รีวิว Sony รุ่น SRS-RA3000 ลำโพงระดับพรีเมี่ยมที่ให้เสียงครอบคลุมทั่วห้อง

คำว่า คุณภาพเสียงที่ดีสำหรับคนเล่นเครื่องเสียงกับคนทั่วไปจะมีพื้นฐานของเสียงไปในทิศทางเดียวกัน ทว่า จะมีความแตกต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างที่คนเล่นเครื่องเสียงต้องการมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งลักษณะ พื้นฐานของเสียงที่ดีที่คนทั่วไปรับรู้ได้จะมีอยู่ 2 ลักษณะ นั่นคือ เสียงเปิด โปร่งกระจ่าง ไม่อับทึบ ซึ่งจะทำให้ฟังสบาย ไม่อึดอัด กับลักษณะที่สองคือ แยกแยะรายละเอียดเสียงต่างๆ ได้ชัด ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้จะทำให้ฟังแล้วได้อรรถรสของอารมณ์เพลงที่ดีขึ้น และเข้าถึงการนำเสนอของเพลงมากขึ้น

ระบบเสียง “360 Reality Audio
เพื่ออรรถรสในการฟังเพลงที่ลึกซึ้งถึงอารมณ์มากขึ้น

ในขณะที่คนทั่วไปในปัจจุบัน มีความต้องการอุปกรณ์เครื่องเสียงที่มีรูปแบบเรียบง่ายมากขึ้น อย่างพวกลำโพงไร้สายที่รวมทุกอย่างไว้ในลำโพงตัวเดียว ง่ายต่อการใช้งานและพกพา แต่ด้วยรูปร่างภายนอกที่มีข้อจำกัด ทำให้ต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อทำให้ลำโพงไร้สายเหล่านี้สามารถถ่ายทอดเสียงที่มีคุณภาพดีตามมาตรฐานที่คนทั่วไปต้องการ

วิศวกรแต่ละแบรนด์ต่างก็มีแนวทางการออกแบบที่ต่างกันออกไป หลายๆ แบรนด์มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง อย่างเช่น Sony เขามีเทคโนโลยีเกี่ยวกับเสียงที่เพิ่งออกมาเมื่อไม่นานนี้เอง ชื่อว่าระบบเสียง 360 Reality Audio ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ลำโพงไร้สายตัวเล็กๆ สามารถสร้างสนามเสียงที่ใหญ่โตขึ้นมาได้ และยังสามารถสร้างมุมกระจายเสียงให้แผ่กว้างออกไปครอบคลุมพื้นที่ในห้องได้เต็มพื้นที่อีกด้วย

SRS-RA3000 ระบบลำโพงที่มาพร้อมเทคโนโลยี 360 Reality Audio

RA3000 เป็นลำโพงที่รองรับการเชื่อมต่อด้วยระบบไร้สายได้ทั้ง Bluetooth และ Wi-Fi โดยมีความพิเศษอยู่ที่เทคโนโลยี 360 Reality Audio ที่ติดตั้งอยู่ในตัว เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้ที่ต้องการลำโพงขนาดกระทัดรัด แต่ให้สนามเสียงที่กว้างใหญ่เกินตัว

*อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ระบบเสียง 360 Reality Audio

รูปร่างหน้าตาภายนอก
และดีไซน์ภายในของ RA3000

รูปทรงภายนอกของ RA3000 ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นวัตถุทรงกระบอก 6 เหลี่ยม มองด้วยตาเปล่าถือว่าเป็นลำโพงประเภท all-in-one แบบ single unit ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับลำโพงไร้สายทั่วไป

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของ RA3000 อยู่ที่ 155 .. ส่วนความสูงอยู่ที่ 247 ..

กลเม็ดเคล็ดลับในการออกแบบเพื่อให้ RA3000 สามารถสร้างสนามเสียงที่แผ่ขยายออกไปครอบคลุมพื้นที่อากาศในห้องได้เต็มพื้นที่นั้น ทาง Sony อาศัยทั้งเทคนิคทางด้านฮาร์ดแวร์ และเทคนิคทางด้านซอฟท์แวร์ผสมกัน ซึ่งเทคนิคทางด้านฮาร์ดแวร์ก็คือใช้ไดเวอร์จำนวน 5 ตัว ช่วยกันสร้างความถี่เสียงทั้งหมด ได้แก่ ทวีตเตอร์สร้างความถี่สูง beam tweeter ขนาด 17 .. จำนวน 2 ตัว (B) ไดเวอร์มิดเร้นจ์ทรงกรวยไดนามิกขนาด 80 .. เพื่อสร้างเสียงกลาง 1 ตัว (A) และไดเวอร์เบสแบบ พาสซีฟ เรดิเอเตอร์ (ไม่มีแม่เหล็ก) ขนาด 103 x 37 .. เพื่อสร้างเสียงทุ้มอีก 2 ตัว (C) ซึ่งก็ไม่ใช่แค่ใช้ไดเวอร์หลายตัวช่วยกัน แต่วิศวกรของ Sony ยังได้คิดค้นเทคนิคพิเศษเข้ามาช่วยอีกสองสามอย่างเพื่อช่วยขยายขีดความสามารถของไดเวอร์เหล่านั้นด้วย อาทิเช่น มีการใช้เทคนิคทางอะคูสติกที่เรียกว่า omni-diffusor เข้ามาช่วยทำให้เสียงกลางจากไดเวอร์มิดเร้นจ์กระจายตัวออกไปรอบด้านในแนวนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการปล่อยให้ไดเวอร์กระจายความถี่เสียงออกไปตามปกติ (ดูภาพประกอบ)

ใต้ตะแกรงสีเงินๆ นั้นคือลำโพงเสียงแหลม beam tweeter ที่มีลักษณะเป็นแถวในแนวตั้งฉากกับพื้น

ศรชี้นั้นคือตัว beam tweeter ซึ่งทั้งสองตัวถูกแยกติดตั้งให้ห่างกันและทำมุมยิงเสียงแยกกันไปคนละมุม เพื่อให้คลื่นเสียงสูงมีลักษณะที่แผ่คลุมพื้นที่ได้กว้าง ทั้งแนวระนาบและแนวตั้ง โดยมีความถี่ต่ำจากไดเวอร์พาสซีฟ เรดิเอเตอร์สองตัวที่ติดตั้งทำมุมตรงข้ามกัน 180 องศาช่วยปั๊มเสียงทุ้มให้แผ่ออกมาเสริมอีกระลอก

ฟังท์ชั่นสั่งงานบนตัว RA3000

รู้ถึงหลักการออกแบบและการทำงานของ RA3000 อย่างคร่าวๆ กันไปแล้ว ทีนี้มาดูฟังท์ชั่นบนตัวลำโพงกันหน่อย

ขณะใช้งาน RA3000 ตัวลำโพงจะอยู่ในลักษณะตั้งขึ้นในแนวสูง ด้านที่มีปุ่มควบคุมคำสั่งคือด้านบน ซึ่งรวบรวมคำสั่งทั้งหมดอยู่บนนั้น ใช้วิธีสั่งงานด้วยการสัมผัส เริ่มด้วย

A = ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง และใช้แสดงสถานะการทำงานของลำโพงด้วย ใช้ปลายนิ้วแตะเพื่อเปิด/ปิดเครื่อง ถ้าไฟตำแหน่งนี้เป็นสีเขียว แสดงว่าเครื่องพร้อมใช้งาน ถ้าเป็นสีเหลือง แสดงว่าอยู่ในสถานะเตรียมพร้อมใช้งานสำหรับการสตรีมผ่าน Bluetooth หรือ Wi-Fi Network กรณีที่ไม่มีไฟเข้าเครื่อง ไฟที่จุดนี้จะดับลง

B = ปุ่มสัมผัสเพื่อเลือกใช้อินพุต AUDIO IN เมื่อมีการเลือกใช้อินพุตนี้ ที่สัญลักษณ์ของปุ่มจะสว่างเป็นสีขาว

C = สัมผัสเพื่อเลือกใช้อินพุตสตรีมไฟล์จาก music streaming service เมื่อแตะเลือก จะมีไฟสีขาวสว่างขึ้นที่สัญลักษณ์นี้ และเมื่อมีการเชื่อมต่อ RA3000 เข้ากับผู้ให้บริการสตรีมไฟล์เพลงแล้ว ไฟจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว

D = ปุ่มสัมผัสเพื่อเลือกใช้อินพุต Bluetooth ถ้าต้องการเชื่อมต่อ RA3000 เข้ากับอุปกรณ์อื่นผ่านทางคลื่น Bluetooth ให้แตะที่ปุ่มนี้ค้างไว้ประมาณ 2 วินาทีเพื่อเข้าสู่โหมดจับคู่ (pairing) ซึ่งจะมีไฟสีน้ำเงินกระพริบขึ้นมาให้รู้ว่า RA3000 กำลังอยู่ในโหมดจับคู่แล้ว

E = ปุ่ม Sound Mode แตะเพื่อเปิด หรือปิดการใช้งานโหมด Immersive Audio Enhancement ถ้าปุ่มนี้สว่างขึ้นเป็นสีฟ้า แสดงว่ากำลังเล่นโหมดเสียง 360 Reality Audio, ถ้าไฟเป็นสีขาว แสดงว่าโหมดเสียง Immersive Audio Enhancement ถูกเปิดใช้งาน, ถ้าไฟเป็นสีฟ้ากระพริบช้าๆ แสดงว่า ตัวเครื่องกำลังทำการปรับตั้งเสียงเพื่อเล่นโหมด 360 Reality Audio, ถ้าไฟเป็นสีขาวกระพริบช้าๆ แสดงว่าตัวเครื่องกำลังปรับตั้งเสียงเพื่อเล่นโหมดเสียงปกติ เมื่อสั่งปิดการทำงานของโหมด Immersive Audio Enhancement ไฟจะดับ

F = ปุ่ม Play/Pause แตะ 1 ครั้งเป็นการสั่งเล่นเพลง / หยุดเล่นชั่วคราว, แตะ 2 ครั้ง เป็นการสั่งข้ามไปเล่นเพลงถัดไป, แตะ 3 ครั้ง เป็นการสั่งย้อนกลับไปเล่นเพลงก่อนหน้า, แตะค้างไว้อย่างน้อย 2 วินาที เป็นการสั่งเล่นเพลงตัวอย่าง 360 Reality Audio ถ้าต้องการหยุดเล่นให้แตะซ้ำอีกครั้ง

G = แตะเมื่อต้องการลดความดังของเสียง
H = แตะเมื่อต้องการเพิ่มความดังของเสียง

I = ไฟแสดงสถานะการเชื่อมต่อ Wi-Fi เมื่อตัว RA3000 เชื่อมต่อกับ Wi-Fi สำเร็จ ไฟดวงนี้จะเป็นสีเหลือง
J = ช่องอินพุตสำหรับสัญญาณอะนาลอกจากภายนอกผ่านขั้วต่อ mini 3.5
K = ช่องเสียบปลั๊กไฟเอซี แบบสองขา (แถมมาในกล่อง)

เริ่มต้นใช้งาน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า RA3000 ไม่ใช่ลำโพงไร้สายแบบเดียวกับพวก Bluetooth Speaker เพราะมันไม่มีแบตเตอรี่ในตัว จึงชาร์จแบตไม่ได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะนำไปใช้ที่ใดคุณต้องมีปลั๊กไฟให้มันเสียบเพื่อใช้ไฟเลี้ยงด้วย และก่อนจะเริ่มใช้งานครั้งแรก คุณต้องทำการปรับจูนเสียงของ RA3000 ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานในสถานที่นั้นๆ ซะก่อน เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงของระบบเสียง 360 Reality Audio ออกมาดีที่สุดในทุกตำแหน่งที่คุณนำไปใช้งาน

ในตัว RA3000 มีไมโครโฟนฝังอยู่สำหรับรับเสียงจากภายนอก เมื่อคุณต้องการใช้งานลำโพงตัวนี้ที่ไหน อาทิเช่น ในครัว หลังจากวางลำโพงลงไปในตำแหน่งที่ต้องการใช้งานได้แล้ว อย่างเช่นบนโต๊ะเตรียมอาหารเพื่อเพิ่มความเพลิดเพลินขณะทำอาหาร จากนั้นก็ให้เสียบสายไฟเอซีเข้ากับตัวลำโพง แล้วให้กดปุ่มเปิดเครื่อง (1) เมื่อไฟที่ปุ่มเปิดเครื่องสว่างขึ้นมาแล้ว ให้ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปที่ปุ่ม Play/Pause (2) ค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที จะได้ยินเสียงเพลงดังออกมาจากตัวลำโพง ซึ่งเป็นเพลงตัวอย่างที่เป็นระบบเสียง 360 Reality Audio ปล่อยให้เพลงเล่นไปจนจบ ซึ่งนี่เป็นขั้นตอนการปรับจูนเสียงของตัวลำโพง RA3000 คือไมโครโฟนในตัวลำโพงจะทำการตรวจจับเสียงเพลงที่เล่นออกมาแล้วไปตกกระทบกับผนังและผ้าเพดานภายในห้องที่มันตั้งอยู่ แล้วนำข้อมูลที่วัดได้นั้นไปทำการปรับตั้งค่าของเสียง อย่างเช่น ปรับตั้งความดังของเสียงในย่านทุ้มกลางแหลมเพื่อชดเชยกับสภาพอะคูสติกที่แวดล้อมอยู่รอบตัวลำโพง อย่างเช่น ถ้าห้องที่คุณใช้งานมีลักษณะซับเสียงกลางแหลมมาก มันก็จะทำการปรับตั้งยกเสียงกลางแหลมขึ้นมาชดเชย ถ้าสภาพแวดล้อมทำให้เสียงทุ้มน้อย มันก็จะปรับเพิ่มเสียงทุ้มขึ้นมาชดเชย

การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเพื่อเล่นเพลง

ขั้นตอนต่อจากนี้ก็เป็นการเชื่อมต่อเพื่อเล่นเพลง ซึ่งคุณสามารถเชื่อมต่อระหว่าง RA3000 กับอุปกรณ์ของคุณได้หลายช่องทาง วิธีที่ง่ายที่สุดคือต่อเชื่อมสัญญาณเสียงเข้าไปที่ช่อง ‘Audio Inที่ด้านหลัง ซึ่งหากว่าคุณมีเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพา (DAP = Digital Audio Player) อยู่แล้ว คุณก็สามารถนำ DAP ของคุณมาเชื่อมต่อกับ RA3000 ได้เลย และใช้ตัว DAP เป็นตัวเล่นไฟล์เพลงแล้วส่งสัญญาณเสียงให้กับ RA3000 ซึ่งผมทดลองใช้เครื่องเล่นไฟล์เพลงพกพาของ Sony รุ่น NW-A100TPS ของผมเล่นไฟล์เพลงแล้วต่อสาย mini 3.5 จากช่องหูฟังของ A100TPS ไปเข้าที่ช่อง Audio In ของ RA3000 ปรากฏว่าเสียงออกมาดีมาก RA3000 ให้เสียงที่แผ่ใหญ่ มีเนื้อเสียงหนาพอควร ไม่บางและไม่แห้งเหมือนลำโพงไร้สายราคาถูกทั่วไป

แต่จริงๆ แล้ว ไฮไล้ท์ของ RA3000 ก็คือการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เป็นเครื่องเล่นเพลงผ่านทาง Wi-Fi ไร้สายที่ให้ความสะดวกในการใช้งานมากกว่า และ RA3000 รองรับสัญญาณที่สตรีมมาจากอุปกรณ์ภายนอกผ่านเข้ามาได้ทั้งทาง Bluetooth และทาง Wi-Fi ซึ่งแน่นอนว่า การสตรีมผ่านทาง Wi-Fi ให้คุณภาพเสียงดีกว่า และให้ระยะเชื่อมต่อไกลกว่าด้วย อีกอย่าง ถ้าต้องการเล่นไฟล์เพลงในโหมด 360 Reality Audio ต้องเล่นผ่านทาง Wi-Fi เท่านั้น ซึ่งมีวิธีเชื่อมต่อ Wi-Fi ระหว่าง RA3000 กับอุปกรณ์ที่คุณจะใช้เล่นและสตรีมไฟล์อยู่ 2 วิธี วิธีแรกคือเชื่อมต่อผ่านแอพ Google Home กับอีกวิธีคือเชื่อมต่อผ่านแอพ “Sony Music Center

ขั้นตอนเชื่อมต่อ RA3000 กับ iPhone 7 ด้วยแอพ Google Home

เมื่อเชื่อมต่อด้วยแอพ Sony Music Center ซึ่งตอนเริ่มต้นในแอพ Sony Music Center ก็มีขั้นตอนที่อนุญาติให้คุณเปลี่ยนไปเซ็ตอัพด้วย Google Home ได้ แต่ถ้าต้องการใช้แอพ Sony Music Center ในการเล่นไฟล์เพลงและสตรีมไปที่ RA3000 ก็สามารถทำได้

หลังจากติดตั้งด้วยแอพฯ Sony Music Center ผมก็ลองฟังเพลงที่เป็นระบบเสียง 360 Reality Audio จาก TIDAL และเล่นไฟล์เพลง Stereo ธรรมดาๆ จากแอพฯ Sony Music Center ด้วย

การใช้งานและเสียงของ Sony RA3000

RA3000 ให้ประสบการณ์ฟังเพลงที่แตกต่างจากชุดเครื่องเสียงทั่วไป อย่างแรกคือความสะดวก ผมสามารถหิ้ว RA3000 ไปเปิดที่จุดไหนในบ้านก็ได้ที่มีปลั๊กไฟ ส่วนสัญญาณ Wi-Fi นั้นถ้ามีก็จะทำให้ได้เสียงที่ดีกว่า Bluetooth อย่างที่รับรู้ได้ชัดเจน

เอาไปเปิดเพลงฟังในครัวให้แม่บ้านรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการทำอาหาร

โชคดีที่มุมกาแฟ+อาหารเช้าที่ผมทำไว้ได้ติดตั้งปลั๊กไฟไว้ที่โคนเสา เลยมีเสียงเพลงเพราะๆ ไว้คลอเพื่อสร้างความสดชื่นให้กับมื้อเช้าด้วย นอกจากนั้น ลำโพง RA3000 ตัวนี้ยังถูกออกแบบมาให้ทนทานกับความชื้นได้ดี จึงสามารถใช้งานในห้องน้ำได้โดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับตัวเครื่อง (ถ้าไม่โดนน้ำตรงๆ)

โหมดเสียง 360 Reality Audio เมื่อเล่นกับไฟล์เพลงที่ทำขึ้นมาเป็นฟอร์แม็ต 360 Reality Audio (ใน TIDAL) มันให้ลักษณะเสียงที่ต่างจากไฟล์เพลง stereo ธรรมดาพอสมควร อย่างแรกเลยคือเสียงมันมีความโอ่โถงมากกว่า เบสใหญ่และแผ่ออกมาครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า ทำให้รู้สึกว่าเสียงเพลงที่ฟังมีแผ่ออกมาเต็มห้อง ไม่ว่าตอนฟังตัวของเราจะอยู่ในลักษณะไหน จะยืน นั่ง หรือเอกเขนกอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกที่อยู่ห่างจากตัวลำโพงออกมาเกือบ 10 เมตรก็ยังได้ยินรายละเอียดเสียงออกมาครบ โดยเฉพาะเสียงเบสที่มีลักษณะแผ่คลุมเป็นวงกว้าง ผมทดลองลุกเดินไปตามจุดต่างๆ ในห้องรับแขก ลักษณะเสียงที่ได้ยินก็ยังออกมาคล้ายกัน ไม่ต่างกันมาก เมื่อเทียบกับฟังไฟล์ stereo ธรรมดา เสียงจะออกมาชัดกว่า แต่ไม่แผ่เต็มห้องเหมือนระบบเสียง 360 Reality Audio

นอกจากระบบเสียง 360 Reality Audio ที่ใช้กับไฟล์เพลงที่ทำมาเป็นฟอร์แม็ตเดียวกันแล้ว กรณีที่ฟังเพลงที่เป็นระบบเสียง Stereo ธรรมดา ก็สามารถกดใช้โหมดเสียงแบบ Immersive Audio Enhancement ได้ (กดปุ่มรูปตัวโน๊ต ปุ่มเดียวกัน) ก็ช่วยให้ได้เสียงที่แผ่กว้างและโอบล้อมพื้นที่ออกมามากขึ้น แต่ถ้านั่งทำงานบนโต๊ะแล้วเอา RA3000 มาเปิดฟังใกล้ๆ ตัว ผมชอบที่จะเลือกปิดโหมดเสียงเหล่านี้มากกว่า ฟังเป็นระบบเสียง stereo ธรรมดา แม้ว่าสนามเสียงจะไม่แผ่กว้างออกไป ซึ่งไม่จำเป็นเพราะนั่งฟังใกล้ลำโพง แต่ก็ได้อารมณ์ดิบๆ ไปอีกแบบ

RA3000 เปิดได้ดังมากโดยที่เสียงไม่แตกพร่า ใช้ต่อกับทีวีเอาเสียงมาออกที่ตัว RA3000 ก็ทำให้ได้ความกระหึ่มของเสียงเพิ่มขึ้นมาก เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพเสียงในการฟังเพลงที่ดีกว่าลำโพงบลูทูธทั่วไปขึ้นไปอีกระดับ /

**********************
ราคา : 10,990 บาท / ตัว
**********************
สนใจสั่งซื้อได้ที่
Sony.co.th

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า