รีวิว อัลบั้ม Same Girl / ศิลปิน Youn Sun Nah

เป็นงานเพลงที่คลาดแคล้วกับผมมาแล้วหลายครั้ง เมื่อสองสามปีก่อน มีคนแนะนำให้ฟัง ผมยังไม่มีแผ่น หลังจากนั้น ผมไปเดินงานเครื่องเสียงที่ฮ่องกงก็ดันลืมเอาโพยที่จดชื่ออัลบั้มที่จะซื้อไปด้วย และนึกไม่ออกว่ามีอัลบั้มนี้ที่ตั้งใจจะซื้อ

จนแล้วจนเล่า เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ก็มีคนรู้จักกันอีกคนหนึ่งถามผมว่า เคยฟังผลงานของศิลปินชาวเกาหลีคนนี้แล้วยัง.? คือเขาอยากจะรู้ว่าผมฟังแล้วมีความเห็นยังไง.? ผมเริ่มรู้สึกว่าต้องหางานอัลบั้มชุดนี้มาฟังซะแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ได้พบกับแผ่นซีดีของอัลบั้มชุดนี้เข้าโดยบังเอิญ และได้มีโอกาสนั่งลงฟังมันอย่างจริงๆ จังๆ หลังจากฟังแล้ว ผมต้องขอขอบคุณเพื่อนทั้งสองท่านที่ทักถามผมมาเกี่ยวกับอัลบั้มชุดนี้ของศิลปินเกาหลีผู้นี้ พวกคุณทำให้ผมค้นพบเพชรเม็ดงามเข้าให้แล้ว.!!

อาศัยข้อมูลในปกแผ่นซีดีทำให้รู้ว่า Youn Sun Nah เธอผู้นี้เป็นคนเกาหลีที่ไปตั้งรกรากอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ผลงานของเธอชุดนี้ไม่ได้เป็นชุดแรก ชุดแรกของเธอออกมาตั้งแต่ปี 2009 ชื่ออัลบั้มว่า Voyage (ออกกับค่าย ACT) ซึ่งก็สร้างชื่อให้กับเธอทันทีที่ผลงานวางตลาด หนังสือพิมพ์ชื่อดังในเยอรมันอุปมาว่าเธอเป็นดั่งการค้นพบของฤดูกาล “discovery of the seasonและกล่าวยกย่องในฝีไม้ลายมือทางการดนตรีของเธอไว้อย่างออกหน้าออกตา นอกจากนั้น งานอัลบั้มชุดนั้นของเธอยังไปติดอันดับ Top Ten ในชาร์ตเพลงแจ๊สของที่นั่น และได้รับยกย่องให้ติดอันดับ CD of the Month ของนิตยสารแจ๊สชื่อดังด้วย

แม้ว่าจะเป็นชาวเอเซีย แต่เธอก็สามารถคิดค้นแนวทางดนตรีของตัวเองขึ้นมาได้และใช้มันเป็นตัวเปิดทางออกสู่ถนนสายดนตรีได้อย่างสวยงาม เป็นที่ยอมรับในวงกว้างในเอกลักษณ์เฉพาะที่เธอสร้างขึ้นมา ซึ่งเป็นแนวลูกผสมระหว่างเอเซียกับยุโรป ระหว่างแจ๊สกับพ๊อพสไตล์ฝรั่งเศส (chanson) เพลงที่เธอแต่งและเล่นมีทั้งแนวที่เน้นเทคนิคดนตรีที่ล้ำลึกและเชี่ยวกาจไปจนถึงลักษณะของดนตรีฟรีฟอร์มที่มีความเป็นอิสระเต็มที่ ไม่ยึดติดกับหลักเกณฑ์สากลใดๆ มีทั้งโครงสร้างดนตรีที่บางและหลวมไปจนถึงสลับซับซ้อนแน่นเต็มไปด้วยเลเยอร์ มีทั้งลีลาที่แปลกหูและคุ้นชิน

ผลงานในยุคปัจจุบัน Youn Sun Nah ก็ยังคงเวียนว่ายอยู่ในกระแสดนตรีทดลอง เธอไม่ลังเลที่จะใส่อะไรใหม่ๆ ลงไปในเพลงของเธอ บทเพลงของเธอจึงเต็มไปด้วยความน่าสนใจทุกขณะจิตที่ฟัง อุดมไปด้วยวัตถุดิบที่หลากหลาย แต่ละเพลงในอัลบั้มนี้สามารถสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนเพลงของเธอได้อย่างมีพลัง

เพลง

เพลงในอัลบั้มนี้มีทั้งหมด 11 แทรค เป็นงานที่เธอแต่งคำร้องและเรียบเรียงดนตรีเองอยู่ 2 เพลงคือ “Uncertain Weather” (แทรคที่ 4) กับเพลง “Pancake” (แทรคที่ 10) นอกนั้นที่เหลือก็เป็นเพลงที่เธอเลือกมาคัฟเวอร์ด้วยการเรียบเรียงดนตรีและขับร้องใหม่โดยมีมือกีต้าร์ช่วยเรียบเรียง 4 แทรค มีอยู่เพลงหนึ่งที่แต่งโดยมือกีต้าร์ชื่อว่า Ulf Wakenius หนึ่งในสามสมาชิกที่เล่นแบ็คอัพให้กับเธอ นั่นคือเพลง “Breakfast in Baghdad” (แทรคที่ 3) ส่วนสมาชิกอีกสองคนที่ร่วมอยู่ในทีมแบ็คอัพก็มี Lars Danielsson (อะคูสติก เบส, เชลโล่) กับ Xavier Desandre-Navarre (เพอร์คัสชั่น) ส่วนตัวเธอเองนอกจากจะดูแลในส่วนของการเรียบเรียงดนตรีและร้องนำแล้ว ยังเล่นเครื่องดนตรีแปลกๆ อีกสองสามอย่าง นั่นคือ Kazoo, Kalimba และ Music Box

**************

Kazoo = เป็นเครื่องเป่าขนาดเล็ก ขยายเสียงฮัมผ่านลิ้นเรโซแนนซ์ให้เสียงที่ดังมากขึ้น
ลิ้งค์วิดีโอ | https://www.youtube.com/watch?v=JofXJWsCWtE
**************

Kalimba = เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของแอฟริกา มีขนาดเล็ก ตัวกำเนิดเสียงมีลักษณะเป็นแกนโลหะเล็กๆ จำนวนหลายชิ้น ติดตั้งอยู่บนกล่องกำธรที่ทำด้วยไม้ บรรเลงโดยใช้ปลายนิ้วกดแล้วปล่อย หรือกรีดลงไปบนแกนโลหะ ให้เสียงที่มีอิมแพ็คสั้นแต่ทอดปลายเสียงกังวาน
ลิ้งค์วิดีโอ | https://www.youtube.com/watch?v=OenOjdbclqI
**************

ตัวเธออยู่ที่ฝรั่งเศส แต่น่าแปลกที่ไปบันทึกเสียงที่เมืองก็อตเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน อาจจะเป็นสตูดิโอที่ดีลกับค่ายเพลงที่เธอสังกัดก็เป็นได้ ซาวนด์เอนจิเนียร์ที่ดูแลการบันทึกเสียงอัลบั้มชุดนี้ชื่อว่า Lars Nilsson ในสตูดิโอที่ชื่อว่า Nilento Studios ไม่ได้แจ้งชื่อคนทำมาสเตอร์

เสียง

ไม่เสียแรงที่ไปบันทึกเสียงถึงประเทศสวีเดน ดินแดนที่มีชื่อเสียงในแง่ของการบันทึกเสียงที่เน้นคุณภาพ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตรงที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของดนตรีออกมาได้ดีเป็นพิเศษ ไม่ใช่เสียงดีเชิง sonic แต่หนักไปทาง music มากกว่า แค่แทรคแรกเพลง “My Favorite Thingsก็ปังแล้ว เป็นเพลงที่มีแค่เสียงร้องของตัวเธอกับเสียงดีดคาลิมบา กรุ้งกริ้งๆ ล่องลอยหลุดกระจายจากลำโพงออกมาเพ่นพ่านในอากาศอย่างชัดเจน หางเสียงฮาร์มอนิกซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเครื่องดนตรีประเภทนี้ทอดพลิ้ว กังวานออกไปได้อย่างเป็นอิสระ และที่น่าทึ่งคือเธอร้องเพลงนี้ได้ดีมาก ทั้งๆ ที่มีแต่เสียงดีดคาลิมบาอย่างเดียวและไม่ได้ดีดเป็นจังหวะอะไรด้วย แต่เสียงร้องของเธอมันมีวรรคตอน เน้นย้ำ ผ่อนเร่ง เป็นจังหวะอยู่ในตัว ซึ่งบอกเลยว่า ร้องยากมาก.. แต่เธอทำออกมาได้ดีจริงๆ

Raindrops on roses
And whiskers on kittens
Bright copper kettles and warm woolen mittens
Brown paper packages tied up with strings
These are a few of my favorite things

Cream-colored ponies and crisp apple strudels
Doorbells and sleigh bells
And schnitzel with noodles
Wild geese that fly with the moon on their wings
These are a few of my favorite things

Girls in white dresses with blue satin sashes
Snowflakes that stay on my nose and eyelashes
Silver-white winters that melt into springs
These are a few of my favorite things

When the dog bites
When the bee stings
When I’m feeling sad
I simply remember my favorite things
And then I don’t feel so bad

Raindrops on roses and whiskers on kittens
Bright copper kettles and warm woolen mittens
Brown paper packages tied up with strings
These are a few of my favorite things

Cream-colored ponies and crisp apple strudels
Doorbells and sleigh bells and schnitzel with noodles
Wild geese that fly with the moon on their wings
These are a few of my favorite things

Girls in white dresses with blue satin sashes
Snowflakes that stay on my nose and eyelashes
Silver white winters that melt into springs
These are a few of my favorite things

When the dog bites
When the bee stings
When I’m feeling sad
I simply remember my favorite things
And then I don’t feel so bad

เพลงที่สอง “My Name is Carnivalกับเพลงที่สาม “Breakfast in Bagdadเรียบเรียงโดย Ulf Wakenius มือกีต้าร์ เป็นสองเพลงที่โหดมาก ลีลาดนตรีเร่งกระชั้น ไดนามิกสวิงถี่ โดยเฉพาะแทรคที่สาม Breakfast in Bagdad นั้นเลเยอร์ของดนตรีสลับซับซ้อน แต่ไม่มีสับสนเลย การมิกซ์เสียงทำได้ดีเลิศ ทั้งการให้น้ำหนักของเสียงดนตรีแต่ละชิ้นไปจนถึงการจัดวางตำแหน่งและเลเยอร์ที่ถูกกำหนดไว้อย่างสมดุล กระจายไปทั่วทั้งเวทีเสียง มิติของซาวนด์สเตจก็สมบูรณ์แบบ มีทั้งด้านกว้าง ลึก และสูง

เพลงอื่นๆ ที่เหลือก็ทำได้ดีมาก เสียงร้องกับเสียงเครื่องดนตรีทั้งหมดมีความเป็นอิสระซึ่งกันและกัน มีเว้นวรรคช่องไฟที่เหมาะสม ต่างก็มีพื้นที่แสดงรายละเอียดของตัวเองออกมาได้อย่างชัดเจน ถ่ายทอดออกมาครบถ้วนทั้งอิมแพ็คบอดี้ฮาร์มอนิก ในขณะเดียวกัน การขยับเคลื่อนของทุกเสียงก็มีความผูกพันธ์เกี่ยวเนื่องไปตามจังหวะอารมณ์ของเพลงอย่างต่อเนื่อง มีสอดมีรับไม่ขาดตอน ฟังเพลินมาก แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการมิกซ์ดาวน์ที่เยี่ยมยอด ..

พูดถึงเสียงร้องของ Youn Sun Nah แล้วผมลืมไปเลยว่า เธอเป็นคนเอเซีย เพราะสำเนียงภาษาอังกฤษของเธอลื่นไหลมาก มีความเป็นเอเซียอย่างเดียวที่ผมรู้สึกได้จากน้ำเสียงของเธอ นั่นคือเนื้อมวลที่มีลักษณะเปราะบางแบบสาวเอเซีย ไม่หนาหนักแบบสาวยุโรป แต่จุดที่อยากจะชื่นชมเธอก็คือความสามารถในการนำเสนอเสียงร้องของเธอที่ปลดปล่อยอารมณ์ออกมาได้อย่างเต็มเหนี่ยว ฟังดูแล้วมีความเป็นธรรมชาติมากๆ อย่างเช่นท่อนกลางๆ ของเพลง “Enter Sandmanแทรที่ 7 เธอกรีดเสียงออกมาได้น่าตกใจ แต่ก็ลงตัวไปตามเพลง เป็นการอิมโพรไวด์ที่เด็ดดวงจริงๆ

อีกเพลงที่ผมชอบมากคือเพลง “Pancakeแทรคที่ 10 ซึ่งเป็นเพลงที่เธอแต่งเนื้อร้อง ทำนอง และเรียบเรียงเอง ร้องเองและเล่นดนตรีเองบางชิ้น เพลงนี้จัดวางสัดส่วนของเสียงต่างๆ ไว้ได้สวยงาม กลองกับเบสถูกจับไปอยู่ด้านหลังระนาบลำโพง ถอยลึกลงไปมากหน่อย เยื้องมาทางลำโพงข้างขวามากกว่าซ้ายนิดนึง เพื่อเปิดพื้นที่ว่างให้กับเสียงกีต้าร์โซโล่ที่แทรกตัวลงที่ตำแหน่งหลังลำโพงซ้าย ในขณะที่เสียงร้องของเธอวางตัวเยื้องออกมาด้านหน้าของเสียงเครื่องดนตรีอื่นๆ นิดนึง เป็นเลเยอร์ที่อยู่ด้านบน ใกล้กับตำแหน่งของคนฟังมากกว่าชิ้นอื่นๆ

เป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมมาก มีทั้งความบันเทิงให้เสพในแง่ของบทเพลง และมีคุณภาพเสียงที่ดีสำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นเครื่องเสียงด้วย ซึ่งพูดได้เลยว่า ศิลปินเกาหลี Youn Sun Nah คนนี้เธอมีความเป็นสากลมากกว่าศิลปินเอเซียคนอื่นๆ พอสมควรนะ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะทักษะทางด้านการขับร้องอย่างเดียว แต่เธอมีความสามารถในการแต่งเพลงและเรียบเรียงดนตรีที่มีพลังสร้างสรรอีกด้วย ฟังชุดนี้จบแล้ว เห็นทีคงต้องไปตามหางานชุดอื่นของเธอมาฟังด้วยแล้ว.. /

********************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า