รีวิวเครื่องเสียง SOUL รุ่น Ultra Wireless หูฟังไร้สายแบบครอบหู (on-ear)

แบรนด์ SOUL ของอเมริกาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2010 ถ้าเข้าไปดูในเว็บไซต์ soulnation.com จะพบว่า ณ ปัจจุบัน พวกเขามีผลิตภัณฑ์ประเภท พกพา” (portable) อยู่ทั้งหมด 3 กลุ่มด้วยกัน คือ True Wireless Earphones, Wireless On-Ear Headphone และ Speakers & Accessories

กลุ่มแรกเป็นกลุ่มของหูฟังไร้สายขนาดเล็กกระทัดรัดแบบ in-ear หรือ True Wireless Earphone, กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มของหูฟังขนาดใหญ่แบบ On-Ear Headphone ที่มาพร้อมการเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีไร้สาย และกลุ่มที่สามคือกลุ่มของลำโพงพกพารวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ คือ Speakers & Accessories

Ultra Wirelessเป็นหูฟังแบบครอบหู (หรือออนเอียร์) ที่ออกมาใหม่ล่าสุด ซึ่งทางผู้ผลิตคือ SOUL หมายมั่นปั้นมือให้เป็นหูฟังไร้สายแบบครอบหู (ออนเอียร์) ที่มีคุณสมบัติถึงพร้อมจริงๆ ทั้งในแง่ความสะดวกในการใช้งานและคุณภาพเสียง โดยเฉพาะความเพรียบพร้อมในแง่ของการเชื่อมต่อแบบไร้สายตามชื่อที่ตั้ง

ความสะดวกในการใช้งาน

มีคุณสมบัติหลายข้อของหูฟังที่มีขนาดใหญ่แบบ On-Ear ที่ผู้ผลิตต้องใส่ใจในการออกแบบเพื่อให้มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานให้มีความสะดวกถึงระดับที่เรียกว่า อัลตร้าหรือถึงขีดสุดกันจริงๆ

อย่างแรกคือ ไร้สายอันนี้ถือว่าเป็นความสะดวกในการใช้งานอันดับแรกที่มีความสำคัญสูงสุดในปัจจุบันที่ผู้ผลิตหูฟังจะต้องบรรจุเอาไว้ในหูฟังทุกรุ่นที่ตั้งใจจะชูคุณสมบัติในแง่ความสะดวกออกมาเป็นจุดขาย ซึ่งคุณสมบัติที่เกาะติดมาพร้อมกับคำว่า ไร้สายที่หูฟังคุณภาพดีทุกตัวจะต้องมีก็คือ ประสิทธิภาพของการเชื่อมต่อที่ต้องถึงพร้อมทั้งความเสถียรและความมั่นคง ตัวหูฟังจะต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ง่ายและเร็ว ไม่หลุดจากการเชื่อมต่อบ่อย ซึ่งทาง SOUL เลือกใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 สำหรับหูฟังรุ่น Ultra Wireless นี้ ซึ่ง Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 นี้เป็นเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน มีประสิทธิภาพสูงกว่าเวอร์ชั่น 4.2 ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2014 ในทุกด้าน ทั้งแง่ของความเร็ว, ระยะหวังผลของสัญญาณ, ปริมาณของข้อมูลที่ใช้รับ/ส่ง และยังประหยัดพลังงานมากกว่าด้วย ซึ่งทำให้ใช้งานได้นานมากขึ้น

Ultra Wireless มีพิสัยการเชื่อมต่อด้วยคลื่นไร้สาย Bluetooth อยู่ที่ 33 ฟุต หรือประมาณ 10 เมตร รองรับโปรไฟล์ A2DP (Advanced Audio Distribution Profile) สำหรับการตอบรับกับสัญญาณเสียง และรองรับโปรไฟล์ AVRCP (Audio/Video Remote Control Profile) ที่รวมคำสั่งในการควบคุมสั่งงานการเล่นเพลง, หยุดเล่นเพลง และรับสายโทรเข้า และรองรับโปรไฟล์ HFP (Hand-Free Profile) ซึ่งใช้ในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน หรือเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบพกพา

พับได้ + น้ำหนักเบา

แม้ว่าตัวบอดี้ของหูฟัง Ultra Wireless ตัวนี้จะมีขนาดใหญ่เพราะเป็นแบบใส่ครอบลงบนใบหู (ออนเอียร์) แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับการพกพา เพราะมันมีน้ำหนักเบามากแค่ 197 กรัม เท่านั้นเอง แถมยังถูกออกแบบมาให้มีรูปทรงที่เพียว สันทัด กับทั้งยังสามารถพับได้อีกด้วย ทำให้ขนาดตัวหูฟังถูกย่นย่อให้เล็กลง ไม่เปลืองที่

ทางผู้ผลิตมีถุงผ้านุ่มๆ มาให้สำหรับใส่ตัวหูฟังในกรณีที่ต้องการพกพาติดตัวไปใช้นอกสถานที่ ซึ่งถุงผ้าที่ให้มาทำมาจากผ้ายืดสีดำ เนื้อลื่น เนียนนุ่ม ช่วยป้องกันตัวหูฟังจากการเสียดสีได้ดี ไม่ว่าจะใส่ไปในเป้หรือกระเป๋าเดินทาง

โครงสร้างภายนอก

มาพิจารณาที่ตัวบอดี้กันก่อน

ไดเวอร์ที่ใช้ขับเสียงเป็นไดเวอร์แบบไดนามิก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร ตอบสนองความถี่เสียงในย่าน 20Hz – 20kHz บรรจุอยู่ในตัวบอดี้ทรงกลมรี ทำด้วยพลาสติกชุบสีบรอนซ์เงิน ขนาด 75 x 90 มิลลิเมตร ช่อง earcup มีขนาดความกว้างxสูง อยู่ที่ 40 x 50 มิลลิเมตร กว้างพอที่จะครอบช่องหูได้ทั้งหมด

ตัว earpad ทำด้วยโฟมหุ้มด้วยหนัง มีความสูงถึง 30 มิลลิเมตร ซึ่งหนาพอที่จะช่วยรองรับแรงกดของตัวบอดี้ไม่ให้บี้ลงมาถึงใบหู ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บใบหูขณะสวมใส่ สามารถใช้งานติดต่อกันได้นาน

ตัว headband หรือแถบคาดศีรษะมีความกว้างถึง 28 มิลลิเมตร ช่วยให้เกิดความกระชับแนบแน่นกับศีรษะขณะสวมใส่ ที่เจ๋งคือมีน้ำหนักเบามาก เพราะทำด้วยพลาสติกชุบสีบรอนซ์เงินเข้าชุดกับตัวบอดี้ สามารถดึงยืดออกได้เพื่อปรับขนาดให้เหมาะสมกับขนาดของศีรษะ และใต้แถบคาด headband ด้านที่ติดกับศีรษะของผู้สวมใส่จะมีฟองน้ำนิ่มๆ หุ้มด้วยหนังสีเดียวกับ earpad ติดตั้งไว้ (ศรชี้) เพื่อใช้ป้องกันแถบคาดไม่ให้กดทับลงบนศีรษะโดยตรง

ฟังท์ชั่นใช้งาน

ฟังท์ชั่นที่ใช้ควบคุมการทำงานของหูฟัง Ultra Wireless ตัวนี้ถูกติดตั้งไว้ที่หูข้างซ้ายทั้งหมด

ซึ่งการควบคุมสั่งงานกระทำโดยการกดลงไปบนปุ่ม ไม่มีระบบสัมผัส จากภาพด้านบน เริ่มด้วยช่องเสียบ Micro USB (A) ที่ใช้สำหรับชาร์จไฟด้วยสายอะแด๊ปเตอร์ USB-A > Micro USB สั้นๆ ที่แถมมาให้ในกล่อง

ซึ่งเมื่อเริ่มต้นชาร์จครั้งแรกจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ไฟจึงเต็ม สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 36 ชั่วโมง อาจจะน้อยกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการปรับความดัง และความละเอียดของสัญญาณเสียง แต่ถ้าแค่สแตนด์บายไว้เฉยๆ จะอยู่ได้นานถึง 12 วัน เลยทีเดียว ถือว่าอึดมาก! เพราะว่าแบตเตอรี่ที่ให้มาในตัวหูฟังตัวนี้เป็นประเภท ลิเธียม อิออน โพลีเมอร์ (Li-ion Polymer) ขนาดความจุ 320mAh

ถัดจากช่อง Micro USB ก็เป็นช่องเสียบแจ๊ค Mini 3.5mm (B) ให้มาในกรณีที่ต้องการใช้งานหูฟัง Ultra Wireless ให้ทำงานแบบพาสซีส อย่างเช่นกรณีที่แบตฯ หมด ถัดมาที่ตำแหน่ง (D) นั้นคือปุ่มเปิด/ปิดการทำงานของตัวหูฟัง เมื่อกดค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที จะมีไฟสีแดง (C) สว่างขึ้นมาพร้อมเสียงเตือนให้รู้ว่าระบบไฟฟ้าในตัวหูฟังเริ่มทำงาน จากนั้น เมื่อกดค้างต่อไปอีก 2-3 วินาที ไฟแอลอีดีที่ตำแหน่ง C จะเปลี่ยนเป็นสีแดงกับน้ำเงินกระพริบสลับกัน แสดงว่าเข้าสู่โหมด pairing เตรียมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกด้วยคลื่น Bluetooth

ปุ่มที่อยู่ถัดจากปุ่มเปิด/ปิดที่มีตัวอักษร “Sพิมพ์อยู่บนปุ่มนั้น (E) เป็นปุ่มสารพัดหน้าที่ คือใช้กดหนึ่งครั้งเพื่อรับสายโทรเข้า, กดซ้ำอีกครั้งเพื่อวางสายโทรฯ, กดแช่สองวินาทีถ้าไม่ต้องการรับสาย และกดซ้ำสองทีเพื่อสลับสาย นอกจากนั้น ปุ่ม “Sนี้ยังใช้สำหรับควบคุมการเล่นเพลงได้ด้วย คือขณะเล่นเพลงถ้ากดหนึ่งครั้งจะเป็นการหยุดค้าง กดซ้ำจะเล่นต่อจากตำแหน่งที่หยุด และเมื่อกดปุ่ม “Sพร้อมกับปุ่ม + ค้างไว้ 1 วินาทีจะเป็นการเปิดใช้งานฟังท์ชั่น “Siriเพื่อสั่งงานด้วยเสียง

ปุ่มสุดท้าย (F) เป็นปุ่มที่ทำหน้าที่ได้ 2 อย่าง คือเพิ่ม (+) /ลด (-) ความดัง แต่ถ้ากดปุ่ม + ค้างไว้ 2 วินาทีจะเป็นการสั่งข้ามเพลงไปข้างหน้า และถ้ากดปุ่ม – ค้างไว้ 2 วินาที จะเป็นการสั่งให้ถอยกลับไปเล่นเพลงก่อนหน้า และปุ่ม + ยังมีหน้าที่เปิดใช้ฟังท์ชั่น “Siriเมื่อกดพร้อมกับปุ่ม “Sอีกหนึ่งหน้าที่

ทดลองใช้งาน + ฟังเสียงของ Ultra Wireless
ทดลองโทรฯ

ภาพข้างบนเป็นการทดลองเชื่อมต่อ Ultra Wireless เข้ากับ iPhone 7 ของผมด้วย Bluetooth เพื่อทดลองใช้งานในการรับสายโทรฯ ซึ่งในการเชื่อมต่อกับ iPhone 7 ทำได้ง่าย เมื่อตัวหูฟังอยู่ในโหมด pairing แล้ว ผมก็เข้าไปที่ settings > bluetooth ของ iPhone 7 รอชั่วครู่จะพบว่ามีชื่อ “SOUL ULTRA WIRELESSปรากฏขึ้นมา เมื่อจิ้มลงไปที่ชื่อนี้ ตัวหูฟังก็ทำการเชื่อมต่อกับ iPhone 7 ทันที เป็นขั้นตอนการเชื่อมต่อที่ง่ายและสะดวกมาก และหลังจากหูฟังตัวนี้ได้ทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดแล้ว ในครั้งต่อไปมันจะทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวนั้นๆ โดยอัตโนมัติทันทีเมื่อมีการเปิดใช้งานร่วมกัน

จากการทดลองใช้ SOULUltra Wirelessรับสายโทรฯ เข้า ผมพบว่า ขณะกำลังฟังเพลงผ่านหูฟังตัวนี้ตอนเชื่อมต่ออยู่กับ iPhone 7 ของผม เมื่อมีสายเรียกเข้า เสียงเพลงจะหายไป และจะมีเสียงเรียกสายเข้ามาแทน ผมแค่กดปุ่ม “Sที่หูฟังหนึ่งครั้ง ก็สามารถรับสายพูดคุยโทรฯ ได้ทันที จากการทดสอบโทรฯ จริงพบว่า ฝั่งคนที่โทรฯ มาบอกว่า เสียงพูดของผมค่อนข้างเบา (ผมพูดด้วยความดังปกติ) แต่ก็ฟังรู้เรื่อง สื่อสารได้ ส่วนฝั่งคนรับคือผม เมื่อฟังผ่านหูฟัง เสียงของคู่สายที่โทรฯ เข้ามาดังฟังชัดดี และจากการทดลองโทรฯ ด้วยแอพลิเคชั่น What’App กับ LINE เทียบกับโทรฯ ด้วยเบอร์โทรตรง พบว่า โทรฯ ด้วยเบอร์โทรตรงให้เสียงที่ชัดเจนมากกว่า ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับเรื่องของแบนด์วิธ และเมื่อฝั่งโทรฯ เข้ามาวางสาย เสียงเพลงก็จะกลับมาตรงตำแหน่งที่เล่นค้างไว้ก่อนรับสายโดยอัตโนมัติ สะดวกมาก!

การโทรฯ ออกก็ทำบนสมาร์ทโฟนเหมือนโทรฯ ปกติ เพียงแต่ว่าหลังจากกดเบอร์โทรฯ ไปแล้ว คุณไม่ต้องยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาแนบหูเพื่อฟังเสียงเหมือนที่เคยทำ สะดวกมาก.!

ทดลองฟังเพลง

ผมทดลองฟังเพลงผ่านหูฟัง Ultra Wireless ตัวนี้ด้วยการเล่นไฟล์เพลงด้วยแอพฯ Onkyo HF Player บน iPhone 7 แล้วส่งสัญญาณเสียงมาที่หูฟังผ่านทาง Bluetooth

ผมทดลองฟังเพลงทั่วๆ ไปกับหูฟัง Ultra Wireless ตัวนี้ พบว่ามันขับง่าย ไม่กินกำลัง โดยเฉลี่ยแล้วผมใช้วอลลุ่มที่แอพฯ Onkyo HF Player เพียงแค่ 40-50% ก็ดังพอแล้ว สามารถควบคุมความดังผ่านปุ่มกดบนตัวหูฟังได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องแตะที่ตัว iPhone 7 เลย ผมชอบที่ผู้ผลิตเขารวบรวมปุ่มคำสั่งไปไว้ทางด้านซ้ายด้านเดียว ดีกว่าแยกไว้ทั้งสองข้าง จะได้ไม่งงเวลาใช้งาน ใช้เวลาปรับตัวไม่นานก็เริ่มชินกับตำแหน่งของปุ่มกดต่างๆ แล้ว

ส่วนแนวเสียงที่ได้จากการเล่นเพลงกับแอพ Onkyo HF Player บน iPhone 7 ออกไปทางเปิดกระจ่างแต่ไม่จัดจ้าน ทุกความถี่เสียงแสดงตัวออกมาอย่างชัดเจน ไม่มีความคลุมเครือ เสียงกลางลอยเด่น แหลมละเอียดและสะอาด ที่ประทับใจเป็นพิเศษคือทุ้มที่แผ่ใหญ่และนุ่มมาก! รวมๆ แล้ว เสียงของ Ultra Wireless ตัวนี้ออกไปทางฟังง่าย เสียงไม่แห้ง มีเบสคอยเกื้อหนุนอยู่ตลอดทำให้ติดไปทางนุ่มนวล ไม่จัดจ้าน ไม่กระโชกโฮกฮาก การแยกมิติก็ให้ตำแหน่งของเสียงที่ฉีกตัวออกจากกันได้เด็ดขาด ไม่มั่ว สามารถโฟกัสตำแหน่งของแต่ละเสียงได้อย่างชัดเจน เสียงแผ่ออกห่างจากศีรษะได้มากพอสมควร ลักษณะเวทีเสียงของหูฟังตัวนี้ให้ความสมดุลในแนวกว้างและลึก รับรู้ถึงการแยกเลเยอร์ของชั้นดนตรีได้ชัดดี อันนี้เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมาย

ภาพด้านบนเป็นภาพที่ผมทดลองเชื่อมต่อหูฟัง Ultra Wireless เข้ากับคอมพิวเตอร์ MacBook Pro ที่ใช้ทำงานไปด้วยเพื่อทดลองฟังเสียงจากคลิปบน YouTube ผ่านหูฟังตัวนี้ ซึ่งวิธีการเชื่อมต่อก็ทำได้ง่ายๆ เช่นกัน

ใครที่ชอบฟังเพลงจาก YouTube จะเพลิดเพลินกับการฟังผ่านหูฟังตัวนี้อย่างแน่นอน ผมทดลองเปิดเพลงจาก YouTube ฟังไปด้วยทำงานไปด้วย เพลินมาก! ฟังได้นานเพราะใส่แล้วไม่เจ็บหู และไม่ต้องพะวงกับแบตฯ ด้วย เนื่องจากเมื่อชาร์จเต็ม แบตฯ ในตัวสามารถใช้ได้นานถึงสามสิบกว่าชั่วโมง ฟังกันลืมไปเลย..!!! (ขอบอกว่า PinkFloyd ชุด “PULSE” Live 1994 Remastered ฟังผ่านหูฟังตัวนี้ออกมามันส์มาก..!)

ผมทดลองใช้เครื่องเล่นไฟล์เพลงวอล์คแมนของ Sony รุ่น A100TPS ในการเล่นไฟล์เพลงแล้วส่งสัญญาณเสียงมาที่ Ultra Wireless ผ่านสายสัญญาณ mini 3.5mm > mini 3.5mm เข้าทางช่อง mini 3.5mm ของ Ultra Wireless เสียงออกมาดีกว่าฟังผ่าน Bluetooth พอสมควร แม้ว่าจะไม่ได้รับความสะดวกจากระบบไร้สาย แต่ถ้าใครอยากจะเน้นคุณภาพเสียงในการฟังเพลงมากขึ้นมาอีกหน่อย อย่าลืมอ๊อปชั่นนี้

สรุป

ผมทดลองสลับเชื่อมต่อ Bluetooth ระหว่างหูฟังตัวนี้กับ iPhone 7 และคอมพิวเตอร์ MacBook Pro ไปๆ มาๆ ปรากฏว่า หูฟังตัวนี้สามารถสลับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีอาการเอ๋อเหมือนหูฟังโนเนมบางตัวที่ผมเคยลอง ถือว่า SOULUltra Wirelessให้ความเสถียรและความมั่นคงในการเชื่อมต่ออยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก.!

ส่วนความสะดวกในการสวมใส่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจเช่นกัน ด้วยน้ำหนักที่เบา บวกกับ earpad ที่ออกแบบมานุ่มมากๆ ใส่ได้นาน ไม่ปวดหู

ที่ผมชอบอีกอย่างคือ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบไร้สายและใช้สายนี่แหละ เป็นหูฟังแบบ Two-in-One ที่ตอบโจทย์ได้ครบถ้วนมากจริงๆ! /

*********************
ราคา : 2,490 บาท / ตัว
*********************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
. อัศวโสภณ
โทร. 02-266-8136-8 หรือ 02-234-6467-8

หาซื้อได้ที่ร้าน อัศวโสภณ บนห้างชั้นนำทั้ง 7 สาขา
หรือสั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้ที่
asavasopon.co.th

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า