ลำโพงสองรุ่นที่ตอบสนองความถี่เสียงต่างกันนิดหน่อย เสียงจะต่างกันมากมั้ย.?

เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมลำโพงตั้งพื้นบางคู่ถึงให้เสียงเบส น้อยกว่าลำโพงวางหิ้งบางคู่ซะอีก.? สำหรับคนที่ ยังไม่เคยมีประสบการณ์เล่นลำโพงตั้งพื้นมาก่อน คุ้นเคยเฉพาะลำโพงวางขาตั้งขนาดเล็ก เมื่อพูดถึงลำโพงตั้งพื้น สิ่งแรกที่นึกถึงคงจะเป็นเสียงทุ้มที่อิ่มหนา แผ่เต็ม ซึ่งต้องขอบอกก่อนว่า ลำโพงตั้งพื้นในโลกนี้มีอยู่ 2 ลักษณะ ไม่จำเป็นที่ลำโพงตั้งพื้นจะต้องให้เสียงทุ้มมโหฬารบานเบอะเสมอไป ในโลกนี้มีลำโพงตั้งพื้นที่ให้เสียงเบสน้อยๆ อยู่เยอะไป การที่ลำโพงตั้งพื้นจะให้เสียงเบสมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่า คนออกแบบเขาตั้งใจที่จะใช้ปริมาตรของตัวตู้ไปเพื่อสร้างรายละเอียดเสียงในย่านใดเป็นพิเศษ

sound spectrum for music instruments

อย่าลืมว่า ความถี่เสียงของดนตรีที่เราฟังทั้งหมดนั้นเป็นย่านเสียงที่กว้างมาก เอาแบบละเอียดๆ ก็ดูจากภาพประกอบด้านบน จะเห็นว่า ความถี่ต่ำสุดของเสียงดนตรีคือเสียงโน๊ตต่ำสุดจากการสร้างขึ้นมาโดยเครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ดไฟฟ้าที่เรียกว่าซินธิไซเซอร์ คืออยู่ที่ความถี่ 20Hz ส่วนความถี่สูงสุดเกิดจากการสร้างขึ้นมาโดยการตีฉาบของกลองก็คือ ฮาร์มอนิกหรือปลายเสียงของเสียงตีฉาบซึ่งจะพุ่งขึ้นไปถึงความถี่ประมาณเกือบๆ 14,000Hz ซึ่งการที่จะออกแบบลำโพงให้มีความสามารถตอบสนองโน๊ตดนตรี ทั้งหมดที่ครอบคลุมความถี่ตั้งแต่ 20Hz ขึ้นไปจนถึง 14,000Hz ออกมาให้ครบทุกความถี่ โดยที่แต่ละความถี่ จะต้องมีความดังใกล้เคียงกับความดังของเสียงเครื่องดนตรีจริงที่บันทึกมาจากสตูดิโอขณะที่เครื่องดนตรีเหล่านั้นถูกบรรเลงขึ้น จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีนักออกแบบลำโพงคนไหนกล้าออกมายืนยันได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า จะต้องใช้ไดเวอร์จำนวนกี่ตัวในการออกแบบลำโพงให้สามารถถ่ายทอดความถี่ทั้งหมดนั้นออกมาด้วยความดังที่ เท่ากับเสียงเครื่องดนตรีจริงๆ ตามที่มาสเตอร์บันทึกมาได้ เพียงแต่มีความเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันว่า ลำโพงที่ใช้ไดเวอร์จำนวนมากกว่า จะสามารถถ่ายทอดความถี่เสียงออกมาได้ครอบคลุมมากกว่าลำโพงที่ใช้ไดเวอร์จำนวนน้อยกว่า

ลำโพงตั้งพื้นบางคู่นั้น ถูกออกแบบมาให้เน้นตอบสนองไปทางย่านเสียงกลางขึ้นไปสูงมากหน่อย ซึ่งลำโพงแบบนั้นก็จะให้เบสไม่เยอะ ในขณะที่บางคู่เน้นจูนเสียงให้ถ่ายทอดความถี่ในย่านต่ำมากหน่อย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าคนออกแบบชอบเสียงทุ้มเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว ลำโพงคู่นั้นก็จะให้ความถี่ตั้งแต่ย่านกลาง หรือมิดเร้นจ์ลงไปถึงทุ้มที่มีปริมาณมากหน่อย ส่วนที่เหลือคือเสียงกลางสูงขึ้นไปถึงเสียงแหลมก็จะมีประมาณน้อยกว่า จุดสังเกตคร่าวๆ ว่าลำโพงตั้งพื้นคู่ไหนน่าจะเน้นไปทางเสียงกลางลงไปทุ้มมากกว่ากลางขึ้นไปทางแหลม หรือเน้นย่านเสียงกลางขึ้นไปทางแหลมมากกว่ากลางลงไปทางทุ้ม ก็พอจะดูได้ 3 จุด จุดแรกคือ จำนวนไดเวอร์ที่ใช้“, จุดที่สองดูที่ ขนาดของไดเวอร์ขับเบสและจุดที่สามให้ดูที่ ความกว้างของแผงหน้าตู้ลำโพง

จากประสบการณ์ของผมพอจะประมวลเป็นบทสรุปคร่าวๆ ได้ว่า ลำโพงสองทางที่ใช้ไดเวอร์แค่ 2 ตัวคือทวีตเตอร์+วูฟเฟอร์อย่างละตัวสำหรับลำโพงแต่ละข้าง มักจะให้เสียงทุ้ม เยอะกว่าลำโพงที่ใช้ไดเวอร์มากกว่า 2 ตัว และส่วนใหญ่ของลำโพงตั้งพื้นที่ใช้ไดเวอร์สองตัวต่อข้าง มักจะใช้วูฟเฟอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 6.5 นิ้วขึ้นไป ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงขนาดของแผงหน้าตู้ที่มีขนาดใหญ่ไปตามขนาดของวูฟเฟอร์

ส่วนลำโพงตั้งพื้นที่ใช้ไดเวอร์มากกว่า 2 ตัว อย่างพวกลำโพง 3 ทางทั้งหลาย มีแนวโน้มที่มีความเป็นไปได้สูงว่า คนออกแบบจะให้ความสำคัญกับเสียงในย่านกลางขึ้นไปทางสูงมากกว่ากลางลงมาทางทุ้ม ยิ่งถ้าใช้วูฟเฟอร์ที่มีขนาดไม่ใหญ่ (ไม่เกิน 6.5 นิ้ว) ยิ่งชัดเลย เดาได้เลยว่า คนออกแบบตั้งใจที่จะให้ลำโพงของเขาตอบสนองความถี่เสียงในย่านกลางขึ้นไปสูงมากกว่าที่จะเน้นลงไปทางด้านทุ้ม คือไม่ใช่ว่าเสียงทุ้มไม่มี แต่มักจะเป็นทุ้มที่ไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นไปทางรายละเอียดที่วิ่งตามเสียงกลางแหลมมากกว่า

ลำโพงตั้งพื้น แบบสามทาง บางรุ่นนั้น แทนที่จะใช้วูฟเฟอร์ที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถปั๊มอากาศออกมาได้เยอะๆ จะได้สร้างความถี่ต่ำออกมามากๆ คนออกแบบกลับไปเลือกใช้วูฟเฟอร์ที่มีขนาดเล็กมาเบิ้ลกันสองตัว ซึ่งจะทำให้เสียงทุ้มของลำโพงนั้นมีลักษณะที่เร็ว กระชับ หัวไวคลายตัวเร็ว ไม่เน้นทิ้งมวลเบสลงพื้น แสดงให้เห็นว่า คนออกแบบไม่ได้ตั้งใจออกแบบให้ลำโพงของเขามีเบสเยอะๆ แต่ต้องการเน้นรายละเอียดในย่านกลางขึ้นไปถึงแหลมมากกว่า

ตัวเลขสเปคฯ บอกอะไรไม่ได้มาก!

มีความเข้าใจผิดกันเยอะที่ว่า ระหว่างลำโพงรุ่นเล็กกับลำโพงรุ่นใหญ่ที่อยู่ในซีรี่ย์เดียวกัน มีความแตกต่างกันไม่มาก ซึ่งไม่จริงเลย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างของจริงให้พิจารณากันตามภาพด้านบน

ลำโพงยี่ห้อ Wharfedale ซีรี่ย์ EVO 4 Series ซึ่งเป็นซีรี่ย์ล่าสุด ในซีรี่ย์นี้มีลำโพงเล็กใหญ่อยู่ทั้งหมด 4 รุ่น (ไม่รวมโฮมเธียเตอร์) นั่นคือ EVO 4.1, 4.2, 4.3 และใหญ่สุดคือ EVO 4.4 ซึ่งรุ่น EVO 4.3 กับรุ่น EVO 4.4 เป็นลำโพงตั้งพื้น ส่วนที่เหลืออีกสองรุ่นเป็นลำโพงวางขาตั้ง (ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wharfedale EVO 4 Series)

สเปคฯ ของรุ่น EVO 4.1 เป็นลำโพงสองทาง ใช้ไดเวอร์ 2 ตัวทำงานร่วมกันในการสร้างความถี่เสียงตั้งแต่ 64Hz ขึ้นไปจนถึง 22kHz โดยที่ทวีตเตอร์ทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียงกลางขึ้นไปถึงสูง ตั้งแต่ 2.9kHz ไปจนถึง 22kHz ส่วนตัววูฟเฟอร์ขนาด 5 นิ้วทำหน้าที่ถ่ายทอดความถี่ตั้งแต่ 2.9kHz ลงมาถึง 64Hz ซึ่งเป็นความถี่ต่ำสุดที่ EVO 4.1 สร้างขึ้นมาได้ ในขณะที่รุ่น EVO 4.4 ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่สุดในซีรี่ย์นี้ ใช้ไดเวอร์ทั้งหมด 4 ตัวในการสร้างความถี่เสียงตั้งแต่ 44Hz ขึ้นไปจนถึง 22kHz โดยที่ความถี่เสียงตั้งแต่ 1.4kHz ลงไปถึง 44Hz รับหน้าที่โดยวูฟเฟอร์ขนาด 6.4 นิ้ว สองตัวช่วยกัน, ความถี่ตั้งแต่ 1.4kHz ขึ้นไปจนถึง 4.7kHz รับหน้าที่ในการสร้างความถี่โดยไดเวอร์มิดเร้นจ์ทรงโดมขนาด 2 นิ้ว สุดท้ายคือความถี่สูงในย่านตั้งแต่ 4.7kHz ขึ้นไปจนถึง 22kHz เป็นหน้าที่ของทวีตเตอร์ AMT เป็นคนสร้างขึ้นมา

ถ้าพิจารณาจากตัวเลขในสเปคฯ ของลำโพงทั้งสองรุ่นนี้เปรียบเทียบกัน จะเห็นว่า รุ่น EVO 4.4 ตอบสนองความถี่ มากกว่ารุ่น EVO 4.1 แค่เพียง 20Hz เท่านั้นเอง ซึ่งจุดนี้หลายๆ คนเข้าใจผิด คิดว่า รุ่น EVO 4.4 น่าจะให้ความถี่ต่ำที่ลงลึกกว่ารุ่น EVO 4.1 นิดหน่อย ส่วนความถี่ที่เหลือคือตั้งแต่ 64Hz ขึ้นไปจนถึง 22kHz ทั้ง EVO 4.1 และ EVO 4.4 น่าจะให้ออกมา เหมือนกันซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

พิจารณาง่ายๆ โดยหันกลับไปดูที่ตัวลำโพงทั้งสองรุ่น คุณจะเห็นว่า รุ่น EVO 4.4 ใช้ไดเวอร์จำนวนเยอะกว่าในการสร้างความถี่เสียงที่มีจำนวนเฮิร์ตต่างกับรุ่น EVO 4.1 แค่นิดเดียว นั่นก็หมายความว่า ถ้าเปรียบเทียบกันตรงๆ ความถี่เสียงตั้งแต่ 64Hz – 22kHz ที่ได้ออกมาจากรุ่น EVO 4.1 กับที่ได้ออกมาจากรุ่น EVO 4.4 จะต้องมีความแตกต่างกันอย่างมาก ไม่มีทางที่จะออกมา เหมือนกันอย่างที่หลายคนเข้าใจ

จากภาพด้านบน จะเห็นว่า เสียงในย่าน 64Hz – 22kHz ที่ออกมาจากลำโพงรุ่น EVO 4.4 ให้ไดนามิกคอนทราสน์ที่แยกแยะได้เนียนละเอียดกว่าความถี่ย่านเดียวกันที่ออกมาจากลำโพงรุ่น EVO 4.1 ซึ่งจากการทดลองฟังจริงก็ได้ผลลัพธ์ออกไปในทิศทางนี้ เป็นการยืนยันให้เห็นว่า ตัวเลข frequency response ของลำโพงสองรุ่น ไม่สามารถนำมาใช้ตัดสินลักษณะของเสียงของลำโพงทั้งสองคู่นั้นได้ ต้องลองฟังสถานเดียว.! /

********************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า