รีวิว Audio Bastion รุ่น X-PAD Plus II จานรองเดือยแหลม

แอคเซสซอรี่ก็คือเครื่องเคียง ไม่ใช่เครื่องหลักสำหรับเครื่องเสียง เป็นอุปกรณ์เสริม ไม่ได้ใช้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าจะหามาใช้จริงๆ ก็ควรจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมให้ คุณภาพเสียงของซิสเต็มดีขึ้น ถ้าเอาเข้ามาใส่ในซิสเต็มแล้วไม่ทำให้เสียงของซิสเต็ม ที่ดีอยู่แล้วดีขึ้นไปอีก ก็ไม่ต้องใช้… แค่นั้น.!

หลักการใช้อุปกรณ์เสริมตามแนวทางของผม ผมเน้นคำว่า ทำให้เสียงของซิสเต็ม ที่ดีอยู่แล้วดีขึ้นไปอีกนั่นก็หมายความว่า ก่อนจะเอาอุปกรณ์เสริม ไม่ว่าจะชนิดไหน เข้ามาใช้ในซิสเต็ม คุณต้องทำการ แม็ทชิ่ง + เซ็ตอัพซิสเต็มของคุณให้ลงตัวมากที่สุดก่อน ค่อยไปเอาอุปกรณ์เสริมมาใช้ เหตุผลก็เพราะว่า อุปกรณ์เสริมทุกชนิดควรจะนำมาใช้ในขั้นตอน ปรับจูนซึ่งเป็นขั้นตอนที่สามต่อเนื่องมาจากขั้นตอนที่สองของสูตรเสียงดี นั่นคือ เซ็ตอัพ

ต้องระลึกไว้เสมอว่า อุปกรณ์เสริมไม่สามารถเข้าไปแก้ปัญหาของซิสเต็มที่เกิดจากการแม็ทชิ่ง หรือปัญหาที่เกิดจากการเซ็ตอัพได้ นั่นคือเหตุผลที่คุณควรจะต้องทำการแม็ทชิ่ง+เซ็ตอัพให้ลงตัวซะก่อน ถึงค่อยเอาอุปกรณ์เสริมเข้าไปใช้ในซิสเต็มนั้น

จานรองเดือยแหลมของลำโพงและชั้นวาง

อุปกรณ์เสริมมีอยู่หลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับว่ามันจะถูกออกแบบมาให้นำไปใช้กับส่วนไหนของซิสเต็ม ที่กำลังนิยมกันมากในขณะนี้ก็คือนำไปรองใต้เดือยแหลม หรือ spike ของขาตั้งลำโพง หรือชั้นวางเครื่องเสียง ซึ่งประโยชน์หลักๆ ที่เป็นจุดประสงค์ดั้งเดิมของอุปกรณ์ประเภทนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เดือยแหลมของลำโพงหรือชั้นวางอุปกรณ์เครื่องเสียงมันเจาะลงไปบนพื้น ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายกับพื้นได้ โดยเฉพาะพื้นที่มีความนุ่มอย่างพื้นไม้

จานรองสไปค์ หรือจานรองเดือยแหลม ในยุคแรกๆ จะมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะคล้ายเหรียญที่มีความหนาประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ขนาดประมาณเหรียญสิบบาท ตรงกลางจะทำเป็นหลุมตื้นๆ เพื่อรองรับปลายแหลมของทิปโท หรือเดือยแหลม สมัยก่อนผู้ผลิตบางเจ้าแถมมาให้กับลำโพงหรือชั้นวาง ที่ทำขายก็ราคาไม่แพง จานรองเดือยแหลมเพิ่งจะถูกพัฒนาอย่างเอาจริงเอาจังเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง หลังจากที่ค้นพบกันว่า การใช้อุปกรณ์ประเภทจานรองเดือยแหลมมีผลต่อเสียงของอุปกรณ์ที่เอาไปรอง และผลนั้นถูกส่งต่อไปถึงคุณภาพเสียงโดยรวมของซิสเต็มด้วย

ปัจจุบันมีผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมประเภทที่ใช้รองใต้อุปกรณ์เครื่องเสียงออกมาเพื่อขายเป็นอุปกรณ์เสริมกันอย่างจริงๆ จังๆ หลายเจ้า ในเมืองไทยมีทั้งผู้นำเข้าจากเมืองนอกมาจำหน่าย และมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบและทำโดยคนไทยรวมอยู่ด้วย สนนราคาของอุปกรณ์เสริมชนิดนี้ก็มีหลากหลายระดับ เริ่มกันตั้งแต่ตัวละหลักร้อย ขึ้นไปจนถึงตัวละเป็นหมื่น.!

Audio Bastion : X-PAD Plus II

แบรนด์ Audio Bastion เป็นแบรนด์ใหม่สำหรับวงการเครื่องเสียงเมืองไทย ผู้นำเข้าในประเทศคือ Audio House Thailand ให้ข้อมูลว่า แบรนด์นี้เป็นของอเมริกา ดีไซน์ผลิตภัณฑ์ในอเมริกา แต่ไปผลิตในจีน จึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาสามารถทำราคาของอุปกรณ์ตัวนี้ให้อยู่ในระดับที่ ต่ำจนน่าตกใจ!ได้ขนาดนี้ รู้แล้วอย่าช็อคนะ.. ถ้าจะบอกว่า อุปกรณ์ที่ใช้รองใต้เดือยแหลมของลำโพงที่ผมกำลังจะพูดถึงตัวนี้ ผู้นำเข้าเขาตั้งราคาขายไว้ที่ 600 บาท / ตัว ผมใช้รองขาตั้งลำโพงทั้งสองข้าง ข้างละ 4 ตัว รวมเป็นทั้งหมดใช้ 8 ตัว สนนราคาที่ต้องจ่ายทั้งหมดก็คือ 600 x 8 = 4,800 บาทถ้วน.!

ไม่แพง..!! ผมว่า ก่อนจะตัดสินว่าแพงหรือถูก ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า ใช้แล้วมันช่วยให้เสียงของซิสเต็มดีขึ้นมั้ย.? ถ้าไม่ดีขึ้นก็ถือว่าแพง ถ้าดีขึ้น ก็ต้องมาวิเคราะห์กันดูว่า ดีขึ้นคุ้มราคา 4,800 บาทที่ต้องจ่ายไปหรือเปล่า.? เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน ตอนนี้ผมว่าไปทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันก่อนดีกว่า

ขนาดของจานรองเดือยแหลมของ Audio Bastion ตัวนี้ไม่ถือว่าใหญ่ ถ้าเทียบกับอุปกรณ์เสริมประเภทเดียวกันที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้ ถ้าเทียบกับแบรนด์ดังๆ ด้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ 5 .. ก็ต้องนับว่าเล็กซะด้วยซ้ำไป ส่วนใหญ่พวกที่มีราคาตัวละหลักพันขึ้นไปถึงหลักหมื่น จะมีขนาดตัวใหญ่กว่านี้ทั้งนั้น

วัสดุ

ดูเผินๆ เหมือนไม่มีอะไรพิเศษ แต่พอเข้าไปตรวจค้นในเว็บไซต์ของผู้ผลิต Audio Bastion พบว่ามันมีดีไซน์ที่น่าสนใจไม่น้อย จากภาพด้านบนที่ผมเอามาจากเว็บไซต์ของเขาจะเห็นว่า วัสดุตั้งต้นที่ใช้ทำจานรองเดือยแหลมตัวนี้มันของดีทั้งนั้น.! เริ่มตั้งแต่ส่วนฐานของจานที่เป็นสีดำๆ นั้นทำมาจาก อะลูมิเนียม อัลลอยด์เกรด T6061 เกรดเดียวกับที่ใช้ทำส่วนประกอบของกล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์ที่ใช้ในน้ำทะเลเพราะมีคุณสมบัติทนการกัดกร่อนได้ดี สามารถชุบอะโนไดซ์ได้ เนื้อละเอียดทำผิวได้เรียบและสวยงาม

ชิ้นส่วนด้านบนสุดที่ทำเป็นหลุมใช้รองรับแรงกดจากเดือยแหลมทำด้วย สแตนเลสเบอร์ 304 นี่ก็เกรดดี มีความแกร่งสูง เมื่อส่วนของหลุมสแตนเลสรับน้ำหนักและแรงสั่นสะเทือนจากเดือยแหลมเข้ามา มันจะส่งแรงสั่นสะเทือนนั้นผ่านไปถึงวัสดุที่รองรับอยู่ด้านล่าง นั่นคือ ซิลิโคนซึ่งจะทำหน้าที่สลายพลังงานสั่นสะเทือนนั้น และสุดท้าย เพื่อลดแรงปะทะระหว่างวัสดุเนื้อแข็งก็คืออะลูมิเนียม อัลลอยด์ที่เป็นส่วนฐานของจานรองกับพื้นห้อง พวกเขาได้ติดตั้งแผ่น ไม้คอร์กบางๆ ไว้ที่ส่วนฐานล่างสุดของจานรองเพื่อทำภารกิจที่ว่านี้

การใช้งาน

จานรอง X-PAD Plus II ตัวนี้สามารถนำไปใช้งานได้ 2-3 รูปแบบ ประเด็นหลักๆ คือรองใต้เดือยแหลม ไม่ว่าจะเป็นเดือยแหลมของขาตั้งลำโพง, เดือยแหลมของชั้นวางเครื่องเสียง หรือแม้แต่จะนำไปรองใต้อุปกรณ์เครื่องเสียงก็ได้ โดยหาเดือยแหลม (หรือทิปโท) มารองใต้เครื่องเสียงก่อน จากนั้นก็เอา X-PAD Plus II ตัวนี้ไปรองใต้เดือยแหลมของทิปโทส่วนที่จิ้มลงพื้นอีกที

ผมเอา X-PAD Plus II มาใช้รองใต้เดือยแหลมของขาตั้งลำโพง ซึ่งต้องใช้ทั้งหมด 8 ตัว ข้างละ 4 ตัว (ขาตั้งใครมีเดือยแหลมแค่ข้างละ 3 ตัว ก็ซื้อมาแค่ 6 ตัว ประหยัดไปอีก 1,200 บาท) ส่วนการใช้งานก็ไม่มีอะไรยุ่งยากเป็นพิเศษเลย แค่วางให้ปลายเดือยแหลมมันจิ้มลงไปให้ตรงกับหลุมสแตนเลสที่จานรองเขาทำไว้แค่นั้น แต่ก่อนจะใส่จานรอง ผมแนะนำให้คุณทำการขยับหาระยะวางลำโพงให้ลงตัวซะก่อน เนื่องจากที่ด้านล่างส่วนฐานของขานรอง X-PAD Plus II ตัวนี้มันมีแผ่นไม้คอร์กติดอยู่ ถ้าวางเดือยแหลมของขาตั้งลำโพงทับลงไปแล้ว จะขยับยากเพราะไม้คอร์กมันจะทำให้ฝืด

เสียง.?

ก่อนจะพูดถึงเสียงของจานรองเดือยแหลม X-PAD Plus II ของ Audio Bastion ชุดนี้ ผมขอเกริ่นถึงพื้นฐานเดิมที่ผมเซ็ตอัพไว้ก่อน

พื้นห้องฟังของผมถูกออกแบบไว้ให้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหลังของห้องที่ใช้นั่งฟังจะปูพื้นด้วยกระเบื้อง ส่วนหน้าที่ใช้วางลำโพงปูด้วยไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ด ซึ่งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ผมจะใช้ชิ้นไม้ก้อนสี่เหลี่ยมประมาณ 2×2 .. ซึ่งเป็นเศษไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ดที่เหลือจากปูพื้นมารองใต้เดือยแหลมมาตลอด (ศรชี้ ภาพบน) ด้วยเหตุผล 2 ประการ ประการแรก – เป็นเรื่องของความสะดวก คือผมต้องขยับลำโพงตอนจูนเสียง ผมจึงใช้วิธีพลิกแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์ที่ผมใช้รองใต้เดือยแหลมให้ด้านที่เป็นไม้แท้ต่อไม้แท้สัมผัสกัน ทำให้ผมสามารถเลื่อนลำโพงไปบนพื้นห้องได้ง่ายมาก เพราะมันจะลื่น เลื่อนได้ทีละนิด ส่วนอีกเหตุผลที่ผมใช้แผ่นไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ดรองใต้เดือยแหลมก็เพราะพบว่าเสียงที่ได้ออกมามัน ไม่หลุดออกไปจากโทนที่ผมสามารถควบคุมได้ ประเด็นสำคัญคือมันไม่ทำให้เสียงในย่านแหลมมีลักษณะที่โด่งขึ้นมาเหมือนจานรองที่ทำด้วยโลหะราคาถูกๆ ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ผ่านการปรับจูนมาดีพอ

ถ้าใครที่มีประสบการณ์ในการไฟน์จูนเสียงของซิสเต็มมามากพอจะรู้ดีว่า การจูน หรือ ตบให้โทนเสียงของซิสเต็มมันเข้าร่องเข้ารอย (คือทำให้ frequency response มีความราบเรียบนั่นแหละ!) จะทำได้ยากมากถ้าเสียงแหลมของซิสเต็มมีลักษณะที่โด่งมากๆ หรือเสียงทุ้มของซิสเต็มมีลักษณะที่ล้นมากๆ แม้ว่าหัวใจสำคัญของการไฟน์จูนเสียงของซิสเต็มก็คือพยายามทำให้ ความถี่ตอบสนองของซิสเต็มมีลักษณะที่ราบเรียบมากที่สุด แต่ก็ต้องระวังผลข้างเคียงไปด้วย นั่นคือ ต้องไม่ไปส่งผลกระทบทำให้ อัตราสวิงไดนามิกของซิสเต็มหดแคบลงเป็นอันขาด

ไม้เอ็นจิเนียร์ที่ผมใช้รองใต้เดือยแหลมมันมีข้อดีคือไม่ทำให้เสียงแหลมโด่งขึ้นมา แต่มันก็ไม่ได้เพอร์เฟ็กต์ซะเลยทีเดียว ข้อด้อยของมันคือ มันยังให้อัตราสวิงไดนามิกที่ไม่เปิดกว้างสุดๆ โดยเฉพาะในย่านเสียงแหลมและทุ้ม (แต่กลางดีมาก!) และมันให้ ความใสของพื้นเสียง” ที่ยังไม่ถึงขั้นทะลุทะลวงมาก ซึ่งในการปรับจูนผมก็ต้องไปดึงไดนามิกมาจากส่วนอื่นของซิสเต็มมาชดเชย

ช่วงที่ผ่านๆ มาก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ได้ลองหาจานรองเดือยแหลมมาใช้แทนแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ดที่ใช้อยู่นะ ลองทุกครั้งที่มีโอกาสนั่นแหละ เพียงแต่ว่า ตัวที่เคยเอามาลองใช้แล้วผมพบว่า พฤติกรรมทางเสียงของตัวรองเดือยแหลมส่วนใหญ่จะทำให้โทนเสียงซิสเต็มของผม หลุดไปจากที่ผมทำไว้ในขั้นตอนแม็ทชิ่ง+เซ็ตอัพเยอะเกินไป อย่างที่ผมกล่าวมาข้างต้น หลักการใช้จานรองเดือยแหลมซึ่งอยู่ในสถานะของอุปกรณ์เสริมของผม ผมจะเอามาใช้ หลังจากผมทำการ แม็ทชิ่ง+เซ็ตอัพซิสเต็มจนได้เสียงที่ ใกล้เคียงกับอุดมคติที่ผมต้องการแล้วเท่านั้น (ได้ถึง 70% ของเสียงที่ดี) นั่นคือ หลังจากผมทำการแม็ทชิ่ง+เซ็ตอัพจนได้ค่าเฉลี่ยของเสียงที่ผมพอใจแล้ว ถ้าเอาจานรอง หรือตัวรองเดือยแหลมมาใช้เพิ่มเติมเข้าไป ผมจะยอมรับจานรองหรือตัวรองเดือยแหลมตัวนั้นเข้ามาอยู่ในซิสเต็มก็ต่อเมื่อ มันทำให้เสียงของซิสเต็มนั้น ดีขึ้นไปจากระดับที่ผมพอใจแล้วเท่านั้น ผมจะไม่ทำการแม็ทชิ่งหรือเซ็ตอัพซิสเต็ม เข้าไปหาอุปกรณ์เสริม ถ้าเสริมเข้าไปแล้วมันทำให้เสียงที่ผมแม็ทชิ่ง+เซ็ตอัพเอาไว้มีลักษณะที่แย่ลง ผมก็เลือกที่จะไม่ใช้อุปกรณ์เสริมตัวนั้น

ตอนที่ผมเอา X-PAD Plus II ของ Audio Bastion เข้ามาลองในซิสเต็มนั้น เป็นซิสเต็มที่ผมทำการแม็ทชิ่ง+เซ็ตอัพเอาไว้จนได้เสียงที่ให้ค่าเฉลี่ยที่พอใจแล้ว ประกอบด้วย Roon nucleus+ กับ Ayre Acoustics QB-9 Twenty ทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นทาง ส่วนแอมปลิฟาย ณ ขณะนั้นก็คืออินติเกรตแอมป์ของ Audiolab รุ่น 9000A (REVIEW) ขับลำโพง Usher Audio UA-50 ซึ่งเป็นลำโพง 3 ทางขนาดกลาง ออกแบบมาให้วางบนขาตั้งที่มีความสูงประมาณ 20-22 นิ้ว ขาตั้งที่ผู้นำเข้ายกมาให้ใช้ทดสอบลำโพงคู่นี้เป็นขาตั้งเหล็ก 4 ท่อน ด้านล่างใช้เดือยแหลม 4 มุมในการพยุงขาตั้งและตัวลำโพงให้ลอยจากพื้นห้องขึ้นมา ซึ่งเดิมผมก็ใช้แผ่นไม้เอ็นจิเเนียร์วู๊ดรองใต้เดือยแหลมอยู่

ก่อนจะเอา X-PAD Plus II เข้าไปรองแทนแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ด เสียงของซิสเต็มนี้เป็นที่น่าพอใจของผมอยู่แล้ว ถ้าตอนนั้นถามผมว่า ดีกว่านั้นจะเป็นแบบไหน ผมตอบไม่ได้ เพราะจูนมาจนได้ค่าเฉลี่ยที่พอใจแล้ว แต่เมื่อทดลองเอา X-PAD Plus II เข้าไปรองใต้เดือยแหลมแทนแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ดครบทั้ง 8 ตัว พอกลับมาเปิดเพลงเดียวกันเท่านั้นแหละ… ผมก็เก็บแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ดออกไปเลย.!!

ดีขึ้นทุกด้าน.!

จริงๆ แล้ว ถ้าเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ Audio Bastion จะเห็นว่าแบรนด์นี้มีผลิตภัณฑ์หลายชนิด นอกจากอุปกรณ์ประเภทที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘Vibration Isolationแล้ว (บางยี่ห้อก็เรียกว่า ‘Vibration Control’) พวกเขายังมีทำเดือยแหลม หรือ spike กับทำชั้นวางเครื่องเสียงด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละตัวก็ดูมีดีไซน์ระดับไฮเอ็นด์ฯ ทั้งนั้น

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภท Vibration Isolation จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 อนุกรม ตามภาพข้างบน เรียงจากเล็กไปหาใหญ่ก็คือ X-PAD, X-PAD PLUS, X-PAD REF และ TEMPO PAD ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้กรรมวิธีในการแยกสลายคลื่นความสั่นสะเทือนด้วยการเข้าไป รองรับอยู่ใต้อุปกรณ์เครื่องเสียง โดยที่ 3 อนุกรมแรกคือ X-PAD, X-PAD PLUS และ X-PAD REF จะมีหลุมรองรับปลายแหลมของเดือยแหลม ส่วน TEMPO PAD นั้นใช้รองรับขาตั้งของเครื่อง หรือรองรับแผ่นฐานของตัวเครื่องเสียงโดยตรง

ผมได้รับอุปกรณ์ประเภท Vibration Isolation มาทดลองใช้ครบทุกรุ่น โดยเฉพาะตัว X-PAD นั้นน่าจะครบทุกรุ่น พอได้มาปั๊บ ผมก็คันเลย ลองใช้ทันทีกับซิสเต็มที่กำลังฟังอยู่ตามที่ให้ข้อมูลไว้ข้างบนนั้น

นี่เป็นตารางรุ่นของ X-PAD กับสไปค์ที่ผู้นำเข้าทิ้งไว้ให้ และเป็นรุ่นที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งตอนทดลองใช้งานและฟังเสียงนั้น ผมไล่มาตั้งแต่รุ่น X-PAD MINI (ตัวละ 300 บาท) > X-PAD Plus II (ตัวละ 600 บาท) > X-PAD PRO (ตัวละ 1,000 บาท) และจบลงด้วย X-PAD REF (ตัวละ 1,300 บาท) ปรากฏว่า ซิสเต็มที่ผมใช้ทดลองฟังข้างต้นนั้น ลงตัวกับรุ่น X-PAD Plus II ตัวละ 600 บาท ใช้ไปทั้งหมด 8 ตัว สนนราคารวมเบ็ดเสร็จ 4,800 บาท.!!!

ผลลัพธ์คือ เสียงดีขึ้นทุกด้าน.! ทั้งในแง่ความต่อเนื่องของไดนามิกคอนทราสน์ ฟังเพลงร้องแล้วรู้สึกได้ชัดถึงความพิถีพิถันในการเอื้อนเอ่ยคำร้องของนักร้องที่มีความปราณีตบรรจงมากขึ้น ฟังแล้วเข้าถึงอารมณ์เพลงมากขึ้น ไทมิ่งของเพลงก็ดีขึ้น คือโดยรวมหลังจากวาง X-PAD Plus II ลงไปใต้เดือยแหลมของขาตั้งลำโพง UA-50 ผมพบว่า สปีดของเสียงโดยรวมมีลักษณะที่ ช้าลงนิดนึง พอสลับระหว่างรองแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ดแบบเดิม vs รองด้วย X-PAD Plus II ฟังเทียบกันไป 2-3 รอบ ผมพบว่า หลังจากรอง X-PAD Plus II แล้วสปีดของเสียงช้าลงอย่างที่ว่า แต่ไม่ได้เฉื่อย เพราะมันทำให้ผมรับรู้ถึงความแตกต่างของความเร็วในการบรรเลงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นได้ชัดขึ้นกว่าตอนรองด้วยแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์วู๊ด น่าจะเป็นเพราะ X-PAD Plus II เข้าไปทำให้ ไทมิ่งความถี่ในย่านกลางต่ำลงมาถึงทุ้มตอนกลางๆ มีความถูกต้องและเคลียร์ชัดมากขึ้น ซึ่งเป็นย่านความถี่ของโน๊ตดนตรีที่ใช้คุมจังหวะเพลง เมื่อย่านความถี่นั้นมีความเคลียร์ชัดมากขึ้น การรับรู้ไทมิ่งของเสียงต่างๆ ก็ชัดเจนและครบถ้วนมากขึ้นด้วย

มากมั้ย.? ครั้งแรกๆ ที่ลองฟัง ผมว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมันก็ไม่ถึงกับเยอะมาก แต่หลังจากฟังสลับไปมา สองสามครั้ง ความแตกต่างมันก็เริ่มชัดมากขึ้นจนมั่นใจ หลังจากนั้นพอเอา X-PAD Plus II ออกไป จะรู้สึกได้เลยว่าอะไรหายไป.!

โอ้วว.. ตอนเริ่มต้นผมลองกับรุ่นเล็กสุด ตัวละสามร้อยบาทคือรุ่น X-PAD MINI ก็เห็นว่าปลายเสียงชัดขึ้น แต่ไม่ชอบว่ามันให้เวทีเสียงที่เดินหน้ามากไป พอเปลี่ยนมาเป็นรุ่น X-PAD Plus II เสียงออกมาอย่างที่อธิบายไปตอนต้นคือดีขึ้นทุกด้าน มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น.. เพราะคิดไปไกลเลยว่า ถ้าเป็นรุ่นที่ใหญ่กว่าขึ้นไปอย่าง X-PAD PRO กับ X-PAD REF มันจะขนาดไหน..?? ว้าวว.. คิดแล้วก็ลองเลย มีของอยู่กับตัวแล้วจะไปมัวแต่ฝันเฟื่องไปทำไม ว่าแล้วก็เอา X-PAD Plus II ออก แล้วหยิบ X-PAD PRO เข้าไปแทน เปิดเพลงฟัง… แล้วก็ขมวดคิ้ว..??

เสียงทั้งหมดมัน นวลเนียนมากกว่าตอนรองด้วย X-PAD Plus II อย่างชัดเจน สะอาดและฟังดูไฮเอ็นด์มาก แต่.. แต่ผมไม่ชอบการเรียงมิติเวทีเสียงของมัน คือมันแสดงเลเยอร์ตื้นลึกของเวทีเสียงออกมาได้ไม่ชัดเท่ากับตอนรองด้วย X-PAD Plus II คือจะถอยๆ ลึกเข้าไปด้านหลังระนาบลำโพงมากไปนิด ลองฟังอยู่ 2-3 รอบก็เปลี่ยนเอารุ่น X-PAD REF เข้าไปแทนโดยฟังเทียบกับรุ่น X-PAD Plus II ที่ผมพอใจกับเสียงของมันมากที่สุด

X-PAD REF ใช้เทคโนโลยีในการสลายคลื่นความสั่นสะเทือนที่ก้าวล้ำกว่ารุ่น X-PAD MINI และ X-PAD Plus II ไปอีกขั้น คือใช้ลูกปืนเข้ามาช่วย ในขณะที่รุ่น X-PAD MINI กับ X-PAD Plus II ใช้วิธีสลายคลื่นสั่นสะเทือนด้วยซิลิโคนเนื้อแน่น ซึ่งเสียงของ X-PAD REF ออกมาคล้ายกับ X-PAD Plus II ผสมกับ X-PAD PRO คือผสมความสดกับความนวลเนียนแบบไฮเอ็นด์เข้าด้วยกัน แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้ว ผมเลือก X-PAD Plus II เพราะผมชอบความสดกับลักษณะเวทีเสียงที่มันให้ออกมา เมื่อเทียบกับราคาผมว่ามันคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่าสำหรับเครื่องเสียงชุดนี้ (* คาดว่า ถ้าในซิสเต็มของผมมีการเปลี่ยนอุปกรณ์หลักบางชิ้นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อย่างเช่น เปลี่ยนแอมป์ให้ใหญ่ขึ้นเพราะลำโพงไปได้อีกแน่ๆ ถึงตอนนั้น เป็นไปได้ว่า เปลี่ยนจาก X-PAD Plus II ไปเป็น X-PAD REF อาจจะให้อะไรออกมามากกว่าก็เป็นได้ ต้องลองต่อไป)

สรุป

บ้าไปแล้ว..!!! เชื่อเลยว่า ถ้าคุณดูจากใบตารางรุ่นที่มีราคากำกับอยู่ คุณอาจจะคิดว่า ไม่แพงแต่ถ้าได้เห็นตัวจริงของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วยตาตัวเองเหมือนผมตอนนี้ คุณจะต้องอุทานเหมือนผมว่า บ้าไปแล้ว.!! มันขายราคานี้ได้ยังไง.??

Run don’t walk! รีบไปลองซะ ของดีแบบนี้ ผมเชื่อว่าไม่กี่วันก็หมด แอคเซสซอรี่ราคาหลักร้อยแต่เสียงหลักหมื่น.. ทำได้ไง..??!! /

********************
Audio Bastion รุ่น X-PAD Plus II
ราคา : 600 บาท / ตัว
********************
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
Audio House Thailand
โทร. 094-243-8833
********************
ร้านจำหน่าย :

Life Audio Shop 084-596-6262
Prestige Hifi 063-638-4498
Taan Fortune Town 081-801-4224
แพลนเน็ท เลเซอร์ 083-564-4962
Life Style HI FI By Supot MRZ 083-862-3518
BOSS Hi-fi Thailand 096-879-5595
เชียงใหม่เธียร์เตอร์ 099-446-6289
ขอนแก่นไฮไฟ 081-662-3531
MAS HIFI 081-982-0282
Alpha Audio Thailand 065-449-2655
W61 089-969-5946

Online
hificenterthailand 081-353-2311
All cable 086-972-6003
Lenn shop 092-559-4425

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า