Roon Ready คืออะไร.? จำเป็นแค่ไหนที่ external DAC ของคุณควรจะมีคุณสมบัติเป็น Roon Ready

มาถึงวันนี้ เชื่อว่า หลายๆ ท่านที่อ่านบทความที่ผมเขียน โดยเฉพาะบทความที่เป็นบทรีวิวอุปกรณ์เครื่องเสียง คงผ่านตา “roonกับ “Roon Readyมาบ้างแล้ว สำหรับคนที่ติดตามเรื่องราวและคลุกคลีอยู่ในวงการเครื่องเสียงมานานอาจจะพอรู้มาบ้างว่า roon คืออะไร.? แต่สำหรับท่านที่เพิ่งจะเข้ามาในวงการอาจจะยังไม่ทราบมาก่อน

Roon คืออะไร.?

ก่อนจะตอบคำถามว่า Roon Ready คืออะไร.? มีความสำคัญอย่างไร.? คงต้องขอเริ่มต้นด้วยการพูดถึง roon ก่อน

ขออนุญาตพุ่งตรงเข้าเป้ากันเลย roon คือระบบซอฟท์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้จัดการกับไฟล์เพลงโดยอาศัย network เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างไฟล์เพลงกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่จำเป็น อาทิเช่นฮาร์ดดิสที่เก็บไฟล์เพลง, external DAC และเชื่อมโยงกับระบบซอฟท์แวร์อื่นๆ เช่น music server เป็นต้น หน้าที่หลักของ roon เริ่มตั้งแต่การเล่น (playback) ไฟล์เพลง ไปจนถึงจัดการ (manage) กับไฟล์เพลงของคุณ ซึ่งจุดประสงค์ในการออกแบบ roon ขึ้นมาก็เพื่อทำให้ผู้ใช้งานไฟล์เพลงได้พบกับประสบการณ์ในการฟังเพลงด้วยไฟล์เพลงที่มีความสะดวกสบาย และให้คุณภาพเสียงที่ดี

roon เป็นผลงานออกแบบของทีมโปรแกรมเมอร์ชั้นยอดที่ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ 3 ส่วนร่วมกันอยู่ในระบบ นั่นคือ

1. control = การควบคุมสั่งงาน
2. core = ศูนย์กลางของระบบจัดการ และ
3. outputs = ออดิโอ ฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ในการแปลงสัญญาณดิจิตัลเป็นอะนาลอก

ในส่วนของการ ควบคุมสั่งงานroon ได้ออกแบบแอพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “roon remoteขึ้นมาให้ใช้งาน ซึ่งมีให้เลือกใช้หลายเวอร์ชั่น ทั้งแอพฯ ที่ใช้บนสมาร์ทโฟน/แท็ปเล็ต ซึ่งมีให้เลือกใช้ทั้ง Apple iOS และ google Android รวมถึงเวอร์ชั่นที่ใช้บน desktop บนระบบปฏิบัติการณ์ Windows และ OS X ด้วย ผู้ใช้ต้องทำการดาวน์โหลดและติดตั้งแอพฯ roon remote ตัวนี้ลงบนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย WiFi อยู่ในตัว เพื่อเชื่อมโยงคำสั่งจากแอพฯ ไปที่ศูนย์ควบคุมระบบจัดการหลักของ roon ที่เรียกว่า “roon core

ส่วนที่มีความสำคัญที่สุดของระบบ roon ที่เป็นเหมือนมันสมองของระบบเรียกว่า “roon coreซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ที่จะเข้าไปทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ที่มีโปรเซสเซอร์ประสิทธิภาพสูงอยู่ข้างใน อย่างเช่น คอมพิวเตอร์ เพื่อทำให้ฮาร์ดแวร์ตัวนั้นมีคุณสมบัติในการ จัดการกับไฟล์เพลงให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดเท่าที่ฮาร์ดแวร์ตัวนั้นจะสามารถให้ได้

นอกจาก roon core จะทำหน้าที่ จัดการหรือนำไฟล์เพลงมา เล่นให้ได้คุณภาพเสียงออกมาดีที่สุดแล้ว roon core ยังมีหน้าที่ จัดหาข้อมูลแวดล้อมเกี่ยวกับไฟล์เพลงที่คุณเล่นขึ้นมาแสดงให้คุณดูบนหน้าแอพฯ ไปพร้อมกันด้วย

นี่คือหน้าจอของแอพฯ roon remote ของ roon บนคอมพิวเตอร์ ซึ่งจัดการโดย roon core ในการดึงข้อมูลต่างๆ ที่มากับไฟล์เพลง (metadata) อาทิเช่น ภาพปกอัลบั้ม (A) พร้อมชื่ออัลบั้มและชื่อศิลปินขึ้นมาโชว์ (เรียกว่า Library) ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบการจัดเรียงอัลบั้มเพลงได้หลายรูปแบบ (B) อย่างเช่น ให้เรียงจาก A – Z ไปตามชื่อศิลปินก็ได้ หรือเรียง A – Z ไปตามชื่ออัลบั้มก็ได้

เมื่อเลือกอัลบั้มใดขึ้นมาฟัง roon core จะนำข้อมูลแวดล้อมของอัลบั้มที่เราเลือกขึ้นมาแสดงบนหน้าจอ roon remote ตามภาพด้านบน ซึ่งมีทั้ง (A) ชื่ออัลบั้ม, (B) ชื่อศิลปิน, (C) ภาพปกอัลบั้ม, (D) บทความวิจารณ์อัลบั้มชุดนี้ ซึ่ง roon core จะไปดึงมาจากอินเตอร์เน็ต, (E) รายชื่อเพลงที่อยู่ในอัลบั้มนี้, (F) ชื่อของฮาร์ดแวร์ DAC ที่ตัวแอพฯ จะจัดส่งสัญญาณเสียงของไฟล์เพลงอัลบั้มนี้ไปให้ทำหน้าที่ในการแปลงเป็นสัญญาณอะนาลอก, (G) ฟังท์ชั่นวอลลุ่มของแอพฯ สำหรับปรับตั้งความดังของเพลงที่เล่น, และ (H) ปุ่มคำสั่งที่ใช้ควบคุมการเล่นไฟล์เพลงของแอพฯ

ตัวอย่างของ external DAC ที่มีคุณสมบัติ “roon ready”

เมื่อเปรียบเทียบความสามารถของแอพ roon remote กับแอพลิเคชั่นที่ทำหน้าที่คล้ายๆ กันตัวอื่นๆ จะเห็นได้ชัดว่า แอพฯ roon remote มีจุดเด่นกว่าแอพฯ เล่นไฟล์เพลงตัวอื่นๆ ก็คือไม่แค่ทำหน้าที่ควบคุมการเล่นไฟล์เพลงอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่ดึงข้อมูลแวดล้อมของไฟล์เพลงเหล่านั้นมาให้ผู้ใช้ดูด้วย เป็น rich contents ที่ทำให้ผู้ฟังได้รับอรรถรสในการฟังเพลงมากยิ่งขึ้น

แต่ความสามารถของระบบ roon ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่นั้น เมื่อทำงานร่วมกับ roon core คุณยังสามารถส่งสัญญาณเสียงที่เล่นจาก roon core (ผ่านการส่งงานด้วย roon remote) ไปที่ external DAC ที่อยู่ในอุปกรณ์เครื่องเสียงที่คุณติดตั้งไว้ในที่ต่างๆ ในบ้านและเชื่อมต่ออยู่กับเน็ทเวิร์คเดียวกัน เพื่อใช้ฟังเพลงเดียวกันได้อีกด้วย เรียกว่าระบบโซน ซึ่ง roon core หนึ่งตัวสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องเสียงที่มี DAC ในตัวได้หลาย Zone พร้อมกัน ในภาพข้างบนมีเชื่อมต่ออยู่ 3 โซน

และบนแอพฯ roon remote ได้ผนวกเอาความสามารถในการปรับตั้ง (settings) ฟังท์ชั่นของ external DAC (roon ใช้ชื่อเรียกว่า audio)(Aที่เชื่อมต่ออยู่กับฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้ง roon core ได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นภาค DAC ที่อยู่ในฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้ง roon core เอง (ตามตัวอย่างคือคอมพิวเตอร์ Mac)(B), external DAC (หรือ Network DAC) บนตัวฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อกับ roon core อยู่ในเน็ทเวิร์คเดียวกัน (C) และ external DAC บนตัวฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่ออยู่กับ roon core ด้วยสัญญาณ WiFi (Chromcast และ AirPlay)(D)

จากภาพด้านบนนี้ จะสังเกตเห็นคำว่า “roon ready” (A) กำกับอยู่ในส่วนของ external DAC ที่เชื่อมต่อกับ roon core ทางเน็ทเวิร์ค ซึ่งยูสเซอร์สามารถเจาะเข้าไปทำการปรับตั้งค่าต่างๆ ในตัว external DAC (ในที่นี้คือ Moon 390) ผ่านหัวข้อ “Device Setup” (Bเพื่อทำให้ roon core กับ external DAC (Moon 390) ทำงานร่วมกันให้ได้ประสิทธิภาพเสียงสูงสุด

นั่นคือ ถ้า Moon 390 ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็น “roon readyก็จะไม่มี Moon 390 ปรากฏขึ้นมาเป็น end point (Output DAC) บนแอพฯ roon remote ให้คุณเลือกใช้ สรุปสั้นๆ คือ เมื่อเชื่อมต่อ external DAC ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็น Roon Ready เข้าไปในเน็ทเวิร์ค แม้จะอยู่วงเดียวกัน แอพฯ roon remote ก็จะมองไม่เห็น external DAC ตัวนั้นนั่นเอง

ที่มาของ “roon ready”

ลองนึกภาพว่าตัวคุณเป็นเจ้าของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงประเภท external DAC สักยี่ห้อหนึ่ง เมื่อมาถึงยุคของการสตรีมไฟล์เพลงผ่าน Network Audio ลองคิดดูว่า คุณจะต้องทำอะไรบ้าง.? ในการที่จะทำให้ external DAC ของคุณสามารถใช้งานกับ Network ได้ คงไม่ใช่แค่หยิบขั้วต่อ Ethernet ไปบัดกรีลงบนหลังเครื่อง external DAC ของคุณแล้วจบแค่นั้นแน่ นั่นมันแค่ส่วนของฮาร์ดแวร์ อีกส่วนหนึ่งที่คุณต้องมีก็คือ ซอฟท์แวร์ที่ใช้ในการควบคุมสั่งงานในการเล่นไฟล์เพลงที่สามารถ มองเห็น” external DAC ของคุณอยู่ในเน็ทเวิร์ค และสามารถส่งสัญญาณเสียงจากไฟล์ที่เล่นบนซอฟท์แวร์ตัวนั้นมาให้ external DAC ของคุณทำการแปลงเป็นอะนาลอก

แน่นอนว่าเรามีโปรโตคอล UPnP AV ที่สามารถทำให้ซอฟท์แวร์หรือแอพฯ ที่ใช้เล่นไฟล์เพลงใดๆ ที่ออกแบบมาอ้างอิงกับมาตรฐาน UPnP AV สามารถมองเห็นและส่งผ่านสัญญาณเสียงและคำสั่งต่างๆ ให้กับ external DAC ที่รองรับมาตรฐาน UPnP AV ตัวใดๆ ก็ได้ แต่คนเขียนแอพฯ ออดิโอ เพลเยอร์เหล่านั้นก็คงไม่รู้ว่าจะทำให้แอพฯ ของเขา ทำงานร่วมกับ” external DAC ของคุณได้อย่างไรเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงออกมาดีที่สุด อย่างที่คุณออกแบบ external DAC ของคุณไว้

และถ้าคุณจะใช้วิธีจ้างโปรแกรมเมอร์เก่งๆ มาทำงานประจำเพื่อออกแบบแอพฯ เล่นไฟล์เพลงของคุณขึ้นมาเอง ด้วยความต้องการให้ทำงานร่วมกับ external DAC ของคุณให้ได้ประสิทธิภาพเสียงออกมาสูงสุดเท่าที่คุณต้องการ มันก็เป็นการลงทุนที่ใหญ่หลวงและสิ้นเปลืองงบประมาณมากเกินจำเป็น อีกทั้งคุณต้องเลี้ยงดูทีมโปรแกรมเมอร์เอาไว้ระยะยาว เพื่อคอยปรับปรุงประสิทธิภาพของแอพฯ อยู่เรื่อยๆ คอยแก้บัคที่มาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัติการณ์ต่างๆ รวมทั้งต้องคอยเพิ่มเติมฟังท์ชั่นดีๆ เข้าไปเพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตเจ้าอื่นๆ ไปด้วย แค่นี้ก็พอมองออกแล้วใช้มั้ยครับว่าวิธีการนี้มันไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี

นี่คือสิ่งที่ทีมโปรแกรมเมอร์ของ roonlabs มองเห็น และได้จัดทำบริการพิเศษขึ้นมาเสนอให้กับผู้ประกอบการในแวดวงผู้ผลิตอุปกรณ์ประเภท external DAC เรียกว่า “Roon Partner Programs

Roon Partner Programs

โปรแกรมนี้ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยทั้งฝั่งของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ external DAC โดยการรับภาระในการออกแบบและเขียนแอพลิเคชั่นให้ โดยทำให้ external DAC ของคู่ค้าสามารถทำงานร่วมกับ roon core ได้อย่างง่ายดาย ไม่ซับซ้อน และได้คุณภาพเสียงสูงสุดตามที่ผู้ผลิต external DAC ตัวนั้นๆ ต้องการ และช่วยทางฝั่งผู้บริโภคให้เลือกซื้อ external DAC ที่มั่นใจได้ว่าให้คุณภาพเสียงดีที่สุดเมื่อใช้งานร่วมกับroon core และสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ผ่านแอพฯ roon remote ได้

ด้วยวิธีนี้ ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ประเภท external DAC ก็สามารถลดต้นทุนในการจ้างโปรแกรมเมอร์มานั่งออกแบบและเขียนแอพฯ ของตัวเอง ด้วยการสมัครเข้าร่วมโปรแกรม Roon Partner Programs ด้วยการส่ง external DAC ของตนเข้าไปให้ทีมงาน roonlabs ทดสอบใช้งานร่วมกับ roon core และควบคุมสั่งงานผ่านแอพฯ roon remote เพื่อให้ external DAC ตัวนั้นๆ ทำงานร่วมกับ roon core และควบคุมด้วย roon remote ได้อย่างลื่นไหลทุกฟังท์ชั่น

roon readyเป็นสถานะสูงสุดของการปรับจูนระหว่าง external DAC กับ roon core และ roon remote ในการทำให้ทั้งสองส่วนนี้ทำงานร่วมกันได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งทางด้านฟังท์ชั่นและคุณภาพเสียง ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้ผลิต external DAC นั่นคือเหตุผลที่ทำให้มีผู้ผลิต external DAC เข้าร่วมในโครงการณ์นี้เป็นจำนวนมาก

ข้างบนนี้คือรายชื่อของแบรนด์ผู้ผลิต external DAC ที่เข้าร่วมโครงการ Roon Partner Programs นับถึงวันที่ผมเขียนบทความนี้ นั่นคือ วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 เวลา 22:20 . ซึ่งจะเห็นว่า มีแบรนด์ดังๆ มากมาย แม้แต่บางแบรนด์ที่มีแอพฯ เล่นไฟล์เพลงเป็นของตัวเอง ก็ยังเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย อย่างเช่น NAD ซึ่งมีระบบซอฟท์แวร์ BluOS รวมถึง Naim Audio, Esoteric, Auralic, dCS และ Moon ด้วย

ทำไม roon ready จึงเป็นอ๊อปชั่นที่น่าสนใจสำหรับ external DAC ?

อย่างที่ทราบกันว่า จุดเด่นของ roon remote เมื่อเทียบกับแอพฯ เล่นไฟล์เพลงอื่นๆ ก็คือเรื่องของ rich contents ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลแวดล้อมของเพลงที่ดึงมาจากอินเตอร์เน็ตมาให้อ่านและรับชมได้จากบนแอพฯ roon remote โดยตรง แต่นอกจากนั้นแล้ว ยังมีอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ระบบซอฟท์แวร์เล่นไฟล์เพลงของ roonlabs มีความโดดเด่น นั่นคือสตรีมมิ่ง เทคโนโลยีที่ชื่อว่า RAAT (Roon Advanced Audio Transport) ซึ่ง roonlabs คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในการเล่นไฟล์เพลงให้ได้คุณภาพเสียงสูงสุดนั่นเอง

RAAT (Roon Advanced Audio Transport)
ไม้เด็ดสำคัญของ roon ที่ใช้เล่นไฟล์ให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีกับ external DAC ทุกตัว

external DAC ทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่ได้รับการรับรองเป็น Roon Ready จะได้รับการติดตั้งด้วยเทคโนโลยี RAAT ของ roonlabs ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ external DAC ตัวนี้มีความสามารถดังต่อไปนี้

จะถูกค้นพบโดย roon remote เมื่อเข้าไปอยู่ในเน็ทเวิร์คเดียวกัน
มีความเสถียรสูงในการใช้งาน
สามารถรองรับการเล่นไฟล์เพลงที่แพ็คเกจด้วยสัญญาณ PCM ได้สูงถึงระดับ 32-bit/768kHz
สามารถเล่นไฟล์เพลงที่แพ็คเกจด้วยสัญญาณ DSD ได้
สามารถเล่นไฟล์เพลงที่บันทึกมาเป็นมัลติแชนเนลได้
สามารถใช้สัญญาณ clock ในตัว DAC ได้
สามารถสื่อสารสั่งงานแบบ 2 ทางได้ ระหว่าง external DAC กับ roon core ผ่าน roon remote อาทิเช่น ปรับวอลลุ่ม, ปรับ mute, แสดงข้อมูลบนหน้าจอของแอพฯ รีโมท, ปรับตั้งให้ตัวเครื่องเข้าโหมดสแตนด์บายได้ และคำสั่งอื่นๆ
สามารถสลับเลือกโซนร่วมกับ external DAC ที่เป็นของแบรนด์อื่นได้

นี่คงมากพอที่จะทำให้ external DAC ที่คุณจะเลือกซื้อมาใช้ ควรจะมีคุณสมบัติ Roon Ready มาด้วย โดยเฉพาะ external DAC ที่เป็น Network DAC ที่จะนำมาใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ตัวอื่นบนโฮมเน็ทเวิร์คของคุณ /

**************************

mm

About ธานี โหมดสง่า

View all posts by ธานี โหมดสง่า