รีวิวเครื่องเสียง Life Audio รุ่น Mellow-E อุปกรณ์เสริมสำหรับลดเรโซแนนซ์

Accessories” – วิทยาศาตร์ หรือ ไสยศาสตร์ ? – พูดถึง “Accessoriesในวงการเครื่องเสียงแล้ว ผมมีเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองมาเล่าให้ฟัง มันคือครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับคำว่า “accessoriesเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสมัยที่ผมเริ่มต้นเข้ามาเล่นเครื่องเสียงใหม่ๆ ยังเป็นเด็กน้อยในวงการ ครั้งแรกที่ผมไปเห็นคนเล่นเครื่องเสียงใช้เดือยแหลมทรงกรวยทำด้วยอะลูมิเนียมรองใต้เครื่องเสียง 3 ลูก แล้วคนที่ทำแบบนี้บอกผมว่า ไอ้เดือยแหลมทรงกรวยสามก้อนนั้นมันทำให้เสียงของเครื่องเสียงตัวนั้นดีขึ้น!

โอ้วว.. พระเจ้า! ผมนึกในใจ คนพวกนี้ช่างไร้สาระสิ้นดี.!! พวกเขากำลังทำอะไรกัน.?? ต่อจากนั้นผมก็พบว่า ไอ้เดือยแหลมทรงกรวยแบบที่ผมไปพบมาจากบ้านของเพื่อนนักเล่นฯ คนนั้น มันไม่ได้มีแค่ทำด้วยอะลูมิเนียมซะแล้ว ผมมีโอกาสไปเจออีกทีที่ห้องฟังของนักเขียนรุ่นพี่สมัยนั้น เขามีไอ้เดือยแหลมทรงกรวยแบบนี้จำนวนมาก หลายรูปแบบ ทำด้วยทองเหลืองก็มี ทำด้วยสแตนเลสก็มี ทำด้วยไม้ก็มี ทำด้วยคาร์บอนสีดำๆ ก็ยังมี เขาบอกผมว่า ไอ้กรวยแหลมพวกนี้เขาเรียกว่า ทิปโทพี่เขาเป็นคนทดลองทำขึ้นมาลองฟังจากอุปกรณ์หลายชนิด ทำออกมาหลายขนาดด้วย ครั้งที่สองนี่เองที่ผมได้มีโอกาสทดลองฟังเสียงของอุปกรณ์ชนิดนี้จริงๆ จังๆ ภายในห้องฟังที่จัดการสภาพแวดล้อมอย่างดี ผมได้ฟังเปรียบเทียบระหว่างใช้กับไม่ใช้ โดยมีพี่คนนั้นคอยสลับให้ฟังและชี้แนะจุดสังเกตในการฟังไปพร้อมกันด้วย

มาถึงวันนี้ เรื่องที่ว่า ใช้วัสดุประเภทต่างๆ รองใต้อุปกรณ์เครื่องเสียงแล้วทำให้เสียงของซิสเต็มเปลี่ยนไปไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์อีกต่อไป วัสดุเหล่านั้นมันมีผลกับเสียงของซิสเต็มจริงๆ แตกต่างกันไปต่างๆ นานาตามประเภทของวัสดุและลักษณะรูปทรงกับขนาดของมัน ซึ่งในวงการเครื่องเสียงเริ่มพบคำอธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้มากขึ้น รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับพลังงานธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “resonantหรือ “resonanceซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของวัสดุทุกชนิด เสียงที่เกิดขึ้นสามารถแตกต่างกันไปตามลักษณะของวัสดุเหล่านั้นด้วย มันเป็นศาสตร์ทางอะคูสติกที่ส่งผลกับเสียงโดยตรง ถ้าเรียนมาทางไซโครอะคูสติก เราจะรู้ว่า เรโซแนนซ์เป็นพลังงานธรรมชาติชนิดหนึ่งที่ส่งผลโดยตรงกับคลื่นเสียงซึ่งก็คือพลังงานธรรมชาติชนิดหนึ่ง เรโซแนนซ์สามารถทำให้เสียงดังขึ้นหรือเบาลงได้

มนุษย์รู้จักปรากฏการณ์ธรรมชาติของเรโซแนนซ์นี้มาตั้งแต่ยุคโบราณและนำมันมาใช้ในกิจกรรมหลายอย่าง ที่เห็นชัดก็คือ ลักษณะการออกแบบโคลอสเซียมในอิตาลีที่ใช้ในการแข่งขันต่อสู้ระหว่างคนกับสัตว์ คนในยุคนั้นอาศัยลักษณะของอัฒจันทร์ที่มีทรงโค้งกลมล้อมรอบในการช่วย bounce หรือสะท้อนเสียงประกาศให้ดังก้องขึ้นจนได้ยินทั่วไปทั้งสนามโดยไม่มีแอมป์หรือลำโพงขยายเสียง ต่อมาก็มีการคิดประดิษฐ์โทรโข่งขึ้นมาใช้ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อาศัยพื้นฐานของปรากฏการณ์ resonant ในธรรมชาติเช่นกัน

การนำเทคนิค resonant มาใช้กับ แหล่งกำเนิดเสียงโดยตรง เพื่อทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับเสียงที่สร้างขึ้นโดยแหล่งกำเนิดเสียงนั้นเป็นอะไรที่คนทั่วไปพอจะเข้าใจได้ อย่างเช่น ใช้รองใต้ลำโพง ทว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจก็คือว่า การใช้เทคนิค resonant กับอุปกรณ์ตัวอื่นที่ไม่ใช่ลำโพง ทำไมจึงมีผลต่อเสียง.? เพราะอุปกรณ์เครื่องเสียงตัวอื่นไม่ได้มีส่วนที่เคลื่อนไหวรุนแรงเหมือนกับการทำงานของไดเวอร์ของลำโพง

อย่างที่ผมเคยกล่าวไว้ วงการเครื่องเสียงที่เราท่านกำลังสนใจเล่นอยู่กับมันนี้ แท้จริงแล้วประกอบด้วยศาสตร์มากถึง 4 ศาสตร์ ได้แก่ อิเล็กตริค (ไฟฟ้า), อิเล็กทรอนิค, ฟิสิกส์ (ปัจจุบันกำลังไปไกลถึง Quantum physics กันแล้ว!) และ อะคูสติก ซึ่งไม่แน่ว่า ในอนาคตเราอาจจะค้นพบว่ามีศาสตร์แขนงอื่นเพิ่มเติมขึ้นมาอีกก็เป็นได้ นั่นเป็นหลักฐานพยานที่ทำให้เรารู้ว่า โลกใบนี้ยังมีอะไรที่เรารู้เข้าไปไม่ถึงแก่นอยู่อีกมาก หลังจากค้นคว้าศึกษาที่มาที่ไปจนพอจะมีความเข้าใจสิ่งนี้ขึ้นมาบ้าง มันทำให้ผมต้องปรับเปลี่ยนมุมมองต่อวงการเครื่องเสียงใหม่หมด แต่เดิมที่ผมมองว่าการเล่นเครื่องเสียงมันมี ความเชื่อที่ไม่ได้อิงกับศาสตร์ใดๆ อยู่ด้วย เมื่อมาได้รับรู้เบื้องลึกเบื้องหลังมากขึ้น มันทำให้ผมต้องปรับทัศนคติใหม่โดยมองว่า สิ่งที่เราไม่รู้ไม่ได้หมายความว่า สิ่งนั้นไม่ได้มีอยู่ หลายสิ่งหลายอย่างมันมีของมันอยู่ก่อนแล้ว มีมานานแล้วด้วย เพียงแต่ว่าเราไม่เข้าใจและไม่รู้จักมันเท่านั้นเอง

ปัจจุบัน เดือยแหลมที่เรียกว่า ทิปโทได้ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบไปมาก มีออกมาหลากหลาย แต่ก็ยังคงส่งผลต่อสิ่งที่เรียกว่า “resonantอยู่เหมือนเดิม ซึ่งผลของเรโซแนนซ์ที่เกิดกับอุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นสิ่งที่ประสาทหูและประสาทสัมผัสทางผิวหนังของเราสามารถตรวจจับได้ เมื่อหูได้ยินผลของมันก็ย่อมพิสูจน์ได้ว่ามัน (ทิปโท) ส่งผลต่อเสียงของอุปกรณ์เครื่องเสียงจริง สิ่งที่ควรทำตามมาก็คือ ค้นหาคำตอบของที่มาซึ่งต้นเหตุของผลนั้น นั่นจะทำให้การเล่นเครื่องเสียงของเรามีความสนุกและได้ความรู้มากขึ้น เป็นการเปิดโลกทรรศน์ใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้ามีผู้ apply ปรากฏการณ์ธรรมชาติเหล่านั้นออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ชุดเครื่องเสียงของเราสามารถเปล่งเสียงที่มี ความเป็นดนตรีออกมาให้เราเสพได้มากขึ้น ขุดลงไปถึงแก่นเนื้อสาระของดนตรีได้มากขึ้น นั่นแหละคือความหมายสุดท้ายและเป็นที่สุดของการเล่นเครื่องเสียงแล้ว..

Life Audio ผลผลิตที่คิดค้นและผลิตโดยคนไทย

ในบรรดาผู้ผลิตเครื่องเสียงไทยทั้งหมด ผมยอมรับว่า คุณหน่อย กับแบรนด์ Life Audio ของเขาได้สร้างความฉงนสนเท่ห์ให้กับผมมากที่สุด.!!

ตอนที่ได้มีโอกาสทดสอบสายไฟเอซีของพวกเขา ผมยอมรับว่าผลที่ได้ยินมันออกมาดีเกินคาด คือไม่ได้หมายความว่าสายไฟเอซีของพวกเขาดีที่สุดในโลก เพียงแต่ว่า พวกเขาทำมันออกมาได้ดีเทียบเท่ามาตรฐานสากล ซึ่งผมไม่คาดคิดมาก่อนว่า คนไทยจะสามารถรังสรรผลงานระดับนั้นออกมาได้

วันนี้.. คุณหน่อย กับแบรนด์ Life Audio ทำให้ผมรู้สึกสนเท่ห์ซ้ำอีกครั้ง และคราวนี้เป็นปริมาณความสนเท่ห์ที่มากขึ้นไปกว่าตอนทดสอบสายไฟเอซีหลายเท่า.!!

Mellow-E อุปกรณ์ปรับเรโซแนนซ์ของเครื่องเสียง

อุปกรณ์เสริมที่คุณหน่อย จากสำนัก Life Audio หิ้วมาให้ผมทดลองฟังครั้งนี้ไม่ใช่ทิปโท เพราะมันไม่ได้มีรูปทรงเป็นเดือยแหลม แต่ถ้าพูดถึงลักษณะการใช้งาน ก็เป็นไปในทางเดียวกัน คือเอาไปวางรองใต้อุปกรณ์เครื่องเสียงหรือลำโพง สิ่งที่อุปกรณ์เสริมของ Life Audio ตัวนี้เข้าไปยุ่งเกี่ยวก็คือ “resonantที่เกิดจากการกระทบกระทั่งระหว่างอุปกรณ์เครื่องเสียงกับชั้นที่วางอุปกรณ์เครื่องเสียงชิ้นนั้น หรือเรโซแนนซ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทบกระทั่งระหว่างฐานล่างของตู้ลำโพงกับพื้นแพลทตัวบนของขาตั้ง ด้วยเหตุที่ตัว Mellow-E ตัวนี้ถูกนำเข้าไปแทรกขวางอยู่ระหว่างอุปกรณ์เครื่องเสียงกับพื้นที่ที่ใช้รองรับอุปกรณ์เครื่องเสียงตัวนั้น บางคนจึงตั้งใจเรียกมันตรงตัวว่า “isolatorsซึ่งหมายถึงอุปกรณ์ที่เข้าไป แยกขวางระหว่างอุปกรณ์สองชนิดที่เคยวางชิดติดกันนั่นเอง

ก่อนจะไปพูดถึงการใช้งานและผลทางด้านเสียงของตัว Mellow-E เราไปเพ่งพิจารณารูปลักษณ์ของมันก่อนดีกว่า ..

Mellow-E มีลักษณะเป็นวัตถุทรงกระบอก ที่มีความสูงเพียงแค่ 4 .. เท่านั้น เส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 4.5 .. กระนั้น ถึงจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่น้ำหนักเยอะ เพราะมันทำด้วยทองเหลืองกับอะลูมิเนียมตันๆ

ถ้าดูเผินๆ จะเห็นว่า ตัว Mellow-E มีสองสีคือส่วนที่เป็นสีดำอยู่ด้านบน และส่วนที่มีสีทองอยู่ด้านล่าง ซึ่งด้านบนที่เป็นสีดำนั้นทำมาจากอะลูมิเนียม เซาะตรงส่วนกลางให้เป็นช่องกลม ดาร์ปเกลียวถี่ๆ อยู่ด้านใน (ศรชี้) ซึ่งจะรับกับส่วนฐานที่ทำมาจากทองเหลืองตันๆ ที่มีแกนเกลียวกลมๆ อยู่ตรงกลาง ลักษณะการใช้งานคือเอาชิ้นที่เป็นสีดำคว่ำลงไปบนชิ้นที่เป็นสีทอง แล้วหมุนให้แกนเกลียวของชิ้นฐานล่างกลืนเข้าไปในช่องเกลียวของชิ้นสีดำ ขันเกลียวไปจนสุด

ที่ด้านบนของชิ้นสีดำที่ใช้รองใต้อุปกรณ์เครื่องเสียงจะมีวัสดุคล้ายแผ่นยางกลมๆ บางๆ สีเทาติดไว้ (ศรชี้) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหนืด ไม่ให้เครื่องเสียงที่วางทับอยู่ด้านบนมีอาการเลื่อนไถลขณะที่มีความสั่นสะเทือนเกิดขึ้น และด้วยลักษณะความหยุ่นของเนื้อแผ่นยางที่ว่า มันจึงมีคุณสมบัติช่วยซับพลังงานความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นบนอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ทับอยู่บนตัวมันลงไปได้ระดับหนึ่งด้วย

ส่วนด้านล่างของชิ้นที่เป็นสีทองก็มีแผ่นสักหลาดกลมๆ บางๆ สีเทาดำติดเอาไว้ นัยว่าช่วยเพิ่มความหนืดและซึมซับแรงสั่นสะเทือนบางส่วนเช่นกัน

การใช้งาน

ไม่ว่าคุณจะนำตัว Mellow-E ไปวางรองใต้อุปกรณ์เครื่องเสียง หรือไปวางรองใต้ลำโพง แนะนำให้ใช้ Mellow-E จำนวน 3 ชิ้นต่ออุปกรณ์หนึ่งตัว หรือต่อลำโพงหนึ่งข้าง

ในการวางใช้งานนั้น ทางผู้ผลิตตั้งใจให้ใช้ชิ้นส่วนที่เป็นสีทอง (ทองเหลืองชุบทอง) ทำหน้าที่เป็นฐาน คืออยู่ด้านล่าง ให้ชิ้นส่วนที่เป็นสีดำอยู่ด้านบน อย่างเช่น ถ้านำไปรองระหว่างเครื่องเสียงกับชั้นวาง ก็ให้เอาส่วนที่เป็นสีทองวางลงบนชั้นวาง โดยใช้ส่วนที่เป็นสีดำรองรับใต้ท้องเครื่อง เนื่องจากชิ้นส่วนทั้งสองชิ้นยึดติดกันด้วยเกลียว คุณจึงสามารถหมุนเกลียวเพื่อปรับระดับของตัวเครื่องให้ได้ระนาบขนานกับพื้นได้ด้วย

ไม่ได้มีกฏเกณฑ์ตายตัวในการจัดวางตัว Mellow-E คุณจะวางด้านหลัง 2 ชิ้น + ด้านหน้า 1 ชิ้น หรือจะสลับกันยังไงก็ได้ เนื่องจากตัว Mellow-E มีสถานะเป็นอุปกรณ์เสริม หน้าที่หลักของมันก็คือ เป็นตัวที่เข้ามาช่วยในการ fine tune เสียงของซิสเต็ม ไม่ได้เป็นอุปกรณ์หลักของระบบ มีก็ได้ไม่มีก็ได้ ด้วยเหตุนี้ คุณจึงสามารถพลิกแพลงการใช้งานมันได้ตามแต่ใจปรารถนา โดยใช้การฟังด้วยหูเป็นตัววัดผลสถานเดียว

ทดสอบฟังเสียง

ผมทดลองใช้งาน Mellow-E ทั้งรองใต้อุปกรณ์เครื่องเสียงและรองใต้ลำโพงด้วย

หลังจากทดลองใช้และทดลองฟังมานาน ผมพบว่า ตัวรอง Mellow-E ตัวนี้แสดงผลต่อเสียงออกมาให้ได้ยินชัดเจนที่สุดก็ตอนใช้รองใต้ CD Transport กับรองใต้ลำโพง

ผลทางเสียงที่เกิดขึ้นจากการทดลองใช้งานตัว Mellow-E กับอุปกรณ์เครื่องเสียงประเภทที่ไม่มีระบบแมคคานิกที่เคลื่อนไหว อย่างพวกปรีแอมป์, เพาเวอร์แอมป์ และ external DAC ผมพบว่าผลนั้นมีทั้งแง่บวกและแง่ลบ อย่างเช่น ตอนที่ผมทดลองเอา Mellow-E ไปรองใต้อินติเกรตแอมป์ Quad รุ่น Vena II Play ผมสาระวนกับการทดลองขยับเลื่อน Mellow-E ทั้งสามก้อนที่อยู่ใต้เครื่องไปๆ มาๆ อยู่นาน วนไปวนมาแล้วทดลองฟังเสียงอยู่หลายตำแหน่ง เนื่องจากตัว Vena II Play ไม่ได้จัดวางทรานฟอร์เมอร์ไว้ตรงกลางของตัวเครื่อง แต่เอียงไปทางด้านซ้าย (หันหน้าเข้าหาตัวเครื่อง) การขยับตำแหน่งวางก้อน Mellow-E ในตำแหน่งต่างๆ กันจะส่งผลต่อเสียงออกมาไม่เหมือนกัน ฟังออกค่อนข้างชัด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองวางใต้อินติเกรตแอมป์ตัวนี้มีทั้งแง่ดีและแง่ด้อย ในแง่ดีอย่างแรกคือ โฟกัสของเสียงจะนิ่งมากขึ้น กลางและแหลมลอยตัวขึ้นมามากขึ้น เหมือนกว่าพื้นเสียงจะใสขึ้นด้วย ทำให้ผมได้ยินว่ามีความถี่ในย่านกลางเพิ่มมากขึ้น เสียงโดยรวมฟังดูมีความหนาแน่นมากขึ้น แต่ข้อด้อยที่เกิดขึ้นกับการรองใต้อินติเกรตแอมป์ตัวนี้ก็คือ ปลายเสียงทุ้มมีลักษณะที่หดสั้นลงกว่าเดิมนิดนึง น้ำหนักเบสเบาลงนิดนึง จะสรุปว่าเสียงทุ้มมีความกระชับเก็บตัวมากขึ้นก็ได้นะ แต่ในซิสเต็มนี้ผมมองว่ามันเก็บปลายเสียงทุ้มมากไปหน่อย ถ้าจะให้น่าพอใจมากกว่านี้ ผมจะต้องทดลองแม็ทชิ่งพวกสายสัญญาณกับสายลำโพงเพิ่มเติมเพื่อปรับจูนเสียงทุ้มให้มีลักษณะที่น่าพอใจมากขึ้นโดยยังคงข้อดีที่ได้จากการรองด้วย Mellow-E เอาไว้นั่นคือพื้นเสียงที่สะอาดใสมากขึ้นกับเสียงทุ้มที่เก็บตัวดีขึ้น ซิสเต็มของใครที่กำลังรู้สึกว่า โดยรวมแล้วเสียงกลางแหลมไม่ค่อยโปร่งลอย เบสฟุ้ง ตัวเบสไม่แน่น หางเบสไม่รวบกระชับ ก้อน Mellow-E น่าจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้ได้

อาการได้อย่างเสียอย่างคล้ายๆ กับตอนใช้รองใต้อินติเกรตแอมป์ Vena II Play ก็คือตอนทดลองรองใต้ตัวสตรีมเมอร์ของ MyTek รุ่น Brooklyn Bridge แต่ประเด็นต่างกัน คือรองใต้ Brooklyn Bridge ในซิสเต็มนั้น ผมได้ยินเสียงที่บางลงทั้งย่าน แต่โปร่งขึ้น รับรู้ถึงไดนามิกคอนทราสน์ของเสียงได้ชัดขึ้น ช่วงนักร้องเอื้อนทอดเสียงฟังดีขึ้น ติดตามได้ตลอดมากขึ้น การทอดปลายเสียงก็เหมือนจะปล่อยยาวมากขึ้นด้วย แต่ข้อที่ด้อยลงคือน้ำหนักเสียงที่ด้อยลง ถ้าผมจะยึดข้อดีในแง่ไดนามิก คอนทราสน์ที่ดีขึ้นเอาไว้จากการรองด้วย Mellow-E ผมต้องไปทำการปรับจูนตรงจุดอื่นของซิสเต็มเพื่อเพิ่มเติมน้ำหนักเสียงขึ้นมา ซึ่งอาจจะเป็นการปรับเปลี่ยนแอมปลิฟายที่ใหญ่ขึ้น หรือเปลี่ยนไปใช้ลำโพงที่ให้เสียงทุ้มมากขึ้น ..

ตอนที่ผมรู้สึกประทับใจกับผลทางเสียงของเจ้า Mellow-E มากที่สุดก็คือตอนใช้มันรองใต้ลำโพง Mission รุ่น QX-2 ขณะวางบนขาตั้งโลหะสูง 24 นิ้วที่ใช้รองลำโพง Totem Acoustics รุ่น The One ของผม ซึ่งก่อนหน้านั้น ผมใช้ดินน้ำมันปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวรองทั้งสี่มุมระหว่างฐานของตัวตู้ลำโพงกับแพลทบนของขาตั้ง แต่เมื่อเปลี่ยนเอาก้อน Mellow-E เข้าไปรองใต้ฐานลำโพงแทน โดยวางที่มุมซ้ายขวาด้านหน้าของตัวตู้มุมละก้อน และวางตรงกลางด้านหลังตัวตู้ลำโพงอีกหนึ่งก้อน เสียงทั้งหมดดีขึ้นมากจนน่าตกใจ.!

เวทีเสียงเปิดตัวออกไปรอบด้าน ชิ้นดนตรีฉีกตัววางตำแหน่งกระจายกันออกไปทั่วทั้งเวทีเสียง มีทั้งมิติกว้างลึก และสูงออกมาครบ ไดนามิกของเสียงแต่ละเสียงก็มีลักษณะที่คลี่คลายมากขึ้น สวิงได้เป็นลำดับจากดังไปเบาและเบาไปดังอย่างต่อเนื่อง ที่น่าทึ่งมากคือ timing ของเพลงที่ดีขึ้นมาก รู้สึกได้ว่าเสียงดนตรีแต่ละชิ้นมีการเน้นย้ำน้ำหนักต่างกัน แต่ทั้งหมดเคลื่อนไหวไปตามท่วงจังหวะที่สอดคล้องกัน ทำให้ฟังแล้วเพลิน มีความเป็นดนตรีมากขึ้น

ผมทดลองเปลี่ยนลำโพงมาเป็นรุ่นที่ใหญ่ขึ้นอย่าง Mission รุ่น ZX-2 แต่เนื่องจากฐานล่างของตัวตู้ใหญ่กว่าแพลทบนของขาตั้งมาก และตัวลำโพงก็ค่อนข้างใหญ่ เมื่อวางตัว Mellow-E ลงไปทำให้ตัวลำโพงอยู่ในสภาวะไม่มั่นคง อีกทั้งความสูงยังเกินไปด้วย ซึ่งจริงๆ แล้ว ลำโพง ZX-2 ควรจะอยู่บนขาตั้งที่มีความสูงประมาณ 22 นิ้วจึงจะพอเหมาะ ผมจึงไปสั่งทำขาตั้งไม้ Mavin ที่มีความสูง 22 นิ้วมาตัวหนึ่งเพื่อใช้ทดสอบครั้งนี้ และได้ระบุให้ทางร้านทำแผ่นแพลทบนให้มีขนาดที่ใหญ่พอที่จะรองรับลำโพง ZX-2 ได้พอดีๆ (เผื่อไว้ใช้กับลำโพงคู่อื่นๆ ด้วย)

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก.! เสียงกลางลอยและมีความนวลเนียนเป็นพิเศษ (น่าจะได้มรรคผลมาจากขาตั้งไม้ด้วย) คอนทราสน์ของเสียงกลางขึ้นไปถึงแหลมออกมาดีมาก ฟังเพลงร้องแล้วรู้สึกได้เลยว่า สัมผัสกับอารมณ์ของนักร้องได้ใกล้ชิดมากขึ้นกว่าเดิม โฟกัสนิ่ง แบ็คกราวนด์ใสและสะอาด ฟังสบายหูมากขึ้น เสียงแหลมไม่มีอาการจ้าจนเกินเลย แต่ถ้ายึดเอารสนิยมของผม ผมรู้สึกว่าปลายเสียงแหลมมีลักษณะ roll-off มากไปนิดนึง ถ้าผมจะยึดเอาคุณสมบัติเด่นๆ จากการใช้ Mellow-E กับขาตั้ง Mavin เอาไว้ ผมจะต้องค่อยๆ ไฟน์จูนซิสเต็มเพิ่มเติมอีกหน่อยเพื่อดึงปลายเสียงแหลมให้เปิดกระจ่างและทอดหางไปได้ยาวกว่านี้อีกนิด

มีอีกโมเม้นต์ตอนลองฟังแล้วรู้สึกแฮ้ปปี้กับเสียงที่ได้จากการใช้งานตัวรอง Mellow-E ตัวนี้ คือผมทดลองเอา Mellow-E จำนวน 4 ตัวไปรองใต้ขาตั้งของอินติเกรตแอมป์ พบว่ามันให้ผลลัพธ์ทางเสียงโดยรวมออกมา “ดีกว่า” วางรองใต้ตัวถังเครื่องโดยตรง คือรองใต้ขาตั้งเครื่อง (เหมือนต่อขาเครื่องให้สูงขึ้น ดูจากภาพด้านบน ลูกศรสีฟ้าคือขาตั้งเครื่อง) เสียงจะเปิดโปร่ง เวทีเสียงมีความโอ่อ่ามากขึ้น ปลายเสียงสงบไม่ฟุ้ง เนื้อเสียงนวล มีมวลน่าฟัง เบสไม่หาย 

สรุป

อย่างที่ผมเกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนต้น อุปกรณ์ประเภทนี้จัดอยู่ในหมวดของ accessories หรืออุปกรณ์เสริมที่เพิ่มเติมเข้ามากับซิสเต็มหลัก ไม่มีก็ยังใช้งานซิสเต็มหลักได้ แต่นักเล่นเครื่องเสียงที่มีอายุงานมากพอ จะเข้าใจกันดีว่า อุปกรณ์เสริมเหล่านี้เป็นเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับการปรับจูนเสียงที่ พอใจอยู่แล้วให้มีลักษณะที่น่าพอใจมากยิ่งขึ้น แต่ธรรมชาติของอุปกรณ์เสริมอย่างหนึ่งที่มีเหมือนกัน นั่นคือ คุณจะคาดเดาผลลัพธ์ของมันได้ยาก เพราะผลของมันจะไปกระทบกับอุปกรณ์ตัวอื่นๆ ในซิสเต็มด้วย ในบางซิสเต็ม อุปกรณ์เสริมบางตัวให้ผลทางเสียงที่ดีขึ้นมาก ในขณะที่บางซิสเต็มอาจส่งผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามก็ได้

ท่ามกลางผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอนของอุปกรณ์เสริมทั่วๆ ไป หลังจากทดลองใช้งานนานนับเดือน ร่วมกับอุปกรณ์เครื่องเสียงหลากหลายซิสเต็ม ผมพบว่า Mellow-E ของ Life Audio มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของมันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ ความนิ่งของโฟกัสกับ ความสะอาดของพื้นเสียงที่ผมมักจะพบจากการทดลองใช้ Mellow-E กับซิสเต็มหลายๆ ชุดที่ผ่านมา ถ้ามีโอกาส ผมอยากจะแนะนำให้ลองใช้กับซิสเต็มของคุณดู… โดยเฉพาะใช้รองใต้ลำโพง คุณอาจจะได้เห็นอะไรที่น่าตื่นเต้นเหมือนผม.!! /

**********************
ราคา : 7,500 บาท / ก้อน
**********************
สนใจติดต่อ
Life Audio
โทร. 084-596-6262
facebook: @Lifeaudioshop

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า