All About THX สรุปรวมเรื่องควรรู้เกี่ยวกับ THX

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า THX ไม่ใช่ระบบการบันทึกเสียง หรือการเข้ารหัสของระบบเสียงเซอร์ราวนด์ นั่นคือ THX จะต่างจาก Dolby Atmos กับ DTS-X ซึ่งทั้งสองอันหลังนี้เป็นระบบเสียงเซอร์ราวนด์ แต่ในขณะเดียวกัน ทั้งระบบเสียง Dolby Atmos และ DTS-X สามารถประกบไปพร้อมกับ THX ได้ อือมม.. ถ้าเป็นเช่นนั้น THX คืออะไรกันแน่.?

THX คืออะไร?

โดยหลักแล้ว THX ก็คือ ระบบที่ใช้ในการรับรอง มาตรฐานของระบบภาพและเสียง นั่นเอง ยกตัวอย่างโรงภาพยนตร์ที่มีตราโลโก้ THX กำกับ ก็หมายความว่า โรงภาพยนตร์นั้นได้รับการรับรองจาก THX ว่ามีระบบการฉายภาพยนตร์ที่ให้คุณภาพของภาพและเสียงออกมา ใกล้เคียงกับภาพและเสียงที่ถูกมิกซ์ด้วยมาตรฐาน THX ในสตูดิโอมากที่สุด

ในทางปฏิบัตินั้น THX ยังได้ให้บริการปรับปรุงโรงภาพยนตร์ และออดิทอเรี่ยมต่างๆ เพื่อให้ได้มาตรฐานที่ THX กำหนดไว้ ด้วยการออกแบบวงจรครอสโอเว่อร์ที่เหมาะสม ให้เทคนิคที่จำเป็น รวมถึงช่วยแก้ปัญหาสภาพอะคูสติกให้กับโรงภาพยนตร์ และออดิทอเรี่ยมที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้ได้ระบบเสียงที่ได้มาตรฐานของ THX จริงๆ อีกด้วย

ความเป็นมาของ THX

เมื่อปี 1982 George Lucas ต้องการสร้างสตูดิโอสำหรับตัดต่อภาพและเสียงให้กับภาพยนตร์เรื่อง Star Wars VI : Return Of The Jedi จึงได้ว่าจ้าง Tomlinson Holman ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเทคโนโลยีภาพยนตร์ชาวสหรัฐอเมริกาให้เป็นคนออกแบบให้ ซึ่งทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ George Lucas พอใจมาก แต่เมื่อนำภาพยนตร์นั้นไปฉายในโรงภาพยนตร์ที่มีอยู่ในขณะนั้น เขาพบว่า คุณภาพของเสียงที่ได้จากโรงภาพยนตร์ออกมา ต่ำกว่าที่เขาได้ยินจากมิกซ์ในสตูดิโอมาก

ด้วยเหตุนี้ Tomlinson Holman จึงได้คิดค้นมาตรฐาน THX ขึ้นมาเพื่อใช้ปรับปรุงโรงภาพยนตร์ให้ได้มาตรฐานของเสียงออกมาใกล้เคียงกับมิกซ์ในสตูดิโอให้มากที่สุด และกระบวนการนั้นได้ถูกนำมาใช้ปรับปรุงโรงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในปี 1983 ที่ลาสเวกัส

จากนั้น ในปี 1991 มาตรฐาน THX ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการกำหนดคุณภาพของแอมป์เซอร์ราวนด์และลำโพงที่ใช้ในโฮมเธียเตอร์ของผู้บริโภคทั่วไปก็เริ่มนำออกมาใช้ หลังจากนั้น ในปี 1994 มาตรฐาน THX ก็ได้ถูกนำไปโปรโมทในงาน CES ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้กับ home theater system ทั้งชุด ในปี 1996 แบรนด์ Onkyo ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงสำหรับโฮมเธียเตอร์จากประเทศญี่ปุ่นเป็นแบรนด์แรกที่เริ่มต้นพัฒนาเอวี รีซีฟเวอร์ของตนให้ได้มาตรฐาน THX

ระบบการทำงานของ THX

ในภาพข้างบนนี้เป็นชาร์ตการทำงานของ THX ยุคแรกที่ใช้กับสัญญาณเสียงเซอร์ราวนด์ยุค 5.1 ch ซึ่งวงจรพิเศษของ THX จะเข้าไปทำงานกับสัญญาณอะนาลอกที่ออกมาจากภาคดีโค๊ดเดอร์ใน 4 ประเด็นหลักๆ นั่นคือ

1. Timbre Matching ในระบบเสียงเซอร์ราวนด์นั้น หูของผู้ฟังจะได้ยินเสียงที่มีโทนัลบาลานซ์ที่แตกต่างกัน มาจากหลายทิศทาง ฟังท์ชั่น Timbre Matching จะทำการปรับให้เสียงจากด้านหน้าและเสียงเซอร์ราวนด์รายรอบมีโทนัลบาลานซ์ที่เหมือนกัน ทำให้การเคลื่อนที่ของเสียงไปในแต่ละทิศทางบนสนามเสียงมีความเชื่อมต่อกันได้อย่างสนิท ตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง

2. Re-EQ ระบบเสียงของภาพยนตร์ทุกเรื่องที่มิกซ์ในสตูดิโอ เพื่อใช้ฉายในโรงภาพยนตร์ที่มีขนาดใหญ่ที่มีลำโพงจำนวนมาก และเปิดเสียงดังมากๆ เมื่อนำภาพยนตร์เรื่องนั้นมาฉายในโฮมเธียเตอร์ที่มีจำนวนลำโพงน้อยกว่า และเปิดได้ดังน้อยกว่า เสียงที่ได้ออกมาจึงมีลักษณะที่คมและจัดจ้าน ฟังท์ชั่น Re-EQ จะช่วยปรับแต่งเสียงให้เหมาะสมกับการใช้งานในชุดโฮมเธียเตอร์

3. Adaptive Decorrelation จะช่วยแก้ไขเรื่องไทมิ่งกับเฟสของสัญญาณแต่ละแชนเนลให้มีความสัมพันธ์กันกับลักษณะการเคลื่อนที่ของเสียง ช่วยทำให้ผู้ชมในโฮมเธียเตอร์สามารถรับรู้ถึงบรรยากาศเหมือนกับในโรงภาพยนตร์ และเนื่องจากลำโพงส่วนใหญ่ โดยเฉพาะลำโพงซับวูฟเฟอร์ถูกติดตั้งไว้ใกล้กับผนังห้อง ทำให้เกิดปัญหาเบสบูม หรือตำแหน่งนั่งชมที่อยู่ใกล้กับผนังก็อาจจะได้ยินเสียงทุ้มที่ผิดปกติ ทาง THX มีวงจรพิเศษที่ออกมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ นั่นคือ Boundary Gain Compensation (BGC) ทำให้เสียงทุ้มมีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น

4. THX Loudness Plus เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการควบคุมระดับความดัง มีมาให้ใช้ในเอวี รีซีฟเวอร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน THX Ultra2 Plus และ THX Select2 Plus รวมถึงปรีแอมป์กับเพาร์เวอร์แอมป์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน THX Loudness Plus ทำให้ผู้ฟังได้รับอรรถรสของระบบเสียงเซอร์ราวนด์ที่มีคุณภาพเสมอกันทุกระดับความดัง เพราะในเทคโนโลยี THX Loudness Plus มีฟังท์ชั่นพิเศษ 2 อย่างทำงานร่วมกัน นั่นคือ THX Multi-channel Spectral Balancing ที่ช่วยแก้ไขเรื่องโทนัล บาลานซ์กับ THX Dynamic Ambiemce Preservation ที่ช่วยปรับปรุงรายละเอียดของบรรยากาศขณะรับฟังด้วยระดับความดังต่ำๆ

การรับรองมาตรฐาน THX ในโฮมเธียเตอร์

THX ออกแบบมาตรฐานต่างๆ ที่ใช้รับรองในโฮมเธียเตอร์โดยแยกออกไปตามขนาดของห้อง

Ultra2 Plus : ออกแบบมาเพื่อใช้รับรองประสิทธิภาพของอุปกรณ์ในชุดโฮมเธียเตอร์ว่าสามารถให้ผลลัพธ์ของเสียงที่ดีเพียงพอภายในห้องโฮมเธียเตอร์ที่มี ขนาดใหญ่เริ่มตั้งแต่ 3,000 ลูกบาศน์ฟุต ขึ้นไป

Select2 Plus : ออกแบบมาเพื่อใช้รับรองประสิทธิภาพของอุปกรณ์ในชุดโฮมเธียเตอร์ว่าสามารถให้ผลลัพธ์ของเสียงที่ดีเพียงพอภายในห้องโฮมเธียเตอร์ที่มี ขนาดปานกลางใหญ่สุดถึง 2,000 ลูกบาศน์ฟุต มีระยะนั่งชมอยู่ระหว่าง 10-12 ฟุต

Integrated Plus System (I/S Plus System) : เป็นมาตรฐานที่ใช้รับรองชุดเซอร์ราวนด์สำเร็จรูป ที่ประกอบด้วยเอวี รีซีฟเวอร์ + ชุดลำโพงเซอร์ราวนด์ เหมาะสมใช้กับห้องขนาดเล็ก หรือบนพื้นที่ในห้องรับแขกที่มีระยะนั่งชมห่างจากจอภาพระหว่าง 6 – 8 ฟุต (หรือ 1.8 – 2.4 เมตร)

Multimedia Products : THX ออกแบบมาตรฐานนี้มาเพื่อใช้รับรองให้กับอุปกรณ์ที่ใช้กับเกมส์และระบบมัลติมีเดียที่ใช้บนโต๊ะ

Video : THX มีมาตรฐานที่ออกแบบมาเพื่อรับรองภาพวิดีโอของจอภาพทั้งทีวีและเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ ด้วยการออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิคที่ชื่อว่า THX mode เพื่อให้ผู้ใช้จอภาพได้มีโอกาสรับชมภาพอย่างที่ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการให้เห็น

THX Compact System : เป็นมาตรฐานที่ใช้รับรองให้กับชุดโฮมเธียเตอร์ขนาดเล็ก อย่างเช่น ชุด Hometheater-in-the-Box และชุดลำโพง Soundbar

THX Reference Level : ระบบเสียงของภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ิมิกซ์ในสตูดิโอ post production โดยทำมาสเตอร์อ้างอิงกับความดังเฉลี่ยที่ 85dB กับไดนามิกเฮดรูมอยู่ที่ 20dB หากทำการปรับแต่งระบบอย่างถูกต้อง (ทั้งในบ้านและในโรงภาพยนตร์) จะได้ระดับความดังตามนี้เมื่อเร่งวอลลุ่มของแอมป์ไปจนสุดที่ 0dB อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความดังระดับนี้ถือว่าค่อนข้างสูงมากสำหรับโฮมเธียเตอร์ ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้ความดังอยู่ในระดับ ต่ำกว่าระดับวอลลุ่มอ้างอิงอยู่ระหว่าง -10dB ถึง -20dB เมื่อวอลลุ่มถูกลดลง มีผลให้รายละเอียดของเสียงด้อยลงไปด้วย ไม่ออกมาตามที่ผู้สร้างหนังต้องการให้ได้ยิน เพื่อแก้ไขปัญหานี้ THX จึงออกแบบฟังท์ชั่นพิเศษที่ชื่อว่า “THX Loudness Plusขึ้นมาช่วย

การรับรองมาตรฐาน THX

ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการให้ THX ทำการรับรองประสิทธิภาพ จะต้องจัดส่งผลิตภัณฑ์รุ่นนั้นๆ ไปให้ทาง THX ทำการตรวจสอบตามขั้นตอน อย่างเช่น เอวี รีซีฟเวอร์ จะต้องผ่านบททดสอบที่มากถึง 2,000 เทสต์ กับข้อมูลที่มากถึง 14,000 จุด จึงจะได้ตรารับประกันจาก THX ไปพิมพ์บนผลิตภัณฑ์ตัวนั้น

การใช้งานอุปกรณ์ที่ได้รับรองมาตรฐาน THX

แม้ว่าอุปกรณ์โฮมเธียเตอร์ที่คุณซื้อหามาใช้จะมีโลโก้ THX ประทับรับรองก็ตาม แต่เมื่อนำมาใช้งาน ก็ยังคงต้องมีการ ปรับตั้งค่า (calibration) และปรับจูนค่าเพื่อให้อุปกรณ์ชิ้นนั้นทำงานร่วมกับอุปกรณ์ตัวอื่นๆ ในซิสเต็มให้ได้คุณภาพออกมาดีที่สุดอยู่ดี ซึ่งการปรับตั้งค่าจะต้องอยูบนมาตรฐานของ THX ทุกขั้นตอนด้วย /

**********************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า