รีวิวโฮมเธียเตอร์ : NAD รุ่น T777v3 เอวี รีซีฟเวอร์ จากประเทศ (Part 2 : MCH Music Listening) จากประเทศอังกฤษ

คอนเท็นต์ดนตรีที่มิกซ์มาเป็นระบบเสียง multichannel แล้วบันทึกลงบนแผ่น มีอยู่ 3-4 ฟอร์แม็ต นั่นคือ SACD, DVD-Audio, DVD คอนเสิร์ต และ Bluray คอนเสิร์ต แต่ปัจจุบันนี้คงต้องนับ file เพลงรวมเข้าไปด้วยอีกหนึ่งรูปแบบ

เตรียมสถานที่,
แหล่งต้นทางสัญญาณ
และลำโพง

ผมใช้พื้นที่ในห้องรับแขกที่บ้าน ที่ผมใช้ฟังเพลงประจำวันด้วยชุดเครื่องเสียงสองแชนเนลเป็นที่ทดลองฟังครั้งนี้ เนื่องจาก T777v3 แจ้งกำลังขับในโหมดเซอร์ราวนด์ไว้ที่ 80W x 7 แชนเนล แบบต่อเนื่อง/ตลอดย่านความถี่ตอบสนอง 20Hz-20kHz” ที่โหลด 8 โอห์ม ผมเช็คดูลำโพงที่ผมมีอยู่ขณะนั้น และเลือกลำโพง Totem Acoustics รุ่น Element ‘Ember’ กับ รุ่น The One ทำเป็นคู่หน้าและคู่หลัง และอาศัยลำโพง ATC รุ่น SCM7 ทำหน้าที่เป็นลำโพงเซ็นเตอร์ ส่วนลำโพงแอ๊คทีฟซับวูฟเฟอร์เป็นของยี่ห้อ Mordaunt Short รุ่น AVANT 309i

Cambridge Audio : azur 751BD

ส่วนแหล่งต้นทางสัญญาณผมเลือกใช้เครื่องเล่นยูนิเวอร์แซล/บลูเรย์ เพลเยอร์ของ Cambridge Audio รุ่น Azur 751BD เล่นแผ่น SACD, DVD-Audio และ Bluray คอนเสิร์ต ส่วนไฟล์เพลง DSD multichannel บางส่วนที่ผมริปมาจากแผ่น SACD กับไฟล์เพลง PCM multichannel บางส่วนที่ผมริปมาจากแผ่น DVD-Audio นั้น ผมใช้โปรแกรม roon บนแมค มินิเป็นตัวเล่นแล้วปล่อยสัญญาณเสียงออกมาทาง HDMI ไปเข้าที่ช่อง HDMI input ของ T777v3

เซ็ตอัพ + ปรับตั้ง

การเซ็ตอัพลำโพงทั้ง 5 ตัวสำหรับฟังเพลงด้วยระบบเสียงมัลติแชนเนล ผมยึดตามแพลทเทิ้นของ Dolby Labs. ที่กำหนดไว้สำหรับระบบเสียง 5.1 ch ตามภาพนี้

ส่วนการปรับตั้งเสียง ผมก็เลือกใช้วิธี manual อาศัยสัญญาณ Test Tone + SPL meter + ตลับเมตร และแผ่นกราฟ กับหูทั้งสองข้างเป็นเครื่องมือเหมือนเดิม ผมพยายามจะลองใช้การปรับตั้งด้วย Dirac แต่ไม่สำเร็จ ตอนทดสอบด้วยระบบเซอร์ราวนด์สำหรับดูหนังผมจะให้นักเซ็ตอัพระบบเสียงมาช่วยอีกที

เนื่องจากพื้นที่ที่ใช้ทดลองฟังไม่กว้างมาก จากการทดลองเบื้องต้นโดยเล่นเพลงจากไฟล์เพลงซีดีที่เป็นระบบเสียง stereo 2 ch พบว่ากำลังขับในตัว T777v3 ทำงานสบายๆ ซึ่งถือว่ามากพอสำหรับลำโพงที่ผมเลือกใช้ทดสอบครั้งนี้

ลองฟังช่วงแรก
จากแผ่น

ระหว่าง Azur 751BD กับ T777v3 ผมทำการเชื่อมต่อสัญญาณไว้ทั้งสองระบบคือ digital โดยอาศัยสาย HDMI สำหรับการเล่นแผ่น DVD-Video กับแผ่น DVD-Audio ส่วนตอนเล่นแผ่น SACD ผมใช้วิธีส่งผ่านสัญญาณ analog จากตัว Azur 751BD ไปที่ T777v3 ด้วยสายสัญญาณอะนาลอก 5 เส้น เพราะภาค DAC ในตัว T777v3 ไม่รองรับ DSD โดยตรง จึงให้ Azur 751BD ทำหน้าที่แปลงให้จากต้นทาง

ลองฟังช่วงที่สอง
จากไฟล์

ผมนำไฟล์ DSF64 (DSD) และ WAV (PCM) ระบบเสียงมัลติแชนเนลที่มีอยู่มาลองเล่นด้วยโปรแกรม roon บนแมคมินิ แล้วส่งออกไปที่ T777v3 ผ่านทางช่อง HDMI ของ Mac mini

ตอนเล่นไฟล์ DSF mch โปรแกรม roon รู้ว่าภาค DAC ของ T777v3 ไม่รองรับสัญญาณ DSD โดยตรง ผมจึงปรับตั้งให้ roon แปลง DSD เป็น PCM ก่อนส่งให้ T777v3 ซึ่ง roon เลือกแปลงให้ที่ระดับ 24/88.2

กรณีที่เป็นไฟล์ WAV โปรแกรม roon สามารถส่งสัญญาณ PCM ไปให้ T777v3 ทั้งที่เป็นสัญญาณ stereo 2 ch และมัลติแชนเนลได้ทั้งสองรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการปรับตั้งเอ๊าต์พุตที่ตัวโปรแกรม roon ไม่ให้ downmix ออกมาเป็นสองแชนเนลตอนที่เล่นไฟล์ที่เป็นมัลติแชนเนล แต่ให้ทำการ mapping channel ให้เท่านั้น

เสียง

ถ้าเทียบกับระบบเสียงสเตริโอ 2 แชนเนล จุดเด่นของระบบเสียงมัลติแชนเนลอยู่ที่ dynamic range ของเสียงที่เปิดกว้างมากกว่า เพราะระบบมัลติแชนเนลมีจำนวนแชนเนลให้ซาวนด์เอนจิเนียร์ทำการ mix เสียงมากกว่าระบบสเตริโอ เปิดโอกาสให้มิกซ์ดาวน์ เอนจิเนียร์สามารถ เกลี่ยเสียงชิ้นดนตรีออกไปได้มากกว่า ในแต่ละแชนเนลจึงมี headroom ให้ใช้เยอะ ทำให้ไม่จำเป็นต้อง compress ไดนามิกของเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นลงไปมากเหมือนการมิกซ์เพื่อไปเล่นบนระบบเพลย์แบ็คสเตริโอ 2 แชนเนล

โดยเฉพาะดนตรีประเภทร็อคที่เน้นไดนามิกที่รุนแรง บวกกับธรรมชาติของเพลงประเภทนี้ถ้าจะให้ฟังให้ถึงอารมณ์กันจริงๆ ต้องเปิดดังๆ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของระบบเสียง stereo 2 ch ด้วยเหตุผล 2 ประการ ข้อแรกคือสัญญาณเพลงที่มิกซ์มาสำหรับเพลย์แบ็คบนระบบเสียง stereo 2 ch ต้องกดไดนามิกเยอะ เพราะมีแชนเนลให้แยกเสียงแต่เพียง 2 แชนเนล ในแต่ละแชนเนลจึงต้องเกลี่ยไดนามิกให้เสียงของชิ้นดนตรีหลายๆ ชิ้นสามารถปรากฏออกมาได้ ไม่ถูกกลบทับ สังเกตได้ว่า เพลงไหนที่มีเสียงดนตรีหลายๆ ชิ้น มีโอกาสจะได้เสียงออกมาไม่ดีเมื่อเปิดดังๆ ถ้าไม่เจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญ ก็จะออกไปทางอึดอัด เพราะตัวสัญญาณเสียงที่ถูกกดไดนามิก (compressed) เอาไว้จะทำให้ได้เสียงออกมาอั้นๆ เมื่อเร่งวอลลุ่มขึ้นไปสูงๆ

เมื่อมิกซ์เป็นระบบมัลติแชนเนล ซาวนด์เอนจิเนียร์สามารถเกลี่ยเสียงของชิ้นดนตรีให้กระจายออกไปอยู่ในแชนเนลต่างๆ ได้ ทำให้ในแต่ละแชนเนลมีเสียงของเครื่องดนตรีลดน้อยลง สามารถปล่อยไดนามิกของแต่ละเสียงเข้าไปในแชนเนลได้กว้างขึ้น บางเสียงนั้นแทบจะสวิงไดนามิกได้กว้างพอๆ กับที่อยู่ในมาสเตอร์เลยทีเดียว

ทั้งหมดนั้นคือเหตุผลที่ทำให้เสียงของสัญญาณเพลงที่มิกซ์มาเป็นระบบมัลติแชนเนล PCM หรือ DSD มีลักษณะที่ เต็มแม้ขณะที่เปิดดังๆ ก็จะรู้สึกอึดอัดน้อยกว่าที่มิกซ์มาเป็น 2 แชนเนลมาก ซึ่งตอนเปิดดังๆ นั้น นอกจากจะไม่รู้สึกอึดอัดแล้ว กลับรู้สึกอิ่มและแน่น แผ่กระจายออกไปเต็มทั้งห้อง ซึ่งนั่นคือประสบการณ์ที่ผมได้ยินจาก T777v3 ตัวนี้

อย่างเพลง Dreams แทรคที่สองในอัลบั้มชุด Rumours ของ Fleetwood Mac (24/96 – 5.1ch) เสียงทุ้มมันออกมาทั้งแน่น, หนัก และ นิ่งซึ่งผมเคยฟังจากแผ่นเสียงและแผ่นซีดีก็รับรู้ได้ถึงความหนักแน่นของเสียงทุ้มในแทรคนี้มาก่อน แต่บอกได้เลยว่า เทียบไม่ได้กับที่ผมได้ยินจากเวอร์ชั่นมัลติแชนเนลนี้ คือนอกจากจะแน่นและหนักแล้ว มันได้ให้ ความนิ่งที่ผนึกเอารายละเอียดอยู่ในเสียงนั้นออกมาด้วย ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงอาการเน้นของมือเบส (John McVie) ที่กดสายแช่ค้างไว้ปล่อยให้เสียงเบสที่อิ่มแน่นผนวกรวมไปกับเสียงกระเดื่องหนาๆ ของ Mick Fleetwood ที่กระแทกหัวเสียงหนักๆ ออกมากอปรรวมกันเป็นเสียงทุ้มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของแทรคนี้ไปเลย

นอกจากทุ้มที่แน่น, หนา และหนักแล้ว เสียงในย่านกลางแหลมก็มีลักษณะที่สด กระจ่าง และฉับไว อย่างเสียงกีต้าร์ของ Lindsey Buckingham ในเพลง Never Going Back Again แทรคที่สามในอัลบั้มเดียวกันซึ่งออกมาสดและดีดตัวเดงดึ๋งออกมาในอากาศ ให้อารมณ์เหมือนฟังสดจากหน้าตู้แอมป์!

เสียงสะกิดดึงสายด้วยฟิงเกอร์พิคบนปลายนิ้วของลินด์เซย์มีสปีดที่เร็ว ดีดหัวโน็ตออกมาจากลำโพงได้อย่างฉับไว ด้วยพื้นเสียงที่ใสและสะอาด ผนวกกับไดนามิกที่สวิงได้กว้างมาก ทำให้แต่ละโน๊ตของเสียงกีต้าร์ที่ดีดตัวตามออกมามีทั้งความชัดและมีพลัง เหมือนกำลังฟังเสียงกีต้าร์จริงๆ ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่ากำลังฟังสัญญาณเสียงที่ถูกบันทึกมา แสดงให้เห็นถึงการออกแบบภาคขยายในตัว T777v3 ที่ขยับขึ้นมาตอบสนองกับสัญญาณดิจิตัลได้อย่างทันควันมากยิ่งขึ้น ทรานเชี้ยนต์ของสัญญาณอิมแพ็คถูกปลดปล่อยออกมาได้เร็ว ทำให้หัวเสียงมีความคม กระชับ ไม่มีอาการพล่าเบลอ จุดนี้ถือเป็นจุดเด่นของภาคแอมปลิฟายที่อยู่ในตัว T777v3 ตัวนี้

ด้วยเหตุที่สัญญาณเสียงมัลติแชนเนลที่บันทึกมาในแผ่น DVD-Audio เป็นสัญญาณ PCM ที่เข้ารหัสด้วยกรรมวิธี Lossless โดย MLP สัญญาณ PCM ที่อยู่ในแผ่น DVD-Audio จึงเป็นสัญญาณดิบที่แทบจะไม่โดนกดไดนามิกเลย ไม่เหมือนสัญญาณ PCM ที่เข้ารหัสด้วย Dolby หรือ DTS ซึ่งจะผ่านการ compressed มา ไดนามิกจึงไม่เต็มเหมือนมาสเตอร์ที่มิกซ์ดาวน์ในสตูดิโอ

ส่วนสัญญาณ DSD ที่เล่นจาก Azur 751BD ออกมาเป็นสัญญาณอะนาลอก เมื่อป้อนเข้าที่อินพุต 7.1 CH INPUT ของ T777v3 มันให้บุคลิกของเสียงที่ต่างออกไป เสียงที่ได้ออกมามีลักษณะนุ่ม เนียน และไหลลื่น ฟังสบายแต่ไม่สด เปิด กระจ่างและดีดตัวเท่ากับที่ได้ยินจากการป้อนด้วยสัญญาณดิจิตัล PCM เข้าทางช่อง HDMI

แต่บุคลิกเสียงแบบนั้นก็ดูเหมือนจะเหมาะกับแนวเพลงคลาสสิกที่ผมเลือกมาฟัง คือโดยรวมจะออกนัวๆ นิดนึง เหมือนภาพสีน้ำที่ไม่เน้นฉูดฉาด ไม่สดและทรงพลัง แต่แลกกันด้วยความเนียน สะอาด และสงบ

สรุป

ผมเชื่อว่า คนที่เล่นเครื่องเสียงมานานเกิน 10 ปีน่าจะมีแผ่นเพลงมัลติแชนเนลอย่างพวก DVD-Audio และแผ่น SACD สะสมอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย ถึงแม้ว่าในวงการจะสรุปว่าทั้ง 2 ฟอร์แม็ตนี้ได้ตายจากเราไปแล้ว ใครที่มีอยู่แค่สองสามแผ่น ก็คงไม่ต้องสนใจอะไรมาก ถือว่าเป็นของสะสม แต่ถ้าคุณมีแผ่นเพลงเหล่านี้สะสมอยู่ในคอลเลคชั่นเป็นจำนวนมาก ก็น่าสนใจว่าคุณจะทำอะไรกับแผ่นเพลงเหล่านั้น.?

ผมเองก็มีแผ่น SACD และ DVD-Audio สะสมอยู่มากพอสมควร นับรวมๆ กันก็เกินร้อยแผ่น และยังอยากที่จะฟังเสียงของแผ่นเหล่านี้ ผมจึงต้องเก็บเครื่องเล่นยูนิเวอร์แซลฯ Cambridge Audio รุ่น Azur 751BD ตัวนี้เอาไว้เล่นแผ่นเพลงเหล่านี้ เพราะเครื่องเล่นบลูเรย์ยุคใหม่ประเภท 4K UHD Player บางตัวก็เริ่มจะไม่รองรับการเล่นแผ่น DVD-Audio แล้ว (หลังจาก Oppo จากไป อนาคตของแผ่นเพลงสองฟอร์แม็ตนี้ก็จะยิ่งมืดมนลงไปอีก.!)

มีเอวี รีซีฟเวอร์ไม่กี่ตัวที่รองรับทั้งสัญญาณ PCM และ DSD ทางช่อง HDMI ในขณะที่ส่วนใหญ่จะรองรับแค่ PCM กับสัญญาณบิตสตรีมที่เข้ารหัส (encoded) ด้วยฟอร์แม็ต DTS และ Dolby เท่านั้น ถึงแม้ว่า T777v3 ตัวนี้จะไม่รองรับสัญญาณ DSD ทางช่อง HDMI แต่มีช่อง 7.1 CH INPUT มาให้ใช้แทน และเป็นอินพุตแบบ “pure analog inputซะด้วย คือไม่มีวงจร bass-management และวงจร DSP ใดๆ เข้ามาขวางทางเดินสัญญาณเลย สะอาดบริสุทธิ์สำหรับสัญญาณอะนาลอกอย่างแท้จริง เพราะมีแค่มาสเตอร์ วอลลุ่มเท่านั้นที่ยุ่งเกี่ยวกับสัญญาณอินพุต 7.1 CH INPUT

จริงอยู่ว่า เสียงของฟอร์แม็ต DSD ที่เล่นบน Azur 751BD เข้าทางช่อง 7.1 CH INPUT ของ T777v3 จะยังไม่ถูกใจผมซะเลยทีเดียวในแง่ของไดนามิกและอิมแพ็ค แต่ด้วยประสบการณ์ ผมพอจะรู้ว่า ถ้าผมจะไปต่อกับการเล่นแผ่น SACD บน Azur 751BD ผ่านเข้าทางช่อง 7.1 CH INPUT ของ T777v3 ผมจะต้องแม็ทชิ่งอย่างไร เพราะผมเชื่อว่า ปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เสียงของการเล่นแผ่น SACD กับ T777v3 ออกมาในลักษณะนั้นเป็นผลมาจากสายสัญญาณทั้ง 5 เส้นที่ผมใช้ในการเชื่อมต่อด้วย ซึ่งหากแยกประเมินคุณภาพของภาคขยายที่ช่องอินพุต 7.1 CH INPUT ของ T777v3 แล้ว ผมยอมรับว่ารู้สึกพอใจนะกับคุณภาพเสียงโดยรวมๆ ที่ได้ออกมา เพราะมันเป็นอินพุตที่ค่อนข้างจะตรงและสะอาด ถ้าได้มีโอกาสและมีเวลาแม็ทชิ่งสายสัญญาณทั้ง 5 เส้นมากกว่านี้ ผมก็น่าจะทำให้เสียงจากอินพุตอะนาลอกช่องนี้ออกมาตามที่ผมชอบได้ไม่ยาก /

***************
REVIEW NAD T777v3 (Part 1 : Stereo Music Listening)
REVIEW NAD T777v3 (Part 3 : Multichannel Movie)

***************
ราคา : 113,400 บาท / ตัว
***************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
. โคไน้ซ์ อีเล็คโทรนิค จำกัด
โทร. 02-276-9644

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า