รีวิวโฮมเธียเตอร์ Sony รุ่น HT-X8500 ลำโพงซาวนด์บาร์ 2.1ch + ซับวูฟเฟอร์ ที่รองรับ Dolby Atmos และ DTS:X

ในขณะที่ขนาดพื้นที่ของห้องพักอาศัยสำหรับคนเมืองในปัจจุบันมีแนวโน้มที่เล็กลงเรื่อยๆ ทว่า เทคโนโลยีของระบบเสียงโฮมเธียเตอร์กลับสวนทาง ถูกพัฒนาให้มีขอบเขตสนามเสียงที่แผ่ขยายออกไปมากขึ้น เวทีเสียงเปิดกว้างออกไปมากขึ้น จาก 5.1 Ch ของระบบ Dolby Digital และ DTS Surround ที่เคยล้อมรอบตัวในแนวระนาบ ซ้ายขวาหน้าหลัง ก็ขยายปริมณฑลขึ้นมาในแนวดิ่งด้วย คือมีบนล่างเข้ามาเสริมในยุคของระบบเสียง 7.1.4 Ch ในฟอร์แม็ต Dolby Atmos และ DTS:X

ลักษณะการเซ็ตอัพลำโพงของระบบเสียงเซอร์ราวนด์ Dolby Atmos 7.1.4 Ch แบบเต็มสเปคฯ ในปัจจุบัน

นอกจากนั้น ระบบเสียงเซอร์ราวนด์ยุคใหม่ยังได้เพิ่มความสามารถในการตอบสนองความถี่เสียง (frequency response) ที่กว้างขวางมากขึ้นด้วย คือไล่ไปตั้งแต่แหลมสุดๆ ลงมาถึงทุ้มลึกๆ ครบทั้งสเปคตรัม ทำให้ลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่ทำหน้าที่ในการถ่ายทอดความถี่ต่ำกลายเป็นความจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในระบบลำโพงเซอร์ราวนด์ เมื่อเป็นแบบนี้ คนที่มีพื้นที่ห้องรับแขกขนาดปานกลางลงไปถึงขนาดเล็กจะตอบสนองกับเทคโนโลยีโฮมเธียเตอร์สมัยใหม่เหล่านี้ได้อย่างไร.?

Sony : HT-X8500
ซิงเกิ้ล ซาวนด์บาร์

ปัจจุบัน ลำโพงซาวนด์บาร์ประเภท Single Soundbar นี้ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากขนาดของบ้านพักอาศัยในเมืองมีขนาดเล็กลงนั่นเอง

HT-X8500 เป็นลำโพงซาวนด์บาร์ประเภท “Single Soundbarรุ่นใหญ่ที่สุด สเปคฯ ดีที่สุด ในจำนวน 3 รุ่นที่ Sony ทำออกมา นั่นคือ HT-X8500, HT-S200F และ HT-S100F เรียงตามลำดับจากใหญ่ไปเล็ก ซึ่งจุดต่างที่โดดเด่นชัดเจนก็คือรุ่น HT-X8500 ซึ่งรองรับระบบเสียงเซอร์ราวนด์ชุดใหญ่อย่าง Dolby Atmos และ DTS:X ที่มีสนามเสียงด้านบนได้

รูปร่างหน้าตา

ลำโพงซาวนด์บาร์ HT-X8500 มาในรูปแบบแท่งสี่เหลี่ยมที่มีลักษณะเรียวยาว ความกว้างอยู่ที่ 89 .. ใกล้เคียงกับความกว้างของทีวีที่มีขนาดจอ 40 นิ้ว (88.6 ..) หรือประมาณสามในสี่ของความกว้างของทีวีขนาดจอ 65 นิ้ว (144 ..) ความสูงอยู่ที่ 6.4 .. ถ้าคุณวางทีวีบนโต๊ะด้วยขาตั้งของตัวทีวี คุณสามารถวางลำโพงซาวนด์บาร์ตัวนี้ไว้บนโต๊ะหน้าทีวีได้สบายๆ เพราะตัวเครื่องมันไม่สูงมาก ไม่บังจอแน่นอน ส่วนความลึกก็แค่ 9.6 .. เท่านั้น

ที่ด้านหน้าของตัวลำโพงมีตะแกรงโลหะที่เจาะรูพรุนปิดกั้นไว้ ถ้ามองลงไปด้านในจะสังเกตเห็นไดเวอร์กรวยไดนามิกทรงกลมรีขนาด 52 x 90 .. จำนวน 4 ตัว ติดตั้งอยู่บนแผงหน้า ติดตั้งอยู่ที่ด้านข้างซ้ายกับด้านขวาข้างละตัว เป็นไดเวอร์ที่ส่งสัญญาณสำหรับคู่หน้าและสัญญาณเซอร์ราวนด์ด้านบน ซึ่งจะทำงานตอนคุณกดเลือกฟังท์ชั่น Vertical S. (Vertical Surround) บนรีโมทไร้สายของ HT-X8500 ส่วนไดเวอร์อีกสองตัวที่อยู่ตรงกลางของแท่งซาวนด์บาร์คือซับวูฟเฟอร์ ซึ่งจะถ่ายทอดความถี่ต่ำของระบบเสียง

ตัวซับวูฟเฟอร์บน HT-X8500 ทำงานด้วยระบบ ตู้เปิด” (Bass Reflex) โดยมีท่อระบายเบสขนาด 2 x 3 .. ช่วยเพิ่มปริมาณของความถี่ต่ำติดตั้งอยู่ที่ด้านข้างของแท่ง Soundbar ทั้งสองข้าง ข้างละหนึ่งท่อ เวลาติดตั้งใช้งาน เพื่อให้ได้เสียงทุ้มที่ดีไม่ควรมีอะไรตั้งบังท่อระบายเบสทั้งสองท่อนี้ขณะใช้งาน

ขั้วต่อ และการเชื่อมต่อ

A = ช่องต่อ HDMI สำหรับเชื่อมต่อกับช่อง HDMI (ARC/eARC) ของทีวี
B = ช่องต่อ
HDMI สำหรับเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์ หรืออุปกรณ์เครื่องเล่นอื่นๆ
C = ช่องต่อ
Optical

มีช่อง HDMI มาให้สองช่อง ช่อง (B) ใช้รองรับสัญญาณเสียงจากเครื่องเล่นภายนอก ส่วน (A) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้รองรับสัญญาณเสียงจากทีวีที่รองรับฟังท์ชั่น ARC แบบเดิม หรือมาตรฐานใหม่คือ eARC (Enhanced Audio Return Channel) คือดึงสัญญาณเสียงจากทีวี (ที่รองรับฟังท์ชั่น ARC หรือ eARC) มาขยายเสียงผ่านลำโพงซาวนด์บาร์ตัวนี้ ส่วนทีวีรุ่นเก่าที่ไม่มีช่อง HDMI (ARC) ก็สามารถใช้งานร่วมกับซาวนด์บาร์ตัวนี้ได้ ด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากทีวีมาเข้าที่ซาวนด์บาร์ตัวนี้ผ่านทางขั้วต่อ Optical ซึ่งมีมาให้ 1 ช่อง (C)

เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างฟอร์แม็ต Optical, HDMI (ARC) และ HDMI (eARC)

ลักษณะการเชื่อมต่อ HT-X8500 กับทีวี

(A) = เป็นลักษณะการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากทีวีรุ่นเก่ามาที่ HT-X8500 ด้วยขั้วต่อ Optical ส่วน (B) = เป็นการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงของทีวีรุ่นใหม่ที่มีขั้วต่อ HDMI ที่รองรับฟังท์ชั่น HDMI (ARC) ซึ่งต้องเสียบให้ถูกช่อง ถ้าเสียบผิดช่องจะไม่มีเสียงออก

หลังจากเชื่อมต่อสายสัญญาณเสร็จแล้ว ก็ทำการเชื่อมต่อไฟเลี้ยงเข้าที่ตัวซาวนด์บาร์ ซึ่งตัวขั้วต่อติดตั้งอยู่ที่ด้านหลัง ในกล่องมีอะแด๊ปเตอร์สำหรับไฟล์ AC มาให้

ควบคุมสั่งงาน

A = ไฟจะสว่างขึ้นเมื่อสัญญาณอินพุตเข้ามาเป็นฟอร์แม็ต Dolby Atmos
B = ไฟจะสว่างขึ้นเมื่อสัญญาณอินพุตเข้ามาเป็นฟอร์แม็ต
DTS:X
C = ไฟจะสว่างขึ้นเมื่อเลือกใช้ฟังท์ชั่น
Vertical Surround
D = ไฟจะสว่างขึ้นเมื่อเลือกอินพุต
TV
E = ไฟจะสว่างขึ้นเมื่อเลือกอินพุต
HDMI
F = ไฟจะสว่างขึ้นขณะใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นผ่านการเชื่อม
Bluetooth
G = ปุ่มกดเพื่อเลือกปิด
/เปิดเครื่อง
H = ปุ่มกดเลือกแหล่งอินพุต
I = ปุ่มกดเพื่อการเชื่อมต่อ Bluetooth
J = กดเพื่อ
ลดความดัง
K = กดเพื่อ เพิ่มความดัง

โดยปกติแล้ว ไฟแสดงสถานะบนตัวเครื่องสำหรับตำแหน่งที่มีอ๊อปชั่นแค่สองสถานะคือ เปิดกับ ปิดการทำงาน จะเป็นไฟสีขาวที่ติดสว่าง (เปิด) และปิดมืด (ปิด) ในขณะที่บางตำแหน่งซึ่งมีอ๊อปชั่นมากกว่าสองสถานะ จะมีการแสดงสีมากกว่าหนึ่งสี อย่างเช่น ที่ตำแหน่งแสดงสถานะของรูปแบบเสียง DTS:X ซึ่งมีอยู่ 3 สี ได้แก่ สีขาวเมื่อสัญญาณเสียงเข้ามาเป็นฟอร์แม็ต DTS:X, แสดงเป็น สีเขียวเมื่อสัญญาณเสียงเข้ามาเป็นฟอร์แม็ต DTS และผู้ใช้ตั้งค่าเอฟเฟ็กต์ของเสียงเป็น “DTS Virtual:X”, แสดงเป็น สีส้มเมื่อสัญญาณเสียงเข้ามาเป็นฟอร์แม็ต DTS:X และผู้ใช้ตั้งค่าเอฟเฟ็กต์ของเสียงเป็น “DTS Virtual:X

นอกจากนั้น ไฟแอลอีดีเหล่านี้ก็อาจจะแสดงผลออกมาในลักษณะกระพริบ ในขณะกำลังปรับตั้งระบบด้วย

ผู้ใช้สามารถควบคุมสั่งงานการทำงานของ HT-X8500 ได้สองทาง ทางแรกคือใช้ปลายนิ้วกดลงไปบนปุ่มควบคุมที่อยู่บนตัว HT-X8500 โดยตรง กับอีกทางที่สะดวกกว่าคือกดปุ่มสั่งงานบนรีโมทไร้สายที่แถมมาให้ในกล่อง และบนตัวรีโมทยังมีคำสั่งอีกหลายคำสั่งที่ไม่มีอยู่บนตัวเครื่องด้วย อย่างเช่น การเลือกรูปแบบเสียงเซอร์ราวนด์ที่ตรงกับแนวของคอนเท็นต์ อาทิ Music, Cinema, Voice, Night, Vertical Surround และ Auto Sound เป็นต้น

เสียงของ HT-X8500
กับการทดสอบใช้งานจริง

ในสเปคฯ ทาง Sony อ้างอิงกำลังของแอมป์ที่ใช้ขับไดเวอร์คู่หน้าของ HT-X8500 ไว้ที่ข้างละ 50W ส่วนไดเวอร์ซับวูฟเฟอร์ที่ขับเสียงทุ้มอ้างอิงกำลังขับด้วยแอมป์ 100W

ต้องยอมรับว่า ระบบเสียงเซอร์ราวนด์ที่ได้ยินจาก HT-X8500 ตัวนี้ให้ความรู้สึกที่โอบล้อมดีกว่าลำโพงซาวนด์บาร์ยุคก่อนๆ มาก โดยเฉพาะฟังท์ชั่น Vertical Surround (VERTICAL S.) ซึ่งสามารถเพิ่มมิติของเสียงทางด้านสูงขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อนั่งชมอยู่ในระยะที่เหมาะสม คือห่างจากจอภาพ (65 นิ้ว) ออกมาประมาณ 2 เมตรครึ่ง (81 x 3 = 2.43 .) เสียงดีกว่าระบบเสียง Doby Atmos ของลำโพงซาวนด์บาร์ยุคแรกที่ใช้วิธียิงเสียงสะท้อนเพดานมาก

ผมทดลองใช้งานซาวนด์บาร์ HT-X8500 กับทีวี OLED ของ Sony รุ่น KD-65A9F โดยใช้สาย HDMI เวอร์ชั่น 2.0a (HIGH SPEED with ETHERNET) ของ Clef รุ่น HDMI-Z1 เชื่อมต่อสัญญาณระหว่างช่อง HDMI (eARC) ของทีวี เข้ากับช่อง HDMI (eARC) ของ HT-X8500 แล้วเปิดดูรายการข่าวจากช่องดิจิตัลทีวีบนตัวทีวี ซึ่งฟังท์ชั่น ARC จะทำการเปิดใช้งานตัวซาวนด์บาร์ HT-X8500 ขึ้นมาอัตโนมัติแล้วจัดส่งสัญญาณเสียงจากช่องดิจิตัลทีวีที่รับชมไปออกที่ตัว HT-X8500 ให้เองทันที ซึ่งสัญญาณเสียงที่ส่งมาจากช่องดิจิตัลทีวีช่อง 22 ของเนชั่นไม่ใช่ระบบเสียงเซอร์ราวนด์ เสียงจะออกมาแคบๆ อั้นๆ หน่อย แต่เมื่อผมทดลองกดเลือกใช้ระบบเสียงบนตัวซาวนด์บาร์ไปที่โหมด “Voiceก็ได้เสียงอ่านข่าวที่เด่นชัดขึ้นมาทันที เมื่อลองเลือกไปที่โหมด Vertical Surround หรือ “Vertical S.ปรากฏว่าเสียงจะลอยๆ เคว้งๆ ออกมา ติดหลอนนิดๆ

จากนั้นผมก็ลองเปลี่ยนไปรับชมภาพยนตร์จากแอพ Netflix ด้วยการสตรีมผ่านอินเตอร์เน็ต โดยเลือกชมภาพยนตร์แอนนิเมชั่นเรื่อง Coco ซึ่งปล่อยสัญญาณเสียงออกมาเป็นระบบเซอร์ราวนด์ 5.1 CH (ศรชี้ตำแหน่ง B ในภาพ) จากทีวีส่งผ่านมาที่ HT-X8500 เมื่อผมปรับตั้งโหมดเสียงบน HT-X8500 ปรากฏว่าได้เสียงที่มีมิติแยกแยะซ้ายขวาที่ดีขึ้น และเมื่อผมทดลองเลือกใช้โหมด Vertical Surround ปรากฏว่า เสียงทั้งหมดมีลักษณะที่เปิดกว้างขึ้น สนามเสียงแผ่ออกไปรอบด้านมากขึ้น แต่จำกัดอยู่บริเวณพื้นที่อากาศที่อยู่ด้านหน้าเท่านั้น ไม่เลยข้ามไปด้านหลังตำแหน่งนั่งชม เมื่อผมขยับตำแหน่งนั่งชมเข้าไปใกล้จอทีวีมากขึ้น โดยนั่งห่างจากระนาบจอออกมาประมาณ 2.4 เมตร (ระยะประมาณ 3 เท่า x ความสูงของจอ) สนามเสียงที่ได้ก็ลอยเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น ความรู้สึกของการแยกตำแหน่งเสียงซ้ายขวาจะชัดกว่าเสียงที่ลอยขึ้นด้านบน

ขั้นที่สอง ผมทดลองเล่นแผ่น UHD 4K HDR เรื่อง “Dark Towerบนเครื่องเล่นแผ่น UHD Player ของ Pioneer รุ่น UDP-LX800 (ศรชี้ภาพบน) โดยใช้สาย HDMI เวอร์ชั่น 2.0a ยี่ห้อ AIM ของญี่ปุ่น รุ่น Premium HDMI Cable เชื่อมต่อระหว่างช่องเอ๊าต์พุต HDMI ของ LX800 เข้ากับช่อง HDMI ของทีวี ในขณะที่ช่อง HDMI (eARC) ของทีวีต่อเชื่อมอยู่กับซาวนด์บาร์ HT-X8500

เมื่อผมทดลองเล่นแผ่น UHD 4K แล้วเลือกปล่อยสัญญาณเสียงออกมาเป็นระบบเสียง Dolby Atmos ปรากฏว่า ไฟแอลอีดีสีขาวที่ตำแหน่ง “Dolby Atmosติดสว่างขึ้นมา แสดงว่า ตัวซาวนด์บาร์รับเอาสัญญาณเสียงที่เข้ารหัสด้วยระบบเสียง Dolby Atmos เข้าไป และเมื่อผมกดเลือกใช้โหมด Vertical Surround ผสมเข้าไปด้วย คราวนี้สนามเสียงด้านบนจะมีความชัดเจนมากขึ้น ในขณะที่การแยกเสียงด้านซ้ายและด้านขวาก็ชัดเจนดีด้วย ดูหนังสนุกได้อารมณ์มากขึ้นเยอะเลย

ฟังเพลงผ่าน Bluetooth

อีกความสามารถของ HT-X8500 คือใช้ฟังเพลงผ่าน Bluetooth ได้ด้วย

เชื่อมต่อง่าย และเสียงดีมากด้วย ที่เด่นคือสมดุลเสียงระหว่างเสียงทุ้มกลางแหลมออกมากำลังเหมาะ เบสไม่เยอะเกินไปเหมือนกับรุ่นที่แยกซับวูฟเฟอร์ ซึ่งหลายๆ รุ่นที่แยกซับวูฟเฟอร์ใช้ฟังเพลงกระหึ่มกว่าแต่พอฟังเพลงเสียงมักจะออกมาขุ่นเพราะเบสเยอะไป แต่เสียงเบสที่ HT-X8500 ตัวนี้ให้ออกมาถือว่ากำลังดี กลางแหลมก็ไม่น้อยเกินไป เสียงลอยและให้รายละเอียดได้ชัด ไม่ต้องซื้อลำโพงไร้สายมาฟังเพลงแยกอีก ใครสนใจลำโพง Soundbar ตัวนี้อยากให้ทดลองฟังเสียงเพลงผ่านบลูทูธดูด้วย ยิงบลูทูธจากสมาร์ทโฟนนี่แหละ.. เสียงดีเลย!

สรุป

ถ้าถามว่า Single Soundbar แบบ HT-X8500 ตัวนี้ให้เสียงเบสเพียงพอมั้ย.? หลังจากได้ทดสอบไปแล้ว ผมพบว่ามันให้เสียงทุ้มอยู่ในเกณฑ์กำลังดีครับ ไม่ได้รู้สึกขาดแม้ในขณะชมภาพยนตร์ แต่ที่ชอบมากคือ ผู้ผลิตเขาจูนเสียงโดยยึดเอาเสียงกลางเป็นหลักให้ออกมาดีที่สุดแล้วดึงแหลมกับทุ้มเข้ามาเสริม ทำให้เสียงพูดหรือเสียงร้องออกมาชัดมากโดยมีเสียงทุ้มกับแหลมประกอบกันออกมาแบบกลมกลืน

คุณสามารถใช้ HT-X8500 กับขนาดห้องเท่าไหร่ก็ได้ แต่แนะนำให้กำหนดจุดนั่งชมห่างจากหน้าจอทีวีไม่เกิน 3 เมตร สำหรับทีวีขนาด 65 นิ้ว และประมาณไม่เกิน 2.5 เมตรสำหรับทีวีที่มีขนาดจอเล็กกว่า 65 นิ้วลงมา เพราะจะได้เสียงที่โอบล้อมและลอยออกมาจากหน้าจอ สมดุลเสียงกำลังดี มีความชัดเจนของรายละเอียดครบทั้งทุ้มกลางแหลม และสามารถเปิดได้ดังโดยที่เสียงไม่จัดหรือแผดจ้าเพราะมีกำลังขับมากพอ /

*******************************
ราคา = 14,990 บาท / ตัว
*******************************
สนใจสั่งซื้อ :
Sony Store Thailand
*** อย่าลืมใส่โค๊ดลดพิเศษสำหรับแฟนคลับ All About Audio/Video 
โค๊ด : ALLABOUT10%Disc
(โค๊ดนี้มีอายุตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 สิงหาคม 2562 นี้เท่านั้น)

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า