Slatefiber cone

Slatfiber คืออะไร? Slate แปลว่ากระดานชนวน ซึ่งเป็นคำที่ Focal เลือกมาใช้ตั้งชื่อไดอะแฟรมตัวนี้ก็เพราะว่าเนื้อมวลของกระดานชนวนกับสีสันของมันมีลักษณะคล้ายกับไดอะแฟรมที่ใช้ทำไดเวอร์เบสมิดเร้นจ์ของลำโพงคู่นี้นั่นเอง ซึ่งความพิเศษของวัสดุ Slatfiber ตัวนี้อยู่ที่กรรมวิธีในการผลิต คือเขาใช้ใยคาร์บอนไฟเบอร์ที่ใช้แล้วมารีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ โดยเอามาปั่นผสมรวมกับพลาสติกโพลีเมอร์ที่หลอมด้วยความร้อน เมื่อเทียบกับไดอะแฟรมที่ผลิตจากพลาสติกโพลีเมอร์ล้วนๆ จะพบว่า ไดอะแฟรม Slatfiber มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าอยู่ 3 ประการ คือ 1) ช่วยเพิ่มความแกร่ง (rigidity) เนื่องจากเส้นใยไฟเบอร์ที่ผสมอยู่ในเนื้อกรวยไดอะแฟรมจะช่วยทำให้ไดเวอร์ตอบสนองความถี่ต่ำได้ดีขึ้น 2) พลาสติกโพลีเวอร์ที่แทรกซึมอยู่ระหว่างเส้นใยไฟเบอร์จะช่วยเพิ่มแด้มปิ้ง (damping) ให้กับกรวยไดอะแฟรม และ 3) ด้วยน้ำหนักที่เบาซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของคาร์บอนไฟเบอร์ เมื่อนำมาผลิตเป็นกรวยไดอะแฟรม จึงทำให้ได้น้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ได้ความไวสูง ตอบสนองกับสัญญาณได้เร็ว

ในกล่องมีหน้ากากทรงกลมมาให้ไว้ใช้ปิดหน้าไดเวอร์เบสมิดเร้นจ์ ซึ่งแกะติดอยู่กับแผงหน้าของตู้ลำโพงด้วยแม่เหล็ก แต่ถ้าเน้นคุณภาพเสียง เวลาฟังควรแกะหน้ากากออก ใต้ไดเวอร์เบสมิดเร้นจ์มีท่อระบายอากาศขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 .. อยู่หนึ่งท่อ ทำหน้าที่ระบายอากาศจากภายในตู้ออกมาเพื่อช่วยขยายฐานของความถี่ต่ำจากการทำงานของไดเวอร์เบสมิดเร้นจ์ให้ลากลึกลงไปได้ถึง 49Hz ด้วยลักษณะที่ราบเรียบเพราะมีท่อพลาสติกผิวเรียบที่ออกแบบให้เกิดแรงเสียดทานต่ำเมื่อมีมวลอากาศไหลผ่านอย่างรวดเร็ว และส่วนปลายท่อถูกทำให้มีลักษณะที่ผายออก ไม่ทำให้เกิดปัญหา turbulent หรือเสียงดังที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างมวลลมที่พรั่งพรูออกมาจากตัวตู้กับขอบท่อระบายอากาศ

ขั้วต่อสายลำโพงที่ใช้เป็นแบบซิงเกิ้ลไวร์ ตัวขั้วมีขนาดใหญ่ แข็งแรง สามารถเชื่อมต่อกับขั้วต่อของสายลำโพงได้หลายรูปแบบ ทั้งผ่านหางปลา, บานาน่า หรือจะสอดสายเปลือยขันยึดด้วยเกลียวก็ทำได้หมด แต่ขั้วต่อที่ใช้สะดวกที่สุดก็คือบานาน่า แต่ต้องแกะจุกพลาสติกที่อุดรูออกก่อน

แม็ทชิ่ง

Chora 806 ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 58Hz – 28,000Hz ด้วยความไว (sensitivity) ในการตอบสนองต่อสัญญาณไฟฟ้าจากเพาเวอร์แอมป์อยู่ที่ 89dB (วัดที่ระยะห่างจากหน้าลำโพงออกมา 1 เมตรเมื่อถูกขับด้วยกำลัง 1W) ซึ่งถือว่าเป็นลำโพงที่มีความไวอยู่ในระดับปานกลางขยับขึ้นมาทางสูง โหลดปกติของลำโพงคู่นี้อยู่ที่ 8 โอห์ม และสวิงลงต่ำสุดอยู่ที่ 4.6 โอห์ม แนะนำกำลังขับอยู่ระหว่าง 25 – 120W ซึ่งกำลังขับของแอมป์ที่หวังผลทางคุณภาพเสียงได้เมื่อใช้ขับลำโพงคู่นี้ เริ่มต้นที่ 120 x 75 หารด้วย 100 เท่ากับ 90W วัดที่โหลด 8 โอห์ม ถือว่าไม่โหดเลย ปัจจุบันหาแอมป์ดีๆ ที่มีกำลังขับตั้งแต่ 90 – 120W ที่โหลด 8 โอห์มได้ไม่ยาก ในการทดสอบครั้งนี้ ผมได้อินติเกรตแอมป์มาทดสอบร่วมกับลำโพงคู่นี้ 2 ตัว ตัวแรกคือ Arcam เป็นอินติเกรตแอมป์เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดจากประเทศอังกฤษ ชื่อรุ่น SA20 ให้กำลังขับข้างละ 90W ที่ 8 โอห์ม และเปิ้ลได้เป็น 150W ต่อข้างที่โหลด 4 โอห์ม กับอีกตัวเป็นอินติเกรตแอมป์จากประเทศแคนาดา ยี่ห้อ Moon รุ่น 340i ให้กำลังขับข้างละ 100W ที่โหลด 8 โอห์ม และสามารถเบิ้ลได้เต็มสองเท่าเป็น 200W ที่โหลด 4 โอห์ม

จากการทดสอบด้วยอินติเกรตแอมป์ทั้งสองตัว ผมพบว่า ทั้ง SA20 ของ Arcam และ 340i ของ Moon สามารถขับลำโพง Chora 806 ออกมาได้เต็มที่ทั้งคู่เมื่อเซ็ตอัพลำโพง Chora 806 ในห้องที่มีขนาดพื้นที่ไม่เกิน 20 ตร.. หรือกว้าง x ยาวประมาณ 4 เมตร x 5 เมตร สูงตั้งแต่ 2.5 – 2.8 เมตร นอกจากนี้ ตอนท้ายของการทดสอบ ผมยังใช้ปรี/เพาเวอร์แอมป์ของ Cambridge Audio รุ่น EDGE NQ + EDGE W ที่มีกำลังสำรองเหลือๆ ไว้ทดลองขับลำโพงคู่นี้อีกหนึ่งคู่ในขั้นตอนสรุปผลด้วยเพื่อวัดผลดูว่าลำโพงคู่นี้สามารถขยับประสิทธิภาพของตัวมันเองไปกับแอมปลิฟลายได้ไกลแค่ไหน

เซ็ตอัพ

ทาง Focal ได้ออกแบบขาตั้งสำหรับรุ่น Chora 806 ออกมาด้วย เป็นขาตั้งแบบ Low-mass ทำด้วยไม้ทั้งตัว น้ำหนักเบา ราคา 8,900 บาท ผมได้รับขาตั้งตัวนี้มาทดลองฟังกับลำโพงคู่นี้ด้วย เมื่อประกอบขึ้นมาแล้ว ปรากฏว่า ตอนใช้งานจริง ต้องขันน็อตยึดตัวลำโพงเข้ากับแพลตแผ่นบนของตัวขาตั้งด้วย ทำให้หายสงสัยไปเลยว่าทำไมที่ใต้ฐานของตัวลำโพงจึงมีรูน็อตมาให้ 4 รู เอาไว้ยึดกับขาตั้งลำโพงนี่เอง เหตุที่ต้องยึดก็เพราะว่าตัวขาตั้งมีลักษณะเอียงเฉียงไปทางด้านหลัง เมื่อติดตั้งลำโพงเข้ากับแพลตบนของตัวขาตั้งแล้ว จะทำให้ตัวลำโพงมีลักษณะเงยหน้าเฉียงขึ้นประมาณ 15 องศา ซึ่งเป็นเจตนาที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Time Alignmentคือหน่วงเวลาในการเดินทางของความถี่ในย่านกลางกับแหลมเอาไว้ เพื่อให้เดินทางมาถึงหูของเรา พร้อมๆ” กับความถี่ต่ำที่ออกมาจากไดเวอร์เบสมิดเร้นจ์นั่นเอง

เหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เนื่องจากในธรรมชาตินั้น ความถี่ในย่านทุ้มจะเดินทางช้ากว่าความถี่ในย่านกลางและความถี่ในย่านกลางก็จะเดินทางช้ากว่าความถี่ในย่านแหลม ด้วยเหตุนี้ นักออกแบบลำโพงที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงจริงๆ จะต้องหาวิธีทำให้ความถี่ทั้งสามย่านนั้นเดินทางมาถึงหูของผู้ฟัง พร้อมกันณ จุดนั่งฟัง เพื่อทำให้ประสาทหูของผู้ฟังรับรู้รายละเอียดของเสียงตลอดทั้งย่านได้พร้อมเพรียงกัน ไม่ถูกเสียงกลางแหลมที่เดินทางมาถึงหูก่อนแย่งชิงความสนใจไป ซึ่งมีอยู่ 2 วิธี วิธีแรกคือทำให้ไดเวอร์กลางแหลมเอียงไปทางด้านหลังแล้วให้ไดเวอร์ทุ้มอยู่ล้ำมาด้านหน้ามากกว่า ซึ่งเป็นการอาศัยหลักการทางด้านอะคูสติกเข้ามาช่วยอย่างที่ Focal รุ่นนี้ทำซึ่งมันยากตรงที่ต้องค่อยๆ ปรับจูนอย่างละเอียดจริงๆ ส่วนอีกวิธีที่ผู้ผลิตลำโพงส่วนใหญ่เลือกทำ นั่นคืออาศัยหลักการทางไฟฟ้าอิเล็กทรอนิคเข้ามาช่วยด้วยการชดเชยในวงจรเน็ทเวิร์ค ซึ่งวิธีหลังถ้าออกแบบไม่ดีพอมักทำให้เกิดปัญหาข้างเคียงตามมาได้

ในการทดสอบลำโพงคู่นี้ ผมได้มีโอกาสทดลองฟังโดยใช้ขาตั้งแบบ High-mass ที่ทำด้วยโลหะซึ่งผมใช้กับลำโพง Totem Acoustics รุ่น The One ของผมด้วย ซึ่งเมื่อวางตัวลำโพง Chora 806 บนขาตั้งโลหะของผมแล้ว ผมพบว่ามันทำให้เกิดความแตกต่างกันอยู่ 2 จุดใหญ่ๆ เมื่อเทียบกับวางบนขาตั้งของ Focal ที่ทำออกมา อย่างแรกคือ ความสูงซึ่งขาตั้งไม้ที่ Focal ทำมามีความสูงอยู่ที่ 56 .. (วัดรวมเดือยแหลม) ในขณะที่ขาตั้งโลหะของผมมีความสูงมากกว่าอยู่ 7 .. นั่นคือมีความสูงรวมอยู่ที่ 63 .. (ประมาณ 24 นิ้ว วัดรวมเดือยแหลม) ส่วนความแตกต่างอีกจุดหนึ่งคือ เมื่อวางบนขาตั้งโลหะ ตัวลำโพงจะตั้งฉากกับพื้น ในขณะที่วางบนขาตั้งของ Focal เองตัวลำโพงจะเอียงเฉียงไปทางด้านหลังประมาณ 15 องศา

ที่ผมสงสัยก็คือ จำเป็นมั้ยที่ต้องใช้ Chora 806 ร่วมกับขาตั้งของมัน? จากการทดลองฟังเสียงของ Chora 806 โดยใช้ขาตั้งไม้ Low-mass ของมันเอง กับใช้ขาตั้งโลหะ High-mass ผมพบว่า เสียงมันออกมาต่างกันไปคนละแนว มีดีมีด้อยไปคนละทาง เฉลี่ยแล้วสรุปไม่ได้เด็ดขาดว่า วางบนขาไม้ Low-mass กับวางบนขาตั้งโลหะ High-mass แบบไหนดีกว่ากัน เมื่อวางบนขาไม้ ผมได้ดุลเสียงที่เด่นในย่านกลางมากเป็นพิเศษ แหลมถอยหลังและมีลักษณะผ่อนปรน อิมแพ็คนุ่มไม่กระแทกพุ่ง เบสนุ่มโรยตัว ฟังเพลงช้าๆ แนวโรแมนติคจะเข้าถึงอารมณ์มากเป็นพิเศษ ในแง่ซาวนด์สเตจไม่ได้แผ่กว้างมากนักแต่เน้นปฏิสัมพันธ์สัมพันธ์ระหว่างแต่ละชิ้นดนตรีในวงที่กลมกลืนไปด้วยกันได้ดี ในขณะเมื่อวางบนขาตั้งโลหะที่ตั้งตรงได้ฉากกับพื้น ผมได้ยินเสียงที่มีความสด กระจ่าง ซาวนด์สเตจแผ่กว้าง เสียงแหลมพุ่งเปิดและกระจายหางเสียงออกไปได้ไกล รู้สึกได้ว่าเสียงแหลมมีความโดดเด่นจะแจ้งชัดเจนขึ้นมาเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้มากจนรู้สึกล้ำหน้าความถี่อื่น ใครชอบฟังเพลงสนุกๆ กระชับๆ โดยเฉพาะเพลงที่เน้นเพอร์คัสชั่นจะได้อารมณ์มากเป็นพิเศษ

สรุปแล้ว ผมว่าขาตั้งของ Focal ที่ทำมาให้ใช้กับ Chora 806 ทำให้ลำโพงคู่นี้มีบุคลิกออกไปทางนุ่มนวล ไม่ซี้ดซ้าดมาก เน้นความสมดุลของซาวนด์สเตจ ในขณะเดียวกัน เมื่อใช้กับขาตั้ง 24 นิ้วที่ตั้งฉากกับพื้นก็ไม่ได้ทำให้เสียงผิดปกติไป เสียงแหลมไม่ได้ล้ำหน้าอย่างที่ผมกลัว แต่ไปมีอิทธิพลต่อบุคลิกเสียงที่ทำให้ได้ความสด กระจ่าง ฟังสนุก ซึ่งถือว่าเป็นผลทางบุคลิกเสียง คล้ายๆ ผลลัพธ์ที่ได้จากการที่เราปรับจูนด้วยแอคเซสซอรี่อื่นๆ นั่นเอง การวาง Chora 806 บนขาตั้งตรงที่ฉากกับพื้นไม่ได้มีผลอะไรเลวร้ายกับเสียง ตัดสินไม่ได้เด็ดขาดว่าขาตั้งแบบไหนดีกับลำโพงคู่นี้มากกว่ากัน มันใช้กับลำโพงคู่นี้ได้ทั้งสองแบบ ตัวตัดสินน่าจะขึ้นอยู่กับแนวเพลงที่คุณชอบฟังมากกว่า อีกอย่าง คือถ้าอยากได้ยินลักษณะเสียงที่ทีมออกแบบของ Focal ตั้งใจปรับจูนเอาไว้ก็ต้องวางบนขาตั้งของเขาเอง แต่ถ้าชอบแนวเสียงที่มีความสดใส รายละเอียดแหลมชัดๆ กระจ่างๆ ก็ใช้ขาตั้งที่ตั้งฉากกับพื้นได้เลย เลือกเป็นขาตั้งโลหะ ราคาคู่ละ 4 – 5 พันบาทก็ได้เสียงที่ดีมากๆ แล้ว ที่ซีเรียสจริงๆ คือความสูง ใครมีขาตั้งที่มีความสูง 24 นิ้วอยู่แล้วสามารถใช้กับลำโพงคู่นี้ได้เลย ผมทดลองแล้วไม่มีปัญหา

เสียงของ Chora 806

สัจจธรรมคำว่า ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ในโลกใบนี้ยังคงเป็นจริงเสมอ เสียงของทวีตเตอร์ก็เข้าอีหรอบนี้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น hard dome หรือ soft dome ทั้งสองประเภทนี้ก็ไม่ได้จะมีแต่ด้านที่เลวร้าย มันทั้งคู่มีทั้งด้านบวกและด้านลบอยู่ในตัว ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมรับในจุดไหน หรือผู้ออกแบบสามารถรอมชอมระหว่างคุณสมบัติด้านบวกและด้านลบของโดมทวีตเตอร์แต่ละประเภทออกมาได้ลงตัว (กับรสนิยมของคุณ) มากแค่ไหน

อัลบั้ม : The Taste of Songs (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : รวมศิลปิน

ข้อดีของทวีตเตอร์โดมโลหะคือเสียงแหลมที่มีประกาย ทอดออกไปได้ไกล และให้ attack ที่รุนแรง สดใส สมจริง แต่ขณะเดียวกัน ด้วยเรโซแนนซ์เฉพาะตัวของโลหะที่ใช้ทำโดมทวีตเตอร์จะผสมเข้าไปกับเสียงแหลมที่มันสร้างขึ้นมา ทำให้โครงสร้างของเสียงโน๊ตดนตรีในย่านแหลมมีโครงสร้างฮาร์มอนิก (harmonic structure) ที่เปลี่ยนไป ประมาณว่าเกิดสีสันที่แปลกไปจากธรรมชาตินั่นเอง ซึ่งมีวิธีจัดการกับปรากฏการณ์ที่ว่านี้อยู่ 2 หนทาง ทางแรกคือเลี่ยงไปใช้โดมทวีตเตอร์ที่ทำจากวัสดุอโลหะไปเลย กับอีกวิธีคือ พยายามปรับจูนวัสดุที่ใช้ทำโดมที่ให้เรโซแนนซ์ที่กลมกลืนกับเสียงโน๊ตในย่านสูงที่เกิดขึ้นจากเครื่องดนตรีที่ทำด้วยโลหะให้มากขึ้น ซึ่งจุดนี้คือจุดเด่นที่ผมได้ยินจากทวีตเตอร์ของ Focal ตัวนี้จากการลองฟังเพลง ผีเสื้อในอัลบั้มรวมเพลงของค่ายใบชาซองชุดข้างบนนี้ ซึ่งคุณบรรณบันทึกและมิกซ์เสียงเพอร์คัสชั่นในแทรคนี้ออกมาได้ดีมาก เมื่อฟังผ่าน Chora 806 ผมจับได้ทันทีถึงลักษณะของเพอร์คัสชั่นที่ทำด้วยโลหะ ซึ่งให้อิมแพ็คที่กระแทกชัดและทอดปลายเสียงที่กังวานไปไกลจนสุด ซึ่งนี่คือจุดเด่นมากๆ ของ Chora 806

อัลบั้ม : Ray Charles & Betty Carter (DSD64)
ศิลปิน : Ray Charles & Betty Carter

หลังจากลองฟังอัลบั้มรวมเพลงของใบชาซองไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ลำโพงคู่นี้ทำให้ผมสะดุดหู นั่นคือเสียงร้องของนักร้องชายหญิง ทำให้ผมต้องรีบเลือกงานเพลงของ Ray Charles ชุดนี้ขึ้นมาลองฟังทันที เป็นงานบันทึกเสียงเพลงคู่ในยุคแรกๆ ของวงการเพลงที่ได้รับความนิยมสูงมาก อัลบั้มนี้บันทึกเสียงร้องของเรย์ ชาร์ลกับเบ็ตตี้ คาเตอร์ออกมาได้ดีมากๆ ซึ่งเมื่อฟังผ่าน Chora 806 คู่นี้แล้ว ผมต้องยอมรับเลยว่า ไดเวอร์มิดวูฟเฟอร์หกนิ้วครึ่งของลำโพงคู่นี้เป็นอะไรที่วิเศษมาก! มันให้เสียงกลางที่กลมกล่อมกำลังดี ไม่นุ่มมากไป ไม่แข็งมากไป โฟกัสเป๊ะแต่ไม่ขึ้นขอบ ไดนามิกคอนทราสน์สวยงามหยดย้อย ฟังการทอดน้ำเสียงของนักร้องทั้งสองคนนี้จากเพลง Baby It’s Cold Outside แล้วแทบจะละลาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงโหนจากเบสไปดัง หรือช่วงผ่อนจากดังมาเบา ทุกขั้นตอนมีความต่อเนื่องเป็นเยี่ยม ผมสามารถติดตามอารมณ์ของนักร้องทั้งสองคนไปได้ตลอดรอดฝั่ง โฟกัวตามได้ทุกเม็ดทุกพยางค์อย่างเต็มอารมณ์

และจากอัลบั้มนี้ ผมได้ยินเสียงเครื่องเป่าของวงแบ็คอัพที่น่าตื่นเต้น มันแผดไดนามิกออกมาได้ฉับพลันและรุนแรง กับอีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกตามมาคือ ความเป็นโลหะของเสียงที่เกิดจากเครื่องเป่าโลหะในแทรคนี้ ซึ่งนี่แหละคือความพิเศษที่โดมทวีตเตอร์ของ Chora 806 ตัวนี้ให้ออกมา

อัลบั้ม : Ein Straussfest (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Cincinnati Pops Orchestra, Erich Kunzel; conductor

ได้ยินเสียงเครื่องเป่าโลหะในอัลบั้มชุด Ray Charles & Betty Carter แล้วทำให้ผมอยากลองฟังเพลงคลาสสิกขึ้นมาทันที ผมเลือกงานของค่าย Telarc อัลบั้มดังชุดนี้มาลองฟัง ซึ่งก็ทำให้ผมพบว่า ลำโพง Chora 806 ตัวนี้ไปกับเพลงคลาสสิกได้ดีมากๆ เช่นกัน มันให้เสียงกลุ่มเครื่องสายในย่านเสียงกลางต่อไปถึงกลางสูงที่พลิ้วไสว ปลายเสียงเปิดสว่าง ให้สัมผัสของผนังฮอลล์ออกมาบางๆ องค์ประกอบโดยรวมทำออกมาได้ดีมาก ดุลเสียงกลางแหลมน่าพอใจมาก แต่ถ้าเป็นนักฟังคลาสสิกตัวจริงอาจจะอยากได้อ็อกเตรปด้านล่างที่หนักและแน่นหนามากกว่านี้ ซึ่งผมเดาว่า รุ่นใหญ่กว่านี้อย่าง Chora 816 หรือ Chora 826 น่าจะตอบโจทย์ได้ดีขึ้นไปอีกระดับ

อัลบั้ม : On Every Street (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : Dire Straits

พูดถึงความหนักแน่น ผมเลยขยับมาลองฟังเพลงแนวร็อคดูบ้าง พบว่า Chora 806 ไปกับร็อคได้ดีพอสมควร กลางแหลมไม่มีปัญหาใดๆ เลย โดยเฉพาะเพลง “You and Your Friendมันให้ซาวนด์สเตจออกมาได้แจ่มมาก! ชิ้นดนตรีฉีกเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้แผ่กว้างออกไปหลุดแนววางลำโพงออย่างชัดเจน มีการวางเลเยอร์ของชั้นดนตรีที่ลดหลั่นลงไปทางด้านหลังของระนาบลำโพงที่ชัดเจน ซึ่งคุณสมบัติทางด้านซาวน์สเตจของลำโพงคู่นี้จะยิ่งโดดเด่นมากขึ้นเมื่อขับด้วยแอมป์ที่มีสมรรถนะสูงขึ้นไปมากๆ อย่าง Cambridge Audio รุ่น EDGE NQ + EDGE W จะได้ความมั่นคงของโฟกัสกับการแยกแยะรายละเอียดเสียงขณะที่เพลงโหมดังๆ ด้วยเครื่องดนตรีหลายชิ้นพร้อมกันที่ดีขึ้นกว่าขับด้วยอินติเกรตแอมป์ที่มีกำลังต่ำกว่า 100W แสดงให้เห็นว่า ลำโพงคู่นี้ไปกับแอมป์ที่มีราคาสูงกว่าราคาค่าตัวของมันไปได้อีกไกลมาก

อัลบั้ม : มาลีวัลย์ และชรัส (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : มาลีวัลย์

อัลบั้ม : ตลับทองจากกุ้ง (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : ตวงสิทธิ์ เลียมจินดา

อัลบั้ม : Simply Me (WAV 16/44.1)
ศิลปิน : โจ้ อัมรินทร์

ช่วงท้ายของการลองฟัง ผมกระหน่ำด้วยเพลงไทยล้วนๆ ซึ่งผมริปมาจากแผ่นซีดีออริจินัลทั้งหมด ซึ่งลำโพงคู่นี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการถ่ายทอดเสียงที่มีความบริสุทธิ์สูง ความหมายคือ เสียงที่ใกล้เคียงต้นฉบับสัญญาณที่ป้อนให้มันโดยเจือปนความผิดเพี้ยนเข้าไปน้อยมาก นั่นทำให้ฟังเพลงไทยเหล่านี้แล้วสัมผัสได้ถึงอารมณ์เพลง ในขณะเดียวกัน ลำโพงคู่นี้ก็ยังสามารถชี้ให้เห็นถึงข้อตำหนิในการบันทึกเสียงบางเสียงในแต่ละเพลงออกมาให้เรารู้ อย่างเช่น บางแทรคบันทึกเสียงแหลมมาบางไปแต่เสียงร้องกำลังดี ในขณะที่บางแทรคเสียงเบสมีล้นนิดๆ ในขณะที่เสียงแหลมกำลังดี อะไรแบบนี้ แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้ความเป็นดนตรีของเพลงนั้นเสียไป ผมยังแฮ้ปปี้กับการฟังเพลงเหล่านั้นผ่านลำโพงคู่นี้ได้อย่างมีความสุขกับเพลงที่คุ้นเคยแม้จะรับรู้ได้ว่าในการบันทึกมันไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม นั่นแสดงว่า Chora 806 คู่นี้ถ่ายทอด ความจริงของเพลงที่เราฟังออกมาตามที่ถูกป้อนเข้าไปในระดับที่สูงกว่ามาตรฐานของลำโพงในราคาใกล้เคียงกันไปอีกขั้น

สรุป

ต้องขอใช้คำว่า ดีเกินคาด!ผมไม่ได้สัมผัสลำโพงของ Focal มานานแล้ว โดยเฉพาะรุ่นเล็กๆ ซึ่งสมัยก่อนมักจะถูกนำไปโปรโมทใช้กับระบบโฮมเธียเตอร์มากกว่าฟังเพลงในระบบสเตริโอ ผมจึงไม่ค่อยสนใจมัน แต่วันนี้หลังจากได้ทดลองฟังลำโพงคู่นี้แล้ว ผมต้องขอแนะนำเป็นพิเศษสำหรับคนที่กำลังมองหาลำโพงฟังเพลงสองแชนเนลที่เน้นคุณภาพเสียง…. ย้ำว่า เน้นคุณภาพเสียงภายใต้งบประมาณไม่เกิน 3 หมื่นบาท ก่อนจะตัดสินใจ คุณต้องลองฟังลำโพงคู่นี้ให้ได้ ม่ายงั้น.. ต้องรู้สึกคาใจอย่างแน่นอน! /

*****************************
ราคา : 29,500 บาท / คู่
*****************************
นำเข้าโดย : . CH Home Media
*****************************
จัดจำหน่ายโดย :
กรุงเทพ 
: AV VALUE (092-246-8033)
: BKK Audio (086-688-8575)
: CLASSIK (02-664-8867)
: GXOTIC Cinema (080-987-9999)
: HI-END Audio (02-101-1988)
: HIFI Lover (092-914-2365)
: HI STYLE HIFI (097-228-9181)
: ICONIC MUSIC (062-654-4566)
: INDY Gadget (091-993-5159)
: JABEN Thailand (02-073-2929)
: KENG DIY55 (086-972-6003)
: LENN SHOP (02-720-2714)
: MURCULAR (02-030-0091)
: NOT NATIVE (087-785-8998)
: PLANET LASER (083-564-4962)
: PRESTIGE HIFI (063-638-4498)
: SPEAKER BOX (095-596-2888)
: THEATER HOUSE (081-333-6777)
: CH HOME MEDIAS (094-461-4152)
—————
ปทุมธานี
: AUDI HOME HIFI (089-028-7117)
—————
ชลบุรี
: LIFE AUDIO (
084-596-6262)
—————
จันทบุรี
: AP Acoustic Art (
099-916-3959)
—————
ขอนแก่น
: ขอนแก่น ไฮไฟ (
043-228-397)
—————
เชียงใหม่
: CHIANG MAI THEATER (
099-446-6289)
: NEO ENTERTAINMENT GALLERY (
053-217-703)

 

 

 

 

 

 

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า