รีวิวโฮมเธียเตอร์ Q Acoustics รุ่น Concept 50 / 5.1 Ch Home Theater System – ชุดลำโพงเซอร์ราวนด์ 5.1 แชนเนล พร้อมซับวูฟเฟอร์รุ่น Q-B12

ถ้าใช้ทีวีจอใหญ่ตั้งแต่ 55 นิ้วขึ้นไป คุณจะเริ่มมีปัญหากับคุณภาพของระบบเสียงของทีวีที่ “ไม่ใหญ่ตามขนาดของภาพที่เห็นบนจอ พูดง่ายๆ คือในขณะที่ ตาของเรากำลังลุกวาวกับภาพที่เห็น แต่ หูของเรากลับไม่หือไม่อือไปด้วย นั่นเป็นเพราะระบบเสียงของทีวีมันไม่สามารถแสดงศักยภาพของเสียงออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น สาเหตุก็เป็นเพราะว่า ลำโพงที่ติดมากับตัวทีวีมันมีขนาดเล็กและแบนบางเกินไป บวกกับกำลังขับของแอมป์ในตัวทีวีก็น้อยนิดเกินไปที่จะสามารถปั๊มเสียงที่หนาแน่นออกมาได้

เมื่อใดที่คุณกำลังรู้สึกไม่สบอารมณ์กับการชมภาพยนตร์จาก Netflix เพราะพบว่าระบบเสียงมันไม่ เซอร์ราวนด์และ “ไม่กระหึ่ม” อย่างที่ต้องการ ดูหนัง-ฟังคอนเสิร์ตแล้วไม่ว้าวว.. เมื่อนั้น ก็ถึงเวลาของการอัพเกรดระบบเสียงของทีวีแล้วล่ะครับ.!!

Q Acoustics กับชุดลำโพงเซอร์ราวนด์ 5.1 แชนเนล รุ่น Concept 50

ที่ผ่านมา Q Acoustics มีทำลำโพงเซอร์ราวนด์ ออกมาแล้วหลายรุ่น ไล่มาตั้งแต่รุ่น 3000 Series, 3000i, 3010i, 3050i, Concept 5.1 Plus, Concept 5.0 Plus จนมาถึงรุ่น “Concept 50ชุดนี้ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่อยู่ในระดับเรือธง (flagship) ของแบรนด์ ออกแบบมาเพื่อให้ติดตั้งใช้งานในระบบเสียงเซอร์ราวนด์ 5.1 แชนเนล โดยมีลำโพงตั้งพื้นรุ่น Concept 50 ทำหน้าที่เป็น คู่หน้า” (Front R/L) มีลำโพงสองทางวางขาตั้งรุ่น Concept 30 ทำหน้าที่เป็นลำโพงเซอร์ราวนด์ด้านหลัง (Rear R/L) และมีลำโพงรุ่น Concept 90 ทำหน้าที่เป็นลำโพงเซ็นเตอร์ (Center) ส่วนลำโพงที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณเอ็ฟเฟ็กต์ความถี่ต่ำ หรือแชนเนล .1 เป็นลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่มีแอมป์ในตัว (Active Subwoofer) รุ่น Q B12 ซึ่งเป็นลำโพงแอ๊คทีฟ ซับวูฟเฟอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกมาสดๆ ร้อนๆ

คู่หน้ารุ่น Concept 50

Concept 50 เป็นลำโพงตั้งพื้นขนาดกลาง ความสูงจากฐานล่างถึงส่วนบนของตัวตู้วัดได้ 102.5 เมตร แผงหน้าลำโพงกว้าง 18 .. ไม่รวมความกว้างของขาตั้งที่ด้านหลัง ส่วนความลึกของตัวตู้อยู่ที่ 31.9 .. น้ำหนักข้างละ 22.9 .. ทำงานในระบบตู้เปิด โดยมีท่อระบายอากาศขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 .. ติดตั้งอยู่ที่แผงหลังของตัวตู้

Concept 50 เป็นลำโพง 2 ทาง ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 42Hz – 30kHz ผ่านไดเวอร์ 3 ตัวที่ประกอบด้วยมิด/เบสขนาด 5 นิ้ว x 2 ตัวต่อข้าง ทำงานร่วมกับทวีตเตอร์ซอฟท์โดมขนาด 0.9 นิ้ว ข้างละตัว โดยมีวงจรเน็ทเวิร์คทำหน้าที่ตัดแบ่งความถี่ซึ่งกำหนดจุดตัดไว้ที่ 2.1kHz (สูงกว่า 2.1kHz ขึ้นไปส่งให้ทวีตเตอร์ ส่วนที่ต่ำกว่า 2.1kHz ลงมาส่งให้มิด/เบส)

ความไวของ Concept 50 ค่อนไปทางสูง คืออยู่ที่ 90.5 dB/W/m ความต้านทานอยู่ที่ 6 โอห์ม (ลดลงต่ำสุดอยู่ที่ 3.6 โอห์ม) แนะนำกำลังขับอยู่ระหว่าง 25 – 150 วัตต์ต่อข้าง ถือว่าไม่โหดสำหรับแอมป์มากนัก

เซ็นเตอร์รุ่น Concept 90

ดูจากรูปร่างหน้าตาและขนาดของตัวตู้ รวมถึงไดเวอร์ที่ใช้แล้ว ต้องบอกเลยว่า Concept 90 เป็นลำโพงเซ็นเตอร์ที่ออกแบบมาให้ใช้คู่กับลำโพงคู่หน้ารุ่น Concept 50 จริงๆ เพราะดูผิวเผิน ลักษณะภายนอกมันเหมือนกับเอาลำโพงรุ่น Concept 50 มาตัดด้านล่างของตัวตู้ออกไปแล้วเอามาวางเอียง ด้วยสัดส่วนความกว้างที่วัดได้ 55 .. x สูง 18.4 .. x ลึก 25.9 .. (น้ำหนักอยู่ที่ 12.3 ..) จะเห็นว่าสัดส่วนของแผงหน้ากับความลึกมันใกล้เคียงกับรุ่น Concept 50 มาก แต่เมื่อพิจารณาตรงตำแหน่งของทวีตเตอร์จะเห็นว่า มันอยู่เยื้องไปด้านบนของแนวกึ่งกลางของตัวมิด/เบสทั้งสอง ไม่ได้อยู่ในแนวกึ่งกลางของตัวมิด/เบสทั้งสองตัวเหมือนกับคู่หน้า แสดงว่า แม้ว่าตัวเซ็นเตอร์ Concept 90 ตัวนี้จะใช้ไดเวอร์ชุดเดียวกับคู่หน้า แต่ก็มีการปรับจูน alignment มุมกระจายเสียงของตัวไดเวอร์มิด/เบสกับทวีตเตอร์ด้วยเพื่อทำให้ไดเวอร์ทั้งสามตัวทำงานผสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ใช่แค่เอารุ่น Concept 50 มาตัดตู้เฉยๆ

ตัวเซ็นเตอร์รุ่น Concept 90 ก็เป็นลำโพงสองทางที่ใช้ไดเวอร์ชุดเดียวกับคู่หน้ารุ่น Concept 50 คือมิด/เบสขนาด 5 นิ้ว x 2 ตัว ทำงานร่วมกับทวีตเตอร์ 0.9 นิ้ว x 1 ตัว ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 67Hz – 30kHz วงจรเน็ทเวิร์คกำหนดจุดตัดความถี่ไว้ที่ 2.1kHz เท่ากับลำโพงคู่หน้า ความต้านทานอยู่ที่ 6 โอห์ม ลดลงต่ำสุดอยู่ที่ 3.7 โอห์ม อิมพีแดนซ์สวิงน้อยกว่าคู่หน้านิดหน่อย ส่วนความไวของลำโพงเซ็นเตอร์ตัวนี้อยู่ที่ 90dB/W/m ใกล้เคียงกับคู่หน้า แนะนำกำลังขับระหว่าง 25 – 150 วัตต์ต่อข้างเท่ากับคู่หน้า

คู่หลังรุ่น Concept 30

ลำโพงเซอร์ราวนด์คู่หลังรุ่น Concept 30 เป็นลำโพงสองทางวางขาตั้งที่มองปร๊าดเดียวก็รู้ว่าออกแบบมาเข้าเซ็ตกับคู่หน้ารุ่น Concept 50 และเซ็นเตอร์รุ่น Concept 90 เพราะไม่ว่าจะเป็นลักษณะตัวตู้ภายนอกไปจนถึงไดเวอร์ที่ใช้มันมาทางเดียวกันทั้งหมด เริ่มจากหน้ากว้างของตู้ที่ 18 .. และลึก 31.9 .. เท่ากับคู่หน้า แต่ความสูงน้อยกว่า คืออยู่ที่ 28.4 .. ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 7.9 .. ต่อข้าง

Concept 30 ตอบสนองความถี่ระหว่าง 54Hz – 30kHz ผ่านไดเวอร์มิด/เบสขนาด 5 นิ้ว x 1 ตัว ร่วมกับทวีตเตอร์ขนาด 0.9 นิ้ว x 1 ตัว ซึ่งเป็นไดเวอร์ชุดเดียวกันกับที่ใช้ในลำโพงคู่หน้าและเซ็นเตอร์ แต่กำหนดจุดตัดความถี่ไว้ที่ 2.4kHz สูงกว่าจุดตัดของคู่หน้ากับเซ็นเตอร์นิดนึง แสดงว่ามีการปรับจูนเสียงมา ส่วนความไวอยู่ที่ 6 โอห์มเท่ากัน ลดลงต่ำสุดอยู่ที่ 3.9 โอห์ม ความไวเท่ากับตัวเซ็นเตอร์คืออยู่ที่ 90dB/W/m ระบุกำลังขับที่แนะนำอยู่ระหว่าง 25 – 100 วัตต์ต่อข้าง

ซับวูฟเฟอร์รุ่น Q B12

นี่เป็นลำโพงซับวูฟเฟอร์รุ่นแรกของ Q Acoustics ที่ใช้ไดเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 12 นิ้ว ที่ Q Acoustics ออกแบบและพัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อให้ได้เสียงทุ้มที่ลงไปได้ลึกถึง 28Hz เป็นซับวูฟเฟอร์แบบแอ๊คทีฟคือมีแอมป์ Class D ที่ให้กำลังขับต่อเนื่อง 220 วัตต์ (พีคสูงสุดได้ถึง 440 วัตต์) อยู่ในตัว ลักษณะตัวตู้อยู่ในรูปทรงสี่เหลี่ยมเกือบจะจัตุรัส หน้ากว้างกับความสูงเท่ากันคือ 40 .. ส่วนความลึกอยู่ที่ 44 .. ขั้วต่อสายไฟและสายสัญญาณ รวมถึงปุ่มสั่งงานฟังท์ชั่นต่างๆ ถูกติดตั้งไว้ที่แผงหลัง ซ่อนอยู่ใต้ฝาปิด

A = จุดเสียบปลั๊กสายไฟเอซีที่ให้มาเป็นแบบ 2 ขา
B = สวิทช์ไฟเมน ทำหน้าที่เปิด/ปิดไฟเอซีเข้าเครื่อง
C = เมื่อสับสวิทช์เมนไปที่ตำแหน่ง On (I) ไฟ LED ตรงตำแหน่งนี้จะสว่างขึ้น บอกให้รู้ว่ามีไฟฟ้าเข้าเครื่องพร้อมทำงาน
D = มีวิธีเปิด/ปิดไฟเข้าเครื่อง 2 แบบ แบบแรกคือ เปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา (สับสวิทช์ตัวนี้ไปที่ตำแหน่ง On) แบบที่สองคือ ไฟจะถูกเปิดเข้าเครื่องต่อเมื่อมีสัญญาณเข้ามาที่อินพุตเท่านั้น หลังจากนั้น ถ้าไม่มีสัญญาณเข้ามาอึดใจนึงจะตัดไฟเข้าเครื่องอัตโนมัติ
E = ช่องอินพุตสำหรับสัญญาณ Sub-Out จากเอวี โปรเซสเซอร์ ถ้าเอวี โปรเซสเซอร์มีช่อง Sub-Out เพียงช่องเดียว ให้เสียบเข้าที่ช่อง Left/Mono แต่ถ้ามีมาให้ 2 ช่อง ให้เสียบเข้าทั้งสองช่อง เหตุผลที่ Q B12 ให้อินพุตมาสองช่องเพื่อให้ความสะดวกสำหรับคนที่ต้องการนำ Q B12 จำนวน 2 ตัวไปใช้กับระบบเสียง Stereo 2 Ch โดยแยกสำหรับแชนเนลซ้าย (Left) กับแชนเนลขวา (Right) ข้างละตัว ในกรณีนั้น ให้เสียบสัญญาณ Pre-Out R/L จากแอมป์ฯ (อินติเกรตแอมป์ หรือปรีแอมป์) แยกเข้าที่ Q B12 ข้างละตัว
F = ปุ่มปรับจุดตัดของวงจรครอสโอเวอร์เน็ทเวิร์ค สามารถเลือกจุดตัดได้ระหว่าง 40Hz ไปจนถึงประมาณ 140Hz และเมื่อหมุนปุ่มตามเข็มนาฬิกา (ขวา) ไปจนสุดจะเป็นการเข้าสู่โหมด AV ซึ่งผู้ออกแบบทำเป็นอ๊อปชั่นไว้ให้เลือกใช้กรณีที่นำ Q B12 ไปใช้ร่วมกับชุดลำโพง Concept 50 ของ Q Acoustics
G = ปุ่มปรับความดังของซับวูฟเฟอร์ตัวนี้ หมุนไปทางซ้าย (ทวนเข็ม) เป็นการลดความดัง และหมุนไปทางขวา (ตามเข็ม) เป็นการเพิ่มความดัง
H = สวิทช์ปรับเลือกเฟสของสัญญาณจากซับวูฟเฟอร์ เลือกได้สองค่าคือ 0 (เฟสตรง) กับ 180 (สลับเฟส) สวิทช์นี้ใช้ตอนไฟน์จูนเสียงของซับวูฟเฟอร์เพื่อให้สัญญาณความถี่ต่ำจากซับวูฟเฟอร์ออกมามีเฟสที่ตรงกับสัญญาณเสียงกลางแหลมของลำโพงในซิสเต็ม การเลือกใช้เฟส 0 หรือ 180 ไม่มีอะไรผิดหรือถูก การเลือกใช้เฟส 0 หรือ 180 องศาขึ้นอยู่กับตำแหน่งการจัดวางลำโพงซับวูฟเฟอร์ด้วย อย่างที่บอกไว้คือ 0 หรือ 180 ไม่มีอะไรผิด สามารถใช้ได้ทั้งสองค่าขอให้เฟสของสัญญาณจากซับวูฟเฟอร์ออกมา ตรงกับเฟสของสัญญาณกลาง/แหลมของซิสเต็มหลักเท่านั้น
I = ที่เก็บฟิวส์
J = ท่อสำหรับร้อยเก็บสายไฟเอซีและสายสัญญาณ

ดีไซน์

ตั้งแต่เริ่มต้นก่อนตั้งแบรนด์ Q Acoustics มาตั้งแต่ปี 2006 ทีมผู้ก่อตั้งก็ได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะสร้างลำโพงที่มีทั้งการออกแบบ, เทคโลโลยี และคุณภาพการผลิตที่ดีที่สุด เพื่อให้ลำโพงของ Q Acoustics ขยับขึ้นมาเป็นลำโพงชั้นแนวหน้าให้ได้.!!

และนั่นคือที่มาของอนุกรม “Concept Seriesโดยเริ่มตั้งแต่รุ่น Concept 300, Concept 500 ก่อนจะมาถึง Concept 30, Concept 50 และ Concept 90 ที่รวมตัวกันเป็นชุดลำโพง 5.1 แชนเนลเซ็ตนี้ ซึ่งลำโพงในอนุกรม Concept Series ทุกรุ่นที่กล่าวมาข้างต้นล้วนอัดแน่นด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ หลายอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาตามที่ผู้ก่อตั้งได้ตั้งความหวังเอาไว้ นั่นคือ เพื่อสร้างลำโพงที่มี ความสงัดของตัวตู้สูงสุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เนื่องจากความเชื่อที่ว่า ถ้าตัวตู้สงัดปรากศจากคลื่นสั่นค้างออกมารบกวนการทำงานของไดเวอร์ จะมีผลให้ไดเวอร์ทั้งหมดทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ผู้ออกแบบต้องการร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็หมายถึงเสียงที่มีความเที่ยงตรงมากที่สุดนั่นเอง

ทีมวิศวกรของ Q Acoustics ได้คิดค้นเทคโนโลยีในการจัดการกับเรโซแนนซ์ของตัวตู้ออกมาหลายเทคโนโลยี ซึ่งในจำนวนนั้น ถูกนำมาใช้ในการออกแบบลำโพงรุ่น Concept 30, Concept 50 และ Concept 90 ทั้งหมด 3 เทคโนโลยี หลักๆ นั่นคือ “Gelcore”, “P2P (Point-to-Point) Bracingและ “Isolation Baseโดยที่ทั้ง 3 เทคโนโลยีนี้ต่างก็มุ่งเป้าไปที่การขจัดปัดเป่าปัญหาเรโซแนนซ์ของตัวตู้ทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละเทคนิคที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมานี้ พูดได้ว่า เป็นการขจัดปัญหาเรโซแนนซ์ของตัวตู้กันแบบ ขุดลงไปที่ต้นตอกันเลยทีเดียว..!!!

เซ็ตอัพ + ทดสอบ

ถ้าอยากรู้ว่า เทคนิคเหล่านั้นเวิร์คมั้ย.? ก็คงจะไม่มีวิธีไหนดีไปกว่าการทดลองฟังจากของจริงแล้วล่ะครับ ลำโพงทั้งหมดก็มาอยู่ในมือแล้ว จะรออะไร จัดการแกะกล่องออกมาเซ็ตอัพลองฟังเสียงกันเลย.!!

ผมเซ็ตอัพชุดลำโพง Q Acoustics ชุดนี้ไว้ในห้องรับแขก ใช้งานร่วมกับ OLED-TV ของ Sony รุ่น A8F ขนาด 65 นิ้ว ตามภาพด้านบน โดยวางลำโพงคู่หน้า Concept 50 ทั้งสองข้าง กับลำโพงเซ็นเตอร์ Concept 90 ห่างจากผนังด้านหลังออกมา = 97 .. เท่ากันทั้งสามตัว โดยที่คู่หน้า Concept 50 วางห่างกัน = 107 .. ลำโพงเซ็นเตอร์ Concept 90 วางบนชั้นสูงจากพื้น = 46 .. อยู่ตรงกลางระหว่างลำโพงคู่หน้า อยู่ใต้ทีวีในแนวตรงกลางของจอ ระยะจากจุดนั่งชมบนโซฟาไปถึงแผงหน้าของลำโพงเซ็นเตอร์อยู่ที่ 2.5 เมตร ถ้าวัดจากจุดนั่งชมไปถึงหน้าจอทีวีจะอยู่ที่ระยะเกือบ 3 เมตร

ส่วนลำโพงเซอร์ราวนด์ Concept 30 ผมเอาไปวางไว้ที่ผนังฝั่งตรงข้าม โดยวางบนขาตั้งลำโพงที่มีความสูง 24 นิ้ว แล้วเอียงหน้าลำโพงยิงเข้าหาตำแหน่งนั่งชม แต่เนื่องจากพื้นที่จำกัด ลำโพงหลังทั้งสองข้างจึงอยู่ห่างจากจุดนั่งชมบนโซฟาไม่เท่ากัน คือข้างขวาห่างจากจุดนั่งชม = 90 .. ในขณะที่ข้างซ้ายอยู่ห่างจากจุดนั่งชม = 140 .. แต่ไม่เป็นปัญหา เพราะเอวี รีซีฟเวอร์ Marantz รุ่น SR8015 มีฟังท์ชั่น auto calibration ของ Audyssey ไว้ช่วยปรับจูนเสียงอยู่แล้ว

หลังจากทดลองวางลำโพงซับวูฟเฟอร์ Q B12 ไว้สองสามตำแหน่งแล้วปรับจูนเสียงด้วย Audyssey ฟังเสียงโดยรวมดูแล้ว ผมพบว่า เอา Q B12 ไปวางซุกไว้ที่มุมห้องใกล้กับลำโพงหน้าข้างขวาให้ผลลัพธ์โดยรวมดีที่สุด คือรับรู้ได้ถึงความถี่ต่ำจากแชนเนล LFE ที่แผ่กระจายออกมาโดยไม่รบกวนเสียงของคู่หน้า หลังจากนั้นก็ลองปรับจูน ความดัง (Level) ของตัวซับวูฟเฟอร์อีกรอบเพื่อหาจุดที่เสียงจากลำโพงซับวูฟเฟอร์มีลักษณะผสมผสานกับเสียงจากลำโพงหลักทั้ง 5 ตัว ที่ลงตัวมากที่สุด ผมลองปรับจุดตัดความถี่ของ Q B12 สองแบบ แบบแรกลองเลือกจุดตัดเอง ขยับไปมาระหว่าง 40 – 60Hz และแบบที่สองคือตั้งจุดตัดไปที่ตำแหน่ง AV ของตัวซับวูฟเฟอร์ จากนั้นใช้ Audyssey ปรับจูนเสียงแล้วฟังเทียบกัน ปรากฏว่า เลือกตั้งไว้ที่ตำแหน่ง AV ของซับวูฟเฟอร์ให้เสียงออกมาดีกว่า กลมกลืนมากกว่า เบสไม่โด่งหรือจมเป็นหลุม

สรุปเสียงของชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ 5.1 แชนเนล
ของ Q Acoustics รุ่น Concept 50

สายลำโพงที่ใช้เชื่อมต่อลำโพงทั้ง 5 แชนเนลเข้ากับเอวีแอมป์ Marantz SR8015 เป็นของ Atlas รุ่น Equator MK.II และมีการใช้ตัว DC Blocker ของ Audiolab (REVIEW) เพื่ออัพเกรดเสียงของเอวี รีซีฟเวอร์ด้วย เนื่องจากลำโพงทั้ง 5 ตัวรวมทั้งซับวูฟเฟอร์ที่ได้รับมาทดสอบเป็นของใหม่แกะกล่อง หลังจากจัดวางตำแหน่งและปรับจูนเสียงรอบแรกไปแล้ว ผมก็ใช้งานลำโพงชุดนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งชั่วโมงแรกๆ จะรู้สึกว่าเสียงยังจมๆ ปลายเสียงแหลมยังไม่เปิด ความรู้สึกของบรรยากาศยังไม่แผ่เต็มเท่าที่ควร เวทีเสียงยังมีลักษณะที่กระจายตัวเป็นหย่อมๆ หลังจากใช้งานไปเรื่อยๆ ดูทีวีบ้าง, ดูหนังผ่าน Netflix บ้าง และดูคอนเสิร์ตกับสารคดีผ่าน YouTube บ้าง จนลำโพงผ่านการใช้งานมาได้ประมาณ 70 ชั่วโมง เสียงก็ค่อนข้างนิ่งแล้ว ผมก็ทำการปรับจูนด้วย Audyssey อีกรอบ และใช้งานต่อเนื่องมาอีก 30-40 ชั่วโมงก่อนจะเริ่มลงมือเก็บรายละเอียดในการทดสอบ

ภาพยนตร์ที่ลองชมกับลำโพง Q Acoustics เซ็ตนี้แล้วพบว่ามันให้สนามเสียงออกมาดีมากคือภาพยนตร์เรื่อง “The Adam Projectซึ่งทำให้ลำโพงทั้ง 5.1 Ch ชุดนี้ได้ยืดเส้นยืดสายอย่างเต็มที่ เรื่องนี้เป็นหนังแอ๊คชั่นแฟนตาซีที่ดูสนุกดี แนะนำให้ลองชม ตอนนี้กำลังฮ็อตอยู่บน Netflix

ลำโพงเซอร์ราวนด์ชุดนี้ฟังคอนเสิร์ตคลาสสิกได้อารมณ์มาก.! มันให้เสียงที่เปิดกว้าง โอ่อ่า เสียงกลางแหลมมีลักษณะที่พลิ้วกังวาน ฟังเสียงเครื่องสายไพเราะมาก เสียงไวโอลินละเอียด ใสและพลิ้วหวาน แม้ว่าคุณภาพเสียงโดยรวมจะแปรผันไปตามคุณภาพการบันทึกเสียงของแต่ละคอนเสิร์ตก็ตาม แต่ถ้าเป็นคอนเสิร์ตที่ไม่มีความผิดพลาดในการบันทึก เสียงโดยรวมจะออกมาน่าฟังมากเป็นพิเศษ

หลังจากเสียงของลำโพงชุดนี้ผ่านการเบิร์นฯ มาจนเข้าที่แล้ว ผมได้ทดลองฟังภาพยนตร์และคอนเสิร์ตอยู่นานเกือบเดือน ทำให้พอจะประเมินประสิทธิภาพของลำโพงชุดนี้ออกมาได้ค่อนข้างชัดเจน จุดแรกที่พบและประทับใจก็คือ มันให้ ปริมาณเอ๊าต์พุตค่อนข้างสูง คือสามารถเปล่งพลังเสียงออกมาครอบคลุมพื้นที่อากาศ 40 ลูกบาศน์เมตร (3.7 x 3.8 x 2.8 เมตร) ในห้องรับแขกที่บ้านผมได้อย่างเต็มที่ ตอนรับชมภาพยนตร์เรื่อง The Adam Project ลำโพงชุดนี้มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในใจกลางของลูกบอลขนาดใหญ่ ที่มีสนามเสียงห้อมล้อมอยู่ทุกทิศ ทั้งด้านหน้า, ด้านข้าง และด้านหลัง

ผมคิดว่า สารพัดเทคโนโลยีที่วิศวกรของ Q Acoustics ใส่ลงไปในการออกแบบลำโพงชุดนี้น่าจะได้ผล คือมันทำให้ตัวตู้ของลำโพงปราศจากเรโซแนนซ์โดยสิ้นเชิง ส่งผลให้สัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยไดเวอร์แต่ละตัวถูกผลักดันออกมาจากตัวตู้ได้อย่างหมดจด แต่ละเสียงถูกดีดกระเด็นออกมาจากตัวตู้ไปไกล ตลอดการรับชมผมไม่รู้สึกเลยว่าจะมีเสียงไหนที่ออกมาจากตู้ลำโพงตัวใดตัวหนึ่ง คือมัน (ชุดลำโพงนี้) ทำให้รู้สึกเพลินไปกับการรับชมโดยไม่รู้สึกว่าเสียงทั้งหมดที่ได้ยินรายล้อมอยู่ทุกด้านนั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยลำโพงชุดนี้ รู้สึกเหมือนกับเสียงเหล่านั้นมันเกิดขึ้นมาพร้อมกับภาพที่ปรากฏบนจอ เป็นเนื้อเดียวกัน มาด้วยกัน สอดค้องกันไปหมดทั้งในแง่ของทิศทาง ระดับความดัง และโทนของเสียงแต่ละเสียงที่เป็นธรรมชาติมาก ทั้งเสียงคน เสียงเครื่องยนต์ เสียงระเบิด เสียงลม ไปจนถึงเสียงสตริงเครื่องสายที่เล่นคลอเป็นแบ็คกราวนด์อยู่ด้านหลัง (*เครดิตบางส่วนต้องยกให้เอวี แอมป์ Marantz SR8015 ด้วย) 

ตอนดูคอนเสิร์ต ผมสังเกตได้อีกอย่างหนึ่งว่า เสียงของลำโพง Q Acoustics เซ็ตนี้มีลักษณะที่สะอาดมาก ผมแทบจะไม่พบอาการหยาบหรือแข็งกระด้างออกมาเลย แม้ในขณะที่ความดังของเสียงอยู่ในระดับอึกกระทึกครึกโครม ทุกอย่างก็ยังคงอยู่ในร่องในรอย ไม่อึดอัด ไม่เจี๊ยวจ๊าว ไม่พบอาการปลายเสียงแหลมแตกซ่านเหมือนกับลำโพงเซอร์ราวนด์บางชุดตอนที่เจอกับช่วงโหมของดนตรีหนักๆ

ใครที่ชอบฟังคอนเสิร์ตน่าจะถูกใจกับเสียงกลางของลำโพง Q Acoustics ชุดนี้ โดยเฉพาะเสียงร้องของนักร้องผู้หญิง ซึ่งลำโพงชุดนี้สะกดให้ผมนั่งฟังนิ่งจนลืมหายใจมาแล้วในเพลง “Cry Me A Riverจากคอนเสิร์ตของ Diana Krall ชุด Live In Concert 2002 เสียงร้องของ Diana Krall ที่ผ่านลำโพง Q Acoustics ชุดนี้ออกมามันให้รายละเอียดที่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างชัดเจน ทุกอักขระคำร้องออกมาชัดแม้ในขณะที่เธอทำเสียงแผ่วๆ อีกทั้งเสียงกีต้าร์, เปียโน และกลองก็ออกมาชัดใส รายละเอียดกระจายเต็ม เสียงแส้ที่มือกลองไล้ไปบนใบฉาบมันช่างละเอียดเนียนหูเสียนี่กระไร..  เป็นอะไรที่ฟังแล้วรู้สึกถึงความละเมียดละมัยมาก!

เสียงกีต้าร์โปร่งของ Eric Clapton ในคอนเสิร์ตชุด Live at Budokan, Tokyo ปี 2001 เป็นประจักษ์พยานได้ถึงความเนียนใสและสะอาดของเสียงแหลม ซึ่งเสียงแหลมที่ลำโพงชุดนี้ให้ออกมามันอยู่ในจุดที่พูดได้ว่าถูกปรับจูนมาดีมาก คือเป็นเสียงแหลมที่มีความชัดใสพอดีๆ ไม่ได้ถูกดันให้พุ่งแหลมออกมามากเกินไป และในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ถูกฟิลเตอร์ให้มีความนุ่มนวลมากเกินไปซะจนขาดชีวิตชีวา ซึ่งเสียงแหลมที่ลำโพง Q Acoustics ชุดนี้ให้ออกมาพูดได้ว่าเป็นลักษณะเสียงแบบไฮเอ็นด์ฯ คือเป็นเสียงแหลมที่ให้ความคมชัด เปิดกระจ่าง แต่ไม่มีความหยาบกระด้างหูปนออกมาเลย.. ถือว่าเป็นคุณสมบัติที่เยี่ยมยอดมาก.!

มีหลายช่วงที่ผมทดลองเปิด/ปิดการทำงานของลำโพงซับวูฟเฟอร์ดูด้วย เพราะตรวจเช็คคุณภาพเสียงในย่านต่ำที่มันให้ออกมา ผมพบว่า เสียงทุ้มที่ลำโพงซับวูฟเฟอร์ Q B12 ตัวนี้ให้ออกมามันเป็นทุ้มที่ออกไปทางแผ่กระจายตัวลงต่ำ ไม่ใช่สไตล์พุ่งโด่งขึ้นมาเรียกร้องความสนใจ แม้ว่าในบางครั้งมันจะออกอาการดุดัน อึกกระทึกเมื่อถึงช่วงที่เอ็ฟเฟ็กต์ของหนังกำลังประทุ แต่เสียงที่ออกมาก็ยังมีลักษณะของการควบคุมที่ดี สะอาด ไม่มีเสียงทุ้มที่รั่วไหลหรือแตกแถวออกไป ไม่มีเสียงทุ้มเลอะๆ ที่เยอะแยะแต่พล่ามัวเหมือนที่เคยได้ยินจากซับวูฟเฟอร์ราคาถูกๆ เมื่อทำการปรับจูนจุดตัดและความดังจนกลืนกับลำโพงหลักได้แล้ว ผมพบว่า ตอนที่มันทำงานเราแทบจะไม่รู้เลยว่ามันกำลังทำงานอยู่ แต่เมื่อลุกขึ้นไปปิดสวิทช์ถึงได้รู้สึกว่ามันอะไรหายไป สุดท้ายก็ต้องบอกเลยว่า ไม่มีไม่ได้เลย.!!

สรุป

หลังจากทดลองฟังมานานเกือบเดือน ผมเชื่อว่า ทีมงานออกแบบลำโพงชุดนี้ทำได้อย่างที่พวกเขาต้องการทำ นั่นคือ สามารถขจัดเรโซแนนซ์ของตัวตู้ออกไปได้อย่างหมดจดจริงๆ เพราะผมพบว่า แม้จะฟังที่ระดับความดังไม่มากนัก เสียงที่ออกมาก็ยังคงเปิดโล่งและหลุดตู้กระจายออกไปรอบด้าน ไม่มีอาการจมติดอยู่กับตู้เลย.. ขอให้แอมป์ถึงเท่านั้น ลำโพงคู่นี้จะทำให้คุณไม่สามารถหวนกลับไปฟังเสียงของลำโพงในตัวทีวีได้อีกต่อไป ต่อให้เป็นลำโพงซาวนด์บาร์ หรือแม้แต่ลำโพง 2.1 Ch ก็ยังห่างชั้นกับลำโพง 5.1 Ch ชุดนี้อยู่มาก ทั้งในแง่ของไดนามิกและความเป็นสามมิติของสนามเสียง

Q Acoustics รุ่น Concept 50 + Subwoofer Q B12 คือชุดลำโพงเซอร์ราวนด์ 5.1 แชนเนลที่ทำให้ผมมีความสุขในการดูหนังและรับชมคอนเสิร์ตผ่านจอทีวีมากกว่าที่ผ่านมา.. อย่างมาก!!! /

****************************
*Highly Recommended.!!!
****************************
ราคา : 159,000 บาท / ชุด (รวมลำโพงซับวูฟเฟอร์รุ่น Q B12)
****************************
สนใจสั่งซื้อได้ที่
HDhifi

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า