รีวิวเครื่องเสียง Cambridge Audio รุ่น Melomania 1 หูฟังอินเอียร์ True Wireless จากประเทศอังกฤษ

ผมเชื่อเหลือเกินว่า ในกลุ่มของผู้บริโภคทั่วไป หูฟังประเภท อินเอียร์ (In-Ear) กับ เอียร์บัด (earbud) จะเข้าครอบครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่อย่างแน่นอน เพราะถ้าลิสต์ความต้องการของคนทั่วไปออกมาว่าพวกเขาต้องการอะไรจากหูฟังบ้าง.? คุณสมบัติแรกๆ ก็น่าจะเป็น ขนาดซึ่งต้องเล็กกระทัดรัด เพราะไล้ฟ์ สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่มีความต้องการใช้หูฟังมากขึ้น ทั้งในแง่ของการรับสายโทรศัพท์และฟังเพลง เมื่อต้องพกพาติดตัวตลอดเวลา ขนาดของหูฟังจึงเข้ามามีความสำคัญอันดับต้นๆ และคุณสมบัติทางด้าน น้ำหนักก็ตามติดมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณสมบัติทั้งสองข้อแรกนี้ก็เข้าทางหูฟังอินเอียร์และเอียร์บัดแบบเต็มๆ แล้ว

นอกจาก ขนาดกับ น้ำหนักแล้ว ความต้องการข้อต่อมาก็คงเป็นเรื่องของ ฟังท์ชั่นใช้งานอย่างเช่น สามารถควบคุมสั่งงานฟังท์ชั่นพื้นๆ อย่างเช่นรับสายโทรฯ และควบคุมการเล่นเพลงบนตัวหูฟังได้โดยตรง และจะดียิ่งขึ้นไปอีกถ้าสามารถเชื่อมโยงเข้ากับแอพลิเคชั่นผ่านสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทว๊อชได้ เพื่อการใช้งานฟังท์ชั่นอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากการควบคุมพื้นฐานบนตัวหูฟังเอง และคุณสมบัติต่อมาก็คือ คุณภาพเสียงซึ่งใช้ประโยชน์ในการฟังเพลง, เล่นเกมส์ และรับชมวิดีโอคลิปผ่านทางอุปกรณ์พกพาที่รองรับการใช้งาน

เรื่องของคุณภาพเสียงนั้น ในช่วงแรกถูกมองว่า หูฟังประเภทอินเอียร์และเอียร์บัดไม่น่าจะรอด เพราะมีข้อจำกัดที่ขนาดของไดเวอร์ แต่จนถึงปัจจุบันนี้ เราก็เริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์กันแล้ว เมื่อปัญหาทางด้านข้อจำกัดเหล่านั้นกำลังจะถูกขจัดให้หมดสิ้นไปด้วยความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง บริษัทผู้ผลิตหูฟังกับบริษัทผู้ผลิตชิปไอซียักษ์ใหญ่ของตลาดอย่าง Qualcomm

เข้าสู่ยุคของ Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0

พื้นฐานของเทคโนโลยี Bluetooh เริ่มต้นด้วยเป้าหมายเล็กๆ แค่ออกแบบมาเพื่อใช้เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ personal gadget ระยะใกล้เท่านั้น

แต่เมื่อแนวโน้มความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่ออุปกรณ์ประเภท personal gadget เพิ่มสูงขึ้นมากโดยไม่มีท่าทีหยุดยั้ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีผลให้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพของ Bluetooth ให้สูงขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของผู้ใช้ เพื่อให้เทคโนโลยี Bluetooth สามารถรองรับฟังท์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น

สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทหูฟัง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ และกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคของ “small-but-efficientนั่นคือ เล็กแต่ทรงประสิทธิภาพ ทำให้มี key player ที่เป็นแบรนด์ผู้ผลิตขนาดใหญ่กระโดดเข้ามาเล่นมากหน้า ไม่ว่าจะเป็น Sony, Sennheiser, beyerdynamic, Bose และอีกมาก

จุดเปลี่ยนสำคัญในวงการหูฟังคือการเดินเข้าสู่ยุค “ไร้สาย(Wireless) โดยอาศัยเทคโนโลยี Bluetooth เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ ซึ่งกำลังแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน โดยอาศัยแรงขับเคลื่อนจากผู้ผลิตชิปสำเร็จรูปเจ้าใหญ่ของโลกอย่าง Qualcomm เป็นผู้ผลักดันตลาด ซึ่งชิป DSP ของ Qualcomm ตัวใหม่ๆ ในตระกูล QCC ถูกออกแบบมาให้รองรับมาตรฐาน Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ทำให้หูฟังรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้มาตรฐานนี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมาก ทั้งทางด้านการเชื่อมต่อ (conectivity), ความสามารถในการใช้งาน (functional) และที่ก้าวล้ำไปจากเวอร์ชั่น 4.x ขึ้นไปอย่างก้าวกระโดดก็คือ “คุณภาพเสียง(sound quality) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหูฟัง โดยเฉพาะหูฟังประเภท อินเอียร์ และ เอียร์บัด แบบ TrueWireless ที่มีขนาดเล็กจิ๋ว

Cambridge Audio : Melomania 1
ผลิตผลจากเทคโนโลยี Bluetooth 5.0

มาตรฐาน Bluetooth 5.0 เปิดตัวออกมาตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2016 ซึ่งคุณสมบัติหลักๆ ที่ส่งผลดีต่ออุปกรณ์ประเภทหูฟังก็คือ มีความเสถียรในการเชื่อมต่อมากขึ้น อย่างเช่น เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเมื่อใช้ฟังเพลงได้ระยะห่างมากถึง 30 เมตรโดยไม่มีอาการ drop out หรือสัญญาณเสียงกระตุก, ส่งผ่านข้อมูลได้มากขึ้น และกินไฟน้อยลง นั่นคือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้หูฟังรุ่น Melomania 1 ของ Cambridge Audio ตัวนี้สามารถใช้งานได้นานถึง 9 ชั่วโมง ต่อการชาร์จจนเต็มหนึ่งครั้ง และยังสามารถชาร์จผ่านกล่องใส่เพิ่มได้อีก 4 ครั้งเต็มๆ นั่นเท่ากับใช้งานต่อเนื่องไปได้อีก 36 ชั่วโมง รวมทั้งหมดแล้ว ทั้งที่ชาร์จบนตัวหูฟังเอง + ชาร์จผ่านกล่อง สามารถใช้งานต่อเนื่องกันมากถึง 45 ชั่วโมง เลยทีเดียว ใช้ได้นานที่สุดแล้วเท่าที่ผมเคยทดสอบมา! เรียกว่า ถ้าชาร์จเต็มทั้งหูและกล่อง ออกจากบ้านไปทั้งวันได้สบาย ตัดความกังวลกับการชาร์จไปได้เลย.!

วิดีโอ Preview : Unbox! Melomania 1

รูปร่างภายนอก

เล็กกระทัดรัดจริงๆ !

บอดี้ของตัวหูฟังทั้งสองข้างมีรูปทรงเหมือนกระสุนปืนคือกลมยาวทรงกระบอก ท้ายใหญ่และค่อยๆ เรียวลงมาทางท่อนำเสียง รูปทรงของบอดี้ไม่ได้หล่อให้โค้งมนเข้ารูปไปกับลักษณะช่องหูเหมือนอย่างที่หลายๆ แบรนด์ทำกัน ข้อดีคือน้ำหนักเบา ส่วนข้อด้อยคือ จัด sweet spot ยากหน่อย เวลาเสียบเข้าไปช่องหู ต้องคอยขยับจัดมุมให้ท่อนำเสียงยิงคลื่นเสียงตรงเข้ารูหูให้มากที่สุดทั้งสองข้าง ผู้สวมใส่ต้องคอยเช็คจากลักษณะของ soundstage ที่ได้ยินซึ่งต้องมีความสมดุลระหว่างซีกซ้ายกับซีกขวา ถ้ารู้สึกว่าข้างใดเบากว่าอีกข้าง ทำให้สนามเสียงเอียงไปทางใดทางหนึ่ง ให้ลองขยับหูฟังด้านที่เบากว่าจนกว่าจะรู้สึกว่า ความดังของทั้งสองข้างอยู่ในระดับใกล้เคียงกันมากที่สุด สนามเสียงครอบคลุมศีรษะเท่าๆ กันทั้งสองด้านถือว่าโอเค

แผ่นตะแกรงโลหะที่ใช้ปิดอยู่ที่ท่อนำเสียงป้องกันขี้หูเข้าไป

ช่องไมโครโฟน

ลักษณะกล่องใส่ พอหงายฝาเปิดออก ไฟแอลอีดีดวงเล็กๆ จำนวน 5 ดวง จะสว่างขึ้นเป็นสีขาว แสดงสถานะของแบตเตอรี่บนตัวกล่อง ดวงละ 20% คือถ้าสว่างทั้ง 5 ดวงแสดงว่าแบตฯ เต็ม 100% ตัวหูฟังทั้งสองจะตรึงแน่นอยู่ในกล่องด้วยแรงดึงดูดของแม่เหล็ก ถ้าอยู่ในกล่องไม่ต้องกลัวหล่นหาย

ช่องเสียบชาร์จแบตฯ ของตัวกล่องอยู่ด้านข้าง ผ่านขั้วต่อ Micro USB ซึ่งแถมสายชาร์จมาให้ในกล่องด้วยหนึ่งเส้น

เมื่อเทียบกับหูฟังไร้สายของยี่ห้ออื่นๆ อย่างเช่น Sony รุ่น WF-1000XM3, Pioneer รุ่น SE-C8TW หรือ Bose รุ่น SoundSport Free พบว่า Melomania 1 ตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าและเบากว่าทั้งสองรุ่นนั้นมาก มีให้เลือก 2 สีคือดำกับขาว

ส่วนประกอบภายใน
และสเปคฯ ทางเสียง

A = จุกยาง ถอดเปลี่ยนได้
B = ไดเวอร์

C = ตัวตู้ภายนอก

D = แบตเตอรี่

E = แผงวงจรทั้งหมด

F = แผงโลหะรองรับคำสั่งระบบสัมผัส

G = แป้นพลาสติกสำหรับกดสั่งงานฟังท์ชั่นต่างๆ

Melomania 1 ใช้ไดเวอร์ขนาด 5.8 .. ผลิตความถี่เสียงด้วยไดอะแฟรมที่ทำจากวัสดุ การ์ฟีน (Graphene) ที่ผลิตจากกราไฟท์ผสมคาร์บอน ให้ความถี่ตั้งแต่ 20Hz ถึง 20kHz, ความเพี้ยนฮาร์มอนิกรวม น้อยกว่า 0.04% ที่ 1kHz เมื่อถูกขับด้วยกำลัง 1mW ซึ่งนับเป็นปริมาณความเพี้ยนที่ค่อนข้างต่ำ

ชิปโปรเซสเซอร์ที่ใช้อยู่ใน Melomania 1 เป็นของ Qualcomm เบอร์ QCC3026 ซึ่งมีการทำงานในส่วนของ Bluetooth Audio ผนึกอยู่บนชิปสำเร็จ (SoC = system on chip) ใช้พลังโปรเซสเซอร์ในการประมวลผลทั้งหมด 3 core โดยที่สองในสามเป็นโปรเซสเซอร์ 32-bit ที่ใช้ประมวลผลฟังท์ชั่นอื่นๆ อย่างเช่น ระบบ Active Noise Cancellation (ANC) และประมวลคำสั่งแบบสัมผัส ส่วนอีกหนึ่งคอร์เป็น DSP audio ที่ Qualcomm ออกแบบขึ้นมา ชื่อว่า “Kalimbaซึ่งควบคุมการจัดการกับสัญญาณเสียงด้วย clock speed ที่เร็วถึง 120MHz

ในแง่ของคุณภาพเสียง หูฟังของ Cambridge Audio ตัวนี้รองรับการสตรีมสัญญาณเสียงที่เข้ารหัสด้วยฟอร์แม็ต aptX, AAC หรือ SBC ผ่านโปรไฟล์ A2DP

การควบคุมสั่งงานฟังท์ชั่นต่างๆ

การสั่งงานบนตัวหูฟัง Melomania 1 สำหรับฟังท์ชั่นต่างๆ ถูกออกแบบมาตามมาตรฐานโปรไฟล์ต่างๆ ของ Bluetooth ซึ่งหูฟังของ Cambridge Audio ตัวนี้รองรับโปรไฟล์บลูทูธจำนวน 4 โปรไฟล์* คือ A2DP, AVRCP, HSP และ HFP สำหรับสั่งงานในฟังท์ชั่นต่างๆ ดังนี้

* โปรไฟล์ (Profile) คือ กลุ่มของคำสั่งที่ใช้งานในฟังท์ชั่นนั้นๆ

ฟังท์ชั่นเล่นเพลง

ส่วนการสั่งงานที่กระทำบนตัวหูฟังเพื่อส่งคำสั่งไปควบคุมสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพาอื่นๆ หูฟังตัวนี้ใช้ความสามารถของโปรไฟล์ AVRCP ขั้นเบสิค คือควบคุมการเล่นเพลงด้วยคำสั่งพื้นฐาน อย่างเช่น เล่น (play), หยุดค้าง (pause), หยุดเล่น (stop), ข้ามแทรคไปข้างหน้า (skip forward), ถอยกลับไปแทรคก่อนหน้า (skip backward)

แป้นด้านหลังตัวหูฟังที่ใช้กดสั่งงาน (ศรชี้)

ขณะที่เพลงกำลังเล่น ถ้าต้องการหยุดค้าง (A) ให้กดที่ด้านหลังเร็วๆ 1 ที ต้องการกลับมาเล่นเพลงต่อจากตำแหน่งที่หยุด กดซ้ำเร็วๆ 1 ที ขณะกำลังเล่นเพลง ถ้าต้องการข้ามแทรคไปข้างหน้า (B) ให้กดที่ด้านหลังของหูฟังข้างขวา (R) เร็วๆ 2 ที ถ้าต้องการข้ามแทรคไปที่แทรคก่อนหน้า (C) ให้กดที่ด้านหลังของหูฟังข้างซ้าย (L) เร็วๆ 2 ที

ฟังท์ชั่นรับโทรศัพท์

Melomania 1 ใช้ความสามารถของโปรไฟล์ HSP (Headset Profile) ตามมาตรฐานบลูทูธสำหรับฟังท์ชั่นโทรศัพท์

เมื่อมีสายเรียกเข้ามา ให้กดลงบนแป้นด้านหลังหูฟังตัวซ้ายหรือขวาก็ได้ 1 ครั้ง ในการรับสาย และถ้าต้องการวางสาย ให้กดแป้นด้านหลังหูฟังตัวซ้ายหรือขวาก็ได้ค้างไว้ประมาณ 1 วินาที

สามารถปรับเพิ่ม/ลดระดับความดังของเสียงได้ ถ้าต้องการ เพิ่มความดัง ให้กดที่แป้นด้านหลังหูฟังข้างขวา (R) ค้างไว้ประมาณ 2 วินาที ถ้าต้องการปรับ ลดความดัง ให้กดที่แป้นด้านหลังหูฟังข้างซ้าย (L) ค้างไว้ประมาณ 2 วินาที การปรับวอลลุ่มนี้ใช้ขณะฟังเพลงก็ได้

ฟังท์ชั่น Voice Assistant

ไม่ว่าระบบปฏิบัติการณ์บนสมาร์ทโฟนของคุณจะเป็น iOS หรือ Android ก็สามารถใช้งานฟังท์ชั่น สั่งงานด้วยเสียง” (Voice Assistant) ของหูฟัง Melomania 1 ตัวนี้ เพื่อส่งผ่านคำสั่งไปที่ ผู้ช่วยเสมือน” (Virtual Assistant) บน iPhone ซึ่งก็คือ Siri หรือบนแอนดรอยคือ Google Assistant ได้ อยากเช่น สั่ง Siri บน iPhone ให้เปิดแอพ YouTube ให้เราเป็นต้น

ขั้นตอนการเรียกใช้ฟังท์ชั่น Voice Assistant บน Melomania 1 เพื่อส่งคำสั่งต่อไปที่สมาร์ทโฟน มีอยู่ 2 สเตป ถ้าคุณกำลังเล่นเพลง ต้องเริ่มจากการหยุดค้าง (pause) เพลงที่กำลังเล่นซะก่อน ด้วยการกดไปที่แป้นด้านหลังหูฟังข้างขวาหรือซ้าย 1 ครั้ง หลังจากเพลงหยุดค้างแล้ว ให้กดซ้ำลงไปที่หูข้างไหนก็ได้สองครั้งติดกัน หลังจากสั่งงานด้วยเสียงเสร็จแล้ว ขั้นตอนการเลิกใช้งาน Voice Assistant จะขึ้นอยู่กับสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่อง บางเครื่องสามารถกดที่แป้นของหูฟังสั่งปิดฟังท์ชั่น Voice Assistant ได้เลย แต่สมาร์ทโฟนบางรุ่นบางยี่ห้อต้องไปกดปิดที่ตัวสมาร์ทโฟน

จากการทดลองใช้ฟังท์ชั่นนี้บน iPhone 7 ของผม หลังจากกดที่แป้นด้านหลังตัวหูฟังสองครั้งติดกันแล้ว ฟังท์ชั่น Siri จะพร้อมใช้งานขึ้นมาบนหน้าจอ iPhone 7 ซึ่งผมต้องกดซ้ำลงไปที่หน้าจออีกหนึ่งครั้งเพื่อเริ่มใช้งาน ซึ่งจะมีเสียงของ Siri คอยแจ้งให้ผมปฏิบัติตามขั้นตอนที่จำเป็น ขึ้นอยู่กับว่าผมจะเลือกสั่งให้ Siri ทำหน้าที่อะไรให้ อย่างเช่น หลังจากผมบอกให้ Siri เปิดรูปภาพขึ้นมา เธอจะเตือนให้ผมกดรหัสเปิดหน้าจอ iPhone 7 ก่อนเป็นต้น ต้องลองใช้ดู เป็นความสามารถที่น่าทึ่ง สนุกมาก!

ส่วนการควบคุมใช้งานในการรับสายโทรฯ, เล่นเพลง มันเวิร์คทั้งหมด จะมีสับสนอยู่บ้างก็แค่ต้องจำให้ได้ว่าแต่ละฟังท์ชั่นที่ต้องการใช้งานนั้นต้องกดแป้นข้างไหน.. และกดกี่ครั้งจะเกิดผลอะไร.. แต่หลังจากใช้งานสักพักก็จะเริ่มชิน

สเปคฯ อื่นๆ
และผลการทดลองควบคุมใช้งาน

Melomania 1 มีให้เลือก 2 สี คือ ดำ กับ ขาวมุก น้ำหนักข้างละ 4.6 กรัม รวมสองข้างเท่ากับ 9.2 กรัม ส่วนตัวกล่องหนัก 37 กรัม เมื่อหูฟังอยู่ในกล่องทั้งสองข้างจึงมีน้ำหนักรวม 46.2 กรัม สามารถกันน้ำได้ถึงระดับ IPX5 คือโดนฝนได้ ทนเหงื่อได้ ใช้ใส่ออกกำลังกายได้ไม่มีปัญหา ทั้งตัวกล่องและหูฟังใช้เวลาชาร์จไฟนานไม่เกิน 1.5 ..

แม้ว่าตัวบอดี้ของ Melomania 1 จะมีขนาดเล็กกระทัดรัด มีพื้นที่สำหรับติดตั้งสายอากาศรับคลื่นบลูทูธไม่มากเท่ากับหูฟังตัวใหญ่ๆ และ Bluetooth ที่ใช้ใน Melomania 1 เป็น Bluetooth 5.0 Class 2 ซึ่งรับสัญญาณได้ดีช่วงระยะ 10 – 30 เมตร ไม่เกินนี้ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เปิดโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ ซึ่งผมทดลองวาง iPhone 7 ที่เชื่อมต่อกับหูฟังตัวนี้ไว้บนโต๊ะแล้วเปิดเพลงฟัง จากนั้นทดลองเดินขึ้นลงชั้นบนชั้นล่างภายในบ้าน รวมๆ ระยะทางที่ตัวผมห่างจาก iPhone 7 ไกลสุดประมาณ 10 เมตร ถ้าเป็นชั้นเดียวกันและไม่มีอะไรขวางสัญญาณเสียงยังคงเชื่อมต่อได้ชัดเจนและไม่มีอาการสะดุด แต่ตอนผมทดลองขึ้นบันไดไปชั้นสองของบ้านจึงเริ่มมีอาการเสียงหลุดวูบวาบ แต่กับการพก Melomania 1 ติดตัวออกไปใช้งานนอกบ้านร่วมกับ iPhone 7 ของผมทั้งฟังเพลงและรับสาย เปิดเว็บและเปิดแอพฯ โดยสั่งผ่าน Siri ทุกอย่างลื่นไหลไม่มีหลุดเลย สรุปคือถ้าอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกับหูฟังตัวนี้อยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา คุณก็ตัดความกังวลเรื่องการเชื่อมต่อไปได้เลย และหลังจากทำการเชื่อมต่อครั้งแรกแล้ว แนะนำให้เปิด Bluetooth บนสมาร์ทโฟนของคุณให้อยู่ในตำแหน่ง “Onตลอดเวลา หลังจากนั้น แค่คุณเปิดกล่องและหยิบหูฟังตัวขวาขึ้นมาเสียบหู ตัวหูฟังก็จะเชื่อมต่อกับ Bluetooth บนสมาร์ทโฟนของคุณทันที ทุกอย่างพร้อมใช้งานแทบจะในทันทีเรียกว่ายังไม่ทันเสียบหูฟังข้างซ้ายเสร็จก็พร้อมใช้งานแล้ว น่าประทับใจมาก.!!

เวลาใช้งานจริงเป็นอะไรที่ยากต่อการวัดออกมาได้จริงๆ ว่ามันอยู่ได้ถึง 9 ชั่วโมงตามที่โฆษณาไว้หรือไม่ แต่จากการใช้งานจนเริ่มมีเสียงเตือนเรื่องแบตเตอรี่ มันก็พร้อมใช้งานอยู่ข้างตัวผมตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องเสียบชาร์จที่ตัวกล่องเพิ่มเติมเลย ซึ่งผมเชื่อว่า ไม่น่าจะมีใครใช้แบตเตอรี่ให้หมดภายในวันเดียวได้.! นี่คือจุดเด่นที่ยอดเยี่ยมของ Melomania 1 ที่ผมชอบมาก เพราะผมเป็นคนชอบฟังเพลงและมักจะหยิบมันขึ้นมาฟังเพลงทุกครั้งที่มีโอกาส ตลอดการใช้งานอย่างหนักช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่หูฟังตัวนี้จะหมดแบตฯ คาหูผม.!!!

คุณภาพเสียงคืออีกคุณสมบัติที่ต้องยกนิ้วให้!

ผมเป็นคนชอบฟังเพลงมาก และหูฟังเป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงโปรดอีกชิ้นหนึ่งสำหรับผม เนื่องจากทุกครั้งที่ผมออกเดินทางไปนอกบ้าน ไม่ว่าจะไปใกล้หรือไปไกล ผมมักจะพกหูฟังกับเครื่องเล่นไฟล์เพลงติดตัวไปด้วยเสมอ ซึ่งเป็นภาระมาก เพราะสมัยก่อนนั้น หูฟังจะตัวใหญ่ แม้ว่าจะเป็นแบบ On-Ear ก็ยังตัวใหญ่อยู่ดี ตัวเล็กๆ เสียงไม่ดี นอกจากหูฟังแล้ว ต้องแบกเครื่องเล่นไฟล์เพลงไปด้วย เพราะหูฟังสมัยโน้นขับยาก สมาร์ทโฟนขับไม่ออก ฟังเพลงไม่เพราะ พอมีเครื่องเล่นไฟล์เพลงก็ต้องพกเพาเวอร์แบ็งค์ไปเผื่อชาร์จแบตระหว่างทาง เพราะสมัยก่อนแบตฯ ไม่อึด

บอกตรงๆ ว่า หลังจากมาเริ่มทดสอบหูฟังอินเอียร์ไร้สายเวอร์ชั่นใหม่ๆ เหล่านี้แล้ว ผมบอกตัวเองเลยว่า นี่แหละคือสิ่งที่รอคอย หูฟังเล็กๆ เหล่านี้ช่วยขจัดปัญหาวุ่นวายไปได้หลายอย่างในชีวิตจริง ผมแค่อยากฟังเพลงเพราะๆ ไม่ได้อยากขนสมบัติอะไรพะรุงพะรัง หูฟัง Melomania 1 ตัวนี้ตอบโจทย์ได้เด็ดขาดมาก เพราะผมพบว่า มันซิ้งค์ Bluetooth กับ iPhone 7 ที่ผมพกติดตัวประจำได้อย่างคล่องแคล่วกลมกลืน ลื่นไหลไม่มีสะดุด ที่สำคัญคือ ผมสามารถเล่นไฟล์เพลงด้วยแอพฯ Onkyo HF Player บน iPhone 7 ของผมแล้วสตรีมผ่าน Bluetooth มาที่ Melomania 1 แค่นี้ก็ได้เสียงที่ดีเยี่ยมมากแล้ว ความเป็นดนตรีนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าที่คาดมาก หลังจากผ่านเวลาเบิร์นฯ ไปเกิน 50 ชั่วโมง และให้คุณภาพเสียงออกมาอยู่ในระดับที่น่าทึ่งเมื่อชั่วโมงใช้งานขยับเข้าใกล้ชั่วโมงที่ 100 เข้าไปเรื่อยๆ

สำหรับคนที่ตั้งใจจะเอา Melomania 1 ไปใช้เป็นคู่หูในการฟังเพลงแบบเน้นคุณภาพ ไม่ว่าจะตั้งความหวังไว้แค่ระดับมิวสิคเลิฟเวอร์ คือฟังเอาเพราะ ให้เป็นเพลงและแฮ้ปปี้ในการฟังไปได้นานๆ หรือจะตั้งความหวังไว้สูงอีกหน่อยคือระดับคุณภาพเสียงที่นักเล่นเครื่องเสียงยอมรับ ผมพบว่า Melomania 1 ตอบโจทย์ทั้งสองความคาดหวังได้อย่างเต็มเปี่ยม แถมเกินเลยไปจากที่คาดซะอีก ผมชอบมันมากและจะขอแต่งตั้งให้ Cambridge Audio รุ่น Melomania 1 ตัวนี้เป็นหูฟังไร้สาย True Wireless ระดับอ้างอิงในระดับราคาไม่เกิน 5,000 บาทสำหรับผม

แม้ว่าตัวบอดี้มันจะเล็กจิ๋วและเบามากๆ แต่น้ำเสียงที่มันให้ออกมาไม่ได้เล็กจิ๋วไปตามตัวมันเลย ทีมออกแบบของแคมบริดจ์ ออดิโอที่อังกฤษไม่ได้ทำให้แบรนด์เสียชื่อ พวกเขาปรับจูนเสียงของ Melomania 1 ออกมาได้อย่างลงตัว มีบุคลิกที่บ่งชี้อัตลักษณ์ของเครื่องเสียงจากเครือจักรภพออกมาได้อย่างเด่นชัด กอปรด้วยเสียงกลางที่เด่น ชัด ลอย เต็มไปด้วยรายละเอียดและมีมวลเต็ม ในขณะที่เสียงแหลมไม่ได้ถูกเน้นออกมาให้ล้ำหน้าเสียงในย่านอื่น แต่ก็ไม่ได้หลบหน้าไปไหน หากแต่ถูกจัดวางน้ำหนักเอาไว้ให้หลบด้อยลงไปกว่าเสียงกลางนิดหน่อย ที่เด่นมากและเกินคาดตามที่ผมกล่าวไว้คือเสียงทุ้ม คุณไม่มีทางเชื่อว่าจะได้ยินเสียงทุ้มที่มีออกมาครบทั้งรายละเอียด น้ำหนัก และมวล ทั้งๆ ที่ไดเวอร์มันแค่ตัวเดียว และมีขนาดไดอะแฟรมแค่ 5.8 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง.! ผมก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่สิ่งที่ได้ยินเต็มสองหูมันยืนยันอย่างมั่นคง ไม่ว่าจะลองฟังเพลงแนวไหน สมดุลของโทนเสียงก็ยังคงมั่นคงและไม่มีอาการวูบวาบไปทางไหน

มีความจำเป็นอยู่ 2 สิ่งที่คุณต้องทำ หลังจากตัดสินใจเป็นเจ้าของหูฟังตัวนี้ สิ่งแรกคือ ทดลองฟังและเลือกจุกยางที่มีขนาดพอดีกับหูของคุณให้ได้ สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย แนะนำว่าให้เลือกขนาดที่ใส่แล้วรู้สึกตึงในรูหูนิดๆ ไว้ก่อน เพราะถ้าหลวมเกินไป เสียงจะออกมาแย่มากจนหลุดมาตรฐานไปเลย ส่วนกฏสำคัญข้อที่สองคือเบิร์นฯ ซึ่งขอเน้นว่า เสียงของหูฟังตัวนี้หลังแกะกล่องใหม่มันอยู่ในระดับแย่มากๆ ทั้งทุ้มด้านกลางหุบแหลมกุด ขอให้อดทนเบิร์นฯ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะผ่านชั่วโมงที่ 50 ไปแล้วจึงค่อยมีความเป็นดนตรีออกมาให้ได้ยิน หลังจากชั่วโมงที่ 70 ไปแล้ว คุณจะยิ้มออกและกอดมันไว้แนบอก

สรุป

ในแง่ของคุณภาพเสียง เทียบกับ Sony รุ่น WF-1000XM3 ที่ผมเพิ่งจะทดสอบไปไม่นาน เสียงของ Melomania 1 ตัวนี้จะเป็นรองอยู่ประมาณ 20-30% สำหรับคนทั่วไป ไม่ถือว่าเยอะ แต่จะว่าไปแล้ว WF-1000XM3 กับ Melomania 1 ตัวนี้ต้องถือว่าอยู่คนละระดับกัน ไม่ยุติธรรมที่จะเอามาเทียบกันเพราะ Melomania 1 ไม่ควรจะสู้ได้อยู่แล้ว แต่เมื่อคำนึงถึงราคาก็ต้องบอกว่า Melomania 1 คุ้มมาก เพราะเสียงมันไม่ได้ต่างกันเกือบสองเท่าเหมือนราคา โดยเฉพาะถ้างบของคุณอยู่ในระดับไม่เกิน 5,000 บาทอยู่แล้ว และคุณชอบฟังเพลงมากๆ การจบกับ Melomania 1 ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า /

*******************************
ราคา : 4,990 บาท (เท่ากันทั้งสองสี)

*******************************
สนใจสั่งซื้อได้ที่ : เพาเวอร์บาย
ชอบสีขาว = ตามลิ้งค์นี้
ชอบสีดำ = ตามลิ้งค์นี้

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า