รีวิวเครื่องเสียง Naim Audio รุ่น Uniti Core เรฟเฟอเร้นจ์ ฮาร์ดดิส เซิร์ฟเวอร์ + ซีดี ริปเปอร์

คนที่มี external DAC รุ่นเก่า และยังชอบน้ำเสียงของ external DAC ตัวนั้น ถ้าอยากจะเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คโดยเอา external DAC ของคุณตัวนั้นมาทำหน้าที่เป็นภาค DAC คุณต้องหาอุปกรณ์เครื่องเสียงประเภทที่มีชื่อเรียกว่า “Network Bridgeเข้ามาเสริม เพราะการเล่นไฟล์เพลงผ่านระบบเน็ทเวิร์ค จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งในซิสเต็มของคุณที่สามารถเชื่อมต่อกับเน็ทเวิร์คได้ (คือมีขั้วต่อ Ethernet นั่นเอง) ซึ่ง external DAC ที่ผลิตออกมาก่อนปี 2000 จะไม่มีขั้วต่อ Ethernet มาให้ จึงไม่มีช่องอินพุตไว้รองรับสัญญาณเสียงจากการเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์ค

ลักษณะขั้วต่อ Ethernet (ศรชี้)

รูปแบบของ Network Bridge

ลักษณะการทำงานของอุปกรณ์ประเภท Network Bridge ก็ตรงตามชื่อของมัน คือทำตัวเองให้เป็น สะพานเชื่อมโยงเน็ทเวิร์คเข้ากับอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ไม่มีจุดเชื่อมโยงเข้ากับเน็ทเวิร์ค อย่างเช่น external DAC รุ่นเก่าๆ หรืออินติเกรตแอมป์/ปรีแอมป์ที่มีภาค DAC ในตัว แต่ไม่มีช่องอินพุต Ethernet ในตัว

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพการทำหน้าที่ของ Network Bridge ชัดๆ สมมุติว่าคุณเล่นไฟล์เพลง WAV 24/96 ด้วยโปรแกรมเล่นไฟล์ roon, Audirvana Plus, JRiver หรือโปรแกรมใดๆ บนคอมพิวเตอร์ แล้วต้องการส่งสัญญาณดิจิตัลเอ๊าต์พุต PCM 24/96 ที่ได้จากการเล่นไฟล์นั้นจากคอมพิวเตอร์ไปที่อุปกรณ์ external DAC ที่อยู่ภายนอกคอมพิวเตอร์ตัวนั้น แต่ external DAC ตัวนั้นไม่มีขั้วต่อที่สามารถรองรับสัญญาณ PCM 24/96 จากคอมพิวเตอร์ได้ (ขั้วอินพุตที่สามารถรองรับสัญญาณดิจิตัลเอ๊าต์พุตจากคอมพิวตอร์ก็มีแค่ขั้วต่อ USB และขั้วต่อ Ethernet เท่านั้น)

หน้าที่ของ Network Bridge ก็คือรองรับไฟล์เพลงจากเน็ทเวิร์คเข้ามาทำการเพลย์แบ็คภายในตัวมัน เมื่อผ่านขั้นตอนการเพลย์แบ็คจนได้ออกมาเป็นสัญญาณเสียงที่อยู่ในรูปของสัญญาณดิจิตัล PCM หรือ DSD แล้ว Network Bridge ตัวนั้นก็จะนำส่งสัญญาณดิจิตัลนั้นออกไปให้ external DAC ผ่านทางช่อง digital output รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง อาทิเช่น Optical (Toslink) หรือ Coaxial (S/PDIF)

Naim Audio : Uniti Core
งานดี, ฟูลฟังท์ชั่น

ผลิตภัณฑ์ในอนุกรม Uniti ของ Naim Audio มีผลิตภัณฑ์ดิจิตัลอยู่ครบทุกประเภท ทั้ง Network Audio Player ที่มีแอมป์ในตัวและไม่มีแอมป์ในตัว รวมถึงรุ่นที่มีความสามารถพิเศษกว่าตัวอื่นๆ ในท้องตลาดนั่นคือเป็น Music Server รวมกับเป็น CD Ripper ในตัวรุ่น “Uniti Coreตัวนี้

Uniti Core ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่ 3 อย่างในตัวเอง นั่นคือ

CD Ripper = ริปแผ่น CD ออกมาเป็นไฟล์เพลง
Music Server = เป็นที่เก็บไฟล์เพลงเพื่อป้อนให้อุปกรณ์อื่นๆ ผ่านเน็ทเวิร์ค
Network Audio Player = เป็น file transport ที่ใช้เล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์ค

ก่อนจะไปเจาะลึกในหน้าที่ต่างๆ ของ Uniti Core เราไปพิจารณารูปร่างหน้าตากันก่อน

รูปทรงภายนอกของ Uniti Core มีสัณฐานออกไปทางทรงกล่องสี่เหลี่ยมเตี้ยๆ แผงหน้ามีขนาดสั้นกว่าด้านลึก พิกัดอยู่ที่ 214 x 265 x 95 .. (กว้าง x ลึก x สูง) น้ำหนัก 7 กิโลกรัม ผนังตัวเครื่องทำมาจากอะลูมิเนียมหนา เสริมสวยด้วยการปัดเสี้ยนและชุบอะโนไดซ์สีดำ ดูเท่และบึกบึนไปพร้อมกันตามสไตล์ของ Naim Audio

บนแผงหน้าปัดเครื่องเรียบง่ายมาก มีจุดสัมผัสเพื่อใช้งานอยู่แค่ 4 จุดเท่านั้น เริ่มจากสวิทช์เปิด/ปิดเครื่องทรงกลมขนาดเล็ก กับปุ่มกดเล็กๆ ขนาดเท่ากันอีกปุ่มซึ่งทำหน้าที่ปล่อยแผ่นซีดีออกมาจากตัวเครื่อง ทั้งสองปุ่มนี้ถูกติดตั้งอยู่ทางด้านขวามือของแผงหน้าปัดเครื่อง ส่วนทางซ้ายมือต่ำลงมาที่มุมด้านล่าง จะมีช่องเสียบขั้วต่อ USB type A อยู่หนึ่งช่อง เยื้องขึ้นไปด้านบน มีช่องบางๆ ไว้สำหรับสอดแผ่นซีดี

ที่แผงด้านหลังของ Uniti Core ประกอบด้วยช่องเสียบปลั๊กไฟเอซีแบบสามขาแยกกราวนด์, ช่องเสียบสาย LAN, ช่องเสียบปลั๊ก USB type A และช่องดิจิตัล เอ๊าต์พุต coaxial ที่ใช้ขั้วต่อ BNC อย่างละหนึ่งช่อง นอกจากนั้นก็มีช่องสำหรับเสียบฮาร์ดดิสแบบ internal จำนวนหนึ่งช่อง

วิธีใส่ฮาร์ดดิสเข้าไปในตัว Uniti Core ให้ใช้ไขควงปากแฉกขันน็อตตัวเล็กๆ สองตัว (ในวงกลมตามภาพบน) ที่อยู่ทางด้านหลังออกมา ตรงศรชี้ทั้งสองบนภาพข้างบนคือตำแหน่งขันยึดของน็อตทั้งสองตัว ซึ่งน็อตสองตัวนี้จะยึดถาดใส่ฮาร์ดดิสเอาไว้

เมื่อขันน็อตทั้งสองตัวออกมาแล้ว จากนั้นก็ดึงถาดใส่ฮาร์ดดิสออกมาตามภาพ ซึ่งในตัวอย่างเครื่อง Uniti Core ที่ทางบริษัทผู้นำเข้า CH Home Media ส่งมาให้ผมทดสอบครั้งนี้เขาใส่ฮาร์ดดิส SSD (Solid State Drive) ขนาดความจุ 500GB มาให้ทดลองใช้ เป็นของยี่ห้อ WD รุ่น Blue (ศรชี้)

ทดสอบ : หน้าที่แรกของ Naim : Uniti Core
ริปแผ่นซีดีด้วยฟังท์ชั่น CD Ripper

โปรแกรม CD ripping ที่ใช้อยู่ใน Uniti Core จะทำการริปสัญญาณเพลงในแผ่นซีดีออกมาในลักษณะที่เป็น bit-perfect คือ เหมือนกับข้อมูลสัญญาณที่อยู่บนแผ่นซีดี 100% และยังสามารถดึงข้อมูลสำคัญหลักๆ ของเพลงที่กำลังริปเข้ามาบันทึกลงบนไฟล์เพลงให้เราได้ด้วย อย่างเช่น ชื่อแทรค, ชื่อศิลปิน, ชื่ออัลบั้ม รวมถึงภาพปกอัลบั้ม ทำให้สามารถริปไฟล์เพลงจากแผ่นซีดีออกมาได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เลย ขั้นตอนการปรับตั้งต่างๆ อยู่ในแอพฯ Naim ทั้งหมด ให้ความสะดวกมากเป็นพิเศษ

ใช้ drive ของ TEAC สำหรับริปแผ่นซีดี

ลักษณะการเชื่อมต่อระบบสำหรับการริปแผ่นซีดี

ผมมีทำบทความ HOW-TO เกี่ยวกับการวิธีและขั้นตอนการริปไฟล์เพลงด้วย Uniti Core แยกเอาไว้ในหัวข้อ HOW-TO ด้วยแล้ว เชิญคลิ๊กลิ้งค์ด้านล่างเข้าไปทัศนากันได้เลย

บทความ : วิธีริปเพลงจากแผ่นซีดีด้วย Naim Audio รุ่น Uniti Core ผ่านแอพฯ Naim

ทดสอบ : หน้าที่ลำดับที่สองของ Naim : Uniti Core
เป็นที่เก็บไฟล์เพลง (Music Server)

ถาดรับฮาร์ดดิสในตัว Uniti Core รองรับฮาร์ดดิสได้ทั้งแบบจานหมุน (HDD = Hard Disk Drive) และแบบวงจร (SSD = Solid-State Drive) ที่มีความจุสูงสุดถึง 8TB สามารถบันทึกเพลงลงไปได้มากถึง 100,000 เพลงโดยประมาณ และนอกจากไฟล์เพลงที่ได้จากการริปจากแผ่นซีดีที่เก็บอยู่ในฮาร์ดดิสในตัว Uniti Core แล้ว คุณยังสามารถเพิ่มเติมไฟล์เพลงให้กับ Uniti Core ได้อีกทางหนึ่ง นั่นคือ เอาไฟล์เพลงใส่ลงใน external harddisk แบบพกพา หรือแบบตั้งโต๊ะที่มีไฟเลี้ยงที่ใช้ขั้วต่อ USB แล้วนำมาเชื่อมต่อกับช่องเสียบ USB-A ของ Uniti Core ได้อีก 2 ชิ้น ซึ่งเป็นเหมือนการขยายความสามารถในการเก็บไฟล์เพลงให้กับ Uniti Core ไปในตัว

เมื่อนำ Uniti Core เข้าไปติดตั้งในเน็ทเวิร์ควงไหน มันจะทำหน้าแจกจ่ายไฟล์เพลงให้กับอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็น Network Player ที่อยู่ในเน็ทเวิร์ควงนั้น และยินยอมให้อุปกรณ์ประเภท Network Player ดึงเพลงในตัวมันไปเล่นบนอุปกรณ์นั้นๆ ได้

ในการทดสอบ ผมทดลองใช้ปรีแอมป์/เน็ทเวิร์ค เพลเยอร์ของ Cambridge Audio รุ่น EDGE NQ พ่วงเข้าไปในวงเน็ทเวิร์คเดียวกับ Uniti Core จากนั้นก็ดาวน์โหลดแอพฯ รีโมท EDGE ของแคมบริดจ์มาลงบนไอแพดเพื่อใช้ในการควบคุมการเล่นไฟล์เพลง

เปิดแอพฯ EDGE บนไอแพด จิ้มเลือกไปที่ “Media” (ลูกศรสีเหลือง) บนหน้าจอแอพฯ จะปรากฏลิ้งค์ของ media server ที่ใช้เก็บไฟล์เพลงซึ่งลิ้งค์อยู่ในเน็ทเวิร์ควงเดียวกันกับ EDGE NQ ซึ่งในนั้นจะรวม Uniti Core อยู่ด้วย (ลูกศรสีแดง, ทาง CH Home Media ตั้งชื่อไว้เป็น Uniti Core CH Home) ถ้าต้องการดึงไฟล์เพลงจากเซิร์ฟเวอร์ไหนมาเล่น ก็จิ้มเลือกได้เลย..

หน้านี้แสดงโครงสร้างโฟลเดอร์ในการจัดเก็บเพลงในตัว Uniti Core ผมต้องการให้แอพฯ โชว์เพลงทั้งหมดในเซิร์ฟเวอร์นี้ออกมาในรูปของ อัลบั้มจึงจิ้มเลือกรูปแบบแรก (ศรชี้สีแดง)

หน้าตาแอพฯ จะเปลี่ยนไปโชว์ภาพปกและรายชื่ออัลบั้มทั้งหมดออกมาในลักษณะนี้ คุณสามารถใช้ปลายนิ้วสไลด์ลงไปดูอัลบั้มอื่นๆ ได้

เมื่อเจออัลบั้มที่ต้องการฟัง ก็ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปบนปกอัลบั้มนั้นโดยตรง รายละเอียดของเพลงในอัลบั้มนั้นจะปรากฏขึ้นมาตามภาพข้างบนนี้ ส่วนคำสั่งซึ่งเป็นอ๊อปชั่นในการเล่นไฟล์เพลงเหล่านี้จะอยู่ที่จุดสามจุดทางขวามือของหน้าจอแอพฯ (ลูกศรสีแดง) ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปตรงนั้น

จะมีตัวเลือกคำสั่งปรากฏออกมาในกรอบด้านล่าง ซึ่งในนั้นมีคำสั่งให้เลือก 4 คำสั่ง ผมเลือก Play Now คือเริ่มเล่นอัลบั้มนี้ทันที ตั้งแต่แทรคแรกเป็นต้นไป ซึ่งก็สามารถเล่นได้เป็นปกติ แสดงว่า Uniti Core ทำหน้าที่เป็น Music Server ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งไม่ใช่แค่เล่นผ่าน Cambridge Audio EDGE NQ เท่านั้น ไม่ว่าผมจะใช้ Network Audio Player ตัวไหนเชื่อมเข้าไปในเน็ทเวิร์ควงเดียวกับ Uniti Core ก็สามารถดึงไฟล์เพลงจาก Uniti Core ไปเล่นที่เน็ทเวิร์ค เพลเยอร์ตัวนั้นได้ทั้งหมด

สำหรับการทำหน้าที่เป็น Music Server นั้น Uniti Core มีสปีดในการ จัดส่ง” (stream) สัญญาณที่สูงมากคือสามารถสตรีมสัญญาณไฮเรซฯ ที่ระดับ 32/384 ไปให้อุปกรณ์ต่างๆ ผ่านระบบเน็ทเวิร์คได้มากถึง 6 อุปกรณ์พร้อมกัน หรือถ้าเป็นสัญญาณ 16/44.1 จะสตรีมผ่านระบบเน็ทเวิร์คได้มากถึง 10 อุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน

ทดสอบ : หน้าที่ลำดับที่สามของ Naim : Uniti Core
เป็นเครื่องเล่นไฟล์เพลง (Network Player)

สำหรับคนที่มี DAC อยู่แล้ว การเพิ่มเติมตัว Naim Uniti Core เข้ามาในซิสเต็มจึงตอบโจทย์ได้ครบ ทำให้คุณสามารถเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คได้โดยไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรอีก

ภาพด้านบนแสดงลักษณะการเชื่อมต่อระบบสำหรับการเล่นไฟล์เพลงโดย Uniti Core ร่วมกับตัวปรีแอมป์/เน็ทเวิร์ค เพลเยอร์ Cambridge Audio รุ่น EDGE NQ ซึ่งจริงๆ แล้ว คุณสามารถใช้ Uniti Core ร่วมกับ ext.DAC ตัวไหนก็ได้ที่มีช่อง digital input แบบ Coaxial ซึ่งช่องดิจิตัล เอ๊าต์พุต Coaxial ของ Uniti Core รองรับการส่งผ่านสัญญาณเสียงได้ถึงระดับ Hi-Res Audio ที่ระดับสูงสุดคือ 24/192 และซอฟท์แวร์ + ฮาร์ดแวร์ที่ใช้เล่นไฟล์เพลงในตัว Uniti Core สามารถรองรับการเล่นสัญญาณเสียง PCM ได้ถึงระดับ 32bit/384kHz และรองรับการเล่นไฟล์ DSF ได้ถึงระดับ DSD128 แต่จะแปลงเป็นสัญญาณ PCM ฐาน 44.1kHz ก่อนส่งให้กับ ext.DAC ทางช่อง Coaxial (ขั้วต่อ BNC) โดยทดระดับสัญญาณ PCM ออกไปให้อยู่ในระดับ สูงสุดที่ช่องอินพุต Coaxial ของ ext.DAC ปลายทางสามารถรองรับได้

เล่นไฟล์ DSF (DSD64 2ch Stereo)

ไฟล์ไฮเรซฯ อยู่ใน ext.SSD ของ Samsung (ศรชี้สีแดง)

รูปบนสุดนั้นเป็นหน้าจอแอพฯ Naim ของ Naim Audio ที่ใช้ในการเล่นไฟล์เพลง DSF (DSD64 2ch Stereo) บน Uniti Core แล้วแปลงเป็นสัญญาณ PCM ที่ระดับ 176.4kHz ก่อนส่งให้ EDGE NQ ทางช่องอินพุต Coaxial (D3) เนื่องจากช่องอินพุต Coaxial (D3) ของ EDGE NQ รองรับแซมปลิ้งสัญญาณได้สูงสุดที่ระดับ 24bit/192kHz

รูปบนนี้จากการทดลองใช้ Uniti Core กับ ext.DAC ของ Accuphase รุ่น DC-37 โดยเล่นไฟล์เพลงด้วยแอพฯ Naim บน Uniti Core แล้วส่งสัญญาณเสียงจาก Uniti Core ไปเข้าทางช่อง Coaxial 1 ของ DC-37 ซึ่งตามสเปคฯ ระบุว่า ช่องอินพุต Coaxial ของ Accuphase DC-37 ก็เป็นอินพุตมาตรฐาน Hi-Res S/PDIF ที่รองรับสัญญาณ PCM ได้ถึงระดับ 24/192 ฟังท์ชั่น SRC (sample rate conversion) ของโปรแกรมเพลเยอร์ในตัว Uniti Core จึงทำการ scale down สัญญาณ DSD64 ออกมาเป็นสัญญาณ PCM ที่มีระดับแซมปลิ้งสัญญาณที่ระดับ 176.4kHz ซึ่งเป็นระดับแซมปลิ้งสัญญาณ PCM ฐาน 44.1kHz สูงสุดที่ภาคอินพุต Coaxial ในตัว DC-37 สามารถรองรับได้

เสียง

คุณภาพเสียงที่ได้จาก Uniti Core ขึ้นอยู่กับตัวแปร 3 ตัวหลักๆ นั่นคือ

1. คุณภาพของตัวไฟล์เพลง
2. คุณภาพของ ext.DAC ที่นำมาใช้ร่วมกัน
3. คุณภาพของสาย coaxial ที่นำมาใช้เชื่อมต่อระหว่าง Uniti Core กับ ext.DAC

ในการทดลองฟังเสียงไฟล์เพลง WAV 16/44.1 ที่ริปด้วย Uniti Core และไฟล์ไฮเรซฯ ทั้ง PCM และ DSD ที่ผมเก็บอยู่บน ext.SSD ของซัมซุง ผมใช้สาย digital coaxial รุ่นเก่า ยี่ห้อ McCormack Audio รุ่น Wonder Link J ยาว 1 เมตร ซึ่งเป็นสาย digital coaxial ที่ดีมากเส้นหนึ่งในอดีต ให้ความต้านทาน 75 โอห์มตลอด ส่วน ext.DAC ที่ผมทดลองฟังกับ Uniti Core มีหลายตัว ทั้งที่เป็นภาค DAC ที่อยู่ปรีแอมป์อย่าง Cambridge Audio รุ่น EDGE NQ และ ext.DAC แบบสแตนด์อะโลนที่ไม่มีช่องต่อ RJ45 (LAN) เพื่อเล่นไฟล์ผ่านเน็ทเวิร์คอย่าง Accuphase รุ่น DC-37 ซึ่งช่องอินพุต coaxial ของทั้งสองตัวนี้รองรับมาตรฐาน Hi-Res S/PDIF ถึงระดับ 24/192 ทั้งคู่

ในแง่คุณภาพเสียงที่ได้ออกมาจากการใช้ Uniti Core เล่นไฟล์เพลง เมื่อเทียบกับการเล่นแผ่น CD อัลบั้มเดียวกันบนเครื่องเล่นซีดี Arcam รุ่น CD27 ของผมแล้วส่งสัญญาณดิจิตัลจาก CD27 ไปที่ ext.DAC ทางช่องอินพุต coaxial ช่องเดียวกัน ใช้สายดิจิตัลเส้นเดียวกัน ผมพบว่า น้ำเสียงโดยรวมออกมาคล้ายกันมาก เสียงจากการเล่นผ่านเครื่องเล่นซีดีจะมีโทนบาลานซ์ไปทางทุ้มมากกว่าเล่นผ่าน Uniti Core นิดหน่อย แต่เล่นผ่าน Uniti Core ให้โฟกัสของแต่ละเสียงที่มีความคมชัดมากกว่า ช่องไฟระหว่างชิ้นดนตรีมีความเปิดโล่งมากกว่า พื้นเสียงใสกว่า หัวอิมแพ็คหรือสัมผัสแรกของตัวโน๊ตมีความคมกว่า บอดี้ของตัวเสียงชิ้นดนตรีและเสียงร้องที่ได้จากการเล่นไฟล์ผ่าน Uniti Core ให้ทรวดทรงที่สัดทัดกว่า ย่านทุ้มมีความใสมากกว่า ไม่ติดขุ่นนิดๆ เหมือนตอนเล่นผ่านเครื่องเล่นซีดี

เมื่อลองเล่นไฟล์ไฮเรซฯ คุณภาพเสียงก้าวกระโดดไปอีกขั้นเลย ตัวเสียงมีความเข้มข้นสูงขึ้น มีทรวดทรงมากขึ้น แยกแยะแต่ละชิ้นออกจากกันได้เด็ดขาดมากขึ้น ขอบเขตปริมณฑลของรูปวงซาวนด์สเตจก็ระบุได้ชัดเจนมากขึ้น รวมไปจนถึงระดับการสวิงไดนามิกก็กว้างขึ้นมาก ซึ่งเหล่านี้เป็นประสิทธิภาพของไฟล์ไฮเรซฯ โดยธรรมชาติอยู่แล้ว และที่สำคัญคือ ตอนเล่นไฟล์ DSD ผมพบว่า ฟังท์ชั่น SRC (Sample Rate Conversuion) ที่ใช้ในตัว Uniti Core ทำงานได้แนบเนียนมากจนผมไม่รู้สึกว่ากำลังฟังเสียงของฟอร์แม็ต PCM 176.4kHz ที่แปลงมาจาก DSD64 เนื่องจากมันไม่ปรากฏอาการดีเลย์หรือเร่งสปีด และไม่มีลักษณะของเสียงอับทึบในบางย่านออกมาให้สังเกตพบเหมือนการทำงานของฟังท์ชั่น SRC ยุคแรกๆ

สรุป

หลังจากทดลองใช้งาน Naim Audio : Uniti Core ตัวนี้ต่อเนื่องกันมานานเกินหนึ่งเดือน ผมพบว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มี ext.DAC รุ่นเก่าที่ออกมาก่อนยุคเน็ทเวิร์ค เพลเยอร์ ซึ่งคุณคุ้นเคยกับเสียงของมันอยู่แล้ว และอยากจะเล่นไฟล์เพลงผ่านเน็ทเวิร์คในซิสเต็มของคุณ ผมแนะนำให้ลองพิจารณาทางเลือกนี้ อาจจะดีกว่าขาย ext.DAC ตัวเก่าไปซื้อ Network Audio Player ที่มีภาค DAC ในตัว ซึ่งหากเทียบในงบประมาณพอๆ กัน มีโอกาสมากที่ประสิทธิภาพของภาค DAC ในตัว Network Audio Player ที่มีราคาพอๆ กันไม่น่าจะสู้ ext.DAC ตัวเดิมของคุณได้ /

*****************************
ราคา : 85,500 บาท / เครื่อง
*****************************
นำเข้าโดย : . CH Home Media
*****************************
จัดจำหน่ายโดย :
ร้าน Hi-End Audio
โทร. (06)2-551-2410, 02-102-1168, 02-101-1988
website : hiendaudio.com
facebook : @hiendaudiothailand

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า