Shunyata Research > กับสายออดิโอ เคเบิ้ล ผลิตภัณฑ์แคตากอรี่ใหม่!

ผมรู้จักแบรนด์ Shunyata Research ในเบื้องแรกครั้งเมื่อได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ประเภทตัวกรองไฟรุ่น Hydra : Model 8 เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วโน้น ประมาณปี 2004-2005 เห็นจะได้ ซึ่งในขณะนั้น เป็นยุคหลังจากที่นักเล่นฯ เริ่มรู้ตัวกันแล้วว่า ตัวคุมไฟหรือ Powerline Stabilizer สร้างปัญหาให้กับเสียงมากกว่าที่จะช่วย และค้นพบว่า ตัวกรองไฟหรือ Powerline filter ต่างหากล่ะ ที่เป็นพระเอก และนั่นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งให้ชื่อของ Shunyata Research แจ้งเกิดขึ้นมาในวงการไฮไฟ.!

ผมยังจำเหตุการณ์ตอนที่ผมสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ของ Shunyata Research ครั้งแรกได้ขึ้นใจ เพราะหลังจากอ่านข้อมูลที่ได้มาจากการค้นคว้าลงไปในรายละเอียดของเทคโนโลยีและที่มาที่ไปของแบรนด์นี้แล้ว มันทำให้ผมเกิดความรู้สึกย้อนแย้งขึ้นมาในใจ เป็นความรู้สึกสองด้านที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ด้านหนึ่งคือภาพของอะไรที่เป็นวิทยาศาตร์อย่างเข้มข้น เอาจริงเอาจัง ในขณะที่อีกด้านคือความรู้สึกคลางแคลงสงสัย เพราะเทคนิคบางอย่างที่ Caelin Gabriel (ผู้ก่อตั้งและคนออกแบบ) นำมาใช้ในสายไฟเอซีรุ่น Anaconda Alpha ของพวกเขามันเป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก และคำอธิบายทางเทคนิคก็ดูว่าเป็นข้อมูลทางวิชาการที่ลึกล้ำมาก มันลึกมากซะจนคนที่แม้จะมีพื้นความรู้ทางอิเล็กทรอนิค, ไฟฟ้า และฟิสิกส์ อยู่บ้างยังไม่สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ เลย

นั่นแหละคือที่มาของความรู้สึกย้อนแย้งของผม คือดูจากเทคโนโลยีแล้วมันน่าเลื่อมใสมาก แต่เพราะความแปลกใหม่มากสำหรับยุคนั้น เลยทำให้ไม่มั่นใจว่าจะเวิร์คเหรอ.? แต่สุดท้ายแล้ว ตัวกรองไฟรุ่น Hydra Model 8 ก็ได้รับความนิยมสูงมาก สื่อในวงการเครื่องเสียงสำนักใหญ่ๆ ในเมืองนอกต่างก็พูดถึงตัวกรองไฟรุ่นนี้กันหนาหู หลายๆ สื่อวิจารณ์ออกไปทางเดียวกันคือชื่นชอบในน้ำเสียงที่สะอาดและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้เสียงเพลงมีลักษณะที่อบอุ่น ช่วยลดอาการเจิดจ้าของเสียงลงไปได้มาก

เป็นการพิสูจน์ว่า สุดท้ายแล้ว เครื่องเสียงก็ต้องตัดสินกันด้วยการ ทดลองฟังสถานเดียว!

ในยุคแรกของ Shunyata Research นั้น ผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมกับตัวกรองไฟก็คือสายไฟเอซี รุ่นที่ทำชื่อให้กับแบรนด์นี้มากเป็นพิเศษมีชื่อว่า Anaconda ซึ่งถ้าได้เห็นตัวจริงของสายไฟเอซีตัวนี้แล้ว คุณจะไม่แปลกใจกับชื่อที่มันถูกตั้งเอาไว้ แต่ไฉไล้ท์จริงๆ นั้นถูกแอบซ่อนอย่างมิดชิดอยู่ด้านใน เมื่อจับตัวสายที่มีขนาดใหญ่เขย่าเบาๆ คุณจะได้ยินเสียงวัสดุด้านในกระทบกันกราว เป็นเสียงของเม็ดผลึก เฟอโรซิลิคอน” (Ferrosilicon = Fe-Si-1002) ขนาดเล็กที่เขาบรรจุไว้ภายในกระทบกับโครงสร้างของตัวสาย ถ้าฟังเสียงที่เกิดขึ้นแบบผิวเผินจะคล้ายเสียงงูหางกระดิ่ง จึงเป็นที่มาของชื่อซีรี่ย์ PowerSnakes นั่นเอง

Shunyata Research
New Audio cables!

ปัจจุบันนี้ Shunyata Research เริ่มขยายสินค้าเข้ามาในกลุ่มของ audio cable แล้ว เวอร์ชั่นแรกนี้พวกเขาจัดมาถึง 4 ซีรี่ย์ ได้แก่ Sigma, Alpha, Delta และ Venom เรียงจากใหญ่ไปหาเล็ก โดยทำออกมาทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสายลำโพง, สายไฟเอซี, สายโฟโนฯ, สายสัญญาณอะนาลอกที่ติดขั้วต่ออันบาลานซ์ RCA และบาลานซ์ XLR, สายสัญญาณดิจิตัลแทบทุกฟอร์แม็ตคือ Coaxial – AES/EBU และ USB ไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่สายกราวนด์ กับสาย clock สำหรับระบบดิจิตัลก็ทำออกมา รวมถึงสายจั๊มเปอร์สั้นๆ ที่ใช้เชื่อมโยงระหว่างขั้วต่อของลำโพงก็ด้วย

จริงๆ แล้ว.. ในมุมมองของผม ผมว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ Shunyata Research จะหันมาทำสายออดิโอ เคเบิ้ลออกมา เพราะที่ผ่านมา งานถนัดของพวกเขาก็คือ สกัดเอาขยะออกไปจากระบบไฟฟ้าอยู่แล้ว นั่นทำให้พวกเขาคุ้นเคยดีกับสายไฟเอซี เมื่อต้องขยับมาทำสายสัญญาณและสายลำโพง มันจึงไม่ได้มีอะไรต่างกันมาก แค่เรียนเพิ่มเติมให้รู้ว่า อะไรที่ต้องการให้วิ่งไปตามสาย และเรียนให้รู้ว่า อะไรคือตัวร้ายที่มีโอกาสจะเข้าไปรบกวนสิ่งที่วิ่งไปตามสาย เมื่อรู้แล้วก็ค้นหาวิธีขจัดตัวร้ายเหล่านั้นออกไปจากสายสัญญาณและสายลำโพงซะ.. ง่ายๆ แค่นี้เอง!

แต่พอผมลองเข้าไปค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ของพวกเขา (Link) ผมต้องยอมรับว่าอึ้งครับ ตอนคิดจะทำนั้นอาจจะดูว่าง่ายๆ แต่พอเห็นสิ่งที่พวกเขาทำออกมาแล้ว ต้องขอบอกเลยว่า มันไม่ใช่อะไรที่ง่ายๆ ซะแล้วล่ะครับ.! สายแต่ละรุ่นของพวกเขาถูกสร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีจำนวนมากมาย บางส่วนนั้นเป็นเทคโนโลยีเก่าๆ ที่นักออกแบบสายออดิโอ เคเบิ้ลรู้จักกันดีอยู่แล้ว ในขณะที่บางส่วนเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่คิดค้นโดย Caelin Gabriel เอง ซึ่งได้จดสิทธิบัตรเอาไว้แล้วด้วย

เหมือนจะตั้งใจประกาศให้โลกรู้ว่า Shunyata Research เป็นบริษัทที่ออกแบบและผลิตสินค้าโดยอาศัย knowhow ที่มีอยู่จริงในโลก เป็นวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ พวกเขาจึงไม่กลัวที่จะเปิดเผยข้อมูลทุกอย่าง ใครๆ ก็สามารถเข้าไปค้นสอบรายละเอียดของเทคโนโลยีที่พวกเขาใช้ได้อย่างง่ายดาย (Link) แม้ว่าบางเทคโนโลยีนั้น อ่านแล้วก็ยังนึกภาพไม่ออกก็ตามที แต่เมื่อพิจารณาลงไปตรงจุดที่พวกเขานำมาใช้กับผลิตภัณฑ์จริงๆ แล้วก็ต้องยอมรับว่า มีการลงทุนกันจริงๆ จังๆ และเมื่อดูจากเนื้องานแล้ว ก็พอจะเชื่อได้ว่าพวกเขามีความ ตั้งใจกับมันจริงๆ ไม่น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่อุปโลกขึ้นมาเพื่อแหกตาทางการค้านะ

ยกตัวอย่างเทคโนโลยี 4 อย่างที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาเองเพื่อใช้ในการออกแบบสายสัญญาณและสายลำโพงเหล่านี้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พวกเขาได้จดสิทธิบัตรเอาไว้แล้ว นั่นคือ

1. “ETRON” = ช่วยแก้ปัญหาเรื่อง dielectric distortion

2. “TAP” (Transverse-Axial Polarizer) = ช่วยจัดการกับปัญหา electromagnetic polarization

3. “HARP” = ช่วยแก้ปัญหาปรากฏการณ์ที่พวกเขาเรียกว่า current resonanceหรือการกระเพื่อมของกระแสที่เกิดขึ้นในสายลำโพง

4. “VTX” (Virtual Tube Conductor) = เป็นการจัดโครงสร้างของเส้นตัวนำให้มีลักษณะการเรียงตัวกันเหมือนอยู่ในท่อ ช่วยลดปัญหา skin effects และ eddy currents

นอกจากเทคโนโลยีเฉพาะที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาใช้เองเหล่านี้แล้ว ทั้งเทคโนโลยีและเทคนิคพิเศษต่างๆ ที่วงการออดิโอ เคเบิ้ลรู้จักและใช้กันอยู่แล้วอีกหลายเทคโนโลยี ก็ได้ถูกนำมาใช้ในการออกแบบสายออดิโอ เคเบิ้ลของ Shunyata Research เหล่านี้ด้วย และไม่ใช่นำมาใช้แบบดื้อๆ แต่ได้ enhanced ขึ้นไปอีกขั้น อาทิ เทคโนโลยีของตัวนำ พวกเขาก็ให้ความสำคัญมาก ถึงกับออกแบบตัวนำของตัวเองขึ้นมาใช้เลย หรืออย่างเทคนิคการแช่แข็ง Cryogenic ซึ่งทาง Shunyata Research ก็นำมาใช้ แต่ได้อัพเกรดกระบวนการให้มีความแม่นยำขึ้นไปอีกขั้นด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ควบคุม ฯลฯ

ใครที่ชอบเทคโนโลยี ถ้าได้เข้าไปอ่านเทคโนโลยีที่ Shunyata Research ใช้ในการออกแบบสายสัญญาณและสายลำโพงเหล่านี้แล้ว เชื่อว่ามันจะทำให้คุณรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากเป็นพิเศษเหมือนผม อ่านมากๆ เข้าก็อยากลองฟัง อยากรู้ว่าเสียงของมันจะออกมาเป็นยังไง ผมได้ขอยืมสายสัญญาณกับสายลำโพงรุ่น Sigma มาแล้ว ขอเวลาทดลองฟังอีกสักหน่อย ได้ความแล้วผมจะนำผลการทดสอบมารายงานอีกที.. เร็วๆ นี้! /

**********
สนใจ สอบถามได้ที่ :
Deco2000
โทร. 0-2256-9700

Link  |  https://goo.gl/2NfRDg

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า