รีวิวเครื่องเสียง Soul รุ่น Impact OE Wireless หูฟังออนเอียร์แบบไร้สาย

มีนักฟังเพลงหลายคนยืนยันว่า หูฟังขนาดใหญ่ฟังเพลงได้ดีกว่าหูฟังขนาดเล็ก ซึ่งคนที่ชอบบอกว่า หูฟังขนาดใหญ่มันให้ energy ของเสียงเพลงที่สัมผัสได้คล้ายกับการฟังด้วยเครื่องเสียงบ้านมากกว่าหูฟังแบบแยงหู หรืออินเอียร์ นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้หูฟังประเภท on-ear และ over-ear ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และยังคงถูกพัฒนาให้เข้ากับไล้ฟ์สไตล์และยุคสมัยมาจนถึงทุกวันนี้

SOUL รุ่น Impact OE Wireless
หูฟังออนเอียร์สำหรับคนที่ชอบสัมผัส energy ของเสียงเพลง

Impact OE Wireless เป็นหูฟังประเภทออนเอียร์ที่ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 240 กรัม เพื่อให้เป็นหูฟังที่สามารถพกพาไปที่ไหนๆ ได้อย่างสะดวก

มีกระเป๋าแบบแข็งสำหรับพกพาติดตัวมาให้

ภายในกระเป๋าบรรจุหูฟังกับแอคเซสซอรี่

แอคเซสซอรี่ที่ให้มาก็มีสายสัญญาณสำหรับเชื่อมต่อใช้งานหูฟังแบบพาสซีฟ กับสายชาร์จไฟแบตเตอรี่อย่างละหนึ่งเส้น ผ่านขั้วต่อ micro USB

รูปร่างภายนอก

ระบบบอดี้ของหูฟังตัวนี้เป็นแบบตู้ปิด ทรงกลมที่มีความหนาต่างกันเป็นสองระดับที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เท่ากัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวบอดี้รอบนอกอยู่ที่ 7.5 .. ส่วนบอดี้ส่วนที่ใช้ติดตั้งไดเวอร์มีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 5.5 .. ด้านนอกของตัวบอดี้ทำเป็นสีดำด้าน

ความหนาของตัวบอดี้อยู่ที่ 2.5 .. บวกกับความหนาของ earpad ที่รองรับใบหูที่ทำด้วยฟองน้ำหุ้มหนังนุ่มๆ หนา 2.5 .. ทำให้ดูแล้วก็ไม่ได้ใหญ่โตเทอะทะ แถมกระทัดรัดดีด้วย ตัว earpad ก็มีความนุ่มมาก ทำให้ใส่ฟังเพลงได้นาน

ส่วนของ headband หรือที่คาดศีรษะใช้แกนในทำด้วยโลหะบางๆ หุ้มด้วยฟองน้ำแล้วสวมทับด้านนอกด้วยผ้าเนื้อนุ่มสีดำอีกชั้น ให้สัมผัสที่นุ่มนวลขณะสวมใส่ และผมชอบ เพราะว่ามันกระชับกับเส้นผมบนศีรษะได้ดีกว่าหุ้มด้วยหนัง

แกนที่ใช้ยึดบอดี้ของไดเวอร์เข้ากับ headband (ศรชี้) ทำด้วยโลหะแบนๆ สามารถดึงให้ยืดหดเข้ากับขนาดของศีรษะได้มากพอสมควร

ไดเวอร์
กับ สเปคฯ ทางเทคนิค

หูฟังของ SOUL ตัวนี้ใช้ไดเวอร์แบบไดนามิก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร ขับดันด้วยแม่เหล็กนีโอไดเมี่ยม ตอบสนองความถี่ได้ระหว่าง 20Hz – 20kHz ส่วนภาคแอมป์ในตัวรับพลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม อิออน โพลีเมอร์ขนาด 300mAH ที่ฝังอยู่ในตัวบอดี้ของหูฟัง

ฟังท์ชั่นการเชื่อมต่อ
และ การควบคุมสั่งงาน

Impact OE Wireless เป็นหูฟังไร้สายที่ใช้วิธีเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นด้วยคลื่น Bluetooth 4.0 มีระยะหวังผลในการเชื่อมต่ออยู่ที่ 33 ฟุต (10 เมตร) รองรับโปรไฟล์ HFP (Hand-Free Profile), A2DP (Advanced Audio Distribution Profile) และ AVRCP (Audio/Video Remote Control Profile)

วิธีจับคู่ pairing กับอุปกรณ์ ให้กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง (B) ค้างไว้ 5 วินาที แล้วสังเกตในรูเสียบสายสัญญาณจะมีไฟแอลอีดีอยู่ในนั้น รอให้ไฟกระพริบเป็นสีฟ้า/แดงสลับกัน

จากนั้นก็ไปเปิดฟังท์ชั่น Bluetooth ของอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อกับหูฟังตัวนี้ ในที่นี้ผมทดลองเชื่อมต่อ Impact OE Wireless ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน IPhone 7 เมื่อปรากฏชื่อ “SOUL IMPACT OEขึ้นมาบนอุปกรณ์ ให้จิ้มเลือกลงไป การเชื่อมต่อจะดำเนินต่อไปจนสำเร็จ หลังจากเชื่อมต่อครั้งแรกได้แล้ว ครั้งต่อไปก็เพียงแค่กดปุ่มเพาเวอร์ (ON/OFF) ของหูฟังตัวนี้ค้างไว้ประมาณ 3 วินาที ตัวหูฟังกับอุปกรณ์จะเชื่อมต่อกันโดยอัตโนมัติ

หูฟังตัวนี้ไม่มี Gesture control หรือการควบคุมสั่งงานด้วยการสัมผัสบนแป้น การสั่งงานทั้งหมดกระทำผ่านปุ่มกดบนตัวหูฟังข้างขวา ได้แก่ ปุ่ม +/- (A) ซึ่งถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้หลายหน้าที่ คือ กดสั้นๆ เมื่อต้องการลด/เพิ่มวอลลุ่มตอนฟังเพลงและรับโทรศัพท์, กดค้างประมาณ 2 วินาทีเมื่อต้องการเลื่อนแทรคเพลงที่กำลังฟังข้ามไปแทรคข้างหน้า (ปุ่ม +) หรือถอยไปแทรคก่อนหน้า (ปุ่ม -) นอกจากนั้น ปุ่ม + กับปุ่ม – เมื่อกดพร้อมกับปุ่มเพาเวอร์ ON/OFF จะเป็นการเปิด/ปิดการใช้งานฟังท์ชั่นพิเศษที่เรียกว่า “MULTIPOINTที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ร่วมกับหูฟังตัวนี้ได้ 2 ตัวพร้อมกัน

กรณีที่แบตฯ หมด คุณยังสามารถใช้งานหูฟังตัวนี้แบบพาสซีฟได้ด้วยการเชื่อมต่อสายสัญญาณที่แถมมาให้ เข้าที่ช่อง (C) แล้วควบคุมทุกอย่างจากตัวสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ต

ชาร์จแบตฯ

ช่อง micro USB สำหรับชาร์จแบตฯ ถูกติดตั้งไว้ที่หูข้างซ้าย มีฝายางปิดไว้ขณะไม่ได้ใช้งาน ขณะใช้งานตัวหูฟัง จะมีไฟกระพริบช้าๆ ที่รูเสียบสายสัญญาณ ถ้าแบตฯ ใกล้หมด ไฟที่กระพริบจะเป็นสีแดง

เมื่อเสียบสายชาร์จไฟเข้าที่ช่อง Micro USB นี้ ไฟกระพริบสีแดงจะหยุดกระพริบ เป็นสีแดงค้างไว้ เมื่อชาร์จไฟเต็มแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เวลาที่ใช้ในการชาร์จจนเต็มจะอยู่ที่ 2 ชั่วโมง เมื่อชาร์จเต็มแล้ว จะใช้งานได้ประมาณ 18 ชั่วโมง มากน้อยกว่านี้นิดหน่อยขึ้นอยู่กับระดับวอลลุ่มที่ใช้ ถ้าไม่ได้ใช้งานเลยแค่เปิดสแตนด์บายไว้จะอยู่ได้นานถึง 20 วัน

ทดลองฟังเสียงของ Impact OE Wireless

ผมทดลองใช้งานหูฟังตัวนี้กับ iPhone 7, iPad mini2 และ MackBook Pro ของผม ได้ทดลองฟังท์ชั่น MULTIPOINT ด้วยคือทดลองต่อเชื่อมทั้ง iPhone 7 และ MacBook Pro เข้ากับ Impact OE Wireless ไว้สองตัวพร้อมกัน

ขั้นตอนเชื่อมต่อกับ MacBook Pro

ฟังท์ชั่น MULTIPOINT ทำให้คุณสามารถส่งสัญญาณเสียงมาที่หูฟังตัวนี้ได้พร้อมกัน ประโยชน์ของมันขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของคุณ อย่างเช่น ผมทดลองเปิดชมคลิป YouTube บน MacBook Pro ที่เชื่อมเสียงมาที่หูฟังตัวนี้ ในขณะเดียวกัน ผมก็กดเชื่อมต่อ iPhone 7 ของผมไว้ที่ Impact OE Wireless ด้วย ซึ่งขณะฟังเสียงจากคลิปยูทูป ผมจะได้ยินเสียงเตือน (notification) จากแอพฯ ที่ตั้งเตือนไว้ แทรกเข้ามาเป็นระยะ และเมื่อมีโทรศัพท์เข้ามาที่ iPhone 7 เสียงเรียกเข้าจะแทรกเข้ามาที่หูฟังแทนเสียงจากคลิปยูทูปทันที ทำให้ผมสามารถรับสายโทรฯ เข้าได้ นับว่าเป็นฟังท์ชั่นที่น่าทึ่งมาก!*

* ถ้าเปิดใช้ฟังท์ชั่น MULTIPOINT คุณภาพเสียงจะลดลง ถ้าฟังเพลงเน้นคุณภาพเสียงแนะนำให้ปิดฟังท์ชั่น MULTIPOINT

ผมทดสอบเสียงของ Impact OE Wireless สองรูปแบบ แบบแรกด้วยการเชื่อมต่อกับ iPhone 7 แล้วเปิดเพลงจากไฟล์เพลงที่ผมเก็บไว้ใน iPhone 7 ด้วยแอพฯ Onkyo HF Player

รูปแบบที่สอง ผมใช้วิธีสตรีมไฟล์เพลงด้วยแอพฯ ของ TIDAL บน MacBook Pro ปรากฏว่า ที่แอพฯ TIDAL มีอ๊อปชั่นให้ปรับตั้งเพื่อใช้กับหูฟัง Impact OE Wireless มาให้ด้วย ซึ่งเป็นอ๊อปชั่นที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพเสียงทั้งนั้น นั่นคือ (1) เลือกลักษณะการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงระหว่าง TIDAL บน MacBook Pro กับ Impact OE Wireless ด้วยโหมด “Exclusive Modeซึ่งทำให้ได้เสียงที่ดีขึ้น และ (2) เลือกตั้ง bypass วอลลุ่มบนตัว TIDAL เพื่อมาใช้การปรับวอลลุ่มที่ตัว Impact OE Wireless อย่างเดียว เป็นการลดปัญหาวอลลุ่มซ้อนวอลลุ่ม เลือกใช้แล้วทำให้ได้เสียงที่ดีขึ้น และ (3) คือเลือกว่าจะให้ TIDAL ปล่อยโค๊ด MQA มาให้หูฟังหรือไม่.? อันนี้เลือกใช้ถ้าหูฟังมี MQA decoder แต่กรณีนี้ Impact OE Wireless ไม่มีดีโค๊ดเดอร์ MQA ในตัว ผมเลือกไม่เปิดใช้อ๊อปชั่นนี้ เพื่อเวลาเล่นไฟล์ MQA บน TIDAL ตัวเพลเยอร์ TIDAL จะคลี่สัญญาณให้ครึ่งหนึ่ง ส่งมาที่หูฟังเป็นสัญญาณ 24/48 ซึ่งจะได้เสียงที่ดีกว่า

หลังจากทดลองฟังเพลงจากทั้งสองแหล่ง ผมพบว่า หูฟังออนเอียร์ของ SOUL รุ่นนี้ปรับจูนเสียงมาได้ดีมาก บาลานซ์เสียงออกมาได้สมดุลดี แม้ว่าจะมีลักษณะของเสียงทุ้มที่ถูกจูนมาให้มีอิทธิพลอยู่เหนือเสียงกลางและเสียงแหลมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะมาก ผมพบว่า เสียงกลางกับเสียงแหลมของแต่ละเพลงที่ฟังก็ยังคงสามารถโชว์ศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ เสียงทุ้มของหูฟังตัวนี้ไม่ได้อวบหนาจนเกินไปเหมือนที่เคยได้ยินจากหูฟังตู้ปิดตัวอื่นๆ เสียงทุ้มของ Impact OE Wireless ตัวนี้มีความกระชับเก็บตัวดีทีเดียว เบสไม่บวมและไม่รุ่มร่าม ฟังแล้วไม่มึน ยังสามารถสัมผัสกับฮาร์มอนิกที่พลิ้วกังวานของเสียงในย่านกลางและแหลมได้อย่างชัดเจน กลับกลายเป็นว่า ปริมาณของเสียงทุ้มที่ล้ำหน้ากลางแหลมนิดๆ ของหูฟังตัวนี้ช่วยเสริมฐานเสียงให้ฟังแล้วไม่รู้สึกว่าแห้ง ฟังแล้วจับจังหวะของเพลงได้ง่าย ผมเปิด TIDAL เลือกฟังเพลินใหม่ๆ ไปได้เรื่อยๆ ไม่น่าเบื่อเพราะสมดุลเสียงที่ออกมาค่อนข้างราบเรียบดี

ส่วนคุณภาพการรับสายโทรศัพท์และโทรฯ ออกอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ เสียงโทรเข้าได้ยินชัดเจนแต่เสียงโทรออกจะเบาไปหน่อย

สรุป

หูฟังตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงเป็นพิเศษ เพราะมันให้คุณภาพเสียงที่ดีมาก ทุกเสียงถูกปรับจูนมาได้คมชัด ที่ดีมากๆ คือเป็นหูฟังที่มีความไวสูง ดูได้จากระดับวอลลุ่มของ iPhone 7 ที่ผมใช้เมื่อเล่นไฟล์เพลงด้วยแอพ Onkyo HF Player และสตรีมจาก TIDAL จะใช้วอลลุ่มแค่ไม่เกิน 40% ก็ได้เสียงที่ดังมากจนเพียงพอแล้ว ใครที่สนใจหูฟังไร้สายแบบออนเอียร์ที่มีคุณภาพเสียงดีสำหรับการฟังเพลงในงบ ไม่เกิน 5 พันบาท แนะนำให้ไปลองฟัง SOUL รุ่น Impact OE Wireless ตัวนี้เลย! /

*********************
ราคา : 4,900 บาท / ตัว
*********************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
. อัศวโสภณ
โทร. 02-266-8136-8
หรือ 02-234-6467-8

หาซื้อได้ที่ร้าน อัศวโสภณ บนห้างชั้นนำทั้ง 7 สาขา
หรือสั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้ที่

asavasopon.co.th

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า